HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 51 : [SS2] ตอนที่ 6 งานใหม่และงานเลี้ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    18 ก.พ. 60

 

SS2 CH06

 

 

 

                “วันนี้ จะไปสมัครงานเหรอ”

 

                   “อืมอยู่เฉยๆไม่ได้หรอก โตแล้ว”

 

                     น่ะ….แว้งมากัดกูอีก

 

 

               ลู่หานที่ฉีกยิ้มประจบ รีบยื่นเสื้อสูทสีดำแบบเป็นทางการให้กับเซฮุนเอาไปใส่เพื่อตัดบทสนทนาที่จะแว้งมาทำร้ายตัวเขาลงลุ่หานที่ยืนมองดูเซฮุนกลัดกระดุมข้อมือเม็ดสุดท้ายเสร็จรีบส่งยิ้มผ่านกระจกเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาด้วยแบบพอดิบพอดี

“มีอะไรงั้นเหรอ

 

“อือ เปล่า แค่เห็นนายใส่สูทแล้วดูดีเชียว” ลู่หานชมจากใจจริง เพราะด้วยความที่กลับมาอยู่โซลนาน จากผิวสีน้ำผึ้งแทนสวยกับกล้ามเป็นมัดๆก็เริ่มจะแปรสภาพเป็นผิวเหลืองซีดตามแบบฉบับพันธุกรรมของคนขาวและกล้ามสวยพองามแบบคนที่ไม่ได้ออกแรงกำลังมากมาย แต่นั่นทำให้เวลาที่เซฮุนใส่สูทมันช่างขลับผิวให้ดูดีจนไม่อาจละสายตาได้เลยจริงๆ  

 

                พอแต่งตัวเสร็จก็ออกมานั่งกินข้าวที่โต๊ะในห้องครัวที่กั้นเอาไว้ระหว่างห้องรับแขก ความจริงแล้วเซฮุนก็ไม่ได้คิดอยากจะออกไปหางานทำนัก เพราะยังคงติดเรื่องถ่ายแบบที่มีเข้ามาเรื่อยๆแบบแล้วแต่ใครจะจ้าง แต่พอเห็นรายจ่ายของเดือนนี้ที่พุ่งพรวดเพราะเอาแต่อยู่บ้านกันก็ทำให้เซฮุนนิ่งนอนใจไม่ได้

 

                ประจวบเหมาะกับที่ว่าเซฮุนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนพี่ชายของเขาที่ชื่อเทา บอกว่าคนขาดอยากให้เซฮุนมาลองสมัครดู แต่ก็นั่นล่ะแม้จะเป็นเส้นสายของพี่อย่างที่รู้ๆ แต่ก็ใช่ว่ารายนั้นจะไม่คัดคน ยิ่งเป็นพี่เทาด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง กว่าจะรับคนสักทีก็เลือกแล้วเลือกอีกจนคนเก่งๆหลุดมือไป เซฮุนเลยไม่คิดจะนั่งนิ่งรีรอ เลยตอบตกลงไปและพร้อมจะเข้าสัมภาษณ์ในสายวันนี้ 

 

                “วันนี้จะกลับกี่โมงอ่ะ ถ้ากลับเย็นจะได้เตรียมกับข้าวไว้ให้”

 

                “พี่ชานยอลโทรมาบอกว่าวันนี้ให้ไปกินข้าวที่บ้าน” เซฮุนตอบเสียงราบเรียบในขณะที่ลู่หานได้แต่กรอกตาหลุกหลิกไปมาด้านบน เขาล่ะลืมไปเลยว่าวันนี้มันวันคืนเดือนหงายวันนัดแนะกิจกรรมสันทนาการระหว่างสองผัวเมียนั่น แต่เอาเถอะ ถือว่าสบายท้องไปมื้อหนึ่งล่ะนะ ไม่ต้องล้างจานเอง ไม่ต้องเสียค่ากับข้าวอีก สบายใจดีจะตาย

 

                “โอเค งั้นวันนี้นายเอารถไปนะ เดี๋ยวฉันขึ้นแท๊กซี่ไปเอง”

 

                “ทำไมล่ะ”  เซฮุนเงยหน้าขึ้นมองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มเก็บจานชามของตัวเองไปไว้ในอ่างล้างจาน

 

                “ก็ มีธุระนิดหน่อย แล้วเผื่อนายกลับช้าด้วย” ปัดป่ายไปด้วยความไม่อยากจะพูดความจริง ว่าพี่ชายมันไหว้วานให้เขาไปซื้อของบางอย่างที่ออกจะติดเรทสิบแปดบวกไปเสียหน่อย 

 

                “แค่ไปสัมภาษณ์งาน เขาคงไม่รับทำงานหรอก.....แปบเดียวก็กลับ" เซฮุนที่ไม่ได้ตั้งความหวังกับการสัมภาษณ์งานครั้งนี้เอาไว้ว่าจะได้งาน ตอบ เพราะยังไงก็คงจะเสร็จก่อนบ่าย เหลือเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะไปบ้านพี่ชาย

 

                “ไม่! เออ คือ ไม่เป็นไร”

 

                “อย่าพูดมาก ไว้สัมภาษณ์เสร็จแล้วจะมารับ ผมไปก่อนนะ” เซฮุนยังคงพูดน้อยต่อยหนักไม่เปลี่ยน แถมใบหน้านิ่งๆกับสายตาดุๆนั่นก็ทำเอาลู่หานไม่กล้าปฏิเสธนอกจากฉีกยิ้มกว้างๆส่งเสียงจ้าอย่างกับนกตัวจ้อยร้องขัน แล้วโบกมืออำลาให้ด้วยความรู้สึกจำยอม

 

                “ให้ตายเถอะ ทำไมถึงได้น่ากลัวงี้นะ” ถอนหายใจใส่บานประตูเสร็จก็รีบจัดการเก็บโต๊ะกับข้าว พอเสร็จเเล้วก็วิ่งปรู๊ดเข้าห้องนอนไปหยิบกระเป๋าตังกับเสื้อแจ็คเก็ต ถ้าเกิดว่าเขาไม่ออกไปซื้อตอนนี้ มีหวังถ้าเซฮุนกลับมาล่ะก็ ได้ทำหน้าแปลกๆใส่กับของที่เขาซื้อแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เซฮุนที่ออกจากบ้านมารอเวลาสัมภาษณ์เกือบครึ่งชั่วโมงนั่งนิ่งเงียบไม่ได้พูดจากับใคร แม้แต่ผู้สมัครที่มีทั้งอายุอ่อนกว่าและแก่กว่า บางคนที่เอาแต่คุยโม้นั่นนี่ไปเรื่อยว่าแก่ประสบการณ์โชกโชนงานมานักต่อนัก ก็เอาแต่พยายามจ้องสายตาของเขาเพื่อหาเรื่องพูดคุยตีสนิทด้วย แต่เซฮุนก็ไม่ได้สนใจ เขายังคงนั่งไขว่ห้างกอดอก ตั้งใจรอไปเงียบๆ 

ระยะเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่ทำเอาเซฮุนประสาทแทบเสีย แต่เวลารอคอยก็สิ้นสุดลงเมื่อ ผู้ชายตัวสูงโปร่งในชุดไปรเวทธรรมดาแบบกางเกงยีนสีเข้มกับเสื้อยืดคอโปโลสีดำเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

 

                รอยยิ้มแบบคนจีนทั่วไปกำลังส่งมายังที่ ที่เขานั่งอยู่ ผู้ชายที่ชื่อจื่อ เทา ที่เขาเคยเห็นตอนไปบ้านหม่าม๊าไม่กี่ครั้งกำลังเดินเลยเขาเข้าไปในห้องทำงานที่ถูกจัดเอาไว้เป็นห้องสัมภาษณ์ถ้าเขานึกไว่้ในตอนแรก เซฮุนมองตามไม่วางตา ก่อนจะสะดุดลงกับผู้หญิงรูปร่างเล็กมัดหางม้าสูงๆ ที่กำลังเดินถือแฟ้มเอกสารโผล่มาจากมุมตึกทำท่าจะเข้าไปด้านใน 

 

                เธอมองมาที่เขาไม่วางตาเช่นกัน

 

                “เชิญผู้เข้าสัมภาษณ์ค่ะ คุณ โอ เซฮุน” เสียงร้องเรียกจากเลขาสาวสวยที่โผล่หน้าออกมาจากห้องทำให้ เซฮุนต้องเลิกจดจ้องเธอ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่สายตาก็ยังคงหันไปสบกับเจ้าหล่อนที่กำลังยืนฉีกยิ้มเชิญชวนให้เขาเข้าไปในห้องด้วยกันอีกครั้ง

 

                “ไม่เจอกันนานนะคะ สบายดีรึเปล่า”

 

                “………” เซฮุนไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับไป นอกจากมองเมินเธอแล้วผลักบานประตูสีขุ่นค้างเอาไว้ เขายังคงเหลือบหางตาไปมองเธอเป็นระยะ ก่อนที่จะพบว่าเธอยังคงยืนส่งยิ้มมาให้เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

                “เชิญครับ….

 

                “อ้อ ขอบคุณค่ะ”

               

                เซฮุนเข้ามายืนในห้องสี่เหลี่ยมโล่งๆเมื่อหญิงสาวที่ยื้อๆยักๆหน้าบานประตูเข้าไปเรียบร้อยแล้ว เจ้าหล่อนเดินสับขาเร็วๆไปชิดขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่สีดำสนิททักทายเจ้าของโต๊ะที่นั่งอยู่ด้านหลัง ก่อนที่แฟ้มเอกสารจะถูกวางลงบนโต๊ะ

 

                “ทำงานเร็วสมกับเป็นมือหนึ่งของที่นี้เลยนะ”

 

                “แหม ไม่หรอกคะ คุณเทาก็ชมลินเกินไป” หญิงสาวช่างจ้อพูดเสียงใส จนหัวหน้าไม่อาจจะกลั้นเสียงหัวเราะออกมาได้ เจ้าหล่อนขยับตัวอออกห่างขอบโต๊ะแล้วยืนฉีกยิ้มรอเวลาที่เจ้านายของเธอจะเซ็นเอกสารอนุมัติใบนั้นเสร็จ 

 

                “โอ้วว จริงสิ นี่ลูกน้องใหม่ของลินดานะ ชื่อ เซฮุน” เซฮุนที่ยังยืนอยู่ที่เก่าขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อได้ยินอีกฝ่ายแนะนำเขาอย่างเป็นทางการเช่นนั้น เจ้าหล่อนหันมามองแล้วฉีกยิ้มกว้างออกไปอีกจนเห็นไรฟันขาวแทบจะครบทุกซี่ เซฮุนแนะนำตัวพร้อมกับค้อมหัวให้เล็กน้อยเป็นมารยาท ส่วนเธอก็พยักหน้าด้วยท่าทางมาดมั่นตอบกลับมาช้าๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เซฮุนแล้วตบไปที่แขนแกร่งเบาๆสามสี่ที

 

                “ฉันรู้จักเขาค่ะ ช่วงนี้ลู่หานสบายดีมั้ย” รอยยิ้มใสซื่อกระตุกเหยียดตรงมุมปาก  จนคิ้วชายหนุ่มกระตุกถี่ยิบเหมือนกำลังได้กลิ่นของความไม่ชอบมาพากล เมื่อเจ้าหล่อนเอ่ยถึงชื่อคนรักเก่าออกมาเหมือนกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เซฮุนที่ไม่ได้ตอบอะไรออกไปขยับตัวออกห่างเพื่อเว้นระยะให้เธออย่างสุภาพ

 

                “งั้นเดี๋ยว ฉันขอคุยกับเซฮุนก่อนนะ ลินดาไปเตรียมตัวออกไซส์งานได้แล้ว!” เทายื่นเเฟ้มสีเขียวให้ พร้อมกับออกคำสั่งบางอย่างกับเลขาส่วนตัวสักพักจากนั้นจึงหันมาไล่หยิงสาวที่ยังยืนกอดแฟ้มเอกสารเอาไว้ 

 

                “คร้า เจ้านาย”

 

 

                พอประตูห้องปิดลงพร้อมกับเลขาคนสนิทที่เดินนำออกไปด้วยแล้ว ทั้งห้องจึงเหลือเพียงเซฮุนและเทา ที่ยังคงหมางเมินใส่กันเพราะความไม่สนิท ชายหนุ่มนั่งลงตรงเก้าอี้หน้าผู้บริหาร สายตานิ่งเรียบจับจ้องมองของบนโต๊ะเพื่อฆ่าเวลารอการเปิดบทสนทนาของคนตรงหน้า

 

                “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัวของเรานะ….เธอชื่อ เซฮุนใช่มั้ย”

 

                “ครอบครัว?

               

                “ฮ่าๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันหมายถึงฉันจะรับเธอเข้าทำงาน ในตำแหน่งวิศวกรผังโครงสร้าง เห็นว่าจบด้วยเกรดเฉลี่ยยอดเยี่ยม แถมยังได้ฝึกงานกับบริษัทข้ามชาติด้วยแบบนี้ไม่รับไม่ได้แล้วล่ะ”

 

                “พี่คริสฝากผมเข้าทำงานเหรอครับ”  เซฮุนไม่จำเป็นต้องมานั่งดูละครลิงตรงหน้าให้เสียสุขภาพจิต เขารู้หรอกว่าที่อีกฝ่ายรับเขาเข้าทำงานง่ายดายแบบนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนขอร้อง ก็ต้องเป็นเพราะเพื่อนบังคับขู่เข็ญมาแน่ๆ

 

                “เปล่าน่ะ อาจารย์มหาลัยแนะนำเธอมาต่างหาก” เซฮุนกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายในท่าทางกวนอารมณ์ของคนที่เป็นถึงผู้บริหารบริษัท เทาหัวเราะออกมาน้อยๆ เมื่อเห็นท่าทางปุเลี่ยนๆของน้องชายเพื่อน

                “แล้วคนที่อยู่ข้างนอกนั่นล่ะครับ”

 

                “ฉันให้เลขาบอกให้กลับไปแล้วล่ะ”

 

                “ผมเริ่มงานได้เมื่อไหร่ครับ”

 

                “แหมะ คนหนุ่มคนสาวนี่มันไฟแรงจริงๆ งั้นก็เอาเป็นวันนี้เลยสิ…..อ้อ กลับไปเปลี่ยนเสื้อที่บ้านก่อนก็ได้นะวันนี้เราจะลงไซส์งานกัน” ชายหนุ่มชาวจีนผิวแทนยังคงยิ้มหน้าตาระรื่นในขณะที่บอกให้ลูกน้องหมาดๆกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดที่ดูทะมัดทะแมงกว่านี้ ส่วนเซฮุนที่ไม่ได้ต้องการขัดแย้งใดๆ ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถอดเสื้อสูทสีดำด้านนอกออกแล้วพาดมันไว้บนแขนแข็งแกร่งของตัวเอง

 

                “ไม่ต้องหรอกครับ เสียเวลาเปล่า ผมทำงานชุดนี้ได้”

 

 

 

 







+++++++++++++++++ 

                “เซฮุนบอกกำลังขับรถมาน่ะ เห็นว่าวันนี้ทำงานวันแรก อาเทาเล่นซะอ่วมเลยล่ะ” ชานยอลที่เพิ่งวางสายจากน้องชายยิ้มแก้มแทบแตก ดีอกดีใจจนหน้าบานที่น้องชายมีหน้าที่การงานดี ดีมากกว่าการเป็นนายแบบ เป็นไม้แขวนเสื้อมีชีวิตที่ไม่มีรากฐานอะไรประกันได้ว่าชีวิตจะมั่นคงโดยเฉพาะหากว่าต้องทำอาชีพนั้นแล้วหาเลี้ยงเจ้าปลิงตัวอ้วนที่กำลังยกไก่เข้ามาวางบนโต๊ะพอดิบพอดี

                  

                  ชานยอลหุบยิ้มฉับเมื่อพ่อคนว่างงานที่มาช่วยเตรียมอาหารตั้งแต่ช่วงบ่ายเดินถือถาดไก่ย่างออกมาวางที่โต๊ะกินข้าวกลางสวนหย่อมเล็กๆบนดาดฟ้าเพ้นท์เฮาส์ เห็นหน้าคุณหนูๆแล้วมันอยากจะแขวะจะแซะจนห้ามไม่อยู่ เผลออ้าปากเปิดประเด็นปะทะคารมออกไปทันที ที่ลู่หานสบตากับเขา 

 

                “แล้วนี่ล่ะเมื่อไหร่จะไปทำงาน นายจะเกาะน้องชายฉันไปตลอดไม่ได้นะ ที่น้องชายฉันต้องไปทำงานก็เพราะค่าใช้จ่ายในบ้านเพิ่มขึ้น แล้วไม่ต้องให้บอกนะว่าเพิ่มขึ้นเพราะใคร”

 

                “มีอารมณ์เมื่อไหร่ก็ทำเองนั่นล่ะ” ลู่หานที่ไม่ได้สนกับคำนำหน้าตามลำดับขั้นอาวุโสมานานแล้ว ตอบเสียงเนือยๆอย่างไม่ใส่ใจ เวลาที่เซฮุนออกไปทำงานแล้วเขาต้องเจอกับชานยอล เขาก็ต้องมานั่งลับฝีปากกับหมอนี่เสมอ เหมือนเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวันไปแล้ว

 

                “เอาน่าๆ ให้ลู่หานเป็นพ่อบ้านพ่อเรือนของเซฮุนไปก็ดีไปอีกแบบนะ” อี้ฟานที่เดินเข้ามาสมทบวางถ้วยแกงลงแล้วตะปบมือไปบนไหล่ของน้องชายเป็นการให้กำลังใจ 

               

                “คนใช้น่ะสิไม่ว่า” ชานยอลสวนสามีเข้าให้แล้วเบ้ปาก ความจริงก็แค่แอบเคืองลู่หานนิดหน่อยที่เอาแต่เกาะเซฮุนทั้งที่ตัวเองก็มีกำลังพอจะทำงาน แต่ถ้าให้คิดดูอีกที คนที่จะอยู่กับเซฮุนได้ก็มีแต่ลู่หานคนเดียวนี่ล่ะ แถมรายนั้นก็ไม่ยอมปริปากพูดหรือไล่จริงๆจังๆให้ลู่หานไปทำงานสักที ไอ้ปลิงตัวนี้มันถึงได้อ้วนเอาๆ 

 

                “แล้วของที่ฉันฝากซื้อล่ะ”

                “ในห้องนอนใหญ่ไง หัดไปดูซะบ้าง ตัวเองเป็นคนบอกให้เอาไว้แท้ๆ” ลู่หานที่เหลืออด ตะเบ็งเสียงใส่แล้วเริ่มวางช้อนส้อมลงบนโต๊ะเสียงดังตามแรงอารมณ์ที่สูงขึ้น สายตาก็พร้อมจะเชือดเฉือนและปะทะคารมกับชานยอลได้ทุกเมื่อ แต่คราวนี้ลู่หานดูจะโชคดีหน่อยที่หมอนั่นยังพอมีความรู้สึกสำนึกบุญคุณอยู่บ้างด้วยการกล่าวคำขอบคุณเสียงห้วนๆแล้วเดินสะบัดก้นหายเข้าไปยังตัวบ้าน

 

                 “พี่เอาคนแบบนั้นเป็นเมียได้ไง สวยก็เท่านั้น ปากร้ายอย่างกับผีเจาะปากมาพูด วันๆเห็นเอาแต่ข่มแต่จิกหัวใช้พี่ อารมณ์ก็ยิ่งกว่าผู้หญิงมีรอบเดือน ผมถามหน่อยเถอะทนไปได้ไงเป็นสิบๆปี พี่ไม่สนสาวเอ๊าะๆตามบาร์ตามอ่างบ้างเหรอ ที่เอ๊าะกว่าสวยกว่าแถมมีนมให้บีบเยอะกว่าด้วย” ว่าแล้วก็ทำมือรองใต้อกตัวเองเป็นภาพประกอบ  

 

                “จุๆ อย่าพูดดังแถวนี้ติดกล้อง” ลู่หานที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบสอดส่ายสายตามองหา แต่กลับกลายเป็นว่าถูกพี่ชายต้มเสียจนเปื่อย

 

                “เหอะ”

 

                “ชานยอลเขาก็น่ารักดี แต่แค่ไม่น่ารักกับแกเท่านั้นล่ะไอ้หาญ”

 

                “อ๋อ หลงเมีย” ลู่หานพยักหน้าช้าๆตอบตัวเองตามความเข้าใจ แล้วก้มหน้าก้มตาจัดโต๊ะต่อ ให้ตายเถอะ เขาก็ไม่น่าจะไปถามคำถามโง่ๆกับคนหลงเมียหัวปักหัวปำอย่างพี่ชายตัวเองเลย

 

 



 

                โต๊ะอาหารตัวยาวถูกจัดวางไปด้วยถ้วยชามใส่อาหารเต็มเอี๊ยด พร้อมด้วยโต๊ะตัวเล็กๆที่วางลำโพงขยายเสียงเอาไว้ ส่วนเพลงที่เปิดคลอก็ช่างเข้ากับบรรยากาศช่วงโพล้เพล้ที่แสนโรแมนติก จนสองผัวเมียต้องแอบไปยืนจิบไวน์อยู่อีกมุมหนึ่งของดาดฟ้าเพื่อฆ่าเวลา ส่วนลู่หานที่ทำได้แค่นั่งจ๋องปัดนิ้วเลื่อนจอไปทางซ้ายทีขวาที ก็เริ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ 

                  ให้ตายเถอะ เมื่อไหร่เซฮุนจะมา.... 


 

                “ฉันลงไปเปิดประตูให้สองคนนั้นก่อนนะ” ลู่หานที่นั่งเบื่อๆรอเวลากินข้าวรีบตะโกนออกไปทันที เมื่อรู้สึกว่าบรรยากาสสีชมพูกำลังลอยฟุ้งบดบังอากาศหายใจของเขา ยังไงเสียเขาก็ต้องลงไปรอเปิดประตูให้สองคนนั้นอยู่เเล้ว จะลงช้าลงเร็วค่าก็เท่ากัน  ลู่หานที่ป้องปากตะโกนบอกสองผัวเมียที่กางบาเรียกั้นเสียงและคนภายนอกเอาไว้อย่างเต็มรูปแบบอีกรอบเริ่มหน้าบูดหนักเพราะเหมือนกับว่าสองผัวเมียตั้งใจเมินเขาจนดูหน้าหมันไส้ จนแล้วจนรอดเสียงของเขาก็ไม่สามารถทะลุผ่านบาเรียสีชมพูฟุ้งเข้าไปได้ สิ่งที่พอจะทำได้คือมองแรงแล้วกรอกตาบนใส่

 

                จะทำอะไรก็เกรงใจน้องบ้างเถอะ ไม่ก็ลงไปเปิดห้องนอนคุยกันไปเลยก็ได้ ข้าวปลาไม่ต้องกินมันละ

 

 

                ลู่หานที่ถูกลดลำดับความสำคัญ เดินย้ำเท้าปึงปังไปนั่งโซฟาที่ห้องรับแขก เขานั่งรออยู่ไม่กี่นาทีเสียงกดออดจาดหน้าประตูก็ดังขึ้ย ลู่หานที่รู้สึกดีด้าเป็นปลาได้น้ำรีบโดดผึงไปเปิดประตูให้กับสองหนุ่มที่เพิ่งกลับจากการทำงานข้างนอก เสียงทักทายยังคงดังมาจากพี่เทาก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนเซฮุนก็ตามแบบฉบับตัวเองคือ ไม่พูดไม่จาไม่มองหน้า เดินเข้าบ้านได้ก็จ้ำอ้าวตรงดิ่งขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้า

 

                “หน้านายดูเหนื่อยๆนะลู่หาน”

                “แหงดิพี่เทา" บ่นออกไปด้วยใบหน้างอง้ำ  "….ว่าแต่งานวันนี้เป็นไง เซฮุนเขาทำได้ป่ะ” ลู่หานที่ถูกปล่อยลอยคออยู่กับพี่เทาสองคน เลือกที่จะเดินทอดน่องช้าๆไปตามทางเดินในเพ้นท์เฮาส์แล้วเริ่มถามถึงงานแรกของเซฮุน แต่เจ้าของบริษัทกลับฉีกยิ้มกว้าง วาดแขนวางบนไหล่ของเพื่อนน้องชาย ที่เปรียบเสมือนน้องแท้ๆของตัวเองอย่างผ่อนคลาย

 

                “เซฮุนน่ะทำงานดี ดีเหมือนกับว่าทำมันมาเป็นสิบๆปี แต่ลูกน้องสาวๆของพี่นี่สิ แทบจะไม่เป็นอันทำงาน ขนาดว่าพาออกไซส์งานข้างนอก งานก็ยังแทบไม่เดิน พี่เลยไล่เซฮุนไปแบกปูนช่วยคนงานแทน”

 

                “ห๋า แบกปูน! ทำไมครับ ช่วยขยายความหน่อยสิครับ เซฮุนทำผิดอะไร”

 

                “ผิดที่หล่อ”

                “หืม?....” เหมือนมีนกร้อยตัวบินผ่านหัวไป พร้อมกับความว่างเปล่า ขาที่กำลังจะก้าวขึ้นบันไดตรงดิ่งสู่ดาดฟ้าชะงักกึก ใบหน้ามีแต่ร่องรอยของเครื่องหมายคำถาม แต่พี่เทาก็ยังคงพยักหน้ายิ้มๆ เป็นการยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูด

 

                กว่าจะเดินขึ้นบันไดมายังดาดฟ้าได้ เสียงหัวเราะก็ดังกระหึ่มมาก่อนจนคนที่นั่งอยู่แล้วได้แต่คิ้วกระตุกยิกๆ ความจริงแล้วเขาอยากจะกลับบ้านไปอาบน้ำก่อนมาเสียด้วยซ้ำ แต่พอรู้ว่าหัวหน้าจะขอติดรถมาด้วยก็เลยจำใจต้องขับรถมาที่นี้ก่อนอย่างเสียมิได้

 

                เซฮุนที่นั่งตาขวางอยู่  มองตามร่างบางที่เข้ามานั่งติดชิดแบบไม่มีช่วงไฟว่างให้ว่างมือสะดวก ส่วนหัวหน้าของเขา คุณเทาที่มีศักดิ์เป็นเพื่อนของพี่เขยก็นั่งลงตรงฝั่งตรงข้ามลู่หาน ทั้งคู่เอาแต่พูดกันเป็นต่อยหอยอย่างกับว่าเพิ่งได้เจอกันเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี พูดนู้นถามนี่และส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเที่ยวแทบจะทั้งหมด

 

                มื้ออาหารดำเนินไปอย่างที่เซฮุนไม่คิดจะสนใจกับสภาพแวดล้อมบนโต๊ะอาหารนัก เขาทำเพียงแค่พยักหน้ารับบ้างและขานเสียงต่ำๆออกไปเมื่อถูกพาดพิงหรือมีชื่ออยู่ในบทสนทนา และพอทานเสร็จก็นั่งจิบเบียร์เย็นๆไปพลางๆฆ่าเวลากลับบ้าน

 

                จนในที่สุดมื้ออาหารก็จบลงที่เวลาเกือบสามทุ่ม อาหารมากมายถูกยกไปเก็บไว้ในห้องครัวด้วยฝีมือของลู่หานและพ่อบ้านอย่างพี่อี้ฟาน ส่วนพวกขี้เกียจตัวเป็นขนอย่างพวกเขาสามคน ก็เอาแต่นั่งจิบเบียร์ชิลล์ๆกันไปไม่ทุกข์ร้อน

 

                “อ้า! ต้องไปชงชาก่อนล่ะ เดี๋ยวมานะ” ชานยอลที่เหมือนจะเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้รีบดีดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก้าวสวบๆเข้าตัวบ้านไป โดยที่ปล่อยให้ลูกน้องและหัวหน้าหมาดๆนั่งต่อบทสนทนากันไม่ติด

 

                “เบียร์จะหมดแล้ว ลงไปเอาให้ทีสิ ได้มั้ย” ชายหนุ่มร่างสูงยกขวดเบียร์ขึ้นโบกไปมาประกอบ เขาที่ไม่มีทางจะปฏิเสธเลยขานรับสั้นๆแล้วลุกขึ้น โดยไม่ลืมหยิบฉวยขวดเบียร์ของตัวเองติดมือตามไปด้วย

 

                เซฮุนที่กำลังเดินทอดน่องลงมายังห้องครัวหยุดชะงักตรงบานประตูที่เชื่อมต่อกันระหว่างห้องครัวและทางเดิน เมื่อเขาได้ยินเสียงของสองพี่น้องพูดคุยกัน

 

                “ไม่คิดจะลองหน่อยเหรอ ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้กันแล้ว”

                “ลองอะไรพี่

                “ยาเสริมสมรรถนะไง เผื่อแกกับ

                “ไม่พี่ไม่เอา”

                “ทำไมวะ”

                “แค่จูบยังไม่มีเลยพี่ ถ้ากินเข้าไปมีหวังผมได้ช่วยตัวเองจนเมื่อยมือแน่ๆ”

 

                “เอ้า มายืนไรตรงนี้ล่ะ”

 

                สองพี่น้องที่กำลังคุยกันอยู่เงียบเสียงลงชะเง้อหัวออกมาดูตามเสียงของชานยอล ก็พบว่าเซฮุนกำลังยืนหน้านิ่งเรียบไม่แสดงท่าทีอะไรนอกจาก ขยับขาก้าวเดินผ่านร่างบางไปเปิดตู้เย็น แล้วหยิบขวดเบียร์ออกมาสี่ห้าขวดจนแทบจะถือเอาไว้ไม่ไหว

 

                “หัวหน้าให้มาเอาเบียร์”

 

 

               

                พอเริ่มดึกเพลงบรรยากาศดีก็ถูกเปลี่ยนเป็นจังหวะบีทที่แน่นขึ้น เวลาของปาร์ตี้เพราะแอลกอฮอลล์ที่เข้าสู่ร่างกายทำให้บทสนทนาร่างหนุ่มๆดูจะล่อแหลมขึ้น โดยเฉพาะกับสองสามีภรรยาที่เริ่มจะพูดแต่เรื่องใต้สะดือปลุกเร้าตัวเองก่อนที่จะรับศึกหนักในคืนนี้

 

                ส่วนเซฮุนที่ไม่คิดจะอยู่ร่วมวงสนทนาลุกขึ้นเดินออกไปสูดอากาศพร้อมกับเบียร์ขวดที่หกในมือ โดยที่เขาไม่ลืมที่จะบอกว่าเริ่มเมาแล้วและต้องการสูดอากาศเย็นๆให้สร่างเมา

 

                “ดูพระจันทร์วันนี้สิ สวยเนอะ” เสียงทุ้มต่ำติดจะหวานนิดๆเอ่ย เซฮุนที่หันไปมองคนข้างตัวแล้วเงยหน้าขึ้นมองตามที่อีกฝ่ายชี้ คืนเดือนหงายที่มักจะทำให้ท้องทะเลสว่างจนมองเห็นแสงกระทบกับผิวน้ำ แถมวันนี้ยังดูใหญ่มากเป็นพิเศษจนอดไม่ได้ที่จะล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงออกมาถ่ายภาพเก็บเอาไว้

 

                รวมถึงคนข้างๆด้วย

 

                “เห้ย ถ่ายฉันทำไมเนี่ย”

                “หน้าพี่เหมือนพระจันทร์เลย…..กลมกิ้กเชียว”

 

                “ก่ะ แกเมาแล้ว เอามานี่เลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ทำงานไม่ได้นะ” ลู่หานที่รู้สึกว่าหน้ากำลังร้อนผ่าวกับคำว่าพี่บวกคอมโบกับสายตาหวานฉ่ำสุดเซกซี่จนต้องแย่งขวดเบียร์ในมือเซฮุนมาถือเอาไว้ เพราะไม่ได้ดื่มนานมากทำให้ไม่สามารถดื่มได้เยอะๆเหมือนเมื่อก่อน แถมไอ้เบียร์พวกนี้ก็ยิ่งเมาเร็วมากกว่าเหล้าหรือโซจูเกือบเท่าตัว

 

                เอาน่ะไอ้หาน ที่เด็กมันพูดก็เพราะมันเมา…..อย่าคิดมาก

 

                “ไม่ได้เมามากถึงกับไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไปหรอก” พูดอย่างกับมันมานั่งกลางใจว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ลู่หานสะบัดหน้าหนีความเขินอายจากสายตาเจ้าชู้ประตูดินของไอ้เด็กเมื่อวานซืนทันที ให้ตายเถอะร้อยวันพันปีมันเคยทำสายตาใส่เขาแบบนี้เสียที่ไหน ถ้าไม่นิ่งใส่ก็ชอบตวัดหางตาออกแนวรำคาญใส่ซะมากกว่า

 

                สายตาหื่นกาม เจ้าเล่ห์ และอันตราย….

                สายตาของ ปาร์ค เซฮุน คนเก่าอย่างไงอย่างงั้น

 

                “กลับบ้านกันเถอะ แกเมามากละ”  ลู่หานจับหมับเข้าที่ข้อแขนของเซฮุนแล้วพาลากเข้าไปหาพวกที่นั่งซดเบียร์กันเป็นน้ำเปล่าอยู่ที่โต๊ะตัวเดิม

 

                “กลับก่อนนะ เซฮุนเมามากละ”

                “เมาก็นอนพักที่นี้ก็ได้”

                “ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมขับกลับเอง พี่ผมยืมรถคันนึงสิ แล้วเดี๋ยวรถของเซฮุนก็ให้พี่เทาขับกลับ” ลู่หานที่ยืนเจรจาอยู่นานพอได้ข้อตกลงตามที่ตัวเองเสนอเรียบร้อยแล้ว ก็รีบรับกุญแจรถของพี่ชายมาไว้ในมือ เอ่ยล่ำลาไม่กี่คำก็รีบพาคนเมาลงมาจากเพ้นท์เฮาส์ ตรงดิ่งสู่ชั้นจอดรถประจำของพี่ชาย เพื่อหารถซีดานคู่ใจของมันที่จอดอยู่ช่องไหนสักช่องให้เร็วที่สุด

 

                “ผมไม่ได้เมานะ”

                “แค่เดินยังจะล้ม หุบปากไปเหอะ” ลู่หานที่สวนกลับไปทันที ชะเง้อคอมอง หาคันที่ต้องการ พอเจอแล้วก็รีบลาก บวกจูงเซฮุนที่เอาแต่อิดออดทอดน่อง เข้าไปหารถซีดานสีขาวติดฟิล์มมืด จากนั้นจึงจัดแจงยัดคนเมาตาปรือ เข้าไปนั่งข้างใน

 

                อย่างกับแบกอิฐแบกปูนใส่รถคนบ้าอะไรหนักชิบหาย

 

                ถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วก็รีบอ้อมตัวไปยังฝั่งคนขับ

               

 

“เปิดแอร์ให้ผมหน่อย” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าขาดห่วงเมื่อเอ่ยขอสิ่งที่ต้องการ ลู่หานไม่ได้คิดจะปฏิเสธแม้แต่น้อย ร่างบางเอื้อมมือไปเร่งแอร์ให้เย็นขึ้น ในขณะที่คนเริ่มเอนเบาะหนังสีครีมลง

 

แล้วปลดกระดุมที่ติดอยู่เม็ดบนสุดออกทีละเม็ดจนถึงกลางอก

 

                “แกจะทำอะไรน่ะ!” ลู่หานที่เห็นว่าเซฮุนกำลังจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออก ก็รีบยื้อยุดฉุดกระชากแขนแกร่ง แล้วติดกระดุมกลับเข้าไป แต่แล้วจนรอดเขาก็ติดกลับเข้าไปได้แค่หนึ่งเม็ดกับอีกครึ่งหนึ่ง

                “พี่….ไม่เคยได้จูบจากผมเลยไม่ใช่เหรอไง”

                “………

                “จูบผมสิ”

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #688 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:23
    อหหหหหหห เซฮุนนนน แกอารมณ์ไหนวะ อยู่ๆ จะมาอ่อยพี่ลู่แบบนี้ไม่ด้ายยยยยย
    #688
    0
  2. #668 C_Baek.k (@few-exo77) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:20
    สงสารพี่ลู่อ่ะ T^T
    #668
    0
  3. #667 L.queen13 (@redqueen_w) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:08
    เมาแล้วบ้าหรือไงฮุน แต่ไม่อยากให้มีอะไรตอนนี้อะ ไม่งั้นลู่หานตัดใจม่ายได้แน่ๆ ขนาดฮุนสะบัดทุกทางมันยังไม่ไปเลย ความรักที่ฮุนรักแบคมันชัดเจนจนอยากให้ลู่มีผู้ชายที่รักลู่เหมือนฮุนรักแบคมาแทนอะ
    #667
    0
  4. #666 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:39
    เฮ้ยยยยย เซฮุนนนนนน เมาแล้วเปลี่ยนไปงี้พี่หานน่าจะจับมอมนานแล้วนะ 5555555555
    #666
    0
  5. #664 Seluhh (@1465) (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:39
    กรี๊ดดดดด จูบเลยยยยยย
    #664
    0