HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 66 : [SS2] ตอนที่ 21 ความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 มิ.ย. 60


 


SS2 CH 21

  

 

                PART CHANYEOL

 

               ทุกอย่างเหมือนเป็นความฝัน....

 

                 ใช่...มันคือความฝัน....

 

 

                ชานยอลที่นอนอยู่บนเตียงคิงไซต์หลังใหญ่ยกแขนขึ้นก่ายหน้าผาก สายตาของเขากำลังจดจ้องไปยังเพดานยกสูงสีขาวภายในเพ้นท์เฮ้าส์หรู ตั้งแต่ที่ลู่หานให้กำเนิดเด็กน้อย ก็ล่วงเลยมาถึงสองอาทิตย์แล้ว ทุกคนดูจะดีใจและแปลกใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ยกเว้นเสียก็แต่พ่อแม่ของอี้ฟานและลู่หานที่ดูจะดีใจมากกว่าที่ลูกชายคนเล็กของตัวเองได้ทายาทสืบตระกูล

 

                “ชานยอล....” เสียงทุ้มต่ำพร้อมกับน้ำหนักที่กดยวบลงบนที่นอนไม่ได้เรียกร้องความสนใจของเขามากนัก ชานยอลยังคงจดจ้องมองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าตัวเอง ในสมองก็ยังคงคิดตรึกตรองถึงเรื่องนี้ไม่ตก

                “ออกไปข้างนอกกันมั้ย ไม่ได้ออกไปไหนเป็นอาทิตย์แล้วนะ ไปยี่ยมหลานก็ได้”

 

                “ไม่ล่ะ ไม่มีอารมณ์” พูดเสร็จก็พลิกตัวนอนตะแคงหันหน้าหนีสามีที่เอาแต่ชวนให้เขาออกไปข้างนอก เขากำลังหงุดหงิดทุกครั้งที่เห็นหน้าอี้ฟาน ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร แต่มันคงจะหนีเรื่องหลานชายตัวเองไม่พ้น

 

                เขาอยากมีลูกน่ารักๆสักคน....

 

                “ขอร้องเถอะ ป๊ากับม๊าจะกลับวันนี้แล้วนะคะ”

                “อือ โอเค” ไม่สามารถทนทานการตอแยได้อีกต่อไป ชานยอลยันตัวลุกขึ้นจากที่นอน ยังไงก็ต้องไปส่งป๊าม๊าที่สนามบิน ไม่งั้นมันก็ดูจะเกินไปหน่อย

 

                “ให้เวลาหนึ่งชั่วโมงนะคะ!

 

 

 

 

                ชานยอลใช้เวลาอาบน้ำแต่งตัวเร็วกว่านั้นเป็นเท่าตัว ทั้งคู่ออกจากเพ้นท์เฮ้าส์ตรงดิ่งสู่บ้านหลังใหม่ที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน พวกเขาใช้เวลาไม่มากก็มาหยุดยืนรออยู่หน้าประตูไม้สองบานขนาดใหญ่ดูเรียบหรู คนที่ออกมารับแขกเป็นเด็กหนุ่มที่อยู่ห้องข้างๆ ใบหน้าบูดบึ้งแต่ก็ยังมีมารยาทมากพอที่จะกล่าวคำทักทาย

 

                ชานยอลพยักหน้ารับ ภายในบ้านเปลี่ยนไปมาก ดูสดใสและของตบแต่งก็มีแต่ของใช้เด็กและโมบายเล็กๆห้อยระโยงรยางค์จนดูน่ารัก เสียงเพลงจากการ์ตูนยามเช้าบ่งบอกให้รู้ว่าพวกเขาดูทีวีกันอยู่ ส่วนหลานชายตัวนอนก็ส่งเสียงร้องอ้อแอ้ ขณะถูกคุณแม่คนสวยเปลี่ยนผ้าอ้อม

                มันเป็นภาพที่ดูวุ่นวายจนชวนน่าปวดหัว มันกลับทำให้เขาคลี่ยิ้มออกมานิดหน่อยเมื่อเห็นเซฮุนวิ่งวุ่นเขย่าขวดนมพร้อมกับมีผ้าขนหนูพาดบ่าเดินไปทั่วบ้าน

 

                “มาสักทีลูก แม่ล่ะคิดถึง” เสียงคนอวุโสดึงสติของชานยอลให้กลับเข้าที่ ชายหนุ่มยิ้มแล้วรีบก้มโค้งตัวทักทายและสวมกอดอย่างอัตโนมัติ ป๊าที่กำลังพูดคุยกับเด็กข้างห้องอยู่ในครัวก็เดินออกมาทักทายพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ยังคงอบอุ่นเช่นเดิม

                ทุกคนหันมาให้ความสนใจกับแขกผู้มาใหม่ แม้กระทั่งเจ้าก้อนที่อยู่ในอ้อมแขนของเซฮุน ดวงตาคู่กลมโตนั้นสวยไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ แม้จะยังเป็นแค่เด็กทารก แต่ใบหน้ากลับชัดเจนว่าเป็นลูกชายของเซฮุนอย่างไม่ต้องสงสัย

 

                น่ารัก...น่ารักเหลือเกิน...

 

 

                “ขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะ” ชานยอลเม้มปากแน่นแล้วรีบเดินลิ่วผ่านลู่หานที่กำลังจะเปิดปากส่งเสียงทักทายเข้าไปในห้องน้ำ เสียงปิดประตูดังลั่น แต่เขากลับคิดว่ามันเป็นเสียงที่เบาที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับหัวใจของเขาที่กำลังเต้นเป็นเจ้าเข้าอยู่ในตอนนี้

                ชานยอลนั่งลงบนชักโครกอย่างอ่อนแรง มือแรงสางผมที่ปรกรกปิดหน้าปิดตาขึ้นอย่างกับคนสิ้นหวัง ขอบตาของเขามันกำลังร้อนผ่าวและหยดน้ำตาก็ค่อยๆไหล มันเจ็บแสบมากกว่าทุกครั้ง เพราะหัวใจของเขากำลังผิดหวังและเจ็บปวด

 

                “ชานยอล...” เสียงเรียกจากคนที่ได้ชื่อว่าสามีดังลอดเข้ามา เขาไม่ได้ตอบอะไรออกไปนอกจากนั่งเงียบๆ เช็ดน้ำตามากมายที่ไหลออกมา และเตรียมพร้อมอารมณ์ก่อนที่จะออกไปเผชิญหน้ากับครอบครัวสุขสันต์

               

                อี้ฟานยังคงยืนอยู่ที่เดิม ใบหน้าที่ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นก็ยิ่งหล่อเหลานั้นไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมานอกจากความนิ่งเงียบที่อ่านไม่ออก มือกร้านยกขึ้นสูงแบออกเพื่อรอรับมือจากเขาไปกอบกุมเอาไว้

                “เราต้องไปส่งป๊ากับม๊าที่สนามบิน...”

                “ไปสิ...” เขาตอบได้เพียงเท่านั้นก่อนจะวางมือทับลงไปแล้วสอดนิ้วประสานเอาไว้แน่น

 

 

                ฝ่ามืออุ่นร้อนที่ให้ความอบอุ่นและสบายใจในทุกครั้งที่กุมกอบมันยังคงเป็นเช่นนั้นไม่เปลี่ยน.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                หลังจากส่งป๊าม๊าขึ้นเครื่องพวกเขาก็ตกลงปลงใจกันว่าจะไปกลับไปที่บ้านเซฮุนอีก ชานยอลเลือกที่จะเอ่ยปากขอกลับบ้าน แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาของมื้อเที่ยง

                “จะไปไหน...” ชานยอลที่เห็นว่าอี้ฟานกำลังตบไฟเลี้ยวหมุนพวงมาลัยขึ้นทางด่วนตรงดิ่งออกนอกชานเมืองก็ได้แต่ขมวดคิ้วไม่พอใจ แต่อีกฝ่ายกลับ ทำเพียงแค่มองตรงไปด้านหน้า มือข้างที่ว่างก็หยิบแผ่นซีดีขึ้นใส่เครื่องเล่นแล้วกดเพลย์มัน

 

                Girl this is for you....

 

                เสียงเพลงดนตรีสนุกๆ ไม่ได้เข้ากับบรรยากาศมาคุที่ปกคลุมไปทั่วรถแม้แต่น้อย เสียงคนร้องช่างเป็นสไตล์ยอดนิยมในยุคนี้เสียเหลือเกิน ความแปลกใจไม่ได้อยู่ที่สไตล์เพลง แต่อยู่ที่คนข้างตัวมากกว่าว่าไปสรรหาเพลงเด็กวัยรุ่ยอายุยี่สิบต้นๆแบบนี้มาได้ยังไง

                “รู้ตัวรึเปล่าว่าตัวเองอายุสี่สิบ” ชานยอลถามทีเล่นทีจริง ก่อนจะเมินมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่วิวสองข้างทางมีเพียงทุ่งหญ้าและทุ่งข้าวบาเล่ต์สีเหลืองทอง

 

                “แก่พอกันล่ะ ไม่ต้องพูดมาก”

                “ใครแก่!! พูดใหม่นะ”

                “ฮ่าๆๆๆ”

 

 

                เสียงหัวเราะลั่นรถพร้อมกับเสียงโวยวายไปตลอดทาง มันทำให้ลืมช่วงเวลายากลำบากไปแททบจะหมดสิ้น พวกเขาฟังเพลงเดิมซ้ำวนไปมา ความหมายของมันช่างดูเด็กน้อยเหลือเกินในความคิดของเขา แต่ทำนองของมันก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

 

                “ฟ่าน....”

                “หืม” สารถีหันมาขานรับ พร้อมกับบีบมือที่วางไว้บนตักเบาๆ

            “จะเป็นอะไรมั้ยถ้าเกิดว่าฉันจะอุ้มบุญ....”

 

                รถหรูที่กำลังขับผ่านทุ่งข้าวด้วยความเร็วคงที่ดูเหมือนจะช้าลง เพลงที่ได้ยินก็แทบจะไม่สนุกอีกเลยเมื่อรอยยิ้มผ่อนคลายบนหน้าอี้ฟานหายไป

                “ได้รึเปล่า....ฉันอยากมีลูกจริงๆ” คนที่เอาแต่ใจมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มักจะได้รับความเงียบจากอีกฝ่ายเป็นการขัดขืนตลอดเสียทุกที ชานยอลพยายามชักมือกลับเมื่ออารมณ์ร้อนๆพุ่งสูงขึ้น อีกอี้ฟานทำเพียงยื้อมันอาไว้แล้วยกขึ้นจูบหนักๆ แบบที่ชอบทำ  

                “ถ้าไม่ได้ก็ตอบหน่อยเถอะ ไม่ตองเงียบก็ได้” พออี้ฟานทำเช่นนั้นอารมณ์จะโวยวายก็ดรอปลงจนเหลือแค่ความนอยเล็กๆ ชานยอลจ้องมองเสี้ยวหน้าคมคายที่กรามชัดขึ้นตามภาษาคนมากอายุ  

 

                “เลี้ยงเด็กไม่ง่ายเลยนะ อารมณ์ร้อนแบบนี้จะทำลูกคอหักก่อนรึเปล่า” อี้ฟานกล่าวพร้อมกับชำเลืองมอง

                “เอ๊ะ!! อี้ฟาน”

                “เนี่ย ก็เป็นซะอย่างเนี้ย” อี้ฟานส่ายหัวแต่ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยก็กลับมามีรอยยิ้มผ่อนคลายอีกครั้ง ชานยอลที่ยังคงมาคุอยู่ก็ได้แต่เบะปาก จ้องมองสามีข้างกายอย่างไม่ยอมแพ้

 

                “หึหึ ไม่เถียงแล้วเหรอ” อี้ฟานหันมายิ้มหน้าตาล้อเลียนก่อนจะหันกลับไปมองทางต่อ ส่วนเขาก็ได้แต่หันไปมองนอกหน้าต่างเลี่ยงบทสนทนาที่จะทำให้เขาหัวร้อนมากเดิม

 

                ลิ้นกับฟันแม้จะขบกัดกันบ้างแต่ก็ไม่เคยห่างกันไปไหน เหมือนกับพวกเขาในตอนนี้ที่แม้จะปล่อยให้บรรยากาศเพลงในรถและวิวรอบข้างกลายเป็นสิ่งธรรมดาที่สุดในโลก แต่มือของพวกเขาก็ยังคงกอบกุมกันอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่มีใครคลายมือจากกันไปไหน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                หลังจากใช้เวลาสองชั่วโมงในการขับรถ พวกเขาแวะทานข้าวข้างทางง่ายๆ แล้วก็ขับต่อเข้าไปในหมู่บ้านอีกเกือบชั่วโมง เขาไม่แน่ใจว่าที่นี่คือที่ไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอี้ฟานพาเขามาที่นี่ทำไมและเพื่ออะไร

                รอบตัวมีแต่ทุ่งสีเขียว สีเขียวๆที่ว่าคือต้นหอมสูงๆ แบล๊คกราวด้านหลังคือภูเขาสองลูกซ้อนกันแบบที่สมัยเด็กเรามักจะวาดส่งคุณครูอย่างไงอย่างงั้น แถมเส้นทางที่อี้ฟานกำลังขับเข้าไปมันก็แคบลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายรถก็ไม่สามารถขับสวนเลนกันได้

 

                หมู่บ้านเล็กๆบนภูเขา แต่ละหลังอายุไม่น่าจะต่ำกว่าหกหรือเจ็ดสิบปี มันเงียบเหงาเพราะคนน่าจะออกไปทำงานในช่วงบ่ายแก่ๆ อี้ฟานจอดรถลงตรงหน้าโบสถ์แห่งหนึ่ง มันไม่ได้ใหญ่และเล็กจนเกินไป มันเพียงพอให้คนทั้งหมู่บ้านเข้าไปทำพิธีสำคัญในช่วงวันสุดสัปดาห์เท่านั้นเอง

 

                “ถึงแล้ว...”

                “มาที่นี่ทำไม..”

                “ลงมาเถอะ เดี๋ยวก็รู้เองล่ะ”  

 

                ชายหนุ่มยักไหล่แล้วลงจากรถตามที่สามีบอก ทุกอย่างเงียบสงบ ลมร้อนๆแต่ก็ยังสบายพักผ่านผิวเนื้อไปเรื่อยๆ ความสุขแรกที่ได้สัมผัสคือความผ่อนคลายและสดชื่น หัวสมองที่เคยอับทึบก็ปลอดโปร่งขึ้น ชานยอลสูดลมและกลิ่นหอมๆของดอกไม้ที่เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ปกคลุมหน้าลานโบสถ์ พอลืมตาขึ้นวิวจากด้านล่างก็ทำให้เขาเห็นว่าที่นี่สูงกว่าที่คิด

 

                “สวัสดีจ่ะ คุณคริสที่ติดต่อมาคราวก่อนรึเปล่าจ้ะ” คุณป้าท่าทางใจดี รีบวิ่งออกมารับพร้อมกับเด็กตัวน้อยผมสั้นชี้ฟูที่เอาแต่แอบอยู่ข้างหลัง ชานยอลมองไปที่เด็กคนนั้นก่อนจะยิ้มเล็กๆ แล้วนั่งลงเพื่อลองพูดคุยกับเจ้าหนู

 

                “อ๋า นี่หรือจะเป็นคุณชานยอลจ้ะ”

                “ครับ?

                “งั้นเดี๋ยวเราเข้าไปคุยข้างในกันดีกว่านะจ้ะ ตรงนี้แดดแรงเดี๋ยวผิวจะเสียกัน”

               

                ชานยอลหันไปมองใบหน้าสามีที่ยังคงเอาแต่ยิ้ม ในขณะที่คุณป้าเดินกระโปรงปลิวเข้าไปด้านใน เหลือแต่เพียงเจ้าหนูตัวก้อนหน้าตามอมแมมที่เอาแต่เงยหน้ามองพวกเขาสองคน

                “พาฉันเข้าไปได้มั้ย” เด็กน้อยพยักหน้ารับช้าๆ แล้วยื่นแขนขึ้นสูงทั้งสองข้างเพื่อให้คนตัวโตกว่าอุ้ม

                “ขี้อ้อนเหมือนกันนะเนี้ยเรา” อี้ฟานบ่นแล้วย่อตัวลงไปอุ้มเจ้าก้อนเล็กๆขึ้น หน้าตาเด็กน้อยดูจะชอบพอเป็นพิเศษ ด้วยความสูงที่มากพอทำให้เด็กน้อยเอาแต่ก้มมองพื้นแล้วดิ้นไปมา

 

                “ชอบ...”

                “ฮ่าๆ โอเค งั้นไปกัน” อี้ฟานหัวเราะเมื่อเจ้าเด็กตัวน้อยแก้มกลมอายุไม่น่าจะเกินสามขวบพูดคำว่าชอบออกมา ชานยอลที่เอาแต่มองด้วยความไม่เข้าใจ ยื่นมือไปรับมอที่กำลังบีบๆอยู่ในอากาศเป็นการเชิญชวน เด็กน้อยยิ้มแล้วบีบนิ้วโป้งเขาเอาไว้แน่น

                “ลากลุงชานยอลเข้าไปในโบสถ์กันเลยนะ”

                “อื้อ!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ที่...ที่อี้ฟานพามาเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่ไม่ได้ห่างไกลความเจริญอะไรนัก แต่ติดที่ว่าเป็นหมู่บ้านทำการเกษตร ไม่ได้ร่ำรวยทุกความเป็นอยู่จึงไม่ได้อยู่สภาพที่สมบูรณ์เช่นเดียวกับคนมีฐานะปานกลาง แต่ที่นี้ยังพอมีมูลนิธิหรือบ้านเด็กกำพร้า ซึ่งเป็นความตั้งใจของอาจารย์เก่าที่เกษียณตัวไปเมื่อสองสามปีก่อน

                อี้ฟานบอกว่าตัวเองเสิร์จชื่อจากในอินเทอร์เน็ตและลองพูดคุยกับคุณป้า จนในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะมาเป็นอาสาสมัครช่วยเลี้ยงดูเด็กและช่วยเรื่องเงินบริจาค แม้ว่าเขาจะเคยทำอะไรพวกนี้มาบ้าง แต่ก็เป็นในนามของมูลนิธิอื่น ออกค่าเล่าเรียนส่งเด็กเรียน โดยเลือกเด็กที่ยากจนมาก หรือเด็กที่เรียนเก่งมากๆ

                เขาไม่เคยเลี้ยงเด็กเล็กไม่เคยสัมผัสความยากลำบากการเอาใจเด็ก เขาเคยทำเพียงแค่มอบโอกาสให้เด็ก ก็เท่านั้นเอง......

 

                “ห้องอาบน้ำเป็นห้องรวม ใช้ได้หลังสองทุ่มเพราะจะสะดวกกว่า ส่วนห้องนอนก็ต้องนอนรวมกับเด็กๆ เวลามีเรื่องอะไรจะได้ช่วยกันตรวจตรา ส่วนเรื่องอาหารการกินอาสาสมัครกับผู้ใหญ่คนอื่นๆจะทานหลังเด็กๆกินเสร็จแล้ว งานที่นี่มีล้างจาน ซักผ้า ทำความสะอาดดูแลเด็ก แต่พวกคุณสองคนขออาสามาดูแลเด็กเล็ก เรื่องทำความสะอาดล้างจานซักผ้าก็เลยไม่ต้องจัดการ หน้าที่ของพวกคุณก็ตามนี้นะคะ” คุณครูสาวสวยแต่มาดนิ่งและจริงจังกับงานกล่าวจบพร้อมๆกับพับผ้าขนหนูที่หอมฟุ้งไปด้วยน้ำยาปรับผ้าเสร็จพอดี

 

                อี้ฟานและชานยอลมองหน้ากันก่อนจะผงกหัวรับช้าๆเป็นอันเข้าใจในรายละเอียดของงาน โดยงานแรกของพวกเขาคือการต้อนเจ้าก้อนทั้งหลายออกไปอาบแดดร่วมกับคุณครูคนอื่นๆ

               

                “นี่ฟ่านคิดจะทำอะไร” ชานยอลที่สบโอกาสถามรั้งแขนสามีเอาไว้แล้วปั้นหน้าดุใส่ เขาไม่รู้เรื่องที่อี้ฟานทำเลยสักนิด และเขาก็ต้องมีงานให้จัดการในวันพรุ่งนี้ แถมเสื้อผ้าก็ไม่ได้จัดเตรียมมาสักชุด

                “ก็ให้ชานมาลองเลี้ยงเด็กก่อนไง”

                “หืม...”

                “ไปได้แล้ว ต้องทำงานนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เสียงเอะอะโวยวายดังลั่นไปหมดจนน่าเวียนหัว ก้อนหลายก้อนวิ่งไปทั่วในขณะมีผู้ใหญ่อีกหลายคนพยายามร้องตะโกนบอกให้เด็กบางคนหยุดเพื่อที่จะใส่เสื้อผ้าให้

                “ปังๆๆ!!!

 

                เสียงเงียบฉี่ทันทีเมื่อเสียงตบประตูดังขึ้น ชานยอลที่รู้สึกว่ากำลังจะอ้วกเลยหงุดหงิดมากตบมือลงไปบนบานประตูพับข้างฝาผนัง เด็กตัวน้อยหันมามองผู้มาใหม่ มีเพียงเจ้าก้อนหูคนเดียวเท่านั้นที่วิ่งเข้ามาหา ส่วนเด็กคนอื่นๆก็เริ่มเบะปากจะร้องไห้เพราะความกลัวลุงยักษ์สองคนนี้

                แอ้!!!!

 

                “อยากจะบ้าตาย!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                วันแรกของการเป็นพี่เลี้ยงเด็ก แทบจะทำให้คนที่ไม่เคยใจเย็นกับอะไรได้เลย ขบกรามแน่นจนปวดหัวอยู่หลายรอบ เขาเป็นนายมารร้ายที่เด็กๆ เอาแต่วิ่งหนีและล้อเลียนด้วยความสนุกปาก ส่วนนู้นพ่อพระคนดีของเด็กอี้ฟาน เจ้าก้อนเอาแต่เดินตามตูดต้อยๆ พูดอะไรก็เชื่อฟังไปหมด

 

                สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่นี่ อายุน้อยสุดคือเด็กอายุไม่ถึงขวบ แต่เด็กน้อยถูกเลี้ยงอยู่กับซิสเตอร์เพราะต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เด็กส่วนใหญ่ที่เขาจะคลุกคลีด้วยจึงมีก็แต่เพียงเด็กซนๆ ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง

 

                “บอกให้มานี่ไง!!” ชานยอลชักสีหน้าไล่กวดเจ้าก้อนอ้วนพุงโย้ ที่เอาแต่วิ่งหัวเราะคิกคักไปทั่ว อยากจะจับมาฟาดสักทีสองทีให้ร้องจ้า จะได้รู้ตัวว่าตัวเองน่ะดื้อแค่ไหน

 

                “อ้า! จับได้แล้ว ใส่เสื้อเดี๋ยวนี้!!” ชานยอลที่หน้าดำค่ำเครียดบอกพร้อมกับจับคอเสื้อยัดใส่หัวโตๆนั่น เด็กน้อยดิ้นไปมาไม่ยอมท่าเดียว ก่อนจะเริ่มเบะปากเตรียมตัวร้องไห้

                “ห้ามร้องนะ!! ฮึบ! เงียบเลย!

                “ชี้หน้าเด็กแบบนั้น เด็กก็กลัวสิคุณ มานี่ฉันใส่เอง” เสื้อยืดตัวเก่าๆยานๆถูกกระชากออกไปจากมือพร้อมกับสายตาไม่เป็นมิตรของครูสาว ชานยอลเม้มปากกลืนน้ำลายแทบจะเฝื่อนคอ เขารีบขยับตัวไปนั่งข้างอี้ฟานที่กำลังดูแลเจ้าก้อนอูจุนที่เอาแต่โม้อะไรก็ไม่รู้ฟังไม่ออก

 

                “ฉันอยากกลับบ้าน”

                “อ้าว ไม่สนุกเหรอ ที่นี่เด็กเยอะเลยนะ”

                “ไอ้!!..” ชานยอลหันไปมองค้อนทันทีที่ถูกสามีตัวดีประชด ใช่สิเขาน่ะมันเอาแต่ใจอยากได้ลูก แต่ลูกเขาก็ไม่ควรจะดื้อแบบนี้ไหม ตั้งแต่เช้ายันค่ำ บ้าบอเกินไปรึเปล่า

                “คุณชานยอลคะ ฉันขอคุยด้วยหน่อยค่ะ” สองหนุ่มมองหน้ากัน ก่อนที่อี้ฟานจะพยักหน้าให้ชานยอลลุกตามคุณครูสาวที่เดินตัวปลิวออกไปด้านนอก

 

               

 

                ชานยอลหยุดฝีเท้าลงเมื่อเจ้าหล่อนหยุดยืนอยู่หน้าประตูโบสถ์ ที่นี่มีเพียงแสงจากกิ่งไฟทางถนนเท่านั้นที่ส่องผ่านเข้ามาพอทำให้เห็นใบหน้าของกันและกัน

                “มีอะไรครับ”

 

                “เห้อ ฉันไม่อยากจะบอกนะคะว่าคุณเลี้ยงเด็กได้ห่วยแตกมาก” คำติตรงๆเล่นเอาเขาสะอึก แอบกลืนน้ำลายไม่ทัน ชานยอลยักไหล่หันหน้าหนีไม่กล้าจะสบสายตาดุๆของคุณครูสาว ที่แม้จะดูยังไงเขาก็แก่หลายขุม

                “สามีคุณบอกว่าคุณอยากมีลูก ดิฉันคุยกับเขาแล้วและเขาก็อนุญาตให้ดิฉันคุยกับคุณได้ เขาตัดสินใจที่จะรับเด็กที่นี่ไปเลี้ยงถ้าหากคุณเข้ากับเด็กคนไหนได้สักคน แต่คุณอาจจะกำลังทำให้สามีคุณผิดหวังหน่อยๆนะคะ” ชานยอลขมวดคิ้วกอดอกหันหน้าตรงมาจ้องมองคุณครูสาว

 

                “เขาไม่เคยบอกผมสักนิด” ชานยอลที่กำลังจะหันหลังกลับเข้าไปคุยกับอี้ฟานถูกดึงแขนเอาไว้ ชายหนุ่มตกใจนิดหน่อยที่เห็นเธอกล้าแตะต้องตัวเขาแบบนี้

                “ตามดิฉันมาค่ะ”

 

                เจ้าหล่อนบอกเพียงเท่านั้นแล้วเดินข้ามไปยังตึกอีกหลังที่สูงไม่ถึงสองชั้น เป็นตึกเก่าไร้การทำนุบำรุง และเหมือนว่าจะเป็นเพียงแค่ตึกเก็บเอกสารเก่าหรืออุปกรณ์เก่าๆ  แต่แสงไฟที่ลอดออกมาทำให้เขารู้ว่ามีคนอาศัย คุณครูสาวเคาะประตูสองสามทีเป็นการขออนุญาต เสียงจากด้านในตอบกลับออกมา จากนั้นเธอก็ผลักมันเข้าไป

 

                ข้างในดูดีกว่าที่คิด ตบแต่งให้ดูโปร่งโล่งน่าอยู่ โดยที่ด้านในมีเพียงซิสเตอร์ที่กำลังจิบชาอยู่บนโซฟาตัวหนา ด้านข้างเป็นเปลเล็กๆที่แกว่งไกวไปมาเพื่อกล่อมเด็กทารกคนหนึ่งให้หลับสนิท

                “สวัสดีจ่ะ” เสียงทักทายนั้นช่างอ่อนโยนจนเขาไม่กล้าที่จะนิ่งเฉย เขาตอบกลับไปด้วยท่าทางสุภาพ และนั่งลงบนพื้นปูเสื่อน้ำมัน

               

                “มันดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะที่ซิสเตอร์อยู่กับผู้ชายแบบนี้ แต่เอาเถอะฉันแก่คราวยายคงไม่มีใครคิดอะไรไม่ดี ฮ่ะๆ”ชานยอลยิ้มขำตามไปด้วย ซิสเตอร์ก็อายุใกล้จะหกสิบเข้าไปแล้ว หน้าตาก็เริ่มไร้เค้าโครงของความสดสาว แต่ที่ยังทำให้เธอมีเสน่ห์คงเพราะรอยยิ้มและมุขตลกขำขันนั้นมากกว่า

 

                “ฉันรอที่จะได้พบหน้าเธอมานานเหมือนกันนะ หลังจากที่ได้เจออี้ฟาน”

                “เขาเคยมาที่นี่เหรอครับ” ชานยอลขมวดคิ้วไม่เข้าใจ คนที่งานรุมเร้าแบบนั่นน่ะนะถึงจะมาที่นี่ได้จนดูสนิทสนมกับทุกๆคน เขาก็ไม่ได้เอะใจตั้งแต่แรก ตอนที่เจ้าก้อนวิ่งมาให้อี้ฟานอุ้ม ไหนจะคุณป้าที่ออกมาต้อนรับอีก

 

                “เขามาที่นี่บ่อยนะ เขาบอกว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เธอมาด้วย ตอนแรกน่ะดูเงอะงะกับเด็กๆมากเชียวล่ะ แต่ก็ดูใจดี เหมาะที่จะเป็นพ่อเด็ก ฉันก็เคยถามว่าทำไมถึงมาที่นี่อยากรับเลี้ยงเด็กงั้นเหรอ เขาบอกว่าภรรยากับตัวเขามีลูกไม่ได้เลยต้องการที่จะรับเด็กไปเลี้ยง แต่ตัวเองไม่ได้มีปัญหา ติดแต่ที่ภรรยาว่าจะยอมรับได้มั้ย หน้าตอนพูดดูเศร้าและรู้สึกผิดเชียวล่ะ” ชานยอลฟังไปก็ได้แต่ก้มหน้าหงุด เขารู้ว่าตัวเอาแต่ใจแต่ไม่เคยคิดว่าการเอาแต่ใจของตัวเองจะทำให้อี้ฟานหนักใจ ยิ่งพอรู้ว่าลู่หานท้อง พวกเขาก็ยิ่งผิดหวังมากขึ้น เขายอมรับได้อย่างเต็มปากว่าเขาอิจฉาลู่หานกับเซฮุนมากมายจนไม่เป็นอันทำอะไรเลย

 

                “อาจต้องใช้เวลาสักนิด เด็กดื้อเธอก็อาจจะรำคาญ แต่ก็อย่าลืมว่านี่คือเด็ก การเป็นพ่อแม่คนไม่ได้เป็นกันง่ายๆ ว่าแต่เธอเถอะอยากมีลูกไปทำไม”

                “ผมเคยอยากเลี้ยงใครสักคนให้เติบโตอย่างมีความสุข ผมอยากแก้ไขสิ่งผิดพลาดในชีวิตของผม” ชานยอล     กล่าวมือที่วางบนตักกุมเข้าหากันแน่น ตอนนี้เหลือเพียงเขากับซิสเตอร์ ส่วนคุณครูสาวไม่รู้ว่าออกไปตอนไหน

                “ถ้าให้พูดตรงๆ เธอเลี้ยงเด็กไม่ได้หรอกนะ ดุจากที่ไล่เจ้าอ้วนนั่นทั้งวัน ฮ่ะๆ” ซิสเตอร์หัวเราะ วันนี้เธอเห็นชายหนุ่มตรงหน้าไล่เด็กอ้วนไปทั่ว แถมยังทำตัวน่ากลัวจนเด็กไม่กล้าเข้าใกล้อีก

 

                “ผมรู้ตัวว่าตัวเองโมโหร้าย และผมกำลังคิดถึงเรื่องลูก ว่าผมอาจจะไม่เหมาะที่จะเลี้ยงดูใครสักคนจริงๆ”

                “วันนี้วันแรกไม่ใช่เหรอ ใครมันจะปรับตัวทัน”

                “ครับ ผมก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น” ชานยอลตอบ เขาก็หวังว่าเพราะวันนี้เป็นวันแรกของการได้คลุกคลีกับเด็กมันก็เลยยาก แต่เขาคิดว่าต่อๆไปมันก็คงจะดีขึ้น

 

                อึ อื้อ แอ้...แอะ

 

                “เอ่า ตื่นซะแล้ว” เสียงร้องโยเยของเจ้าตัวเล็กที่บิดตัวไปมาในเปลนอนทำเอาคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อน้ำมันตัวแข็งทื่อ ซิสเตอร์รีบลุกขึ้นแล้วอุ้มเจ้าตัวน้อยเข้าหาอ้อม ประคองเอาไว้แบบนั้นจนเจ้าตัวเล็กหยุดร้องไห้

                “สงสัยเราจะคุยกันดังไปหน่อย อยากจะลองอุ้มมั้ยล่ะ”

 

                คำชวนกะทันหันทำเอาชานยอลชะงัก เกิดมายังไม่เคยอุ้มเด็กที่ไหนเลยแม้กระทั่งหลานตัวเอง เขาส่ายหน้าปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะพลาดอุ้มผิดท่าทำเจ้าหนูน้อยเจ็บตัว แต่ซิสเตอร์กลับยัดเด็กใส่แขนเขาและสอนว่าควรจะอุ้มแบบไหน

 

                รอยยิ้มเล็กๆปรากฏบนมุมปากของเด็กน้อยเสียงครางนิดๆ นั้นทำให้ชานยอลเผลอยิ้มกว้างแล้วเงยหน้าขึ้นจ้อกับซิสเตอร์อย่างภูมิใจในตัวเอง

                “เด็กคนนี้ ถูกเอามาทิ้งไว้หน้าประตูโบสถ์ ไม่มีชื่อไม่มีอะไรเลยนอกจากผ้าอ้อมหนึ่งผืนกับผ้าน่วมเก่าๆ ตัวก็ยังแดงเหมือนเพิ่งจะคลอดใหม่ด้วยซ้ำ ตอนแรกก็นึกว่าคงไม่รอด แต่เด็กมันใจสู้ อยู่ได้มาถึงตอนนี้แถมยังร่าเริงอีกต่างหาก”

 

                “เขาน่ารักดีนะครับ”

                “เธอว่างั้นเหรอ”

                “ครับ” ชานยอลพยักหน้าขณะส่งนิ้วใหญ่ๆ แตะลงบนผิวนุ่มนิ่ม เด็กน้อยดิ้นไปมานิดหน่อยแต่ใบหน้าก็ยังคงระบายยิ้มออกมาอย่างพอใจกับสัมผัสและความอบอุ่นที่ได้รับ

 

                “อุ้มไปจนกว่าจะหลับสนิทละกันนะ มีอะไรก็เรียกได้ตลอด”

                “เออะ เออ ผมคิดว่าเขาน่าจะหลับสนิทแล้ว” ชานยอลรีบยกส่งคืนให้เพราะไม่กล้าจะอยู่สองต่อสองกับเด็ก แต่พอโยกหนีเท่านั้นเจ้าตัวน้อยก็เริ่มส่งเสียงแผ่ดดังลั่นจนเขาต้องเอาซุกอ้อมกอดอีกครั้ง ซิสเตอร์มองหน้าที่ใกล้จะร้องไห้เต็มทีของเขาแล้วก็หัวเราะออกมา

 

                “เห็นมั้ยล่ะ เด็กคนนี้คงจะชอบเธอเข้าแล้ว”

 

                  












----------------------------------

เป็น Chapter ที่ Feel good มาก 

ไม่มีดราม่านะคะ อิอิ ชอบแต่งเองชอบเอง โว้ยยย 

อ่านตอนนี้เเล้วเปิดเพลง Bumkey - Surprise ประกอบจะได้อารมณ์มาก 

**ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ **

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #881 Jenny Jung (@011223456789) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 11:42
    กลับมาได้รึเปล่า กลับมามาหาฉันที่ได้มั้ยไรท์~
    #881
    0
  2. #878 Tallethan (@Tallethan) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 14:53
    ไรท์สู้ๆนะคะ กลับมาต่อไวๆนะ เราจะรอนะคะ
    #878
    0
  3. #874 แฟนเงิง (@ploy0883551292) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 07:08
    ไรท์ไปไหน เค้ารอมาหลายเดือนแล้ววววว#อ่านเรื่องนี้ทุกวันเลย
    #874
    0
  4. #873 iiiastray (@iiiastray) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 02:26
    มาต่อเร็วๆนะไรท์อยากเสพความสุขไม่อยากเสพมาม่าแล้ว
    #873
    0
  5. #871 Seluhh (@1465) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 01:34
    คิดถึงเรื่องนี้มากกกกก
    #871
    0
  6. #870 vhun2 (@vhun) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 22:30
    ไรท์ให้ชยอลท้องเถอะสงสารน้องอะ
    คนอยากมีแต่ก่อไม่มี แต่คนไม่อยากมีกับมี ฮือออ
    #870
    0
  7. #868 ~mimi~ (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 22:55
    อยากมีพี่คริสเป็นของตัวเองยังไงก็ไม่รู้

    ชอบที่สนใจชานยอลและวางแผนเงียบๆ





    เข้าใจความรู้สึกของชานยอลนะ เพราะตัวเองคือคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีอยากมีแต่กลายเป็นว่าไม่มี

    มันคือเฟลในความน่ายินดีของคนอื่น จะแสดงออกมาก็ไม่ดี แต่จะไม่รู้สคกเลยก็ไม่ใช่





    ขอให้นุ้งตัวน้อยนั้นได้เข้าไปอยู่ในครอบครัวอู๋ก็คงดีเนาะ^^
    #868
    0
  8. #865 Tallethan (@Tallethan) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 02:58
    ไรท์มาค่อไวๆนะคะ รอลุ้นคู่ฮุนฮานเลย
    #865
    0
  9. #864 ttbluewp (@ttbluemtr) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 23:38
    อยากได้พาร์ทคริสยอลเพิ่มอ่าาาา /ส่งสายตาปิ๊งๆ
    #864
    0
  10. #863 BR by CHAnYEOl (@skilfan) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 22:50
    แงงงง แต่งพาร์ทคริสยอลอีกได้มั้ยคะ ฮือ แล้วน้องชานยอลจะท้องกับเขามั้ย ทำไมหงุดหงิดงุ้นง่าน แถมจะอ้วก แล้วก็อารมณ์อ่อนไหวง่ายอีก ท้องเถอะนะ สงสารน้อง น้องพยายามแล้วจริงๆ
    #863
    0
  11. #862 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 20:48
    ไรท์มาแล้ว ยังไม่มีใครจัดการกับลินดาเลยอะ
    #862
    0
  12. #861 Some more for me (@somemore4me) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 19:56
    ฟิคเรื่องนี้เฟบไว้นานมากแล้วพึ่งมีโอกาสได้อ่าน อ่านรวดเดียวจนมาถึงตอนปัจจุบันไม่เป็นอันทำอะไรเลย สนุกจริง เนื้อหาssแรกคือโหด ดราม่ามาก แต่พอมาอ่าน ss2 คือดีมากกกก รู้สึกว่าเป็นฟ้าหลังฝน ถึงจะมีขรุขระบ้างแต่ก็ลงเอยด้วยดีได้ ตอนที่ลู่หานต้องนอนนิ่งๆห้ามขยับตัวนี่ใจเสียมาก กลัวลูกจะไม่อยู่ กลัว แต่คิดว่าเด็กคนนี้คือปาฏิหาริย์นี่นา ไม่งั้นจะมาเกิดกันลู่หานที่เป็นผู้ชายได้ยังไง และแอบคิดว่าเด็กคนนี้คือแบคฮยอนกลับชาติมาเกิด ตอนที่ลู่หานจะตกเลือดคือแบคมาเข้าฝันทั้งสองคนเลยว่าไม่อยากตาย
    สุดท้ายก็รักกันเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบอบอุ่นเสียที
    อ่านตอนนี้ก็สะเทือนใจว่าชานยอลต้องเสียใจแน่ๆเพราะชานยอลเป็นคนที่อยากมีลูก อุตส่าห์ดั้นด้นไปถึงวัดในป่า แต่คนที่ไปเป็นเพื่อนอย่างลู่หานกับเซฮุนกลับท้อง แต่ตัวเองไม่ท้อง มันคงเสียสูญไม่ใช่น้อยเลย ลูกเรามันไม่จำเป็นต้องเกิดจากเราเสมอไป เค้าอาจจะไปอาศัยท้องคนอื่นเกิด แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นมาเป็นลูกเราอยู่ดี
    รอติดตามมาชานยอลจะเอาเจ้าตัวน้อยกลับบ้านมั้ย เซฮุนจะรู้สาเหตุที่ลู่หานคลอดก่อนกำหนดได้มั้ย มันจะเกิดอะไรขึ้น
    #861
    0
  13. #860 #...นายน้อย...# (@cassiopeia-niine) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 19:09
    มุมอ่อนโยน
    #860
    0
  14. #859 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 18:14
    โหยคิดถึงไรท์เมิก นึกว่าจะลืมกันไปซะแล้ว เห็นอัพก้อรีบมาอ่านเลย 555 สงสัยคงได้ก้อนน้อยไปเลี้ยงทีาบ้านแล้วล่ะสิชานยอล
    #859
    0
  15. #858 pcy_kwu3008 (@pcy_kwu3008) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 16:40
    นึกว่าไรท์จะไม่มาอัพอึกสะแล้ว
    #858
    0