HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 53 : [SS2] ตอนที่ 8 อาการของโรค???

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ก.พ. 60

 


SS2 CH08

 

 

                ไม่….มันไม่จริงใช่มั้ย

               

                “เซฮุนฉัน….” เสียงสั่นเครือที่มาพร้อมกับน้ำหน่วงคลอที่หางตาทั้งสองข้างเล่นเอาคนมองใจคอไม่ดี ลู่หานพยายามจับกระชับแขนแกร่งเอาไว้แน่นในขณะกล้ำกลืนความอับอายให้ลึกลงไปใต้ก้นบึ้งหัวใจ

 

                “ไม่ต้องห่วงนะครับ มันรักษาได้ ถ้าอาการหนักอาจจะต้องผ่าตัด แต่คุณหมอบอกไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”

                “ฉัน….ฉันจะเอาหน้าไปไหวที่ไหน ฮรึก เซฮูน ฮืออออ แง้!!” ร่างบางที่เก็บระงับอารมณ์สุดสะเทือนใจเอาไว้ไม่อยู่ปล่อยโฮออกมาดังลั่น โดยมีเซฮุนยืนกุมมือหน้าเครียดอยู่ข้างเตียงไม่ไปไหน สำหรับเขาที่ไม่เคยเป็นมาก่อนยังรู้สึกอับอายไปด้วยเลย แล้วคนที่กำลังมีอาการอย่างว่านี้ล่ะจะรู้สึกยังไง

 

                “เพราะนาย…..เพราะนายคนเดียวเซฮุน มันเป็นเพราะนาย!! ฮือออออออออออ” ถ้าไม่ใช่เพราะมันเข้าข้างหลังเขาจนเจ็บระบมในวันนั้น วันนี้เขาก็คงไม่ต้องมาเป็นโรคอับอายขายขี้หน้าชาวบ้านแบบนี้,,,,, ลู่หานกรอกตาขวางใส่ ความรู้สึกทั้งหมดตกมาอยู่ที่ผู้กระทำ ส่วนผู้โดนกระทำก็ชี้หน้าคาดโทษเอาไว้ว่าเป็นความผิดของเขา

                “เพราะพี่ไม่ยอมกินผักต่างหาก”

                “ก็มันไม่อร่อย!!

                “ก็เป็นซะอย่างนี้ แล้วพี่จะมาโทษผมได้ยังไง”

                “นายหาว่าฉันทำตัวเองงั้นเหรอ โอ เซฮุน!!

                “ก็ที่พี่ต้องเป็น ริดสีดวง นี่ก็ไม่ใช่เพราะปากตัวเองหรอกเหรอ”

 


              เออะ....


                เผลอพลั้งปากไปจนได้….

 

                “ฮรึกก งึ งือ งื้อออออออ แง้!!!

 

               


               ครืดดดดดดด!!!!


                “มีอะไรกัน ลู่หานร้องทำไมลูก เซฮุนทำอะไรพี่เขา” เสียงนายพลแห่งกองทัพใหญ่แผดดังลั่นพร้อมกับร่างกำยำของท่านแม่ทัพเก่าที่แทบจะกระแทกเขาออกจากระยะขอบเตียงไปอยู่มุมห้อง พอลู่หานร้องไห้โวยวายปุบ ผู้คนที่รออยู่ด้านนอกก็กรูกันเข้ามาด้วยความตกใจ 

 

                เซฮุนที่ไปยืนเงียบๆตรงมุมห้องเกือบแทบจะอยู่ในหลืบนั้นมีเพียงพี่ชายตัวเองที่โอบไหล่ปกป้องเอาไว้สุดกำลังจากคนบ้านตระกูลอู๋ ที่ยืนล้อมหน้าล้อมหลังเตียงของลูกชายคนสุดท้าย คนที่แทบจะเป็นหมาหัวเน่าอย่างเซฮุนไม่มีสิทธิ์ที่จะเถียงเลยด้วยซ้ำขณะที่หม่าม๊าหันมาทำหน้าผิดหวังใส่

 

                “ตกลง ลู่หานเป็นอะไรเหรอ ทำไมมันถึงร้องไห้ขนาดนั้น” ชานยอลกระซิบถามคำถามกับน้องชาย 

 

                “รอหมอมาดีกว่า ผมละขี้เกียจจะพูด” ในขณะที่เซฮุนบอกปัดพร้อมก้มหน้า เสียงประตูแบบเลื่อนก็ดังครืดคราดพร้อมร่างสูงโปร่งของคุณหมอผิวสีแทนสุดทรงเสน่ห์ ชายหนุ่มที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันเดินยิ้มมาแต่ไกลจนมาชิดขอบเตียง ในมือถือชาร์จตรวจร่างกายของคนไข้ที่ชื่อลู่หาน ส่วนลำคอแกร่งก็มีสเตโทสโคปห้อยติดมาด้วย

 

                “คุณหมอคะ ลูกชายดิฉัน อยู่ๆก็ร้องไห้ ไม่ทราบว่าเขาเป็นอะไรกันแน่คะหมอ”

 

                คุณหมอหนุ่มกระพริบตาปริบๆขณะมองคนไข้ที่เอาแต่ซุกอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายร่างท้วมแต่ดูแข็งแรง ใบหน้าจิ้มลิ้มที่จมูกรั้นแต้มไปด้วยจุดแดงกำลังฟุดฟิดไปมาเพื่อไล่น้ำมูกที่ทำให้หายใจไม่ออก ส่วนแววตาก็ดูลุกลี้ลุกลนด้วยความรู้สึกกังวลกลัวกับคำตอบของเขาอยู่แน่ๆ “เดี๋ยวขอหมอตรวจก่อนนะครับ” คุณหมอสะกิดแขนคนไข้ให้ออกมาจากที่หลบภัยแล้วสอดหูฟังเสียงการเต้นของหัวใจเข้าใต้สาบเสื้อ

 

                “อืม ก็ปกติดีนะครับ” คุณหมอกล่าวเมื่อตรวจเช็คการเต้นของหัวใจ น้ำเกลือ และอุณหภูมิร่างกาย คนไข้มีความปกติสูงมากจนแทบจะออกโรงพยาบาลได้ในช่วงเย็นวันนี้  จะมีก็แต่โรคยอดฮิตของคนวัยกลางคนที่เจ้าตัวกำลังประสบอยู่

 

                “คุณหมอบอกดิฉันทีได้มั้ยคะ ลูกชาย ลูกชายฉัน”

                “ม๊า!!!

                “ใจเย็นนะครับ ใจเย็นครับ” คุณหมอยกมือชูขึ้นทั้งสองข้างเพื่อให้หญิงวัยหน้าตาสระสวยแต่ดูมีอายุ ใจเย็นลงหน่อย “ลูกชายคุณไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แค่เป็นโรคยอดฮิตของคนวัยทำงานก็เท่านั้นเอง”

 

                “หมอ!!!

                “ดูท่าเจ้าตัวก็น่าจะรู้นะครับว่า ตัวเองเป็นอะไร” รอยยิ้มพิมพ์ใจแต่ติดจะขบขันคนป่วยที่เริ่มหน้าขึ้นสี ก็ไม่รู้ว่าจะอายทำไม ทั้งๆที่มันเป็นแค่ระยะแรกเริ่ม สามารถผ่าตัดดูแลเรื่องอาหารการกินก็สามารถจะหายขาดได้ แถมยังเป็นโรคที่ออกจะเบสิกใครๆก็เป็นกันอย่างกับเป็นหวัดคัดจมูก

 

                “ลูกชายคุณแค่เป็นริดสีดวงระยะแรกเริ่มเท่านั้นครับเพราะอาการท้องเสียจากการทานอาหารที่ท้องไม่คุ้นชิน พอถ่ายบ่อยๆก็จะเกิดการเสียดสีแต่ไม่ต้องกังวลนะครับ….เดี๋ยวหมอจะสั่งยาเหน็บให้ เย็นนี้ก็กลับบ้านได้แล้ว แต่ถ้าไม่ดียังไงหมอจะนัดวันผ่าตัดให้นะครับ”

 

 

 

                “เห่อ….” เซฮุนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อคุณหมอได้เป็นผู้เฉลยอาการแทนเขาที่ไม่ได้มีความรู้ทางศาสตร์นี้และไม่น่าเชื่อถือเอามากๆ ส่วนชานยอลที่ยืนอยู่ข้างกันกลับกลั้นขำอย่างกับว่าเป็นเรื่องตลกนักหนา

                “หยุดหัวเราะได้แล้วน่า”

                “พรืดดดด!! คิก”

 

 






                พอทุกอย่างคลี่คลายสภาพห้องนอนในโรงพยาบาลก็เงียบฉี่เมื่อญาติคนไข้เดินทางกลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงญาติกิติมาศักดิ์ที่ยังคงนั่งอ่านนิตยสารรอเวลาให้คุณพยาบาลมาถอดสายน้ำเกลือให้คุณคนไข้อยู่เงียบๆ

                   ส่วนลู่หานที่มีอาการหงอยตั้งแต่ช่วงสาย ก็เริ่มขยับตัวพลิกไปมาด้วยความรู้สึกไม่สบายตัว ส่วนเขาก็ทำแค่เพียงมองเป็นระยะๆ เพื่อดูว่าคนบนเตียงต้องการอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า


                เสียงประตูเปิดเรียกความสนใจจากคนสองคนที่นั่งนอนกันอยู่ เซฮุนที่เห็นว่าคุณพยาบาลเข้ามากับอุปกรณ์ครบคันก็รีบลุกออกไปยืนแทบจะติดกับมุมห้อง 


                “ขออนุญาตค่ะ คนไข้ อู๋ ลู่หาน กเดี๋ยวถอดสายน้ำเกลือออกก็ลับบ้านได้แล้วนะคะ” เสียงพยาบาลหวานจ๋อยกล่าวพร้อมกับเข็นรถเข็นสแตนเลทเข้ามาใกล้กับขอบเตียง ร่างบางในชุดผู้ป่วยพนักหน้ารับอย่างหมดอาลัยตายอยาก ดวงตาที่เคยสวยอย่างกับตากวางหลุกหลิกไปมาเมื่อพยาบาลถอดเข็มสายน้ำเกลือออกจากหลังมือเขา พร้อมกับเช็คอาการอีกนิดหน่อย แล้วเอ่ยคำอวยพรขอให้สุขภาพดีก่อนจะออกไป

 

                ดีบ้าดีบออะไรล่ะ….

 

                “ไปเปลี่ยนเสื้อเถอะ”

                “อือ” ลู่หานขานรับอย่างว่าง่ายพร้อมกับยื่นมือไปเอาชุดลำลองที่เซฮุนเตรียมมาให้ ถ้าให้เลือกโรคตอนนี้ เขารู้สึกว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายยังดูเท่กว่าเป็นริดสีดวงเป็นไหนๆ

                “ลู่หาน

                “หืม”

                “……..” เซฮุนหยุดนึกคิดอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยปากพูดออกไป เมื่อเห็นว่าลู่เลิกคิ้วเร่งจะเอาคำพูดจากเขา ชายหนุ่มถอนหายใจสมองชาญฉลาดขบคิดหาคำพูดที่ดูดีเเละไม่ทำร้ายคนตรงหน้ามากที่สุด 

                “วันนี้กินของอ่อนๆไปก่อนนะ”

                "ไม่โว้ยยยย!!

 

 

 

 

 








 

 

 

 

 

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++


                ความสุขของเด็กใช้แรงงานเยี่ยงทาสชั้นล่างสุดในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างโรงพยาบาล คือการได้ออกเวรพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมกับซดรามยอนและเปิดตำราการแพทย์อ่าน 

 

                “อินเทิร์นคิม จงอิน นายเห็นชาร์จคนไข้ห้อง 1013 มั้ย” 

               

               เสียงตะโกนลั่นจากปากประตูอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำเอาอินเทิร์นหนุ่มตกใจสำลักรามยอนที่กำลังสูดเข้าปากอย่างมีอารมณ์สุนทรีย์ ในขณะที่ใบหน้าของรุ่นพี่กำลังแดงจัดด้วยอาการโกรธสุดขีด ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาใกล้แล้วยกมือขึ้นฟาดกบาลเขาทันที อย่างไม่ต้องรอให้มีคำเตือน

 

                “โอ้ย!! รุ่นพี่ครับ”

                “ไอ้เด็กโง่  แกเอากระปุกฉี่ของคนไข้สลับกันงั้นเหรอ!!!” ใบหน้าหล่อเหลามึนงงทันที ขณะที่ฟังรุ่นพี่ถาม เขามั่นใจนะว่าไม่ได้สลับกระปุกฉี่ เพราะมันอยู่….

                มันอยู่ตะกร้าเดียวกันนี่หว่า!

 

                “ขอโทษครับรุ่นพี่!!” คิม จงอิน รีบถดเก้าอี้ ลุกขึ้นยืนแล้วก้มตัวโค้งต่ำจนหน้าผากแทบจะแตะเข่า ตัวเองก็ไม่แน่ใจหรอกว่าสลับหรือเปล่าแต่จำได้ลางๆว่าที่แผนกฉุกเฉินมันยุ่งมาก แล้วในตะกร้าก็มีกระปุกฉี่ของคนไข้สองคนสองกระปุกวางอยู่ 

                 จงอินที่ก้มหัวเป็นเป็นเวลานานพอควร ร้องโอดโอยเมื่อมือหยาบกร้านของรุ่นพี่ฟาดป้าบเข้าให้กลางท้ายทอยแบบพอดิบพอดีมือตั้งสี่ห้าครั้ง 

                “แกรู้มั้ยว่าแกสลับกระปุกฉี่ของคนไข้ที่เป็นเบาหวานกับคนไข้ห้อง 1013 แถมแกยังไม่เอาชาร์จไปคืนทั้งคู่!! เมื่อกี้คนไข้ที่เป็นเบาหวานเกือบช็อคเพราะน้ำตาลในเลือดสูงหมอคนอื่นก็ไม่รู้ประวัติคนไข้เพราะชาร์จหายข้อมูลในระบบก็ไม่ได้แสดงว่าคนไข้มีโรคประจำตัว ตอนที่แกไปสอบถามอาการคนไข้ทำไมถึงสะเพร่า แถมยังเอาชาร์จคนไข้สลับกันวุ่นวายอีก ไอ้บ้าเอ้ย!! ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปบอกอาจารย์ แกตายแน่ คิม จงอิน!!!

 

                “ย่ะๆ อย่านะครับ ผมผิดไปแล้วรุ่นพี่ ให้อภัยผมเถอะ” จงอินที่ได้ยินแบบนั้นรีบลงไปคุกเข่าชูแขนทั้งสองข้างขึ้นจดสุด ใบหน้าสีเข้มก็แปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดเพราะกลัวว่าจะถูกทำโทษให้ไปเฝ้าห้องดับจิตอีกเพราะทำเรื่องสะเพร่าเอาไว้

 

                “ให้ตายเถอะคิม จงอิน นี่มันหมายถึงชีวิตคนไข้นะ ไม่รู้ล่ะฉันจะรายงานเรื่องนี้ แกจะได้จำใส่สมองซะบ้าง!!!

 

                “รุ่นพี่!!!

 

                “อ่อ แล้วอีกอย่าง ถ้าแกไม่รีบโทรไปตามคนไข้ห้อง 1013 กลับมาตรวจใหม่ล่ะก็แกถูกฉันจับยัดเข้าเตาเผาศพแน่!!!!!

 

                “ทะ ทำไมครับ!!

 

                “นี่แกยังจะถามอีกเหรอ เรียนหมอจบหกปีมาได้ไงนะเจ้าบื้อ” รุ่นพี่ร่างโปร่งง้างแขนสุดวงสวิงหมายจะโบกหัวขี้เลื้อยของรุ่นน้องในโอวาทอีกครั้ง ส่วนจงอินที่หน้าถอดสีแล้วถอดสีอีกได้แต่กังวลใจว่าจะเรียกคนไข้ที่เขาเพิ่งปล่อยกลับบ้านไปช่วงเย็นเพราะเป็นเคสปกติที่เขาสามารถรับผิดชอบมาได้ยังไง

 

                “เรียกกลับมาแล้ว ก็ส่งไปแผนกสูตินารีเลยนะ จะได้ไม่มีปัญหามาก เข้าใจมั้ย!!!

               

                “ทะ ทำไมล่ะครับ”

 

                “ยัง ยังจะถามอีก ทำตามที่บอกเถอะน่า ไอ้เด็กเวรนี่!!! เร็วสิ นั่งบื้ออะไรอยู่ไปจัดการแก้ไขเรื่องของตัวเองเลย!!!

 

                “โอ้ย ครับๆๆ ครับรุ่นพี่…..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เอาไงดี….

                โทรดีไม่โทรดี….  

 

                คิม จงอิน คุณหมออินเทิร์นแผนกอายุรกรรมที่เพิ่งออกเวรเมื่อชั่วโมงก่อน ยังคงใส่ชุดกราวน์เดินวนเวียนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของแผนก สายตาก็เอาแต่จดจ้องมองโทรศัพท์ เขาช่างใจสลับกันไปมาอยู่นานว่าจะโทรดีหรือไม่โทรดี แต่พอจะเอื้อมมือไปหยิบก็กลับมีสายเข้า จนต้องล้มเลิกเพราะสูญเสียกำลังใจไปแทบจะทุกครั้ง

 

                เขาอุตส่าห์ปล่อยกลับบ้านแล้วแท้ๆ แถมเขาก็ไม่ได้ผิดคนเดียวทั้งหมดเสียหน่อย เพราะพยาบาลจากแผนกฉุกเฉินนั่นต่างหากที่ส่งชาร์จมาให้เขาผิด แต่ไอ้ตอนโดนรุ่นพี่ดุเขาลืมไง เลยกลายเป็นว่าเขาต้องรับความผิดไปเต็มๆ

                ตอนนี้เลยต้องมานั่งใช้เวรใช้กรรม….

 

                ถ้าเกิดคนไข้ไม่กลับมา หรือคนไข้โวยวายจะฟ้องร้อง หมอจนๆจากบ้านนอกอย่าง คิม จงอิน จะเอาปัญญาไหนไปจ่ายค่าเสียหาย นี่ขนาดข้าวยังแทบกินแต่กิมจิเป็นของกับ แม่ก็เอาแต่เร่งให้โอนเงินค่าเบี้ยเลี้ยงอินเทิร์นของเดือนนี้ไปให้ ทั้งๆที่เขาต้องเก็บไว้ซื้อตำราอ่าน

 

                ชีวิตแม่งรันทดโคตร….

 

                ปัง!!

 

                “โอ้ย! ตกใจหมด โถ่ รุ่นพี่ครับ” จงอินที่คิดถึงชีวิตอันตกทุกข์ได้ยากของตัวเองเพลินๆสะดุ้งโหยงเมื่อรุ่นพี่คนเดิมเดินมาตบเคาน์เตอร์ดังปัง พร้อมใบหน้าเหี้ยมเกรียมบอกบุญไม่รับ ชายหนุ่มแย้มรอยยิ้มแหยๆออกไปสู้เป็นด่านแรก แต่ก็ต้องรีบหดคอหนีเมื่อรุ่นพี่ง้างมือโบกสะบัดกาเดี้ยมเลวิโอซ่าลงบนหัวเขาอีกรอบ

 

                “จึ! โทรไปรึยัง ชักช้าอยู่ได้ ถ้าคนไข้ที่แกปล่อยกลับไปเป็นอะไรขึ้นมาแกรับผิดชอบไหวมั้ย คิม จงอิน”

                “แล้วถ้าเขาโวยวายขึ้นมาเพราะทางเราวินิจฉัยผิดล่ะครับ”

                “จำไม จำไมจริงๆ คิม จงอิน แกก็ถูกโยนเข้าซังเต ถูกคนทั้งประเทศตราหน้าว่าเป็นหมอที่ดง่ที่สุดในเกาหลีใต้ยังไงล่ะวะ”  จงอิน รีบถอยหลังหนีเมื่อถูกหยิกหมับเข้าที่แขน ฝึกมาก็เกือบสองปี นี่ยังไม่รู้เลยว่ามาเป็นอินเทิร์นหรือกระสอบทรายให้รุ่นพี่ระบายอารมณ์เล่นๆ

 

                “โอเคๆ ผมจะโทรแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 












 

 

 

 

-----------------------------------

 

                “ริดสีดวงทวารหนักระยะเริ่มแรก ติ่งเนื้อที่เกิดขึ้นจากหลอดเลือดดำยืดหรือโป่งพองยังอยู่ภายในทวารหนักจะไม่ค่อยเจ็บแต่จะมีอาการคันริดสีดวงที่อยู่รอบๆทวารหนักและอาจจะมีเลือดออกเป็นบางครั้งเมื่อเบ่งถ่ายอุจจาระแรงๆทำให้เกิดอาการถ่ายเป็นเลือด”

 

                ลู่หานที่นอนคว่ำหน้าตีขาไปในอากาศเลื่อนนิ้วไปบนจอไอแพดขนาดใหญ่พร้อมกับอ่านอาการของโรคที่เขากำลังเป็นอยู่ ตอนแรกก็รู้สึกอับอายพอสมควรกับการ่ต้องมาเป็นอะไรแบบนี้ แต่พอเห็นตัวเลขประมาณค่าของประชากรทั่วทั่งเกาหลีใต้ที่มีคนเป็นโรคนี้แทบจะเกือบสามสิบเปอร์เซ็นของประชากรทั้งหมดในประเทศ ก็เลยทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังป็นโรคง่ายๆที่ใครก็เป็นได้

                “เซฮุน” 

                “อืม”

                “ยาเหน็บนี่เราต้องเหน็บยังไงน่ะ เอามาให้หน่อยสิ...” เซฮุนเงยหน้ามาจากกองงานที่กำลังทำให้หัวหมุนแล้ว ลุกขึ้นเดินไปหยิบถุงยาที่วางบนโต๊ะกับข้าวมาให้ลู่หานอย่างไม่มีปากบ่นสักแอ้ะ เห็นว่ากำลังป่วยหรอกนะเลยจะญาติดีด้วย


                   “หมอเขียนวิธีการใช้มาให้ด้วย พี่ลองอ่านดูละกัน”

                “แต่ในเนตเขาบอกว่าระยะแรกไม่ต้องใช้ยาเหน็บเพราะมันจะเริ่มดีขึ้นใน 1-2 อาทิตย์อ่ะ”ลู่หานเถียงกลับตาใส ก็ตามที่อ่านมามันเป็นแบบนั้นจริงๆ 

                “นี่ พี่เชื่อข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมากกว่าหมอเหรอ” เซฮุนถามใบหน้าเต็มไปด้วยความข้องใจ จนคนมองต้องยู่ปาก นั่นล่ะคนที่ข้องใจอยู่นานก็เป็นอันต้องเบือนหน้าหนี กลับไปสนอกสนใจกับงานที่ต้องทำต่อ

 



                   เซฮุนกำลังทำงานโดยมีลู่หานเปิดทีวีเร่งเสียงรบกวนสมาธิ แถมยังเดินไปหอบขนมในตู้ออกมาแกะกินเกือบจะแทบทุกถุง เซฮุนที่เห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองโดยใช้เหตุเลยก่ะจะอ้าปากด่า แต่เขาดันลืมไปว่าขนมนั้นมันเงินลู่หานซื้อเองทั้งหมด เสียงแกะซองขนมสุดท้ายดังขึ้น พร้อมกับเสียงอู้อี้ของคนป่วยหมาดๆ ที่เรียกความสนใจของเขาไปได้ถนัด 


                “อึก! เซอุ๊!!!” ลู่หานที่เพิ่งแกะถุงขนมจนลมอัดตีใส่หน้ารีบปิดปากเพราะของที่อยุ่ในกระเพาะกำลังตีรวนขึ้นมาจุกที่คอหอย

           ให้ตายเถอะ ไอ้โรคริดสีดวงมันทำให้คลื่นไส้ได้จน เจ้าคนป่วยต้องรีบกระเด้งตัวลุกจากโซฟาวิ่งปรู๊ดไปโก่งคออ้วกเชียวหรือ เซฮุนที่เห็นถ้าคนป่วยจะอาการหนักจำเป็นต้องวางงานอีกรอบแล้วเดินเข้าไปหาในห้องน้ำ เสียงโอกอากดังก้องอยู่ในชักโครกจนอดที่จะสงสารไม่ได้ 


                “พี่ เป็นไรมั้ย” เซฮุนที่ไม่รู้ว่าริดสีดวงมันมีอาการแบบนี้ด้วย ทำอะไรไม่ถูก เขาได้แต่ลงไปนั่งยองๆ ยกมือขึ้นลูบหลังให้เพื่อที่ลู่หานจะได้สบายตัวขึ้น

 

                “เอิกกกกกก อยู่ๆก็มวนท้อง อึก!! เหม็นกลิ่นอะไรเนี้ย” โวยวายได้ไม่เท่าไหร่ก็มุดหน้าลงไปเพื่อขย่อนอาหารมื้อเย็นให้ลงไปอยู่ในชักโครกแทน เซฮุนที่เริ่มเห็นถึงความไม่เข้าท่า จับจรผมที่เริ่มยาวทัดหูให้คนป่วยแล้วก้มลงไปถามเสียงต่ำๆ ว่าเป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นพอที่จะลุกไปโรงพยาบาลรึเปล่า

 

                ลู่หานโบกมือหย็อยๆปฏิเสธ ตอนนี้เขารู้สึกว่าเหม็นกลิ่นอะไรสักอย่างที่มาจากตัวของเซฮุน มันเป็นกลิ่นของกระดาษ เขารู้ว่ามันบ้าที่อยู่ๆการเป็นริดสีดวงของเขาจะทำให้ ขย่อนของเก่าและประสาทการรับรู้กลิ่นจะดีขึ้นอย่างทันตาเห็นถึงขนาดกับว่าได้กลิ่นของกระดาษที่ฉุนกึกมาจากตัวเซฮุน

 

                “เหม็น เอิกกกก….ฉันเหม็นกลิ่นกระดาษ! ออกไปไกลๆดิ้”


                “ห้ะ กลิ่นกระดาษ” เซฮุนเลิกคิ้วสูงเมื่อถูกโวยใส่และผลักให้ถอยหลังออห่าง ชายหนุ่มรีบก้มสำรวจกลิ่นกายตัวเองทันทีและเขากผ้มั่นใจมากด้วยว่าไม่มีกลิ่นของกระดาษอย่างแน่นอน ยกเว้นน้ำหอมกลิ่นประจำที่เขาใช้มานานหลายปี แถมมันยังอ่อนมาก จนแทบจะไม่ได้กลิ่นอะไรเลย

                ลู่หานเป็นอะไรกันแน่

 

                “หาหมอเถอะ ลุกไหวมั้ย รู้สึกดีขึ้นรึยัง ถ้าไม่ผมจะได้อุ้ม....


                “ไม่!! ฉันจะไปนอน แค่นอนพักก็น่าจะดีแล้ว” ลู่หานตอบ ใบหน้าที่โผล่พ้นขอบชักโครกออกมาซีดจนแทบจะเป็นไก่ต้มวันตรุษจีน ส่วนเซฮุนที่งกๆเงิ้นๆกึ่งนั่งกึ่งโก่งโค้งตัวเอง ก็พยายามจะช่วยพยุงคนป่วย แต่ผลสุดท้ายกลับโดนไล่ตะเพิดเป็นฟืนเป็นไฟให้ออกมาด้านนอก


                ลู่หานที่เดินซะโลซะเลออกมามองเซฮุนตาขวาง รู้สึกหงุดหงิดกับกลิ่นตัวแปลกๆของเซฮุนวันนี้ ร่างบางส่ายหน้าผิดหวังอย่างแรงทั้งๆที่เขาเคยอบกลิ่นกายของเซฮุนมากกว่ากลิ่นหมูย่างสุกๆบนเตาแต่พอมาวันนี้มันกลับทำให้เขาสะอิดสะเอียนจนไม่อยากอยู่ใกล้


                “ฉันขอไปนอนสักพัก นายก็ไปอาบน้ำซะใหม่ด้วยละ ถ้าไม่งั้นก็ไม่ต้องมานอน” ลู่หานใช้อภิสิทธิ์ของคนป่วยสั่งการเจ้าของห้อง จนแทบจะไมีสิทธิ์ออกเสียงค้านใดๆ ให้กับตัวเอง เซฮุนทำเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆ เอ่ยเสียงราบเรียบว่าจะไปรินน้ำแล้วเอาเข้าไปให้ ส่วนเขาก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องแปลกตรงไหนที่คนป่วยจะได้รับการดูแล เขาจึงพนักหน้าเชิดๆและสะบัดตูดเดินเข้าไปในห้อง

 

                เซฮุนที่ได้น้ำแล้ว ยืนค้ำแขนกับขอบโต๊ะกับข้าวในห้องครัว คิ้วสีเข้มขมวดยุ่งอย่างนึกไม่ตกถึงอาการของลู่หาน พอกลับจากโรงพยาบาลเจ้าตัวก็เอาแต่กินของที่ชอบ กินได้สักสิบนาทีก็อิ่มแล้วก็นอนหลับปุ๋ยเป็นหมีจำศีล พอตื่นมาก็เอาแต่เรียกร้องหาเนื้อ จนมาถึงตอนนี้ที่อยู่ๆก็วิ่งไปโก่งคออ้วกในห้องน้ำแถมประสาทการรับรู้กลิ่นก็ดีขึ้นจนน่าตกใจอีกต่างหาก


 

                ริดสีดวงอาการมันช่างน่าซับซ้อนเสียเหลือเกินในความคิดของชายหนุ่ม….  

 




















------------------------

อ้าวเห้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นา.... 

#สมบัติky 





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #691 Taeaun (@aunbrabra) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:36
    สงสาร5555555
    #691
    0
  2. #690 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:05
    พี่ลู่ท้องนั่นแหละ หมอจงอินเอ๋อมาก เมื่อไหร่จะโทรมา
    #690
    0
  3. #686 L.queen13 (@redqueen_w) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:09
    ริดสีดวงอาการไม่มีอ้วกน้าา แล้วหมออะไรวินิจฉัยผิดเนี่ยยย ลุ้นเลยลู่หานเป็นโรคอะไรกันแน่ อย่ามาพลิกเป็นกระเพาะ+ริดสีดวงนะ ขอท้องเลยย 55555
    #686
    0
  4. #685 pcy_kwu3008 (@pcy_kwu3008) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:30
    ท้องชัว
    #685
    0
  5. #684 แฟนเงิง (@ploy0883551292) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:49
    หมอตรวจใหม่ดิ โธ่ท้องไม่ท้องเนีี่ยอยากรุ้อ่า
    #684
    0
  6. #683 ttbluewp (@ttbluemtr) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:28
    พี่ลู่ท้องล้าวววว
    #683
    0
  7. #682 Pada5329 (@Pada5329) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:35
    55555สรุปพี่ลู่เป็นริสซี่แถมท้องอีกตั้งหาก
    #682
    0
  8. #681 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:13
    อหหหเออตอนเเรกคิดว่าจะไม่ท้อง5555555555555ลู่ท้องอรั๊ยยยยยยยยยย
    #681
    0
  9. #680 #...นายน้อย...# (@cassiopeia-niine) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:00
    ตอนแรกโล่งใจคิดว่าไม่ท้อง สุดท้าย อห. แล้วเมื่อไหร่อิหมอจะโทรตามคนไข้สักทีค่ะ "555
    #680
    0
  10. #679 C_Baek.k (@few-exo77) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:27
    หมอตรวจปิดโรคป้ะเนี่ย 555555 นี่มันๆๆๆ ท้องอ่อ???
    #679
    0