HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 63 : [SS2] ตอนที่ 18 อัศวิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 321
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 พ.ค. 60

 


SS2 CH18

 

          “ผมจะกลับบ้านนะครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะรีบมาให้เร็วที่สุด” เซฮุนที่ยืนเคาะประตูห้องพักข้างๆอยู่นานสองนาน อธิบายให้คนที่เพิ่งอาบน้ำใหม่ได้ฟัง ลินดาขมวดคิ้วเหมือนกับว่าไม่อยากให้เขาทำเช่นนั้น

            “ไม่ไปไม่ได้เหรอ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

            “งั้นคุณกลับกับผมมั้ย” เซฮุนเสนอ

            “ทำไมเหรอ ทำไมต้องตัดสินใจกะทันหัน”

            “พี่ลู่หานไม่ค่อยสบายครับ” เซฮุนตอบไปตามตรง

            “แล้วนี่ถ้าเกิดว่าเธอไปทำงานที่ไกลๆ ถ้าลู่หานป่วยเธอก็จะหอบสังขารกลับไปสินะ” เส้นเสียงไม่พอใจ ทำให้เซฮุนขมวดคิ้ว ผู้หญิงคนนี้จะไปรู้อะไรดีนัก

            “ครับ เพราะพี่ลู่หานไม่มีใคร” ไม่ใช่ไม่มีใคร แต่คนที่จะดูแลพี่เขาได้ ณ ตอนนั้นก็คงจะมีแต่เขา

            “เหอะ เอาเถอะ จะไปก็ไป แต่อย่าลืมนะว่าฉันจะรายงานเรื่องนี้ให้คุณเทาทราบ ว่าเธอผิดสัญญา พรุ่งนี้หกโมงเช้าอย่าเข้างานสายล่ะ ไม่งั้นเธออ่วมแน่”

            “ครับ” เซฮุนตอบสั้นๆ พร้อมกับก้มหัวโค้งให้ อย่างไม่ปริปากเถียงหรือชักสีหน้าใส่ใดๆ เขาทำเพียงแค่ควงกุญแจรถกระเป๋าสตางค์กับมือถือและเสื้อโค้ท แล้วเดินลงไปยังลานจอดรถเท่านั้น

 

            Rrrrrrrr Rrrrrrrr

  

            เสียงโทรศัพท์จากเบอร์ของพี่ชายทำให้เขาแปลกใจนิดหน่อย เซฮุนปลดล็อครถ แทรกตัวเข้าไปนั่งด้านในก่อนจะกดรับสาย

            “ครับพี่”

            /เซฮุน!! แกอยู่ไหน มาหาฉันเดี๋ยวนี้!!/ ปลายสายดูร้อนรนและเสียงสั่นเครือจนชายหนุ่มต้องขมวดคิ้ว เสียงเครื่องยนต์สตาร์ทดังในเวลาต่อมา

            “มีอะไรรึเปล่า”

            /เมียแก....เมียแกเซฮุน คลอดก่อนกำหนด!! อาการห้าสิบห้าสิบ อยู่โรงพยาบาลกลาง รีบมาด่วน!! เลยนะ/

 

            ตุบ!

 

            เสียงกลืนน้ำลายดังแทบจะเท่ากับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ใต้ซี่โครงด้านซ้าย โทรศัพท์มือถือเรือนหรูร่วงหล่นออกจากมือเมื่อได้รับข่าวสารเรียบร้อยแล้ว

            เพราะมือของเขากำลังสั่น...

 

            “เซฮุน สติ.....” มือที่จับพวงมาลัยช่างเกะกะเหลือทน เขาเงอะงะทำตัวไปถูกไปหมด มือที่ควรจะจับเกียร์ก็ดันไปจับพวงมาลัย มือที่จับอยู่บนพวงมาลัยก็เอาแต่ดันเอาไว้ ทั้งๆที่ต้องหมุน

 

            กว่าจะตั้งสติได้ก็ตอนที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง นั่นล่ะเขาถึงจะเข้าเกียร์เดินหน้าแล้วจับพวงมาลัยหมุนได้สักที

            โรงพยาบาลกลาง คือโรงพยาบาลที่คุณหมอจงอินทำงานอยู่ ตอนนี้คนที่รู้เรื่องเป็นคนสุดท้ายคงเป็นเขา ไม่สิ อาจเป็นพ่อแม่ของพี่ลู่หาน

            พวกท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลูกชายท้องได้หกเดือน.....

 

            ความเร็วบนท้องถนนของรถเก๋งคันเก่า ไม่สามารถหยุดลงได้เมื่อคนขับเร่งรีบ ไฟแดงที่เปิดเด่นหราเป็นสัญญาณให้เขาหยุดไม่ได้รับความสนใจเลยแม้แต่น้อย หรือจะย่านที่มีจุดตรวจจับความเร็วเขาก็ไม่คิดที่จะผ่อนมันลง

            ขอแค่ไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้....

 

           

            สิ่งแรกที่เห็นคือ พี่ชายและพี่เขยรวมไปถึงคยองซุกำลังยืนตัวสั่นอยู่ เด็กหนุ่มมองเขาเป็นอันดับแรก เสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดมากมายทำให้ใจเขาดิ่งลงเหว

            “ลู่...ลู่หาน เขาเป็นยังไงบ้าง”

            “แกไปอยู่ไหนมาเซฮุน แกไปไหนมา”

            “ผมไปทำงาน ผมขอโทษ ผม....ผมกำลังจะกลับมาหาพี่เขา....ผมขอโทษ” เซฮุนแทบจะปะติดปะต่อคำไม่รู้เรื่อง จนอี้ฟานต้องมาลากตัวเขาให้ไปนั่งสงบสติอารมณ์ที่เก้าอี้ของห้องฉุกเฉิน เสียงรองเท้าหนังของคุณหมอจงอินเสียดสีกับพื้นเมื่อคุณหมอเบรค สายตาที่มักจะง่วงอยู่ตลอดเวลา เบิกกว้างตื่นตัวเต็มที่ เสื้อกาวน์ที่เคยขาวสะอาดก็เปื้อนไปด้วยคราบเลือด เขาไม่รู้ว่าของใคร แต่ยิ่งเห็นเขาก็ยิ่งสั่นกลัว

            “ลู่หานถูกส่งตัวไปที่แผนกสูติแล้วครับ อาการทรงตัว....แต่เด็ก”

            “ลูกผม....”

            “ไปฟังคุณหมอจองซอกดีกว่านะครับ เชิญทางนี้”

 

            เดินเร็วสลับวิ่งไปยังอีกตึกหนึ่งทันที โดยพร้อมเพรียงเสียงหอบหายใจเล็กๆของเซฮุนบ่งบอกให้รู้ว่าเขาตื่นตระหนกและเหนื่อยล้าแค่ไหน คุณหมอที่อยู่ในชุดผ่าตัดสีน้ำเงินอ่อนๆ เดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ในมือมีหมวกคลุมศีรษะ แว่นตาที่เคยอยู่บนสันดั้งก็เลื่อนลงมาจนเกือบจะถึงปลายจมูก

            “เซฮุนใช่มั้ย ตามผมมา”

            “ลูกผม....”

            “โอเค ฟังที่หมอจะอธิบายนะเซฮุน ตอนนี้ทั้งแม่และเด็กปลอดภัยดี....แต่” คำว่าแต่ทำให้รอยยิ้มของเซฮุนหุบลง สายตาของคุณหมอที่มักจะโอ้อวดสรรพคุณตนเองเสมอ จริงจังเสียจนคนมองใจแกว่ง เซฮุนรอฟังคำตอบอย่างลุ่นระทึก

            “มีสองตัวเลือกให้เธอเซฮุน หนึ่ง ทำคลอดเด็กอายุหกเดือนและนำเข้าตู้อบ โอกาสรอดไม่เกินเจ็ดสิบแต่คุณแม่จะปลอดภัย สอง ไม่ทำการผ่าคลอดแต่จะต้องให้แม่นอนนิ่งๆเป็นเวลาสองเดือน พอครบแปดเดือนเมื่อไหร่หมอถึงจะทำคลอด โอกาสรอดของทั้งแม่และเด็กสูงถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่คนเป็นแม่ห้ามขยับตัวแม้แต่ติดเดียว มันอาจจะยากและทรมานไปหน่อยแต่หมอคิดว่าทางเลือกนี้ดีที่สุด แต่ก็อยู่ที่คุณว่าจะตัดสินใจแบบไหน”

            “ตอนนี้เขาทรมานมั้ย ผมหมายถึงทั้งคู่”

            “พวกเขากำลังพักผ่อน ตอนแรกคนเป็นแม่น้ำเดินและเสียเลือดมาก เพราะมดลูกยังเปิดพร้อมคลอดทุกเมื่อ แถมที่เลวร้ายคือมดลูกต่ำ และไม่มีช่องคลอด.....เด็กคลอดธรรมชาติไม่ได้ กรณี ของลู่หานพิเศษมาก การดูแลจึงต้องมากกว่าเคสคุณแม่คลอดก่อนกำหนดทั่วไป”

            “โอเค ผมเข้าใจ ผมเข้าใจทุกอย่าง แบบไหนก็ยอมแต่ขอให้แม่กับลูกรอด เท่านั้น เท่านั้น จะแลกด้วยอะไรผมก็ยอม” เซฮุนเม้มปากแน่น เขาไม่รู้เรื่องอาการเชิงลึกที่แสนซับซ้อนนักหรอก เขาเข้าใจแค่ว่าลู่หานไม่เหมือนคนอื่น การดูแลจึงต้องมากกว่า

 

            “ได้โปรด....”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            การไม่นอนติดกันสองถึงสามวันเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา เซฮุนที่นั่งกอดอกพิงหัวกับผนัง ในขณะที่สายตาเลื่อนลอยจ้องมองไปยังคนที่นอนท้องโตอยู่บนเตียงพร้อมเครื่องมือทางการแพทย์มากมายหลายชนิด

            สิ่งที่ยังยืนยันว่าลู่หานยังหายใจคือหน้าท้องที่ยกขึ้นลงหนักๆ กับเครื่องตรวจจับชีพจรที่ยังคงวัดค่าของมันไปอย่างเป็นปกติ

            ไม่มีคนได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม มีเพียงเขาที่สามารถเข้ามาดูแล เผื่อว่าคนไข้ตื่นขึ้นมา การขยับตัวไม่ได้มันเป็นอะไรที่ทรมานที่สุดในชีวิต แปดเดือนเต็มที่เขาไม่สามารถขยับตัวได้เพราะอัมพฤกษ์ แต่สำหรับลู่หานที่สามารถขยับตัวได้แต่ห้ามขยับ คงน่าอึดอัดกว่า

 

            ทำไมถึงเป็นแบบนั้น.....

 

            เสียงครางเบาๆของคนบนเตียงกระชากร่างคนนั่งซังกะตายบนโซฟาให้ลุกไปประชิดเตียง ด้วยคู่สวยนั้นลืมขึ้นช้าๆ มือที่กำลังจะยกขึ้น ถูกห้ามเอาไว้ด้วยชายหนุ่ม เซฮุนไม่รู้ว่าลู่หานขยับได้มากเท่าไหน เขาจึงต้องห้ามลู่หานแม้แต่การขยับนิ้ว

            “อย่าขยับนะ”

            “เซ...เซฮุน”

 

          “ถ้าพี่ขยับลูกของเราจะไม่รอด” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ

           

            “พี่มีอาการคลอดก่อนกำหนด และทางเดียวที่ลูกของเราจะรอดคือพี่ต้องนอนนิ่งๆ รอเวลาที่ลูกของเราจะแข็งแรงพอ”

            “ตอนนี้....”

            “ลูกยังอยู่กับเรา ได้โปรดอดทนเพื่อเขานะ” เซฮุนหลับตาแน่น ข่มอารมณ์และก้อนเหนียวๆที่จุกขึ้นมาตรงลำคอ เสียงร้องไห้แทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทของชายหนุ่ม ช่วงเวลายากลำบากของพวกเขากำลังเริ่มต้นขึ้น ช่วงระยะเวลาสองเดือน ของคนเป็นพ่อเป็นแม่

 

            “ขอบคุณพระเจ้า....ฮือๆ”

           

 

 

 

 

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            วันแรก สิ่งที่ทั้งพ่อและแม่ต้องเรียนรู้คือการ ต้องอยู่ให้ได้ คนที่ลำบากมากหน่อยคงจะเป็นลู่หาน เพราะรายนั้นต้องนอนนิ่งๆ อาบน้ำหรือขับถ่ายไม่ได้ เป็นเวลาหนึ่งเดือน จากคนที่ปกติมาตลอดกลับเริ่มดูป่วยลงเรื่อยๆ วันแรกที่ถูกสอดท่อให้อาหารเพื่อบำรุงครรภ์ อีกสามชั่วโมงต่อมาถูกผ่าตัดสอดท่อขับถ่าย เพราะใช้แรงเบ่งไม่ได้

 

            คนป่วยดูโรยแรงไม่ต่างจากคนเฝ้า เซฮุนไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลยตั้งแต่ที่ลู่หานถูกทำการสวนท่อ ความทรมานที่ส่งผ่านออกมาจากสีหน้าและน้ำตา ทำให้เขาแทบจะทนดูไม่ได้

           

            ทั้งๆที่เราเพิ่งจะย้ายบ้าน ทั้งๆที่อีกสองเดือน แค่สองเดือนแท้ๆ.....

 

            ลู่หานนอนยาวหลายชั่วโมงในขณะที่เซฮุนได้แต่นั่งเฝ้า เสียงลมหายใจของเขาดังก้องไปทั่วในโสตประสาท ใบหน้าที่เคยสดใสกลับสูบซีดเหลือเพียงความหมองคล้ำ นี่แค่วันแรก วันแรกของการต้องอยู่เฉยๆ

            “ผมขอโทษ....”

 

            “คุณเซฮุนคุณหมอจองซอกเรียกพบที่ห้องทำงานค่ะ” พยาบาลสาวที่เดินเข้ามาตอบพร้อมรอยยิ้มให้กำลังใจ ชายหนุ่มลูบหน้าลูบตาตนเองก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับคุณพยาบาล

            “ไม่ต้องห่วงนะคะ มีคุณแม่เคสนี้หลายท่านที่ต้องสวนท่อ มันอาจจะดูทรมานไปหน่อยแต่ก็เพื่อตัวเด็กเอง ทุกอย่างจะดีขึ้นค่ะ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ คุณพ่ออย่าท้อแท้นะคะ”

 

            “ครับ ขอบคุณ” เซฮุนพยักหน้ารับช้าๆ เข้าใจดีและภาวนาว่าขอให้เป็นเช่นนั้น

 

            คุณพยาบาลพาเขามาส่งถึงในห้อง โดยที่มีคุณหมอรออยู่แล้ว รอยยิ้มจางๆเป็นการทักทายของคุณหมอทำให้ฮุนต้องก้มหัวให้เล็กๆ เขาไม่สามารถค่อมตัวได้เหมือนทุกครั้ง เขาแค่รู้สึกว่าหากว่าก้มต่ำมากเกินไป หัวเขาต้องทิ่มจมดินแน่ๆ

            “เป็นไงบ้าง” คุณหมอส่งรอยยิ้มบางๆมาให้

            “เขาทรมาน....”

            “ผมหมายถึงคุณน่ะครับ เป็นไงบ้างเข้มแข็งขึ้นรึยัง” เซฮุนส่ายหน้าช้าๆ ด้วยความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึก เขาไม่โอเค เขาไม่ไหว เขาเข้มแข็งตอนนี้ไม่ได้ เขาเสียใจที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น

 

            “ผมรู้ว่ามันยาก แต่ก็ต้องผ่านไปให้ได้ เอาล่ะ ที่ผมต้องการพบคุณ ผมอยากจะอธิบายให้คุณเข้าใจก่อนว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดฝัน คุณหมอที่คุณไปฝากครรภ์ด้วยอาจไม่ได้บอกว่าคุณแม่ต้องระวังเป็นพิเศษ เรื่องอาหารการกิน เรื่องการเดินเหิน หรือแม้แต่ความเครียดที่สะสม”

 

            ทุกๆอย่างคุณหมอมินโฮบอกหมดแต่เพราะเขาและลู่หานเองต่างหากที่ละเลย ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกทั้งสองคนเลยว่า พวกเขามีลูกกันได้โดยที่ไม่เหมือนคนอื่น ลู่หานไม่ใช่ผู้หญิงแท้ ลู่หานคือผู้ชายที่มีมดลูกเท่านั้น

            “ครับ เรื่องนั้นพวกเราทราบดี”

            “อืม โอเค งั้นถือว่าเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับและปรับตัวให้ได้เร็วที่สุดแล้วกัน ต่อไป เรื่องที่หมออยากจะบอก..........”

 

 

           

 

 

 

 

 

 

 

            การคุยกับคุณหมอเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ได้มีความสบายใจเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เขายังคงรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทุกๆเรื่องที่เขาคิดออก

 

            มันคือความผิดของเขา....

 

 

            “กาแฟช่วยได้นะครับ” เสียงทักจากด้านหลังทำให้เซฮุนหันกลับไปมอง เด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักสวมเสื้ออาสาสมัครพร้อมกับในมือมีถาดในแก้วกาแฟอยู่ ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆแล้วรับมันมาแก้วหนึ่ง

            “ขอบคุณนะ”

            “ไม่มีใครอยากมาที่นี้หรอกถ้าหากไม่ป่วย แต่ถ้ามาแล้วและอยากออกไปจากที่นี่ เราต้องเข้มแข็งและต่อสู้ให้ชนะให้ได้นะครับ”

            “ต่อสู้?

            “ครับ.......สู้กับหัวใจตัวเอง” เซฮุนหลุบตาลงต่ำ มองแก้วกาแฟในมือที่ยังคงความร้อนเอาไว้เต็มเปี่ยม รอยยิ้มน้อยๆผุดพรายขึ้นบนใบหน้ารูปสลักอีกครั้ง พร้อมกับคำขอบคุณแผ่วเบาอีกสองสามหน

           

            ถ้าอยากออกไปจากที่นี้......ก็ต้องสู้

 

 

            “เดี๋ยวก่อนนายชื่ออะไร” เด็กหนุ่มที่กำลังจะหันหลังกลับเพื่อไปแจกกาแฟต่อ หยุดชะงัก รอยยิ้มที่ดูมีความสุขทุกเมื่อส่งมาให้ราวกับพยายามให้กำลังใจ

            “จีฮุน ปาร์ค จีฮุนครับ”

            “จีฮุน......”

            “ครับ?

            “นายคิดว่าพี่จะเป็นอัศวินช่วยเจ้าหญิงได้มั้ย” เด็กหนุ่มมองผู้ชายที่ดูท่าจะแก่กว่าหลายปี ก่อนจะหัวเราะคิก

            “ตอนนี้ในมือพี่ชาย ก็กำลังกำดาบไว้แน่นเลยนี่ครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ช่วงระยะเวลาของสัปดาห์แรกผ่านพ้นไปพร้อมกับน้ำตา ลู่หานมักจะร้องไห้ตลอดเวลาเมื่อต้องเปลี่ยนท่อและสายยางส่งอาหาร

            แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น ว่าที่คุณแม่ก็ยังคงใจสู้ และผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาได้ มือเล็กๆชื่นเหงื่อคอยจับกุมกับมือสากของว่าที่คุณพ่อ ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น หลายสิ่งหลายอย่างถูกยกมาไว้ในห้อง แม้ว่าห้องพัก จะใหญ่โตพอให้มีห้องน้ำห้องครัวและห้องนอนแยกสำหรับคนเฝ้าไข้

            แต่เซฮุนก็ยังคงเลือกที่จะนำผ้ามาปูนอนบนพื้นแทน ที่จะแยกตัวไปนอนอีกห้อง ถึงมันจะเย็นชืดและแข็งจนปวดหลังแต่เขาก็ยินดี

            “นอนโซฟาก็ได้นี่นา”

            “มันไกลไป”

            “แต่นอนแบบนี้มันปวดหลัง”

            “แต่ผมจับมือพี่ไม่ได้” เสียงหัวเราะเล็กๆพร้อมกับแรงบีบที่มือทำให้ เซฮุนยิ้ม เขาไม่เคยดูแลคนป่วย นี่เป็นครั้งแรกเขาจึงอยากทำให้ดีที่สุด การทำให้คุณแม่ผ่อนคลายและรู้สึกดี คือหน้าที่หลักของเขา

           

            “หลับรึยังครับ”

            “หลับทั้งวันแล้ว ไม่ง่วงเลย”

            “งั้นฟังนิทานมั้ย”

            “อยากกินส้มมากกว่า” เซฮุนหัวเราะแกนๆออกมาด้วยความเอ็นดูปนสงสาร ลู่หานไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว ถึงแม้ท้องจะอิ่มลูกได้สารอาหารครบท้วน แต่มันก็ไร้รสชาติสิ้นดี

 

            “ไว้จะทำงานเก็บเงินซื้อสวนส้มให้”

            “ขอตอนนี้ลูกเดียว”

            “อีกสองอาทิตย์พี่ก็ทานได้แล้วครับ ไม่ต้องสอดท่อ อาบน้ำได้ด้วยนะ”

            “ดีจัง......อยากอาบน้ำ กับกินส้มเย็นๆ” เซฮุนนอนมองเพดาน ขณะที่นิ้วโป้งก็ลูบไปตามหลังมืออีกฝ่าย เขาอยู่ท่านี้มาเกือบสามชั่วโมงแล้ว ปวดแขนเป็นบ้า....

 

            “พี่ครับ...”

            “หืม....ว่าไง”

            “ตอนที่พี่ดูแลผม พี่รู้สึกยังไง”

            “นายกำลังถามให้ฉันเครียดนะ”

            “ขอโทษ....”

            “ฮิฮิ ล้อเล่นน่า อยากฟังเหรอ”

            “ครับ.....”

            “งั้นลุกขึ้นมานั่งดีๆสิ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง” ลู่หานขอ เซฮุนทำตามโยไม่อิดออด ชายหนุ่มลากเก้าอี้มาชิดกับขอบเตียงคนไข้ ก่อนจะนั่งลง เตรียมตัวรอฟังสิ่งที่ลู่หานจะเล่า

 

            “ตอนนั้น......ฉันกลัวว่านายจะตาย โดยที่มันเป็นความผิดของฉัน ฉันไม่อยากมีตราบาปนั้นไปชั่วชีวิตก็เลยต้องทำ......”

            “น่าเศร้าจังนะ” เซฮุนยักไหล่ แต่มือที่จับกันอยู่ยังคงลูบไล้ไปตามหลังมือเล็กๆ

            “แต่พอนานวันเข้า มันไม่ได้เป็นแบบนั้น ความผูกพันมันทำให้ฉันเปลี่ยนไป......พอได้มั้ยอ่ะ เขิน”

            “ผมอยากฟัง”

            “ฉันว่าฉันกำลังรักนายเข้าแล้ว แต่อยู่ๆนายก็มาผลักไสไล่ส่งฉัน ฉันรู้สึกว่าสวรรค์กำลังลงโทษฉันอยู่ เขาลงโทษฉันด้วยการให้ฉันตกหลุมรักนาย ในขณะที่นายพร้อมที่จะเริ่มต้นกับคนใหม่”

            “...........”

            “ความพยายามจะตัดใจของฉันมันไม่ได้ผล และฉันคิดว่าชีวิตทั้งชีวิตของฉันต่อจากนี้ก็คงเหมือนกัน....” ลู่หานระบายยิ้มออกมาจนเต็มไปหมด หัวใจของว่าที่คุณแม่กำลังพองโต มือที่บีบจับกันอยู่ก็แรงขึ้นจนรู้สึกได้

            “ฉันไม่รู้มาก่อนว่าตัวเองพิเศษ มันอาจเป็นเพราะยานั่น.....ไม่ได้ช่วยให้แม้กระทั่งผู้ชายมีลูกได้ แต่มันคงช่วยให้คนที่มีลูกยากสามารถมีลูกได้”

            “พี่ดีใจมั้ย”

            “ฮ่าๆ ไม่เลย เพราะฉันกลัว กลัวทั้งใจตัวเองแล้วก็นาย” รอยยิ้มบางๆหายไปแล้ว เหลือเพียงใบหน้าซูบซีดนิ่งๆ

            “..............”

            “ฉันกลัวนายรังเกียจ กลัวว่านายจะคิดว่าฉันทำเพื่อที่จะจับนาย กลัวไปหมด กลัวว่าเด็กคนนี้จะไม่มีพ่อ กลัวคำร้ายๆที่จะออกมาจากปากของนาย กลัวไปหมด”

            “ตอนนี้ล่ะ พี่ยังกลัวแบบนั้นอยู่รึเปล่า....” เซฮุนถาม ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าที่เห็นเพียงลางๆจากแสงไฟยามค่ำคืนด้านนอก

            “กลัว.....กลัวว่าลูกจะไม่อยู่กับเรา ฉันกลัว”

 

           

 

 

            ค่ำคืนที่แสนยาวนานจบลงเมื่อว่าที่คุณแม่หลับไปแล้วพร้อมกับรอยยิ้ม เซฮุนที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ ทอดมองไปยังเรือนร่างอ้วนฉุแต่ดูไร้ความเปล่งปลั่ง สมองอันชาญฉลาดยังคงคิดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งแสงแรกของเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามา

            เวลาของเขาหมดแล้ว ถึงเวลาที่เขาต้องพักผ่อนเสียที....

 

            ใบหน้าหล่อราวรูปสลักค่อยๆพับลงพร้อมกับดวงตาที่ปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกเป็นช่วงๆเพื่อพักผ่อน เสียงพยาบาลสาวแว่วเข้ามาในโสตประสาทที่ยังใช้การได้อยู่ แต่เพียงแค่ตอนนี้กายหยาบของเขามันอ่อนล้าเกินกว่าจะยกเปลือกตาขึ้นไหว

 

           

 

            “หลับแบบนี้อีกแล้ว” เสียงแผ่วเบาของพยาบาลสาวดังขึ้นเมื่อสายตาทอดผ่าน ไปยังภาพตรงหน้า ผ้าห่มผืนบางถูกหยิบยกมาคลุมไหล่กว้างของว่าที่คุณพ่อคนเก่ง ทุกครั้งในยามเช้า หล่อนจะเห็นว่าชายหนุ่มนั่งคอพับหลับอยู่ข้างเตียง แถมในมือยังคงกอบกุมมือว่าที่คุณแม่เอาไว้แน่นจนชื้นเหงื่อ

            เพราะวางใจแล้วว่า ตอนเช้าจะมีคนคอยดูแล ไม่ว่าจะเป็นพยาบาลพิเศษหรือจะเป็นคุณหมอ ทั้งๆที่ตัวเองไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นแท้ๆ แต่ก็ยังคงอดทนทำต่อไป

 

            “หวังว่าพระเจ้าจะมอบความสำเร็จให้พวกเขานะคะ” 















------------------------- 

ก็แค่เข้มเเข็ง แล้วเราจะได้กลับบ้านพร้อมกัน.... 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #835 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:11
    ปลอดภัยทั้งลู่เเละลูกนะสู้ๆ เซฮุนสู้ๆนะผ่านไปด้วยกัน เป็นกำลังใจให้กันนะ
    #835
    0
  2. #830 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 16:29
    น่าสงสารอะ เป็นกำลังใจให้ทั้งเซและลู่นะ ลูกต้องปลอดภัยค่ะ
    #830
    0
  3. #827 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 11:47
    โหยงานการได้ไปทำบ้างป่าวเนี่ยมานอนพื้นเว้าเมียทุกวันเลย ขอให้ทั้งแม่ลูกปลอดภัย
    #827
    0