End | #ทฤษฎีอ่อยเธอ [ตีพิมพ์กับ สนพ.อ่านนาน]

ตอนที่ 4 : Chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,622
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 261 ครั้ง
    27 ต.ค. 61

Chapter 4 


หลังหยุดเรียนมานาน ในที่สุดวันเเรกของการเรียน ปี 3 ก็เริ่มขึ้น พลัมเดินออกจากห้องพัก ไม่ลืมจะเอาหูไปแนบประตูห้องติดกันเพื่อเช็คดูว่าด้านในมีความเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ เมื่อเช้าเขานอนขี้เซาไปหน่อยเลยไม่ทันฟังว่าคุณหมีห้องข้างๆ เปิดประตูออกไปทำงานหรือยัง แปลกใจจังที่เราไม่เคยเจอกันมาก่อน เเล้วบทที่จะเห็นหน้ากันก็ดันโป๊ะเเตกว่าเรามีสิ่งที่ชอบสอดรับกันเสียอีก สงสัยจะเป็นพรหมลิขิต พลัมคิดเข้าข้างตัวเองแล้วก็หัวเราะกึกๆ ก่อนจะเดินลั้ลลาไปที่โถงลิฟต์

เขามีเรียนวิชาเเรกตอนสิบโมง จากคอนโดมิเนียมเดินไปถึงตึกคณะใช้เวลาแค่สิบห้านาที อ่าตอนนี้ก็เก้าโมงห้าสิบเเล้ว ออกจะลุ้นไปสักหน่อย สงสัยต้องใช้บริการพี่วินมอเตอร์ไซค์ซะเเล้ว

พลัมถึงหน้าตึกการตลาดด้วยเวลาฉิวเฉียด เเถมยังต้องเสียเวลาหาห้องเรียนบนตึกที่ไม่คุ้นเคยอีก เขาเลือกเรียนสาขาโฆษณา จึงจำเป็นต้องมีความรู้ด้านนี้ไว้บ้าง จึงมีวิชาบังคับเป็นการตลาดเบื้องต้น

ร่างเล็กๆ สาวเท้าไปตามทางที่เพื่อนในกลุ่มไลน์มาบอก เเละพอเปิดประตูเข้าไปเท่านั้นทั้งห้องก็หันพรึ่บมามอง มันเป็นคลาสใหญ่ที่เรียนรวมกับคณะอื่นด้วย เเก๊งค์นิเทศศาสตร์เป็นเพียงชนกลุ่มน้อยเท่านั้นจะซ่ามากก็คงไม่ได้

ส่ิงที่พลัมตะลึงไม่ใช่จำนวนเด็กในห้อง ตาเป็นหน้าตาของอาจารย์ผู้สอนต่างหาก

“คุณหมี~”

อิเหี้ย!! น้องบุก อย่าว่าเเต่พลัมที่ตะลึง พรึกที่กำลังเเนะนำตัวกับนักศึกษาอยู่ก็เเทบทำไมค์ช็อตปาก โลกมันกลมหรือพรหมมันลิขิตจริงๆ ว่ะ

พลัมอมยิ้มน่่ารัก ส่งวิ้งค์ให้อาจารย์ร่างสูงใหญ่ที่ยืนตะลึงอยู่กลางห้อง

“ฝากตัว และหัวใจด้วยนะครับอาจารย์”

ฮิ้ววววว~

เอาเเล้วไอ้เปี๊ยกซ่าเล่นเค้าเเล้วมั้ยละ

พรึกเเทบไม่มีสมาธิในการสอนเพราะพลัมเล่นจ้องหน้าเขาตลอดเวลา แล้วเขาก็เเพ้สายตาที่เป็นประกายเหมือนดวงดาวของน้อง ไม่สิต้องเรียกว่าลูกศิษย์ถึงจะถูก เเล้วยิ่งนั่งเท้าคาง เอาข้อมือขาวๆ มาเบียดจนเเก้มโย้ไปข้าง ปากสีชมพูก็บู้บี้น่าคีบน่าจับ งื้อ ความน่ารักของพลัมมีอานุภาพทำลายล้างสูงมาจริงๆ



“อาจารย์เค้าสอนอะไรเยอะเเยะว่ะคาบเเรก ปกติเเม่งต้องแจกแค่ course syllabus ป่ะว่ะ” กะทิ เพื่อนผู้หญิงหน้าตาน่ารักร่วมกลุ่มเดียวกับพลัมเริ่มงอเเง

“มึงอย่าว่า อาจารย์เค้าตั้งใจสอน” พลัมหันไปดุเพื่อน เล่นเอาหลายคนในกลุ่มถึงกับเลิกคิ้ว ปกติพลัมมันตั้งใจเรียนที่ไหน เกรดเฉลี่ยที่ผ่านมาสองปีก็แบบกลางๆ คือเเตะๆ สาม เรียนๆ เล่นๆ เอาสนุก พอเปิดเทอมปีสามเเล้วพฤติกรรมเปลี่ยนเเบบนี้บอกเลยว่าเพื่อนไม่ชิน

“มึงชอบอาจารย์หรอ” คิว เพื่อนผู้ชายที่ตัวโตกว่าใครถาม

พลัมหันมายักคิ้วให้

“อย่าบอกนะว่าที่มึงหักอกพี่แตมเพราะชอบอาจารย์พรึก”

“มึงเคยเจออาจารย์มาก่อนป่ะ หรือนี่ครั้งเเรก”

“พลัมมันจะเคยเจออาจารย์ได้ไง ปกติเราก็ไม่ได้ข้ามมาเรียนตึกนี่ป่ะ”

“เออหวะ แล้วมึงหักอกพี่เเตมทำไม เห็นรุ่นพี่เม้าท์ๆ กันว่าพี่เเกเสียศูนย์ไปเลยนะเว้ย ไปกินเหล้าเมาเป็นหมาเลย”

พลัมหันไปฟังคนนั้นพูดที คนนี้พูดทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ตอบก็ได้เเต่ถอนหายใจปลงๆ เอาเถอะพวกนักคิดวิเคราะห์ทั้งหลาย ออกความเห็นกันให้สนุกปากไป เขาหันไปสนใจคุณหมีต่อดีกว่า ตอนคุณเขาทำหน้าตั้งใจสอนนี่หล่อจังเลยน๊า แล้วจู่ๆ พลัมก็คิดเเผนชั่วร้ายขึ้นมาได้หนึ่งอย่าง เป็นเเผนที่มั่นใจว่าคุณหมีจะปฏิเสธเขาไม่ได้อีกต่อไป

เลิกเรียนเพื่อนๆ ทยอยออกจากห้องไป พลัมบอกกะทิว่าจะตามไปเจอที่โรงอาหาร เขาขอเเวะคุยกับอาจารย์นิดนึง

“คุณครู~”

พรึกกรอกตาบนทันที ไอ้เด็กปิศาจหน้าตาน่างับมันโผล่มาอีกแล้ว

“มีอะไร”

“มีดีลมาให้ครับ”

“ดีลอะไรอี๊ก”

“ให้เป็นผัว”

“ว่าไงนะ ทำไมพูดจากไม่สุภาพแบบนี้นักศึกษา!!”

“ผัวทูนหอ ผอทูนหัว เอ้ย พ่อทูนหัวไง” ยิ้ม ^______________^

ขออนุญาตเออเร่อเเป๊บ

“พลัม!! ฉันว่าฉันพูดชัดเเล้วนะว่าไม่ชอบเด็ก แล้วนี่เธอยิ่งเป็นลูกศิษย์ในคลาสด้วย ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้”

หน้างอ งอ งอ จนจมูกกับปากจะติดกันอยู่เเล้ว

“ถ้าคุณพรึกไม่ยอมเป็น พลัมจะเเหกปากให้ลั่นเลย ว่าคุณปล้ำพลัม หลักฐานก็มี นี่ไง!!” พลัมยื่นมือถือที่มีภาพตัวเองนอนอยู่ในกองผ้านวมอีกฝ่าย มองยังไงก็รู้สึกได้ว่าน้องพึ่งโดนจัดหนักมาเเน่ๆ

พรึกกุมขมับ ปวดหัวเลยกู ฝ่ายดีกับฝ่ายร้ายในหัวตีกันหนักมากอ่ะ คือถามว่าอยากลากน้องเข้าซอกเเล้วหมับหมับให้ฉ่ำมือมั้ยก็อยาก แต่ด้วยหน้าที่การงานและปณิธานการเป็นคนดีมันก็ค้ำคอไง

“เป็นอะไร ทำไมอยากคบกับฉันนัก”

“จริงๆ อยากปล้ำคุณ แบบบดๆ แล้วกดลงไปให้ลึก” พลัมตอบ เล่นเอาพรึกนึกอยากตีให้ตาย

“ก็ ก็...คุณเข้าใจมั้ยอ่ะ ว่าคนที่จะมีรสนิยมเหมือนกันมันหาไม่ง่ายนะครับ เเล้วนี่เราสองคนดันมาสลับกล่องของอย่างว่ากัน คุณไม่คิดว่าเป็นพรหมลิขิตที่คิวปิดกำลังเเผลงศรใส่หรอ”

นอกจากไอ้เบลคนเพ้อเจอ ในชีวิตพรึกต้องมาเจอปิศาจน้องช่างมโนอีกคนใช่มั้ย

“นี่เเยกประเด็นก่อนนะพลัม รัก กับเซ็กส์มันคนละเรื่อง และฉันไม่สามารถมีอะไรกับคนที่ไม่รักได้”

“งั้นคุณพรึกก็รักพลัมสิครับ”

พรึกอึ้งไป

There's no need to complicate 'Cause our time is short

เนื้อเพลงท่อนหนึ่งไหลเข้ามาในหัวเขาอีกครั้ง

“พลัมไม่ดีตรงไหนหรอ คุณถึงรักไม่ได้” เจ้าเด็กน้อยยังคงเรียกร้อง พรึกถอนหายใจ ด้วยช่วงวัยเเละประสบการณ์หัวหกก้นขวิดที่ผ่านมาสมัยเป็นวัยรุ่นทำให้เขาพึงระลึกเสมอว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่เพียงนึกสนุกก็คบกันได้

ทุกสิ่งที่กระทำไปแล้วมันส่งผลในระยะยาวเสมอ เหมือนตอนนี้ที่เขายังข้ามความรู้สึกผิดไม่ได้

“ไม่ใช่ว่ารักไม่ได้ แต่มันเร็วไป เรายังรู้จักกันไม่ถึงอาทิตย์เลยนะพลัม”

“แล้วชีวิตคุณยาวนักหรอ ที่ต้องทำอะไรให้มันยาก”

เมื่อก่อนเขาก็คิดแบบนั้นเเหละ เเค่นอนกับคนที่เจอกันในคลับ แล้วก็จากกันตอนเช้ามันจะยากอะไร แต่เมื่อมีบางเหตุการณ์ที่เเก้ไขไม่ได้เกิดขึ้น เขาก็รู้เลยว่า... ทุกเรื่องบนโลกใบนี้ไม่ง่าย

“พลัม พูดแบบนี้คือเด็กที่คุยไม่รู้เรื่อง”

“คุณก็ไม่ชอบเด็กอยู่เเล้วหนิ ผมจะพูดรู้เรื่องมั้ยคุณก็ไม่รักอยู่ดี”

พรึกถอนหายใจ มองเด็กตรงหน้าด้วยสายตาที่จริงจังขึ้น “ไปคิดให้ดีว่าที่ทำอยู่นี่เพราะอะไร อยากเอาชนะ เล่นสนุก หรืออยากให้เรารักกันจริงๆ”

ทิ้งท้ายไว้เท่านั้น แล้วเขาก็ก้าวออกจากห้องเรียนไป ทิ้งพลัมที่เม้มปากเเน่นไว้ด้านหลัง

‘ความรัก’ มันสำคัญอะไรขนาดนั้นว่ะ 


‘มึง คืนนี้ทองหล่อมั้ย’ นิ้วไซส์มินิพิมพ์ลงไปในกลุ่มเพื่อนด้วยความหงุดหงิด นึกอะไรไม่ออกก็ชวนเพื่อนไปแดนซ์ในสถานที่อโคจรหน่อยเเล้วกัน

‘เจอกัน 2 ทุ่ม’

‘กินข้าวเเถวนั้นก่อน สี่ทุ่มค่อยไป’

‘ดีล’

พลัมเลิกเรียนตอนเย็น ก็ไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้ากับเพื่อนเเก้เบื่อ ก่อนจะเเยกย้ายกันกลับไปเเต่งตัว ช่วงที่จะไขประตูเข้าห้องตัวเองอดไม่ได้ที่จะเหล่ดูประตูห้องข้างๆ มันก็ปิดสงบเหมือนเดิม พลัมเผลอเม้มปากด้วยความหงุดหงิดอีกรอบ

คุณหมีนะคุณหมีไม่ได้ดั่งใจพลัมเลย

เขาเป็นเด็กเอาเเต่ใจเขารู้ตัว ทั้งจักรวาลเเทบจะต้องโคจรตามตัวเขานั้นเเหละ พลัมติดนิสัยนี้มาตั้งเเต่เด็กเพราะเป็นลูกชายคนเล็กที่อายุห่างกับพี่สาวเป็นสิบปีจึงมีเเต่คนโอ๋ แถมตอนเขาเกิดคุณเเม่ก็เสียด้วยทุกคนเลยโอ๋เขามากขึ้นไปอีกเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าขาดความรักจากเเม่ มาถึงตอนช่วง ม.ต้นพี่สาวเขาประสบอุบัติเหตุและจากไปก่อนวัยอันควร ตามด้วยคุณพ่อที่ร่างกายทรุดโทรมจากการตรอมใจ และจากไปด้วยอีกคน ช่วงม.ปลายพลัมเลยต้องไปอาศัยอยู่กับครอบครัวญาติฝ่ายพ่อเเทน มันทำให้เขายิ่งต้องเข้มเเข็งเเละอยู่ได้ด้วยตัวเอง เมื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ญาติก็นำเงินมรดกของคุณพ่อมาซื้อคอนโดให้เขาตามความประสงค์ที่แจ้งว่าอยากเเยกออกมาอยู่คนเดียว

พลัมชอบที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้ดี และทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวเขาตามต้องการ

ยกเว้นเสียเเต่ ‘คุณหมี คุณพรึกนิสัยไม่ดี ทำไมต้องขัดใจเขาขนาดนี้ด้วยนะ!!’

พลัมกระเเทกประตูเข้าไปในห้อง เเล้วอาบน้ำดับความรุ่มร้อนในใจ เมื่อซับตัวเเห้งดี ก็เดินตัวเปลือยเปล่าออกมาหยุดยืนหน้ากระจก เขาหมุนตัวเช็กหุ่นตัวเองเหมือนที่ชอบทำก่อนเเต่งตัวทุกครั้ง ส่วนสูงกำลังดีไม่ได้เก้งก้าง เนื้อตัวดูนุ่มนิ่มไม่ผอมจนมีกระดูกส่วนไหนปูดโปนออกมาให้น่าเกลียด จุดบนอกเป็นสีชมพูรับกับฐานสีเข้ม หน้าท้องเขาเรียบเเบน มีสะดือทรงอัลม่อนด์สวย พลัมยกแขนขึ้นยืดตัวนิดหน่อย พลางจ้องมองสะดือตัวเองที่ยืดตาม เขาชอบที่รูปทรงมันเป็นเเบบนี้ เขาชอบช่วงท้องของตัวเองที่มันดูเซ็กซี่รับกับกระดูเชิงกราน และส่วนอวัยวะเพศที่ขนาดกำลังดี แถมยังมีสีอ่อนดูสะอาดตา พลัมย้ิมชื่นชมกับร่างกายตัวเอง ก่อนจะหันดูด้านข้างบ้าง ช่วงเอวเขาบางๆ รับกับก้นกลมกลึงและต้นขาที่เรียกว่าเรียวยาวน่ามอง พลัมหันหลัง ขยับสะโพกเข้าใกล้กระจกกว่าเดิมเเล้วมองก้อนเนื้อดึ๋งดั๋งเหมือนซาลาเปาลูกใหญ่ของตัวเอง เขาชอบที่มันเรียบเนียนและอมสีเลือดฝาดดูสุขภาพดี พลัมภูมิใจกับรูปร่างสุดเพอร์เฟคของตัวเอง แล้วก็อดไปได้จะเเหวกส่วนซ่อนเร้นสีชมพูอ่อนที่มั่นใจว่าใครเห็นเเล้วก็ต้องอดใจไม่ไหว

พลัมเเก้มเเดงเมื่อคิดว่าใครคนนั้นน่าจะเป็นคุณหมีข้างห้อง ร่างเล็กบิดแก้มตัวเองที่คิดเพ้อเจ้อแล้วหันมาดูหน้าตัวตัวเองต่ออีกหน่อย

ใบหน้าเขาออกไปทางหวานน่ารัก คงได้คุณเเม่มามากหน่อย เเต่นิสัยพลัมก็ห้าวๆ และลามกตามประสาเด็กผู้ชายทั่วไปนั่นเเหละ ไม่ได้อ่อนหวานอ่อนโยนเหมือนเลดี้ที่ต้องมีใครมาดูเเลนักหนา

ส่วนเรื่องที่เขาไม่ได้ชอบผู้หญิงนั่นเป็นรสนิยมที่เริ่มชัดมาตั้งเเต่ตอนอยู่มัธยมเเล้ว เเละเพราะหน้าตาเเละรูปร่างที่เหมาะเจาะขนาดนี้ จึงเริ่มชอบการเเต่งตัวคอสเพลย์แบบต่างๆ เลียนเเบบสื่อญี่ปุ่นด้วย

แล้วเหมือยชีวิตมาถูกทาง เพราะเมื่อเข้ามหาวิทยาลัยก็มีนายหน้านามว่า ‘เจ้’ ที่เป็นพี่บัณฑิตคณะเดียวกันชวนให้มาทำงานพิเศษ ถ่ายรูปรีวิวสินค้าเพจน้อง พลัมเลยรู้ดีว่าตัวเองมีความสุขกับอะไร

แล้วมันก็โชคดีมากที่ได้เจอคนที่เอ็นจอยกับเด็กผู้ชายที่เป็นคอสเพลเยอร์ ถึงเเม้ว่าคุณหมีจะยังไม่ยอมรับใจตัวเองก็เหอะ

ฮึ่ย!! ทำไมเอาเเต่คิดถึงคนใจร้ายเเบบนั้นได้นะ พลัมอ่อยจนหมดหน้าตักแล้วคุณเขาก็ไม่สนใจเลย แถมยังดุพลัมเสียเหมือนเป็นเด็กเล็กๆ ที่ไม่รู้ความอีก

พลัมไม่รู้จักความรัก ก็มาสอนสิ!! 

มือบางกระเเทกบานสไลด์ตู้เสื้อผ้าด้วยอารมณ์กรุ่นๆ อีกครั้ง หลังบานกระจกขนาดใหญ่อัดเเน่นด้วยเสื้อเเละกางเกงเเฟชั่นนำสมัยมากมาย พลัมเลือกเสื้อเชิ้ตขาวตัวโคร่งๆ มาตัวหนึ่ง กับกางเกงยีนส์ที่ขาดเยอะถึงขั้นอยากจะเอ่ยปากว่า ขาดขนาดนี้ก็ไม่ต้องใส่ไปเลยมั้ย เห็นไปหมดแล้วตั้งเเต่ขาอ่อนลงมาจนเกือบถึงข้อเท้า หยิบเอาเข็มขัดเเบรนด์เนม เเละกระเป๋าคลัทมาเลือกถือให้เข้ากัน พลัมมีเงินซื้อสินค้าราคาเเพงบ้าง เพราะเงินมรดกที่พ่อทิ้งไว้ให้ และอาชีพรีวิวสินค้าในเพจน้องนั้นเเหละ

เมื่อใกล้เวลานัด เขาก็โทรเเจ้งให้เจ้าหน้าที่คอนโดเรียกเเท็กซี่เข้ามาให้ ร่างโปร่งดูดีเช็กสภาพตัวเองที่กระจกอีกครั้งก่อนจะเดินออกมานอกห้อง ดวงตาไม่รักดีก็คอยเเต่จะเหลือบเเลไปห้องข้างๆ คุณเขาจะคิดมากเหมือนเขาบ้างมั้ยนะ ออกตัวไปชัดขนาดนั้น ทั้งวิ่งตาม ทั้งงอเเงใส่ ทำไมถึงใจเเข็งนักก็ไม่รู้ พลัมถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วบอกตัวเองให้เลิกสนใจ ขาเรียวก้าวฉับ ไปยังโถงลิฟต์ แล้วบังคับสมองให้คิดไปถึงเมนูอาหารที่จะสั่งเมื่อถึงร้ายซูชิที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ผับดังดีกว่า



“เอ้าชนหน่อยเว้ย” เสียงเบลชายหนุ่มหน้าตี๋ขัดกับชื่อที่ยุโรปมากดังขึ้นกลางกลุ่มของหนุ่มใหญ่วัยขึ้นต้นด้วยเลขสามที่รวมตัวกันอยู่รอบโต๊ะ VIP บนชั้น 2 ของผับดัง หนึ่งในกลุ่มหนุ่มหล่อที่นั่งรวมกันอยู่นี้เป็นหุ้นส่วนของร้านนี้ด้วย จึงสามารถมีที่นั่ง VIP รองรับได้ในทันทีเเม้เวลาที่ตัดสินใจจะรวมตัวกันมันเกือบจะห้าทุ่มเเล้วก็ตาม

“เหมือนกูส่งลูกจบปริญญาตรีได้สำเร็จ วันนี้เสือพรึกคืนรัง”

“เอ้าชน!!!” เบลที่เอะอะหาเรื่องหมดเเก้วครึกครื้นเป็นพิเศษ มันตรงตามที่แคมป์ ผู้บริหารหนุ่มจากบริษััทอสังหาชื่อดังบอก นานๆ ทีจะเห็นพรึก อดีตคาสโนว่ามที่ถอดเขี้ยวเล็บจำศีลจะออกมานั่งส่องเด็กมหา’ ลัย ยักย้ายส่ายเอวเบียดเสียดเนื้อตัวกันในสถานบันเทิงยิดฮิตของวัยรุ่นเเห่งนี้

“เเล้วเมียมึงไม่ว่าหรอ ออกมาดึกๆ แบบนี้”

“ทะเลาะกันจนเบื่อ โอนเงินค่ากระเป๋าใบใหม่ไปให้เเล้วเลยเงียบไปหน่อย”

“แฮปปี้ใช่มั้ยมึง” เบลเยี่ยมคือคนเสือกที่หมู่บ้านต้องการ ถามอะไรตรงประเด็นไปหมด

“ไม่เเฮปปี้เเล้วไงว่ะ ม๊าป๊ากูต้องการให้กูมีลูกกับคนนี้เท่านั้น” แคมป์ทำหน้าเซ็งเเล้วซดเเชมเปญรวดเดียวเกือบหมดเเก้ว ลูกหลานตระกูลที่มีธุรกิจพันล้านส่วนใหญ่ก็เป็นเเบบนี้เเหละ

“โดยที่ม๊าป๊ามึงไม่รู้เลยว่าเค้าไม่อยากท้องเพราะกลัวเสียหุ่น” พันวาพูดบ้าง เรื่องคู่หมั้นที่ถูกบังคับเเต่งตั้งเเต่หลายปีก่อนของเพื่อนในกลุ่มอย่างเขาก็พอรู้มาบ้าง

“เลิกคุยเรื่องบ้านกูเหอะ คืนนี้เสือพรึกออกล่าเหยื่อทั้งที มาเล็งเหยื่อเด็ดๆ กันดีกว่า” แคมป์เปลี่ยนเรื่อง แล้วหันไปยักคิ้วใส่หนุ่มโสด ผู้ครองตัวอยู่ในศีลในธรรมตั้งเเต่กลับมาจากลอนดอนเมื่อเกือบสิบปีก่อน

“ยังไงมึงพรึก พร้อมออกศึกมั้ยคืนนี้” พันวาหุ้นส่วนของผับดังถาม

“มีเเต่เด็กๆ มั้ยพวกมึงเดี๋ยวก็เข้าคุกกันหมดหรอก”

“เข้าผับกูได้ก็ 20+ แล้วมั้ย ปลอดภัยไร้ข้าวผัดและโอเลี้ยง”

“ซึ่งจริงๆ 30+ อย่างพวกมึงไม่สมควรได้รับอนุญาตให้เข้ามา เสียลุคผับกูหมด การ์ดตรวจยังไงว่ะ” พันวาตบมุขเองเเล้วก็หัวเราะขำ พรึกฟังเเล้วค่อยหัวเราะตามได้หน่อย วันนี้ที่เขาออกปากชวนเพื่อนๆ มานั่งดื่มก็เพราะมีเรื่องกวนใจจะปรึกษานั้นเเหละ

ดวงตาของพลัม หรือนายปภาวินท์ นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ปี 3 เขาจำชื่อมันมาจากใบลงทะเบียน ตาของพลัมปกติจะสดใสสุกสกาวเหมือนพ่อเเม่เเอบเติมดวงดาวบนท้องฟ้าลงไปตอนที่มีการปฏิสนธิในท้อง แล้วก็เลี้ยงให้เติบโตมาอย่างจิ้มลิ้มน่ารัก เเต่วันนี้เขากลับทำให้ดวงตาใสๆ นั้นขุ่นมัวไปด้วยน้ำตา เขาไม่รู้ว่าพลัมรู้รึเปล่าว่าตัวเองร้องไห้ เเต่เขาเห็นว่ามีเม็ดน้ำกลมกลิ้งอยู่ในดวงตาคู่นั่น เเละเขาก็ไม่ชอบเอาเสียเลย สายตาผิดหวังเหมือนโลกพังของพลัมทำให้ตลอดบ่ายเขาไม่มีสมาธิสอนเลย หนักถึงขั้นโทรหาเบลเย่ียมเพื่อนัดมันมาดื่ม เเต่กลับได้มาครบเเก๊งมีเเคมป์ และพันวาที่สนิทกันตั้งเเต่ตอนไปเรียนอังกฤษมาด้วย

ที่จริงคือไอ้เบลมันประหยัดค่าแอลกอฮอล์ไง ไอ้พันเปิดโต๊ะก็ลงบิลชื่อมันไม่ต้องจ่ายให้ระคายกระเป๋า

“อ่ะ หนักใจอะไรไหนเล่า” เบลเปิดบทสนทนาให้ หลังจากนอกเรื่องไปเกือบชั่วโมงเเล้ว

“มึงว่ากูมีความรักได้ป่ะว่ะ”

แคมป์สำลักเเชมเปญจนไอโขล่ก พันวาก็เเทบพ่น DOM PERIGNON มูลค่าขวดละห้าหลักออกมาใส่หน้าไอ้เบล

“เชี่ยยิ่งกว่าเสือคืนถิ่น คือมึงจะเลิกจำศีลแล้ว” เจ้าของผับแหกปากเเข่งกับเสียงเพลงด้านล่าง

“เเต่น้องเเม่งเด็กหวะ”

“เชี่ยสายน้องด้วยหรอว่ะ ไม่เสียเเรงที่กูส่งวาร์ปไปประตูนรกให้มึงเสพมาร่วมปี” เบลเยี่ยมนี่เเทบลุกขึ้นมานั่งเบียดพรึก เพื่อให้การเสือกได้อรรถรสเพิ่มขึ้น “แล้วน้องเเบบไหนว่ะมึง เเบบ...” หนุ่มตี๋ชะโงกลงไปดูด้านล่างที่เห็นเด็กน้อยจำนวนมากกำลังโยกตัวไปมาตามบีทหนักๆ ของดนตรี EDM

สายตาเเหลมคมของสมาชิกเเก๊งคาสโนว่าวัยเก๋า แม้เเสงในนี้จะน้อยมาก แต่ช้างเผือกก็จะไม่มีทางหลุดรอดสายตาพี่เขาไปได้

“น้องเเบบคนนั้นมั้ยมึง” เบลสะกิดให้เพื่อนที่จำศีลมานานเกือบสิบปีชะโงกดู เด็กน้อยตัวผอมๆ บางๆ ในเสื้อเชิ้ตสีขาว สุดยอดชุดเซ็กซี่อันดับหนึ่งในโพลชายไทย

น้องกำลังน้วยเอวจนเบลเองต้องควักผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดน้ำลายที่ปาก

“เหี้ยเอ้ยเซ็กซี่มาก พรึก เรื่องหนักใจมึงพอสไว้ก่อนได้มั้ย กูอยากไปขยับเอวเป็นจังหวะเข้าสุด ออกสุดกับน้อง”

“เหี้ยเบล เหี้ยถาวรจริงๆ มึง” เเคมป์ตะปบไหล่คนเตรียมชิ่ง

ร่างสูงมองตามปลายนิ้วของเพื่อนสนิทแล้วก็เงียบไป ถ้าสายตาเบลจะดีพิเศษ สมองของพรึกก็เป็นเลิศไม่เเพ้กัน มองเห็นเเค่รูปร่างระยะไกลเขายังรู้เลยว่าน้องที่ไอ้เบลชี้ชื่ออะไร เสือซ่อนเล็บอย่างพรึกยกโทรศัพท์ขึ้นมาปล็ดล็อก เขาลังเลเล็กน้อยว่ามันสมควรที่จะใส่ใจเรื่องส่วนตัวกันมากขนาดนี้มั้ย เเต่ความ ‘เป็นห่วง’ ที่พุ่งพล่านเหมือนตัวเองเป็นผู้ปกครองของเจ้าเด็กนั้นก็กระตุ้นเร้าให้กดเข้าแอพพลิเคชั่นที่มีคอนเเทคของพลัม

‘อยู่ไหน’

อ้อมโลกเข้าไว้ไอ้พรึก!

โทรศัพท์ในมือสั่น จนเด็กน้อยที่กำลังเมามันส์อยู่กับบีทหนักต้องยกขึ้นมาดู ตาโตเบิกกว้างเเล้วส่ายหน้า เมาถึงขั้นเห็นว่าคุณพรึกไลน์มาหาได้ยังไง ยิ่งเห็นเเบบนั้นพลัมยิ่งสะเทือนใจซดเเก้วเหล้าผสมเข้าไปทีเดียวหมดเเก้ว

ฮือ! กูจะเเรด กูจะเต้นยั่ว กูจะมีหลัวคนใหม่

เสียงเฮลั่นจากกลุ่มพลัมเรียกสายตาคนในผับได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงกลุ่มของพรึกที่เกาะกระจกดูจากชั้นสองด้วย

“เด็ดสัส อกหักมาป่าวว่ะซัดเอาๆ ย้อมใจ เห็นเเล้วอยากลากน้องออกไปปลอบเลย”

“เหี้ยเบล พูดอะไรระวังปากหน่อย”

“พรึก มึงหัวร้อนอะไรเนี่ย”

เพื่อนตัวโตไม่ตอบ เเต่คิ้วเข้มที่ขมวดยุ่งเหยิงกลับทำให้หนุ่มตี๋เบิกตากว้าง

“เหี้ยพรึก อย่าบอกนะว่า น้องยังเด็กที่ทำให้เสือจำศีลอย่างมึงว้าวุ่นคือ..” เบลหันมามองสลับกันระหว่างหน้าเพื่อน เเละเด็กน้อยข้างล่าง

“เออ...คนนั้นเเหละ”

“เชี่ย เอาได้มึง เอาได้เลยน้องไม่ท้องคนนี้อ่ะ”

พันวาตบหัวเพื่อนเบลไปอีกหนึ่งที “ใจมึงนี่ก็มีเเต่เรื่องจัญไรนะครับ”

“อ่าว ก็ทุกวันที่เพื่อนมึงบำเพ็ญตนอยู่ในถ้ำก็เพราะกลัวไปทำผู้หญิงท้องอีกไง คราวนี้ถ้ามึงจะเอากับน้องคนข้างล่างอ่ะ ยังไงก็ปลอดภัยชัวร์”

แคมป์ตบหัวเบลเยี่ยมสมทบไปอีกหนึ่งทีในฐานะที่ใจเลวเกินจะรับได้

“ไอ้พรึกมันก็ถามอยู่ว่ารักได้มั้ย มึงนี่ก็มุ่งมั่นให้มันใช้อาวุธลับกับน้องเค้าจังว่ะ”

“โอ้ย ไอ้พวกมือถือสากปากถือศีล จะเป็นคนดีกันไปไหนว่ะเนี่ย รู้ๆ กันอยู่ว่าใจอ่ะหวังฟัน ใช่มั้ยพรึก เอ้า..เหี้ย ไอ้พรึกหายไปไหนเเล้ว”

เพราะพวกเขาสามคนเกาะขอบกระจกระเบียงชั้นสองมองลงไปด้านล่าง จึงไม่เห็นว่าเพื่อนอีกคนเดินหายไปตอนไหน

“นู่น อยู่ข้างล่าง” พันวาสะกิดให้มองตาม พรึกรูปร่างสูง และตัวหนาเพราะออกกำลังกายเป็นประจำ หน้าตาก็สามารถเป็นนายเเบบได้สบาย เพียงเเต่เจ้าตัวชอบหาเเว่นหนาๆ มาสวมเพื่อลดความฮอตในตัวลงเท่านั้น แล้วพอมาเที่ยวเเบบนี้ที่ต้องเเต่งตัวให้เข้ากับสถานที่ สลัดเเว่นคุณครูทิ้ง ขับลุคเเบดบอยที่เก็บงำไว้มันก็ปะทุออกมาอย่างปิดไม่มิด บวกกับอายุที่เลยช่วงวัยรุ่นมาเเล้วยิ่งเสริมให้อีกฝ่ายดูสุขุมน่าเชื่อถือ ทำให้เป็นจุดเด่นได้ไม่ยาก การันตีได้จากสายตาสาวๆ ที่หันมองพรึกกันให้ควัก

“มึ๊งงงง ใครว่ะหล่อเหี้ย” ไม่เว้นเเม้เเต่กะทิ สาวน้อยในกลุ่มนักศึกษายังต้องหันไปสะกิดพลัมยิกๆ

พลัมเห็นเเล้วก็ทำเป็นเมิน ตอนเเรกก็ตกใจหรอกว่าเจอคุณพรึกที่นี่ เเต่บอกเเล้วว่าคืนนี้เขาจะเเรด เขาจะยั่ว เขาจะอ่อยเรี่ยอ่อยราด ถ้าคุณพรึกยังถือศีลได้อยู่อีกก็ช่างเเม่งคุณพรึกเเล้ว

และไอ้หนุ่มลูกครึ่งข้างๆ นี่เเหละที่ต้องตกเป็นเหยื่อสนามอารมณ์ของเรา คิดเเล้วก็หันไปกอดคออีกฝ่ายหมับ เบียดกระเเซะตัวเข้าไปใกล้ เต้นบดๆ ให้เเม่งขาดใจตายไปเลย

เพลงเเม่มาช่ามา!!

พรึกเดินดุ่มๆ เข้าไปหาเจ้าเด็กดื้อที่ทำให้เขาขาดสติโดยไม่สนใจเสียงรอบตัวสักนิด คว้าหมับเข้าให้ที่ข้อมือ

“พลัม เมาเเล้วกลับบ้าน”

“กรี๊ดใจเเม่” เบลเยี่ยมที่วิ่งตามเพื่อนลงมาด้วยกรีดร้อง

“เบล อย่าตุ๊ด” เเคมป์เอามือปิดปากเพื่อนเเทบไม่ทัน ที่จริงเบลเยี่ยมมันก็เเมนๆ ชอบกินเด็กนี่เเหละ แต่ออกจะทะลึ่งทะเล้นโอเว่อร์เเอคติ้งเรียกเสียงฮาไปหน่อยเท่านั้น

กลุ่มคนหล่อสี่คนที่ปรากฎตัวขึ้นกระทันหันทำให้รอบบริเวณนั้นเเตกฮือ เเล้วสะกิดนิ้วกันเป็นทอดๆ เพื่อต่อยอดความใส่ใจว่าผู้ชายเหล่านี้เป็นใคร ทำไมเล็งกันตั้งนานถึงไม่เห็น

“พลัมครับ!” พรึกไม่ได้สนใจเสียงอื่นๆ เขาโฟกัสที่เด็กน้อยเเก้มเเดงตาหวานเชื่อมเท่านั้น

“คุณพรึก!!”

“ใช่”

“อาจารย์สวัสดีค่ะ /ครับ” ทั้งกลุ่มพลัมมารยาทดีทันที กะทินี่ไหว้ย่อเเทบถึงพื้นไม่นึกว่าครูเนิร์ดๆ ที่ตั้งใจสอนสไลด์ในห้องจะกลายเป็นลุค ดุมาก แบดบอย พระเอกร้อยฟิค ได้ขนาดนี้

“นักศึกษาอย่ากลับดึกนะครับ พึ่งวันจันทร์พวกคุณก็ดื่มหนักกันขนาดนี้ วันพรุ่งนี้ร่างกายจะพร้อมรับความรู้ได้ยังไงพ่อเเม่ส่งมาให้เรียนนะครับไม่ใช่มาเที่ยวเตร่ ถ้าจะเที่ยวผมเเนะนำให้เป็นคืนวันศุกร์หรือวันเสาร์ดีกว่า จะได้มีเวลาพักผ่อนให้ร่างกายพร้อมไปเรียนครบทั้ง 5 วัน”

“ในผับ มึงยังเทศนาเด็กได้ กูยอมใจอาจารย์พรึก” เบลเยี่ยมที่ยืนกอดอกดูเชิงอยู่กับเพื่อนอีกสองคนเปรย

“พลัม เมามากแล้ว กลับบ้านกับคุณพรึกนะครับ”

“โอ้ยใจบาง เกรี้ยวกราดกับทุกคนแต่อ่อนโยนกับเธอคนเดียว”

“เบลมึงพล่ามเหี้ยไรเนี่ย” พันวาตบหัวเพื่อนตัวเอง

“กูพากย์เพื่ออรรถรส คนอ่านเค้าไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เค้าไม่เห็นหรอกว่าเพื่อนพรึกของเราสายตาอ่อนโยนกับน้องขนาดไหน”

“กูยังไม่เห็นไอ้พรึกเกรี้ยวกราด”

“มึงไม่เห็นหรอ น้องผู้หญิงน้ำตาไหลเเล้ว กูว่าน้องอายอ่ะเเม่ง มาเที่ยวทั้งที่เจออาจารย์เทศไปกัณฑ์ใหญ่”

“นอกจากอายุจะเกินเเล้ว ยังจะทำผับกูเจ๊งด้วยมั้งเพื่อนพรึก ถ้าน้องเค้าไม่กล้ามาเที่ยวอีกทำไงว่ะ” พันวาเริ่มเห็นด้วยกับเบล เเล้วก็ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าต่อ ร่างสูงๆ ที่ดูฮอตเว่อร์เดินฝ่าวงเด็กๆ เข้าไปคว้าข้อมือเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักออกมาจากซอกโต๊ะ ท่ามกลางสายตาหาเรื่องของเด็กผู้ชายวัยรุ่นอีกคนที่ดูร้ายพอตัว

วางมวยเเน่ อ่ะนอกจากเทศนาเด็กในผับแล้ว อาจารย์พรึกจะทะเลาะวิวาทโชว์ด้วยมั้ย

พันวายกวอสื่อสารตัวเล็กที่เขาพกไว้ เรียกการ์ดให้เข้ามาดูเเลทันที

“คุณเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาพาน้องเขากลับ” ไอ้หนุ่มหน้าตาหล่อร้ายคว้าไหล่พรึกไว้ แล้วกระชากเสียงอย่างหาเรื่อง

พรึกถอนหายใจเเรง แล้วก้มลงไปมองเด็กน้อยที่ตัวอ่อนเพราะฤทธิ์เเอลกอฮออล์แล้วซบอยู่ตรงอกเขา

“พลัม อยากให้คุณพรึกเป็นอะไรครับ” เขาก้มลงไปกระซิบกับเด็กเมา ตาหวานๆ นั้นขุ่นขึ้นมาทันที ปากยื่นปากยาวอย่างน่าเอ็นดูสงสัยยังโกรธอยู่ไม่หาย

“พลัมโกรธคุณหมีเเล้ว พลัมไม่ให้เป็นอะไรทั้งนั้น”

“ไม่งอนได้มั้ยคะ คุณหมีมารับกลับบ้านเเล้วนี่ไง”

“นี่คือเพื่อนเราใช่มั้ย เพื่อนเราตัวจริงกลับมาแล้ว น้ำตากูไหลเเรง” เบลเยี่ยมหันไปซบหน้าลงบนบ่าธันวา เล่นเอาเจ้าของผับต้องทำหน้าเเขยงใส่

“คุณพรึก คุณพรึกหลอกพลัมรึเปล่า” เด็กน้อยงอเเงทำปากเเบะ

“คุณพรึกไม่ได้เเกล้ง คุณพรึกขอโทษ แต่คุณพรึกเห็นพลัมเมาเเบบนี้เเล้วไม่ชอบเลย”

“ทำไมครับ”

“คุณพรึกรู้ว่าพลัมไม่ได้เมาด้วยความสนุก แต่เมาเพราะกำลังเจ็บปวด”

“พลัมกอดคุณพรึกได้มั้ย”

“ตามใจเลยครับ”

เด็กตัวเล็กกอดซุกเข้ากับอกกว้าง พรึกทำอะไรไม่ได้นอกจากหันไปยักคิ้วกับเด็กอีกคนที่ตั้งท่าจะหาเรื่องเขาเมื่อครู่ การกระทำของพลัม และบรรยากาศเราสองเเม้ว่าไลฟ์ดนตรีสดบนเวทีจะดังมากก็ตามเมื่อสักครู่น่าจะเป็นหลักฐานชั้นยอดที่ทำให้รู้ได้แล้วว่าเจ้าปิศาจน้องน้อยของเขาเลือกใคร

“เพื่อนกู๊ว!” เบลเยี่ยมยังคงกรีดร้อง เเม้พรึกจะโอบไหล่น้องเดินออกไปแล้ว พันวาส่งสัญญาณให้การ์ดเข้าไปเคลียร์สถานการณ์ แล้วตบไหล่เพื่อนอีกสองคนเดินกลับไปที่ชั้นสอง

“สรุปพวกกูยังสำคัญกับเรื่องนี้อยู่มั้ย และสรุปไอ้พรึกยังอยากได้คำปรึกษามั้ยนะ” เบลหันไปถามเอากับเเคมป์กับพันวา

“กูว่ามันน่าจะเข้าใจตัวเองเเล้วนะ อยู่ๆ ก็พรวดพราดไปลากน้องออกมาเเบบนั้น แล้วยังเสือกเเทนตัวเองว่าคุณพรึก กูฟังแล้วจะเป็นลม เขินหวะ น้องก็ตัวเล็กๆ น่าจับปั้นก้อนกิน” แคมป์จิบแชมเปญที่ค้างไว้ต่อ

“มึงสายน้องกำลังมา น่าร๊าก กูส่งวาร์ปให้มั้ย”

“เบลลลล มึงจะพาทุกคนลงนรกไปกับมึงไม่ได้” แคมป์โวย แล้วทั้งสามก็ชนเเก้วกันอีกรอบ

“มึงว่าพรุ่งนี้น้องจะไปเรียนได้มั้ย กูคิดดีไม่ได้เลย อาจารย์พรึกจะดุนักศึกษาทั้งคืนมั้ยครับ”

“เหี้ยเบลลลล!!”



ฝั่งพรึกที่ออกจากผับ ก็เจอเข้ากับรถ BMW X5 ของตัวเองที่พันวาเเจ้งการ์ดให้เอามาจอดรอ เขาเปิดประตูให้เเล้วประคองเด็กที่เมาตัวอ่อนให้ขึ้นไปนั่ง ก่อนจะอ้อมไปฝั่งคนขับ พลัมหลับตาคงเมามากจนอยากหลับ พรึกคาดเข็มขัดนิรภัยให้น้องแล้วก็ออกรถไปนิ่มๆ

ไม่นานก็มาถึงคอนโดมิเนียมของทั้งคู่ เขาวนขึ้นไปจอดรถบนตึก แล้วประคองพลัมที่สติเหลือน้อยเต็มทีให้เดินเข้าตึก เหมือนเหล่าที่พลัมดื่มเข้าไปรัวๆ พึ่งออกฤทธิ์ น้องเมาจนเเทบเดินไม่ไหว พรึกเห็นท่าไม่ดีจึงช้อนอุ้มไว้ในท่าเจ้าสาวเเทน แม้พลัมจะเป็นเด็กผู้ชายแต่ด้วยความสูงและความหนาของกล้ามเนื้อที่น้อยกว่าพรึกมาก อุ้มน้องในท่านี้จึงเบาหวือ ทรมานน้อยกว่าที่เขายกเวทในยิมมากนัก

จากลิฟต์จะเดินมาถึงห้องของพลัมก่อน พรึกลังเลว่าควรจะส่งเจ้าปิศาจน้อยของเขาที่ไหนดี จะถามหารหัสเข้าห้องเอากับคนเมาคงลำบาก พรึกเลยใช้ความเป็นผู้ใหญ่ตัดสินใจให้ว่าจะพาน้องไปพักที่ห้องตัวเองก่อน อ่า...อุ้มเด็กเมาเข้าห้อง มันจะไปขอหลักฐานจากกล้องวงจรปิดคอนโด ร้องเเรกแหกกระเชอหาว่าเขาทำมิดีมิร้ายมันอีกมั้ยเนี่ย

ร่างสูงปัดเรื่องรำคาญใจออก แล้วใช้มือข้างขวากดรหัสเขาห้องอย่างทุลักทุเล เสียงดนตรีเบาๆ ส่งสัญญาณให้รู้ว่าประตูกำลังจะเปิดออก แล้วเขาก็เบี่ยงตัวพาน้องเข้าไป ระมัดระวังไม่ให้ศีรษะทุยๆ นั้นฟาดเข้ากับขอบประตู

เตียงหรือโซฟา เเม่งเอ้ยเลือกยากกว่าตอนคณะสอบเอ็นท์ โซฟาก็สุภาพดี แต่น้องจะนอนไม่สบาย แต่ถ้าบนเตียงมันจะดูคุกคามไปหน่อยมั้ยว่ะ

“อะอ้วก...จะอ้วก”

อ่ะ...มาเบอร์นี้ก็ไปห้องน้ำเลยลูก พรึกค่อยๆ วางขาน้องลงกับพื้น มันดูมีสติพอจะยืนได้เองแล้ว แต่ตายังปรือปรอยอยู่

“นี่ห้องคุณพรึกนะ พลัมเมาคุณพรึกเลยพามาพักที่นี้”

“อุ่ก..อุ้ก” พลัมไม่รับรู้ความเป็นสุภาพบุรุษอะไรทั้งนั้น พ่นเอาเเซลม่อนประมาณหนึ่งกิโลให้ออกมาเเหวกว่ายบนเสื้อเชิ้ตของพรึก อ่ะ...อาร์มานี่กูราคาเหลือเท่าถุงพลาสติกในตลาดเลย

“ขะขอโทษ อุ่ก!”

มาอีกลูก มาให้หมดท้อง

พลัมเเหวะเอาอาหารผสมเเอลกอฮอล์ออกมาจนหมดก็เริ่มสบายตัว เขามองอาจารย์พรึกของนักศึกษาตาปริบ เนื้อตัวคนหล่อฮอตในผับบัดนี้เต็มไปด้วยเศษอาหารส่งกลิ่นคลุ้ง

“ขอโทษครับ” พลัมเอ่ยเบาๆ กลัวพรึกจะยิ่งเกลียดตัวเองกว่าเดิม เเต่ใบหน้าร่างสูงก็ยังเรียบเฉย มีเพียงดวงตาคมๆ ที่วันนี้ไม่มีเลนส์เเว่นปกปิดจ้องมองมาเท่านั้น

“ล้างตัวเองไหวมั้ย”

“ครับ”

“ล้างหน้าล้างตาซะ จะได้นอน”

“อ่า...ครับ”

“งั้นพลัม..เอ่อพลัมกลับห้องก่อนนะครับ”

“คืนนี้จะอ้วกอีกมั้ย..”

“มะไม่รู้”

“งั้นก็นอนที่นี้สิ คุณพรึกจะได้ช่วยลูบหลังให้ถ้าอ้วกอีก”

พลัมตาโตขึ้นกว่าเดิมอีก ซึ่งพรึกมองว่ามันน่าเอ็นดู

“ขอบคุณครับ”

“รีบไปอาบน้ำเร็ว คุณพรึกไม่อยากอยู่กับกองอ้วกนานหรอกนะ” ร่างสูงว่าพลางชี้เสื้อตัวเองที่เละไม่มีชิ้นดีประกอบ

“อะเอ่อ...งั้นคุณพรึกอาบน้ำพร้อมพลัมเลยมั้ย”

พรึกมองหน้าที่ขึ้นสีเเดงเรื่อนิดๆ อย่างเอ็นดู

“ก็..ก็เผื่อพลัมยังเมาค้างเเล้วเเบบจะล้มในห้องน้ำไง คุณพรึกจะได้ช่วยจับ”

“เธอยั่วฉันอยู่รู้มั้ยเจ้าตัวเล็ก”

“พลัมไม่ได้ยั่วสักหน่อย” เจ้าตัวเล็กของคุณพรึกเถียง “พลัมเเค่ ‘อ่อย’ นิดๆ เอง”

“เธอกำลังล้อเล่นกับสัตว์ร้ายในตัวฉัน”

“พลัมไม่ได้ล้อเล่นนะ เพราะถ้าคุณพรึกจะทำอะไรพลัม พลัมก็ยอม พลัมเป็นเเค่กระต่ายตัวเล็กๆ จะสู้คุณหมีตัวใหญ่ร้ายกาจอย่างคุณได้ไง”

“พลัมกำลังน่ารักใส่คุณพรึก”

ปิศาจน้อยของพรึกยิ้มหวานอย่างเอียงอายที่ถูกเอ่ยชมซึ่งๆ หน้า ฝ่ามือใหญ่จึงเอื้อมไปสอดประสานที่ร่องนิ้วเล็กๆ นั้นก่อนจะจับจูงเข้าไปในส่วนของห้องน้ำ

พรึกถอดเสื้อของตัวเองก่อน พลัมมองตามท่วงท่าที่ปลดกระดุมที่ทำอย่างเชื่องช้าเเต่ดูดี ร่างสูงใหญ่ดึงเสื้อออกจากลำตัว เผยมัดกล้ามสวยภายใต้ร่างกายใหญ่โต และกางเกงยีนส์ทรงสวยของพรึกก็เลอะเช่นกัน พลัมมองตามฝ่ามืออีกฝ่ายที่ปลดซิปกางเกงลงช้าๆ แล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำลาก วีไลน์ของคุณพรึกวิ่งหายไปในขอบกางเกงในไม่ต้องเดาก็รู้ว่าจุดจบมันคืออะไร ไม้เรียวยักษ์ใหญ่ของคุณครูที่ขนาดว่ามันนอนสงบยังโป่งนูนเป็นลำขนาดนั้น

พลัมเเก้มเเดงขึ้นอีกแล้ว พรึกยิ้มล้อเด็กลามกที่เเอบดูร่างกายของคนอื่นเเล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ ยื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวให้บ้าง สาปเสื้อค่อยๆ เเบะออก พรึกดึงมันให้กว้างจนสามารถหลุดออกจากไหล่บางได้ช้าๆ เนินเนื้อสีขาวละมุมทำเอาสายตาพรึกพร่าเลือนไปชั่วขณะ จุดเล็กๆ อมชมพูเเข็งเป็นตุ่มไต อาจจะเพราะอากาศที่หนาวขึ้นกระทันหัน หรือไม่ก็เจ้าเด็กไม่ดีกำลังมีอารมณ์เพราะเห็นสรีระแบบกัปตันอเมริกาของเขา

พรึกมองใบหน้าพลัมที่เเดงซ่านเหมือนกุ้งต้มเข้าไปทุกที น้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พรึกยิ่งนึกเอ็นดูเเละอยากแกล้ง เขาครอบริมฝีปากลงบนตุ่มไตนั้น น้องตัวสั่นด้วยความไร้เดียงสา พรึกได้ใจเขาตวัดลิ้นเลียเเรงๆ สลับกับดูดจูบให้เกิดเสียงหยาบคายลั่นไปทั่วห้องน้ำเเคบๆ

“คะ..คุณพรึก”

พลัมส่งมือมายันช่วงไหล่กว้างให้ถอยห่างออกไปหน่อย

“ไม่ชอบหรือคะคนดี”

“พลัม..อื้อ...พลัมจะขาดใจ”

“ไม่เป็นไร คุณพรึกไม่ทำให้หนูขาดใจตอนนี้หรอกค่ะ”

“อื้อ คุณพรึก คุณพรึกร้ายกาจ”

พรึกลงเเรงเข้าไปอีกนิด เท่านั้นเด็กน้อยก็ผวากอดรอบศีรษะเขาไว้เเน่น

“เด็กไม่ดี ทำแบบนี้หมายความว่าจะไม่ให้คุณพรึกขยับไปไหนเลยใช่มั้ย”

“มะไม่ใช่” พลัมส่ายหน้ารัว เขาไม่รู้จะจัดการกับตัวเองยังไงดี เพราะทุกครั้งที่ความเปียกชื้นนั้นสัมผสลงบนยอดอก ร่างกายเขาก็ร้อนขึ้นทุกที

“งั้นปล่อยคุณพรึกก่อนสิ แล้วคุณพรึกจะทำให้หนูรู้สึกดีกว่านี้”

เด็กน้อยพยักหน้าเชื่อฟัง พรึกเลยก้มลงไปจัดการกางเกงยีนส์ขาดเยอะชนิดที่ว่าเห็นแล้วหงุดหงิด เขาปลดซิปดึงมันให้ร่วงไปกองตรงข้อเท้า เเล้วลูบไล้ฝ่ามือลงไปบนกางเกงในผ้าสีขาวสะอาดตา

“ทำไมวันนี้ไม่เป็นลูกไม้ตัวนั้นคะ”

“คะคุณพรึกชอบหรอครับ”

“ชอบที่เห็นหนูพลัมใส่”

“คุณพรึกร้ายกาจอีกแล้ว”

“เเต่คุณพรึกชอบตอนได้ถอดมากกว่า”

“คุณพรึกง่ะ!” พลัมฟาดไหล่เขาอย่างน่าเอ็นดู พรึกหัวเราะในลำคอ แล้วรวบเอาสะโพกคนตัวเบาให้ขึ้นไปนั่งบนเคาร์เตอร์อ่างล่างหน้า เขาก้มลงไปจูบทักทายส่วนกลางลำตัวที่ดูน่ารักนั้นเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เกี่ยวมันลงเเละเห็นว่าเจ้าหนอนน้อยเด้งออกมาพร้อมสู้งาน

“รู้สึกขนาดนี้เเล้วหรอคะ เด็กไม่ดี...”

ผั๊วะ!!! 

“กากพรึก!!!” 

ร่างสูงมึนงงไปชั่วขณะ หนอนน้อยของหนูพลัมฟาดปากเขาเเรงขนาดที่เลือดกลบเลยหรอว่ะ ยกหลังมือขึ้นมาเช็ดเลือดพร้อมขยับกรามในปากให้เข้าที่โชคดีที่เเค่กระพุ้งเเก้มด้านในเเตกไม่ใช่ฟันหลุด แข็งอะไรขนาดนั้นคะหนูพลัม

“คุณพรึก!!” 

ครั้งแรกน่าจะเป็นเสียงไอ้เบล ครั้งที่สองนี่พอลืมตามองชัดๆ ก็เห็นว่าเป็นหนูพลัม...แล้วพอมองเลยไปข้างหลังก็เป็นไอ้หนุ่มที่หน้าตาพร้อมบวกมาก หูเขาเริ่มหายวิ้งค์แล้วได้ยินเสียงเพลงจากบนเวทีชัดเจน

เหี้ยเเล้วไงไอ้พรึก...เหตุการณ์ในหัวเขามันนานมาก ทั้งที่ในความเป็นจริงมันพึ่งผ่านไปเพลงเดียว หนูพลัมที่เขินอายในห้องน้ำมันมีจริงที่ไหน

“ยูถอยไป ไอจะต่อยมันอีกหมัด”

ไอ้หนูพร้อมบวกกระชากไหล่พลัมออก เเล้วเตรียมคร่อมลงมาตั๊นหน้าเขาอีกรอบ ดีที่พรึกคว้าหมัดมันไว้ได้ทัน แล้วบิดพลิกจนอีกฝ่ายร้องโอดโอย หมัดเเรกที่มันได้เลือดจากเขาคงเป็นเพราะมัวเเต่มโนมากไปหน่อย ครั้งนี้พอได้สติจึงป้องกันตัวได้บ้าง พรึกผลักไอ้เด็กเวรที่เขาเห็นว่ากำลังม่อเจ้าปิศาจน้อยของเอาจนเซไปด้านหลัง การ์ดของไอ้พันวามาล็อกตัวไว้พอดี

เขาเองก็ไม่อยากมีเรื่องมาก เดี๋ยวจะเสียประวัติเลยหันไปสนใจตัวต้นเหตุที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ เเทน

“กลับบ้านได้หรือยัง”

พลัมตาโตเชิดหน้าขึ้นด้วยยังมีความน้อยใจอยู่ “มีสิทธิ์ไรมาสั่งพลัม!!”

“ฉันเป็นอาจารย์”

“ที่นี่นอกมหาวิทยาลัย”

“เป็นคนข้างห้อง กลับด้วยกันประหยัดน้ำมัน”

เหตุผลเหี้ยไรของมึงว่ะพรึก

“ไม่กลับ!!”

“ทำยังไงถึงจะยอมกลับ”

“พลัมเชื่อฟังเเค่พั่ว”

“พั่วทูนหออ่ะนะ”

“เออ เอ้ยครับ!”

“ถ้ากลับตอนนี้ จะยอมคุยดีลด้วยก็ได้”

“คุณพรึกอย่าหลอกพลัมนะ”

“ไม่หลอก”

คราวนี้พลัมถึงกับกลั้นยิ้มไม่อยู่ ยอมพยักหน้ายื่นมือออกไปให้อีกฝ่ายจูงออกไปจากวงล้อมของกองเชียร์ สงสัยเเค่เรื่องผัวเมียทะเลาะกัน ละครจบเเล้วเเยกย้าย


“ถ้าจะเร่ิมคุยกันอย่างจริงจัง ต้องสัญญาก่อนว่าจะคุยกับฉันเเค่คนเดียว”

“ดีล”

บทสนทนานี้เริ่มต้นขึ้นตอนประมาณตีหนึ่งกว่าในรถของพรึกที่มือซ้ายถือน้ำเเข็งประคบแก้ม มือขวาประคองพวงมาลัย เขาพึ่งพาเจ้าปิศาจน้อยไปกินข้าวต้มรอบดึกที่ร้านอร่อยเส้นสุขุมวิทเสร็จ แล้วขับรถกลับคอนโด

“ห้ามถ่ายรูปเซ็กซี่ลงเว็บอีก”

“ไม่เซ็กซี่สักหน่อย”

“เห็นแก้มก้นไม่เซ็กซี่ได้ไง”

“คุณพรึกแอบดูรูปพลัมหรอ แล้วไหนบอกว่าไม่ชอบ กิ๊วๆ ผู้ใหญ่ขี้โกหก”

“พลัม!!”

“คุณพรึกน่ารัก เหมือนคุณหมีตัวโตๆ ที่ทึ่มๆ ขี้อายเเต่ใจดี”

พรึกกรอกตาบน เขาไม่รู้คิดถูกหรือผิดที่ยอมคุยกับเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานเเบบนี้เพื่อลองพัฒนาความสัมพันธ์

“แล้วตกลงว่าไม่ถ่ายได้มั้ย”

พลัมเม้มปาก เขาเคยวางเเผนไว้ว่าจะทำมันไปจนกว่าจะหางานที่รายได้โอเคแล้วค่อยหยุด

“คุณพรึกหวงพลัมหรอ”

พรึกเเทบกระทืบเบรกจอดลงตรงนั้น แล้วบดจูบปากมันให้เเตกช้ำเพื่อเเสดงความเป็นเจ้าของจะได้ไม่กล้าถามอะไรที่ไม่ควรเเบบนี้อีก แต่เดี๋ยวก่อนพรึก!! หยุดมโนเสียตั้งเเต่ตอนนี้ก่อนที่นรกจะเพิ่มปีการชดใช้กรรมให้มึง เดี๋ยวก็ได้อยู่นานกว่าไอ้เบลหรอก

“ถ้าบอกว่าใช่ เธอจะว่าไง”

“พลัมให้คุณพรึกถ่ายให้ได้มั้ย แล้วก็ให้คุณพรึกเลือกรูปที่คุณพรึกโอเคเเล้วค่อยส่งให้เจ๊เจ้าของเพจ”

“ทำไมดื้อ”

“พลัมไม่ได้ดื้อ เเต่มันเป็นอาชีพพลัมนะ พลัมต้องใช้เงิน”

“พ่อเเม่ไม่ให้เงินค่าขนมเเล้วหรอ”

“อ่า...พลัมไม่มีพ่อเเม่มานานเเล้ว”

“ฉันขอโทษ”

“คุณพรึก พลัมไม่ได้เศร้า ไม่ต้องทำหน้ารู้สึกผิดขนาดนั้น” เด็กน้อยยิ้มหวานให้ เล่นเอาคนที่อายุเยอะกว่าเป็นรอบใจอ่อน

“เข้าใจเเล้ว ฉันจะพยายามๆ ค่อยๆ เข้าใจพลัมนะ”

“อื้อ...เรามาค่อยๆ ทำความรู้จักกันนะครับ” 



TBC 



ไว้อาลัยแด่มโนของคนกากได้ที่  #ทฤษฎีอ่อยเธอ #แนะนำนิยายวาย 

พี่พรึกของพวกเรายังคงกากถาวร นี่ไรต์ก็นึกว่าเขาจะ So damn hot สลัดคราบหนุ่มหมีขี้เด๋อทิ้งไปแล้ว ที่ไหนได้ พ่อมโนล้วนๆ ไม่รู้จะสงสารหนูพลัม หรือพี่พรึกก่อนดีเลยค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 261 ครั้ง

329 ความคิดเห็น

  1. #321 HaeMay (@HaeMay) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 22:44
    จินตนาการคุณพรึกคือไปไกลมาก แต่ความจริงคือกากๆ คิกค้ากกก
    #321
    0
  2. #312 galepn (@galepn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 15:12
    คุณพรึกมโนเก่งหวะ5555555555556
    #312
    0
  3. #286 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 07:05
    จะคบน้องแล้วใช่ไหมคุณพรึก
    #286
    0
  4. #281 KpWiphada (@KpWiphada) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 15:16
    คืออีนี่ตั้งใจอ่านฉากมโนของคุณพรึกมาก555555555
    #281
    0
  5. วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 22:04
    เหมือนกำลังบินอยู่บนท้องฟ้าอยู่ดีๆก็โดนปืนสอยร่วงลงมา.... คุณพรึกเล่นมโนได้ใหญ่เวอร์วังมาก....
    #279
    0
  6. #275 Nninkk2130 (@Nninkk2130) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:02
    เกลียดความมโนยาวๆของคุณพรึกจริงๆ55555555555
    #275
    0
  7. #244 khunciiz (@khunciiz) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 00:59
    สงสารรีดก่อนเลยค่ะ โดนหลอกขายฝันอีกแล้ว!!!! อ่านไปใจก็ระแวงว่าอิคุณพรึกจะมโนอีกไหมแล้วใช่เลย โดนต่อยให้ตื่น 55555 แก๊งสี่คนนี่ก็ตลกไม่เบาถ้าไปเจอกับแก๊งวูฟๆน้องมิวนิคคงบันเทิงน่าดู
    #244
    0
  8. #226 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:58
    คุณพรึกคะ..มโนเก่งมากค่ะ
    #226
    0
  9. #202 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 20:13
    ดีลอีกคนจ้าอิอิ
    #202
    0
  10. #188 Cuckgakv (@Cuckgakv) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:31
    555 อ.พรึก

    มโนตลอด
    #188
    0
  11. #169 aeyrth (@aeyrth) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 20:36
    ขออนุญาตเกลียดพระเอกค่ะ!!!! 555555คนอะไรมโนเก่งขนาดนี้อ่ะโอยยยยขำเหนื่อยฮืออออออ เพ้อเจ้อเก่งใจกากเหลือเกินพ่อคุณ ชาตินี้จะได้กินน้องมั้ย555555
    #169
    0
  12. #164 bameenum (@bameenum) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 11:14
    เกลียดความหัวเราะกึกๆ...
    😝
    #164
    0
  13. #155 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 11:14

    อ้าวเลย 555555
    #155
    0
  14. #135 SandSeaSun (@babiejj) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 19:35
    เพ้อเจ้อว่ะอีคุณหมี555
    #135
    0
  15. #132 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:49

    อีคุณพรึกพาเรามโนตามเลือดแทบไหลหมดตัว ตกม้าตายตอนรู้ว่าอีพี่มันนึกเนี่ย! แม่ง!!!!! อีคนกากกกก

    คุณเบลเราว่างนะคะ เราอยากได้คุณเบลอ่ะชอบบบบ

    #132
    0
  16. #126 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:44
    พออ่านถึงฉากที่ควรตัดเข้าโคมไฟทีไร อ้าว อีคุณพรึกมันเพ้อเจ้อไปเอง5555555
    #126
    0
  17. #116 min-issaree (@min-issaree) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:34
    ที่สุดกว่าน้องพลัมคืออิพี่พรึก55555555
    #116
    0
  18. #98 _MCHAA (@_MCHAA) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 23:47
    โอ้ยถึงกับสบถ! 5555555555 อีคุณพรึกมโนไปสามแสนล้านแปด จริงๆไม่มีไรเลย 5555555555
    #98
    0
  19. #75 MeiEn_ (@kazy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 12:12
    พรึกมโนจนแบบคัตต้องมาแล้วไหม แต่อ้าว แค่มโน!!!
    #75
    0
  20. #63 ppvs_ (@ppvs_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:46
    มโนยาวมาก555555555 ฮือ ขำอะ
    #63
    0
  21. #50 mmaijii (@mmaijii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 23:26
    มโนสะเป็นเรื่องเป็นราว ยาวมาก
    #50
    0
  22. #36 [In_My_DreaM] (@i-sompannn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 17:33
    #คุณพรึกขี้มโน จะติกแท็กนี้ให้ 555
    #36
    0
  23. #20 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 02:44
    คือจารย์คะ จารมโนไปไกลถึงดวงอังคารเลยอ่ะค่ะ55555555555555
    #20
    1
    • #20-1 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 4)
      24 พฤศจิกายน 2561 / 02:45
      *ดาวก็พอ555
      #20-1