HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 52 : [SS2] ตอนที่ 7 คำปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ก.พ. 60


SS2 CH07


 

 

 

                เมื่อคืน….

                เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น…..

 

 

                จ้องมองเรือนร่างของตัวเองที่แทบจะไม่มีมัดกล้ามแถมยังมีแต่พุงกะทิน้อยๆยื่นออกมาให้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ใช่สิ ไม่ใช่ สิ่งที่เขากำลังคิดไตร่ตรองอยู่ขณะนี้ไม่ใช่พุงกะทิแผละๆ แต่เป็นเรื่องเมื่อคืนต่างหาก

                เมื่อคืน….

                ใช่เมื่อคืน……

 

                “อ้ากกกกกกกกกกกก!!!! แกทำอะไรลงไปไอ้หาญ!!!!!!

 

 

                ทุบโต๊ะเครื่องแป้งดังปัง เมื่อไม่สามารถลบล้างความรู้สึกผิดปนเสียวซ่านที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้ มันก็แค่อารมณ์พาไปรึเปล่าวะ ก็แค่เด็กมันยั่วให้อยาก มันมาปลดกระดุมต่อหน้า มันมาอ้อนให้จูบ

                ใครจะปฏิเสธมันลง….

 


                แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ เขาก็อยากจะขอบคุณที่ตัวเองเพลียมากจนไม่สามารถลืมตาตื่นในเวลาปกติได้ ส่วนเซฮุนก็อย่างที่รู้ว่าต้องออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้า ก็เลยคลาดกันไปโดยปริยาย ซึ่งมันดีมากแค่ไหนที่เขาไม่ต้องมานั่งสบสายตาที่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นฉ่ำวาวเจ้าเล่ห์ หรืออาจจะแย่กว่านั้นคือมันจะมองหน้ากันไม่ติดเอา

 

                เขาอาจจะต้องย้ายไปหาที่อยู่ใหม่ อาจจะโดนบลอคเบอร์โทรศัพท์ อาจจะไม่ได้เจอหน้ามันอีกเพราะมันเอาแต่หลบหน้า เราอาจจะกลายเป็นแค่คนรู้จักกัน เหมือนอย่างกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสี่ปีก่อน

                เขาไม่อยากเป็นแบบนั้น….

 

                สู้รักษาระยะห่างกับมันมาแทบตาย สุดท้ายมาหลงคารมมันตอนวันที่มันเมาซะอย่างนั้น หรือนี้จะเป็นแผนตีตัวออกห่างของมัน แผนเขี่ยเขาให้ออกไปจากชีวิต

 

                “ฮรึก บ้า! คิดอะไรเยอะแยะวะ แมนๆสิเว้ย” ลู่หานที่นั่งกำหวีเอาไว้แน่นสอดส่ายสายตาไปมาเพราะคิดถึงเรื่องนี้แบบไม่ตกตะกอนออกมาเสียที แต่ส่วนใหญ่ไอ้ที่คิดๆอยู่ก็ไปในทางเลวร้ายจนกลั้นน้ำตาแห่งความหวั่นใจเอาไว้ไม่ไหว ร่างบางที่ลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง รีบหยิบเสื้อเชิ้ตบางเบาที่วางอยู่บนที่นอนมาใส่ พร้อมกับโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวเตียงฝั่งประจำของเขา

 

                มันอาจจะเป็นเรื่องตลกสำหรับใครบางคน แต่สำหรับเขาที่กลัวว่าจะเสียเซฮุนไปได้ทุกเมื่อ มันยิ่งกว่าเรื่องคอขาดบาดตายเสียอีก

 

                รับหน่อย โอ เซฮุน รับสาย ฉันที

 

 

 

 

 

 

 

 

                “ไม่รับสายหน่อยเหรอ” เสียงหวานใสเหมาะสมกับรูปร่างบอบบางของหญิงสาวข้างกายเอ่ยขึ้น แต่เจ้าของโทรศัพท์กลับมึนตึงใส่ทั้งคนพูดและเสียงโทรศัพท์ที่เอาแต่ร้องงอแงให้เขารับ ร่างสูงที่กำลังยืนค่อมมือลงกับพิมพ์เขียวตรงหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะความอดทนของเขามันไม่มากพอเท่ากับความพยายามของคนที่โทรเข้ามา

 

                “งั้นเดี๋ยวผมมานะครับ” กล่าวขอตัวอย่างสุภาพแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดรับสาย แทบไม่ต้องดูว่าเบอร์ใครที่โชว์อยู่บนหน้าจอของโทรศัพท์ ในเมื่อคนที่เขาไม่ยอมเมมชื่อมีอยู่คนเดียว

                “ว่าไงลู่หาน”

                /ทำงานอยู่เหรอ/

                “อืม”

                /อ๋อ งั้นไม่เป็นไร ขอโทษที่โทรมารบกวน/

                “เดี๋ยว!...” เซฮุนที่เผลอรั้งปลายสายเอาไว้เม้มปากอย่างนึกคำพูดไม่ออกว่าควรจะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนดี เขาไม่รู้ว่าลู่หานโทรมาทำไม ทั้งๆที่แทบจะไม่เคยต้องพูดคุยกันผ่านโทรศัพท์ แต่ดูแล้วครั้งนี้ลู่หานคงกำลังกังวลใจกับอะไรสักอย่าง

                อาจจะเป็นเรื่องเมื่อคืน

 

                /ว่ามาเลย…..ฉันฟังอยู่/

                “…….เย็นนี้กินอะไรดี”

 

 

 

                วางสายไปแล้ว….

                ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเมื่อรู้สึกถึงความตึงเครียดเล็กๆระหว่างพวกเขาทั้งสอง เห็นท่าทางมึนตึงของเขาแบบนี้ก็ใช่ว่าเขาจะไม่คิดอะไร เผลอๆอาจจะคิดมาก มากเกินไปเสียด้วยซ้ำ

                “เซฮุนเสร็จรึยัง ฉันอยากให้นายมาดูนี่หน่อยน่ะ”

                “อ่อ ครับ” ชายหนุ่มที่ถูกเรียกจากคนด้านในเต้นท์ รีบขานรับแล้วเดินก้าวย่างเข้าไปสมทบ ช่วงนี้เป็นช่วงที่คนงานออกไซส์งานกัน และพวกวิศวกรก็จะมารวมตัวกันดูความเรียบร้อยและความบกพร่องของงานที่เพิ่งตรวจไปเมื่อรอบก่อน ว่าควรเพิ่มจุดไหนและลดจุดไหนลงไปบ้าง เจ้าหล่อนชี้จุดที่ควรแก้ไขให้เขาดู ส่วนเซฮุนก็ได้แต่พยักหน้ารับ จดตามที่รุ่นพี่สั่งอย่างไม่มีปากเสียง 

                “หน้าตาดูเครียดเชียวนะ ให้ลินเอากาแฟให้มั้ย”

                “ไม่ครับคุณลินดา” ชายหนุ่มตั้งใจพูดหักหน้าคนที่พยายามแทนตัวเองด้วยชื่อที่แสนจะสนิทสนม เจ้าหล่อนดูจะหน้าเจื่อนไปนิดเมื่อมีคนที่อยู่ด้านในเต้นท์ด้วยกันมองมา แต่ก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

                “นายยังโกรธฉันอยู่งั้นเหรอ เรื่องนั้น”

                “ไม่หรอกครับ

                “แต่หน้านายดูโกรธ ฉันว่าถ้าเราอยากทำงานร่วมกันอย่างมีความสุข นายกับฉันควรญาติดีกันไว้”

                “เรื่องงานก็ส่วนเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็ส่วนเรื่องส่วนตัวครับ ผมไม่เคยเอามารวมกันให้ปวดสมองอยู่แล้ว” เซฮุนเหยียดยิ้มริมฝีปากเมื่อใบหน้าของเธอเจื่อนสีลงไปอีก พอโตขึ้นเขาก็พยายามทำตัวให้เป็นผู้ใหญ่โดยไม่เอาเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานมาคาบเกี่ยวกันให้เกิดปัญหา

                “แต่….ฉัน”

                “ตรงไหนที่ต้องการให้ผมดูอีกเหรอครับ”

 

 

 

 

 

 

 


                หลังจากกลับจากที่ทำงาน สิ่งแรกที่ชายหนุ่มทำคือขมวดคิ้วก่อนจะถอดรองเท้าผ้าใบสีเข้ม บ้านที่ถูกปิดไฟเอาไว้เหลือเพียงแค่ไฟหน้าประตูทำให้ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ว่า อีกคนที่มักจะนอนเอกเขนกอยู่หน้าทีวีหายไปไหน

                ร่างสูงโปร่งนำกระเป๋าทำงานและเสื้อแจ๊คเก็ตไปเก็บในห้องให้เรียบร้อยตามภาษาคนเจ้าระเบียบ ก่อนจะเดินตามกลิ่นหอมของแกงกิมจิที่ดูเหมือนเพิ่งทำเสร็จใหม่เมื่อไม่กี่นาทีก่อน มันถูกวางไว้บนโต๊ะ แรปด้วยพลาสติกกันฝุ่นและสิ่งสกปรกเข้า พร้อมกับโน้ตที่วางเอาไว้ข้างกัน

 

                ออกไปข้างนอกนะดึกๆกลับ….

 

 

                “ไปไหน....นะ” พึมพำออกมาตามที่คิด สงสัยเหลือเกินว่าคนเพื่อนน้อย แถมเพื่อนก็มีครอบครัวแล้วอย่างลู่หานจะออกไปไหนกลางค่ำกลางคืนเช่นนี้ ถึงเขาจะทิ้งรถเอาไว้ให้แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะขับกลับบ้านดึกๆดื่นๆได้เสียหน่อย

                แกงกิมจิของโปรดถูกเมินเฉยเมื่อชายหนุ่มต้องทำอย่างอื่นก่อน เช่นการโทรตามคนที่ออกบ้านกลางค่ำกลางคืน เขารอสายอยู่ประมาณนาทีกว่าๆก่อนที่จะถูกตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความ เซฮุนเลือกที่จะโทรกลับไปอีกสองครั้ง แต่ผลสุดท้ายคือไม่มีคนรับสาย

 

                “ไปไหนของพี่” ใบหน้าคมเข้มเริ่มบูดโดยที่เจ้าของมันก็ไม่รู้ตัวขณะพึมพำ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างรำคาญและหงุดหงิด และเริ่มตั้งใจโทรแยปไปหาคุณอัยการที่ไม่รู้ว่าตอนนี้นอนเล่านิทานให้ลูกสาวฟังอยู่หรือเปล่า

                ร่างสูงเคาะนิ้วไปบนโต๊ะกับข้าวตามจังหวะเสียงสัญญาณที่ดังขึ้น เขารอมันไม่นานมากนักก็มาคนรับสาย เสียงแหลมติดจะแหบอันเป็นเอกลักษณ์ของคุณอัยการกรอกลงมาก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะตามด้วยเสียงแว้ดใส่ด้านหลังที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร

 

                “ขอสายพี่เขาหน่อยสิครับ”

                /เออ อ้อ ได้สิ/ เซฮุนที่เงี้ยหูฟังเสียงทะเลาะกันของสองเพื่อนสนิทก็ได้แต่ทอดถอนใจ โตจนจะอายุเข้าเลขสี่อยู่แล้วแต่ก็ยังทำตัวเป็นเด็กแปดขวบกันอยู่ได้

                /ว่าไงเซฮุน ตอนนี้ฉันยุ่งอยู่อ่ะ/

                “ยุ่งอะไร

                /เออ….คือ มาปรึกษาเรื่องงานกับไอ้อัยการมันน่ะ/

                “งานงานอะไรครับ”

                /ก็งานไง เผื่อว่า…./

                “รีบกลับบ้านนะครับ ดึกแล้ว” เซฮุนเลือกที่จะตัดสายเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ยื่นข้อเสนอต่อรองใดๆทั้งสิ้น แล้ววางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะ คิดยังไงถึงได้จะหางานทำเอาเวลานี้

                เข้าใจยากจริงๆ…..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เซฮุนที่อาบน้ำรอคนกลับบ้านดึกหน้าบูดทบเป็นสองเท่าเมื่อเดินออกมาจากห้องนอนแล้วยังไม่เจอสารร่างของลู่หานที่ควรจะกลับได้แล้วในเวลานี้ สายตาคมกริบหรี่มองเข็มสั้นยาวของนาฬิกาบนฝาผนัง มันตีบอกเวลาเกือบสี่ทุ่มสามสิบ

                จะทำอะไรก็ทำไปละกัน…..

 

                บ่นกับตัวเองไปอย่างนั้นก่อนจะเดินวนไปรอบบ้านด้วยอาการหงุดหงิดแปลกๆ ก่อนจะนั่งลงดูทีวีพร้อมกับกาแฟเข้มหนึ่งแก้วที่เพิ่งจะต้มเสร็จเมื่อสักครู่และงานที่หยิบออกมาดูเพื่อเช็คความเข้าใจ เพราะยังเป็นเด็กใหม่ ถึงจะเคยฝึกงานในบริษัทชั้นนำที่ได้ลงแรงทำงานจริงๆมาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับผิดชอบมากมายเท่ากับทำงานจริงๆจังๆ ชายหนุ่มจึงคิดว่าการตั้งใจกับมันให้ได้มากที่สุดเป็นหนทางสู่ความสำเร็จ

                เขาจึงเลือกที่จะหยิบงานออกมาดูอีกรอบหนึ่งเพื่อเช็คความเรียบร้อย….

               

00.10

 

                ทบทวนงานจบไปสองรอบ พร้อมกับข่าวเช้าวันใหม่ที่กำลังฉายอยู่ในโทรทัศน์ เซฮุนยกกาแฟที่เย็นชืดไปหมดแล้วขึ้นจิบเพื่อไล่ความง่วงงุนออกไป แต่จนแล้วจนรอดสายตาคู่สวยกลับปรือเปลือกตาลงพร้อมจะปิดได้ทุกเมื่อ

 


                เสียงนาฬิกาแทบจะดังกลบเสียงรอบข้างเมื่อทีวีถูกปิด เอกสารงานที่กองอยู่บนอก ถูกลู่หานหยิบมันออกไปวางไว้บนโต๊ะ ร่างบางที่เพิ่งกลับเข้าบ้านมาตอนเกือบใกล้สว่าง ถอนหายใจกับการนอนคอพับคออ่อนของเซฮุนจนต้องเดินไปหยิบหมอนกับผ้าห่มออกมาให้

 

                เสียงลมหายใจสะอาดๆเข้าออกสม่ำเสมอไม่ต่างจากตอนนอนบนเตียง ใบหน้าที่เริ่มขึ้นเคราเขียวแลดูอิดโรย บ่งบอกให้เขารู้ว่าเซฮุนคงอดหลับอดนอนและอิดโรยจากการทำงาน

                 “เห้อ ทำไมไม่ไปนอนดีๆน้า” บ่นหงุงหงิงอยู่คนเดียวในขณะที่ริมฝีปากแทบจะหุบฉับ เมื่อมองดูเศษซากอารยธรรมบนโต๊ะกับข้าว ซุปกิมจิของโปรดของคนที่กำลังนอนอุตุยังคงอยู่ที่เดิมไม่มีการแตะต้อง ข้าวก็แทบจะแห้งแข็งเพราะตากลมเอาไว้อีก

 

                “ทำไมไม่กินข้าวล่ะเนี้ย” 

                เสียงคลุกคลักที่โซฟาทำให้ลู่หานต้องหันไปจ้องมอง ผู้ชายตัวสูงใหญ่อย่างกับหมีกำลังทำหน้าบูดบึ้งหลังจากที่ตื่นขึ้นมาในยามวิกาล ผมเพ้าที่เคยถูกเซ็ทดูดีกำลังชี้ฟู เหมือนอย่างทุกเช้าที่ตื่นนอน ลู่หานแย้มรอยยิ้มออกมานิดหน่อยแล้วเริ่มจัดการกับของที่อยู่บนโต๊ะกับข้าว

 

                “กลับมาเมื่อไหร่”

                “อ้อ เมื่อกี้นี่เอง ทำไมไม่กินข้าวล่ะ...ฉันขอโทานะที่ทำให้ตื่นน่ะ”

                “ถ้าจะกลับเอาตอนนี้ ก็ไม่ต้องกลับก็ได้นะ” ร่างสูงโปร่งบอกเสียงเรียบแต่ติดจะห้วนสั้นในประโยค ลู่หานมองตามร่างสูงที่ลุกขึ้นหอบหิ้วหมอนและผ้าห่มเข้าไปในห้องนอนทันที เขาที่ได้แต่อ้าปากไม่ทันจะตอบโต้หดคอลงอย่างรู้สึกผิด โกรธแน่ๆ ท่าทางแบบนั้นดูจะโกรธเอามากๆด้วย

                “ทำไมมัน ขี้น้อยใจงี้วะ” หน้าหดเหลือสองนิ้วทันที ใจก็ไม่ดีรู้สึกแย่ไปหมด จากที่ไม่ค่อยจะพูดอยู่แล้ว ตอนโกรธนี่ไม่ต้องพูดถึง ไม่รู้จะต้องแยกที่นอนเหมือนเมื่อคราวก่อนอีกหรือเปล่า เห้ออออ

 

                 เห้ออออออออออออ.... 

 

 

 

 

 




 

                รู้นะว่าทำผิด….แต่จะให้ง้อยังไงในเมื่อไม่ยอมพูดด้วยสักคำ

 

                นานแค่ไหนแล้วสองอาทิตย์มั้งที่เซฮุนไม่ยอมพูดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียว แยกกินแยกกันนอน บางวันเซฮุนก็กลับบ้านเอาจนดึก บางวันก็เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอนที่กั้นทำเป็นห้องทำงานเล็กๆ ก็รู้ล่ะว่างานยุ่ง แต่ก็ไม่น่าจะถึงขนาดกับที่ต้องมึนตึงใส่กันแบนี้เลยนี่นา

                พี่หาญท้อแท้ TT

 

                “เซ….” ยังไม่ทันจะเรียกชื่อให้จบ เซฮุนก็เดินตัวปลิวถือกระเป๋าเงินออกไปจากห้องแล้ว วันนี้ก็เป็นอีกวันที่กับข้าวกับปลาที่ทำเอาไว้เป็นหมัน ลู่หานจ้องมองของบนโต๊ะจนรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ทุกวันนี้ทำแต่ของโปรดเซฮุนทั้งนั้น ทั้งๆที่ไม่ใช่ของที่เขาชอบเลยสักนิดเดียว แต่พอทำแล้วก็ต้องทนกินไปเพราะเสียดาย แต่ดูที่อีกคนทำสิ

 

                “ใจร้ายจริงๆ” ลู่หานส่ายหน้า จัดการยัดแตงผัดเข้าปาก พร้อมข้าวแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ เอียนจนไม่รู้จะเอียนยังไงแล้ว กับไอ้ของเพื่อสุขภาพ ทั้งผักทั้งปลา ทั้งของจืดๆเนี่ย

 

                ถึงจะบ่นไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นลู่หานที่เพิ่งทานมื้อเย็นเสร็จ เดินไปนั่งจุมปุกหน้าทีวีอันเป็นที่หลับนอนในตอนนี้ พร้อมกับขนมซองโตอีกหนึ่งถุง มือก็เอื้อมไปหยิบรีโมทมาเปิดทีวี เพื่อรอซีรี่ย์เรื่องโปรดที่กำลังออนแออยู่ในขณะนี้ 


                    "ให้ตายเถอะ...ทำไมนางเอกมันโง่งี่นะ" บ่นไปเรื่อยเมื่อเริ่มเข้าถึงอารมณ์กับซีนบีบคั้นหัวใจแบบสุดๆ ยังดีที่ซีรี่ย์สมัยนี้ยังพอมีรสชาติให้เขาไม่รู้สึกเบื่อได้ แต่ก็นั่นล่ะซีรี่ย์เรื่องไหนจะน่าดูเท่าแผงอกเซฮุนตอนเปลี่ยนเสื้อจะอาบน้ำบ้างล่ะ

 

                “เห้ออออ” พอซีรี่ย์ตัดเข้าสู่ช่วงโฆษณา ลู่หานก็เอนหัวล้มตัวลงนอนพร้อมกับกอดถุงขนมแทนแขนล่ำๆของเซฮุนในยามนี้ทันที เท้าเล็กๆกระดิกไปมากลางอากาศ ซ้ายทีขวาที ก่อนที่เจ้าตัวจะรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง

                “เบื่อโว้ยยยยยยยยยยย!!

 

                อยากคุยกับเซฮุนอ่ะ ‘^’

 

                “โอ้ะ! ปวดท้องจัง” ถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวันแล้วก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ สงสัยไอ้อาหารเพื่อสุขภาพผักปลาทั้งหลายจะทำให้ระบบขับถ่ายของเขาดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

                และอาจจะดีมากเกินไป

 

                “แม่ง วันนี้เป็นอะไรวะ ปวดท้องจัง” บ่นกับตัวเองหลังจากกดชักโครกแล้วดึงกางเกงนอนขึ้นสวม แต่พอก้าวเท้าออกจากห้องน้ำได้สามก้าว ข้าศึกก็บุกโจมตีระยะประชิดจนต้องถอยหลังกลับไปนั่งลงที่เดิมอีกครั้ง

 

                ห้ารอบที่มีแต่ความว่างเปล่า….บวกกับอาการปวดท้องที่เพิ่มมากขึ้นจนต้องงอตัวกุมมือเอาไว้ตรงท้อง หน้าที่ส่องผ่านกระจกซีดเซียวแถมปากยังแห้งแตกเพราะขาดน้ำเฉียบพลัน แต่ถึงยังไงลู่หานก็ยังคงนั่งที่เดิมต่อไปถึงจะไม่มีอะไรออกมาเลยก็เถอะ

 

               

 

                เซฮุนที่เพิ่งกลับจากข้างนอกหิ้วของพะรุงพะรังเข้ามาเต็มมือหยุดชะงัก คิ้วที่มักจะขมวดอยู่แล้วขมวดเข้าหากันใหญ่เมื่อโทรทัศน์ถูกเปิดทิ้งเอาไว้แต่ไร้วี่แววของคนเปิด ร่างสูงวางของไว้บนโต๊ะกับข้าว พร้อมกันกับเสียงกดชักโครกในห้องน้ำดังขึ้น ร่างสูงที่ยังคงยืนอยู่ในห้องครัว ค่อยๆเคลื่อนสายตามองตามร่างจ้อยของลู่หานที่เดินงอตัวกุมท้องออกมาจากห้องนอน แถมใบหน้าที่ออกจะซีดจนไร้สีเลือดมันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะทำเสียงดังเรียกร้องความสนใจจากอีกฝ่าย

 

                “หืออออ ปวดท้องชะมัด อ้าว เซฮุน” ลู่หานที่เพิ่งรู้ว่าเซฮุนกำลังยืนจัดของอยู่ หยุดบ่นทันทีแล้วนั่งลงที่โซฟา ด้วยความที่ปวดไปหมดตั้งแต่ท้องลามไปถึงหัว ทำให้เขาไม่มีอารมณ์จะฉีกยิ้มหรือคอยประจบอีกฝ่ายอย่างที่ทำประจำ เขาแค่นั่งลงเอนกายพักหลังกับพนักโซฟา หลับตาแล้วลูบท้องวนไปเรื่อยๆ

                “เป็นอะไรรึเปล่า”

                “หืม….ก็”

 

นั่นเสียงเซฮุนใช่มั้ยนะ….  

 

 

เซฮุนที่เดินเข้าไปหาใกล้ๆมองคนที่หลับป้อกกลางอากาศก่อนที่จะตอบคำถามของเขาจบ แถมมือไม้ก็เย็นเฉียบ ใบหน้าก็ซีดเผือด มีแค่หน้าผากเท่านั้นที่ร้อนระอุอย่างกับเป็นไข้

“พี่พี่ครับ”

………

“พี่!

 

 

 

 

 

 

 

 

 





 

 +++++++++++++++++++++

                ยา

                กลิ่นยาแม่งโคตรเหม็นเลย….

 

                ลู่หานที่บ่นระงมในใจค่อยๆลืมตาตื่น ไม่ต้องถามเลยว่าฝ้าเพดานสีขาวสะอาดนี่ มันคือที่ไหน แถมกลิ่นยาฆ่าเชื้อก็เตะจมูกจนอยากจะอ้วก ส่วนความเจ็บบริเวณหลังมือก็ทำให้รู้ว่าคงโดนสวนน้ำเกลือไปเป็นที่เรียบร้อย

                “นึกว่าจะไม่ตื่นซะแล้ว คนเก่งของม๊า” เสียงแหบแห้งแบบคนเข้าวัยชรา พร้อมกับรอยยิ้มที่สวยที่สุดของผู้หญิงที่ลู่หานเรียกว่าแม่มาทั้งชีวิต ร่างบางยิ้มตอบเนือยๆ แม้จะรู้สึกตัวดีแล้ว แต่ทำไมเขาถึงได้ไร้เรี่ยวแรงขนาดนี้ก็ไม่รู้

 

                “เอ้ะ ม๊ามาทำไมอ่ะ” ลู่หานที่เพิ่งนึกขึ้นได้ จับมือที่กำลังลูบไล้แก้มของเขาไปมาอย่างชวนฉงน ก็แค่ท้องเสีย ถ่ายมากจนเป็นลมเข้าโรงบาล ไม่ก็อาหารเป็นพิษเท่านั้นเอง เซฮุนไม่น่าจะโทรตามม๊าให้มาถึงเกาหลีได้นี่นา

 

                “ป่ะป๊า! ด้วย”

                “พี่!

              "......." 

                “มาทำไมกันอ่ะ”

 

                “ฉันก็มานะ ลู่หาน” ลู่หานมองเมินน้องสะใภ้ไปเสียอย่างนั้นจนเจ้าตัวต้องเอ่ยปากบอก คนป่วยกวาดสายตามองคนที่เริ่มเข้ามายืนชิดติดขอบเตียงขนาดใหญ่ในห้องสูทของโรงพยาบาลระดับไฮเอนด์ เขาเอาแต่สอดส่ายสายตามองคนนั้นทีคนนี้ที เหมือนกับว่าตอนนี้เขากำลังป่วยหนัก

 

                “แล้วเซฮุนอ่ะ”

                “ไปคุยกับหมอน่ะ”

                “ผมเป็นหนักเลยเหรอ คิดว่าแค่ท้องเสียเพราะอาหารเป็นพิษเองนะ” ลู่หานบ่นทำปากบุ้ยใบ้ไปมา แค่อาหารเป็นพิษทำไมต้องทำอย่างกับเขาเป็นมะเร็งในลำไส้ใหญ่ระยะสุดท้ายไปได้

 

                เสียงเปิดประตูพร้อมกับเสียงฝีเท้าของคนที่ลุ่หานถามหาล่าสุด เซฮุนที่ดูจะมีสีหน้าเครียดกว่าเพื่อนเดินเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ ยิ่งใกล้ใบหน้าก็ยิ่งเครียด ยิ่งเครียดไอ้คนนอนบนเตียงก็ยิ่งใจไม่ดี

 

                “ทุกคนออกไปก่อนได้มั้ยครับ” เซฮุกล่าวเสียงราบเรียบ มือจับขอบกั้นเตียงจนแทบจะขึ้นข้อขาว “ขอผมคุยกับลู่หานสอง….

 

                “อ้อ ได้ๆ เอาสิ เอาเลย” อี้ฟานที่รู้สึกตัวก่อนรีบต้อนผู้คนที่เหลือที่ไม่ใช่คนไข้ออกไปจากห้อง จนตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่คนไข้กับเจ้าของไข้ที่ยืนก้มหน้าท่าทางเครียดจัด

               

                “มีอะไรงั้นเหรอ”

                “ปวดท้องอยู่รึเปล่า

                “ก็อืม ไม่นะ ปวดหลังมือมากกว่า”

                “พี่จำวันที่เราไปกินเลี้ยงบ้านพี่ชานยอลเขาได้มั้ย” ลู่หานที่รู้สึกว่าเซฮุนเป็นงานเป็นการมากเกินไปเริ่มขยับตัวจะลุกขึ้นนั่งดีๆ แต่อีกฝ่ายเบรกมือห้าม แล้วจับมือเขาเอาไว้แน่น มือหยาบกร้านสมชายชาตรีของเซฮุนกำลังเย็นเฉียบ เย็นเหมือนกับกำลังตื่นเต้นกับอะไรบางอย่าง แถมยังชื้นเหงื่อจนดูน่าขบขัน

                “อื้อ ทำไมล่ะ”

                “ตอนนั้น...พี่กินอะไรแปลกๆไปรึเปล่า

                “แต่นั่นมันก็สองอาทิตย์ได้แล้วมั้ง คงไม่เกี่ยวกับอาหารวันนั้นหรอกที่ทำให้ฉันท้องเสียอ่ะ น่าจะเพราะกับข้าวที่ฉันทำเองมากกว่านะ ว่าแต่มีอะไรเหรอ ทำไมมือเย็นแบบนี้ล่ะ” ร่างบางถามพร้อมกับเกลี่ยนิ้วไปบนหลังมือของเซฮุนเป็นการปลอบประโลม

 

                “พี่ครับ”

                “อย่ามาเรียกงั้นน่า ฉันกลัวนะเว้ย”

                “วันที่เรามีอะไรกัน พี่จำได้รึเปล่า” อืม ถามแบบนี้ถ้าตอบจำไม่ได้ก็ดูจะขัดกับใบหน้าที่เห่อร้อนไปหน่อย ลู่หานไม่ได้ตอบจริงจังด้วยน้ำเสียงฉะฉาน เขาแค่พยักหน้ารับว่า อ้อ ฉันจำได้ แถมจำได้จนฝังเข้าไปในสมองทุกครั้งที่หลับเลย ก็แค่นั้นเอง

 

                เซฮุนที่ได้คำตอบแล้ว ค่อยๆก้มลงมาจนแทบจะชิดกับแก้มเนียนที่เริ่มมีสีเลือด ร่างบางที่เอียงคอหนีด้วยความกลัวถูกรั้งคอเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหนด้วยมือหยาบกร้านของอีกฝ่าย ลมหายใจอุ่นร้อนค่อยๆเป่ารดลงข้างหูพร้อมเสียงกระซิบที่ทำเอาดวงตาคู่สวยเบิกโตเป็นไข่ห่าน

 

                คำพูดและน้ำเสียงโทนต่ำแหบๆของเซฮุนมันบาดลึกลงไปในหัวใจ มือที่เคยอุ่นเริ่มเย็นเฉียบไม่ต่างจากเซฮุน ลำคอที่เคยกลืนน้ำลายได้คล่องปรื๋อก็แห้งผากจนรู้สึกเจ็บไปหมด

 

                ไม่จริง….

              ไม่จริงใช่มั้ย..... 


                “ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยจริงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!!























_______________

อ้าว เกิดอะไรขึ้นอ่ะ 


 

 

888 ความคิดเห็น

  1. #689 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:56
    พี่ลู่ท้องหรอหื้มมมมมมมม ฟหเส้เกหกก ยาดีขนาดนั้นเลย
    #689
    0
  2. #677 pcy_kwu3008 (@pcy_kwu3008) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:04
    ลู่ท้อง????ใช่ป่ะ
    .
    .
    .ใช่มั่ยอ่ะ
    #677
    0
  3. #675 ffilhh (@ffilhh) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:08
    ลู่ท้อง???? ไช่ป้ะ
    #675
    0
  4. #674 KingDome_LenoC61 (@chanaprak_ao04) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:32
    อะไรอ่า อะไรคือไม่จิง ท้องหรอ
    #674
    0
  5. #673 #...นายน้อย...# (@cassiopeia-niine) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:43
    ลู่ท้องหรอ วันนั้นเดือนหงาย(?)พอดีนิ
    #673
    0
  6. #672 meimei17an (@meimei17an) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:46
    เป็นไรอ่ะท้องเหรอ ชานยอลยังไม่ท้องเลยนะ55555
    #672
    0
  7. #671 L.queen13 (@redqueen_w) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:36
    ไรท์คราวนี้อย่าหายไปนานน้าา เสี่ยวลู่เป็นอะไรอะ นี่เดาไปร้อยแปดพันอย่างแล้วว ฮืออ
    #671
    0
  8. #670 ttbluewp (@ttbluemtr) (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:33
    เกิดอะไรกับพี่ลู่ ลุ้นนนนนนนอ้ะ
    #670
    0