HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 50 : [SS2] ตอนที่ 5 ค้างคืน ชา และยาผีบอก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.พ. 60


SS2 CH05

 

  

                วันพักผ่อนแสนสบายจบลงเมื่อพวกเขาต้องจำทิ้งรถโฟร์วิวคู่ใจเอาไว้ตั้งแต่เช้าที่ออกจากโฮมสเตย์แล้วตัดสินใจล่องแพไปตามน้ำเพื่อ เดินทางขึ้นวัดที่อยู่ในหุบเขาตามเป้าหมาย  

 

                อี้ฟานและลู่หาน สองพี่น้องที่ชอบการผจญภัยเป็นชีวิตจิตใจ ต่างตื่นตากับธรรมชาติสองข้างทางที่มีแต่ป่าเขาลำเนาสน ส่วนสองพี่น้องที่ออกจะติดหรูติดบ้านอย่างชานยอลและเซฮุนก็ได้แต่นั่งหน้าบูดเอามือเกลี่ยน้ำเย็นๆไปอย่างช่วยไม่ได้

 

                “ดูนั่นสิเซฮุน” ลู่หานที่เพิ่งหันมาสังเกตว่าน้องชายที่รักกำลังไม่สบอารมณ์ก็เลยชี้ชวนดูนกบนกิ่งไม้ไกลๆ อีกฝั่ง แต่ดูเหมือนเซฮุนจะไม่ชอบนกเท่าไหร่ก็เลยก้มหน้าตั้งอกตั้งใจเอามือวักน้ำ

               

                ร่างบางยักไหล่ ไม่อยากจะกวนอารมณ์ตัวเองให้ขุ่นตามไปด้วยก็เลยหันไปคุยกับพี่ชายที่นั่งอยู่ด้านหลัง โดยมีภรรยาหน้าบูดบึ้งขนาบอยุ่ข้างขวา “อีกนานมั้ยอ่ะ พี่”

 

                “อีกสักยี่สิบนาทีมั้ง”

 

                “ห้ะ!! ยี่สิบนาที! นานจัง” ชานยอลที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง กระชับแขนที่กอดเอาไว้แน่นเข้าไปใหญ่แล้วทำหน้างอแงทันทีอย่างไม่ยอมแพ้

 

                “ทำหน้าแบบนี้ ชานยอลจะว่ายน้ำข้ามไปเหรอคะ” อี้ฟานบีบจมูกโด่งได้รูปของภรรยาคนสวยอย่างนึกขบขัน ถึงจะบ่นว่านานเกินไป แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ แล้วอีกอย่างไอ้ที่ ที่ตัวเองเป็นคนรบเร้ามาเองจะมาทำตัวโวยวายใส่ก็ใช่ที สามีหนุ่มคิดเช่นนั้นก็ได้แต่หยอกล้อ ใบหน้าอวบอูมน่ารักเพื่อเบี่ยงเบนความน่าเบื่อของชานยอลออกไปไกลๆ

 

                ลู่หานที่เห็นคู่รักชูชื่นก็ได้แต่เบะปากหมันไส้ ไอ้ที่ว่าจะหันมาเม้าท์มอยหอยสัข์กับพี่ชายก็เลยกลายเป็นนก เมื่อพี่มันเอาแต่เล่นกับเมีย ร่างบางหันหน้ากลับมานั่งเหม่อมองทิวเขาสองข้างทางอย่างไม่คิดจะใส่ใจกับเซฮุนที่ยังคงวักน้ำเล่นจนแพเปียก

 

 

                ช่วงเวลายี่สิบนาทีที่นานอย่างกับสองชาติเศษจบลงเมื่อแพลอยมากระทบกับขอบโป๊ะที่ยื่นออกมาจากริมฝั่ง คนนำแพพยายามอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งสี่บนแพ ก่อนจะรับเป็นทิปพิเศษจากอี้ฟานไปนิดหน่อย

 

                “ขอโทษนะครับ ต่อจากนี้เราต้องเดินอีกไกลมั้ย”

 

                “ก็เดินไปอีกสองสามกิโลครับ ตามนักท่อเที่ยวกับกรุ๊ปทัวร์ไปก็ได้ครับ” อี้ฟานพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ ก่อนจะเดินไปรวมตัวกับอีกสามคนที่เริ่มแบกกระเป๋าเป้สัมภาระสำหรับค้างคืนเอาไว้บนหลังเรียบร้อยแล้ว ลู่หานที่ไม่ได้มีปัญหากับของพวกนี้เท่าไหร่นัก ก็เลยตอแยยื้อแย้งของจากเซฮุนมาถือ แต่รายนั้นก็ยังคงทำเมินไม่ใส่ใจ จนเขาต้องเดินแทรกเข้าไปปราม

 

                “เอาล่ะ เดี๋ยวเราเดินตามกรุ๊ปทัวร์นี้ไปก็ถึงแล้วล่ะ ไปกันเถอะ ลู่หานนำไปสิ” อี้ฟานผลักไหล่น้องชายให้เดินนำหน้า ในขณะที่ตัวเองก็หันมาส่งสายตาขมวดคิ้วเข้มใส่น้องชายภรรยาคนสวยของตนอย่างไม่ชอบใจ

 

                “อะไร

 

                “ฉันจับตามองพวกนายสองคนอยู่นะ จำไว้” อี้ฟานบอกก่อนจะดันไหล่เซฮุนให้เดินตามลู่หานไปติดๆ ส่วนตัวเองที่เกือบจะรั้งท้ายก็หันไปมองชานยอลที่หน้างอหักเป็นปลาในเข่ง

 

                “มาถือ!!

 

                “จ้า พี่มาแล้ว….

 

 

 











 +++++++++++

                พวกเขาและคณะท่องเที่ยวใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มในการขึ้นเขามายังวัดที่สร้างติดกับผาหินขนาดใหญ่ วึ่งความจริงแล้วมันเป็นผาลึกโค้งล้อมรอบตัววัด ที่ใหญ่มากกว่าสองไร่ ส่วนปติมากรรมเป็นทรงศาลเจ้าสีแดงซีดเซียวตามกาลเวลา 


                อี้ฟาน ลู่หาน ชานยอล และเซฮุนเดินแยกออกมาจากกลุ่มทัวร์ของนักท่องเที่ยว เมื่อถูกดักเรียกจากลูกวัดหน้าตาตื่นเต้นที่ได้พบแขกผู้มาเยือน ก่อนที่จะพบกับพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ออกมายืนรอต้อนรับพวกเขาทั้งสี่ที่ชานบันได ซึ่งปิดเอาไว้ไม่ให้คนนอกเข้า

 

                มันเป็นทางเดินแคบที่มีตะเกียงไฟจุดส่องแสงเพื่อความสว่าง แม้บันไดจะชันและส่วนสูงของพวกเขาจะมีปัญหากับฝ้าเพดาน แต่พอถึงขั้นบันไดสุดท้ายก็พบกับส่วนของที่พัก ที่มีไว้สำหรับพักผ่อนของลูกวัดละเจ้าอาวาส

 

                “เดี๋ยวอาตมาจะไปตามหลวงพ่อให้ เชิญพวกคุณรออยู่ที่นี้สักประเดี๋ยว” เมื่อพระท่านกล่าวจบพวกเขาก็รีบยกมือไหว้อย่างงกๆเงิ้นๆ จนท่านปลีกตัวออกไปยังปีกซ้ายของกุฏิจนลับสายตา พวกเขาที่ถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในห้องที่เป็นโดมเจาะเข้ามาในเนื้อเขา รีบวางสัมภาระลงบนพื้น แล้วเงยหน้าขึ้นกวาดสายตามองฝาผนังที่บุด้วยไม้สีแดงทันที

 

                “สวยดีนะ แต่จะอยู่ได้มั้ยอ่ะฟ่าน”

 

                “ได้ไม่ได้ก็ต้องอยู่กันอีกตั้งสองคืนนะ” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้กำลังใจคนที่ไม่ชอบความลำบากอย่างภรรยาของเขา ชานยอลพยักหน้ายอมทำความเข้าใจแม้ว่าสีหน้าจะดูไม่ดีมากก็ตาม

 

                “มันออกจะน่าอยู่ เย็นสบายอีกต่างหาก กว้างกว่าห้องเซฮุนตั้งเยอะ”

 

                “งั้นก็อยู่มันที่นี้เลยซะสิ” ลู่หานที่ได้ยินเสียงเนือยๆประชดประชันลอยมาตามลมก็รีบหันขวับกลับไปจ้อง หมายจะเอาเรื่อง แต่ตัวคนปากพร่อยกลับเดินกอดอกเฉิดฉายจากไปเสียดื้อๆ


                    "อย่าให้ได้เอาคืนบ้างนะ โอ เซฮุน!" 













+++++++++++++++ 

                ในอีกไม่กี่นาทีต่อมาพวกเขาได้พบกับเจ้าอาวาสที่สมัยก่อนเคยเป็นสหายร่วมรุ่นกับแม่ของอี้ฟานพอทำความรู้จักพูดคุยกันพอหอมปากหอมคอเสร็จ ชายหนุ่มก็จัดการยกสัมภาระไปไว้ในห้องนอนขนาดเล็กที่ปัดกวาดทำความสะอาดรอเอาไว้อย่างดี ตามที่เจ้าอาวาสวัดได้บอก

 

                “พักผ่อนกันให้หายเหนื่อยก่อนเถอะ เดี๋ยวเที่ยงตรงอาตมาจะให้เด็กมาเรียกลงไปทานข้าวด้านล่าง และทางที่ดี คืนนี้ก็จัดเตรียมที่นอนให้เรียบร้อย แม่ของโยมโทรมาบอกกับอาตมาถึงกิจธุระที่ทำให้พวกโยมมาถึงที่นี้ ไว้ถึงมื้อเย็นอาตมาจะบอกอีกทีละกันนะ”

 

                “มันทำได้จริงๆเหรอครับ” ชานยอลที่ได้ยินแบบนั้นก็โดดเกาะแขนอี้ฟานเอาไว้ ดวงตาเป็นประกายอย่างลุ้นระทึกจนหัวใจดวงน้อยมันเต้นโครมครามไปหมด

 

                ท่านเจ้าอาวาสไม่ได้ตอบอะไรนอกจากส่งยิ้มให้แล้วหันหลังเดินกลับไปยังโบสถ์ ชานยอลที่ไม่ได้รับคำตอบก็หุบยิ้มฉับ หน้าบูดบึ้งอย่างขัดใจจนอี้ฟานต้องโอบเอวปลอบประโลมไม่ให้แม่คุณเขาของขึ้น


                ให้ตายเถอะ พระเจ้าก็ไม่เว้นนะชานยอล.....

 

                พอได้รู้ถึงกำหนดการณ์คร่าวๆของวันนี้ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปตามห้องหับของตนเพื่อพักผ่อน ลู่หานและเซฮุนที่เพิ่งจะได้เข้าเยี่ยมชมห้องของตัวเองเป็นครั้งแรกดูจะเบาใจไม่ใช่น้อย เมื่อเตียงเป็นเตียงแยกที่เพียงพอสำหรับคนนอนหนึ่งคนจำนวนสองเตียง 

 

                ลุ่หานเดินไปเลือกเตียงที่อยู่ติดกับหน้าต่างบานพอดีกับตัวห้อง เพื่อหวังว่าคืนนี้จะพอมีลมโกรกปัดเป่าความอบอ้าว ส่วนเซฮุนที่ไม่ค่อยมีปากเสียก็เลือกเตียงหลังสุดท้ายตรงมุมห้องไปโดยปริยาย พอจับจองกันเสร็จต่างคนก็ต่างกระโดดขึ้นเตียง ฟุบหน้าลงกับหมอนที่มีกลิ่นชาอ่อนๆ อย่างมีความสุขและผล็อยหลับไป

 

 



                จนบ่ายคล้อยพวกเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น….

 


                ชานยอลและอี้ฟานที่แวะเวียนเข้ามาอีกครั้งหลังจากที่ครั้งแรกเข้ามาปลุกไปทานมื้อเที่ยงแต่ทั้งสองคนก็ไม่ยอมตื่น มาครั้งนี้ชานยอลก็เลยบ่นเป็นหมีเมื่อเห็นว่าคนทั้งสองยังคงจะเอาแต่มุดเตียงไม่ยอมลุกไปไหน อิ้ฟานที่เห็นว่าน้องชายทั้งสองคนคงจะเหนื่อยจากการเดินทางจึงคิดว่าจะไม่ปลุกและปล่อยให้นอนยาว แต่ในเมื่อคนข้างๆไม่ยอม เขาจึงต้องออกโรงเขย่าร่างที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง

 

                “ลู่หานตื่นได้แล้ว ได้เวลาอาหารเย็นแล้วนะ”

 

                “เซฮุนตื่น!

 

                “โอ้ย!!” เซฮุนที่ตื่นขึ้นเพราะความเจ็บบริเวณแขนซ้าย ร้องโวยวายพร้อมกับจ้องกราดใส่ด้วยความโกรธกริ้วอย่างปิดไม่มิด

 

                “กินข้าวเย็นโว้ย ลุกๆ! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน นี่ก็อีกคน ลุก!” ชานยอลที่เริ่มจะหมดความอดทนกับพวกเต่าล้านปีพวกนี้ก็เลยส่งมือหนักๆฟาดป้าบใส่หลังแคบๆของลู่หานจนเจ้าของสะดุ้งตื่นขึ้นมานั่งร้องเสียงหลง ใบหน้าของคนตื่นใหม่บวมเป็งอย่างกับโดนผึ้งต่อย ก่อนที่เจ้าตัวจะล้มตัวลงไปนอนในท่าเดิม

 

              "จะไม่ลุกขึ้นมาดีๆใช่มั้ย....." 


        


 

                กว่าจะออกจากห้องมาได้เวลาก็เกือบเลยหนึ่งทุ่มตรง สำรับอาหารที่จัดเอาไว้อย่างเรียบง่ายเย็นชืดไปหมดเพราะเลยเวลาทานอาหารไปเกือบชั่วโมงจนเจ้าอาวาสต้องสั่งให้นำไปอุ่นใหม่


                แม้จะรู้สึกเกรงใจแต่พวกเขาก็ทำเพียงแค่จับจองที่นั่งจดจ้องมองทัศนียภาพยามค่ำคืนที่แทบจะมองไม่เห็นอะไรนอกจากดาวที่อัดแน่นกันอยู่เต็มผืนฟ้า เมื่อสำรับอาหารที่ถูกนำไปอุ่นร้อนกลับมาตั้งบนโต๊ะอีกครั้ง เจ้าอาวาสที่ควรจำวัดไปเมื่อชั่วโมงก่อนก็ออกมานั่งร่วมโต๊ะด้วยพร้อมกับถ้วยน้ำชาที่ส่งควันและกลิ่นหอมกรุ่นโชยมาเตะจมูกให้รู้สึกอยากอาหารมากยิ่งขึ้น

 

                “ก่อนจะทานอาหาร เชิญพวกโยมดื่มชาของทางเราก่อน มันเป็นชาดีของเมืองฟูเจี้ยงแถมข้างในยังผสมยาบำรุงกำลัง โดยเฉพาะเรื่องของการมีบุตรยาก” เจ้าอาวาสพูดพร่ำไปเรื่อยๆ ในขณะที่เซฮุนเอาแต่กลั้นขำกับเรื่องที่ได้ฟัง ชายหนุ่มยกแก้วน้ำชาสีขาวขุ่นขึ้นจ่อปากแล้วจิบมันตามที่ท่านเจ้าอาวาสบอก รสของมันหอมอย่างกับสายไหม ไร้ความขมแต่กลับได้กลิ่นฉุนของชาที่ตากแห้งและกลิ่นหญ้าชื้นๆผสมอยู่ แม้กลิ่นจะไม่อำนวยในอรรถรสการดื่มแต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มันอร่อยจนต้องกระดกรวดเดียวหมดจอก

 

                “โยมควรจิบมันช้าๆ เพราะฤทธิ์ของยามันรุนแรงพอตัวนะ” เซฮุนที่เพิ่งรู้ตัววางจอกในมือไว้บนโต๊ะแล้วค้อมหัวเป็นการแก้เก้อที่เผลอดื่มชาเข้าไปจนหมด ส่วนชานยอลที่นั่งอยู่อีกฝั่งพอได้ยินเช่นนั้นก็รีบกระดกรวดเดียวคอตามๆเซฮุนเข้าไป เผื่อหวังว่าฤทธิ์ของยาจะแกร่งกล้าและแรงพอให้เขามีพละกำลังจะสร้างลูกแฝดสักคู่หรือสองคู่ ในค่ำคืนนี้

 

                พวกเขาลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปเงียบๆ โดยมีเจ้าอาวาสนั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะ ในมือก็ยกจอกน้ำชาขึ้นจิบทีละเล็กละน้อยอย่างผ่อนคลาย แต่คนที่เป็นแขกเรือกลับรู้สึกเกร็งจนทานอาหารตรงหน้าเข้าไปได้น้อย เวลาผ่านไปราวๆ สิบห้านาทีลู่หานกับเซฮุนก็ทานอิ่มก่อน ก่อนจะตามด้วยสองสามีภรรยาที่เริ่มอิ่มแล้วจึงหยุด

 

                ชาแก้วที่สองถูกเสิร์ฟด้วยผู้ดูแลวัด มันคล้ายกับชาคาโมมายธรรมดาที่มีกลิ่นหอมแปลกๆ พอสำรับอาหารถูกเก็บจนเกลี้ยงโต๊ะ ชุดเครื่องชาก็ถูกยกมาวางเอาไว้ตรงหน้า พร้อมกับถาดที่ใส่ถ้วยยาเอาไว้ สภาพของมันไม่ต่างจากยาผีบอก มันเป็นลูกกลอนสีน้ำตาลเข้ม กลิ้งไปมาอยู่ในถ้วยแต่ละใบจำนวนสี่ถ้วย

 

                “นี่เป็นยาเสริมสร้างสมรรถนะ แม้แต่ชายกล้าแกร่งหรือหินผา ก็ต้องยอมสยบให้กับยาที่อาตมาปรุงขึ้น….

 

                “โม้แบบนี้ผิดศีลรึเปล่า” เซฮุนกระซิบกระซาบใกล้ๆหูลู่หานอย่างรู้สึกไม่ชอบใจกับความโอ้อวดสรรพคุณยาเกินความเป็นจริง แม้จะรู้มาบ้างว่าพี่ชายและพี่เขยมาที่นี้ต้องการจะทำอะไร แต่เขาก็ยังคงไม่เชื่อและค้านหัวชนฝาว่าวิธีนี้มันจะได้ผล

 

                และแม้จะค้านไปในใจและแสดงออกมาทางสีหน้า แต่เซฮุนก็ยังคงเออออห่อหมกหยิบใส่ปากเคี้ยวนานๆช้าๆตามคำสั่งของเจ้าอาวาส พอกลืนยาลงคอเสร็จก็ตามด้วยจิบน้ำชาเปล่าๆที่ไม่ได้มีสีหรือรสขมใดๆ นอกจากกลิ่นชาหอมฟุ้งอีกคนละสามจอก

 

                “คืนนี้เป็นคืนฟ้าเปิด แต่ดวงพระจันทร์ถูกบดบังแสง เพราะฉะนั้นพวกโยมต้องแยกคู่จากคนรัก เพื่อหลับนอนพักผ่อนเอาแรง ยานี้มันฤทธิ์ข้างเคียงทำให้เกิดผลุสวาทยาวนานหลายชั่วยามหรืออาจจะยาวจนกว่าจะถึงเช้ารุ่งขึ้น อาตมาขอให้พวกโยมนั้นงดกิจหรือหักห้ามใจเอาไว้ก่อนเพราะเคหะสถานแห่งนี้ไม่เหมาะจะทำการอันไม่สมควร อาตมาขอให้หลังจากกลับไปแล้วและให้รอช่วงเวลาที่เกิดคืนเดือนหงาย เวลานั้นจึงจะเหมาะสม เพราะฉะนั้นเหล่าโยมๆต้องหักห้ามใจ ถ้ากลัวว่าจะทำไม่ได้ก็ควรจะแยกกันนอนก่อนสักระยะจนกว่าคืนนั้นจะมาถึง”

 

                “ตะๆต้องงดต้องแยกกันอนเหรอครับท่านเจ้าอาวาส” 

               "ชานยอลไม่เอาน่า นั่งลง" อี้ฟานที่เห็นว่าคนข้างตัวเริ่มทำกิริยาไม่สัมรวมก็เลยจับแขนเอาไว้เเล้วดึงรั้งให้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมเบาๆ ชานยอลทำสีหน้าไม่ค่อยดีนักขณะจ้องมองผ่านสายตาของสามีอย่างเว้าวอน กิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัวจะให้งดจนกว่าจะถึงวันเดือนงงเดือนหงายบ้าบอนั่น ก็เลิกรากันพอดิบพอดี

 

                “อืม ก็ดีเหมือนกันนะ” เซฮุนเปรยเสียงราบเรียบแล้วรินน้ำชาที่เอาไว้สำหรับดื่มแก้กระหายลงจอกใบเดิมของตัวเอง งานนี้คงมีคนดิ้นพรวดพราดเพราะทำกิจกามไม่ได้บ้างล่ะนะ

 

 

               

 

  






 

 +++++++++++++

               พอจัดการทำธุระส่วนตัวของใครของมันเสร็จ เซฮุนก็ถูกเตะโด่งไปนอนร่วมห้องกับพี่เขย ส่วนชานยอลพี่ชายของเขาก็ต้องมานอนห้องเดียวกับลู่หานแทนเพื่อที่จะให้ผ่านพ้นคืนนี้ตามคำแนะนำของเจ้าอาวาสไปให้ได้ 

 

                “หยุดทำหน้าหมาขี้ไม่ออกซะที” ลุ่หานพูดขึ้นหลังจากเล่นมือถือในมือจนเบื่อ สายตาคู่สวยเลยเหลือบมองพ่อคนหื่นกามข้างๆที่นอนหงายอยู่บนเตียง หายใจฟืดฟัดอย่างกับกระทิงเปลี่ยว ปากก็เอาแต่บ่นหงุงหงิงว่าไม่ยุติธรรมจนน่ารำคาญ

 

                “อย่ายุ่งได้มั้ย!!” ชานยอลโวยวายใส่แล้วรีบดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปงตัวเองจนมิดหัว ดีดดิ้นอยู่ในผ้าจนความดันของคนมองแทบจะสูงปรี๊ดสูงปรี๊ดเป็นรอบๆ ลู่หานที่ไม่อยากจะตากลวงโบ๋เป็นหมีอดนอนในวันพรุ่งนี้ รีบลุกไปดับตะเกียงที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วเดินมาที่เตียงของตัวเองเพื่อจะได้พักผ่อน

 

                ก่อนที่ขาข้างหนึ่งจะชะงักค้างกลางอากาศเมื่อรู้สึกว่าร่างกายกำลังโดนของอะไรแปลกๆปลุกเร้าอยู่ภายใน พอรู้สึกแน่ชัดแล้วว่ามันต้องใช่แน่ๆ ร่างบางก็เลยหันไปมองคนที่เริ่มนอนคดคู้อยู่ใต้ผ้าห่ม

 

                “ชานยอล ปาร์ค ชานยอล” เรียกชื่อสองครั้งเพื่อเช็คว่าอีกฝ่ายปกติดี แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ปกติอย่างที่เขาคิด

 

                “อื้อ อึ อาห์”

 

                “หยี๋ หยุดร้องเสียงแบบนั้นเลยนะ ปาร์ค ชานยอล!

 

 

 

 

               

 






++++++++++++

                รุ่งเช้าที่แสนจะสดใส เสียงนกเคล้าไปกับอากาศที่กำลังเย็นพอดีๆ ไหนจะแสงแดดยามเช้าบวกกลิ่นชาหอมๆจากหมอนอีกทำให้ค่ำคืนที่แสนยาวนานนั้นดูเป้นเรื่องจิบจ้อยไปเลย 


                “หาววววววว” ลู่หานที่ได้หลับไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงลุกขึ้นบิดขี้เกียจแล้วหาวออกมายาวๆ ถ้าไม่ใช่เพราะบรรยากาศรอบๆตัวที่ปลุกความสดชื่นในตัว เขาคงไม่คิดนึกจะตื่นเอาตอนเจ็ดโมงเช้าแบบนี้แน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าเจ้าคนที่นอนเตียงข้างๆจะลุกขึ้นมารับบรรยากาสสดใสแบบเขาบ้างรึเปล่า 

 

                “อ้ะ อ่าว” พอหันไปสำรวจเตียงข้างๆว่าจะทุรนทุรายตายไปรึยัง กลับพบแต่ความว่างเปล่าและผ้าห่มที่พับจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ

 

                ทันเท่าความคิดเสียงเปิดประตูห้องน้ำแบบบานเลื่อนก็ดังขึ้น ลู่หานหันไปมองกลับพบเซฮุนที่เดินมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนเล็กประจำตัว ทุกอย่างดูปกติเมื่อเซฮุนสวมชุดลำลองพร้อมออกเดินทางอย่างทุกครั้ง ใบหน้าที่ครบเครื่องที่ดูจะหงิกงอไปทุกส่วนจนดูน่ากลัวมากกว่าน่าขบขันนั่นก็ทำให้ลู่หานอดเอ่ยปากถามไม่ได้ว่าเป็นอะไร 

 

                “ไปอาบน้ำซะสิ” เสียงกระแทกพร้อมกับหน้าโหดๆ ออกคำสั่งทันทีที่หันมาสบสายตากับเขาคำพูดที่คิดเอาไว้ถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอจนหมด ร่างบางพยักหน้ารัวๆเป็นอันเข้าใจ แต่ก็ยังคงนั่งแข็งค้างอยู่บนเตียงไม่ยอมลุกไปเสียที


               "นั่งทำอะไรอยู่ เดี๋ยวจะกลับกันแล้วนะ" 

 

                “เมื่อคืน” 

 

                “ไม่ต้องถาม”

 

                “ไม่ๆ คือจะถามว่าชานยอลไปไหน เพราะเมื่อคืน” ลุ่หานเลี่ยงจะถามอีกคำถามเพราะรู้ล่ะว่าคงโดนกันทั่วหน้า แถมเดาจากอาการหงุดหงิดของเซฮุนแล้วด้วยก็น่าจะโดนมาหนักพอสมควร จนบางทีเมื่อคืนอาจไม่มีใครได้นอนพักเต็มอิ่มเลยนอกจากตัวเขา

 

                “ไปนอนกับพี่ฟ่านตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว......พอใจรึยัง”

 

                “อ้าว แล้วนายนอนไหนอ่ะเซฮุน…..เห้ย! ไปไหนอ่ะ ตอบฉันก่อนเซ่!

 

                ปัง!!

 

                “เอ้า อะไรของมันวะ โมโหอะไรของมัน” ลู่หานเกาหัวอย่างไม่เข้าใจกับท่าทางของเซฮุนมากนัก ถึงมันจะเป็นมนุษย์ขี้เหวี่ยงขี้วีนจนดูน่าจะชินชากับพฤติกรรมผีเข้าผีออกของเซฮุนได้เเล้ว แต่นี่ดูเหมือนมันจะเหนือความคาดหมายไปเสียหน่อยสำหรับเขา 


                   ลู่หานไม่คิดจะสนใจคนที่อยู่ๆก็จ้ำอ้าวออกไปจากห้องอีก ร่างบางหยิบจับเสื้อผ้าที่เตรียมเอาไว้บนโต๊ะตั้งแต่เมื่อคืนวานขึ้นมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนโปรดเตรียมตัวจะอาบน้ำ 

          

 

 

 




               


                ภาพเมื่อคืนยังคงติดตาอยู่จนแทบจะสลัดไม่หลุด เซฮุนที่ออกมายืนโกะโงะอยู่หน้าประตูห้องถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วส่ายหัวเพื่อไล่นิมิตที่ยังคงลอยเคว้งคว้างไปมาอย่างดื้อด้าน

 

                เมื่อคืนคงเกิดเรื่องกับทุกคนจนไม่สามารถจะข่มตาหลับได้ โดยเฉพาะคนที่ห่างหายจากเรื่องอย่างว่ามานานหลายปี แม้จะยอมรับว่าช่วยตัวเองบ้างเพื่อปลดปล่อยตามสัญชาตญาณดิบของชายหนุ่มวัยกลัดมัน แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เขาจะมองเห็นก้อนผ้าห่มโตๆดิ้นได้ น่าฟัดน่าเล้าโลมมากมายขนาดนี้มาก่อน  

 

                และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกโมโหคนที่เพิ่งตื่นเมื่อสักครู่เป็นฟืนเป็นไฟ….

 

 

               

 

 

 

 

 

 


 

                กำหนดการณ์ที่ว่าจะต้องนอนต่อที่นี้อีกคืนถูกพับเก็บลงกระเป๋าเมื่อหัวหน้าทริปที่เพิ่งตื่นขึ้นเมื่อช่วงบ่าย โวยวายไม่ยอมท่าเดียวที่จะอยู่ที่นี้ ส่วนเซฮุนกับลู่หานก็ไม่ได้คิดจะมีปากเสียงขัดแย้งอันใด เพราะทริปนี้มันคือทริปตามใจคุณนายนัมเบอร์ทูของตระกูลอู๋อยู่แล้ว

               

                แถมเมื่อวานคงไม่พ้นเรื่องคาวอย่างว่าไปได้ ดูจากอาการง่วงหงาวหาวนอนของพี่ชายเขาที่ขณะเดินถือกระเป๋าออกมาจากห้องตายังไม่ลืมดีด้วยซ้ำ

 

                เขาบอกให้งดก็ยังจะ.....คนอะไรไม่รู้จักยับยั้งช่างใจเอาเสียเลย

 

 

 

              พวกเขาร่ำลาเจ้าอาวาสและทุกๆคน แม้ว่าท่านจะขอให้อยู่ต่ออีกสักวัน แต่ชานยอลก็ดูจะไม่ยอมท่าเดียวเพราะเอาแต่บ่นถึงความไม่สบายตัวของเตียงเดี่ยวขนาดเล็ก สัมภาระของพวกเขาจึงถูกจ้างให้เด็กขนนำออกไปจนถึงริมแม่น้ำ แม่้การเดินทางจะไม่ต่างจากคราวมาเท่าไหร่นัก แต่ก็ยอมรับว่าพอถึงตัวเมือง หัวหน้าทริปในครั้งนี้ก็ตีตั๋วกลับโซลทันที โดยที่ไม่คิดจะแวะไปปักกิ่งเพื่อนำของฝากไปฝากคุณแม่เลย 



               พอจบจากการเดินทางต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับที่พักของตัวเอง เพื่อพักผ่อนก่อนเริ่มงานในอีกสองวันถัดไป ส่วนเซฮุนและลู่หานที่ไม่มีตารางไปที่ไหนต่อก็ขับรถตรงดิ่งกลับบ้านทันทีเช่นกัน  

 


 

 





 

              

+++++++++++

 

                แกร๊ก!

 

                เสียงไขกุญแจห้องขนาดห้าสิบตารางเมตรดังขึ้น ก่อนที่ร่างสองร่างจะเบียดเข้ามาด้านใน แล้ววางกระเป๋าเดินทางไว้ตามพื้นห้องรับแขกแล้วตรงดิ่งมายังโซฟาตัวใหญ่สีดำ อย่างหมดเรี่ยวแรง การเดินทางยาวนานเกือบหนึ่งวันเต็มทำให้ลู่หานอ่อนเพลียจนลืมแม้แต่ความหิวโหย ส่วนเซฮุนไม่ต้องพูดถึง พอหัวกระทบกับหมอนอิงก็หลับไปเลย

 

                “ให้ตายเถอะ จัดการอะไรให้มันเรียบร้อยหน่อยสิเซฮุน” ลู่หานที่ไม่อยากให้เซฮุนตื่นขึ้นมาบ่นว่าทำไมกระเป๋ายังวางระเกะระกะอยู่หน้าห้อง ก็เลยตัดใจไม่นอนแล้วลุกขึ้นเอากระเป๋าไปเก็บแทนคนเจ้าระเบียบ จัดการรื้อกระเป๋าหยิบเสื้อผ้าที่ควรจะซักลงตะกร้า ก่อนจะเดินมาจัดแจงร่างถึกๆของผู้ชายไว้ย่างสามสิบที่นอนคว่ำหน้าหลับอุตุอยู่บนโซฟาให้นอนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น 

 

                “ไม่ถอดถุงเท้าได้ไงเนี้ย อย่างเน่า” บ่นไปมือก็แงะข้อถุงเท้าไปด้วยจนเท้าเปลือยเปล่าล่อนจ้อนทั้งสองข้าง พร้อมกับเอาผ้ามาห่ม ป้องกันหวัด

 

                “โอเค เรียบร้อย” พอทำอะไรเสร็จก็กลับมานั่งที่โซฟารอเวลาให้เซฮุนตื่นเพื่อออกไปหาอะไรกินกันในยามเย็น ส่วนตัวเองที่ทำงานตั้งแต่ซักผ้าเคลียร์จานที่ลืมล้างปัดกวาดอีกนิดหน่อยไม่ให้มีฝุ่นเสร็จก็หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แล้วก็กลับมานั่งพักผ่อนดูทีวีที่กำลังฉายข่าวพยากรณ์ไปเรื่อยเปื่อย

 


                "ข่าวต่อไปเป็นข่าวพยากรณ์อากาศค่ะ"    

     

                “สำหรับชาวประมงที่จะออกเรือจับปลาควรงดออกจากฝั่งในช่วงสามเนื่องด้วยพายุใต้ฝุ่นที่ทำให้กำลังแรงลมสูงและคลื่นสูงมากถึงสองเมตรเรือเล็กและเรือประมงลากอวนปลาหมึกควรงดออกจากฝั่ง”

 

                “เดือนมืด…..เดือนหงาย….” แม่สาวนักข่าวในชุดขาวทั้งชุดโปรยยิ้มจนตาชั้นเดียวหาบวับเข้าไปในเปลือกตาเมื่ออ่านข่าวเสร็จ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ลุ่หานสนใจเป็นอันดับหนึ่ง แต่กลับเป็นข้อมูลการพยากรณ์จากกรมอุตุที่บอกว่าอีกสามวันจะถึงวันเดือนหงาย พอนึกได้แบบนั้นก็จัดการเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์เรือนหรูที่วางอยู่บนโต๊ะออกมาเช็ค 

 

                     แบบนี้คงต้องขอบคุณชาวประมงลากอวนเก่าข้างตัวที่สอนวิธีดูเดือนมืดเดือนหงาย ปลาชนิดไหนควรจับวันอะไร ถือเป็นความรู้รอบตัวไปโดยปริยายสำหรับเขา ลู่หานเลือกที่จะแคปหน้าจอ ปฏิทินที่วงวันที่เป็นวันเดือนหงายเอาไว้แล้วส่งให้พี่ชายที่ตอนนี้คงกำลังนอนกกอยู่กับเมียคนสวยหนักหนาของตัวเองที่ห้องชุด

 

                เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสิ่งที่เจ้าอาวาสท่านบอกมันจะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหนกันเชียว เพราะถ้าหากว่าผัวเมียคู่นั้นเขาร่วมหอลงโรงในคืนเดือนหงายแล้วไม่เกิดอะไรขึ้นมา คงน่าสนุกพิลึก….


 

               อีกสามวันล่ะจะได้รู้ว่าหมู่หรือจ่า..... 

 


                 

 

 

 

 

 

 

  

 

                   
















แอ้ะๆ อีกสามวัน #สมบัติky 

เรื่องนี้ใสๆ ไม่มีดราม่าหนักหน่วงแน่นอนจ้า บับบาย 

888 ความคิดเห็น

  1. #687 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:56
    ชานยอลมันหื่นนนน แง้งงงงง ห่างปั๋วไม่ได้เลยนะลูก ฮือออแอแออออ เขินง่ะ คนบ้าคนผีทะเล ในวัดนะแก ฮืออออออ
    #687
    0
  2. #662 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:29
    ลุ้นกับคุณนายอู๋ขอให้สำเร็จนะ 5555555
    #662
    0