HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 6 ผู้หญิงคนนั้นชื่อ...ลินดา?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 มิ.ย. 58

บทที่ 6  

 

 

                 /ฉันมีเรียนอย่าหนีไปไหนล่ะ/

 

                ลู่หานที่จำคำสั่งของเจ้านายได้ ก็เอาแต่ถอนหายใจ เค้านั่งรอคุณหนูเซฮุนที่ร้านคอฟฟี่ชอปในมหาลัยมานานกว่าสี่ชั่วโมงแล้ว แถมด้านนอกฝนยังตกหนักอากาศก็หนาว แต่โชคยังดีที่ร้านอบอุ่น มีหนังสือให้อ่าน และแบตโทรศัพท์เครื่องหรูที่คุณหนูเซฮุนยกให้ข้อหาว่ามันตกรุ่นแล้วอีกเกินกว่าครึ่ง

 

                ร่างบางนั่งเขี่ยโทรศัพท์ดูนู้นเล่นนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อฆ่าเวลา บ้างก็หันไปหยิบหนังสือนิตยสารขึ้นมาพลิกๆ

 

                “โอ๊ยยย เบื่อโว้ยย” ลู่หานวางทุกอย่างงบนโต๊ะ พนักงานสาสะดุ้ง จ้องมองมทางเค้าอย่างตกใจ เค้ายิ้มเจื่อนหน่อยๆให้กับหล่อน ก่อนจะหันมานั่งมองทิวทัศน์ฝ่ามัวด้านนอกแทน ลู่หานที่กำลังยกกาแฟขึ้นจิบถึงกับตาโต มองวัตถุบางอย่างที่เซแถดๆ เข้ามาใกล้จะชนกับกระจก

 

                ตึ้ง!

 

                ร่างทั้งร่างชนเข้ากับกระจก จนล้มหงาย....

 

                “ว้ายยย” ลู่หานสะดุ้งเสียงร้องอย่างตกใจของพนักงานสาว เค้าลุกขึ้นยืนเมื่อได้สติก่อนจะหันไปถามพนักงานว่ามีร่มมั้ย

 

                ลู่หานออกจากร้านมาพร้อมกับร่ม เค้าเดินตรงเข้าไปหาผู้หญิงผมยาวสีดำขลับ ที่กำลังนั่งจับควานหาอะไรบางอย่างอยู่  “คุณเป็นอะไรมั้ยครับ” ลู่หานเขยิบเข้าไปใกล้ๆ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมา แต่สายตากลับจับจ้องไปมองอย่างอื่น

 

                “ขอโทษครับ คุณเป็นอะไรรึเปล่า” ลู่หานโบกมือไปมาตรงหน้าหล่อน หล่อนยกมือขึ้นโบกตาม

 

                “ขอโทษนะคะ เออ ฉันมองไม่เห็น แว่น เออ” เธอลุกขึ้นขาสั่นพั่บๆ ก่อนจะกางแขนกวาดไปมาในอากาศ นี่มันไม่ใช่คนสายตาสั้นแล้ว นี่มันคนตาบอดชัดๆ

 

                “เออ เดี๋ยวๆ คุณทำตกที่ไหน” ลู่หานเข้าไปบีบแขนเพื่อรั้งหล่อนไว้

 

                “เออ ฉันน่าจะทำตกแถวนี้” แถวนี้บ้าอะไร ไอ้ที่วิ่งมาชนกระจกนี่อย่างกับหนีอะไรสักอย่าง

 

                “แน่ใจนะว่าแถวนี้”

 

                “น่าจะแถวนี้”

 

                “เอ้า งั้นอยู่เฉยๆ เนื้อตัวคุณเปียกหมดแล้ว อยู่ตรงนี้ก่อนนะผมจะไปหาให้” ลู่หานบอกพร้อมกับสั่งชัดว่าให้หล่อนยืนอยู่เฉยๆห้ามดิ้น ก่อนที่ตัวเองจะก้าวขาลงจากฟุตบาทหน้าร้านคอฟฟี่ชอปลงไปเพื่อก้มมองหาแว่นตา

 

                “อะไรวะเนี้ย” ลู่หานหันไปมองคนที่ยืนตาปริบๆ เค้าก้มลงเก็บหนังสือที่เกลื่อนพื้น แถมยังเปียกจนไม่สามารถการได้อีก กระเป๋าดินสอสีชมพูลายหมีน่ารัก เค้าเดินไปตามทางที่มีฝนตกชุก พร้อมกับกวาดสายตามองไปด้วย

 

                “อ้ะ เจอแล้ว” ลู่หานที่เดินวนเวียนไปมา ก้มลงจะหยิบแว่นกรอบสีแดงที่นอนแอ้งแม้งอยู่ รองเท้าผ้าใบสีดำคู่คุ้นตา ลู่หานที่กำลังก้มลงเก็บแว่นเงยขึ้น ก่อนจะพบว่าใครยืนค้ำหัวเค้าอยู่

 

                “ทำอะไร”

 

                “ออกมาเก็บแว่นให้ผู้หญิงคนนั้นน่ะ” ลู่หานชี้ไปที่ผู้หญิงที่ยืนตัวเปียกผมลุ่อยู่หน้าร้านคอฟฟี่ชอป เค้าเก็บมันขึ้นมา ก่อนจะเดินกลับไปเก็บหนังสือและกระเป๋าดินสอของหล่อน แล้วเดินกลับไปหา

 

                “อ่ะ นี่แว่นคุณ” เซฮุนที่เดินตามมาติดๆ จ้องมองผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่ชอบใจนัก หล่อนรับแว่นมาก่อนจะสวม ดวงตากลมใสกระพริบปริบๆ พร้อมกับยิ้ม เธอจับมือลู่หานแน่น ก่อนจะพนมมือไหว้แล้วพูดขอบคุณออกมา

 

                ลู่หานที่ทำตัวไม่ถูกได้แต่รับไหว้ อย่างงงๆ เค้าชะงักไปสักครู่ก่อนจะล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงยื่นส่งให้

 

                “เออ เอาไว้เช็ดหน้านะ เปียกหมดแล้ว...แล้วก็นี่” ลู่หานยื่นร่มให้ ก่อนจะเขยิบเข้าไปอยู่ร่มเดียวกับเซฮุน

 

                “ขอบคุณคะ ฉันชื่อ ลินดา เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นี้ คุณช่างน้ำใจประเสริฐจริงๆ”

 

                “ฮ่าๆ ไม่ขนาดนั้นหรอก เออ ผมลู่หานนะ ว่าแต่กลับยังไงน่ะ” ลู่หานที่จับจ้องมองสาวสวยผ่านตาตนเอง ก็เริ่มที่จะปฏิสัมพันธ์ด้วยตามภาษาคนเจ้าชู้ เซฮุนที่ยืนมองนิ่งๆ ไม่ปริปากพูดอะไรสักคำ

 

                “เออะ เออ ก็เดินไปคะ หออยู่ห่างไปกิโลเดียว” หล่อนชี้ พร้อมกับเอาผมขึ้นทัดหู ลู่หานจ้องมองด้วยความพิสมัย ทั้งรูปหน้าโครงไข่ ดวงตาโต จมูกโด่งเป็นสัน ผิวไม่ขาวมาก หน้าตาค่อนไปทางคมสวยมากกว่าเป็นอาหมวยแถมผมสีดำยาวที่ยาวจนถึงกลางหลัง ตัวเล็กไม่สูงมาก แลดูป้ำๆเป๋อๆอีกต่างหาก

 

                “ให้ไปส่งมั้ย”

 

                “ไม่” เซฮุนที่เงียบอยู่นานท้วงขึ้น หล่อนหันไปสบสายตากับอีกคนที่ยืนคุมหลังลู่หานอยู่ก็ถึงกับหน้าถอดสี ดวงตาไร้แววแถมยังเย็นชา จิกจ้องมองหล่อนเหมือนกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

                “เออ ฉันกลับเองก็ได้คะ ขอบคุณมากคะ” หล่อนพูดรัวเร็ว ก่อนจะเดินก้มหน้าดุกดิกจากไป ลู่หานที่มองตามอย่างเป็นห่วง สะดุ้งเฮือกเมื่อหล่อนเดินเร็วจนขาจะพันกันเกือบล้มไม่เป็นท่าอีกรอบ

 

                “ยัยนี้ตลกจังแหะ” ลู่หานที่มองตามจนกระทั่งผู้หญิงคนนั้นเดินเลี้ยวลับตาหายไป

 

                “กลับได้รึยัง แล้วนั่นอะไร” ลู่หานมองตามสายตา เค้ายกถุงดินสอสีชมพูที่ลืมคืนผู้หญิงคนเมื่อครู่ขึ้น ก่อนจะถอนหายใจ

 

                “ทำไงดี”

 

                “ทิ้งซะสิ เก็บไว้ทำไม”

 

                “เอาไปคืนกัน” ลู่หานจับข้อมือเซฮุนพร้อมกับลาก คนตัวโตกว่าไม่พูดอะไร แต่กลับถอนหายใจแล้วสะบัดข้อมือทิ้ง

 

                “ไม่ไป” สายตาเย็นชานิ่งเรียบ พร้อมกับท่าทีจะเดินกลับเอาเสียดื้อๆ ลู่หานรีบเดินตามทันที เพราะไม่อยากจะตัวเปียก เซฮุนเดินเร็วมายังลานจอดรถ เค้ากระชากประตูเปิดโยนหนังสือเข้าไปพร้อมกับผลักคนที่ยืนอยู่ข้างๆให้เข้าไปด้วย ก่อนจะสลัดร่มทิ้ง มุดตามไปอีกคนแล้วปิดประตู ล็อค

 

                “จะทำอะไร” ลู่หานตกใจ รีบชิดกับประตูอีกฝั่ง ยกขาข้างหนึ่งขึ้นยันเอาไว้ ไม่ให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้

 

                “ทำไมถึงมองผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาผู้ชาย”

 

                “ห๊ะ”

 

                “นายเป็นเมียฉันนะลู่หาน”

 

                “เห้ย ใจเย็น เมาแอร์มาก็นั่งพักสิเห้ย” ลู่หานว่า ขณะจ้องมองคนที่ทำหน้าตาดุดันไม่เล่นด้วย

 

                “ทำไมถึงจ้องผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาแบบผู้ชายด้วย”

 

                “แบบไหนวะ”

 

                “แบบนี้ไง” เซฮุนดึงขาเรียวนั้นเข้ามาชิด พร้อมกับส่งสายตาหื่นกามใส่ ลู่หานตกใจดวงตาเปิด รีบเอามือยันอกเซฮุนเอาไว้ คนตัวโตกว่าล้มตัวคร่อม จับล็อคขา แทรกตัวเข้าไปอยู่ตรงกลางได้แบบง่ายดาย

 

                “เดี๋ยวไม่เอา นี่มันในรถ เห้ย ใจเย็น มันหนาว”

 

                “ฉันชอบ” ว่าไม่ว่าเปล่าดันกระชากเสื้อยืดคอกลมสีดำของลู่หานจนขาด คนตัวเล็กกว่าดิ้นไปมา รถของเซฮุนติดฟิลม์ดำสนิททุกคัน แต่นี่มันลานจอดรถกลางแจ้งในมหาลัย บ้าแล้วว

 

 รถโยกพอดี...

 

                “ถ้านายไม่ยอมฉัน รู้รึเปล่าว่าฉันจะทำอะไรพี่ชายนาย” ลู่หานที่เอาแต่ดิ้นชะงัก หันไปมองคนที่เอาคำขู่เดิมๆมาขู่

 

                “อย่ามาขู่ซะให้ยาก”

 

                “ที่พี่นายไม่ค่อยได้กลับมาบ้าน เพราะอะไรคิดสิ” ลู่หานขมวดคิ้วหนัก ก่อนจะเลิกขึ้นอย่างกับคิดอะไรบางอย่างออก

 

                “แก...แกฆ่าพี่ชาย...”

 

                “ตอนนี้พี่ชายนายอยู่กับพี่ชายของฉัน แต่ก็ไม่แน่ การเก็บคนเถื่อนสองคนมันเป็นอะไรที่ง่ายมากเลยสำหรับตระกูลปาร์ต” เซฮุนว่าเสียงเหี้ยมพร้อมกับก้มลงไปซุกไซร้ปลุกอารมณ์คนตรงหน้า

 

                “อย่านะ อย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันขอร้อง”

 

                “งั้นยอมใช่มั้ย”

 

                “เออ คือ ยอมน่ะมันยอมได้แต่ว่า คือแบบ...” ลู่หานทำสีหน้าปุเลี่ยนๆเกาคอแกรกๆ ก่อนจะพูดต่อ “แบบว่าไปโรงแรมหรือกลับบ้านก่อนก็ได้มั้ง ในรถมันแคบเกิน” ลู่หานพูดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พร้อมกับนอนยักไหล่ ก็มันจริง ไอ้มีอะไรกับผู้ชายเค้าไม่ซี แต่ให้มีในรถนี่มันก็ดูจะโรคจิตเกินไปหน่อย

 

                “ไม่ ฉันชอบ” เซฮุนก้มลงรุกคนใต้ร่าง ลู่หานที่มักจะไวกับสัมผัสแบบนี้ก็ตอบสนองได้ดี และเร้าร้อนไม่แพ้กัน

.

.

.

 

                กางเกงยีนส์เน้นเปรี๊ยะ ถูกเซฮุนดึงออกอย่างทุลักทุเล ลู่หานยกสะโพกขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายถอดได้ง่าย แต่ก็ยังคงลำบากเพราะพื้นที่ ที่มีจำกัด

 

                “วันหลังใช้แวนนะ” ลู่หานบ่น เซฮุนหลุดยิ้มขำ เค้าชอบแบบนี้ล่ะ อะไรที่คาดไม่ถึงจากตัวผู้ชายคนนี้

 

                “รถบ้านเลยก็ได้ คราวหน้าน่ะ”

 

                “สบายไปป่าว ชอบความซาดิสต์ไม่ใช่เหรอ...โอ๊ย” ลู่หานร้องพร้อมกับผลักหัวหมาให้ออกไปให้ห่างๆ ต้นขา ก็ไอ้บ้าตู้แช่เคลื่อนที่มันเสือกมากัดขาอ่อนเค้านี่สิ เจ็บชิบหาย

 

                เซฮุนปลดเข็มขัดตัวเองออกบ้าง ก่อนจะล้มตัวลงไปทับอย่างเสียมิได้ เมื่อคนข้างล่างเกี่ยวคอเค้าลงไปจูบ

 

                ครืดดดด ครืดดดด ครืดดดด

 

                เสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ เซฮุนทำหน้าเหม็นบูดก่อนจะหยิบมันขึ้นเพื่อกดรับสาย

 

                “ฮัลโหล” เซฮุนมองหน้าลู่หานที่ลุกขึ้นนั่ง พยายามจะใส่กางเกง มือหนาจับขอบกางเกงเอาไว้พร้อมกับจ้องด้วยสายตาดุดัน แต่มีเหรอที่ลู่หานจะเข้าใจ? ร่างบางเอาเท้ายันไหล่คุณหนู ก่อนจะยื้อกางเกงเอาไว้

 

                “พี่มีอะไรผมยุ่งอยู่” ลู่หานยัน แต่อีกฝ่ายก็โถมตัวเข้ามาเรื่อยๆ

                /............/

                “โอเค สี่ทุ่มคืนนี้ใช่มั้ย ได้ แค่นี้....โอ้ย ทำบ้าอะไร!!” เซฮุนที่ถูกยันติดกับกระจกรถโวยลั่น ลู่หานสะดุ้งเฮือกรีบดึงกางเกงใส่กลัดกระดุมรูดซิป แล้วคู้เข่าขึ้นมากอด จ้องมองใบหน้าดุดันปานจะกินเลือดกินเนื้อด้วยความหวาดกลัว

 

                “ก็ไม่ทำไงวะ ไอ้บ้า”

 

                “แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมายันฉัน”

 

                “สิทธิ์ความเป็นคนไงล่ะโว้ยยยย!!” เซฮุนตรงเข้าไปบีบแก้มพลางกระแทกแรงๆจนหัวลู่หานโขกกับหน้าต่าง ใบหน้าหล่อเหลาแดงกล่ำ เค้ากำลังโกรธมาก โกรธจริงๆ

 

                ร่างบางหน้าเบ้ เจ็บเหมือนกรามจะแตก ลู่หานกลืนน้ำลายขณะจ้องสายตาดุดันกลับ เพราะสัญชาตญาณเค้าบอกว่าถ้าหลบสายตานั่น ได้ถูกขย้ำเละคามือแน่ๆ

 

                “หึย!

 

                “โอ้ย” ลู่หานที่หัวโขกกับกระจกอีกรอบร้องโอด เซฮุนข้ามไปนั่งเบาะคนขับ นั่งหายใจฟืดฟัดสักพักก็หันมาจ้องคนที่กำลังสำรวจความสึกหรอของร่างกายอยู่

 

                “อะไร

 

                “วันนี้สี่ทุ่ม ขึ้นมาหาฉันที่ห้อง แต่งตัวให้ดีด้วยล่ะ จะพาออกไปข้างนอก”

.

.

.

                “อะไรของมันวะ” ชานยอลที่ถูกวางหูใส่บ่นขรึม เค้าวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนจะจัดการกับเอกสารที่ยังคั่งค้างอยู่

 

                “ขออนุญาตคะ คุณชานยอล”

 

                “อืม ว่าไง” ชานยอลไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น หญิงสาววางแฟ้มเอกสารไว้บนโต๊ะ ก่อนจะขยับห่างออกไป

 

                “คุณผู้หญิงเรียกให้ไปพบคะ” ชานยอลเงยหน้าขึ้น ก่อนจะรีบลุกทันที เค้าขยับเนคไทนิดหน่อยเพราะความเกร็ง ก่อนจะก้าวขายาวๆเดินออกไปจากห้อง

.

.

                “คุณแม่มีอะไรเหรอครับ” หญิงสาวที่มีใบหน้ายิ้มแย้มและดูเป็นมิตรหันเก้าอี้มาเผชิญกับลูกชาย ชานยอลสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะกุมมือเข้าหากัน แล้วก้มหน้า

 

                “ได้ข่าวว่าเอาเด็กที่บ้านไปกกที่คอนโด จริงเหรอ”

 

                “ไม่ใช่ครับ ผมแค่อยากได้คนใช้ไปทำความสะอาดเท่านั้น”

 

                “กลับบ้านซะสิ จะได้ไม่ต้องทำอะไรยุ่งยาก” หล่อนว่า ก่อนจะลุกขึ้น ชานยอลกัดกรามแน่นขณะที่มารดาเดินเข้ามาใกล้

 

                เพี๊ยะ!!

 

                ใบหน้าติดจะสวยหวานหันไปตามแรงตบ ชานยอลสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ผู้เป็นแม่ยังคงแย้มรอยยิ้มละไมไม่ต่างจากเดิม มือเรียวบางเอื้อมไปเช็ดเสื้อเชิ้ตของลูกชายอย่างรังเกียจ

 

                “อย่าให้รู้ว่าสร้างเรื่อง ไม่งั้นฉันฆ่าแกแน่ ชานยอล” คำพูดที่สวนทางกับใบหน้าที่พราวระยับ ชานยอลกลืนน้ำลายก่อนจะก้มหัวโค้ง

 

                “คะ....ครับ ผมจะระวัง” ชายหนุ่มกำมือกันแน่น ความรู้สึกอึดอัดมันจุกอกอีกแล้ว

 

                “ไปได้แล้ว”

 

                “ครับแม่....” ชานยอลโค้งล่ำลา ก่อนจะหันหลังเดินออกไป หญิงวัยกลางคนที่ยังคงความสวยสะพรั่ง จ้องมองหลังสูงโปร่งของลูกชาย ก่อนที่เธอจะเดินกลับไปนั่งยังเก้าอี้บุนวมประจำของเธอ

 

.

.

.

                อี้ฟานที่กำลังนั่งกินบะหมี่อยู่ในห้องครัวชะงัก เส้นที่คีบเป่าแล้วเป่าอีกร่วงลงไปในชามตามเดิม ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้ เพื่อเดินไปยังหน้าประตู

 

                “มายืนทำไมตรงนี้” ชานยอลที่เปิดประตูเข้าห้อง จ้องมองคนที่มายืนจังก้าอยู่หน้าประตู

 

                “มารอ เป็นไงเหนื่อยมั้ยครับคุณหนู”

 

                “ไม่....”

 

                “หิวมั้ย...”

 

                “ไม่...”

 

                “เดี๋ยวผมเอาน้ำให้”

 

                “บอกว่าไม่ไงเล่า...!!!” ชานยอลดันคนตัวโตกว่าติดกำแพง อี้ฟานขมวดคิ้ว มือหนายกขึ้นจับมือที่กำคอเสื้อเค้าอยู่

 

                “ไม่เป็นไรใช่มั้ย ท่าทางเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนเถอะ” อี้ฟานว่าก่อนจะปลดมือที่กำคอเสื้อลงแล้วจับไหล่ให้หันเดินไปตามทางเดิน ชานยอลขัดขืนพยายามสะบัดเพราะอารมณ์ยังค้างอยู่ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอม

 

                “เฉยๆ เดี๋ยวก็ชักอีกหรอก”

 

                “ไอ้สัส...”

 

                “ด่าก็ด่าไปเถอะ ผมชินแล้วล่ะ” อี้ฟานทำหน้ายู่ยี่ก่อนจะเปิดประตูแล้วดันคุณหนูเข้าห้อง “เดี๋ยวไปต้มบะหมี่ให้ เสร็จแล้วจะเรียก”

 

                “ไม่....” ชานยอลตะโกนจะด่าแต่อี้ฟานกลับปิดประตูใส่หน้า ร่างโปร่งเบ้ปากก่อนจะเดินไปล็อคประตู แล้วเดินมาหงายหลังนอนบนที่นอน

 

                มือเค้ายกขึ้นลูบหน้าเบาๆ ความรู้สึกที่อยากจะคุ้นชิแต่ก็ไม่เคยชินกับมันสักที แม้พวกเค้าจะโตกันมากแล้ว แต่ความรู้สึกแบบนี้ก็ไม่เคยหายไป เมื่ออยู่ต่อหน้าแม่

 

                “พ่อครับ ผมทำอะไรผิด”

.

.

.

.

ต่อ

 

                ชานยอลที่เพิ่งแต่งตัวเสร็จ ออกมาจากห้อง เสียงมีวีในห้องรับแขกดังหึ่งๆ ขณะที่ไฟรอบบ้านปิดลงไปหมด ร่างโปร่งถอนหายใจ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาคนที่แอบนอนเปิดทีวีทิ้งไว้

 

                “หย่า!....” ชานยอลฟาดเข้าให้ที่อกแกร่ง อี้ฟานที่กำลังหลับสบายสะดุ้งเฮือก เค้ารีบเช็ดน้ำลายตรงมุมปาก ท่าทางเหรอหรา จนคนมองถึงกับส่ายหัว

 

                “จะสี่ทุ่มแล้วไปอาบน้ำแต่งตัวไป”

 

                “ไปไหนครับ” ร่างสูงที่ตื่นไม่เต็มตาถามขึ้น พร้อมกับปิดปากหาว

 

                “เมื่อเช้ามึงพูดไว้ว่ายังไง...” ชานยอลหน้าตาดุดัน เค้ากอดอก จ้องคนที่เอาแต่จะปิดตาหลับต่อ

 

                “ไม่รู้จำไม่ได้แล้ว”

 

                “บ๊ะ ไอ้ห่านี่ รีบๆลุกแล้วตามกูมา” ชานยอลเริ่มหัวเสีย เค้ากระชากแขนของคนตัวโตกว่าที่กำลังจะล้มตัวลงนอนให้ลุกขึ้น

 

                “อือ ไม่เอา ง่วง” ชายหนุ่มล้มตัวลงพร้อมกับกระชากกลับ ร่างทั้งร่างที่แรงน้อยกว่าลอยหวือเซข้ามมาอีกฝั่ง อี้ฟานที่นอนรับร่างสูงโปร่งถึงกับร้องโอดครวญเพราะความจุก ความง่วงหายไปเป็นปลิดทิ้ง

 

                “เห้ย ปล่อยนะเว้ย” ชานยอลโวยวายก่อนจะลุกขึ้นยืน ร่างสูงที่ตื่นเต็มที่เพราะความเจ็บลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่ยืนจังก้าท้าสายตาเค้าอยู่

 

                “ตัวเบาจังเลยนะคุณหนู”

 

                “สัส! เลิกพูดมากแล้วไปแต่งตัวได้แล้ว” ชานยอลตะคอกก่อนจะเดินปึงปังจากไป อี้ฟานเลิกคิ้วก่อนจะยิ้มขำ

 

                เมื่อกี้เค้าเห็นนะว่าคุณหนูน่ะหน้าแดง......

.

.

.

                เสียงเพลงสไตล์ตะวันตกดังคลอเบาๆ ผู้คนในร้านไม่ค่อยจะมีมากนัก ชานยอลและอี้ฟานที่เปิดประตูขยับขาก้าวเข้ามา ร่างโปร่งกวาดสายตา ก่อนจะเห็นว่ามีผู้ชายสองคนนั่งอยู่ที่บาร์

 

                “ลู่หาน” อี้ฟานที่ตาไวไม่แพ้กันร้องดัง ก่อนจะก้าวฉับๆตัดหน้าชานยอลเข้าไปหาน้องชายที่นั่งซดเหล้าอยู่

 

                “เห้ย! พี่” ลู่หานตาเบิกโต เค้าสวมกอดพี่ชายแน่น จนคนตัวโตเซ ทั้งคู่กอดกันกลมด้วยความดีใจ เพราะห่างกันเกือบอาทิตย์ ทำให้พวกเค้าเป็นห่วง ว่าต่างฝ่ายจะเป็นอะไรยังไงบ้าง

 

                “แสดงความรักกันเสร็จก็นั่งได้ละ” ชานยอลที่เดินมาถึงกระซิบข้างหูชายหนุ่ม เซฮุนที่ชำเลืองหางตามองพี่ชาย ก็รีบดึงแขนคนของตัวเองให้นั่งลง

 

                อี้ฟานตามไปนั่งข้างๆคุณหนู แต่ยังไม่วายส่งสายตาหาน้องชายที่นั่งติดอยู่กับเซฮุน

 

                “จะพิรี้พิไรกันอีกมากม้ะ” ชานยอลจ้องคนของตัวเอง ก่อนจะหันไปสั่งเครื่องดื่มเบาๆให้อี้ฟาน และสั่งวอดก้าแรงๆให้กับตัวเอง

 

                ของที่สั่งถูกเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีลูกค้ามากนัก อี้ฟานที่มองน้ำพั้นช์สีหวานก็ได้แต่หลุดขำ แล้วเอ่ยถามคนที่กระดกวอดก้าลงคอรวดเดียว

 

                “นี่มันอะไรพั้นช์สตรอเบอร์รี่เหรอครับ”

 

                “อืม ก็ใช่ไง เห็นคออ่อนเลยสั่งนี่ให้” ชานยอลยิ้มเหยียดพร้อมกับหันไปหาน้องชาย เซฮุนยิ้มขำตามอย่างถือเป็นชัยชนะ

 

                “เออ ขอโทษนะ นี่เรามาดวลเหล้ากันเหรอ” ลู่หานที่จิบเบียร์เบาๆถามขึ้น ดวงตาแวววาวอย่างนึกสนใจ

 

                “เออ ทำไมเราไม่ลองแข่งกันดูละครับ ผมลู่หาน แข่งกับคุณหนูทั้งสอง ใครน็อคก่อนก็...” อี้ฟานช้อนตาหวานเยิ้มใส่คุณหนูชานยอลพร้อมกับยิ้มแป้น ร่างสูงโปร่งที่รู้ว่าโดนสบปราทจากเมียใหม่ ถึงกับหลุดขำ

 

                “ก็เอาสิ แข่งเป็นคู่ๆก็น่าสนุกหน่อย น็อคคนเดียว หรือทั้งสองล่ะ”

 

                “มันก็ต้องทั้งคู่สิครับ”

 

                “แข่งอะไรไม่รู้ ผมอยากนั่งนานๆนะพี่” เซฮุนว่าพร้อมกับเริ่มซดวอดก้าลงคอ

 

                “เออ ขอโทษครับ ขอวอดก้าสี่ขวด” ชานยอลขมวดคิ้ว ก่อนจะมองคนสั่ง อี้ฟานยักคิ้ว ก่อนจะเอ่ยเฉลย

 

                “สั่งงี้มันถูกกว่าเป็นแก้วนี่ครับ รินใส่แก้วใครแก้วมันเอง ถ้าหมดก็สั่งเพิ่ม”

 

                “เหอะ ไอ้ห่าเอ้ย” ชานยอลสบถ ก่อนจะตั้งแก้วรอ

 

                วอดก้าถูกเทลงแก้วทั้งสี่ใบตรงหน้าของแต่ละคน ชานยอลและเซฮุนดูจะมั่นใจมาก เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะคออ่อน โดยเฉพาะชานยอลที่เคยเห็นอี้ฟานคอพับมาแล้ว

 

                “พวกผมขอสอง เมื่อกี้คุณหนูดื่มกันไปคนละแก้วนิ” อี้ฟานว่าก่อนจะหันไปสั่งกับพนักงาน พนักงานรินเพิ่มให้เค้ากับลู่หานอีกคนละแก้ว

 

                อี้ฟานและลู่หานเริ่มยกซดก่อนแก้วแรก แล้วตามด้วยแก้วที่สอง พร้อมๆกับชานยอลและเซฮุน พนักงานรินเหล้าใส่แก้วให้อย่างไม่ต้องรอให้พัก คราวนี้เป็นลู่หานก่อนที่เริ่ม พอลู่หานกระดก อี้ฟานก็กระดกตาม ก่อนจะตามด้วยสองพี่น้อง

.

.

                เวลาผ่านไปไม่ถึงสองชั่วโมง ขวดวอดก้าสองขวดสำหรับนั่งดื่มสี่คน ก็หมดลง ชานยอลและเซฮุนที่กำแก้วแน่น จ้องหน้ากันด้วยความมึนเมา สติที่พยายามครองไว้เพราะไม่อยากเสียหน้าก็เริ่มลดน้อยลง

 

                “ต่อเลยพี่” ลู่หานที่เริ่มเมาเช่นเดียวกันวางแก้วลงกับโต๊ะ ชานยอลและเซฮุนหันไปมอง ก่อนจะทำท่าขอพัก

 

                “อืม อีกแก้วครับ” อี้ฟานที่ยังคงสบายดี เอ่ยเสียงนุ่มก่อนจะโยกแก้วไปด้านหน้า ชานยอลจ้องมองด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา ร่างโปร่งยื่นแก้วไปข้างหน้า ก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะ

 

                “ว้า ไปซะแล้ว” อี้ฟานขำ พร้อมกับหยิบแก้วออกจากมือคนน็อค เซฮุนขมวดคิ้วหนัก ก่อนจะค่อยๆเลื้อยลงไปกองไม่ต่างจากผู้เป็นพี่ อย่างสุดกำลัง

                “ไอ้พวกนี้....” ลู่หานถอนหายใจ ก่อนจะรับแก้ววอดก้าแก้วใหม่ขึ้นกระดก อี้ฟานที่เอาแต่จ้องคนเมาก็ซัดลงคอไปบ้าง

 

                “ช่วงนี้เป็นไง อยู่ที่บ้านนั่นสบายดีใช่มั้ย หมอนั่นไม่ได้รังแกนายมากนัก..ใช่มั้ย?” อี้ฟานที่เปลี่ยนจะซัดวอดก้าเป็นเบียร์เย็นๆ ก็เริ่มถามขึ้น ลู่หานไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มน้อยๆ พร้อมกับกระดกเบียร์เข้าปาก สองพี่น้องตระกูลอู๋ไม่มีทีท่าว่าจะเมา แม้แต่ลู่หานที่ดูเหมือนเมา แต่พอเบียร์เข้าปากก็ตาใสปิ๊งอย่างเก่า

 

                “วันนี้ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง”

 

                “อีกแล้วเหรอวะ....” อี้ฟานหัวเราะ

 

                “เธอชื่อ ลินดา เธอน่ารักดี”

 

                “ไปเจอที่ไหน” ลู่หานหันหน้าเข้าหาพี่ชายก่อนจะเริ่มเล่า ถึงความประทับใจแปลกๆระหว่างเค้ากับผู้หญิงที่ชื่อลินดา

.

.

                “ผมเจอนี่ในกระเป๋าดินสอของเธอ ผมว่าพรุ่งนี้จะไปพบเธออีก” พอลู่หานเล่าจบเค้าก็ยื่นบัตรประจำตัวนักศึกษาให้พี่ชายตนเองดู อี้ฟานรับไปดูก่อนจะยิ้มปริ่ม

 

                “นักเรียนแลกเปลี่ยน คนไทย สวยดีนะ”

 

                “ผมตกหลุมรักเธอแน่ๆเลยล่ะพี่ เธอแปลกๆ ไม่เหมือนคนก่อนๆ”

 

                “แม้แต่อย่าง อาเซยัง ก็สู้ไม่ได้งั้นดิ”

 

                “ปากดี” ลู่หานตีไหล่พี่ชาย ก่อนจะหัวเราะ เซยังผู้หญิงที่เค้ารักมากมากว่าหกปี แต่ตอนนี้แต่งงานไปกับเจ้าสัวโรงงานยักษ์ใหญ่ไปแล้ว

 

                “ถ้าแกบอกว่าแกเป็นใคร คงไม่ต้องมานั่งหนีเหมือนฉันหรอก ลู่หาน”

 

                “พี่เถอะ ทำไมไม่หาเมีย ดูสิ ไม่รีบหาเลยถูกับแต่ง ผมเลยพลอยซวยไปอีกคน” ลู่หานเริ่มบ่นบ้าง อี้ฟานหัวเราะ สายตาเหลือบไปมองคนที่นอนฟุบกับโต๊ะก็ต้องหัวเราะออกมามากกว่าเดิม

 

                ก็ตอนนี้เค้าจะไปหาเมียที่ไหนได้ขนาดตัวเองยังกลายเป็นเมียไปแล้วเลย.......

 

                “ไม่นานหรอก ไม่นานเกินรอ”

.

.

.

                ทั้งสองแบกร่างคนเมาไร้สติจนมาถึงที่รถ ฟ้าเริ่มทาทาบไปด้วยสีฟ้าครามจางๆ ลู่หานที่พาคนเมาขึ้นไปในรถได้เรียบร้อย ก็เดินมาหาพี่ชายที่จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกัน

 

                “เอาไง จะกลับบ้านหรือว่าไงครับ”

 

                “จะกลับคอนโดคุณหนูชานยอลน่ะ ฉันไปล่ะนะ ดูแลตัวเองดีๆ ว่างๆก็โทรมาล่ะ”

 

                “อืม ดูแลตัวเองดีๆนะพี่” ลู่หานโบกมือลากำลังจะหันหลังเดินกลับไปที่รถ

 

                “เห้!...” อี้ฟานวิ่งมาดึงแขนน้องชายไว้ ก่อนจะยิ้ม “อย่าให้หมอนั่นขู่ได้อีก ทางนี้ฉันก็จะไม่ให้คุณหนูแสบนี่ขู่เหมือนกัน เพราะฉะนนั้น...” อี้ฟานหยุดพูดไปพร้อมกับแย้มรอยยิ้มกว้าง ลู่หานขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจ อี้ฟานทำหน้าอึกอัก เมื่อกี้ก่ะจะทำเท่ให้ดูเข้าใจกันสองคน แต่ดูเหมือนไอ้ลู่หานน้องเวรมันจะไม่เข้าใจ

 

                “พูดมาสิวะ อ้ำๆอึ้งๆ สันนิบาตรขึ้นปากรึไง”

 

                “โอ้ย มึงนี่เข้าใจไรยากจริงๆ ที่กูจะสื่อคือ ถึงเวลาของเราแล้วไอ้น้องชาย เวลาที่เราจะเอาคืนสองคุณหนูตัวแสบ” อี้ฟานยักคิ้ว ลู่หานพยักหน้า ก่อนที่รอยยิ้มชั่วร้ายจะปรากฏ

 

                “แล้วจะทำไงอ่ะพี่....”  

               

  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #462 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 14:17
    ชานยอลได้นิสัยก้าวร้าวมาจากแม่สินะ เหอะ
    คริสลู่ดื่มเก่งมาก ทำไมไม่เมา แล้ววันนั้นพี่คริสเมาได้ไง
    #462
    0
  2. #422 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 13:07
    ทำไมแม่ชานยอลเป็นแบบนี้หล่ะ ใจร้ายยยย พี่คริสจะได้กลับมาครองเอกราชแล้ว 55555 วันนั้นเมาจริงหรือแกล้งเมาอ่ะ
    #422
    0
  3. #258 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 11:28
    นี้แหละ คริสจะพาปฎิวัติ 55555555
    #258
    0
  4. #157 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 22:45
    หึ น้องลู่จะจัดน้องฮุน พี่ฟ่านจัดน้องยอลได้ไม่เปนรัย
    #157
    0
  5. #39 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 01:51
    นังเซฮุนมีหึงว้อยยยยยยย คิคิคิ หึงล้ะซี้แต่ไม่ชอบคู่พี่น้องเลยหวะอะไรไม่ได้ดั่งใจก็ขู่ขู่อย่างเดียวโลย เดี๋ยวปั๊ดให้พี่คริสจับทำเมียซะเลยปาร์คชานยอล แต่ก็สงสารนางนะดูเหมือนนางจะมีปมกับแม่อ่ะติดตามๆๆๆๆ ท้าเค้าดวลเหล้าแต่ตัวเองดันหมอบซะได้ 55555555555555555555555555 ทีนี้แกโนเอาคืนแน่ๆ คุณหนูปาร์คคนสวย คึคึคึ
    #39
    0
  6. #16 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 22:53
    หัวใจแทบวาย อ้ากกกกดดดดด ชอบง่ะ ;///;
    #16
    0
  7. #10 Tamininalove (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 19:43
    ทำไมแม่ดูรังเกียจยอลแปลกๆอะเคยมีอดีตอะไรกันมารึเปล่านะสงสารยอลเหมือนกันนะเฮ้อออ แหม่ฮุนนี่มีการหึงอาลู่ด้วยน้าแต่ว่าลินดานี่แบบน่าสนใจนะชื่อนี่ไทยมากๆอะหน้าตานี่คมๆคนไทยใช่ปะ5555555
    #10
    0