HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 55 : [SS2] ตอนที่ 10 คุณหมอหมี 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 230
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ก.พ. 60

 



SS2 CH10

 

 

                อากาศยามสายแบบนี้เหมาะแก่การออกมาเดินเล่นและทานอาหารกลางวันแบบปูเสื่อปิกนิกแบบสุดๆ อาหารกลางวัน วันนี้ไม่ได้เป็นผักและปลาน้ำจืดอย่างเคย แต่เป็นแซนวิชไก่ไข่ดาวโปะด้วยแตงกวาดองอัดแน่นเต็มสตรีม พร้อมด้วยน้ำสตอเบอรี่หวานอมเปรี้ยวเย็นฉ่ำๆ และที่ขาดไม่ได้คือของหวานแบบว่าหวานจัดอย่างน้ำตาลปั้นอีกสามสี่ชิ้น 

                “ผมว่าคุณไม่ควรทานแต่ของที่หวานแบบนี้นะครับ” คุณหมอหนุ่มเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเกรงกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นรายการอาหารของคุณคนไข้ที่เจ้าตัวเอาออกมาวางเรียกบนพื้น ขณะที่เขากำลังถือแก้วนมปั่นกับเบอร์เกอร์อันเป็นอภินันทนาการจากคนไข้ข้างตัว ไม่รู้อะไรตกลงปลงใจให้เขาเดินตามต้อยๆมาเป็นเบ้กิตติมศักดิ์ถือของให้แล้วก็เป็นเพื่อนนั่งกินข้าวแบบนี้ ทั้งๆที่เขาแค่อยากจะมาบอกเรื่องที่อยากบอกกับคุณคนไข้แล้วกลับไปอ่านตำราแพทย์ ให้สมกับที่เป็นวันหยุดของเขาที่แสนจะหาได้ยากยิ่ง

 

                “บ่นอะไร” นั่นไง ความเอาแต่ใจ ใส่คนแปลกหน้าเหวี่ยงมาทางเขาอีกแล้ว

 

                คุณหมอหนุ่มกัดเบอร์เกอร์ที่ด้านในคงเป็นเนื้อวัวบดและผักแสนน้อยนิดเข้าปากพร้อมกับส่ายหน้ารัวเร็ว เขารู้ตัวดีกว่าการเหิมเกริมกับคุณคนไข้เเล้วผลที่จะตามมานั้นมีอะไรบ้าง 

                ความหวังของตำบลและแม่ของเขาคือได้เห็นเขากลายเป็นนายแพทย์ที่สามารถเชิดหน้าชูตาตำบลเล็กๆที่มีโรงเรียนเล็กๆใกล้ปิดตัว แล้วคิดดูว่าถ้าผมขาดสติงอแงใส่คุณคนไข้ข้างตัวขึ้นมา ความฝันของผมแม่และคนทั้งตำบลคงถูกเปาหายไปอย่างแน่นอน เพราะเขาจะถูกไล่ออกเพราะถูกฟ้องร้อง หอพักที่เคยอยู่ก็จะถูกเฉดหัวออกไป เงินเดือนอันน้อยนิดที่ได้ก็จะไม่พอส่งให้แม่ที่บ้านนอก แล้วเขาก็ต้องกลับบ้านมือเปล่าพร้อมกับเวลาเจ็ดปีที่เสียไป

 

                “ฮรึก….

 

                เสียงกลั้นสะอื้นทำให้บรรยากาศรอบด้านดูอึมครึมไปหมด ลู่หานที่กำลังเบนสายตาชมนกชมไม้ชมธาตุอากาศหันมาให้ความสนใจกับเจ้าของเสียงเมื่อสักครู่ทันที เจ้าคุณหมอหมีตัวใหญ่กำลังกัดกินเบอร์เกอร์พร้อมกับคราบน้ำตาที่เปื้อนอยู่บริเวณแก้มซ้าย

                “เออะ คือ หมอครับ” เขาไม่ได้ตั้งใจนะ ไม่ได้ตั้งใจจะดุนะ 

                “ไม่ครับ ฮรึก ผมไม่เป็นอะไร ฮรึก แค่คิดถึงบ้าน” เสียงสะอื้นฮักๆ เรียกความงุนงงจากสายตาลู่หานได้เป็นอย่างดี แค่กินเบอร์เกอร์ถึงขนาดกับคิดถึงบ้านเลยหรือ หมอหมีเขาไม่ใช่คนที่นี้เหรอ หรือเขาเป็นคนอเมริกัน พอได้กินเบอร์เกอร์อาหารพื้นบ้านของตัวเองแล้วก็เลยคิดถึงมันขึ้นมา

                หืม….เป็นคนอเมริกันเลยงั้นเหรอ

                ใช่ก็บ้า

 

                ลู่หานพับเก็บความคิดฟุ้งๆลงกระเป๋าแล้วส่ายหน้ากลบเศษซากความคิดที่เหลือให้หายไปกับอากาศ จากนั้นก็หากระดาษทิชชู่ให้เจ้าหมอหมีที่กำลังยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา อะไรจะเซ้นซิทีฟเวอร์ขนาดนั้นกันล่ะ หรือที่เขาว่าพวกแพทย์มักจะอารมณ์แปรปรวนเพราะคลื่นสมองที่มีความถี่ต่างจากคนปกติทั่วไปมันก็คงจะจริงสินะ

                ว่าไปนั่น….

 

                “ขอบคุณครับ” คุณหมอจงอินรับทิชชู่ไปซับน้ำตาลวกๆแล้วก้มหัวขอบคุณคนไข้ข้างตัวอีกครั้ง

                “มีอะไรไม่สบายใจก็บอกฉันได้นา เรียนหมอมันคงเครียดมากสินะ ถึงได้มีอารมณ์อ่อนไหวแบบนี้” ลู่หานพยายามชวนหมอหมีแกคุยเพื่อให้รู้สึกว่าระยะห่างของพวกเขามันหดสั้นลงอีกนิด ใบหน้าง่วงๆกับตาบวมๆหันมามอง มันออกจะติดประกายสุกใสแบบมืดหม่น หรือยังไงก็อธิบายไม่ถูก แต่รู้ว่า หมอหมีแกคงไม่เคยได้ระบายความในใจกลับใครมาก่อนแน่ๆ

                “คุณรู้ได้ไงครับ”

                “เอ้า ฉันอายุสามสิบหกแล้วนะโว้ย ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเท่าไหร่แล้ว ทำไมจะไม่รู้”

                “จะสามสิบหกแล้วเหรอครับ” เสียงเจ้าหมอหมีดูตกใจจนมะเขือเทศที่อยู่ในเบอร์เกอร์หล่นปุลงบนกางเกงยีนส์เก่าๆของหมอเอง แต่ดูเจ้าตัวจะไม่ใส่ใจกับมันมากนัก ได้แต่ทำตาโต แล้วเริ่มพูดประโยคที่ทำเอาใบหน้าสวยหวานบานออกบานออก “หน้าเอ๊าะมากเลยครับ คุณคนไข้ผมไม่คิดเลย นึกว่าอายุเท่าผมซะอีก”

                “บ้า นายอายุเท่าไหร่กัน”

                “25 ย่าง 26 ครับ” ว้ายยยยย ตาย

                “หืม ฉันหน้าเด็กขนาดนั้นเชียว” ลู่หานยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเองด้วยท่าทางพออกพอใจในคำพูดของคนเป็นหมอ แหม ก็ถึงกับขนาดที่ว่าหมอเอ่ยปากชม มันก็ต้องมีน้ำหนัก มีความวิชาการอยู่แล้วนี่เนอะ

                “แต่คุณคนไข้อายุใกล้จะสี่สิบแล้ว เรื่องอาหารการกินควรปรับเปลี่ยนบ้างนะครับ พวกของหวานน่ะต้องลดลงหน่อย ไม่งั้นจะเสี่ยงเป็นเบาหวานได้”

                “สี่สิบก็ใช่ว่าจะแก่มั้ย เหลืออีกตั้งสี่ปี” ใช่! สี่ปี

                “ก็….” คุณหมอจงอินเกาหัวแกรกๆ แล้วหันมาสนใจกับเจ้ามะเขือเทศที่ตกอยู่ตรงกาเกงยีนส์ตรงหน้า บ่นหงุงหงิงกับตัวเองแล้วมันก็น่าหมันเขี้ยวไม่หยอก

               

                “งั้นเรามาเล่าเรื่องทุกข์ๆของตัวเองแลกเปลี่ยนกันดีมั้ย”

 

 

 

 

                กว่าจะกลับบ้านได้ก็แทบจะคล้อยบ่ายไปเป็นช่วงเย็น ลู่หานรู้สึกว่าเจ้าเด็กคนนี้มีความเด๋อด๋าค่อนข้างสูง ถึงจะฉลาดแต่ก็หัวอ่อนไม่ทันคนเมืองกรุง เลยต้องเป็นทาสรับใช้คนอื่นเขาบ่อยๆ โดยเฉพาะพวกรุ่นพี่ตัวแสบที่โขกสับเพราะเห็นว่าหัวอ่อนอะไรก็ยอมไปหมด ยอมแลกเวรยอมเข้ากะล่วงเวลา จนเวลาจะกินจะนอนก็ไม่มี ถึงว่าถึงได้ดูง่วงตลอดเวลา

                หมอหมีเล่าว่าตัวเองเป็นเด็กมัธยมแถวจังหวัดทางเหนือในตำบลเล็กๆ สอบชิงทุนติดก็เลยมาเรียนที่นี้ แม้จะมีเงินค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือน ค่าหอและค่าการศึกษาฟรีตลอดระยะเวลาที่เรียน แต่ตำรับตำราบางอย่างก็ต้องซื้อเองอย่างชีทที่ต้องถ่ายเอกสารไว้อ่านเท็คซ์นอกตำราที่แพงหูดับตับไหม้และพวกนั้นมันก็เบียดเบียนค่าขนมรายเดือนมากพอจนหมอหมีต้องออกทำงานพิเศษ แลดูลำบากเว่อร์เข้าไปอีก เพื่อนที่ควรจะมีตอนเรียนก็เลยไม่มีเหมือนคนอื่นเขา ช่วงชีวิตวัยรุ่นก็เลยหายไปแบบว่าไม่มีอะไรให้จำ 

                แต่ก็นะ จากเด็กบ้านนอกคอกนา มาอยู่เมืองหลวงอย่างโซลตั้งเกือบสิบปี แต่พิษภัยของคนเมืองหลวงก็ไม่เคยเปลี่ยนให้เด็กมันเป็นคนแข็งแกร่งหรือเลวทรามขึ้นเลยสักนิด ต่างจากเด็กรับใช้สมัยก่อนของบ้านเซฮุน ที่คับคล้ายคับคา ว่าจะชื่อจงอินเหมือนกัน คนนั้นน่ะโซแดมฮอตจนไม่คิดว่าจะมาเป็นคนสวนของบ้านนั้นได้เลย

 

                “ไว้คุณคนไข้อย่าลืมไปตรวจนะครับ พรุ่งนี้เลยยิ่งดี” หลังจากที่การปิกนิกจบลงคุณหมอหมีแกก็มาส่งเขาที่หน้าคอนโด เหมือนกับตอนแรกที่ได้เจอกัน แถมยังพูดทิ้งทายกำชับให้เขากลับไปตรวจด้วยรอยยิ้มสดใสจนตาหยี 

                “เรียกฉันว่าลู่หานก็ได้นะหมอ คนกันเองๆ” เอ็นดูเด็กมันน่ะนะ

                “อา ผมไม่….

                “คิดมาก!” ลู่หานว่าเสียงฉะฉานแล้วส่งมือไปตบๆที่แขนแกร่งมีมัดกล้าม “กลับดีๆล่ะ ถ้าเรียกฉันว่าพี่ลู่หานไว้พรุ่งนี้ฉันจะไป”

                “จริงเหรอครับ!! ขอบคุณมากนะครับ! พี่ลู่หาน!!

 

                ลู่หานยิ้มรับแล้วโบกมือไล่คุณหมอหมีให้รีบเดินไปรอรถเมล์ที่ป้ายเพราะช่วงเย็น คนเลิกงานกันก็เยอะ คงจะได้ไปเบียดเสียดบนรถทนกลิ่นอับกลิ่นเหม็นอีก เขามองเด็กนั่นที่อายุห่างจากเขาถึงสิบปี ค่อยๆวิ่งสับขาไปตามฟุตปาธเลี้ยวหายไปตรงพุ่มไม้ที่ก่อขึ้นเป็นกำแพงสวยงามประดับหน้าคอนโด พอเห็นว่าเด็กมันหายไปแล้ว เขาก็วางใจ จึงเดินหันหลังกลับเข้าล็อบบี้

 

                “ใครน่ะ” เสียงทุ้มต่ำราบเรียบถามขณะ เซฮุนที่เดินเข้ามาจากประตูอีกฝั่งที่เชื่อมต่อกับลานจอดรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาชิด เขายิ้มต้อนรับแบบว่าโชว์ฟันขาวเรียงชิดติดกันทุกซี่ แล้วรีบแย่งสูทที่พาดอยู่บนแขนเซฮุนไปถือเอาไว้อย่างเอาอกเอาใจ ส่วนมืออีกข้างก็พยายามแอบๆถุงซุปเปอร์ที่มีแต่ของหวานอัดแน่นอยู่่ข้างในนั้น 

                “หมอหมีน่ะ”

                “หมอหมี?” สัตวแพทย์…..เหรอ

                “ใช่ หมอหมี หมอที่ตรวจโรคให้ฉันไง แต่วันนี้มาดักรอฉันเพื่อให้ไปหาหมอใหม่ เพราะกลัวว่าตัวเองวินิจฉัยโรคผิด”

                “หืม….” เซฮุนยังคงทำหน้าตาไม่เข้าใจอยู่ดี แต่ก่อนจะงงงวยไปมากกว่าเดิม ลู่หานก็จัดการเล่าเป็นต่อยหอยว่าวันนี้ทั้งวันไปทำอะไรมาบ้าง แล้วก็ขยายความคำว่าหมอหมีและเรื่องของผุ้ชายผิวแทนที่ลู่หานยืนส่งจนลับตาคนนั้นด้วย

 

                “ตกลงจะไปเมื่อไหร่ล่ะ พรุ่งนี้เหรอ” เซฮุนถามขณะเปิดประตูห้องเดินนำเข้าไป

                “ใช่แล้ว จะไปแต่เช้าเลย”

                “ทีผมบอกให้ไป มีแต่เดี๋ยวก่อนๆนะ” เซฮุนว่าอย่างไม่ได้คิดอะไรมากแต่ก็มีแอบละเหี่ยใจที่ลู่หานไม่เคยจะฟังเอาแต่ผลัดไปวันนั้นบ้างวันนี้บ้างจนเขาเอือมที่จะบอก ชายหนุ่มร่างสูงในชุดทำงานพนักงานออฟฟิศทั่วไปเดินไปนั่งลงบนโซฟาพร้อมกับวางของลงข้างตัว วันนี้ถึงจะอยู่แต่ในออฟฟิศแต่ก็ต้องดิวงานกับพวกอาวุโสหลายสิบคนบวกกับลูกค้าเอาแต่ใจแบบสุดๆ ก็เลยรู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากจะแตะงานตอนเย็นอีก

 

                “เอ้า มาเหนื่อยๆ น้ำครับผม” เซฮุนรับแก้วน้ำเย็นเจี๊ยบมาจากลู่หาน กระดกดื่มมันจนหมดแก้ว แล้วส่งคืนไปให้คนที่เดินอ้อมโซฟามานั่งด้วยกัน

                “ผมเห็นพี่หิ้วถุงซุปเปอร์มา ซื้ออะไรมาเหรอ”

                “เอออ” เซฮุนหันหน้ายกขึ้นมาบนโซฟา แขนแกร่งก็เท้าข้อศอกไปบนพนักพิงตั้งใจและเตรียมตัวฟังลิสต์รายการของที่ลู่หานซื้อมาเต็มที่ เพราะจากเมื่อวานที่เห็นลู่หานกินนมข้นหวานเป็นกระป๋องๆ ก็ทำให้เขารู้สึกว่าต้องยึดบัตรเครดิตที่เคยให้ใช้ไว้ซะแล้ว เขายอมรับวิธีการกินสุดสยองของพี่เขาไม่ไหว มันเกินสิ่งที่มนุษย์ทั่วไปเขาจะทำกัน

                “ตอบ” เซฮุนเร่ง ถ้าไม่ตอบเขาจะเดินไปดูแล้วหยิบมันทิ้งลงถังขยะเอง

                “ก็ มีแต่ของหวานอ่ะ” ลู่หานที่เหงื่อเริ่มผุดเป็นเม็ดเล็กๆบนหน้าผาก ตอบเสียงอ้อมแอ้ม กลัวเหลือเกินว่าถ้าโกหกไปแล้วไอ้เซฮุนมันอารมณ์ขึ้น เดินดุ่ยๆไปโยนอาหารเขาลงถังขยะเป็นอันซวยกันพอดี

                “อะไรบ้าง” เซฮุนหรี่ตามอง จ้องจะเอาคำตอบท่าเดียว

                “เห้ย ก็ของหวานทั่วไป ที่ฉันชอบซื้อมาติดตู้ป้ะเซฮุน แกจะอะไรกับฉันนัก”

                “ก็มันเงินผม” เออ ตอบงี้จะให้กูหน้าด้านตอบว่าไงอีกล่ะ

                “ไอ้งก!!” ลู่หานที่เถียงไม่ได้ตั้งท่าจะหนีอย่างเดียวเลยด่ามันไปสั้นๆแล้วรีบลุกขึ้น แต่พอจะลุกตีเนียนหายเข้าห้อง เขากลับถูกขายาวๆใต้กางเกงสแลคสีดำพาดทับมาเต็มหน้าตัก

 

                “เห้ย!! นี่ฉันพี่แกนะฮุน!

                “แล้ว?” ดู ดูมันทำ

                “ทำงี้ไม่ได้นะ ลามปาม เสียมารยาท”

                “แล้วไงต่อ”

                “บ้ะ! ไอ้เด็กนี่”

                “เอาขาลงไป๊!” ลู่หานทุบลงไปบนหน้าขาของเซฮุนอย่างมีน้ำโห

                “โอ้ย! พี่ผมใส่เหล็กนะข้างนั้นน่ะ!!” เซฮุนร้องเสียงหลงถลึงตาใส่ลู่หานที่กำลังหน้าซีดเผือด เขาละก็ลืมไปสนิทเลยว่าขามันดามเหล็กเกือบทั้งขา ไอ้เราก็โมโหเลยจับทุบไปทีนึง

                หือ พี่ขอโทษ TT

 

                “เออ ไปไหนก็ไป”

                “เอ้า” นั่นเรียกงอนรึเปล่า

                “ขอไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวจะมาทำกับข้าวให้” เซฮุนโหมดปกติกลับมาแล้วพร้อมกับหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ส่วนไอ้คนที่กำลังชักสีหน้างงงวยก็ งงต่อไปสิครับ เดี๋ยวผีเข้าผีออก เดี๋ยวก็มีมนุษยสัมพันธ์เดี๋ยวก็ทำเป็นตู้แช่เดินได้ เขาก็ชักจะเริ่มงงแล้วว่ามันจะเอาไงกันแน่

 

                “พรุ่งนี้ผมไม่ว่าง พี่เอารถไปโรงพยาบาลเองละกัน” พูดทิ้งท้ายเสร็จก็เดินเข้าไปในห้องนอน เลื่อนบานประตูปิดใส่หน้าอีกต่างหาก

                “เอ๊า! ไรวะ…….

 

 

                ชีวิตแบบปกติสุขกลับมาเยือนอีกครั้ง เมื่อเซฮุนเป็นคนเข้าครัวทำอาหาร แม้จะเริ่มมีเนื้อ มีสีสันและรสจัดจ้านขึ้นบ้าง แต่มันก็ไม่ใช่สิ่ที่เขาปรารถนาอยู่ดี เพราะเขาอยากจะกินของหวานๆ ต่อให้ตอนนี้มีแต่น้ำตาลทรายเขาก็จะกรอกลงไปในท้องแก้ความข่มขื่นให้ชีวิต

 

                หน้าที่ล้างจานเป็นของลุ่หาน ส่วนเซฮุนก็เข้าไปนอนพักตั้งแต่ช่วงค่ำ ไม่มีการแตะงานอย่างทุกๆวัน จนอดสงสัยไม่ได้ว่าวันนี้มันไปเหนื่อยอะไรนักหนา

                “ขอเข้าไปนะ” พอล้างจานเสร็จก็เดินไปขออนุญาตเข้าห้อง เผื่อว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรอยู่ ซึ่งมันเป็นทำเนียมปฏิบัติ ถึงจะนอนห้องเดียวกัน เตียงเดียวกัน แต่เราก็ต้องเคารพเวลาส่วนตัวและสเปซของแต่ละคนด้วย

                พอเซฮุนขานรับยานคาง เขาก็เปิดประตูบานเลื่อนเข้าไป เขาเห็นเซฮุนนอนกระดิกเท้าอยู่บนเตียง ในมือก็ถือโทรศัพท์ส่องเอาไว้บริเวณใบหน้า ท่าทางชิวแบบ ชิวสุดๆ

                “หมอหมีที่ว่า คือหมออินเทิร์นคนนั้นใช่มั้ย” พอก้นหย่อนถึงเตียงปุ้บมันก็เริ่มปั้บ ยังๆ ยังไม่จบอีก

                “อือ ทำไมอ่ะ”

                “เปล่าพรุ่งนี้พี่ชานยอลจะไปเป็นเพื่อน สักสายๆจะมารับที่นี้ พี่นัดหมอเขาไว้รึเปล่า” อ๋อ คือนี่ คุยกับชานยอลอยู่

                “ไม่เอาอ่ะ เบื่อขี้หน้าพี่นาย ไม่ได้นัดด้วยแต่คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง” ลู่หานตอบตามจริงพร้อมกับเบ้ปาก และเบะออกเรื่อยๆ เมื่อเซฮุนหันมาจ้องปรามๆ ใบหน้าหล่อคม หันไปสนใจกับแชทส่วนตัวที่ส่องสะท้อนแว่นตาไร้กรอบของตัวเองอีกครั้ง พรมนิ้วลงไปแล้วหันมาคอนเฟิร์มคนที่นั่งแงะเล็บตัวเองไปเงียบๆอยู่อย่างไม่ใส่ใจ 

                “ตามนั้นล่ะ ผมต้องใช้รถ”

                “นั่งแท็กซี่ไปก็ได้”

                “ไม่เถียง สักอย่างจะตายมั้ย” อุ่ย…. เหมือนว่าเซฮุนจะเหนื่อยมากจนหงุดหงิดอารมณ์เสียเลยมาพาลขึ้นเสียงใส่เขา ทั้งๆที่มันเป็นพวกคีพอารมณ์และความรู้สึกเก่งแบบเก่งเว่อร์ แต่ไหงวันนี้กลับเหวี่ยงใส่อย่างผู้หญิงมีเมนซะอย่างนั้น

 

                “แหมๆ เดี๋ยวนี้มีอารมณ์ที่สองที่สามแล้วเหรอวะ ทำงานไม่เท่าไหร่ ร้ายกาจขึ้นนะเรา” เขาแซะแขนแกร่งที่วางอยู่บนที่นอนด้วยเข่าของตัวเอง ก่อนจะยิ้มร้ายใส่

 

ตะดึ่ง!

Linda : นอนรึยังเซฮุน?

ตะดึ่ง!!

Linda : รูปภาพ 

 

                ข้อความเข้าพร้อมกับรูปภาพที่ส่งต่อกันมาติดๆ ชายหนุ่มที่พอเห็นชื่อเจ้าของไลน์ ก็ได้แต่พับหน้าแอพพลิเคชั่นนั้นลงไปแล้วกดปิดโทรศัพท์ ไร้การแยแสใดๆทั้งสิ้น

                “ใครเหรอ สาวป่ะ”

                “อืม”

                “บ้ะ สาว! ได้ไงกันล่ะ”

                “เรื่องของผมมั้ยล่ะ” มันหันมาตอบด้วยใบหน้าแพรวพราวและเต็มไปด้วยชัยชนะ ถึงคนอื่นจะมองว่ามันยังงทำหน้านิ่งๆแพรวพราวตรงไหน แต่เขาที่อยู่กับมันมานาน ทำไมจะดูไม่ออกว่ามันสะใจอ่ะ!!

                “แต่ไม่แนะนำให้พี่รู้จักเนี้ยนะ…..เห็นพี่มันเป็นหัวหลักหัวตอรึไง” ลู่หานเบะปากคว่ำ แทบจะลงไปแดดิ้นด้วยความขัดใจบวกกับหงุดหงิดกับการตอบแบบขอไปทีของเซฮุนว่าคิดดูก่อน มันจะมีสาวติดพัลไม่ได้ ในเมื่อยังมีเขานั่งอยู่บนเตียง มันจะไปจีบใครแล้วมากกที่คอนโดไม่ได้ เขาไม่มีที่นอน!!

                "ไม่รู้ล่ะ ไม่พามาดูจะโกรธ" กอดอกงอนแม่ง!! 

                “พี่แน่ใจเหรอว่าอยากเจอ” เซฮุนช้อนสายตาคู่สวยขึ้นมองในขณะที่มันพลิกร่างหนาๆตะแคงข้างมาทางเขา ท่าทางของเซฮุนดูแปลกไปเหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรไม่ตก ลู่หานที่เห็นว่ามันเริ่มจะเครียดเกินไปแล้ว จึงขยับเข่าเข้าไปใกล้ แซะไปตามพุงที่มีแต่กล้ามเนื้อเบียดแน่นเต็มไปหมด เพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลาย

                “ไม่อยากรู้หรอก แค่แซวเล่น แต่บอกไว้เลยว่า ฉันไม่อนุญาตให้แกพาสาวมากกที่นี้ เพราะฉันจะไม่มีที่นอน โอเค้!” ลู่หานก้มลงมองเซฮุนที่หลบสายตาไปแล้วเรียบร้อย เขาทวนคำสั่งซ้ำอีกครั้ง จนมันต้องครางอือตอบกลับมา

                “ตอบให้มันดีๆเสะ!

                “อย่าตีจะได้มั้ยเล่า….

 

 

                พวกเขานอนคุยกันโดยที่แทบจะไม่ได้แตะการงานหรือซีรี่ย์เรื่องโปรดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนมาถึงเวลาใกล้ดึกดื่น ส่วนเซฮุนที่ถนัดเป็นคนฟังก็ได้แต่ครางอืมๆในลำคอเออ ออกับสิ่งที่เขาเล่าแบบใส่สีตีไข่ให้ได้อรรถรส

                “แล้วตกลงหมอหมีเป็นคนแบบไหนล่ะ”

                “ก็เด็ก เด็กมาก เด็กบ้านนอกที่หัวอ่อน น่าเอ็นดู โอ้ะ หนัก อย่าก่าย”

                “อืม แล้วไงต่อ

                “ก็นั้นล่ะ นี่เลยเลี้ยงนมปั่นกับเบอร์เกอร์ไป”

                “เงินใคร….

                “นี่ก็เลิก ขี้งกสักทีเถอะ แค่นี้ให้น้องมันไม่ได้รึไง” ใคร ใครน้อง…. เซฮุนยกขาที่พาดไปบนขาของลู่หานอีกทีออก แล้วพลิกตัวไปนอนอีกฝั่งด้วยอาการง่วงที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ตอนนี้จะยังไม่แตะสี่ทุ่ม แต่ด้วยความอ่อนล้าที่สะสมมาทั้งอาทิตย์ก็เลยทำให้ตาเขาเริ่มจะปิดลงเรื่อยๆ

 

                “เอ่าๆ หลับทิ้งอีก คนอะไร” ลู่หานจิ๊ปากอย่างขัดในอารมณ์ ถึงจะเจอมันเทหลับก่อนออกจะบ่อย แต่ก็มีไม่มากที่เวลานอนคุยบนเตียงฉันท์ผัวเมียแบบนี้ มันจะหลับทิ้งเขา จะเป็นเขาเสียมากกว่าที่ฝอยอยู่ดีๆก็หลับป้อกกลางอากาศ

 

                “นิ นอนแล้วเหรอ”

                “อืม”

                “นอนบ้านแกสิ ตอบได้”

                “อืม นอนได้แล้ว พรุ่งนี้พี่ชานยอลจะมารับ อย่าตื่นสายล่ะ” เสียงเซฮุนงัวเงียอย่างเห็นได้ชัดว่าไม่ไหวแล้ว เขาเลยไม่คิดจะตอแยต่อ ผ้าห่มผืนหนาเพียงผืนเดียวที่มีบนเตียงถูกดึงขึ้นคลุมร่างกายสูงใหญ่ของผู้ชายวัยทำงานอย่างเซฮุนจนมิดอกแม้จะได้รับท่าทางอิดออดไม่เอาเพราะกลัวเสียฟอร์มกลับมาบ้าง แต่เวลาไม่กี่นาทีเสียงลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะก็บอกให้เขารู้ว่ามันพาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว

 

                ลู่หานที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงมานานนับชั่วโมงจ้องก้อนกลมๆใหญ่ๆที่คดอยู่ใต้ผ้าห่มเพื่อหลบความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ถึงเซฮุนจะเป็นเพอร์เฟคชั่นนิสของหนุ่มสาวหลายๆคนเวลาที่อยู่ข้างนอกหรือเวลาที่ทำงาน แต่พอกลับมาบ้านเซฮุนก็ยังคงเป็นเซฮุน ยังเป็นเด็กที่เกลียดการนอนหลับเพราะกลัวฝันร้าย แถมท่านอนก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนตั้งแต่ที่เคยเจอกันตอนแรกจนถึงตอนนี้

 

                ท่านอนห่วยแตกดูเด็กโข่งแบบนี้ จะให้สาวๆมาเห็นได้ยังไงกัน แบบนั้นล่ะถูกขอเลิกกันพอดี….

 

                พอตาจะเริ่มปิดไปอีกคนเขาก็ขยับตัวสอดเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน แถมยังแอบดึงมันมาคลุมทางตัวเองมากพอจน ปลายเท้าขาวซีดของเซฮุนโผล่ออกมารับลมหนาว คนประสาทสัมผัสไวดิ้นคลุกคลักเพื่อดึงเจ้านิ้วหัวแม่โป้งที่โดนลมเข้ามาในผ้าห่ม พอรู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นทุกส่วนแล้ว ก็ได้เวลาที่จะฝันหวานต่อ

 

                “เด็กเอ้ยยยย” ลู่หานพึมพำ พร้อมกับดึงผ้าห่มลงให้พ้นใบหน้าหล่อคมคาย แล้วลูบไปบนเส้นผมนุ่มนิ่มของเซฮุนเบาๆ เขาน่ะสามสิบหกจะสี่สิบอยู่มะรอมมะร่อแล้ว ทำไมจะไม่รู้ล่ะว่า หมอหมีที่เขาต้องพูดอธิบายให้เซฮุนเข้าใจบ่อยๆซ้ำๆเนี้ย เซฮุนมันจะอยากรู้ไปทำไม….

 

                “หมอหมีก็คือหมอหมีนั่นล่ะ จะมาสู้นายได้ยังกันเซฮุน”

 

                พูดไปเพราะหมันเขี้ยวเจ้าผู้ใหญ่อายุสามสิบสองที่ยังทำตัวเด็กอยู่แบบว่าล้วนๆไม่ใส่สีตีไข่กันเลยทีเดียว แต่พอพูดปุบมันก็ขยับตัวดิ้นดุกดิกปั้บ จนอดคิดไม่ได้ว่ามันจะได้ยิน ใบหน้าหวานสวยที่ติดจะอวบอิ่มก็เลยเห่อร้อน เขินขึ้นอย่างกับว่าตัวเองเพิ่งได้สารภาพรักไปเสียอย่างนั้น

 

                สตินอนเถอะลู่หาน

 

                ส่ายหัวกับตัวเองให้เลิกทำตัวเป็นเด็กคล้อยตามเจ้าเซฮุนมันแล้วล้มตัวลงนอน เอื้อมมือไปปิดโคมไฟจนห้องทั้งนองตกอยู่ในความมืดสนิท จะมีก็เพียงแต่เสียงลมหายใจเข้าออกแรงๆของเซฮุนที่กำลังแข่งกับเครื่องปรับอากาศในห้อง

 

                นอนซะ…..ขอให้ฝันถึงหมีตัวใหญ่ๆเลยนะเซฮุน…..  



















____________________

อย่าลืมฝันถึงหมีนะ #สมบัติky 

 

  

 

 

  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #709 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 22:58
    ง่อววงววววว มีความหึงเบาๆ เว้ยยยย หึงก็ไปกับพี่ลู่ดิ จะได้เซอร์ไพรส์คู่กันไปเลย
    #709
    0
  2. #707 Noeykwd (@Noeykwd) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:27
    รักกันแบบนี้พี่ชอบ 55555
    #707
    0
  3. #706 L.queen13 (@redqueen_w) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:42
    ชอบหมอหมีจังงง ไปตรวจก็แอบไปปลูกต้นรักเล็กๆกันด้วยได้ไหม ให้ฮุนรอแบคตอนที่เป็นลูกยอลไป
    #706
    1
  4. #705 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:40
    ชอบหมอหมีจังน่ารัก
    #705
    0
  5. #704 qmxx (@qmxx) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:54
    ลินดา..... โอ้ ม่ายยยยยยยยยยยยยย ไม่นะไม่เอาลินดาา ;---; จะเอาหมอหมี 55555555555555555 ทำไมน่ารักแบบเนนนนนน้ ฮอมมม น่าเอ็นดู
    #704
    0
  6. #703 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:58
    หมอหมีค่อดเด็กเลย ซื่อๆ ใสๆเนอะ 55555555555
    #703
    0
  7. #702 Taeaun (@aunbrabra) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:23
    หวานมากเลย หมอหมีเด็กน้อยมาก555555
    #702
    0