HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 3 เมียจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 869
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    19 พ.ค. 58

บทที่ 3

 

            “เห็นลู่หานกับคริสมั้ย แบค”

            “ไม่ครับ พี่เลย์”

            “คริสไม่เห็น แต่ลู่หานโดนคุณหนูเล็กเรียกขึ้นห้องไปตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว ตอนนี้ยังไม่ลงมาเลย” อี้ชิงพยักหน้ารับเป็นอันเข้าใจความหมายดี ตอนนี้คงถูกคุณหนูเล็กจับพลิกจับหงายจนหมดแรงข้าวต้มอยู่ล่ะมั้ง

            แต่ก็นะแค่ของเล่น.....

 

            “คริสนี่น่าจะไปกับคุณหนูใหญ่ล่ะมั้ง ตอนเช้าเห็นคุณหนูใหญ่ขับรถออกไป” ไคที่ได้ยินบทสนทนาเข้ามาสมทบ อี้ชิงพยักหน้ารับ เข้าใจโดยดีถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

            “โอเคๆ ไปๆแยกย้ายกันทำงาน”

.

.

.

            “เห้อ เสร็จสักที” อี้ฟานวางถ้วยใบสุดท้ายที่เช็ดใส่ในตู้ก่อนจะปิดมัน ชายหนุ่มปาดเหงื่อ ห้องที่ราคาน่าจะหลายสิบล้านแต่กับซกมกอย่างกับรังหนู เค้าต้องใช้เวลาตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะจัดการเสร็จ

            เสียงเปิดประตูพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของสองหนุ่มสาว อี้ฟานเลิกคิ้วทำหน้ามู่ทู่ก่อนจะเดินออกไปดูที่ทางเดิน

            คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลปาร์คกำลังคั่วสาวอกสะบึม ตามทางเดิน อื้อหือ เดินไปอีกไม่ถึงสิบก้าวก็ถึงห้องนอนแล้ว จิตใจนี่ก่ะจะเอากันตรงที่ ที่มันเย็นๆแบบนี้น่ะเหรอ

            “แค่กๆ ขอโทษนะครับ” ชานยอลชะงัก ก่อนจะหันขวับไปมองคนที่ไอขัด สาวน้อยในอ้อมแขนเค้าจับจ้องผู้ชายในเสื้อเชิ้ตตาเป็นมัน

 

          “เชิญในห้องนะครับ” อี้ฟานผายมือไปด้านใน ก่อนจะยิ้มหวาน แล้วหันหลังเดินเข้าห้องครัว

          “นั่นใครเหรอคะ พี่ชานยอล”

            “เธอกลับไปก่อนไป ฉันหมดอารมณ์แล้ว” ชานยอลผลักไหล่เธอพร้อมกับเปิดประตูแล้วดันร่างบางๆนั่นให้ออกไปจากห้อง ชายหนุ่มปิดประตูเสียงดัง ก่อนจะกระทืบเท้าปึงปังเข้าไปในห้องครัว

            “เห้! นาย”

            “ครับ?” อี้ฟานหันไปตามเสียงเรียกด้วยท่าทีเหนื่อย ชานยอลกอดอกหลังพิงขอบประตู หน้าตาจ้องมาเขม็ง

            “วันหลังหัดสงบปากสงบคำบ้างนะ อย่ามาทำให้ฉันหมดอารมณ์บ่อยๆ”

            “ผมก็แค่เตือนว่าตรงทางเดินมันไม่สะดวก พื้นมันเย็น ผมกลัวเป็นหวัด”

            “มันเรื่องของฉัน ถ้าลำบากมากก็เก็บของอันน้อยนิดของนายออกไป”

            “ผมก็จะไปตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว ขอบคุณที่ไล่ผมออกสักทีนะครับ ลาเลยละกัน” อี้ฟานยกมือขึ้นโบกอย่างไม่สนฟ้าสนผีเท่าไหร่ ร่างสูงเดินผ่านอีกฝ่ายออกไป เพื่อไปเก็บของในห้อง มือเรียวบางจับหมับเข้าที่แขนของคนที่กำลังเดินผ่านก่อนจะกระชากให้ หันหน้ามาเผชิญ

            อี้ฟานที่ไม่ได้ระวังตัวเซ หน้าเกือบปักกับอีกฝ่าย ชานยอลจ้องมองมาเขม็ง ส่วนตัวเค้าตาเบิกโพลงอย่างตกใจ ไอ้ห่าน กระชากกูขนาดนี้ ตัดแขนกูไปดึงเล่นเลยไป!

            “เก็บของเสร็จแล้วอย่าลืมพาน้องชายนายไปด้วยนะ หนีไปให้ไกลๆ เพราะไม่กี่ชั่วโมงตำรวจอาจตามนายเจอ”

            “ตำรวจ?

            “คนเถื่อนอย่างนาย มันก็ต่างด้าวดีๆนี่เองไม่ใช่เรอะ อยากไปก็ตามใจ แต่คงวนเวียนหนีหัวซุกหัวซุนอยู่ไหนสักที่ในเกาหลีเท่านั้นล่ะ” ชานยอลยิ้มเหยียดก่อนจะปล่อยแขนแกร่งออก อี้ฟานหลับตาข่มสติ ก่อนจะยันขอบประตูขังอีกคนไว้

            ชานยอลจ้องตอบ เหล่มองแขนที่ขึ้นมายันขังเค้าไว้อย่างไม่ชอบใจนัก แต่ก็ยังจัดระเบียบสีหน้าให้ดูจองหองไม่เปลี่ยน

            “นอนได้แล้วครับคุณหนู เดี๋ยวผิวจะเสีย” อี้ฟานฉีกยิ้ม ก่อนจะลดแขนลงแล้วหันหลังเดินห่างออกไป ชานยอลเบ้ปากใส่ ก่อนจะกอดอกแล้วเดินตามไป

            “นิ”

            “ครับ คุณหนู”

            “ทำอาหารเป็นมั้ย”

            “ไม่ครับ”

            “ทำอะไรให้กินทีสิ ฉันหิว” อี้ฟานหันหน้ากลับมา พร้อมกับทำเอือมๆ ชานยอลยักไหล่ ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องครัว เพื่อนั่งรอที่โต๊ะทานข้าว ร่างสูงได้แต่ถอนหายใจแล้วส่ายหัวเบาๆ

            “ผมบอกไว้ก่อนว่าทำไม่เป็น”

            “เร็วๆ ทำอะไรมาสักอย่างเถอะฉันหิว” อี้ฟานที่มองกวาดสายตา มองของที่น่าจะเอามาทำเป็นอาหารได้

            “แต่ของไม่มีอะไรเลยนะครับ”

            “เร็วๆ ไงวะ กูบอกว่าเร็วๆ”

            “งั้นลุกขึ้น แล้วไปกับผม” อี้ฟานเดินไปจูงมืออีกคนให้ลุกขึ้น ชานยอลเลิกคิ้วเบิกตาโต ยอมเดินตามไปอย่างงงๆ

            “มึงจะทำไรวะ มาแตะต้องตัวกูทำไม”

            “หน้าตาก็ออกจะน่ารัก แต่ทำไมพูดจาไม่ดีเลยนะ ตามผมมาก็พอ”

.

.

.

.

            “เอ้า หิวก็กินเข้าไป” ชานยอลที่นั่งรออยู่แล้วกระพริบตาปริบๆ เกิดมาไม่เคยมาที่นี้สักครั้ง แล้วอ้ที่วางอยู่ตรงหน้ามันคืออะไร

            อี้ฟานนั่งลงข้างๆพร้อมกับเปิดฝาถ้วยราเมงแล้วเริ่มคีบเส้นขึ้นเป่า กลิ่นหอมๆของน้ำซุปยั่วน้ำลายคนเพิ่งสร่างเมาได้ถนัดนัก

            “กินเข้าไปสิ เอาถ้วยนี้มั้ย เป่าแล้วนะ” อี้ฟานถามตามความเคยชิน เพราะเวลาอยู่กับลู่หานที่ไม่ชอบของร้อน เค้าก็จะทำแบบนี้ให้บ่อยๆ

            “ไม่ ไม่เป็นไร” ชานยอลตอบอย่างเก้ๆกังๆ ก่อนจะเริ่มเปิดฝา ไอลอยฝุ้งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อยให้ออกมาเยอะยิ่งขึ้น อี้ฟานที่แอบมองท่าทีของคุณหนูที่ดูจะสนใจใคร่รู้และมึนงงกับอาหารตรงหน้า ร่างสูงยิ้มน้อยๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินราเมงของตัวเองไป

            .

.

.

.

            เสียงซูดเส้นถ้วยที่สี่ ของคุณหนูทำเอาอี้ฟานถึงกับหน้าเหม็นโลก ถ้วยราเมงสามถ้วยที่แม้แต่น้ำยังไม่เหลือถูกวางซ้อนกันเป็นชั้นด้วยฝีมือคุณหนูผู้ที่หลงใหลราเมงไปแล้ว

            ถ้วยราเมงถูกชานยอลยกขึ้นซดรวดเดียวหมด ร่างโปร่งปาดริมฝีปากเบาๆ ด้วยความอร่อย ก่อนเอามันซ้อนทับไว้บนถ้วยราเมงที่สาม

            “อิ่มรึยัง” อี้ฟานถามขณะท้าวคางมอง ชานยอลลูบท้องตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้น เดินปลีกวิเวกไปหาน้ำดื่มและของหวานล้างปาก

.

.

            กว่าจะออกจากร้านได้พวกเค้าก็ถูกแม่สาวพนักงานมองแล้วมองอีก ราเมงสี่ถ้วย นมรสแตงโมสองกล่อง ไอติมอีกสี่แท่ง แล้วก็เยลลี่ในมืออีกหนึ่งถุง

            “ทำไมกินเยอะจัง เดี๋ยวก็นอนไม่หลับหรอกนะครับคุณหนู”

            “เสือก...” อี้ฟานร้องอ้าว ก่อนจะมองตาปรือแล้วถอนหายใจแรงๆ คนเค้าอุตส่าห์เป็นห่วง ว่าเออ เที่ยงคืนตีหนึ่งยัดห่าอย่างกับปอบขนาดนี้แล้วจะนอนไม่หลับเพราะท้องอืด แต่นี่อะไรมาว่าเค้าเสือกเฉยเลย

            “ก็แล้วแต่...”

.

.

            ทั้งสองกลับมาถึงคอนโด ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างจะแยกย้ายกันเข้าห้องใครห้องมันจนถึงเช้า

 

            วันรุ่งขึ้น อี้ฟานที่ตื่นขึ้นมาปัดกวาดเช็ดถูตามแบบฉบับพ่อบ้านที่แสนดีตั้งแต่ เจ็ดโมงเช้า จนตอนนี้ปาเข้าไปเก้าโมงกว่า แต่ดูท่าคุณหนูชานยอลก็ยังคงไม่ตื่น

            อี้ฟานเอาเครื่องดูดฝุ่นไปเก็บก่อนจะตรงดิ่งไปเคาะห้องคนที่ไม่ยอมตื่น เค้าเคาะสองสามทีพร้อมกับเรียก แต่ก็ไร้เสียงตอบรับ เค้าเคาะอีกครั้งพร้อมกับเรียกดังๆด้วยเสียงยานๆ

            “พ่อตายรึไงสัส เสียงดังวุ้ย”

            “สายโด่ง จนจะทำห่าไรแดกไม่ได้แล้วครับคุณหนู” อี้ฟานพูดยานๆ ก่อนจะจ้องมองคนที่เดินกลับเข้าไปนอนบนเตียง ตามเดิม ร่างสูงเหลือกตาส่องดู ของที่วางอยู่หัวเตียง ส่วนมากเป็นกรอบรูป กรอบรูปนับสิบๆใบ แถมยังเป็นรูปผู้หญิงคนๆเดียวกันหมด ในแต่ละอิริยาบถ

          ร่างโปร่งลุกจากเตียงกระทืบเท้าปังๆ มาหมายจะปิดประตู แต่อี้ฟานดันเอาไว้ได้ทัน สองสายตาจ้องมองกัน อีกคนก็หงุดหงิดฉายชัด อีกคนก็ยักคิ้วหลิ่วตาชวนทะเลาะ

            “เอามือออก ไม่ออกกูถีบ” ชานยอลว่าเสียงเย็นๆพร้อมกับยกเท้าขึ้นเตรียมยัน อี้ฟานแสร้งเลิกคิ้วแกล้งกลัวเต็มที่

            “รีบอาบน้ำแล้วไปเรียนเถอะครับ วันนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอ” เท้าหนักๆถีบเข้าเต็มพุงอีกคนจนหงายเงิบ เสียงปิดประตูดังสนั่นพร้อมกับเสียงล็อคดังคลิ๊ก

            “โอ้ย เจ็บ” อี้ฟานร้องโอดครวขณะลงไปนอนกุมท้อง ทั้งเจ็บทั้งจุก ไอ้ห่าเอ้ย ถีบมาได้

.

.

            อีกด้านของประตู กอดอกหน้าตากำลังบูดจัด ชานยอลเอาแต่จ้องมองรูปที่วางอยู่บนหัวเตียง เค้าเดินเข้าก่อนจะใช้แขนกวาดมันลงมาจากหัวเตียงปลิวกระเด็นกระดอนแตกยับ เศษกระจกเกลื่อนกราดไปทั่ว

            “คุณหนูครับ คุณหนู” เสียงเคาะประตูจากคนข้างนอกทำให้ชานยอลหันไปจ้อง เค้าเดินปึงปังลงจากเตียงโดยไม่ระวังเศษกระจกที่แตกอยู่ตามพื้น

            “โอ้ย!

.

            เสียงร้องของคนข้างในทำเอาอี้ฟานขมวดคิ้วหนัก ร่างสูงใช้ไหล่กระแทกแต่ก็ไม่เปิด เค้าเลยถอยไปตั้งหลักเพื่อที่จะกระโดดถีบ

            เสียงประตูโดนกระแทกเสียงดังสนั่น กลอนล็อคราคาแพงพังยับ ชานยอลที่นั่งกุมเท้าเลือดใหลหน้าตาเหลอหลา มองคนที่กระโจนตัวเข้ามา

            “โอ้ย!” อี้ฟานร้องเสียงหลงเมื่อกระโดดลงมาเหยียบเศษกระจกบนพื้น เลือดค่อยซึมออกมาจากฝ่าเท้า แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่กลับเดินกระเพกเข้าไปหาชานยอล แล้วคุกเข่า ยกเท้าอีกฝ่ายขึ้นเพื่อดูอาการ

            “ทำอะไรน่ะ อยู่เฉยๆนะ จะเอาเศษกระจกออกให้”

            “ไม่ต้องยุ่ง กูทำเองได้”

            “อยู่นิ่งๆ!!!!” อี้ฟานตะคอกเสียงดังหน้าตาที่กวนตีนแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน ชานยอลนิ่งไปสนิทเกิดมาเคยแต่ข่มคนอื่นไม่เคยโดนใครข่มเลยสักครั้ง ชานยอลจ้องมองคนที่กำลังเอาเศษกระจกชิ้นใหญ่ที่ทิ่มเข้าไปใต้ฝ่าเท้าออกอย่าเบามือ เลือดมากมายไหลออกมาจากเท้าของเค้า ชายหนุ่มใช้ชายเสื้อตัวเองกดไว้ ก่อนที่เค้าจะเงยหน้าขึ้น

            “ต้องไปหาหมอ”

            “ไม่กูไม่ไป”

            “ยังจะมาเสือกดื้อด้านอีก เลือดตกจนจะตายห่าอยู่ละ เดี๋ยวก็กลายเป็นผีเฝ้าห้องไปซะหรอก ไอ่ห่า” อี้ฟานรีบอุ้มพาดบ่า โดยลืมความเจ็บของตัวเองไปถนัด

            “ตีน ตีนมึงอ่ะ” ชานยอลดิ้น หน้าตาเหยเกมองเลือดที่ออกจากเท้าคนตัวสูง ที่ลากออกมาจากห้องเป็นทางยาวอย่างกับนั่งสยองขวัญ

            “ไม่เจ็บหรอกแค่นี้เอง เมื่อก่อนลวดเส้นแทงยังไม่เป็นไรเลย จิ๊บๆ” อี้ฟานยิ้มแผลงก่อนจะคว้ากุญแจรถแล้วรีบออกจากห้อง

.

.

.

            สุดท้ายก็มาถึงโรงพยาบาลด้วยความทุลักทุเล ชานยอลต้องเย็บแผลไปห้าเข็ม แต่คนที่เข้าห้องทำแผลแล้วเพิ่งออกมาหลังเค้ากลับต้องเย็บไปยี่สิบสี่เข็ม

            ชานยอลนั่งกอดอก รอคนที่ค่อยๆเดินกระเพกออกมาอย่างอารมณ์เสีย อี้ฟานยิ้มก่อนจะพยายามเร่งเดินมาหา ร่างโปร่งลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะเดินนำออกไปอย่างรวดเร็ว

            “เห้ย รอก่อนดิ เห้ย!” อี้ฟานพยายามกระเพกตามไปเร็วๆ แต่ยิ่งเร็วอีกคนก็เดินเร็วขึ้นไปอีก จนกระทั่งมาถึงลานจอดรถ ชานยอลกระชากประตูรถเปิดออกก่อนจะเข้าไปนั่งในด้านคนขับ กอดอกแล้วหันมาทำหน้ามุ่ยใส่คนที่กำลังเดินกระเพกตามมา

            “เออ ยังรอ ถือว่ามีน้ำใจ” อี้ฟานบ่น พร้อมกับยิ้ม แต่อีกฝ่ายไม่ยิ้มตอบ ชานยอลสตาร์ทเครื่องยนต์เข้าเกียร์แล้วขับออกไปทันที

.

.

            รถสปอร์ตคันหรูจอดเทียบท่าที่หน้าบ้านหลังใหญ่ในช่วงสาย อี้ฟานจ้องมองคนข้างๆ ก่อนจะหันไปมองบ้านหลังสีเขียวอึมครึม

            “ลงไป”

            “ทำไมอ่ะ?” อี้ฟานเอียงคอถามท่าทางกวนส้น ชานยอลถอนหายใจก่อนจะปลดล็อคแล้วเอี้ยวตัวมาเปิดประตูให้

            “เชิญ มึงมันน่ารำคาญ”

            “ผมเนี้ยนะคุณหนู” อี้ฟานชี้นิ้วใส่ตัวเอง

            “อืม ลงไป หรืออยากให้ถีบ”

            “ไม่ลงอ่ะ กลับคอนโดเถอะ ถ้าจะให้ผมลง คุณหนูก็เข้าบ้าน พักที่บ้านดีกว่านะครับ แผลคุณหนูก็ลึกอยู่นา” อี้ฟานเอ่ยด้วยความเป็นห่วงตามปกติชนธรรมดา ชานยอลกอดอก ก่อนจะสั่งให้อี้ฟานปิดประตู ชานยอลใช้รีโมทในรถเปิดประตูบ้าน มันค่อยๆเลื่อนออกช้าๆ ร่างโปร่งขับรถเข้าไป จอดมันในโรงรถ แล้วเปิดประตูเดินลงขากระเพกไปทันที   

            อี้ฟานยักไหล่ ไม่คิดว่าคุณหนูจะเชื่อฟังอะไรเค้ามากนัก ร่างสูงเดินลงจากรถ ก่อนจะเลี้ยวไปยังส่วนที่เป็นที่พักของคนใช้

            ไม่รู้ลู่หานเป็นไงบ้างนะเค้าไม่อยู่ตั้งสองสามวัน.....

.

.

            “อ๊ะ นายไปไหนมาน่ะ”

            “ถูกคุณหนูใหญ่เรียกให้ไปทำความสะอาดคอนโดน่ะ” อี้ฟานที่เจอแบคฮยอนเข้าเอ่ย ก่อนจะกระเพกจากออกไป

            “แล้วเท้าไปโดนอะไรมา”

            “เหยียบเศษกระจกมาน่ะ เออ เห็นลู่หานมั้ย อยู่บนตึกใหญ่เหรอ”

            “ใช่! ฉันกำลังจะมาบอกพอดีเลย ลู่หานไม่สบายมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ ตอนนี้นอนซมอยู่ที่ห้องรีบไปดูก่อนเถอะนะ”

            “ไม่สบาย?

.

.

.

.

ต่อ





 

            “ลู่หาน” อี้ฟานที่เข้ามายืนในห้องรีบรุดเข้าไปประคองน้องชายที่นอนคดอยู่บนเตียง เนื้อตัวเย็นเฉียบ หน้าตาซีดเหลืองเป็นไก่ต้มน้ำปลา แถมตามตัวยังมีรอยจ้ำทั้งแขนแถมคออีกด้วย

            “โอ้ยๆ เบาๆพี่เบาๆ เจ็บ” ลู่หานร้องโอดครวญก่อนจะพยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง

            “ใครทำมึง บอกกู นี่อะไรมันทุบมันต่อยมึงเหรอ แม่งเอ้ย” อี้ฟานลุกขึ้นหมายจะออกไปหาตัวการ แต่กลับโดนลู่หานฟาดเพี๊ยะเข้าที่แขน

            “ไม่ได้โดนต่อย โดนตุ๋ยเว้ย ไอ้พี่บ้า โอ้ย ปวดสะโพกชะมัด”

            “ตุ๋ยเนี้ยนะ” อี้ฟานจ้องมองน้องชายที่กำลังจับๆคลำๆสะโพกตัวเองอยู่ อย่างไม่เข้าใจในความหมาย “ตุ๋ยคือใครวะ”

            “ใครพ่อง! ตุ๋ยน่ะตุ๋ย โตป่านนี้อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่า มันเป็นศัพท์เวลาที่ผู้ชายคนหนึ่งโดนอีกคนหนึ่งกระทำชำเราไงพี่”

            “ห๋า!!” อี้ฟานอ้าปากค้าง ก่อนจะจับคางน้องชายให้หันมาสบสายตากันตรงๆ ไอ้ห่า พูดอะไรออกมาได้ไม่อายปาก โดนเค้าเอาแล้วยังจะมาอธิบายได้เป็นฉากๆ แต่ใครวะ ใครเอาน้องกู!!

            “ใครมันเป็นใคร บอกมา กูจะไปตั๊นหน้ามัน”

            “โอ้โห ห่วงน้องชายด้วยเหรอ รู้สึกดีขึ้นมาเลยนะครับเนี้ย” ลู่หานยิ้มขำ รู้สึกดีขึ้นตามที่ปากพูด ก็นานๆทีพี่ชายนอกคอกของเค้ามันจะห่วงเค้านี่นา เขินจัง

            “เราเป็นผู้ชายทำไมให้มันทำเราวะ มันเสียศักดิ์ศรีนะเว้ย หาน”

            “ก็รู้ แต่เค้าขู่ผมนี่”

            “มันเป็นใคร” อี้ฟานหน้าตาเริ่มดุดันเพราะความกริ้วโกรธ ลู่หานที่เห็นเป็นเรื่องขำๆ โบกมือไปมาในอากาศ

            “ช่างมันเถอะน่า ก็แค่ขำๆ”

            “แต่ฉันไม่ขำ ลู่หาน บอกมา...ใคร”

.

.

.

          ปังๆๆ!!!!

 

          เสียงเคาะประตูดังสนั่นทำให้สองพี่น้องต้องลุกขึ้น ชานยอลโบกมือห้ามก่อนที่จะเป็นเค้า ที่เดินไปเปิดประตู ใบหน้าทะมึงทึงของคนใช้รูปงามปรากฏตรงหน้า ชานยอลยิ้มเหยียดก่อนจะกอดอกเอนตัวพิงกับขอบประตู

            “มาทำ....” อี้ฟานไม่แม้แต่จะฟังให้จบ เค้าเดินเข้าไปหาคนที่กำลังยืนมองเค้าด้วยอารมณ์เดือด มือแกร่งกระชากคอเสื้ออีกคนจนแทบจะลอยหวือ ดวงตาวาวโรจน์ที่แม้กระทั่งคนแข็งกร้าวเอาแต่ใจอย่างเซฮุนมีหนาวสันหลังวาบ

            “นายทำอะไร”

            “กูต่างหากที่ต้องถามมึง ว่ามึงทำไรน้องกู”

            “อ่อ คิดว่าไงล่ะ”

            “คิดว่าจะทำอะไรก็ได้ใช่มั้ย”

            “ก็ไม่เชิง” เซฮุนยักไหล่ อี้ฟานแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะผลักเซฮุนลงไปนั่งบนเก้าอี้ ชานยอลที่ยืนกอดอกมอง ได้แต่ทำหน้านิ่งเรียบ พร้อมกับหันไปสบสายตากับน้องชาย ที่หันมาพอดี

            “พวกเราขอลาออก” อี้ฟานว่าก่อนจะกระชากกระดุมเม็ดบนให้คลายออกด้วยความหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้มาก เค้าหันไปสบสายตากับคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆประตู ชายหนุ่มเดินปึงปังออกไปพร้อมกับปิดประตูกระแทกใส่

            “พี่สืบเรื่องสองคนนั้นรึยัง” ชานยอลยักไหล่ก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาตัวเดิมของเค้า

            “ยัง แต่คงไม่ธรรมดา นายจะเล่นรึไง”เซฮุนไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มพรายเจ้าเล่ห์

.

.

.

            “พี่ๆ ทำอะไรน่ะ” ลู่หานที่ตื่นขึ้นมามองพี่ชายกำลังเก็บของใส่กระเป๋า แถมของตรงหน้าส่วนใหญ่ก็ของๆเค้า

            “ฉันจะส่งแกกลับบ้าน”

            “ไม่!!

            “แกไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรแทนฉัน คนที่ถูกบังคับให้แต่งงานก็คือฉัน”

            “แล้วคิดว่าใครจะเป็นตัวแทนพี่ล่ะ ถ้าพี่ไม่กลับไป...” อี้ฟานชะงักมือที่กำลังเก็บของ เค้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปถนัด

            “ผมใช่มั้ย ผมใช่มั้ยที่ต้องรับผิดชอบ” ลู่หานตอบเสียงแผ่ว ร่างบางเดินลงจากเตียงเข้าไปกอดพี่ชาย พวกเค้ามีกันแค่สองคน เติบโตเคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกัน

            “พี่ขอโทษ...”

            “ไม่เป็นไร เอาของออกแล้วเอาไปเก็บที่เดิมนะ” ลู่หานยิ้มก่อนจะเดินกลับไปนอนที่เตียง อี้ฟานถอนหายใจแรง ก่อนจะหยิบกระเป๋าอีกใบมาใส่เสื้อผ้าของตัวเองลงไป

            “เห้ย อะไรอีกแล้วเนี้ย พี่”

            “กลับจีนด้วยกัน”

            “ไม่!!

            “ทำไม?

            “ก็ๆ ก็ไม่อยากกลับ” อี้ฟานหันมองทันทีอยากระงับความคิดตัวเองไม่อยู่

            “อย่าบอกนะว่าแก...”


 

            ปังๆๆๆๆ!!!!

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #459 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 13:34
    คริสยอลโคตรคู่กัดเลยอ่ะ ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจกันเลยนะ มีแต่น้องยอลที่แอบมองหุ่นพี่คริสแค่นั้นเอง อิ๊อิ๊
    #459
    0
  2. #420 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 00:11
    กวนทีนทั้งนายและบ่าว 55555555
    #420
    0
  3. #364 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2558 / 14:17
    ลู่ห่านคนแมนไหนเปลี่ยนไปไวเหมือนโกหกติดใจฝีมือคุณหนูเล็กหรืออย่างไร
    #364
    0
  4. #262 ชั้นรักexo (@exoticlover) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 12:30
    ชอบฟิลพี่คริสรักน้อง
    #262
    0
  5. #253 MBKY; (@withmbky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 11:08
    งะ ไม่อยากกลับจีนหรอ 55555 แต่คริสก็ห่วงน้องดีนะ
    #253
    0
  6. #225 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 13:07
    อ้าว ลู่ติดใจซะงั้นถึงกับไม่ยอมกลับจีน 555
    #225
    0
  7. #152 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 08:26
    อูยยยย กลับไปเถอะเจ้านายใจร้าย
    #152
    0
  8. #84 อีเหี่ยว (@slimtongs) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 15:00
    ลู่...ชอบฮุน?
    #84
    0
  9. #77 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 10:52
    ลู่หานทำไมไมากลับจีน ..
    #77
    0
  10. #35 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 23:29
    ยัยลู่ไม่ยอมกลับบ้านอ่ะ อ้าวๆๆๆๆๆ 555555555555555555555
    #35
    0
  11. #26 คริสยอลแฟน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 11:39
    น้องลู่ติดใจแล้วแน่เลย55555 ไม่ยอมกลับบ้าน ดีแล้วลู่หานพาพี่ชายอยู่นี้หล่ะดีแล้ว อิๆ
    #26
    0
  12. #13 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2558 / 20:54
    เราสับสนอารมณ์คุณปาร์คจริงๆเลย 555555555555555555555555555
    #13
    0
  13. #5 Tamininalove (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 16:21
    ว้าววเฮียแมนแล้วก็หล่อมากๆแถมกวนๆด้วยดูแลคุณหนูดี๊ดีผมนี่อิจฉาเลยครัชอิอิ
    #5
    0