HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 62 : [SS2] ตอนที่ 17 เหตุการณ์ไม่คาดฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 พ.ค. 60

 


SS2 CH17

 

 

 

          “ 11 12 13 อืม ครบแล้วมั้งนะ เซฮุน......เซฮุนน่า!!

            “หืม?

 

            เสียงหวานใสเรียก คนที่กำลังปาดเหงื่ออยู่บนโซฟาเมื่อรู้สึกว่ากล่องที่แพคเอาไว้มันไม่ครบ ลู่หานกวาดตาจ้องมองกล่องที่วางอยู่บนพื้นแล้วก็ได้แต่ทำหน้าสงสัยใส่เซฮุน  

            “กล่องหายไปรึเปล่า”

 

            “ถามคุณหมอสิ”

            “มันมีแค่ 13 กล่อง ที่จริงมันต้องมีกี่กล่อง 17 หรือ 18” เซฮุนลุกขึ้นยืน ก่อนจะกวาดสายตามองตามกล่องที่วางอยู่บนพื้นเช่นกัน ก่อนจะเริ่มนับ มีสิบสามกล่องอย่างที่ลู่หานว่าจริงๆด้วย

 

            “นั่งพักเถอะเดี๋ยวผมไปดูเอง” คนที่เพิ่งปาดเหงื่อเสร็จ เดินออกไปจากห้องนั่งเล่น ความจริงกล่องทั้งหมดต้องนำมารวมกันที่ห้องโถงก่อน แต่มันหายไปไหนนะ

          

          เสียงเอะอะโวยวายจากทางด้านนอกทำให้เซฮุนต้องหันไปมอง ผู้ชายสองคนกำลังเดินเถียงกันไปมาตามทางเดิน โดยที่ในอ้อมกอดมีกล่องอยู่กันคนละใบ

            “ทำไม ต้องทำแบบนั้นล่ะครับ”

            “มันเรื่องของผมมั้ยล่ะลุง”

            “เรียกลุงไม่น่ารักเลยนะ”

            “ก็แล้วจะทำไม”

            “ก็มันไม่น่ารักไงครับ ผมแค่ยี่สิบต้นๆเองนะ”

            “แต่ผมเพิ่งสิบต้นๆเองนะ”

 

            เซฮุนที่ยืนรอกล่องอยู่มองตามเด็กหนุ่มร่างผ่ายผอมฝีปากกล้ากับคุณหมอจงอิน(ที่เคมีเข้ากันอย่างประหลาด) ถึงว่าล่ะทำไมกล่องมันยังมาไม่ถึงสักทีเพราะสองคนนี้เอาแต่เถียงกันตลอดทางเดินนี่เอง

 

วันนี้เป็นวันเสาร์การที่ได้เห็นเพื่อนบ้านกับเบ๊ของลู่หาน(พี่เขาว่างั้น)ดูจะเป็นเรื่องปกติไปเลย ด้วยความที่พวกเขาเข้ามาตรวจเช็คห้องนอนลูกที่ต่อเติมขึ้นใหม่อยู่บ่อยๆตั้งแต่เดือนก่อน ก็เลยได้พบกับเด็กที่พักอยู่บ้านข้างๆ ชื่อว่าโด คยองซู ท่าทางดูเป็นคนแปลกๆพิกลแต่ก็ไม่ได้มีอะไรให้น่าห่วง แปลกดีที่ลู่หานดูจะชอบเสียด้วยซ้ำ  

 

เซฮุนลงไปเอากล่องอีกสามใบสุดท้ายที่อยู่ตรงล๊อบบี้ ก่อนจะเดินข้ามไปร้านสะดวกซื้อกึ่งซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อซื้อเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวให้แรงงานที่มาช่วยกันขนของในวันนี้ พอซื้อของอะไรเสร็จก็เตรียมตัวจะขึ้นห้อง แต่อยู่ๆผู้หญิงรูปร่างดี ที่เขาร่วมงานอยู่ทุกวันกลับเดินเข้ามาทักทายดูรอยยิ้มแจ่มใส

ชายหนุ่มค่อมตัวให้เป็นการทักทาย เจ้าหล่อนฉีกยิ้มกว้างในขณะที่เขาได้แต่ถามในใจว่าหล่อนมาที่นี้ทำไม

 

“หน้าตาดูสงสัยจังเลยนะว่าฉันมาทำไม” รู้ด้วยแหะ

“คุณมาทำไมเหรอครับ”

“คุณเทาบอกว่าเธอย้ายบ้านวันนี้ ก็เลยจะมาแสดงความยินดี แล้วก็นี่จ่ะ งานไซต์วันจันทร์ที่จะถึง ไปอิลแทวอนสองวัน” แฟ้มเอกสารบางๆถูกยื่นส่งมาให้ตรงหน้า เซฮุนขมวดคิ้วมองมันด้วยความสงสัย

“ผมบอกพี่เทาแล้วว่าผมไม่รับงาน ไกล”

 

          “งานนี้ลูกค้า รีเควสมาว่าต้องเป็นเธอน่ะเซฮุน ฉันก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง”

            “มีใครไปบ้างเหรอครับ” เซฮุนถาม

            “อืม....เอาเป็นว่าเราออกไปคุยกันที่ร้านคอฟฟี่ชอปตรงมุมถนนนั่นดีมั้ย ไม่ก็ที่บ้านเธอก็ได้”

            “คอฟฟี่ชอปก็ได้ครับ” เซฮุนกล่าว แล้วพาเดินนำออกไปก่อน  

 

 

            ทั้งสองสั่งอเมริกาโน่เย็นคนละแก้ว โดยยึดที่นั่งริมหน้าต่างด้านในสุดของร้านเอาไว้เพื่อความเป็นส่วนตัว เซฮุนที่นั่งอ่านเอกสารอย่างตั้งใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว เงยหน้ามองหญิงสาวที่ยังคงส่งยิ้มเป็นประกายมาให้ เขาไม่ได้ชอบใจนัก แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่สามารถเลี่ยงงานนี้ได้เลย

            “ผมต้องไปกับคุณแค่สองคน?”

            “ใช่จ่ะ”

            “ไม่มีคนอื่นเหรอครับ” รู้ว่าถามแบบนั้นมันออกจะเสียมารยาทไปเสียหน่อย แต่เขาก็ต้องการความชัดเจนในเรื่องนี้

            “ไม่มีจ่ะ ไม่ต้องห่วงนะ เรานอนแยกกันคนละห้อง”

            “แต่จากอิลแทวอนขับกลับมาที่บ้านผมก็พอได้อยู่นะครับ” เขายังคงหาทางเลี่ยงที่จะค้างคืนที่อื่น ด้วยความที่เป็นห่วงลู่หาน เพราะฝ่ายนั้นท้องก็โตแถมยังบ่นปวดหลังอยู่บ่อยๆ

            “งานต้องเสร็จในสองวันนี่สิ อาจต้องเข้าไซต์งานตอนกลางคืนด้วย”

            “ทำงานตอนกลางคืน มันไม่โหดไปเหรอครับ” เซฮุนถาม แต่หญิงสาวกลับหัวเราะออกมาเหมือนกับว่าเป็นเรื่องตลก

            “นี่ล่ะงาน มีหลายที่ ที่ทำงานกันร่วมสิบสองสิบสามชั่วโมงเพื่อเร่งงานก่อสร้าง พวกนายจ้างไม่สนหรอกว่าคนหน้างาน กับพวกวิศกรคุมไซต์งานจะเหนื่อยแค่ไหน เขาจ่ายเราสี่เท่าเพื่อให้งานภายในเสร็จให้ทันในสี่เดือน เราต้องคุมงานช่วงแรกก่อน จากนั้นก็จะเป็นอาทิตย์ละสองวัน”

 

            เซฮุนพยักหน้าเข้าใจ งานที่เขาทำก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าออกงานตรงเวลาเป๊ะ งานของเขามันกึ่งฟรีแลนซ์ อาทิตย์ไหนล้นมือก็ต้องทำกันยาวๆไปจนถึงเช้าของอีกวัน

            “ครับ โอเค วันจันทร์ใช่มั้ยครับ”

 

 

            ถุงเครื่องดื่มที่ความเย็นหายไปเกือบหมดแล้วถูกวางลงบนโต๊ะรับแขก สายตาของคนทั้งสามจับจ้องเขาก่อนที่จะเป็นถุงเครื่องดื่มตรงเสียอีก

            “หน้าตาดูไม่ดีเลยนะ”

            “อืม....นิดหน่อย” เซฮุนตอบ ก่อนจะหันไปจดจ้องมองเพื่อนบ้านตัวน้อยที่นั่งคุ้ยถุงเครื่องดื่มอยู่ โดยมีคุณหมอจงอินบ่นอยู่ไม่ห่าง

 

            “คยองซู”

            “หืม........ครับ” เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง สายตาดูลุกลิกเหมือนกับว่ากลัวที่จะถูกตำหนิ มือเล็กๆเคลื่อนออกจากถุงเครื่องดื่มช้าๆ

            “วันจันทร์กับอังคารฉันไม่อยู่ เลิกเรียนแล้วมาอยู่เป็นเพื่อนพี่ลู่หานได้มั้ย” เซฮุนถาม

 

            “หืม นายจะไปไหน” ลู่หานถาม มือเล็กๆเกาะแขนชายหนุ่มข้างตัวเอาไว้แล้วยื่นหน้าจิ้มลิ้มมองสันกรามที่ขบกันแน่น

            “มีงานที่อิลแทวอน นายจ้างที่ให้คุมไซต์งานเขาเร่งงานน่ะ เลยต้องพักที่นั่นสองวัน”

            “แต่จากนี่ไปอิลแทวอนมันใช่เวลาชั่วโมงเดียวเอง”

            “เขาให้นอนก็ต้องนอน ขัดไม่ได้” เซฮุนหันไปบอก เขาก็ไม่ได้เต็มใจที่จะไปนัก “พี่อยู่ได้ใช่มั้ย มีอะไรฉุกเฉินก็โทรหาผม แล้วถ้าผมว่างผมจะโทรหา”

            “เหอะ คงจะว่างหรอก” คนขี้งอนกอดอก ทันทีเมื่อถูกทำให้หงุดหงิด อย่างเซฮุนน่ะนะจะว่าง บ้างานพอๆกับบ้าลูกนั่นล่ะ

 

            “ว่าไง ได้มั้ยคยองซู”

            “ได้อยู่แล้วครับ ผมอยู่คนเดียวก็เหงาเหมือนกัน พี่ลู่หานชอบฟังเรื่องผี ผมจะมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ”

            “คนท้องไม่ควรฟังเรื่องเครียดๆนะครับ” จงอินแย้ง

            “ใครถาม.....” คยองซูตอบ

            “โอเค งั้นฉันก็ไม่มีอะไรต้องห่วง” เซฮุนกล่าวตัดบททะเลาะ เมื่อฝากฝังกับเด็กหนุ่มเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย 

 

 

            พวกเขาทานข้าวด้วยกัน ก่อนที่คุณหมอจงอินหรือหมอหมีที่ลู่หานชอนเรียกจะกลับไปเข้าเวรช่วงค่ำต่อ ส่วนคยองซูกับลู่หานก็นั่งดูทีวีช่วงกำลังฉายละครกันในห้องนั่งเล่น ส่วนคนที่ต้องทำงาน ก็เข้ามาจัดการเรื่องที่ต้องทำ อย่างการเตรียมเอกสารดูพิมพ์เขียว เพื่อเตรียมตัวสำหรับงานวันจันทร์ที่จะถึง

          “ยุ่งเชียวนะ”

 

          เสียงเปล่งๆ ลอยมาตามลมเรียกสติของคนที่กำลังจมดิ่งอยู่กับงาน เซฮุนหันไปมองที่ประตูที่ปิดสนิท ไม่มีร่างอวบอ้วนของคุณแม่อายุครรภ์หกเดือนเดินเพ่นพ่านในห้อง

            เซฮุนถอนหายใจ ยกนิ้วขึ้นนวดระหว่างหัวคิ้วเพื่อไล่ความเมื่อยขบออกไปจากดวงตา สงสัยวันนี้เขาคงจะเหนื่อยไปหน่อย

 

            “อย่าไป.....”

 

            “นั่นใคร” มันไม่ตลกสักนิด ที่เขาได้ยินเสียงของผู้ชาย แม้มันจะเล็กแหลมแต่ก็ติดแหบพร่าแบบผู้ชายตัวเล็กๆ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน ก่อนจะหันมองซ้ายมองขวา เพื่อหาต้นต่อของเสียง

            “ได้โปรด อย่าไป”

 

          “แบคฮยอน....” ชายหนุ่มตัวเล็กในชุดลำลองธรรมดากำลังยืนหน้าเครียดอยู่ที่หน้าประตู ใบหน้าอ่อนเยาว์ไม่ต่างจากสิบปีก่อนกำลังทำให้ใจของชายหนุ่มผวา เซฮุนเดินถอยหลังก้าวไปจนต้นขาชิดกับโซฟาที่เขาเอาไว้พักผ่อนยามเหนื่อยกับการทำงาน

            แบคฮยอนเดินเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมสีหน้าที่ย่ำแย่ มันดูทุกข์ทรมานจนเขาอดที่จะเกรงกลัวไม่ได้ “ทำไมนายถึงยังอยู่ที่นี้”

            “เซฮุน ฉันไม่อยากตาย ฮรึก”

 

            “แบคฮยอน นายพูดถึงเรื่องอะไร นายตายไปแล้ว นายควรไปเกิดได้แล้ว” เซฮุนผวาเมื่อแบคฮยอนก้าวเข้ามาชิด ใบหน้าของพวกเขาห่างกันคืบเศษๆ ดวงตาคู่สวยที่เขามักจะหลงใหลมันมาตลอด กำลังเอ่อไปด้วยหยาดน้ำใสๆ

          “ได้โปรด อย่าไป อย่าไป!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          เฮือก!!

 

            “เซฮุน เซฮุน นายเป็นอะไร!!” เสียงเรียก พร้อมกับมือเย็นเฉียบแตะลงบนแก้มสาก แววตาท่าทางตื่นตกใจของลู่หานทำให้เขารู้สึกตัวว่าตัวเองเพิ่งตื่นจากฝัน ชายหนุ่มหอบหายใจเล็กๆ ขณะลุกขึ้นนั่งบนโซฟาดีๆ

            “นายเป็นอะไรเซฮุน ฝันร้ายเหรอ”

            “ผมเผลอหลับเหรอ ผมนึกว่าผมนั่งทำงานอยู่” เซฮุนถาม สายตาก็แหงนขึ้นสำรวจเวลา ตีสองสี่สิบห้าคือเวลา ณ ปัจจุบัน

            “นายหลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้ว ฉันเข้ามาดูแต่ไม่กล้าปลุกน่ะ แต่นี่ก่ะว่าจะมาปลุกให้ไปนอนที่ห้องดีๆ พอดีว่าฉันนอนไม่หลับด้วย” ลู่หานตอบหง็อยๆ มีไม่กี่วันหรอกที่พวกเขาไม่ได้นอนด้วยกัน

 

            “ขอโทษที ผมคงเหนื่อยไปหน่อย” ใช่ วันนี้เขาทั้งขนของ จัดของ เหนื่อยเป็นบ้า แล้วเพราะว่าแปลกที่ด้วยหรือเปล่าไม่แน่ใจเลยทำให้ฝันแปลกๆแบบนี้

          “โอเค งั้นไปอาบน้ำใหม่ แล้วพักผ่อนนะ ส่วนงานก็ค่อยทำตอนสายๆ วันนี้เป็นคืนแรกของที่นี้คงต้องปรับตัวก่อนหน่อย” ชายหนุ่มพยักหน้ารัวๆ ก่อนจะลุกตามลู่หานออกไปเพื่อที่จะเข้าไปนอนห้องนอนใหญ่

 

            แต่ก่อนจะถึงห้องนอนใหญ่....พวกเขาแวะเปิดประตูห้องนอนลูกเอาไว้ ก่อนจะกวาดสายตามอง เพราะมันอยู่ก่อนถึงห้องของพวกเขา เขาจึงหยุดดูมันด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ

            “อีกสามเดือน”

            “ใช่ อีกสามเดือน พี่กับผมต้องตายแน่ๆ”

            “ฮ่าๆ ไม่หรอกน่า ลูกของเราต้องเป็นเด็กเลี้ยงง่าย” ลู่หานตอบสายตาจดจ้องมองเตียงนอนที่ตั้งอยู่กลางห้อง อีกไม่กี่เดือนพวกเขาก็จะได้เจอกันแล้ว

 

            “ผมหวังว่าลูกของเราจะแข็งแรง วันศุกร์อาทิตย์หน้าคุณหมอซีวอนนัดตรวจใช่มั้ย” เซฮุนถามขณะที่ปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้วเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง พวกเขาคุยกันนิดหน่อยก่อนที่เขาจะอาบน้ำชำระล้างเหงื่อที่เกิดจากฝันร้ายเมื่อครู่

 

           

 

 

 

           

            ช่วงสุดสัปดาห์จบลงแล้ว เมื่อเซฮุนแบกเป้สะพายหลังที่ด้านในบรรจุเสื้อผ้าสองสามชุดและของใช้ส่วนตัวเอาไว้ ลู่หานที่กำลังคดข้าวในหม้อใส่ถ้วยส่งรอยยิ้มจางๆ มาให้พร้อมกับคำอรุณสวัสดิ์

            คยองซูที่อยู่ในชุดนักเรียนถูกระเบียบ นั่งกินข้าวอยู่ก่อนแล้วขยับตัวยุกยิกนิดนึงเมื่อเจ้าของบ้านนั่งลงตรงหัวโต๊ะ

            “อรุณสวัสดิ์คยองซู”

            “ครับ พี่เซฮุน” ชายหนุ่มพยักหน้า ก่อนจะหันไปกุมมือเล็กๆที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเริ่มกินข้าวไปเงียบๆ เช้านี้ไม่มีอะไรหวือหวา คยองซูทานเสร็จก็ขอตัวไปโรงเรียนก่อน ส่วนเขาก็ยังคงนั่งละเลียดข้าวในชามไปเรื่อยๆ เพราะยังไม่ถึงเวลาออกเดินทาง

            เมื่อคืนเขานอนไม่หลับจนถึงเช้า เพราะความฝันเมื่อคืน เขาไม่กล้าจะเล่าให้ลู่หานฟัง แต่ก็อดไม่ได้ เขาอยากเล่าใจจะขาด แม้ว่ามือจะตะเกียบตลอดแต่เขาก็ไม่ได้ทำให้ข้าวในชามพร่องลงไปเลย  “เมื่อคืนผมฝัน....” เซฮุนเปิดประเด็นสั้นๆ

           

            “ฝันอะไรเหรอ ฝันตอนนอนในห้องทำงานน่ะนะ เอาสิ เล่าให้ฟังหน่อย” ลู่หานทำหน้าตาตื่นเต้นใส่ทันที

            “เมื่อคืนฝันเห็นแบคฮยอน เขาเอาแต่พูกว่าไม่อยากให้ผมไปอิลแทวอน เขาไม่อยากตาย” ใบหน้าหวานนิ่งเรียบไปในทันที เมื่อได้ยินชื่อของแบคฮยอนเอ่ยออกมาจากปากของเซฮุน

            “นายฝันถึงแบคฮยอนงั้นเหรอ....” เซฮุนพยักหน้าช้าๆ อาหารรสชาติเยี่ยมกร่อยสนิทไปในทันที

          “ฉันก็ฝันเห็นแบคฮยอนเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

          การไม่มีเซฮุนอยู่ด้วยมันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกินในความคิดของลู่หาน ยิ่งพอขอร้องให้คยองซูมานอนด้วยก็ยิ่งกลัวไปใหญ่ ก็คยองซูเห็นผีได้น่ะสิ...

            “เรียกหมอหมีมาอยู่ด้วยดีมั้ยนะ”

            “ผมก็อยู่ จะเรียกลุงเขามาทำไม” เด็กน้อยหน้ายู่ ในขณะที่ลู่หานได้แต่ประท้วงในใจ ก็เพราะมีคยองซูอยู่ด้วยนั่นล่ะ เขาถึงได้กลัว

            “ไม่รู้ล่ะ พี่โทรหาหมอหมีดีกว่า แต่วันนี้นายก็ต้องนอนกับพี่นะ” ลู่หานกำชับ เอาวะนอนกับคยองซูถึงจะน่ากลัวไปหน่อยแต่ก็คงดีกว่านอนคนเดียว

 

            ลู่หานโทรหาคุณหมอหมี ความตั้งใจของเขาคือการอยากมีเพื่อนร่วมบ้านเยอะๆ แต่กลับกลายเป็นว่าคุณหมอหมีติดเข้าเวร กว่าจะออกก็ตอนเช้า แต่รายนั้นก็ยังสัญญาว่าจะมาหาพร้อมกับโจ๊กเจ้าอร่อย

            ส่วนเซฮุนก็เพิ่งจะโทรหาเขาเมื่อยี่สิบนาทีก่อน บอกว่าวันนี้งานเยอะและเหนื่อยมาก จนตอนนี้ก็ยังไม่มีเวลาพักผ่อน เขาที่ไม่อยากกวนว่าที่คุณพ่อมากเกินไปเลยตัดสินใจวางสาย และเตรียมตัวจะเข้านอน

 

            แค่สองวันเอง ผ่านพ้นไปให้ได้สิ....

 

            “ผมว่าจะออกไปซื้อขนม พี่อยากได้อะไรมั้ย” เด็กหนุ่มวัยกำลังโตถาม เมื่อป๊อบคอร์นที่อยู่ในชามแก้มหมดลงแล้ว

            “ไม่ล่ะ แต่พี่ขอไปด้วยได้มั้ย”

            “เดินไหวอ๋อ”

            “แค่หน้าบ้านนี้เอง” คยองซูพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อกันหนาวกันลมมาสวมใส่ ส่วนลู่หานก็เดินอุ้ยอ้ายขึ้นไปชั้นสองเพื่อหยิบเสื้อกันหนาวกับกระเป๋าสตางค์

            “ให้ตายเถอะ เหนื่อยชะมัด” บ่นกับตัวเองขณะหากระเป๋าตังที่ไม่รู้ว่าเอาไปวางไว้ตรงไหน ชายหนุ่มจับท้องของตัวเองเบาๆเมื่อรู้สึกเสียดๆ ให้ตายเถอะ สงสัยวันนี้คงต้องลงไปนอนห้องนอนแขกชั้นล่าง ไม่ก็อาจจะนอนไปจนกว่าจะคลอด ไม่งั้นมีหวังได้คลอดก่อนกำหนดแน่ๆ

 

            “พี่ กระเป๋าตังพี่อยู่ในห้องครัวอ่ะ” เสียงตะโกนจากด้านล่างทำให้ ลู่หานต้องตอบกลับไปแล้วรีบลงมาจากชั้นสอง

 

            “อ้ะ! เจ็บจัง” เผลอกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อรู้สึกว่าเจ็บท้อง มือเล็กๆวางลงบนผิวหน้าท้อง แล้วค่อยๆลูบมันเบาๆ เพื่อบรรเทาความเจ็บ ครรภ์เขาเพิ่งจะหกเดือน แต่ไอ้อาการแบบนี้ทำให้เขากังวลใจ สงสัยตอนไปหาคุณหมอคงต้องขอคำแนะนำจากซะแล้ว







 

            ลู่หานและคยองซูเดินข้ามถนนไปร้านสะดวกซื้อ ใกล้ๆกับอพาร์ทเม้นต์ เพื่อซื้อขนมทานเล่นในยามค่ำคืน พวกเขาได้ไอศกรีมมาคนละถ้วยและขนมอีกมากมายเต็มสองถุง

            “เราไปเดินเล่นกันหน่อยมั้ย” ลู่หานที่ไม่อยากกลับห้องพูดขึ้น

            “แต่ตอนนี้มันเริ่มหนาวแล้วนะ”

            “อืม....แค่ตรงนั้น แค่นิดเดียวได้มั้ย” มันหนาวจริงๆล่ะ แต่มันก็รู้สดชื่นกว่าอยู่ในห้อง เด็กหนุ่มที่ไม่อยากจะขัดใจพยักหน้าช้าๆ แล้วเดินทอดน่องเคียงข้างลู่หานไปเรื่อยๆ เรื่องเล่าสนุกๆจากเด็กประหลาด ทำให้ลู่หานลืมเรื่องแบคฮยอนไปชั่วขณะ

 

            จนกระทั่งพวกเขากลับมาที่ห้อง เด็กหนุ่มที่ยังอยากจะดูหนังให้จบ ก็ขอตัวนั่งดูต่อ ส่วนลู่หานที่รู้สึกปวดหลัง ครั่นเนื้อครั่นตัวก็เลยอาสาเข้าไปนอนพักเป็นคนแรก

            ความไม่สบายเกิดขึ้นทันทีที่หลังลงถึงฟูก วันที่ไม่มีเซฮุนมันช่างยากลำบากเหลือเกิน ความทรมานของลู่หานคืออาการปวดหลัง และอาการปวดท้องเล็กๆที่ค่อยๆ มาเป็นพักๆ เขาไม่สามรถหลับได้เลย เมื่อเด็กน้อยกำลังใช้เท้าถีบขึ้นมาจนหน้าท้องนูนปูด

 

            “แม่เจ็บนะครับ” ลู่หานบอกมือก็ค่อยๆลูบปลอบประโลมเด็กน้อย ที่รู้สึกว่าวันนี้จะงอแงเป็นพิเศษ

            “พ่อไม่อยู่เลยงอแงสินะ เดี๋ยวพ่อก็มา นอนกับแม่กับพี่คยองซูไปก่อนนะครับ” ลู่หานพูดเคล้าคลอไปเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนว่าความเจ็บจากการถีบท้องมันไม่ได้ลดลงเลย

            “เห้อ” มองนาฬิกาในมือถือแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ห้าทุ่มกว่าแล้วเซฮุนคงจะนอนไปแล้ว ไม่ก็อาจจะทำงานเคร่งเครียดอยู่ เพราะแบบนั้นไง ถึงอยากจะโทรหาแค่ไหนก็ไม่สามารถโทรไปได้

 

            ไม่อยากทำให้เซฮุนหงุดหงิด.....

 

            “แค่ส่งข้อความ โอ้ย! ลูกครับแม่เจ็บ” แรงถีบของเด็กดื้อ ทำให้คนเป็นต้องเอ่ยปากดุ รู้สึกน้อยใจแปลกๆ ที่ลูกติดพ่อทั้งๆที่ ตอนนี้ยังเป็นเจ้าตัวเล็กอยู่กับเขาอยู่เลย ลู่หานส่งข้อความสั้นๆไปหาเซฮุน ก่อนจะกล่อมลูกตัวน้อยว่าเขาส่งข้อความไปหาพ่อแล้ว นั่นล่ะเจ้าแสบถึงได้สงบ

 

            เสียงเรียกเข้าดังขึ้นแทบจะในทันที ลู่หานหลับตาปี๋กลืนความอ่อนล้าลงไปก่อนจะกดรับสาย สิ่งแรกที่ได้ยินผ่านเข้ามาคือเสียงทุ้มต่ำแสนคุ้นเคยของเซฮุน

            “ปวดท้อง ลูกถีบ ฮรึก” ไม่ได้อยากอ่อนแอเพราะกลัวเซฮุนจะเป็นห่วง แต่มันอดไม่ได้จริงๆ

            /ฮ่ะๆ ไหนขอคุยกับเจ้าแสบหน่อย/

            “อย่าดุลูก” ทั้งๆที่พ่อดุจะตาย ทำไมถึงได้ติดพ่อนักนะ

 

            ลู่หานกำชับเซฮุนเมื่ออีกฝ่ายตอบรับ เขาจึงเปิดสปีคเกอร์โฟนให้ เสียงของเซฮุนช่างนุ่มนวลเหมือนเป็นยาวิเศษช่วยฮิลให้ทั้งเขาละลูกดีขึ้น

            /พรุ่งนี้จะกลับไปนอนด้วย/

            “ไหนว่างานเยอะ” ถึงจะดีใจ แต่ก็ไม่อยากให้เซฮุนทิ้งงาน

            /ไม่เป็นไร หรือจะให้กลับคืนนี้ ตอนนี้ทำงานเสร็จแล้ว/ ลู่หานตอบปฏิเสธทันที ทำงานก็ตั้งแต่เช้าจนดึกดื่น ถ้าต้องขับรถกลับบ้านไกลเป็นชั่วโมงแล้วพรุ่งนี้ต้องขับไปทำงานอีก เซฮุนจะตายเอา

            “ไม่ต้องมานอนก็ได้ แค่คิดถึงนิดหน่อยเลยส่งข้อความไป”

            /อืม.....เหมือนกัน/

 

            “เมื่อกี้ลืมอัดเสียงอ่ะ ขอแบบที่พูดกับลูกเมื่อกี้ได้มั้ย เผื่อแสบดิ้นฉันจะได้เปิดให้ฟัง”

            /ถ้าลูกดื้อก็บอกว่าเดี๋ยวพ่อจะกลับไปจัดการ/

            “ได้ไง ไม่เอาอย่าขู่ลูก”

            /แล้วนี่ปวดหลังอยู่มั้ย/

            “อืม ปวดไปหมดเลย วันนี้เลยลงมานอนห้องนอนแขกชั้นล่าง ขึ้นบันไดไม่ไหว” ลู่หานเม้มปากแน่นเมื่อปลายสายเงียบไปชั่วขณะ

            /เดี๋ยวจะกลับบ้าน เอาอะไรมั้ย/ นั่นไง ไม่น่าบอกเลย

            “ไม่เอา ไม่ต้องกลับ ไม่งอแงแล้ว ตอนนี้สบายดีคยองซูก็อยู่”

            /อีกชั่วโมงเจอกัน..../

 

            ปลายสายตัดไปแล้วเหลือเพียงแค่เสียงสัญญาณที่ทำให้ใจคนฟังพองโต ถึงจะรู้สึกผิดแต่มันก็อยู่ลึกจนความสุขมันกลบหายไปหมด รอยยิ้มบางๆฉาบลงบนริมฝีปากสีสด ลู่หานวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะโคมไฟ ก่อนจะหลับตาลง

 

            “อึก...โอะ โอ้ย!!

 

            ความเปียกชื่นตรงหว่างขาทำให้ลู่หานพยายามลุกขึ้น กลิ่นคาวคลุ้งจนรู้สึกเหมือนกับเลือดทำให้เขาเวียนหัว ความเจ็บที่กั้นลมหายใจเอาไว้ทำให้เขาต้องพยายามเปล่งเสียง มือที่กำลังผ้าปูเอาไว้กวาดเอื้อมโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะโคมไฟ

 

            ปึก!!

 

            ความเหนียวเหนอะที่สัมผัสได้บ่งบอกให้รู้ว่ามันคือเลือด เลือดๆที่ผสมปนเปไปกับน้ำใสๆที่ไหลทะลักออกมาอย่างกับน้ำก๊อก เหงื่อเริ่มผุดพรายขึ้นบนหน้าผากมน ในขณะที่เขาพยายามสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายเข้าปากแล้วเปล่งเสียงดังที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

            “ช่วยด้วย! คา คยองซู!!

 

           

 

           





















----------------------------

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #834 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 23:01
    กิสสสสสสลู่เป็นอาไร ต้องไม่เป็นอาไรทั้งนั้น
    #834
    0
  2. #826 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 62)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 11:34
    อ่าวเฮ้ยทำไมมีเลือดออกล่ะ คายองมาดูพี่เค้าเร็ว
    #826
    0