HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 61 : [SS2] ตอนที่ 16 เด็กคนนี้ชื่อ โด คยองซู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 เม.ย. 60

 


     SS2 CH16

 

                หนึ่งเดือนผ่านไป

              หลังจากที่เกิดเหตุการณ์บนเตียงแสนหวาน....นั้น


                ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าไม่ต้องหวังที่จะมีความโรมานซ์ตามมาให้เห็นเรื่อยๆ….

 

                ในเมื่อผู้ชายที่ยืนสวมผ้ากันเปื้อนขยับกระทะอยู่หน้าเตาคนนั้น คือ โอ เซฮุน มนุษย์เพอร์เฟคชั่นนิสที่ต้องเคร่งขรึมคีพลุคพูดน้อยๆแถมยังต้องทำทุกเรื่องในชีวิตทุกอย่างเป๊ะ ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงการข่มขู่เกรี้ยวกราดใส่มนุษย์ตัวเล็กตัวน้อยที่ขี้เกียจอาบน้ำเพราะความหนักท้องอย่างเขาด้วย

 

                เห้อ….

 

                “ผัดผักอีกแล้วเหรอ” เบะปากใส่จานผักหลากสีที่เซฮุนนำเอามาวางไว้กลางโต๊ะทันที แถมกระทืบเท้าลงพื้นเพื่อต่อต้านอีกสองดอกติดๆ 

                “ถ้าจะกินของหวานๆ อาหารก็ต้องเป็นแบบเพื่อสุขภาพ ถึงจะหายแพ้ท้องแล้วก็ใช่ว่าจะกินดะได้ทุกอย่างนะครับ” น่ะ เทศน์อีกแล้ว เป็นแบบนี้ทุกวันทุกเช้าและทุกเย็น แถมยังเพิ่มระดับเลเวลความเข้มข้นขึ้นเมื่อคุณหมอมินโฮบอกว่า เดือนนี้เขาน้ำตาลในเลือดสูงเกินกว่าค่าที่กำหนด อาหารการกินที่แย่มากอยู่แล้วเลยแย่บรรลัยเข้าไปอีก  


                พอกินอาหารเช้ากันเสร็จ คนท้องก็อาสาล้างจานชามเพราะ คุณพ่อบ้านต้องออกไปทำงาน ก่อนจะได้หยุดสุดสัปดาห์ที่ดูแล้วคงไม่ได้หยุด เพราะงานที่ล้นมือบวกกับลูกค้าเรื่องมาก จนน่าหงุดหงิด ก็ขนาดเขาที่แอบเนียนนั่งฟังเซฮุนคุยงานผ่านทางโทรศัพท์ยังรู้สึกหัวร้อนตามไปด้วยเลย

                ส่วนกิจวัตรประจำวันของลู่หานไม่มีอะไรมาก นอกจากนั่งดูทีวีกินขนมและนั่งมองปฏิทินตั้งโต๊ะที่อยู่ในห้องนอนนับวันเวลาว่าเมื่อไหร่จะได้รับสายโทรศัพท์จากคุณนิติกรคนสวย

               ก่อนจะหลับกลางวันตอนสามโมงเป๊ะอย่างเช่นวันนี้ เจ้าตัวเริ่มจัดแจงหมอนข้างและหมอนนับสิบใบที่เอามาเพิ่มจนเซฮุนบ่นว่าไม่มีที่นอนให้เข้าที่เพื่อรองรับหลังที่จะปวดหากนอนไปในเวลานานๆ เพราะอายุครรภ์ที่สี่ย่างห้าเดือนแล้วนั้นทำให้เขารู้สึกเหนื่อย ไม่ใช่แค่น้ำหนักลูกที่ต้องแบกแต่เขาต้องแบกน้ำหนักที่เริ่มแตะเลขเจ็ดของตัวเองเข้าไปอีกด้วย

 

                เป็นคนท้องนี่มันไม่ง่ายจริงๆ

 

                

                นอนไปได้สักพักแบบยังไม่ถึงชั่วโมงก็รู้สึกว่าปวดหลังจนทนไม่ไหว ก็เลยลุกขึ้นนั่ง พอลุกแล้วจะทำอะไร ก็ไม่มีอีก ลู่หานเลยหยิบเอารูปถ่ายอัลตร้าซาวด์ใบแรกของลูกออกมาดูเผื่อหวังว่าจะข่มตาหลับรอเซฮุนกลับมาตอนเย็นได้อีกสักชั่วโมง

              ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองรูปถ่ายขนาดสามนิ้ว นิ้วเรียวค่อยๆจิ้มไปบนจุดที่หมอมินโฮบอกว่าเป็นจมูก เขาเขี่ยมันไปมาด้วยความเอ็นดู มองไปก็ยิ้มหน้าระรื่น จนอดนึกย้อนไปถึงช่วงที่ทะเลาะกับเซฮุนบ่อยๆ บ่อยจนกระทั่งจะยกลูกตัวเองให้กับคนอื่นไม่ได้ ถ้าย้อนกลับไปในตอนนั้นเขาจะไม่มวันพูดจาทำร้ายจิตใจเด็กคนนี้อีกเด็ดขาด 


                นึกย้อนลึกเข้าไปอีก แล้วก็รู้สึกว่าทำไมตัวเองช่วงนั้นงี่เง่าจัง จนต้องถามคุณหมอหมีว่าคนท้องเป็นกันทุกคนรึเปล่า คำพูดที่ได้ยินจากปากคุณหมอก็ทำให้หัวใจคุณแม่ตั้งครรภ์รู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย โดยส่วนมากจะเป็นเพราะฮอร์โมนและความเครียดจากการตั้งครรภ์ ซึ่งคุณแม่แต่ละคนก็จะมีอาการแตกต่างกันออกไป แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มปรับสมดุลได้ก็จะกลับมาเป็นปกติเอง


                “โอะๆ ปวดหลัง” บ่นอุบทันทีที่หลังมันปวดจี๊ดขึ้นมา อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ลู่หานลุกขึ้นนั่งพักหลังตรงขอบเตียงได้สักพักก็ลุกขึ้น ใบหน้าเหยเกด้วยความทรมานแบบสุดๆ ทั้งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับเขาที่อายุครรภ์ก็เพิ่งจะย่างเข้าสู่เดือนที่ห้าแถมท้องก็ไม่ได้โตมากจนหลังต้องแอ่นเสียหน่อย 


                เห้อ.....ลำบากลำบนจริงจริ๊ง…..

 

                พอลุกได้ไม่เท่าไหร่เสียงโทรศัพท์ในบ้านก็ดังขึ้น คุณแม่ลูกหนึ่งจึงต้องเดินตุตะออกไปรับสายด้วยความลำบาก เสียงปลายสายที่กรอกลงมาทำให้ลู่หานลืมความเจ็บไปชั่วครู่ เมื่อคุณนิติกรคนสวยโทรมาบอกว่าห้องที่ต่อเติมเสร็จแล้ว ลู่หานมองนาฬิกาแขวนบนฝาผนัง ช่างใจอยู่สักพักว่าจะออกไปดูเลยดีมั้ย 


                “ผมไปดูได้มั้ยครับ ตอนนี้”

                /ได้ค่ะ ช่างเพิ่งทำงานทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยพอดี คุณลู่หานสามารถติดต่อรับคีย์การ์ดมาสเตอร์ตัวสำรองที่เคาน์เตอร์ได้เลยนะคะ/ 

                “ขอบคุณมากครับ” ลู่หานกล่าวและกดวางสาย นับตั้งแต่วันที่ซื้อจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปเกือบเดือนแล้ว ทำให้เขาอยากไปดูจนตัวสั่น แต่ตอนนี้ก็เพิ่งจะสี่โมง ถ้ารอให้เซฮุนเลิกงานก็ต้องรออีกตั้งเกือบสองชั่วโมง คิดไปคิดมาสู้ไปรอเซฮุนที่นู้น แล้วถือโอกาสออกไปกินข้าวเย็นด้วยกันเลยน่าจะเป็นวิธีที่เวิร์คกว่า 

               

                พอคิดแผนได้เสร็จสรรพก็จัดการเตรียมของใช้ที่จำเป็นเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ลู่หานโทรไปหาคุณหมอหมีที่มักจะออกเวรในช่วงนี้เพราะเคยโม้เอาไว้เป็นตุเป็นตะว่าถ้าหากบ้านหลังใหม่เสร็จจะพาคุณหมอหมีไปทัวร์ หมอหมีก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากตบปากรับคำ แม้ว่าเส้นเสียงที่กรอกลงมาจะอ้อแอ้มากก็ตามที 

 

                ลู่หานลงไปรอหมอหมีที่ป้ายรถเมล์ไม่นานเกินรอสักสามสิบนาที รถแท๊กซี่คันที่ส้มแปร๋นก็มาจอดเทียบท่าริมฟุตปาธ ใบหน้าง่วงงุนของหมอหมีโผล่ออกมาเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะตามด้วยรูปร่างสูงโปร่งในชุดลำลองที่ลงจากรถมารับกระเป๋าสะพายของเขาไปถือ


                “เป็นไงบ้างหมอ หน้าตาดูอดหลับอดนอนมากเลยนะ”

                “ก็นิดหน่อยครับ คุณลู่หาน” ตอบไปก็หาวไป คองี้แทบจะพับไปเป็นพักๆแล้วนะจงอิน... 

               

                ลู่หานไม่คิดจะถามอะไรต่อและก็ปล่อยให้หมอหมีเขานอนพักเอาแรงไปจนกว่าจะถึง ซึ่งระยะทางก็อยู่ห่างกันออกไปไม่มากแค่สามช่วงถนนก็ถึง ใบหน้าของหมอหมีจึงดูงอแงนิดหน่อยเมื่อถูกปลุก แต่เจ้าตัวก็ยินยอมเดินตามลงมา 


                ลู่หานคุยจ้อไปเรื่อยๆในขณะที่หมอหมีก็เอนตัวพิงกับผนังลิฟต์ หลับไปทั้งอย่างนั้นโดยไม่สนใจว่าเขาจะพูดอะไรออกไปบ้าง


                จะบอกว่าเพราะอยู่บ้านเฉยๆแล้วมันเหงาก็คงจะถูก การมีเพื่อนคุยที่แทบจะไม่คุยตอบโต้หรือทำเพียงแค่เออออห่อหมกไปด้วยกันกับเขาแบบนี้มันช่างทำให้อารมณ์คนท้องแฮปปี้สุดๆ ถึงจะรู้สึกเกรงใจคนที่ทำงานมาทั้งวันทั้งคืนอยู่บ้างก็เถอะ แต่จะให้ไปหาชานยอลเพื่อฟังรายนั้นพูดจาไม่เข้าหู เขาก็ขอยอมเป็นคนนิสัยแย่แบบนี้ดีกว่า


                ลู่หานและคุณหมอหมีมาถึงชั้นที่จัดเอาไว้เป็นเพ้นท์เฮ้าส์เรียบร้อยเเล้ว เนื้อที่ ที่มากกว่าห้าร้อยตารางเมตรกับสระว่ายน้ำสวนหย่อมและพื้นที่ใช้สอยกว่าสามชั้นนั้นถูกซ่อนอยู่หลังบานประตูไม้สลักลงขอบทองงานดี


                คีย์การ์ดมาสเตอร์ที่อยู่ในมือกำลังจะแตะลงลงไปบนเครื่องอ่านคีย์การ์ด แต่มือเรียวกลับเผลอไปผลักมันเสียก่อนจึงทำให้รู้ว่าประตูไม่ได้ล็อค ลู่หานไม่ได้สงสัยอะไรเพราะคิดว่าช่างคงจะเพิ่งทำงานเสร็จและเพิ่งออกไป เขาจึงใช้มือดันประตูให้เปิดออก แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นผู้หญิงตัวบางผมยาวสีดำคุ้นตากำลังเดินลงมาจากบันไดชั้นสอง ใบหน้าก็ยิ้มระรื้น พูดคุยหัวร้อต่อกระซิกกับคนที่เพิ่งเดิมตามมาทีหลัง


                บุคคลทั้งสองดูจะชะงักไปทันทีที่เห็นลู่หานยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ดวงตาคู่สวยจ้องกราดมองไปที่เซฮุนเป็นอันดับแรกพร้อมกับเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ แต่รายนั้นกลับทำเพียงแค่ยืนนิ่ง ใบหน้าก็นิ่งเรียบ แต่สายกลับเบนไปหาหมอหมีที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเขาแทน

               

                “อ้าว ลู่หาน มาทำไรเหรอ”


                “ไม่ต้องถามหรอก” ลู่หานไม่มีอารมณ์จะพูดดีๆกับใครทั้งนั้น เขาเดินตรงเข้าไปหาเซฮุนที่ยืนนิ่งสงบเหมือนจะกำลังไว้อาลัยให้ตัวเองแล้วเอ่ยเสียงเชิดขึ้นจมูก “ไม่คิดว่าจะอยู่ที่นี้เลยนะ”


                “ แล้วนี่มาได้ยังไง” ปากน่ะถามเขาแต่สายตาเพ่งมองคนที่ยืนสัปหงกอยู่ข้างหลังนู้น


                “มีอะไรกันเหรอ” ลินดาถามตาใสแจ๋ว แต่ทั้งเขาและเซฮุนไม่มีเวลาจะเล่นด้วย


                “ตอบคำถามฉันก่อนสิ หรือว่านิติกรโทรไปบอกนายให้มาดูบ้านเหมือนกัน” ลู่หานถาม แต่เซฮุนไม่ได้ตอบ นอกจากคิ้วที่ขมวดเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ


                “ผมมาทำงาน” เซฮุนว่าเสียงราบเรียบแล้วหันไปหาลินดาที่ยืนกอดแฟ้มอยู่ “เดี๋ยวผมขอตัวพาลู่หานขึ้นไปดูห้องก่อนนะครับ ยังไงตอนนี้ก็เสร็จธุระแล้วจะกลับก็กลับก่อนได้เลยนะครับ” น้ำเสียงสุภาพแต่คำพูดคำจาแปลได้อย่างเดียวว่าคือไล่กันดื้อๆ แต่ดูเหมือนว่าลินดาจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น หล่อนจึงทำสีหน้างอนนิดๆแล้วฉีกยิ้มที่ตนคิดว่ามันน่ารักน่าชังที่สุดให้ 


                “แต่เซฮุนต้องกลับบริษัทนี่นา ยังไงเดี๋ยวลินรอข้างล่างก็ได้ค่ะ จะได้ขอติดรถกลับไปด้วย” ว่าแล้วก็เดินไปนั่งลงตรงโซฟาเข้าชุดที่ตั้งเอาไว้กลางห้องทันที แถมยังตัดบทสนทนาด้วยการหันหน้าเข้าหาวิวด้านนอกไปเลยเสียอย่างนั้น

 

                “เอาไง” ลู่หานถาม


                “พี่ล่ะเอาไง” เซฮุนพยักเพยิดไปทางคุณหมอหนุ่มที่ยังคงยืนเด๋อทำตัวไม่ถูกอยู่ที่เดิม คุณหมอหมียกมือโบกไปมาขณะที่แขนอีกข้างก็กอดรัดกระเป๋าสะพายเอาไว้


                “เออ เดี๋ยวผมกลับแล้วก็ได้ครับ”


                “ไม่ต้อง รอนี่ล่ะ เดี๋ยวเซฮุนยังไงก็ต้องไปส่งลินดา นายก็มาอยุ่เป็นเพื่อนฉันสักพักละกันระหว่างเซฮุนไปลินดา ฉันจะได้พาทัวร์บ้านไง มานั่งที่โซฟานี่ก่อนนะ”ลู่หานอธิบายแล้วฉีกยิ้มกว้าง โดยไม่สังเกตใบหน้าดุดันของสามีตนเองเลยสักนิด ว่ามันแทบจะเผาคนเป็นหมอให้ไหม้เกรียมคาขอบประะตูตรงนั้น 


                “เออ คือ” หน้าตาเหมือนจะเบะร้องออกมาเสียให้ได้ เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะเดาสายตาไม่พออกพอใจของสามีคุณลู่หานไม่ออก แต่ในเมื่อคนพามาเป็นคุณลู่หานเขาก็ไม่อาจจะขัดได้ จงอินจึงพยักหน้ารับช้าๆพร้อมกับเดินกอดกระเป๋าหมายจะมานั่งพักให้หายเมื่อยขบ แต่พอก้าวข้ามกรอบประตูปุบ ขายาวๆที่กำลังจะก้าวเข้ามาอีกก้าวก็หยุดชะงักเมื่อเซฮุนสั่งห้ามทางแววตา


                “อย่าไปรบกวนคุณหมอเขาสิครับ คุณกลับไปพักเถอะครับ ขอบคุณที่มาส่งพี่ลู่หานนะครับ” เซฮุนกล่าว มือนึงก็โอบรอบเอวลู่หานแล้วดึงให้เดินขึ้นบันไดไปด้วยเสียดื้อๆ


                “อ้ะ!! เดี๋ยวปล่อยก่อนสิ เซฮุน นี่!!” เสียงบ่นไปตามทางเรียกคิ้วสวยของหญิงสาวให้กระตุกด้วยความโมโห ที่เธอทำเป็นนั่งหันหลังให้ทั้งคู่ก็เพราะว่ากลัวตัวเองจะเก็บอารมณ์กรุ่นโกรธเอาไว้ไม่อยู่จนแสดงออกทางสีหน้า เจ้าหล่อนหันไปมองผู้ชายตัวสูงท่าทางเด๋อด๋าที่กำลังจะหมุนตัวกลับออกไปทันทีเมื่อทั้งลู่หานเเละเซฮุนเดินหายขึ้นไปยังชั้นสองเรียบร้อยเเล้ว 


                “เดี๋ยวค่ะ คุณ

 

 

                จงอินที่กำลังจะเดินออกไปจากห้อง ชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมาตามเสียงเรียกของหญิงสาวที่ส่งยิ้มทักทายมาให้อย่างเป็นมิตร


                “เป็นเพื่อนลู่หานเหรอคะ”


                “เออ เปล่าครับ เป็นเออ....คนรู้จักครับ” 


                “อ๋อ…..งั้นเหรอคะ”

 

 

 

 


 

                จงอินที่เดินงงๆมายังหน้าลิฟต์มองโทรศัพท์ของตัวเองที่มีเบอร์ของผู้หญิงที่ชื่อลินดาเมมเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงให้เบอร์เขาทั้งที่เขาไม่ได้ขอและเราก็เพิ่งจะเจอกันครั้งแรก  ชายหนุ่มเลิกคิดถึงเรื่องนั้นแล้วยื่นมือไแกดลิฟต์ เขารอมันอยู่สักพักก็พบว่ามันไม่ทำงาน จงอินเลยยื่นมือไปกดซ้ำๆอยู่เช่นนั้นแต่มันไม่ยอมเปิดออกให้เขาเลย


                “นี่มันลิฟต์ส่วนกลาง ถ้าไม่มีคีย์การ์ดก็ใช้ไม่ได้หรอกนะคุณ” เสียงเล็กๆแต่ติดแหบตามภาษาของเด็กหนุ่มวัยแตกเนื้อหนุ่มดังขึ้น มือขาวผ่องยื่นคีย์การ์ดมาเสียบลงตรงช่องที่อยู่เหนือปุ่มกด จงอินที่หันไปจะขอบคุณความมีน้ำใจนั้นชะงัก


                เขาจ้องมองเด็กผมสั้นตัวเล็กผิวขาว ดวงตาโต คนๆเดียวกันกับที่เขาเคยเจอเมื่อ สองเดือนก่อนแบบแทบจะไม่กะพริบตา

                 ใช่........ไม่ผิดแน่นอน….

 

                “มองผมแบบนั้นเดี๋ยวก็มีเคราะห์หรอก


                “ค่ะครับ ขะ ขอโทษครับ....” เด็กหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะสนใจนัก เมื่อเขาเดินเข้าไปอยู่ในกล่องเหล็กสี่เหลี่ยม เขาจำผู้ชายคนนี้ได้ก่อนที่ตัวเองจะย้ายมาอยู่ที่นี้ ได้สักสองเดือนล่ะมั้ง แต่ดูเหมือนว่าคราวก่อนจะมีเคราะห์แบบไหน ตอนนี้ก็ยังคงมีอยู่แบบนั้น


                “จะไม่เข้ามาเหรอคุณ” เด็กหนุ่มร้องถาม


                “อ้อ เข้าครับ ขอบคุณครับ” คุณหมอหมีก้มหน้าหงุดกำสายกระเป๋าเอาไว้แน่นด้วยหัวใจที่เต้นแรงเป็นจังหวะร็อคแอนด์โรว์ ขณะที่เดินเข้าไปในลิฟต์ แต่เป็นเพราะขาเจ้ากรรมบวกกับความเงอะงะ เลยทำให้ตัวเองเผลอเดินสะดุดร่องประตูลิฟต์ จนเกือบล้มหน้าคะมำ


                “เห้!! คุณ” เด็กหนุ่มขมวดคิ้วจมเมื่อ ผู้ชายตัวสูงกว่าเขาไปเป็นฟุตกำลังสะดุดหน้าใกล้จะพุ่งหลาวเข้ามา นี่ถ้าไม่ใช่เพราะสกิลการหลบหลีกแบบหาตัวจับยากของตัวเองล่ะก็ มีหวังโดนทับแบนไปแน่ๆ


                “ข่ะๆ ขอโทษครับ เจ็บตรงไหนรึเปล่าครับ คุณ” เมื่อตั้งตัวได้เสร็จก็รีบหันไปถามไถ่ถึงความปลอดภัยของคนตัวเล็กก่อนเป็นอันดับแรก มือไม้ที่ไม่เคยคิดว่าจะถึงเนื้อถึงตัวอีกฝ่ายก็จับหมับเข้าที่แขนบางนุ่มนิ่มทั้งสองข้าง แล้วจับบิดไปมาทันที

 

                “โอ้ย ทำบ้าอะไรเนี้ย!!” ถูกดุด้วยเสียงที่ดังพอสมควร เท่านั้นล่ะ คุณหมอหนุ่มก็ถึงกับผงกถอยหลังไปชนกับราวจับที่มีอยู่รอบตัวลิฟต์ ใบหน้าทะมึงทึงของเด็กหนุ่มทำให้เขาหงอไปเลย จนแทบไม่กล้าจะสบสายตาคู่สวยนั้น

               

                คยองซูขมวดคิ้วหนักเข้าเรื่อยๆ ในขณะที่ตัวเองก็เอาแต่จ้องดุดันใส่คนที่อยู่ๆก็เข้ามาจับเนื้อต้องตัว โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่สายตาเจ้ากรรมขณะที่มองอยู่มันดันสำรวจคนตรงหน้าไปเรื่อยๆ จนจ๊ะเอ๋เข้ากับหยดเลือดที่หยดเหมาะลงบนพื้นชวนให้น่าสยดสยอง


                “คุณนั่นล่ะ แขนโดนบาดยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอีก” พอถูกทักแบบนั้นคุณหมอหมีก็เลยยกแขนขึ้น ใบหน้าแสดงถึงความตกใจจนต้องรีบหันซ้ายหันขวาเพื่อหาต้นต่อที่ทำให้ตัวเองเกิดแผล นี่ขนาดว่าสวมเสื้อเชิ้ต ไม่พับแขนแล้วนะ ทำไมถึงยังโดนบาดได้แผลยาวขนาดนี้

 

                คยองซูที่เหลือบมองคนปฐมพยาบาลตัวเองอย่างลวกๆก็ได้แต่เวทนา ปนรู้สึกผิด ก็ถ้าเขาไม่ทักผู้ชายคนนี้ เรื่องแบบนี้ก็ไม่เกิดขึ้นหรอก มั้งนะ……


                เสียงลิฟต์เรียกสติของคนทั้งคู่ให้เลิกวอแวกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ พวกเขาเดินออกมาจากลิฟต์ไล่เลี่ยกัน โดยที่ผู้ชายคนนั้นหันมามองเขานิดหน่อย จากนั้นก็ก้มหัวโค้งให้พอเป็นมารยาทแล้วสาวเท้าเดินไปตามล้อบบี้เรื่อยๆ มือก็พยายามกุมแขนที่เพิ่งจะห้ามให้เลือดหยุดไหลไปได้หมาดๆไม่กี่วินาทีก่อนอย่างทุลักทุเล

               

                “เดี๋ยว!! คุณ”

 

 

 

 

                ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะใจดีพอมานั่งทำแผลให้คนที่เพิ่งแนะนำตัวไปว่าทำงานในวงการแพทย์แบบนี้หรอก ก็แค่สกิลการทำความสะอาดแผลของเขามันก็แทบจะเป็นศูนย์ทันทีเมื่อเทียบกับคนที่คงจะทำมันทุกๆวัน แม้แต่การแปะพาสเตอร์ที่ไม่ได้เรื่อง จนเจ้าของแขนต้องร้องห้ามแล้วบอกให้เขาใช้ผ้าก็อซแทน


                “ทำเป็น แล้วทำไมไม่ทำล่ะ” เสียงบ่นกระปอดกระแปด ทำให้คุณหมอหมีแย้มรอยยิ้มเจื่อนๆออกมา เขาไม่ได้เอ่ยปากให้เด็กหนุ่มตรงหน้าช่วยเสียหน่อย แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงมาบ่นเหมือนกับว่าเขาผิดด้วยล่ะ


                “ขอบคุณมากนะครับ….” ไหนๆก็ทำให้แล้วก็ต้องเอ่ยปากขอบคุณ แม้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะมือหนัก พาให้เขาร้องโอดครวญไปหลายรอบก็ตาม


                “อืม ไปนะ”


                “ดะ เดี๋ยวได้มั้ยครับ” เด็กหนุ่มที่กำลังจะกระโดดลงจากเก้าอี้ตัวสูงในร้านสะดวกซื้อชะงัก หันมาสบสายตาคู่ที่ดูแวววาวแต่ก็ดูซึมๆไงพิกลอย่างบอกไม่ถูก แต่พอมองนานๆคุณหมอเขาก็ดันหลบสายตามองมือที่กุมกันเอาไว้บนตักตัวเองเสียอย่างนั้น


                “มีอะไร”


                “คือ คือ ค่า ค่าของพวกนี้เท่าไหร่เหรอครับ” พูดเสร็จก็รีบกุลีกุจอคุ้ยกระเป๋าสะพายเพื่อหยิบกระเป๋าที่ไม่ค่อยจะมีเงินออกมา ทั้งๆที่ในใจก็นึกเอาไว้ตั้งแต่ที่เด็กหนุ่มทำแผลให้แล้วว่าจะถามไถ่ชื่อ แต่ไหงกลายเป็นว่าไปถามเรื่องค่าเสียหายพวกนั้นไปได้


                “อะไร ก็ลุงเป็นคนซื้อนี่” เด็กหนุ่มพูดน้ำเสียงติดห้วนอย่างเห็นได้ชัด


                “เออะ เออ งั้นเหรอครับ” คยองซูมองคนที่เอาแต่ก้มหน้า หูเหอก็เห่อแดงจนแทบไม่ต้องเห็นใบหน้านั้นก็เดาได้ว่าคงจะแดงตามๆกันไปหมด มือที่กุมกระเป๋าตังเอาไว้ก็ค่อยๆจับยัดมันใส่กระเป๋าสะพาย ท่าทางหงอยเหงาจนอดสงสารไม่ได้ 


                “ผมชื่อคยองซู โด คยองซู หมอชื่อ จงอินใช่มั้ย”

 

                ใบหน้าได้รูปถูกสัดส่วนไปหมดค่อยๆเงยขึ้น ดวงตาคู่ที่อยู่ๆก็คมสวยขึ้นจนอดแปลใจไม่ได้ สบเข้ากับดวงตากลมโตของเด็กหนุ่ม มันดูแวววาวอย่างกับลูกแก้ว จนคยองซูต้องเสหน้าไปมองทางอื่นแล้วยกนิ้วขึ้นเกาหัว


                “ครับ ครับคุณคยองซู”


                “ลุงเลิกเรียกผมแบบนั้นสักทีได้มั้ยล่ะ”


                “แบบ แบบไหนครับ”


                คยองซูทำเสียงจึกจักในลำคออย่างขัดใจ นึกอยากจะมองคนตรงหน้าว่ากวนโอ้ยจนน่าตบกบาลให้แยก แต่ติดที่อีกคนอายุมากกว่าแถมยังดูซื่อบื้อจริงๆอีก ก็เลยต้องห้ามการกระทำและปล่อยให้มันเป็นเพียงแค่ความคิดสั้นๆไป

                “ช่างมันเหอะลุง แล้วนี่จะไปไหนต่อมั้ยเนี่ย”


                “กลับ กลับหอครับ"


                “เออ งั้นก่อนกลับเลี้ยงไอติมผมด้วย โอเค้!” ว่าเสร็จก็กระโดดลงจากเก้าอี้ เดินไปยังตู้ไอศกรีมที่ตั้งอยู่มุมในสุดของร้าน คุณหมอหมีมองตามตาใสแจ๋ว ขณะที่เด็กน้อยกำลังก้มลงไปเลือกไอศกรีมที่อยู่ในตู้ พอได้อย่างที่ตัวเองต้องการก็เดินกลับมาหาเขา


                ไอศกรีมวนิลาชอคชิพสองถ้วยวางอยู่บนโต๊ะ ถ้วยหนึ่งถูกเลื่อนมาตรงหน้าคุณหมอหนุ่ม ส่วนอีกถ้วยก็ไปอยู่ในมือของเด็กน้อยที่กำลังโยกมันไปมา คยองซูเดินไปที่เคาน์เตอร์บอกพนักงานพร้อมกับชี้ไม้ชี้มือมายังคนที่นั่งอยู่ที่เดิมไม่ไหวติงไปไหน


                มือขาวซีดค่อยๆโบกมาพร้อมกับใบหน้าติดรอยยิ้มนิดๆที่มุมปากล่าง คุณหมอหนุ่มเผลอยกมือขึ้นโบกตอบกลับ ทั้งๆที่สมองและหัวใจลอยไปอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเด็กคนนั้นเรียบร้อยแล้ว

               

 

 

 

                เด็กที่ชื่อคยองซู ทิ้งเขาให้นั่งอยู่กับไอศกรีมถ้วยอยู่เกือบชั่วโมง เพราะสมองของคุณหมอเกิดอาการช็อตนิดหน่อยจากรอยยิ้มนั้น และกว่าจะตั้งสติได้ไอศกรีมในถ้วยก็กลายเป็นน้ำไปหมดแล้ว จงอินเลือกที่จะไม่เสียเวลาในร้านสะดวกซื้ออีก เขาจ่ายค่าไอศกรีมสองถ้วยแล้วเดินถือมันด้วยมือทั้งสองข้างอย่างถนุถนอม ขาเรียวยาวในกางเกงสแลคสีเริ่มซีกก็พาเขาข้ามมายังอีกฝั่งของถนนเพื่อรอรถประจำทาง  

               

                พอก้นหย่อนลงบนเก้าอี้ สมองก็เริ่มคิดถึงคำพูดของเด็กน้อยจนมันวนเวียนซ้ำๆอยู่ในหัว ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน เขาจำได้เกือบทุกประโยคที่เด็กคนนั้นพูด และถ้าหากว่าเขากำลังจะมีเคราะห์จริงๆล่ะก็ ก็อาจจะเป็นเคราะห์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เจอกับเด็กคนนั้นคนเดียวมากกว่า


                รถประจำทางสายที่เขาต้องขึ้นเข้ามาจอดเทียบท่าพร้อมด้วยอัตราของผู้โดยสารที่แทบจะนับคนได้ คุณหมอหมีที่เดินถือถ้วยไอศกรีมขึ้นไปด้วย ยิ้มให้กับคุณลุงขับรถ พอจ่ายเงินเสร็จเขาก็เอาแต่สอดส่ายสายตาเลือกเก้าอี้ที่มีให้เลือกนับสิบแม้ว่ารถจะออกตัวไปไกลแล้ว พอได้ที่นั่งเหมาะๆ คุณหมอหมีก็กลับมานั่งยิ้มเขินอายกับตัวเองอีกครั้ง ในใจก็เอาแต่นึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กน้อยที่ชื่อโด คยองซู นี่ถ้าเกิดว่าเขาอยากจะเจอหน้าเด็กที่ชื่อคยองซูบ่อยๆ เขาอาจจะตายเพราะประสบเคราะห์ก็ได้

 

                แต่ช่างเถอะถึงตายก็ยอมล่ะนะ…..

 

 

 

 

 

  

 

 

+++++++++++++++++

 

                บรรยากาศในรถมาคุชนิดที่ว่า ความเอนเตอร์เทนของลินดาไม่ได้ช่วยทำให้อะไรมันดีขึ้น หรืออาจเป็นเพราะตัวการที่ทำให้รถมันตลบอบอวลไปด้วยรังสีของความหงุดหงิด นั่นก็คือเจ้าหล่อนเอง


                “ไม่อยากไปกินอาหารจีนร้านที่ลินแนะนำจริงๆเหรอ อร่อยมากเลยนะ เมื่อก่อนลู่หานเขาก็ชอบร้านนี้มากด้วยล่ะ เราน่าจะไปกินกัน ไปกันทั้งสามคนเลย” ลินดายิ้ม ขณะเอี้ยวตัวหันมามองลู่หานที่นั่งอยู่เบาะหลังติดชิดกับกระจกฝั่งด้านคนขับ เขาไม่ได้ตอบอะไรนอกจากหันไปมองวิวข้างหน้าต่าง แขนทั้งสองข้างก็กอดอก บ่งบอกว่าเขาไม่ชอบใจสถานการณ์ช่วงนี้ที่สุด


                “พี่ลู่หานต้องคุมน้ำหนักน่ะ”


                “หืม คุมน้ำหนัก” ลินดาทำเสียงสูงเหมือนกับว่าสงสัยอะไรนัก จนต้องเอี้ยวตัวมาสำรวจร่างกายเขาอีกรอบ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานใส่เซฮุน “ดูอ้วนจริงๆนั่นล่ะ โอเค ไม่กินก็ได้ เซฮุนไปส่งลินที่บริษัทเลยก็แล้วกันนะ เก็บของเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ”


                นั่นล่ะคือสิ่งที่ลู่หานอยากจะได้ยิน….

 

                เซฮุนไม่ตอบอะไรนอกจากคีพลุคเงียบของตัวเองไปเรื่อยๆจนรถเลี้ยวเข้าไปจอดใต้อาคารที่ตั้งของบริษัท ความจริงเขาก็ไม่อยากจะตามขึ้นไป แต่ลานจอดรถที่เหลือแค่รถของลินดาและเซฮุนมันก็ช่างน่ากลัวเหลือเกิน ประกอบกับที่เซฮุนไม่ยอมให้เขาอยู่ในรถคนเดียว ก็เลยต้องจำใจปั้นหน้าบูดเดินเข้าไปในตัวอาคารด้วย


                เซฮุนเก็บของที่ส่วนมากเป็นงานค้างกลับไปทำที่บ้านเรียบร้อยแล้ว แต่สำหรับลินดาเหมือนกับว่าเจ้าตัวจะเก็บของลาออกจากงานยังไงยังงั้น เซฮุนและลู่หานยืนรอหญิงสาวเพียงคนเดียวเก็บของเซฮุนไม่ได้พูดอะไรนอกจากเอ่ยประโยคคำถามสั้นๆว่าวันนี้จะกินอะไรเป็นมื้อเย็น 

                แต่คนที่ยังเอาแต่คิดอะไรสาระตะไปหมดดันไม่ตอบ พอนึกย้อนไปดีๆ เมื่อตอนที่เคยคบกับผู้หญิงคนนี้ทำไมเขาไม่รู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ารำคาญเท่าตอนนี้มาก่อน


                พวกเขารออีกร่วมสิบนาทีกว่าหล่อนจะเก็บของเสร็จและแยกย้ายกันกลับได้ เซฮุนก็แทบจะระเบิดลงเป็นรอบๆด้วยความที่หัวเสีย ก็มีแต่เขาที่ต้องคอยระงับอารมณ์เกรี้ยวกราดของเซฮุนเอาไว้ แต่ดูเหมือนว่า ยิ่งเก็บกดเอาไว้มากๆ อีกฝ่ายจะเอามาลงกับเขาแทนนี่สิ


                พอกลับมาอยู่ในรถกันแค่สองคน เซฮุนก็เอาแต่ปั้นหน้าหงิก ไม่พูดไม่จาอะไรทั้งนั้นจนคนที่นั่งข้างกันอย่างลู่หานใจคอเริ่มไม่ดี

 

                “มากอดกันหน่อยมั้ย” ลู่หานถาม


                “ไม่


                “งั้นคุยกันดีๆล่ะ”


                “ไม่


                “เอ้า งี่เง่าแล้ว....” ลู่หานที่เริ่มเรียนรู้นิสัยของคนกำลังจะเป็นพ่อคนได้มากขึ้นแล้วก็ไม่คิดจะแหย่กลับในประโยคถัดไป เขาทำเพียงแค่เอนตัวไปใกล้ๆ วาดแขนไปโอบกอดไหล่กว้างของเซฮุนเอาไว้แล้วซบหน้าลงไปบนนั้น ขณะที่รถกำลังต่อท้ายจอดติดไฟแดงอยู่  


                “………


                “ถ้าโกรธก็แค่กอดกัน ฉันก็แค่เหงา ไม่กล้าจะมาที่บ้านใหม่ของเราคนเดียว แล้วอีกอย่างจงอินเขาก็….”ลู่หานที่คิดว่าเซฮุนคงจะโกรธเรื่องที่เขาพาหมอหมีมาที่บ้านหลังใหม่ก็เลยพยายามอธิบายว่ามันไม่เป็นอย่างที่อีกฝ่ายกำลังตั้งแง่ 


                “ไม่ต้องพูดแล้ว ผมเข้าใจแล้วครับ” มืออุ่นร้อนลูบไปบนหลังแคบๆของลุ่หาน มันส่งผ่านความเข้าใจและเส้นอารมณ์ที่เริ่มผ่อนคลายลงมาให้คนท้องได้รับรู้ รอยยิ้มจางๆปรากฏลงบนริมฝีปากอวบอิ่มสีเชอรี่ทันที ก่อนที่ลู่หานจะค่อยๆขยับตัวห่างออกไปแล้วกลับไปนั่งประจำที่เดิมเมื่อเซฮุนสั่ง


                “งั้นไปกินอาหารจีนกันนะ เย้!!

 

 

 

 

 

                หญิงสาวที่เพิ่งมาถึงอาพาร์ทเม้นต์เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ถอดรองเท้าสะเปะสะปะด้วยความเหนื่อยล้า ใบหน้าที่เคยสดใสเวลาพบปะเจอผู้คนข้างนอก ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยแล้วดรอปลงจนแทบจะไร้อารมณ์


                รูปถ่ายเดี่ยวที่ใส่กรอบตั้งวางเอาไว้บนโต๊ะเล็กๆข้างโซฟาถูกหญิงสาวหยิบมันขึ้นมาจ้อง ใบหน้าของผู้ชายหน้าตาสระสวยไม่แพ้ผู้หญิง กำลังถูกนิ้วเรียวของเจ้าหล่อนลูบไล้ไปช้าๆ


                “มันยังไม่จบหรอกนะลู่หาน”


                “คุณเคยทำให้ฉันเจ็บแค่ไหน ฉันจะทำให้คุณเจ็บอีกเป็นร้อยๆเท่า” ร่างบางนอนราบไปตามความยาวของเบาะ หญิงสาวยกรูปขึ้นมาแนบกับอกก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อนทั้งกายและใจ

 






































++++++++++++++++++++++

สองคนที่กำลังมีความสุข กับอีกหนึ่งคนที่กำลังทุกข์ทรมาน 

ตอนหน้าย้ายบ้านกันดีกว่า ไปเจอเพื่อนบ้านใหม่ของ

ฮุนฮานกันด้วยยยยยย >< 






                 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #817 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 00:58
    นังลินดา นังไม่มีพวก เค้าสวีทกันเป็นคู่ๆ มาเป็นตัวมารไรแถวนี้
    #817
    0
  2. #815 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 02:29
    ลินดาไปนู่นปะ ไปไกลไกล๊หยั่มมายุ่ง
    #815
    0
  3. #814 Tallethan (@Tallethan) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 01:28
    เมื่อไรลินดาจะเลิกวุ่นวายสะที
    #814
    0
  4. #813 ~mimi~ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 18:53
    ลินดาคือยังรู้สึกอะไรๆกับลู่หานงั้นเหรอ???? ไม่น่าแค่แค้น



    แล้วเซฮุนรู้สึกได้เลยระแวงมาตลอดสินะ



    แต่ชอบที่กอดกันในรถ ดูเหมือนเริ่มมีการปรับตัวเข้าหากันบ้างแล้วก็ดีกว่าทะเลาะกันอีกเนาะ



    #813
    0
  5. #812 ~mimi~ (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 18:53
    ลินดาคือยังรู้สึกอะไรๆกับลู่หานงั้นเหรอ???? ไม่น่าแค่แค้น



    แล้วเซฮุนรู้สึกได้เลยระแวงมาตลอดสินะ



    แต่ชอบที่กอดกันในรถ ดูเหมือนเริ่มมีการปรับตัวเข้าหากันบ้างแล้วก็ดีกว่าทะเลาะกันอีกเนาะ



    #812
    0
  6. #811 แฟนเงิง (@ploy0883551292) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 09:02
    นางลินดานี่คงไม่เลิกจองเวร คนอ่านก็อยากเอาหนามทุเรียนฟาดหน้าเอาซะเลย
    #811
    0
  7. #810 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 00:21
    ไรท์จะเปิดให้อ่านตอนไหนอะแงงงง
    #810
    0
  8. #808 Tallethan (@Tallethan) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 00:13
    ทำไมอ่นไม่ได้ฮืแอ
    #808
    0
  9. #804 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 17:05
    อ้าวอ่านมะล่ายอะแงงงง
    #804
    0
  10. #802 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 12:13
    อ่าวที่รักผิดทำไมยังไม่ทันได้อ่านเลย
    #802
    0
  11. #801 ttbluewp (@ttbluemtr) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 10:23
    อ่านไม่ทันนน
    #801
    0
  12. #800 Noonasense (@Noonasense) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 05:44
    ลูลู่น่ารักจัง
    #800
    0
  13. #799 Noeykwd (@Noeykwd) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 22:42
    ตบมานนนนนน!! ออกไปจากพระนางของเลาว์
    #799
    0
  14. #798 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 18:21
    นางลินดาไปไกลๆเลยนะ คยองมาหาพี่หมอหมีหน้าง่วงแล้ว555
    #798
    0
  15. #797 oshniee (@oshniee) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 15:30
    เอาลินดาไปไกลๆทีอย่ามาแทรกกลางเลยขอร้อง;-;กลัวใจลินดาอะเหมือนนางจะเข้าหาฮุนอย่าเลยยขอให้ฮุนฉลาดหน่อย!
    #797
    0
  16. #796 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 09:14
    ลินดานี่ยังไงตามติดวนเวียนชีวิตเค้าเป็นผีขอส่วนบุญเลย
    #796
    0
  17. #795 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 08:20
    ลินดาเลิกพยันยามเถ้อะะะนังผีร้ายไป๊ีีอย่ามายุ่งกับครอบครับเขา/โปรยข้าวสารเสก
    #795
    0
  18. #794 ชะ'เอิง (@kewalin25aerng) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 08:07
    รำคาญลินดาเมื่อไหร่จะไปให้พ้นๆสักที
    #794
    0
  19. #793 Peace-_-Peach (@Peace-_-Peach) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 07:17
    นังลินดานี่ไม่เลิกพยายามไปแทรกกลางเค้าอีกนะ สมควรโดนสั่งสอน ลู่หานท้องอยู่คงสั่งสอนไม่ได้ คุณนายอู๋เบอร์สองช่วยทีค่ะ
    #793
    0