[OS/SF] NCT #ทำเนียบแจมเหริน #JAMREN

ตอนที่ 3 : [OS] AU | Strawberries & Cigarettes

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 993
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61


Title : Strawberries & Cigarettes

Pairing : Jaemin x Renjun

BGM : Troye Sivan - Strawberries & Cigarettes

AU / NC-17

 

 

 

 

Long nights, daydreams
Sugar and smoke rings, I've been a fool
But strawberries and cigarettes always taste like you

 

 

 

 

            ร่างเล็กเร่งฝีเท้าก้าวไปข้างหน้าสองมือนั้นกระชับแน่นที่สายกระเป๋า นาฬิกาที่ข้อมือบอกเวลาเกือบๆ 8 โมง เหรินจวิ้นเริ่มออกตัววิ่งโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ไฮสคูลชื่อดัง ด้วยเหตุสุดวิสัยทำให้ร่างเล็กต้องมาโรงเรียนด้วยตัวเองซึ่งก่อนหน้านี้จะมีพ่อแม่มาส่งตลอดถึงแม้ว่าระยะทางจากโรงเรียนและบ้านของเขาจะไม่ได้ไกลกันมากและด้วยเหตุนี้เหรินจวิ้นจึงเลิกที่จะเดินมาโรงเรียน

 

            แต่วันที่สดใสในความคิดของเขาต้องเป็นอันผิดแผนเพราะเขาบังเอิญเจอชายชราคนนึงที่ประสบอุบัติเหตุเหรินจวินจึงอาสาไปคุณตาคนนั้นไปส่งที่บ้าน บัดนี้ร่างเล็กวิ่งไปตามโดยไม่กีร้อยเมตรข้างหน้าจะถึงที่หมาย

 

            ร่างเล็กพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่บริเวณประตูโรงเรียนที่มีกรรมการนักเรียนและนักเรียนที่มาสายอีกจำนวนหนึ่งซึ่งเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น ร่างเล็กต่อแถวเพื่อนเช็คชื่อหักคะแนนเขาได้ยินเสียงซุบซิบดังขึ้นมาเพราะเหรินจวิ้นเองก็ค่อยข้างเป็นที่รู้จักในเรื่องของวิชาการและเขาไม่เคยมาสายมาก่อน

 

            “หวง เหรินจวิ้นหรอ”

            “ครับ”

            “ทำไมวันนี้มาสายล่ะ ครั้งแรกเลยนะเนี่ย”

            “พอดี..มีธุระ..นิดหน่อยครับ”

           

            เหรินจวิ้นยังคงหอบด้วยความเหนื่อยและเอ่ยปากตอบรุ่นพี่ที่เป็นกรรมการนักเรียนที่รู้จักไป

 

            “นายไปเก็บขยะหลังโรงยิมละกัน”

            “อ่า..ครับ”

            “เก็บเสร็จแล้วก็ไปได้เลย”

            “ครับ”

 

            สิ้นเสียงที่รุ่นพี่กรรมการนัดเรียนสั่งนักเรียนที่มาสายก็แยกย้ายไปตามที่รับผิดชอบกันถึงแม้จะมีอิดออดบ้างแต่ก็ปฏิเสทไม่ได้ เหรินจวิ้นเดินตามนักเรียนที่คาดว่าจะเป็นรุ่นน้องไปยังด้านหลังของโรงยิมและด้วยความเหนื่อยจึงทำให้เขาเดินช้ามากกว่าปกติ

 

            ร่างเล็กมองกลุ่มรุ่นน้องที่พากันเดินเข้าไปและเดินกลับออกมาก่อนนะหายไปอย่างหน้าตาเฉย เขามองด้วยสายตางุนงงแต่ก็พาตัวเองมายังด้านหลังของโรงยิม

 

            ทันทีที่ร่างเล็กก้าวมาถึงสายตาสบเข้ากับเด็กนักเรียนผมสีชมพูคนนึงที่ยืนพิงกำแพงอยู่ทางซ้ายมือของเขา สายตาของนักเรียนคนนั้นจับจ้องมาที่ร่างเล็กไม่วางตา ดวงตาเรียวหรี่มองอย่างสงสัยว่าคนตัวเล็กมาทำอะไรที่นี่

 

            “นี่..”

            “.....”

            “มีไฟแช็คป้ะ”

            “.....”

 

            เหรินจวิ้นค่อยๆก้าวเข้าไปเสียงของอีกฝ้ายทำให้ร่างเล็กละลายตาจากพื้นดินขึ้นมองไปยังร่างที่กำลังยืนพิงกำแพงและจ้องมาที่เขาอย่างหาคำตอบ

 

            “ม..ไม่มี”

            “อือ รู้อยู่แล้วแหละ”

 

            ร่างเล็กตอบไปอย่างกล้าๆกลัวๆและแฝงไปด้วยความสงสัยว่าทำไมเขาต้องพกไฟแช็คและคนคนนี้จะเอาไฟแช็คไปทำอะไร และเมื่ออีกฝ่ายตอบมาว่ารู้อยู่แล้วนั้นยิ่งทำให้คิ้วสวยขมวดเล็กๆอย่างสงสัย

 

            “.....”

            “มาทำอะไรตรงนี้”

            “เอ่อ..มาเก็บขยะ”

            “หึๆ”

           

            รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของอีกฝ่าย

 

            “อะไร..”

            “ไปเรียนไป”

            “แต่เรายังไม่ได้เก็บขยะเลยนะ”

            “ไปเหอะน่า เดี๋ยวจัดการเอง”

 

            ร่างสูงล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนจะเอ่ยปากให้เหรินจวิ้นไปเข้าเรียน ร่างเล็กลังเลอยู่ขณะหนึ่งแต่ก็เลือกกลับหลังหันเพราะเข้าใกล้คาบเรียนคาบแรกเต็มที

 

            “เดี๋ยว!

           

            เสียงนั้นทำให้เหรินจวิ้นชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อหันหลังกลับมาก็พบว่าอีกฝ่ายก้าวตามมาหยุดอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว

 

            “เอาโทรศัพท์มา”

            “ห้ะ?”

            “โทรศัพท์ เอามา”

            “นายจะเอาไปทำไม..”

 

            ร่างเล็กพูดยังไม่ทันจบประโยคดีอีกฝ่ายก็ถือโอกาสหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงจากกระเป๋าเสื้อของเหรินจวิ้น ก่อนจะกดอยู่อะไรสักอย่างสักพักและส่งมันกลับมาและเดินไปยืนพิงกำแพงเช่นเดิม


            “นายชื่ออะไรหรอ?”

            “ถามทำไม”

            “......”

            “แจมิน ฉันนา แจมิน”

 

            ไม่รูว่าเป็นเพราะอะไรทำให้ร่างกายของเหรินจวิ้นรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมายามที่แจมินสบสายตากับเขา ท่วงท่าที่ดูยียวนกวนประสาทแต่ก็ดูน่าเกรงขามและมีสเน่ห์ไปพร้อมๆกัน เหรินจวิ้นตัดสินใจถามชื่อคนตรงหน้าไป และทำหน้าหงอลงเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายทำเหมือนไปอยากตอบ

 

            แจมินมองคนตรงหน้าที่กำลังเบะเหมือนเด็กโดนขัดใจแต่ก็เก็บอาการนั้นไว้ เขานึกขันในใจอยากจะแกล้งอีกสักหน่อยแต่ก็เอ่ยตอบชื่อไปในที่สุด

 

            “แล้วนายล่ะ”

            “เราชื่อเหรินจวิ้น แต่ถ้าเรียกยากเรียกอินจุนก็ได้”

            “เหรินจวิ้น..”

            “ห้ะ”

            “ก็ไม่ได้เรียกยากเท่าไรนี่”

 

            จริงๆแล้วในโรงเรียนนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เรียนเขาว่าเหรินจวิ้นเพราะใครก็บอกว่าออกเสียงยากเวลาออกเสียงก็จะแปลกๆนิดหน่อย เหรินจวิ้นยอมรับว่าเขารู้สึกประทับใจไม่น้อยที่แจมินเรียกชื่อของเขาถูก

 

             01 : 34 PM

 

            เข้าคาบเรียนช่วงบ่ายมาได้สักพักเหรินจวิ้นได้แต่น่านิ่วหน้าคิ้วขมวดเข้าเป็นปมเพราะมีสมาธิจดจ่อเท่าไรนัก เพราะเจ้าสมาร์ทโฟนในกระเป๋าดันสั่นไม่หยุดตั้งแต่เที่ยง ข้อความของแจมินที่ถูกส่งมารัวๆจนเป็นอันเรียนทำให้เขาเริ่มหงุดหงิด

 

            “นี่ แจมินไม่เรียนหนังสือหรือไง เราเรียนไม่รู้เรื่องแล้วนะ”

 

            เสียงเล็กๆฉายแววหงุดหงิดกรอกลงไปยังโทรศัพท์ เหรินจวิ้นขออาจารย์มาเข้าห้องน้ำเนื่องจากเขาทนต่อไปไม่ไหว

 

            ก็ไม่ต้องเรียนสิ

            “แจมินทำแบบนี้ทำไม”

            มาหาหน่อย

            “ห้ะ?”

            หลังโรงยิม

            “แต่ว่า...แจมิน..แจมิน ฮัลโหล...”

 

            เหรินจวิ้นได้แค่อ้าปากพะงาบเมื่ออีกฝ่ายชิงตัดสายไปก่อนร่างเล็กมองนาฬิกาดูที่ยังไม่หมดคาบเรียน ปากบางเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องน้ำและตรงไปยังที่หมาย...หลังโรงยิม

 

            “มาช้านะเราอ่ะ”

            “แจมินไม่เรียนหนังสือหรอ”

            “ไม่อ่ะ ไม่ชอบวิชานี้”

            “.....”

 

            แจมินยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นร่างเล็กปรากฏอยู่ตรงหน้า ยามที่เห็นร่างเล็กนั้นคิ้วขมวดหรือเบะปากมันทำให้เขารู้สึกเอ็นดูมากๆจนอยากจะแกล้งให้ร้องไห้แล้วค่อยโอ๋ที่หลัง

 

            “ก็แค่อยากเจอเฉยๆ”

            “ทำไมแจมินต้องอยากเจอเราล่ะ?”

            “ไม่รู้สิ อยู่ดีๆก็คิดถึง”

 

            เหรินจวิ้นรู้สึกร้อนที่ใบหน้าเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากปากของแจมิน ทั้งสายตาและรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์นั้นยิ้งทำให้เขาใจสั่น

 

            “แจมินจะสูบบุหนี่หรอ”

            “อือ ถ้าเหม็นก็ไปยืนตรงนั้นก็ได้”

 

            แจมินชี้ไปที่กำแพงอีกฝั่งที่คาดว่าควันน่าจะลอยไปไม่ถึง

 

            “ตกลงเรียกเรามาทำไม”

            “แค่อยากให้มาเฝ้าสูบบุหรี่”

            “แจมินไม่มีเพื่อนเหรอ?”

 

            แจมินมองร่างเล็กด้วยสายตาอึ้งๆก่อนนะหลุดหัวเราะออกมา ทำเอาร่างเล็กที่อยู่อีกฝั่งเอียงคออย่างสงสัย

 

            “เพื่อนอ่ะมี...

แต่คนที่ฉันอยากเจอคือนาย..”

 

แจมินพูดจบก็ยกบุหรี่ที่ปลายนิ้วมาจ่อเข้าปากก่อนจะสูบเอานิโคตินเข้าปอด ควันขาวลอยฟุ้งอยู่เป็นพักๆก่อนจะมลายหายไป ร่างเล็กที่ตอนนี้นั่งยองๆมองมาที่เขานั้นมันดูน่าเอ็นดูราวกับเด็กน้อยที่นั่งแม่มารับตอนเย็น แจมินลอบยิ้มก่อนนะโยนปลายบุหรี่ลงที่พื้นก่อนจะใช้ปลายเท้าขยี้ให้มันมอด

 

            “เราไปได้หรือยัง”

            “ไม่อยากอยู่กับฉันขนาดนั้นเลยหรือไง”

            “ม..ไม่ใช่นะ!!

 

            แจมินมองดูเหรินจวิ้นน้อยที่กำลังทำหน้าเลิ่กลั่กมือไม้นี่ยกขึ้นมาโบกปฏิเสธรัวๆ แจมินยิ้มและวางมือไปที่ศีรษะของเหรินจวิ้น มองไปที่ดวงตาเรียวที่บัดนี้เริ่มสงบลงแล้ว ใบหน้าหล่อยื่นเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆมาจากร่างเล็ก

 

            เหรินจวิ้นหลับตาปี๋เมื่ออีกฝ่ายเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ทำจมูกฟุดฟิดเมื่อกลิ่นบุหรี่ของแจมินลอยเข้ามาเตะจมูก แรงบีบที่ปลายจมูกทำให้เขาต้องลืมตาขึ้นมามือหนาบีบอยู่ที่จมูกของเขาและส่ายไปมาเบาๆ และก็เป็นอีกครั้งรอยยิ้มของแจมินทำให้เขารู้สึกแปลกๆ

 

แจมินเดินมาส่งร่างเล็กที่หน้าตึกก่อนจะเดินไปยังอาคารเรียนของตัวเอง เหรินจวิ้นมองแผนหลังไกลๆด้วยความรู้สึกแปลกๆที่ยังคงอยู่ในอกและเดินขึ้นอาคารเรียนไป

.

.

.

.

.

09 : 12 PM

 

เป็นอีกวันที่เหรินจวิ้นนั่งตอบแชทของแจมินจนดึกดื่น นับจากวันนั้นก็เกือบๆสองอาทิตย์แล้วเขารู้จักกับแจมิน ซึ่งบรรดาเพื่อนๆของเหรินจวิ้นเองก็บอกอยู่เสมอว่าอย่าไว้ใจเพราะแจมินนั้นเองก็มักจะสร้างเรื่องที่โรงเรียนอยู่เสมอ

 

            วันนี้ออกไปข้างนอกกันมั้ย

            “ไปไหน มันดึกแล้วนะแจมิน”

            ออกไปขับรถเล่นก็ได้..นะ

            “เอาแต่ใจ”

            เพราะรู้ว่ามีคนตามใจล่ะมั้ง

 

            เหรินจวิ้นกำลังใช้สมองริมฝีปากเล็กเม้มเข้าหากันอย่างครุ่นคิด แต่เหมือนจะคิดช้าไปเสียงกรวดเล็กๆกระทบที่หน้าต่างห้องทำให้เหรินจวิ้นต้องเดินไปมองและพบแจมินกับรถเก๋งสีดำจอดนิ่งสนิทอยู่ที่ทางเข้าบ้านแล้ว

 

ร่างเล็กเบิกตาโพลงด้วยความตกใจผิดกับแจมินที่หัวเราะชอบใจกับท่าทางน่ารักนั้น แจมินขยับปากเป็นคำว่า ลงมา แบบไม่มีเสียง เหรินจวิ้นยังคงเม้มปากใช้ความคิดก่อนจะหายเข้าไปในบ้าน เพียงไปนานร่างเล็กก็วิ่งออกมาจากบ้านพร้อมกับกระเป๋าเป้ใบเล็กสีน้ำตาล

 

“แจมินขึ้นรถเร็ว”

“นี่ อย่าบอกนะว่า...”

 

เพียงไม่นานประตูก็เปิดออกพร้อมกับร่างของผู้ปกครองของเหรินจวิ้นที่กำลังวิ่งตามออกมา แจมินเปิดประตูเข้ามาสตาร์ทรถและไม่ลืมที่จะเปิดประตูให้ร่างเล็กจากด้านใน ทันทีที่เหรินจวิ้นเข้ามานั่งแจมินก็ออกรถอย่างไม่รีรอ แจมินกุมใจและถอนลมหายใจอย่างโล่งๆพร้อมกับมองคนตัวเล็กที่กำลังหัวเราะคิกคักอยู่ที่เบาะข้างๆ

 

“ทำบ้าอะไรเนี่ย ตกใจหมดเลย”

“ก็เราอยากมากับแจมินนี่ ถ้าขอพ่อกับแม่ก็คงไม่ให้มาเราเลยต้องใช้วิธีนี้ไง”

“วิธีไหน”

“วิ่งไปบอกพ่อกับแม่ว่าเดี๋ยวมานะ แล้วก็วิ่งออกมาเลย”

แจมินมองร่างเล็กด้วยสายตาอึ้งๆอย่างคาดไม่ถึง เหรินจวิ้นส่งข้อความไปบอกที่บ้านว่าปลอดภัยดีขอออกมาเล่นกับเพื่อนสักพักเพื่อไม่ให้แม่ของเขาตกใจจนแจ้งตำรวจ

 

“แจมินจะไปไหนหรอ”

เธออยากไปไหนอ่ะ”

“.....”

 

เหรินจวิ้นเคยบอกแจมินว่าไม่ชอบให้แจมินใช้สรรพนามแบบนี้แต่เหมือนจะไม่เข้าหูแจมินเท่าไร ไม่ใช่เพราะว่าเหรินจวิ้นไม่ชอบหรอกแต่เป็นเพราะเขาเขินต่างหาก

 

“ไม่รู้สิ แจมินอยากไปไหน”

“เธอหิวหรือเปล่า”

“ก็...นิดนึง”

 

แจมินพยักหน้าและยกยิ้มเป็นรอยยิ้มแบบเดิมที่ทำให้เหรินจวิ้นใจเต้นที่เห็นมากี่ครั้งก็ไม่ชินสักที แจมินขับรถไปเรื่อยโดยมืออีกข้างหนึ่งจับที่พวงมาลัยส่วนอีกข้างหนึ่งกุมอยู่ที่มือเล็ก หันไปมองร่างเล็กบ้างเป็นพักๆและลอบยิ้มอย่างอดไม่ได้เพราะเหรินจวิ้นมองออกไปที่นอกหน้าต่างและทำหน้าตื่นเต้นราวกับเด็กน้อยๆ

 

แจมินหยุดรถที่มินิมาร์ทเล็กๆก่อนจะสกิดให้คนตัวเล็กตื่น อาการงัวเงียของเขานั้นทำให้แจมินอยากจะจับเหรินจวิ้นมาฟัดเสียตรงนี้แต่ก็ต้องหักห้ามใจไว้ หลังจากที่แกะร่างเล็กออกจากเบาะได้สำเร็จทั้งสองก็พากันไปซื้อของจากมินิมาร์ทและกลับมาที่รถ

 

“แจมินไปเอารถมาจากไหนเนี่ย”

“ขโมยรถพ่อมา...” เหรินจวิ้นเบิกตาโพลงด้วยความตกใจแต่ปากก็ยังคงเคี้ยวขนมตุ้ยๆไม่หยุด แจมินมองดูภาพตรงหน้าก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู และรีบปฏิเสธว่าไม่ได้ขโมยแค่ยืมพ่อมาขับเฉยๆ

 

“แจมินดูสิวันนี้มีดาวด้วย”

“มันก็มีทุกวันไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ทุกวันนะ”

 

เหรินจวิ้นจิ้ปากอย่างขัดใจพร้อมกับขมวดคิ้วแจมินได้แต่มองริมฝีปากน้อยๆบ่นราวกับตกอยู่ในภวังค์ ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่เขาชอบชอบริมฝีปากนี้ ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่เขาชอบมือเล็กๆนี้ ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ที่เขาชอบใบหน้าแดงๆนี้ และตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้....ที่เขาชอบคนคนนี้

 

แจมินนั่งลงที่พื้นเอาหลังพิงไปกับรถหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดก่อนนะสูบเอานิโคตินเข้าปอด เหรินจวิ้นมองดูการกระทำนั้นอยู่เงียบๆก่อนจะเอ่ยปาก

 

“เราขอลองบ้างได้ไหม”

“อย่าเลย มันไม่ดี”

“แต่แจมินก็สูบนี่นา”

“.....”

 

แจมินทำหน้าครุ่นคิดเขาไม่เถียงเพราะมันจริงที่ว่าการสูบบุหรี่นั้นไม่ดีและเขาก็ยังสูบ


“แค่ครั้งเดียวนะ”

“อื้อ”

 

แจมินยื่นแท่งนิโคตินไปตรงหน้าเหรินจวิ้นปากเล็กๆนั้นงับและสูบเข้าไปเพียงไม่นานร่างเล็กก็สำลักควันและไอค๊อกแค๊กจนแจมินต้องช่วยลูบหลัง

 

“เพราะแบบนี้ไงถึงไม่อยากให้สูบ”

“แค่กๆ เราไม่ชอบบุหรี่เลย”

“.....”

“แต่เราชอบเวลาที่มันมาจากแจมินนะ...” ใบหน้ายิ้มเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มมองมาที่แจมิน

 

แจมินมองใบหน้าแดงๆนั้นก่อนจะโน้มไปประกบริมฝีปากบาง เหรินจวิ้นตกใจจนเอามือดันไว้ที่อกของแจมินร่างเล็กหลับตาลงและเปิดปากรับสัมผัสที่แปลกใหม่ แจมินประคองใบหน้าเล็กให้ได้องศาลิ้นเรียวค่อยๆละเลียดชิมริมฝีปากเล็กอย่างแผ่วเบาก่อนจะสอดเข้าไปสำรวจโพลงปากด้านใน ท่าทางไม่ประสีประสานั้นทำให้แจมินยิ่งเอ็นดูคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก แจมินถอนริมฝีปากและลากไปตามแนวโครงหน้าจูบซับลงที่คอระหงส์และดูดเม้มจนขึ้นเป็นรอยจางๆ

 

“จ..แจมิน พอก่อน”

“อื้อ”

 

เหรินจวิ้นส่งเสียงเรียกสติให้แจมินเพราะกลัวว่ามันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ทั้งสองพากันเอาขยะไปทิ้งและขับรถต่อไป แจมินพาเหรินจวิ้นมาหยุดอยู่ที่บริเวณสวนสาธารณะที่ตอนนี้ไม่มีคนมีเลยสักคนเดียวเพราะเหรินจวิ้นบอกว่ายังไม่อยากกลับบ้าน

 

แจมินเปิดเพลงคลอเบาๆและย้ายมานั่งที่เบาะหลัง เขาทั้งคู่พูดคุยกันในเรื่องจิปาถะไปเรื่อยจนมาถึงเรื่องที่เหรินจวิ้นกลุ้มใจ เช่น การสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีถัดๆไป

 

“แจมินจะเรียนอะไรต่อหรอ”

“อืม เราว่าจะไม่เรียนอ่ะ”

“อ้าว แล้วแจมินจะทำอะไรอ่ะ”

“ก็คงถ่ายรูปมั้ง”

 

เหริจวิ้นได้รู้มาว่าแจมินชื่นชอบเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษและตัดสินใจว่าจะไม่เรียนต่อเพราะเขาอยากที่จะลองทำตามความฝันตั้งแต่ตอนนี้เลย

 

“ดีจังเลยเนอะที่แจมินมีเป้าหมายในชีวิตแล้ว”

“แล้วเธอชอบอะไรอ่ะ”

“เราเองก็ไม่รู้หรอก นอกจากศิลปะกับแจมินแล้วเราก็ไม่ชอบอะไรเลย”

“......”

 

แจมินยื่นมือไปดึงจมูกร่างเล็กอย่างมันเขี้ยวลูบหัวเหรินจวิ้นเบาๆและโน้มลงไปจูบริมฝีปากเล็ก

“อย่าเครียดมากรู้หรือเปล่า...

...ปล่อยมันให้มันเป็นไปตามธรรมชาติของมันแล้วทุกอย่างจะดีเอง”

“เหมือนตอนนี้น่ะเหรอ”

 

ทั้งสองประกบริมฝีปากกันอีกครั้งแต่ครั้งนี้เหรินจวิ้นเป็นฝ้ายเริ่มก่อนนั่นทำให้แจมินตกใจเล็กๆแต่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมา ริมฝีปากทั้งสองบดเบียดเข้าหากันและเมื่อรู้สึกตัวอีกทีเหรินจวิ้นก็ขึ้นมานั่งครอมอยู่ที่ตักของแจมินเสียแล้ว

 

“จ...แจมิน”

 

เสียงเล็กๆจากคนตรงหน้าทำให้แจมินผละออกมามองใบหน้าหวานขึ้นสีจัดดวงตาที่ปรือด้วยแรงอารมณ์และมันทำให้เขาคลั่ง

 

เหรินจวิ้นรู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในอันตรายแต่เขาก็ไม่ได้กลัวแต่อย่างใด...เพราะเขาเป็นคนเลือกที่จะเดินเข้าหาอันตรายนั้นเอง

 

 

 

CUT

#ทำเนียบแจมเหริน





-Talk-

เหมือนเห็นคุกมาลางๆ (ฮ่าTT) เราชอบความฟุ้งๆชอบเพลงนี่มากๆอย่าลืมไปฟังกันนะคะ แอบสารภาพว่าเป็นการแต่งcut ครั้งแรกของเราภาษาอาจจะยังไม่ดีเท่าไรแหะๆ ยังไงก็ฝากเอ็นดูด้วนนะคะ แล้วก็ขอบคุณทุกคอมเม้นมากๆเราได้อ่านทุกอันเลยขอบคุณนะคะ <3


B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

114 ความคิดเห็น

  1. #104 malay_77 (@malay_77) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 00:04
    เสียใจที่เจอเรื่องนี้ช้าไปเกือบปี;-; แต่อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ เค้าที่เติบโตไปพร้อมกันฮื่อ
    #104
    0
  2. #103 malay_77 (@malay_77) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 23:59
    งื้ออออออ ไม่ไหวอ่ะชอบบรรยากาศเรื่องนี้มาก ฟุ้งๆเหมือนเพลงเลย ขโมยรถพ่อ ขับรถตอนดึกต่างๆโอ้ยชอบมากจริงๆ อิ่มใจ
    #103
    0
  3. #88 P e A r L ツ (@pearlsh1294) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 14:04
    ถ้าฟังเพลงนี้ของคุณทรอยไปด้วยจะยิ่งเขินค่ะ แต่คือว่านะ ในเพลงน่ะมันจบค่อนข้างเศร้า แง แต่ในแจมเหรินต้องไม่เศร้าาา
    #88
    0
  4. #32 rjsweet (@03230813) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:47
    น้องงงง น้องอ้อนมากก อยากหยิกๆๆ นี่เป็นแจมินนี่ก็ไม่ทนอ่ะ
    #32
    0
  5. #13 ckhnt (@gyuuuuuuuuu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 14:45
    อ่านไปดมยาดมไป ไม่ไหวๆๆๆๆๆๆๆๆ น้องขี้อ้อนอ่ะ ตอนแรกนึกว่าคืนนี้จะรอดแล้ว สรุป ตกเป็นของนาแจมินไปแล้วอุกรี้ด รักกันค่ะเด็กๆ
    #13
    0
  6. #11 songjibong (@mintrawan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 14:17
    ทำไมหาแท็กไม่เจออ่ะ งงงง
    #11
    0
  7. #10 kaokubrew (@xofor12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 00:39
    ทำไมเข้า cut ไม่ได้ อุแง้
    #10
    1
  8. #8 CallmeJflawless (@CallmeJflawless) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 22:17
    ยัยจวิ้นนน ร้ายนักนะะะ
    #8
    0