HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 60 : [SS2] ตอนที่ 15 คุยกันด้วยภาษากาย (13+)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 มี.ค. 60

 


SS2 CH15

 

ปลายสายกรอกเสียงลงมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว และนั่นก็ไม่ต้องถามถึงสาเหตุให้มากความว่าเป็นเพราะเหตุใด พี่ชานยอลถึงได้โกรธกริ้วเขาขนาดนั้น

/แกจะทิ้งลูกทิ้งเมียแบบนี้ไม่ได้นะเซฮุน แย่มาก…/

“ผมไม่ต้องการจะเห็นหน้าพี่เขาตอนนั้น”

/ปัญญาอ่อน!! ลู่หานเล่าเรื่องให้ฉันฟังหมดแล้ว และตอนนี้แกต้องมารับลู่หานที่เพ้นท์เฮ้าส์ของฉันเดี๋ยวนี้!!/

“เห้อ ให้พี่เขาอยู่ที่นั่นสักพักนะครับ”

/ต่อให้ลู่หานหอบลูกหอบเต้ากลับจีนนะเรอะ!! แกจะบ้ารึไงเซฮุน แกไม่รักลู่หานเลยรึไง/  เซฮุนนิ่งไปสักพัก ไม่รู้จะตอบคำถามของพี่ชายอย่างไรดี เพราะตัวเองก็ยังสับสน เขาไม่มีคำตอบนั้นอยู่ในหัวเลยแม้แต่นิด ไม่รู้ว่ารักหรือเปล่าด้วยซ้ำ ไม่รู้ด้วยว่าที่อยู่ด้วยกัน เผลอมีอะไรกันไปในคืนนั้น มันเป็นเพราะความรู้สึกอะไร

 

“ผมก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน”

/อย่าทำอะไรให้ตัวเองต้องเสียใจได้มั้ย รีบตาสว่างสักที เหอะ! ไม่รู้ล่ะยังไงแกก็ต้องมารับลู่หานที่บ้านฉัน ก่อนที่แกจะไม่ได้เจอทั้งลูกทั้งลู่หานอีก/

 

 

 

 

ชานยอลกดตัดสายทันทีเมื่อพูดจบ เซฮุนยังคงเป็นไอ้ผู้ชายหน้าโง่ที่ไม่รู้จักหัวใจตัวเอง คนแบบนี้ลองไม่ใช่น้องชายของเขาดูสิ เขาจะเฉดหัวมันให้ออกไปจากชีวิตโดยที่ไม่ต้องรีรอป้อนโอกาสให้เป็นครั้งที่สองสามสี่แน่ๆ

 

ร่างสูงโปร่งจับโทรศัพท์ยัดกระเป๋า มองคนที่นั่งตัวงุ้มอยู่ในอ้อมกอดของพี่ชาย อี้ฟานเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับเขาที่อยู่กันคนละห้อง ลู่หานกำลังร้องห่มร้องไห้อย่างหนักหน่วงจนน้ำใสๆแทบจะกลายเป็นเลือด ชานยอลเดินลัดสวนเล็กๆที่จัดประดับอยู่ตามทางเดินในบ้านไปอย่างไม่รีบร้อน พอเข้ามาถึงห้องที่จัดเอาไว้เป็นห้องนั่งเล่นแบบไพรเวทที่ไม่ใช่ไว้รับรองแขก เขาก็ได้ยินเสียงสะอื้นแทบขาดใจของลู่หานทันที

 

เขาล่ะเริ่มจะเกลียดน้องชายตัวเองขึ้นมาหน่อยๆ ทั้งๆที่ตัวเองก็มีความผิดอยู่กึ่งหนึ่งโทษฐานที่ไม่ยอมบอกว่าทำงานที่เดียวกันกับอดีตแฟนเก่าของเมียตัวเองแท้ๆ แล้วยังจะมาคิดเป็นตุตะโวยวายใหญ่โตเอาแต่ใจ คิดเพ้อไปเรื่อยว่าเขาจะกลับไปเป่าให้ถ่านไฟเก่ามันคุกรุ่น

 

การคิดไปเองแถมยังดื้อด้านเชื่อแต่ความคิดตัวเองนี่มันน่ากลัวจริงๆ….

 

“ขอยอลอยู่กับลู่หานสองคนได้มั้ยฟ่าน” ชานยอลกอดอกจ้องมองใบหน้าของสามีอันเป็นที่รักที่เริ่มแงะน้องชายออกจากอ้อมกอด ร่างกายกำยำเกินวัยสี่สิบลุกขึ้นเต็มความสูง มือหนาบีบรั้งบ่าของเขาเอาไว้เป็นการฝากฝังน้องชายให้เขาเป็นคนดูแลต่อ ก่อนจะเดินหายออกไปจากห้อง โดยที่มีชานยอลเดินไปส่ง มือเรียวกดล็อคประตูเพื่อให้มันเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น ถึงแม้คนที่เพิ่งเดินออกไปจะเป็นผัวตัวเองก็ตาม

 

“จะเอายังไงว่ามา” เรื่องปลอบโยนคนไม่ใช่วิธีถนัดของ ปาร์ค ชานยอล ร่างสูงโปร่งแต่เพรียวบางนั่งติดกับลู่หานที่ใช้หลังมือขยี้ดวงตาคู่สวยพร้อมกับถามคำถามด้วยน้ำเสียงติดจะเหวี่ยงนิดๆ เสียงสะอื้นฮึกฮักออกจะน่ารำคาญไปหน่อยในสายตาของชานยอล แต่ก็เอาเถอะนั่นไม่ใช่ประเด็นใหญ่ สิ่งที่เขาต้องการจะได้จากลู่หานคือ ความต้องการของอีกฝ่าย

“เอา ฮึก เอาอะไร”

“จะทำยังไงต่อไป จะเลี้ยงลูกเอง หรือยกลูกให้เซฮุน หรือจะเอาทั้งเซฮุนแล้วก็ลูก” ลู่หานฟังช้อยของชานยอลก็ได้แต่ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

“หรือจะยกลูกให้ฉัน ฉันยังไม่ลืมคำพูดของนายหรอกนะ แต่ฉันให้โอกาสนายเลือก ว่าต้องการแบบไหน”

                “อย่าเพิ่งถามได้มั้ย ฉันไม่รู้จริงๆ” ลู่หานเบะปากจะร้องไห้อีกครั้ง แต่ชานยอลกลับโบกมือห้าม แล้วกรอกตาเหมือนกับว่าจะรำคาญความดราม่าพร่ำเพื่อของอีกฝ่ายหนักหนา

                “โอ้ย แค่พูดออกมาว่าจะให้ฉันช่วยมั้ย แค่นั้นจบ”

                “ให้คนอย่างนายช่วยฉันคงปวดหัวพอดี” ลู่หานที่เริ่มจะหัวร้อนขึ้นหน่อยๆจิกกัดชานยอลกลับไปเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติ ส่วนอีกฝ่ายกลับยักไหล่ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเขาแม้แต่น้อย

                “เอาเถอะ ถ้ายังอยากจะจมปลักอยู่กับน้องชายของฉัน นายก็ต้องปรับตัวเพราะดูท่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นมันคงไม่คิดจะเปลี่ยน แต่ถ้าไม่ก็เลือกเอาว่าจะทำยังไงต่อไป” ชานยอลหรี่ตาจ้องมองลู่หานที่เอาแต่หลบสายตาจนน่ารำคาญ มือเรียวจึงจับคางของลู่หานให้หันมาสบสายตากับเขาตรงๆก่อนจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยอีกครั้ง

“จะตัดสินใจอะไรก็ทำให้มันรอบคอบ แก่จนจะลงโลงกันหมดแล้ว ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่จะพบเจอคนเข้าหาได้เรื่อยๆตลอดไป เลือกเอาระหว่างลินดากับเซฮุน ถามใจตัวเองให้ได้ก่อนว่าต้องการใครมากกว่ากัน” 

 

ลู่หานกำสาบเสื้อเอาไว้แน่น วันหนึ่งคนเรามันมีอารมณ์ได้ร้อยแปด วันหนึ่งก็อยากจะรักวันหนึ่งก็อยากจะเกลียด ไม่มีเหตุผลอะไรมากนักหรอก แล้วจะให้เขามาพูดว่าเลือกใครเหมือนผักปลาแบบนี้ เขาก็ขอเลือกตัวเองดีกว่า

“ลืมเรื่องที่ฉันจะยกเด็กคนนี้ให้นายเถอะ วันนั้นก็ถือซะว่าฉันพูดไม่คิด”

 

“ไม่ให้ก็ไม่ได้ว่าอะไร ฉันไม่ได้ซีขนาดนั้น ว่าแต่นายเถอะจะเอายังไงต่อ” 

“เซฮุนว่าไงบ้างอ่ะ”

“เป็นฉัน ฉันจะไม่ถามหาผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นตอนนี้นะ เข้าใจใช่มั้ย” ลู่หานหน้าสลดเหลือสองนิ้วทันทีที่ถูกชานยอลตอกหน้ากลับมาด้วยถ้อยคำเช่นนั้น ให้ตายเถอะ ไอ้คนตระกูลนี้ตอนเด็กแม่ให้กินอะไรเป็นอาหารถึงได้ปากจัดปากร้ายขนาดนี้ เขาก็แค่อยากจะรู้ว่าเซฮุนพูดว่ายังไงบ้างก็เท่านั้นตอนคุยกันทางโทรศัพท์  

 

“ฉันคงต้องกลับบ้านสักพัก คลอดเด็กแล้วก็ค่อยคิดอีกทีว่าจะเอายังไงต่อ” เมื่อไม่ได้คำตอบจากชานยอล ลู่หานเลยตอบคำถามของอีกฝ่าย ตอนนี้เขาไม่กล้ามองหน้าเซฮุนด้วยซ้ำ มันทั้งโมโหทั้งโกรธอยากจะด่าอยากจะตี ถ้าเกิดว่าได้อยู่กันสองต่อสอง และนั่นก็ควรจะทำให้พวกเขาทะเลาะกันอีก ถูกพูดจาร้ายๆใส่อีก 

ซึ่งเขารับไม่ไหวจริงๆ....


“เป็นฉันจะไม่หอบลูกไปหาพ่อแม่ เพราะเคลียร์กับผัวไม่ได้หรอกนะ ทำอย่างกับสาวใจแตกที่พ่อเด็กมันไม่ยอมรับไปได้”

“ปากน่ะ หัดหุบลงซะบ้างก็ได้นะ” ลู่หานตอกกลับด้วยความโมโหนิด หน้าสวยแต่ปากเสียนี่ พี่ชายเขาเอาไปทำพันธุ์ได้ยังไง ชานยอลยักไหล่ไม่ได้สะท้านกับคำด่าจิ้บจ้อยของลู่หานแม้แต่นิดเดียว แถมยังคุยต่อด้วยความลื่นไหล 

“จากที่นายเล่า ฉันว่ายัยกระสือนั่น คงไม่ได้คิดจะกลับมารื้อฟื้นกับนายหรอก แต่จะล่อน้องชายฉันต่างหาก ไม่งั้นก็พยายามปั่นหัวพวกนายสองคน อย่าลืมว่านายเทผู้หญิงคนนั้นแบบหน้าด้านๆเพื่อมาหาน้องชายฉันนะ เป็นใคร ใครก็ต้องโกรธ” ชานยอลสาธยายความคิดของตัวเองออกมาหลังจากที่ได้ฟังเรื่องที่ลู่หานเล่าให้ฟัง ยัยผุ้หญิงที่ลินดาลินดะอะไรนั่นดูท่าก็ไม่ใช่คนโง่ แถมยังเป็นพวกร้ายลึกอีก พวกไม่ทันคนอย่างสองผัวเมียนี่คงได้แต่เดินตามเกมของยัยนั่นยิกๆ ก็ดูเอาเถอะขนาดหัวใจตัวเองยังไม่รู้เลยนี่นา

 

“ฉันกับเซฮุนคงมองหน้ากันไม่ติดไปสักพักล่ะ เขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนั้น” 

“ความจริงคนที่ควรจะรู้สันดานเซฮุนมากที่สุดนี่ควรเป็นนายนะ ถึงมันจะต่างจากเมื่อก่อนมาก แต่สันดานคนมันเปลี่ยนไม่ได้ง่ายๆหรอก ถึงมันจะไม่พูดแต่ดูก็รู้ว่ามันหึง หึงมากด้วย แถมปากก็ไม่ตรงกับใจ ถ้ามันไม่รักนาย มันจะเอาเงินมรดกมันมาถอยเพ้นท์เฮาส์ให้นายกับลูกเรอะ” ชานยอลเอนหลังพิงพนักโซฟา ขาเรียวยาวก็สับไขว่ห้าง ดั่งนางพญาทันทีที่เห็นใบหน้าตกใจของลู่หาน 

 

“เพ้นท์….เพ้นท์เฮ้าส์เหรอ ไม่เห็นมันจะบอก”

“ก็มัวแต่โง่แบบนี้ไง น่ารำคาญ หมันไส้” ชานยอลยกนิ้วขึ้นผลักหน้าผากเกลี้ยงเกลาของคนท้องด้วยความหมันไส้ สมควรล่ะที่โดนเซฮุนมันโมโหใส่ วันๆเคยรู้อะไรเกี่ยวกับผัวตัวเองบ้าง ก็ไม่….

“อย่าสิ” ลูบเหม่งตัวเองพร้อมกับทำหน้างอ

“ไม่รู้ล่ะ ฉันขู่เซฮุนเอาไว้แล้ว ว่าถ้ามันไม่มารับนายที่นี้ก็เตรียมตัวไม่มีนายกับลูกในชีวิตได้เลย ส่วนนายก็อย่าไปบ้าจี้ทำตามที่ฉันบอกเซฮุนมันไปล่ะ เล่นตัวมากมันไม่ง้อฉันก็ไม่รู้ด้วยแล้วนะ”

 

“แต่….” ถึงจะรู้สึกดีใจเรื่องที่ชานยอลพูดขึ้นมานึดนึง แต่ว่าเขาก็ยังคงรู้สึกโกรธเซฮุนอยู่ เขาเสียน้ำตาไปมากมายเท่าไหร่อ่ะวันนี้ จะให้ไม่เล่นตัวเลยมันก็ดูง่ายไปหน่อย ไม่ได้เห็นแก่เพ้นท์เฮ้าส์ที่ว่านั่นเลยนะ ไม่เลย

“ไม่ต้องไปรอคำว่ารักจากปากเซฮุนมันหรอก ดูการกระทำมันสิ ต่อให้บอกว่าที่อยู่ด้วยก็เพราะผูกพัน แล้วไงล่ะ ไอ้ในความผูกพันนั้นมันจะไม่มีคำว่ารักอยู่เลยเหรอ นายก็เห็นเซฮุนมันเคยสนใจใครซะที่ไหน”

“ก็เพราะเซฮุน…..” ลู่หานที่เหมือนกับรอคำพูดนี้อยู่เเล้วเปิดปากจะสวนกลับไป ที่เซฮุนมันยังไม่มีใครเพราะมันเอาแต่คิดถึงแบคฮยอนต่างหาก แต่ชานยอลกลับกรอกตาแล้วโบกมือห้ามเป็นพัลวัน

 

“ถ้าคิดว่าสู้ผีไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาจับน้องชายฉันทำผัวแล้วล่ะ”


 







++++++++++++++++++++++

                เมื่อคืนกว่าจะหลับก็เกือบเช้า เพราะความที่ไม่ชินกับการนอนคนเดียวก็เลยต้องหอบเอาสภาพเป็นหมีตาโบ๋ลุกมากินข้าวกับพี่ชายและเมียพี่ อาหารที่นี้เป็นแบบตามใจปากสามีโดยแท้ ซึ่งพี่ฟ่านก็มาตามใจคนท้องแบบเขาอีกทีหนึ่ง ซึ่งพวกเราก็นั่งกินข้าวกันสามคนพูดคุยเรื่องทั่วๆไปของบ้านเมืองโดยไร้เงาของเซฮุน

                ความจริงแล้วเซฮุนก็ไม่ได้ติดต่อกลับมาและติดต่อไม่ได้ตั้งแต่ช่วงเย็น แม้จะรู้สึกกังวลนิดหน่อย แต่ชานยอลบอกให้รอถ้ามันไม่มาง้อก็ไม่ต้องง้อมัน สุดท้ายแล้วตอนนี้ก็สายโด่งจนตะวันแยงหน้าเซฮุนก็ยังไม่มา

                ส่วนพี่ชายเขาออกไปทำงานแล้วตั้งแต่เช้า ส่วนชานยอลที่เป็นอาจารย์อัตราจ้างเป็นเทอมๆไปก็เลยว่างเพราะตัวเองปฏิเสธที่จะรับงานในเทอมนี้ งานส่วนใหญ่ที่ชานยอลทำเลยเป็นงานบ้านเสียส่วนใหญ่ บวกกับการบริหารงานร้านเครื่องเพชรของตระกูลอู๋


                ชีวิตดีจนน่าอิจฉา…..

 

                ลู่หานที่นั่งดูทีวีกดเปลี่ยนช่องนั้นช่องนี้ไปเรื่อยเปื่อยจนเบื่อก็ลุกขึ้นยืดเส้นสาย ประจวบเหมาะกับที่เสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้นเรียกความสนใจเขาด้วยความที่เบื่อและชานยอลก็ไม่ได้ว่างมานั่งคุยกับเขาตลอดเวลา ความสนใจเลยพุ่งไปที่ประตูมากเป็นพิเศษ ชานยอลที่อยู่ในห้องทำงานคงไม่ได้ยินเสียงออด เขาจึงอาสาลุกไปเปิดมอนิเตอร์ดู ก่อนจะพบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าเป็นเซฮุน

 

                ทำไงดี….

 

                “ชานยอลลลลลล” ร้องโวกเวกแล้ววิ่งไปหาที่พึ่งทันที ร่างสูงโปร่งที่นั่งอ่านนิตยสารอยู่ในห้องนอนลุกขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะสาดคำรุนแรงใส่ ข้อหาที่เขาวิ่งมาอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ

                “ลูกหลุดมาจะทำยังไง!! มีอะไร!


                “เซ แฮ่กๆ เซฮุนมา” หอบตัวโยนทั้งๆที่วิ่งไม่กี่วิ ชานยอลเลิกคิ้วมอง ก่อนจะจับนิตยสารในมือขว้างลงบนโซฟา แล้วเดินตึงตังออกไปเตรียมจะหาเรื่องเต็มที่

 

                ลู่หานที่ตามหลังมาติดๆ เดินไปชิดชานยอลเพื่อใช้เป็นเกราะกำบัง ในขณะที่ร่างสูงหนาปึกแทรกตัวผ่านประตูเข้ามาพร้อมกับของเต็มสองมือ เซฮุนไม่ได้มองที่เขาเลยแม้แต่เสี้ยวหางตา แต่กลับเดินไปที่ชุดรับแขก วางขนมนมเนยและเอกสารที่น่าจะเป็นงานอีกส่วนหนึ่งไว้บนโต๊ะ และนั่งลง

                ชานยอลดันไหล่เขาให้เข้าไปหา ท่าทางของเซฮุนไม่ได้ต่างจากเมื่อวานเลย ยังคงดูดุดันและพร้อมจะระเบิดอารมณ์ใส่เขาในทุกๆเมื่อ ลู่หานเดินเข้าไปหาช้าๆ นั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้าม กวาดสายตามองขนมร้านโปรด และของกินที่ดูยังไงก็ซื้อมาง้อเขาทั้งนั้น

 

                “กินอะไรรึยัง” เซฮุนเปิดปากถามคำถามแรกหลังจากที่ไม่ได้เจอหน้ากันหนึ่งคืนถ้วน ลู่หานพยักหน้าช้าๆเป็นคำตอบ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วนมเย็นๆที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาถือ เหมือนกับว่าเขาเป็นเจ้าของ พอส่งสายตาขอไปทางเซฮุนแล้วอีกฝ่ายไม่ว่าอะไรเขาก็ยกขึ้นดูด ความหวานและเย็นจนเสียวฟันนั้ยทำให้สมองโล่งและสดชื่นขึ้นทันตาเห็น

 

                โอย สดชื่นไปหน่อย ขึ้นสมองเลย….

 

                “ค่อยๆสิ กลัวใครจะแย่ง” เซฮุนปรามสั้นๆ แล้วหันไปหาพี่ชายตัวเองที่นั่งขอบโซฟาอยู่ก่อนแล้ว

                “มาเอาป่านนี้ ไม่รอไปตามเมียที่ปักกิ่งเลยล่ะ” ชานยอลบ่นใส่น้องชาย หายไปเป็นคืนไม่ยอมตามมาง้อ แต่พอมาง้อทีก็หอบหิ้วของมาง้อนึกหมันไส้ สงสัยเขาต้องลองงอนพี่ฟ่านมันดูบ้าง เผื่อจะได้เบนซ์มาขับเล่นสักคัน

                “จะไปก็ไป ไม่ได้ห้าม” เซฮุนตอบกลับมาสั้นๆ จนคนฟังแทบสำลักนมสดเย็นในปาก ถ้าไม่ใช่ว่ายกมือขึ้นปิดแล้วกลืนมันลงไปทันคงได้พุ่งรดหน้าตักใครสักคนแน่นอน 

                เซฮุนปรายตามองสั้นๆ ก่อนจะหันไปคุยกับพี่ชายต่อ แบบว่าเป็นการเป็นงาน

                “ผมฝากงานไว้ที่นี้หน่อยนะ เดี๋ยวเย็นๆผมมาเอา” ชานยอลไม่ว่าอะไรนอกจากพยักหน้ารับส่งๆ เซฮุนถามขอยืนรถไปใช้ ซึ่งพี่ชายก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก ชานยอลทำเพียงแค่เดินหายเข้าไปในส่วนของห้องครัวเพื่อหยิบกุญแจรถออกมาจากตู้เก็บกุญแจ

                “จะเอาอันไหนไปกินบนรถก็เอาไป เดี๋ยวต้องนั่งไกล ไม่มีเวลาแวะกินข้าวหรอกนะ”

 

                “จะไปไหนเหรอ” ถามตาใสแจ๋ว แต่เซฮุนกลับไม่ตอบเขาสักแอ๊ะ ลู่หานเลยต้องหันมาสนใจกับขนมนมเนยและของคาวที่เซฮุนซื้อมา มันเยอะมากเหมือนกับว่าจะซื้อมาให้เขาเลือกเองว่าจะกินอะไร ซึ่งเขาก็เลือกไม่ได้

 

                พอเซฮุนได้กุญแจจากชานยอล ลู่หานก็จัดการหิ้วถุงขนมทั้งหมดทั้งมวลเอาไว้แล้วเดินตามเซฮุนที่เดินตัวปลิวไปรอที่ลิฟต์แล้วเรียบร้อย บทสนทนาของพวกเขาไม่มีเลยจนกระทั่งมาถึงรถแวนสีดำคันใหญ่แบบเจ็ดที่นั่ง ซึ่งแน่นอนอยู่แล้ว คนที่เปิดบทสนทนาก่อนก็คือเขา 

                “จะไปไหนกันน่ะ บอกกันหน่อยได้มั้ย” ลุ่หานถาม 

                “นั่งคาดเข็มขัดดีๆ” ไม่ตอบแถมยังจะสั่งอีก เออ ชักยั่วะแล้วนะ

                “ตอบนิดนึงจะตาย?” เออ เพราะปากแบบนี้ไงลู่หาน!

                เซฮุนเงยหน้าขึ้นมาจากเข็มขัดนิรภัยตัวเอง ชายหนุ่มไม่เลือกที่จะตอบ แต่โยกตัวเข้าไปหาคนที่ยังไม่ยอมคาดเข็มขัด ก่อนจะจัดการคาดให้  “หาหมอ จะไม่ฝากครรภ์รึไง”

 

 



                ระยะทางกว่าร้อยโลไม่มีเสียงอันใดหลุดรอดออกมาจากปากของเซฮุนที่ตั้งอกตั้งใจขับรถ ส่วนเขาก็ไม่รู้จะเริ่มพูดคุยกับอีกฝ่ายยังไงเลยเลือกที่จะหยิบขนมขึ้นมากิน สายตาก็ทอดมองป้ายข้างทางวิวทิวทัศน์ แถมหลับไปสองรอบกว่า จนสุดท้ายก็มาถึง


                ที่ๆเซฮุนพามาเป็นโรงพยาบาลเล็กๆที่ดูใหม่และทันสมัยเหมือนกับว่าเปิดขึ้นมาเพื่อรองรับโรคเฉพาะทางหรืออะไรประมาณนั้น

                 เซฮุนขับรถเลี้ยวเข้าไปจอดยังลานจอดรถ จัดการดับเครื่องอะไรเสร็จสรรพก็หันมาเขาที่นั่งจ้องอยู่ก่อนแล้ว

                 ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความนอกจากเปิดประตูลงรถ เดินก้าวเนือยๆไปรอที่หน้าประตู

               

                ตอนเดินผ่านเข้ามาในโรงพยาบาลก็รู้ได้ทันทีว่ามันเฉพาะทางด้านไหน และก่อนที่จะเข้ามาเซฮุนก็เปรยๆเอาไว้ว่าที่นี้มันรู้จักหมออยู่คนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนกับหมอประจำตัวตอนที่รักษาตัวอยู่ที่เกาะ เป็นหมอสูตินารีที่ดีมากคนหนึ่งและน่าไว้ใจกว่าหมอที่ชื่อจองซอกเป็นไหนๆ

                เซฮุนเดินเข้าไปติดต่อยังเคาน์เตอร์เหมือนกับว่านัดหมายกันเอาไว้แล้วเรียบร้อย พยาบาลสาวสวยในชุดสีเหลืองอ่อนทั้งตัวพาพวกเขาเดินไปตามทางเดินสะอาดสะอ้าน ก่อนจะหยุดตรงที่ห้องพักห้องหนึ่ง หล่อนเคาะประตูสามสี่ทีแต่ก็ไม่มีใครออกมาเปิด

                “นั่น เซฮุนรึเปล่า….” เสียงทุ้มต่ำดังมาจากด้านหลังขัดจังหวะพยาบาลสาว

                 ผู้ชายตัวสูงผิวสีแทนนิดๆ พร้อมกับรอยยิ้มน่ารักๆนั่น สะกดสายตาของทุกคนได้ไม่น้อย ยกเว้นเซฮุนที่เดินเข้าไปหาจับไม้จับมือโอบกอดกันเล็กๆพอเป็นพิธี

 

                “เข้าไปคุยข้างในกันเถอะ” คุณหมอหนุ่มพูดแล้วเดินนำเข้าไปในห้อง แม้ด้านนอกจะดูสะอาดหมดจดแต่พอเข้ามาในห้องพักส่วนตัวกึ่งห้องทำงานกลับรู้สึกต่างกันคนละโลก

                “เออ ขอโทษนะ ช่วยเขี่ยๆ กองหนังสือพวกนั้นออกแล้วนั่งรอแปบนะ เดี๋ยวหยิบน้ำให้ อืม กาแฟกระป๋องกับน้ำลูกพีช ให้คุณแม่” ปลายเสียงเหมือนกับว่าคุณหมอจะบ่นพึมพำกับตัวเองขณะก้มลงควานหาเครื่องดื่มกระป๋องในตู้เย็น พอได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็กลับมานั่งที่โซฟาอีกตัวที่เต็มไปด้วยตำราแพทย์พร้อมกับส่งเครื่องดื่มกระป๋องให้กับแขกทั้งสอง

                “นี่เหรอ เมียนาย น่ารักเชียว ผมลี มินโฮ เรียกสั้นๆว่ามินโฮก็ได้นะครับคุณนายลู่” รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏบนริมฝีปากของคุณหมอมินโฮ ส่วนลู่หานก็ทำได้เพียงแค่แจกยิ้มจืดๆพร้อมกับพวงแก้มแดงๆไปให้ด้วยความเคอะเขิน ในขณะที่เซฮุนไม่ได้พูดอะไรนักนอกจากเข้าเรื่องเป็นการเป็นงาน

                “อย่างที่คุยกันไว้ ผมอยากให้มันเป็นความลับ หมอทำให้ได้มั้ย”

                “ฉันทำเรื่องฝากครรภ์ให้แล้วล่ะน่า โรงพยาบาลนี้คนไข้น้อย เพราะมีแต่พวกอยากเก็บเป็นความลับอย่างพวกนายมาใช้บริการเพราะงั้นไม่ต้องห่วง” คุณหมอพูดแล้วกระดกกาแฟร้อนๆลงคอจนหยดสุดท้าย

                “ขอบใจมาก”

                “งั้นเชิญคุณพ่อรอที่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวหมอจะพาคุณแม่ไปตรวจครรภ์ เชิญครับคุณนาย” 

 

 



 

                ใช้เวลาตรวจไม่นานคุณหมอก็เรียกทั้งเซฮุนและเขามาคุยผลปรากฏว่า ตัวเองมดลูกต่ำกว่าปกติซึ่งต้องดูแลอย่างใกล้ชิด แค่มีมดลูกก็รู้สึกอนาถใจพอแล้วนี่ยังจะมาต่ำอีก ผลสุดท้ายก็เลยถูกจัดยาบำรุงมาให้ชุดใหญ่บวกกับคู่มืออาหารการกินและการดูแลตัวเองที่หนาพอกับน้องๆคู่มือรถยนต์ แถมคุณหมอมินโฮยังกำชับว่าให้มาหาหมอทุกเดือนตามตารางนัดหรือหากเกิดอาการอะไรก็ตามแม้เพียงเล็กน้อยอย่างปวดท้อง จุกเสียดก็ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที

 

                “ตรวจครรภ์ครั้งหน้าก็อัลตร้าซาวด์ดูลูกได้แล้วนะ อีกสองเดือนก็มาดูเพศลูก” คุณหมอว่าพร้อมกับยิ้มแย้มแจ่มใสแบบสุดๆ แถมพอคุยธุระกันเสร็จก็ยังมีกะจิตกะใจออกมาส่งพวกเขาถึงที่ลานจอดรถ ล่ำลากันเป็นพิธีเสร็จเซฮุนก็ขับรถกลับเข้าโซลทันที



                สิ่งที่ต้องไปทำเป็นอย่างต่อไป คือเจ้าไปทำธุระตามที่เซฮุนบอกเอาไว้ นั่นก็ตึกคอนโดที่อยู่ห่างจากคอนโดเก่าของพวกเขาไปสักสามช่วงถนนเป็นคอนโดสร้างใหม่เมื่อปีก่อน หรูหราและแพงระยับพอๆกับโครงการใจกลางเมือง แม้จะรู้จากชานยอลมาบ้างแล้วว่าเซฮุนแอบซื้อเพ้นท์เฮ้าส์แต่มันก็อดตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ 

                “มาที่นี้ทำไมอ่ะ ไม่ใช่คอนโดเราซะหน่อย” ถามออกไปด้วยแววตาใสซื่อ 

                “ตามมาเถอะ” แต่รายนั้นก็ยังคงคีพความสั้นห้วน แบบพอพูดเสร็จก็เดินเข้าไปโดยไม่รอกันสักนิด

 

                พวกเขาเข้ามาถึงล็อบบี้ก็มองเห็นนิติกรสาวสวยยืนถือสมุดบุปกด้วยผ้าไหมรอเอาไว้แล้ว แบบว่าไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงก็พอจะรู้ว่ามาดูบ้านใหม่ เซฮุนและลู่หานถูกเชิญเข้าไปในห้องรับรองของทางโครงการ มีจัดเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวไว้ให้อย่างจุใจ ซึ่งดีต่อคนที่เริ่มอยากของหวานๆอย่างลู่หานเหลือเกิน

                “นี่เป็นสัญญาการขาย กับกฎระเบียบและสัญญาค่าส่วนกลางที่ต้องเสียเป็นรายปีนะคะ” เซฮุนที่กวาดสายตามองก่อนจะดึงมันเข้าหาตัว เพื่อกวาดตาอ่านรายละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะรับปากกาหมึกด้ามทองหรูหรามาจากนิติกรคนสวย

                “อ่ะ...เซ็นซะ” อยู่ๆปากกาและเอกสารต่างๆก็ถูกดันมาอยู่ตรงหน้าเขา 

                “อะ อะไร” อันนี้ตกใจจริงๆ ไม่ได้แกล้งเล่น จะให้เขาเซ็นด้วยชื่อเขาน่ะเหรอ เพ้นท์เฮ้าส์ไม่ใช่ถูกๆ ลู่หานมองคนที่นั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไปเรียบร้อย ใบหน้าหล่อเหลานั้นไม่ได้แสดงอะไรออกมานอกจากเรียบเฉย

                “ของขวัญวันครบรอบหรือเปล่าคะ น่าอิจฉาจริงๆค่ะ” นิติกรคนสวยเจ้าเก่าเอ่ยพร้อมกับฉีกยิ้ม สายตาก็จ้องมองเขาสลับกับเซฮุนไปมา แถมดวงตาคู่นั้นยังแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอิจฉาเขาแค่ไหน

 

                ปลายปากกาจรดลงบนสัญญาการซื้อขาย มันถูกเซ็นเป็นชื่อเขา ใบหน้าของเจ้าของชื่อบานเปล่งอย่างกับจานดาวเทียมขณะที่ดันเอกสารเหล่านั้นคืนให้นิติกรคนสวย ลู่หานหันไปยิ้มให้เจ้าบุญทุ่มที่เตรียมตัวจะลุกจากเก้าอี้เมื่อเสร็จธุระโดยไม่พูดไม่จา

 

                “อยากไปดูห้องน่ะครับ ได้รึเปล่า” ไหนๆก็จะย้ายแล้ว ขอไปดูห้องหน่อยแล้วกัน

                “คุณผู้ชายเพิ่งให้ทางเราต่อเติมห้องพิเศษน่ะค่ะ ช่วงนี้อาจไม่สะดวกที่จะเข้าเยี่ยมชม ต้องขอโทษจริงๆค่ะ” ลู่หานพยักหน้ารับอย่างเข้าใจแล้วเริ่มถามอีกคำถามหนึ่ง

                “แล้วมันอยู่ชั้นไหนเหรอครับ มีเพื่อนบ้านรึเปล่า”

                “อยู่ชั้นบนสุดค่ะ มีค่ะเพิ่งย้ายมาได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ค่ะ ห้องของคุณลูกค้าจะอยู่ทางทิศตะวันออกส่วนอีกห้องจะอยู่ทางทิศตะวันตกค่ะ” ลู่หานร้องอ๋อออกมา เขาไม่มีคำถามที่จะถามต่ออีก เลยลุกขึ้นโค้งตัวขอบคุณคุณนิติกรอีกครั้งแล้วเดินไปหยุดยืนข้างเซฮุนที่ยืนรออยู่ตรงหน้าประตู

 

 

                พอทำธุระอะไรเรียบร้อยเซฮุนก็เอารถไปคืนพี่ชายพร้อมกับไปกินข้าวเย็นกัน ตอนกินข้าวก็เป็นลู่หานที่เลือกร้านอาหาร อยากได้อะไรก็ขอแค่เอ่ยปาก พออีกฝ่ายรับรู้ก็จัดการให้หมดแบบไม่มีปริปากบ่นออกมาสักคำ

                จะเรียกว่าเป็นการง้อรึเปล่าเขาก็ไม่แน่ใจ แต่เหมือนกับว่าฟ้าหลังฝนของเขามันช่างช่างสดส้ายยยยสดใส….

 

                พอเสร็จจากมื้อเย็นก็กลับมาที่คอนโดเดิม ขนมนานาชนิดที่ซื้อมาด้วยความอยากแต่ยัดไม่ลง ถูกนำไปแช่ใส่ตู้ด้วยฝีมือของลู่หาน ส่วนเซฮุนที่ดูเหมือนวันนี้จะหมดเงินไปหลายบ้านก็โซซัดโซเซพาร่างสูงๆตัวเองเข้าไปในห้อง จัดการชำระร่างกายแล้วออกมานั่งอ่านเอกสารอยู่หน้าทีวีในห้องรับแขก

 

                เซฮุนที่จัดการตัวเองเสร็จก็เป็นตาของลู่หานบ้าง เขาเข้าไปอาบน้ำอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมงก่อนจะออกมายืนเลือกเสื้อผ้าในตู้อีกสิบนาที ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่อตอบแทนในความเอาใจใส่เล็กๆน้อยๆของเซฮุน อย่างพาไปฝากครรภ์งี้ อย่างซื้อเพ้นทฺเฮ้าส์หรูๆให้เขาห้องนึงงี้ หรือจะตามใจปากเขาทั้งๆที่เมื่อก่อนบ่นเป็นหมีตลอดเวลาเรื่องของที่ไม่มีประโยชน์

               

                “ง่วงแล้วนอนกัน” แม้จะไม่ได้ง่วงมากมายขนาดนั้นเพราะเพิ่งจะสองทุ่ม แต่ดูเหมือนเซฮุนที่อิดโรยมาทั้งวันจะเห็นด้วย ร่างสูงโปร่งเดินตามเข้ามาในห้องนอน ก่อนจะล้มตัวลงบนเตียงยังฝั่งของตัวเอง

                “ง่วงก็มานอน จะยืนทำไม” คนที่เพิ่งสังเกตเครื่องแต่งกายอีกฝ่ายก็ได้แต่ขมวดคิ้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เขาไว้ใส่ไปทำงานอยู่ทุกๆวันกำลังคลุมเรือนร่างของคนตรงหน้าอยู่ มันใหญ่มากพอจะคลุมขาอ่อนของลู่หานได้สักคีบหนึ่ง จึงช่วยไม่ได้ที่สายตาเจ้ากรรมจะเคลื่อนต่ำลงไปที่ความขาวที่มากกว่าเสื้อเชิ้ต

                “โอเค นอน”

                “ไปเปลี่ยน….พี่เอาเสื้อผมมาใส่นอนไม่ได้เดี๋ยวยับ”

                “ตัวอื่นก็มี วันนี้ร้อนขอใส่ตัวนี้นะ” ว่าแล้วก็เดินอ้อมมายังเตียงอีกฝั่ง ซุกขาเข้าไปในผ้าห่ม แล้วดึงหมอนที่กั้นเอาไว้ตรงกลางออก เซฮุนร้องเห้ยด้วยความตกใจเมื่อคนที่ยังมีสติดีค่อยๆเขยิบตัวเข้ามาซุกไซร้ตรงแขน เบียดความนุ่มนิ่มเข้าหาชนิดที่เรียกว่ากำลังยั่วยวนให้เขาใจแตก

 

                แม้ลู่หานจะชอบข้ามหมอนข้างมาลวนลามเขา แต่นั่นก็จะเป็นเฉพาะช่วงที่หลับลึกไม่รู้ตัวไปแล้วเท่านั้น เขาพยายามดันปลิงตัวขาวๆให้ออกห่างในขณะที่ลู่หานกลับยกขาเปลือยเปล่าขึ้นก่ายเอวเขาหน้าตาเฉย

                “พี่ครับ….” เซฮุนเอ่ยเสียงดุๆ  

                “เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย คิดถึงแต่เรื่องเมื่อตอนเช้า นอนไม่หลับจริงๆนะ เตียงก็โคตรกว้างอ่ะ หมอนข้างก็ไม่มีให้กอด แกก็ไม่อยู่ ทรมานสุดๆเลย” เสียงอู้อี้แต่ก็ฟังจับใจความได้ เพราะลู่หานเอาแต่ซุกหน้าลงกับแขนของเขา จับรั้งเอาไว้เป็นที่พึ่งยามที่ตัวเองต้องพูดอะไรน่าอายออกมาจนหูเหอแดงไปหมด ส่วนคนฟังอย่างเขาก็ได้แต่นอนเป็นขอนไม้นิ่งๆ ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดเพ้อเจ้อออกมา

                “ฉันร้องไห้ในรถด้วย ตอนที่ลินดาโทรเข้ามือถือนาย ทั้งน้อยใจทั้งโกรธ ไม่รู้ว่าจะขับรถไปไหนเลยขับมาหาพี่ชายนาย เล่าเรื่องที่ได้เจอมาให้พวกเขาฟังจนหมดเปลือก พี่นายพูดว่าไงรู้มั้ย พูดว่าเราสองคนปัญญาอ่อนอ่ะ เรื่องแค่นี้ก็เอามาทะเลาะกันได้ โคตรไม่เม้คเซ้น” เซฮุนไม่ได้โต้ตอบแม้จะอ้าปากเตรียมสวนกลับ แต่พอคิดไปคิดมาแล้วลองนอนนิ่งๆฟังอีกฝ่ายให้จบดีกว่า

                “ฉันก็ว่างั้นนะ ทะเลาะกันเพราะคนเก่า มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยอ่ะ”

                “แต่พี่ก็เคยร้องไห้เพราะแบคฮยอน”

                “เรื่องมันผ่านมาแล้วพูดทำไม” ลู่หานผงกหัวช้อนสายตาดุๆแบบลูกกวางขึ้นมอง ส่วนเซฮุนก็เสมองไปทางอื่นอย่างปัดความรับผิดชอบทันที

                “ก็มันจริง”

                ……………..” ลู่หานยู่หน้าประท้วงด้วยการเงียบ

                “พี่จะกังวลทำไม ผมสิต้องกังวล” เซฮุนพลิกตัวขยับเข้าหาคนที่เอาแต่ซุกหน้าลงกับแขนของเขา มือแกร่งก็จับกระชับขาที่พาดอยู่ตรงเอวให้พาดอย่างเป็นระเบียบมายิ่งขึ้น แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะตกใจจนแอบชักขากลับ

                ดวงหน้าจิ้มลิ้มแดงเห่อแม้กระทั่งเจ้าของยังรู้สึกตัว ลู่หานค่อยๆขยับเข้ามาซบลงตรงอกกว้างเมื่อความเขินอายลดน้อยลง แขนที่วางเกะกะก็พาดผ่านหลังของเซฮุนไว้แล้วลูบมันเบาๆ

 

                ถ้าหากไม่มีผ้าห่มคลุมตัว มันคงอนาจารน่าดูหากว่าใครเดินเข้ามาเห็นเข้า พวกเขากอดก่าย มือไม้ก็เผลอไผลลูบไล้เนื้อตัวกันไปมา โดยที่มีลู่หานโซโล่บ่นอยู่คนเดียวและมีเซฮุนเป็นผู้รับฟังอยู่เงียบๆ

                “เอาจริงๆคนที่ต้องกังวลคือฉันมากกว่า ต่อให้ฉันเปลื้องผ้าเปลืองตัวให้นายแค่ไหนก็ไม่ได้ใจนายหรอก ถ้านายยังคิดถึงคนของนายอยู่”

                “เคยเปลื้องแล้วเหรอไงถึงรู้”

                “เซฮุน!!” ก็เคยแล้วนี่...

                “ถึงผมจะคิดถึงเขามากแค่ไหน เขาก็กลับมาหาผมไม่ได้อยู่ดี” ลู่หานเงยหน้ามองเจ้าของเสียงทุ้มต่ำเมื่อประโยคนั้นจบลง ก่อนจะก้มหน้างุดซุกกับแผงอกกว้าง 

                นั่นล่ะคือสิ่งที่ลู่หานกำลังกลัว เซฮุนไม่เคยเลิกคิดถึงแบคฮยอน แบคฮยอนยังคงเป็นที่หนึ่งในใจเซฮุนมาตลอด แล้วเขาจะเอาอะไรไปสู้ ที่อยู่ได้จนมาถึงตอนนี้ก็คงเพราะเด็กในท้องคนนี้เป็นตัวเชื่อมพวกเขาเข้าหากันมากกว่า

                “ถ้าเด็กคนนี้คลอด เราจะเหมือนเดิมมั้ยเซฮุน ฉันกลัวตัวเองกลัวนาย กลัวทุกๆอย่าง ทุกๆครั้งที่ฉันพูดว่าฉันเลี้ยงเด็กคนนี้ได้ฉันก็ไม่รู้ว่าจะได้จริงๆมั้ย ที่ฉันพูดไปฉันแค่อยากประชดนายเท่านั้นนะเซฮุน ถ้ามีนาย……” ลู่หานช้อนสายตาขึ้นมองคู่สนทนาที่เงียบไปแล้วอีกครั้ง ก่อนจะพบว่ามันหลับไปแล้ว รอยยิ้มจางๆอย่างนึกเอ็นดูปรากฏบนริมฝีปากของคนที่แก่กว่า นี่เขาบ่นจนกล่อมให้เซฮุนหลับได้เลยเหรอเนี้ย ยิ่งคิดก็ยิ่งตลกตัวเอง

                พอเห็นอีกฝ่ายหลับตาพริ้มเข้าสู่ห้วงนิทรา ความง่วงงุนก็เข้ามาคลอบงำเขาจนต้องหลับตาลงบ้าง แค่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นช้าสลับเร็วของเซฮุนเขาก็เขินแทบแย่ ไหนจะมืออุ่นร้อนออกสากๆที่ลูบไปตามขาอ่อนเหมือนเป็นการปลอบในสิ่งที่เขาเพิ่งเจอะเจอมา

  

                เสียงลมหายใจสม่ำเสมอพร้อมกับท่าทางของคนที่จะขยับตัวออกห่างทำให้ชายหนุ่มต้องลืมตาตื่น เขาแค่พักสายตาไปชั่วครู่ พอตื่นมาก็เจอกับลูกกวางตัวเล็กนอนขดอยู่ในอ้อมกอดของเขา เซฮุนกระชับวงแขนไม่ให้อีกฝ่ายหนีรอดออกไป แม้จะมีเสียงอื้ออึงประท้วง แต่สักพักก็เงียบลง พร้อมกับร่างที่นิ่งสนิท

                มือสากของเขาค่อยๆลูบไล้ขาอ่อนเรื่อยขึ้นไปจะเลิกชายเสื้อเชิ้ตขึ้นมาถึงสะโพกอวบๆ หน้าท้องที่ป่องนูนออกมาไม่มากนักบ่งบอกถึงการมีอยู่อีกหนึ่งชีวิตทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะบีบเอวหรือสะโพกนั้นให้หายคันมือ

                เซฮุนทำเพียงแค่ขยับตัวเข้าไปแนบชิดลากมือดึงเอาเสื้อเชิ้ตให้มากองตรงอกของลู่หาน ตอนนี้เนื้อตัวของลู่หานแทบจะเปลือยเปล่าล้อนจ้อน จนกลายเป็นว่าอีกฝ่ายกำลังเอาเนื้อตัวนุ่มนิ่มนาบไปกับชุดนอนบางๆสีกรมท่าของเขา

                “ถอดเลยมั้ย ถ้าจะทำกันขนาดนี้” เสียงดุๆ ทำเอามือที่กำลังลากเล่นไปบนตัวหยุดชะงัก ผู้ร้ายที่หาคำแก้ตัวใดๆไม่ได้ก็ยกมือออกจากเนินสะโพกมาวางลงบนขาตัวเองแทน

                “ก็ไม่ได้บอกให้หยุด ถ้าจะเล่นก็ถอดออกดีๆ”

                “พูดอะไร ลามกจริงๆเลย”

                “จ้า พ่อพระ ที่ขยำคนนอนหลับจนตื่นนี่คืออะไรหืม….” เซฮุนเบือนหน้าหนีไม่ตอบ แต่ลู่หานกลับ ฟาดมือลงบนแขนที่มีแต่กล้ามด้วยความหมันไส้ เซฮุนมันก็แค่ผู้ชายเฮงซวยที่ปากไม่ค่อยตรงกับใจอย่างที่ชานยอลบอกจริงๆนั่นล่ะ

                “นอนเถอะ….เห้ย พี่จะทำอะไร!!” เซฮุนร้องเสียงหลงประท้วงทันทีที่ถูกปากนุ่มและเรียวลิ้นร้อนฉกยอดอกผ่านเสื้อนอนเนื้อบาง ความร้อนชื้นเปียกชุ่มที่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมหยุดทำให้เซฮุนต้องดึงแก้มย้วยๆนั่นจนเจ้าของมันต้องส่งเสียงร้องโอดครวญร้องขอให้เขาปล่อย

               

                “เจ็บนะ ทำไรเนี้ย”

                “พี่นั่นล่ะทำอะไร”

                “กำลังขอบคุณเซฮุนไง คีคี” ลู่หานยิ้มจนตาปิด มือก็ไม่อยู่สุขวางหมับลงบนเนินนมแข็งปั๋กแบบนักกล้ามชั้นดีแล้วบีบจนเจ้าของร้องเจ็บ เซฮุนผลักลู่หานออกแล้ว ลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน สายตาก็จ้องดุๆเป็นการปรามการกระทำที่ไม่เหมาะสม แต่ลู่หานก็ไม่ได้ใส่ใจ ยังตามมานอนหนุนขาซบหน้าลงกลางตัวจนเจ้าของมันสะดุ้งโหยง

                “พี่!!

                “หืม ว่าไงครับ”

                “นอนได้แล้ว มาขอบคงขอบคุณอะไร”

                “ก็นายซื้อทั้งบ้านทั้งพาฉันไปฝากครรภ์ คนไม่มีอะไรอย่างฉัน ไอ้ที่พอจะให้ได้ก็มีแต่ตัวนี่”

                “แต่พี่ท้องอยู่” น่ะ ตอบแบบนี้แสดงว่าคิดลามกอยู่...

                “วันนี้หมอบอกว่าคนท้องก็มีเซ็กส์ได้ด้วยแหละ” ลู่หานยู่ปากตอบอย่างหน้าไม่อายไม่ใช่เพราะหมอบอกหรอกเขาแค่อ่านเจอว่าคนท้องก็สามารถมีเซ็กส์ได้หากปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง แต่คนฟังหน้าตากลับเห่อแดงเป็นลูกตำลึงสุกไปแล้วจนดูน่าขำ

                “ไม่….ถ้าไม่นอนดีๆ ผมจะไปนอนโซฟาแล้วนะครับ” เซฮุนยื่นคำขาดพร้อมกับดันตัวลู่หานออกเพื่อที่จะลุกลงจากเตียงไปนอนโซฟาจริงๆตามที่พูด

                ลู่หานลุกขึ้นนั่งจับขาที่กำลังจะลงจากเตียงเอาไว้ สองสายตาประสานกันอย่างมีความหมายอยู่นานพอสมควร เขาแย้มรอยยิ้มออกมา ทั้งๆที่ดวงตากำลังเอ่อไปด้วยหยาดน้ำใสๆ คนที่นั่งหลังพิงกับหัวเตียงปรับอารมณ์ตามคนท้องไม่ทัน จนต้องขมวดคิ้ว เมื่อกี้ยังหัวเราะอยู่เลยผ่านไปไม่ถึงสิบวิจะร้องไห้ขี้มูกโป่งเสียอย่างนั้น


                “เรามาทำความเข้าใจกันเถอะนะ ต่อจากนี้ไป ฉันจะเชื่อฟังนายทุกอย่างเลย เด็กคนนี้จะเป็นลูกของเรา เราสองคนจะตั้งใจเลี้ยงดูเขาให้เติบโตมาเป็นคนดี มีความสุข” ลู่หานลูบหน้าท้องพร้อมกับก้มลงพูดไปยิ้มไป

                “เราจะไม่พูดจาทำร้ายจิตใจกันใช่มั้ย เมื่อไหร่ที่ฉันกำลังโกรธก็แค่ให้นายกอดฉันไว้ และเมื่อไหร่ที่นายอารมณ์ไม่ดีฉันก็จะกอดนายเอาไว้ ไม่ต้องพูดอะไร ไม่ต้องทำร้ายจิตใจกัน”

                ……………..

                “เนอะ ดีมั้ย” ลู่หานยิ้มทั้งน้ำตา จนคนมองต้องขยับตัวเข้ามาใกล้ด้วยความตกใจ นิ้วอุ่นร้อนค่อยๆปาดไปบนพวงแก้มนุ่มนิ่มที่เต็มไปด้วยความชื้นจากหยาดน้ำตา แต่ยิ่งเช็ดเท่าไหร่ก็ยิ่งเหมือนลู่หานจะร้องหนักขึ้นเท่านั้น ร่างบอบบางถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแสนอบอุ่น หัวใจเจ้ากรรมที่แทบจะไม่เคยเต้นแรงจนเจ็บหน่วง กำลังมีอาการแบบที่พูดอยู่ แม้จะอยู่ด้วยกันในทุกๆวัน แต่วันนี้เขากลับเห็นคนตรงหน้าสวยงามที่สุด ทั้งรอยยิ้มจากปากฉ่ำสีแดงสด พวงแก้มเห่อร้อนเพราะเลือดที่สูบฉีด ไหนจะดวงตาช้ำๆที่กำลังร้องไห้ออกมาไม่หยุดแม้เจ้าตัวจะพยายามปาดมันออกด้วยหลังมือ

 

                อย่างกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ แต่นุ่มนิ่มอย่างกับมาชเมลโล่ ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกอยากจะบีบอยากจะเค้นอยากจะแกล้งให้ร้องไห้ออกมาจนหยุดไม่อยู่

               

                นี่เขาเรียกว่าเผลอตกหลุมรักหรือเปล่า….  

 

 

                ชายหนุ่มถือดี จับคางบางเชิดขึ้นให้ดวงตาช้ำๆช้อนขึ้นมาสบ รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ที่ไม่ต่างจากที่เคยพบกันครั้งแรก กระตุกเอาหัวใจของลู่หานให้เต้นแรงขึ้น เหมือนกับว่าคนตรงหน้าคือเซฮุนคนที่เขาเคยรู้จัก ใบหน้าที่ชอบเข้ามาจู่โจมระยะประชิดแบบไม่ให้ตั้งตัวค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ ริมฝีปากของเราสองคนเบียดชิดกันโดยที่ไม่มีใครเชื้อเชิญด้วยลิ้นร้อนๆ

ลู่หานกำลังตกอยู่ในสถานการณ์เข้าตาจน เมื่ออีกฝ่ายเปล่งเสียงทุ้มต่ำ ออกมาทั้งๆที่ริมฝีปากของเรายังคงแนบชิดกันอยู่

 



“ถ้าไม่โกรธล่ะจะกอดได้มั้ย” 













 








 ------------------------------

ถ้าไม่โกรธจะกอดได้มั้ย.....ได้จ้าาาา >///< 


บอกแล้วเรื่องนี้ไม่ดราม่า 

(อีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้วด้วย) 

#สมบัติky 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #792 ~mimi~ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 06:27
    เพิ่งเห็นว่าคอมเม้นไม่ติด



    คุณวิดวะเพิ่งรู้ตัวเหรอคะ รึที่ผ่านมาคือดูแลตามสัญชาตญาณ~~~~~



    รู้ตัวดีกว่าไม่รู้ จากนี้ไปดูและลูกและเมียดีๆนะคุณ~~~~



    ชอบตรงที่ลู่ขอให้กอดตอนโกรธ เพราะทั้งคู่ ขืนเถียงกันมีแต่พังเพราะงั้นไม่พูดแต่กอดๆให้หายอารมณ์ขุ่นๆนั้นดีสุดแล้ว^^



    อ่านจบไม่รู้จะขอบคุณลินดาที่มากระตุ้น รึความช่วยเหลือที่เหมือนไม่ช่วย(แถมยังจะมีแกล้งงอนขอเฟอรารี่สามี)ของชานยอลดีน้า555
    #792
    0
  2. #791 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 08:22
    โง้ยยยยยยยยย พี่ลู่ขี้ยั่วสุดๆ เลย งื้ออออออ ฮุนเคลิ้มขั้นสุด เห็นพี่ลู่สวยด้วย ง่อวววววว ตกหลุมรักหรอ
    กอดได้สิ กอดแรงๆ เอ๊ย กอดแน่นๆ เลยนะ อิอิ
    #791
    0
  3. #787 ~mimi~ (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 05:37
    โอ๊ยยยยยย เพิ่งรู้ตัวเหรอคะเซฮุนนนนนนนนนนนน



    ที่ผ่านมานี่คือทำไปตามสัญชาตญาณ???5555555



    ชอบที่เขานอนคุยกัน ชอบที่ลู่บอกให้กอด เพราะกันทั้งคู่นั่นแหละ ที่ผ่านมาทำร้ายจิตใจและอารมณ์ผ่านคำพูดมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง



    ชอบตอนเขางุ้งงิ้งกันที่สุดเลย><



    ความดีความชอบรอบนี้ควรยกให้ใครดี? ลินดาที่มากระตุ้นรึชานยอลที่เหมือนๆกี่งๆช่วยกันนะ?
    #787
    0
  4. #786 ยู่ของงุน (@pimmyhh) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 01:00
    จบแฮปปี้มั๊ยง้าาาาาา
    #786
    0
  5. #784 PPSnook (@PPSnook) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 21:25
    กอดได้ค้าาาาเซฮุน555
    #784
    0
  6. #783 Noeykwd (@Noeykwd) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 20:49
    โอยฟิน..
    #783
    0
  7. #781 Taeaun (@aunbrabra) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 14:29
    น่ารักมากเลย รักกันๆน้า
    #781
    0
  8. #780 คำแสนสุข (@pupae_kkk) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 14:20
    โอย.....กว่าจะมีฉากมาให้เขินน้ำตาไหลมาหลายตอนและ55555
    #780
    0
  9. #779 ฝนแจ้แพ้แครอท (@discouraged) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 13:47
    ฮือออเขินนน
    #779
    0
  10. #778 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 12:43
    เออเนี่ยเซฮุนกับลู่หานเจ้าใจกันแบบนี้เป็นอะไรที่โคตรดดี^^
    #778
    0
  11. #777 Peace-_-Peach (@Peace-_-Peach) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 12:35
    ใกล้จะจบแล้วหรอไรต์ อีคนที่อยากท้อง ยังไม่ท้องเลยนะ 555 พี่คริสไม่มีน้ำยาหรือชานบอลไม่มีมดลูกเหมือนลู่หาน จะว่าไปพี่คริสกับลู่หานก็พี่น้องกันอาจจะท้องได้เหมือนกันก็ได้นะ ชานยอลลองเป็นคนทำดูบ้างดิ 55555 แซวเล่นนะ
    #777
    0
  12. #776 #...นายน้อย...# (@cassiopeia-niine) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 11:35
    เราแอบน้ำตาซึมตามลู่หาน มันอบอุ่นอ่า
    #776
    0
  13. #775 แฟนเงิง (@ploy0883551292) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 10:16
    ต้องรีบไปจัดการนางลินดาด้วยนะฮุน กำลังฟินเลยไม่อยากให้มีดราม่ามาขัดเลยอ่า
    #775
    0
  14. #774 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 09:55
    ถ้าไม่ได้พี่สะใภ้จะทำไงจ๊ะ ง้อกันบนเตียงง่ายกว่าเยอะว่ามั้ย^^
    #774
    0
  15. #773 ชะ'เอิง (@kewalin25aerng) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 08:13
    ชานยอลถึงจะปากร้ายแต่ก็พูดดีนะ ปรบมือให้เลย
    #773
    0
  16. #772 WAY_ELF_XIII (@wayleehyukjae) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 07:18
    เอาน่า กอดกันได้ทุกเวลา 55
    #772
    0
  17. #771 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 23:51
    หูยยยยยเจ้าแม่ยอล????
    #771
    0
  18. #769 Audaidaj (@Audaidaj) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 23:42
    ชานยอลนี่มองเกมส์ออกเป็นฉากๆเลยจะ 2ผัวเมียคู่นี้เอาไว้นะจ๊ะนี่ก้อให้เค้าปั่นหัวเล่นสนึกกันจนร้องห่มร้องไห้โกดกันเป็นบ้าเป็นหลัง เอายังไงล่ะทีนี่โลเลลังเลทั้งคู่เลย
    #769
    0
  19. #767 Noeykwd (@Noeykwd) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 23:10
    หึงนิ่งๆ 55555
    #767
    0
  20. #763 Pada5329 (@Pada5329) (จากตอนที่ 60)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:29
    โอ้ยปรบมือคะชอบคำพูดชานยอลมาก
    #763
    0