HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 49 : [SS2] ตอนที่ 4 ก็แค่งอนรึเปล่า????

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ม.ค. 60

 

SS2 CH04



 

               

                เช้าวันใหม่ที่ไม่มีผู้ชายตัวเล็กคอยรบกวนในห้องไม่ได้ทำให้กิจวัตรประจำวันของเซฮุนเปลี่ยนไป ชายหนุ่มยังคงตื่นตั้งแต่เช้าแม้จะไม่มีคิวงานหรือตารางเรียน แต่ที่ต่างออกไปคือมื้ออาหารที่มีเพียงกาแฟดำหนึ่งแก้วเพื่อดับความง่วงและขนมปังปิ้งกรอบๆอีกสองแผ่น

 

                หลังจากที่ลุ่หานเก็บกระเป๋าออกไปตั้งแต่เมื่อวาน พี่ชายของเขาก็โทรมาหาทันทีเพื่อนัดแนะกิจกรรมสุดสัปดาห์ที่จะเกิดขึ้น แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้ไปร่วมทริปกับพี่ชายบ่อยนักแต่ใครอีกคนกลับชอบมันมากจนถึงกับขนาดทิ้งให้เขาอยู่บ้านได้ตั้งหลายสิบวัน

 

                แต่ดูเหมือนว่าทริปนี้ลู่หานจะไม่ได้ไปด้วยเสียแล้ว…. 

 

                พอวางสายพร้อมกับปฏิเสธไปเป็นที่เรียบร้อยเซฮุนก็เริ่มทำหน้าที่ของตัวเองในช่วงวันหยุด นั่นก็คือการทำความสะอาดบ้าน ดูหนัง และอ่านหนังสือที่ชอบ ทานอาหารมื้อค่ำง่ายๆอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเข้านอน มันคงจะเป็นอะไรที่ดีมากๆเมื่อลุ่หานไม่อยู่และเขารู้ว่าอีกฝ่ายกำลังไปไหน แต่สำหรับครั้งนี้มันไม่ใช่

 

                มันทำให้เขากระวนกระวายใจระดับหนึ่งเมื่อฝ่ายนั้นหายตัวไปวันเต็มๆ

 

 

                เสียงกดออดหน้าบ้านทำให้เซฮุนต้องหยุดความคิดและกาแฟแก้วเล็กในมือเอาไว้ ขาเรียวยาวสาวเท้าไม่ถึงสิบก้าวก็ถึงหน้าประตู ชายหนุ่มกดจอมอนิเตอร์ก่อนจะพบกับใบหน้างอง้ำของคนที่เพิ่งเดินโลดแล่นอยู่ในความคิดของเขาเมื่อสักครู่

 

                “เปิดประตู!” เสียงโวยวายเอาแต่ใจยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง

 

                “ไปไหนมา” เซฮุนถามเสียงเรียบพร้อมกับเอนไหล่ซ้ายพิงกับขอบประตู ใบหน้าของคนที่อายุมากกว่าถึงสี่ปีกำลังหงิกจนดูน่าขัน แต่สำหรับเซฮุนแล้วมันช่างเป็นใบหน้าที่น่ารำคาญจนอยากจะหยิกเสียสักทีสองที ถึงในใจจะลดความกระวนกระวายลงไปได้บ้างจนตอนนี้มีแต่ความหมันไส้เข้ามาแทนที่จนเต็มไปหมด

 

                ชายหนุ่มแสร้งเดินไปมาในห้องเหมือนจะหาอะไรสักอย่าง เพื่อเป็นการถ่วงเวลาอิดออดไม่ยอมเปิดประตูให้คนที่เคาะจนแทบจะพังคามือ จนสุดท้ายเซฮุนก็กลับมายืนที่เดิม พร้อมกับจ้องกลับไปที่จอมอนิเตอร์แล้วถามย้ำคำถามเดิม

 

                “ไม่ได้ไปไหน….ฉันอยู่หน้าห้องทั้งวันทั้งคืน หึ ไอ้เด็กใจร้าย” เซฮุนเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างนึกประหลาดใจในคำสารภาพของอีกฝ่าย ส่วนลู่หานที่มักจะเข้มแข็งและไม่ค่อยร้องไห้ให้ได้ดูบ่อยนักกำลังเบะปากขอบตาแดงกล่ำ เขาค่อยๆหมุนลูกบิดที่ล็อคเอาไว้ด้วยกลไกของมันออกช้าๆ ขยับตัวถอยห่างจากประตูแล้วดึงมันออกกว้าง เพื่อให้ลุ่หานได้เข้ามาในห้อง

 

                จะสงสารดีมั้ยเนี้ย….ทำตัวเองทั้งนั้น

 

 

                “ก็แล้วทำไมไม่เข้ามา ไปนั่งอะไรหน้าห้อง” เซฮุนถามขณะรับกระเป๋าเป้ที่ดูเบากว่าที่คิดมาถือไว้ นี่แสดงว่าไม่ได้คิดจะไปไหนเลยสินะ ชายหนุ่มวางกระเป๋าลงบนโซฟา สายตาก็ยังคงจับจ้องมองคนที่หันหลังเดินลิ่วๆเข้าไปในห้องครัว

 

                “ก็โกรธนายอยู่!” ตอบเสียงกระแทกๆพร้อมกับปิดฝาตู้เย็นเสียงดังลั่น เขาไม่ได้ชอบให้ลู่หานที่ขึ้นชื่อว่าแก่กว่าเขาหลายปีทำกิริยาที่ดูเหมือนเด็กแบบนี้ แม้นี่จะเป็นครั้งแรกที่ลู่หานหนีออกไป แต่มันก็ไม่ใช่ครั้งหรือสองครั้งที่ลู่หานจะระบายอารมณ์หงุดหงิดลงกับสิ่งของรอบข้าง ตัวอย่างเช่น โกศของแบคฮยอนที่ลู่หานเอาไปทำแจกันใส่ดอกไม้หน้าตาเฉย

 

                “โกรธผม?….พี่ออกไปโดยไม่บอกผมสักคำ ผมก็คิดว่าจะไปเที่ยวเหมือนทุกๆที”

 

                “งี่เง่า!! ใครจะไปเที่ยวตอนโกรธ” ใครกันแน่ที่งี่เง่า

 

                เซฮุนกอดอกหย่อนก้นนั่งลงบนพนักพิงโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ แต่สายตาคู่คมดุที่ผ่านมรสุมชีวิตมาแทบจะครึ่งค่อนของอายุกลับจ้องกราดมองพี่ชายที่อายุมากกว่าไม่วางตา เขาไม่ได้ปราบยศของลู่หานด้วยวิธีนี้บ่อยนัก แต่ยอมรับว่ามันได้ผลทุกครั้ง

 

                “อย่ามามองฉันแบบนั้นนะเจ้าเด็กบ้า!!!

 

                “เมื่อคืนนอนตรงไหนหน้าห้องตลอดเลยรึไง” เซฮุนถามเพื่อให้แน่ใจ ว่าอีกฝ่ายจะไม่โกหกเพื่อเพิ่มความงี่เง่า

 

                “ถามทำไม

 

                “ถามไม่ได้ให้ย้อน….

 

                ลุ่หานกอดอกหน้างอจนจะพับเข้าหากัน นี่ตกลงใครเป็นน้องใครเป็นพี่กันแน่วะ แล้วไอ้สายตาที่ยังจ้องมาเหมือนผุ้ใหญ่ลงโทษเด็กนั่นมันอะไรกัน

 

                “ตอบ….

 

                “ไปนอนโรงแรม

 

                “โกหกนิเรา” เซฮุนพยักหน้ารับเอือมๆกับการเล่นอะไรเป็นเด็กของผู้ชายอายุสามสิบกว่า คนอย่างลู่หานน่ะเหรอจะยอมนอนหน้าห้องทั้งที่อากาศหนาวแบบนี้ เขาน่ะไม่เชื่อตั้งแต่แรกแล้ว  

 

                “นายมันใจร้ายที่สุด ไม่ง้อพี่ชายนายได้ยังไง ฮรึก!” แล้วน้ำตาแห่งความเครียดและเพราะสู้คนตรงหน้าที่ไล่ต้อนจนเขาจนมุมไม่ได้ก็หยดแหมะลงบนแก้มนวลทั้งสองข้าง ลู่หานที่พยายามปาดมันออก แต่ยิ่งปาดเท่าไหร่มันก็ยิ่งไหลออกมาเท่านั้น ใบหน้าของเขาในยามที่เบะปากอย่างขัดใจกับเจ้าน้ำตาและความรู้สึกบ้าๆนี่ มันคงน่าเกลียดมากจนเซฮุนทนมองไม่ไหวเดินหนีเข้าห้องไป

 

                แต่ไม่กี่นาทีต่อมาเซฮุนก็สวมเสื้อโค้ทเข้ารูปพอปกปิดชุดลำลองด้านในที่ไม่ควรใส่ออกนอกบ้าน ในมือมีแค่กระเป๋าสตางค์สีน้ำตาลเก่าๆที่จำได้ว่าเขาซื้อให้ถือออกมาด้วย

 

                “นี่ไงผมกำลังง้ออยู่” เซฮุนตอบเสียงราบเรียบไม่มีรอยยิ้มไม่มีแววตาที่สื่อความหมายให้ใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นสำ แต่มันกลับทำให้น้ำตาของคนที่เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นหยุดลงได้

 

                “เซฮุน….

 

                “ผมยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย ออกไปหาอะไรกินกันเถอะ” โกหกออกไปแม้ว่าหลักฐานจะวางหราอยู่บนโต๊ะกินข้าว

 

                “อย่ามาตบหัวแล้วลูบหลังนะ!!!!” เสียงโวยวายพร้อมกับแรงกระแทกจากด้านหลัง รอยยิ้มจางๆของเด็กโข่งปรากฏขึ้นบนริมฝีปากได้รูป เมื่อพี่ชายตัวเล็กข้างตัวดึงแขนของเขาไปเกาะเป็นที่เรียบร้อย

 

                “อย่าเอาแขนผมเช็ดน้ำมูกจะได้มั้ย!

 

 

 

 

 

 

 

               

 

 

 

 

 

 

 

 

                อีกด้านหนึ่งสองสามีภรรยาที่กำลังจัดกระเป๋าเตรียมออกทริป โดยมีภรรยาคนสวยกำลังนั่งจุมปุกก้มๆเงยๆจับของยัดเข้ายัดออกเป็นว่าเล่น

 

                “ชานโทรไปอีกรอบรึยังคะ”

 

                “โทรแล้วไม่รับทั้งคู่เลย”

 

                “ทำไงดีล่ะต้องไปพรุ่งนี้แล้วด้วยนา ลองชวนเซฮุนอีกทีดีมั้ยคะ” คริสที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมแท๊บเล็ตคู่กายมองคุณนายของเขายัดเสื้อผ้าลงไปในกระเป๋าใบใหญ่ แม้ทริปคราวนี้จะไม่นานมากนักและก็เป็นทริปฮันนิมูนรอบที่สิบสองของพวกเขาแต่เพราะม๊าอยากให้คู่นั้นไปด้วยหน้าที่การตามสองคนนั้นก็เลยตกมาเป็นของเขากับชานยอล

 

                สถานที่ที่พวกเขาจะไปกันคือศาลเจ้าในหุบเขากลางป่าที่อู๋อี้ซาน หม่าม๊าแนะนำว่ามีเพื่อนที่รู้จักบวชเป็นพระมาหลายสิบพรรษา แถมท่านยังรู้จักตำรับตำราพวกสมุนไพรที่ทำให้ท้องได้และรักษาอาการป่วยต่างๆอย่างกับยาวิเศษ แถมม๊ายังโวเอาไว้อีกว่า ตอนที่อยากได้ลูกอีกคนป๊าม๊าก็ได้มาจากที่นั่น

 

                “ก็ไม่ต้องไปเราไปสองคนพอ”

 

                “แต่ม๊าอยากให้สองคนนั้นไปด้วย”

 

                “ก็บอกม๊าว่าพวกเขาไม่ไป”

 

                Rrrrr Rrrr

 

                สามีที่กำลังจะเถียงกลับเบรกตัวเองเอาไว้ทันเมื่อ ภรรยาคนสวยยกโทรศัพท์ที่แผดเสียงร้องดังลั่นขึ้นรับ ชานยอลกรอกเสียงลงไปอย่างหงุดหงิดเมื่อปลายสายที่โทรเข้ามาคือคู่กรณีที่เพิ่งอยู่ในบทสนทนาของพวกเขาไปหมาดๆ เจ้าตัวเงียบเสียงลงเพื่อฟังอีกฟากของสายพูด ก่อนจะขานรับอีกสองสามคำแล้วกดตัดสายไป

 

                “เซฮุนเหรอ”

 

                “อือบอกว่าเดี๋ยวจะบินมาหา บอกให้เลื่อนไฟท์ไปมะรืนแทน พรุ่งนี้มาไม่ทัน!!” ชานยอลเอ่ยเสียงกระแทกๆขณะพยายามยัดเสื้อลงกระเป๋า แต่พอมันยัดไม่ลงก็ใช้มือผลักมันออกห่างตัวอย่างหงุดหงิด ให้ตายเถอะคิดว่าจะเอาอะไรก็ได้ตามใจตัวเองงั้นเหรอ เหอะ!

 

                “แล้วนี่จะไปไหน ไม่จัดให้เสร็จเหรอคะ” คนเป็นสามีเห็นภรรยาลุกขึ้นเดินจ้ำๆ จะออกไปข้างนอก ก็ได้แต่ถามเสียงอ่อนๆ

 

                “มีมือก็จัดเองสิ!! จะไปจัดการเรื่องตั๋วให้เจ้าพวกนั้นเนี้ย! เห้อะ วันๆนี่จะทำอะไรบ้างนอกจากงาน น่ารำคาญจริง!! กลับมาจัดไม่เสร็จโดนแน่” ชานยอลทำตาขวางชี้โบ้ยชี้เบ้สั่งสามีที่กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของตนไปเสียเฉยๆ

 

                “อ่ะ อ่าว ชานยอลขา…..ToT

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สนามบินนานาชาติปักกิ่ง

 

                เสียงเครื่องบินแลนดิ้ง แทบจะดังเข้ามาในเกทของผู้โดยสารขาเข้า ชายหนุ่มไซส์ต่างกันที่กำลังเดินออกมาจากเกทผู้โดยสารต่างรีบหลบให้กับสองสามีภรรยาที่เดินแทรกกลางเข้ามาเสียดื้อๆ เซฮุนที่เข็นรถเข็นกระเป๋าตามหลังมามองค้อนตามหลังแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากว่าอะไร

 

                “โทรหาพี่รึยัง” เซฮุนหันไปถามลู่หานที่เดินเฉิดฉายตัวปลิวเพราะได้กลับบ้าน แถมยังมีหน้ามาถอดแว่นกันแดดออก แล้วยื่นส่งให้เขาเก็บไว้อีก

 

                “เรียบร้อยแล้ว อีกสิบนาทีก็ถึงแล้วน่ะ” ลู่หานเสยผมหน้าที่เริ่มปรกรกรุงรังบังสายตาขึ้นไป แล้วเริ่มสอดส่ายสายตามองร้านอาหาร เดินทางก็ตั้งแต่ช่วงดึก มื้ออาหารรองท้องก็มีแค่ขนมปังกับนมที่เซฮุนเอาติดตัวมาจากที่บ้าน อาหารบนเครื่องก็น้อยยิ่งกว่าแมวดม แต่จะโทษใครก็ไม่ได้เพราะเขาดันแต่งตัวช้าจนออกบ้านสายเอง

 

                “ฮุนไปกินนั่นกัน” ชี้นิ้วออกไปยังร้านอาหารฟาสฟู้ดง่ายๆ ที่เปิดคั่นกลางระหว่างร้านของฝากขึ้นชื่อ จากทั่วประเทศ ลู่หานที่บอกเสร็จก็ก้าวเท้าฉับๆเข้าไปต่อคิว โดยไม่ใส่ใจหรือสนใจว่าอีกคนเห็นด้วยหรือไม่

 

                “ไม่กิน กินอย่างอื่น”

 

                “อย่าขัดสิ ฉันอยากกินอันนี้” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเอียงหน้าก้มลงจดจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง ก็รู้ล่ะว่าเซฮุนมันรักสุขภาพจ๋าไม่ต่างจากคุณน้า แต่ก็ไม่เห็นต้องมาเป็นเดือดเป็นร้อนกับร่างกายของเขาเลยนี่นา

 

                “พี่ไปหาร้านกินดีๆเถอะ”

 

                “นี่ไม่ดีตรงไหน ก็ฉันหิวอ่ะ เดี๋ยวอีกสิบนาทีพี่ฟ่านมันก็มารับแล้ว ไม่มีเวลานั่งกินหรอก”

 

                “งั้นก็อดเอา ไว้ไปกินที่บ้าน”

 

                “เข้าใจคนหิวป่ะฮุน บ่นเป็นแม่เลยอ่ะ ถอยๆ” ลู่หานค้อนทางสายตาก่อนจะรีบขยับ เอาพุงกะทิน้อยๆไปชิดกับเคาน์เตอร์ยกสูงเมื่อถึงคิวของตัวเอง จากนั้นก็จัดการสั่งออเดอร์เป็นภาษาบ้านเกิดรัวเร็วเพื่อไม่ให้แม่ที่ยืนตัวสูงข้างๆได้ปฏิเสธ

 

                พอได้ของครบก็รีบยื่นบัตรเครดิตของตัวเองออกไปเพื่อจ่ายแต่กลับโดนคนเป็นแม่ตัดหน้าด้วยการควักเงินสดจ่ายพร้อมสีหน้าบูดบึ้ง เซฮุนเนี่ยเป็นพวกปากร้ายใจดี ดีไม่พอแถมสปอร์ตด้วย

 

                “โอ้ะ ขอบใจนะ” บอกขอบคุณพอเป็นมารยาทเสร็จก็ถือถุงอาหารกับแก้วโค้กไซส์ใหญ่ออกไปเพื่อหาเก้าอี้นั่ง ส่วนเซฮุนที่ตามมาติดๆได้แต่นั่งลงข้างๆ ยกขาขึ้นไขว้ทับกัน แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาต่อสายหาพี่ชาย ส่วนคนที่หิวจัดก็ได้แต่งับเบอร์เกอร์เข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

 

                “กินมั้ย มันทอดก็มีนะหรือเอาอันนี้ดี”

 

                “นี่แกล้งกันเหรอ” เซฮุนหันไปปรามใส่คนที่เริ่มฉีกยิ้มหัวเราะคิกคักที่ยั่วโมโหเขาได้ลู่หานรู้ว่าเขาเป็นพวกเกลียดอาหารฟาสฟู้ดแบบนี้ตั้งแต่ย้ายไปอยู่บนเกาะ แม้แต่น้ำมันถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็แทบจะไม่แตะ แต่เขาก็ไม่ใช่พวกรักสุขภาพจ๋าอะไรขนาดนั้น เพราะบางวันข้าวก็ใช่ว่าจะกิน บางทีแค่แครกเกอร์สองสามแผ่นกับกาแฟเขาก็อยู่ได้ทั้งวันแล้ว

 

 

 





+++++++++++  

                สงครามน้ำลายยังคงมีมาเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขาถึงบ้าน สารถีอี้ฟานช่วยพ่อบ้านขนกระเป๋าของน้องชายกับน้องเมียเข้าไปด้านใน ส่วนชานยอลที่นั่งจิบน้ำส้มสวยๆอยู่บนโซฟากับคุณนายใหญ่ ทำเพียงแค่ปรายหางตาคาดโทษน้องชายที่เดินหล่อเข้ามาแทน

 

                “ลู่หานเซฮุน มาให้ม๊าก่อนหน่อยเร็วเข้า” คุณนายใหญ่อ้าแขนรับลูกชายคนเล็กที่วิ่งดุ๊กๆเข้ามาในอ้อมกอดทันที ส่วนชายหนุ่มที่เธอเนียนให้เป็นลูกชายไปอีกคนก็ค่อยๆเดินมานั่งข้างๆ แล้วก้มหัวโค้งทำความเคารพอย่างนอบน้อม

 

                “มาให้ม๊ากอดหน่อยสิเซฮุน หนูไม่ค่อยมาที่นี้บ่อยเหมือนชานยอลเลยนะ” เซฮุนที่ขยับตัวเข้าไปหากอดซบคุณนายใหญ่ของบ้านอย่างเก้ๆกังๆด้วยความไม่ชิน

 

                “คือ ผมงานยุ่งน่ะครับ ต้องขอโทษด้วย ว่าแต่ป๊าไปไหนเหรอครับ” ถามหาป๊าเพื่อแก้อาการเขิน แต่คุณนายใหญ่กลับยิ้มหวานฉ่ำไม่ยอมตอบคำถามของเซฮุนแล้วเลี่ยงไปพูดอย่างอื่น

 

                “เดี๋ยวไงก็ไปพักผ่อนกันก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องเดินทางอีก”

 

                “ครับ/คร้าบบบบ”

 

               

 

                พวกเขาใช้เวลาพักผ่อนที่บ้านท่านนายพลคืนเดียวก็ออกเดินทางไปฝูเจี้ยนในช่วงเช้า อี้ฟานที่อาสาเป็นหัวหน้าทัวร์ในครั้งนี้ริบเก็บพาสปอร์ตพวกต่างบ้านต่างเมืองมาถือเอาไว้เพื่อความอุ่นใจ พวกเขาทั้งสี่ใช้เวลาเดินทางจากปักกิ่งไปฝูเจี้ยนด้วยเครื่องบินไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง ก่อนจะต่อเที่ยวบินอีกเที่ยวเพื่อตรงดิ่งสู่อู๋อี้ซาน

 

                พวกสายเที่ยวมาเกือบทั้งชีวิตอย่างอี้ฟานและลู่หานตื่นตาตื่นใจกับธรรมชาติรอบด้านหลังจากที่ลงเครื่องแล้วมาต่อด้วยรถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบโฟวิว แต่พวกคุณหนูที่ไม่ได้มีชีวิตสมบุกสมบันมาตั้งแต่เกิดกลับแสดงสีหน้าเบื่อเซ็งออกมา โดยเฉพาะชานยอลที่บ่นแทบจะทุกๆสิบนาทีว่าเมื่อไหร่จะถึง

 

                พอเข้าช่วงสายหน่อยพวกเขาก็แวะข้างทางเพื่อทานอาหารในร้านเก่าๆ ร้านหนึ่งขณะนั่งรอก็มีบริกรยกน้ำชามาเสิร์ฟ ที่อี้ซานขึ้นชื่อเรื่องชาจนร้านทุกร้านในหมู่บ้านจะต้องมีชาขายเป็นของฝาก และร้านที่พวกเขาแวะทานอาหารกันก็มีบริการเสิร์ฟชาในระหว่างรออาหาร และดูเหมือนว่าคุณนายใหญ่ในทริปนี้จะชอบมันมากไม่ใช่น้อยจนต้องขอซื้อกลับไปใหญ่เกือบเท่าถุงกระสอบ

 

                พอจบกับอาหารรสชาติพื้นที่ ชานยอลเจ้าเก่าเอาแต่บ่นนู้นตินี่ จนสุดท้ายพวกเขาก็ถึงที่พักในคืนแรก คืนแรกอี้ฟานและชานยอลตัดสินใจที่จะนอนในบ้านที่เปิดเป็นโฮมสเตย์ต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่หรูหรามากแต่ก็อยู่ในบรรยากาศที่ดีและสะอาดพอเท่าที่เซฮุนจะนอนได้ ชานยอลและคริสที่จองห้องเดี่ยวเอาไว้ไม่ได้มีปัญหามากนัก ยกเว้นก็แต่เซฮุนที่เอาแต่บ่นเป็นหมีว่าเตียงแคบไม่พอนอนจนต้องการเปิดห้องใหม่

 

                “เออ เราไม่มีห้องแบบโรงแรมน่ะค่ะ มีแต่ห้องรับแขก”

 

                “หืมห้องรับแขก”

 

                “ก็ดีนะ นอนรวมกันในห้องรับแขกเลย” ลู่หานเสนอความคิดเห็น ถ้ามันลำบากมากก็ยัดกันในเนี้ยแหละ

 

                “ไม่!! ชานต้องการความเป็นส่วนตัวนะฟ่าน” ชานยอลที่เริ่มเกาะแกะแขนสามีส่ายหน้าปฏิเสธท่าเดียว ก็นี่มันอาจจะเป็นคืนสุดท้ายนับจากนี้ที่พวกจะได้จ้ำจี้กัน เพราะถ้าเข้าวัดเข้าวาก็ต้องงดเรื่องพวกนี้ทันที อี้ฟานที่เห็นภรรยาเริ่มงอแงน้ำตาคลอด้วยมารยาก็เกือบจะใจอ่อน แต่พอหันไปมองเซฮุนกับลู่หานที่เริ่มเก็บของเงียบๆ เขาเลยจำใจต้องเสนอวิธียกมือเพื่อประชามติ สุดท้ายผลที่ออกมาก็เป็นสามเสียงต่อหนึ่ง สรุปนอนห้องรับแขก ไปแบบมึนๆแม้ว่าชานยอลจะขุ่นเคืองมากก็ตาม  

 

               

                พอตกลงที่นอนกันได้แล้ว ก่อนมื้อเย็นต่างคนต่างคู่ก็จับมือกันออกไป เดินชมตลาดในช่วงเย็นที่แทบจะไม่ได้มีอะไรเลยเพราะไม่ใช่หน้าเทศกาล แม้เมืองจะแอบเหงาไปบ้าง แต่ก็มีทางเดินเรียบแม่น้ำให้เดินเล่นรับลมหนาวเย็นๆ

 

                “นายว่ามันมีปลามั้ย”

 

                “อืมมั้ง”

 

                “ตัวใหญ่ๆน่ะนะ”

 

                “ไม่รู้ ถามมากจัง” เซฮุนส่ายหัวแล้วรีบจ้ำเท้าเดินห่างออกไปด้วยความสุดจะทน ส่วนคนช่างตื้อก็ยังคงวิ่งตามมากรอกคำถามใส่หูเขาเป็นว่าเล่น

 

                “เมื่อก่อนตอนไปอาร์เจนติน่า ก็ได้ลงแม่น้ำจับปลานะ หนุ่มๆสาวๆแถวนั้นนี่ เฮกันใหญ่ตอนฉันจับปลาได้”

 

                “เคยไปด้วยเหรอ” เซฮุนถามอย่างสนใจ จนคนที่รู้แกวว่าอีกคนสนใจแบบไหน ก็เริ่มเล่าประสบการณ์เที่ยวอีกครั้ง ล่าสุดก็ไปเยอรมัน เรร่อนไปทั่วอย่างกับคนจรจัด บางทีมีเงินก็ต้องซ่อน มีติดตัวมากไปก็ไม่ได้เดี๋ยวโดนปล้น เผลอดีไม่ดีอาจถูกฆ่าหมกตายอยู่ต่างบ้านต่างเมืองทำพ่อแม่เสียใจอีก

 

                “อ่อ…..แล้วยิ่งตอนที่หนีงานดูตัวไปเกาหลีน่ะนะ แร้งแค้นสุดๆ เจอเจ้านายใจร้าย ทำฉันอย่างกับตุ๊กตา โรคจี้ตโรคจิต”

 

                “ใครเหรอ” คนหน้าด้านถามกลับมาด้วยใบหน้ามึนๆ ลู่หานเลยฟาดมือลงบนแผ่นหลังกว้างไปหนึ่งทีเผื่อมันจะคิดออกว่าใคร

 

                “ก็จะใครซะอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่ไอ้คนที่เอาแต่ผลักไสไล่ส่งฉันตอนนี้น่ะหื้ม แหมที่เมื่อก่อนนี่หวงเป็นไข่เลย แล้วดูตอนนี้ดิ้ ถ้าฉันเผลอนายคงหนีฉันแน่ๆ”

 

                “รู้ดีนี่เก่งจัง” เซฮุนมองมาพร้อมกับปรบมือให้อย่างชื่นชมแบบกวนๆ ส่วนคนที่เถียงอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ส่งมือไปฟาดแขนฟาดหลังรัวๆ จนอีกคนร้องโอดโอย

 

 

                พอเดินเล่นกันเสร็จก็รวมตัวกันอีกครั้งเพื่อกินข้าวกับเจ้าของบ้าน โฮมสเตย์ที่นี้ดีหน่อยเพราะมีแค่ผู้หญิงวัยกลางคนกับลูกชายตัวน้อยอายุสามขวบอีกหนึ่งชื่อผิงผิง แถมแลดูจะติดชานยอลมากจนชานยอลต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่ป้อนข้าวไปทั่ว

 

                “คงไม่ต้องห่วงแล้วมั้งถ้ามีลูก” ลู่หานเอ่ยแซวพี่ชายขณะจ้องมองดูพี่สะใภ้วิ่งไล่จับเด็กน้อยแรงดีไปทั่วบ้าน เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยกับเสียงโวยวายแบบไม่จริงจังของชานยอลก็สร้างสีสันให้ทุกคนรู้สึกเจริญอาหารเข้าไปอีก

 

                “นั่นสิ ฮึก!...

 

                “เห้ย!! พี่ร้องไห้ทำไมเนี้ย!

 

 

 

 

 

 

 

 +++++++++++++++

                เสร็จจากมื้อเย็นที่อิ่มเอมไปด้วยน้ำตาแห่งความสุขของอี้ฟาน พวกเขาก็ผลัดกันไปอาบน้ำ ก่อนจะออกมาจัดเตรียมที่นอนสำหรับคืนนี้ ซึ่งคุณเจ้าของบ้านก็ยินดีนำผ้าปูผ้าห่มที่เก็บเอาไว้ออกมาปูให้เป็นกรณีพิเศษจนเต็มพื้นที่ในห้องรับแขก ส่วนชานยอลที่แทบจะไม่ได้ลงแรงกับส่วนนี้เลย ก็ได้แต่นอนผึ่งพุงเป็นที่เอนหลังให้กับเจ้าผิงผิงเด็กน้อยที่ติดตัวเองแจตั้งแต่ช่วงมื้อเย็น

 

                พอทุกอย่างเรียบร้อยดีและเจ้าผิงผิงก็เริ่มง่วงจนงอแงให้แม่กล่อม ว่าที่คุณแม่ก็ได้ฤกษ์ไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมตัวจะนอนเหมือนคนอื่นเขาเสียที

 

               

 

                “ไปนอนกับพี่ชายพี่สิ”

 

                “เดี๋ยวพี่นายมาแล้วฉันจะนอนตรงไหน พูดอย่างกับไม่นอนด้วยกันทุกคืน” ลู่หานกรอกตามองบนแล้วเบะปากคว่ำ ความจริงก็อยากกลิ้งไปหาพี่มันหรอก แต่กลัวไปทับที่ใครเค้าเข้าเดี๋ยวจะซวยเอาอีก รายนั้นอารมณ์นี่ร้ายยิ่งกว่ากระซู่ป่าด้วย

 

                “งั้นก็นอนดีๆ อย่าเกาะ”

 

                “เอ้า ทุกคืนก็เกาะ มาหวงตัวอะไรวันนี้” ว่าแล้วก็จิกตามอง ลุ่หานเป้นมนุษย์ที่ยิ่งว่าก้เหมือนยิ่งยุ ถ้าบอกไม่ให้เกาะเขาก็จะเกาะให้แน่นกว่าเดิม เซฮุนพยายามดิ้นไปดิ้นมา แต่มีหรือคนยิ่งห้ามยิ่งยุจะยอมปล่อย ลู่หานจัดการล็อคตัวเอาไว้ด้วยแขนกับขาเล็กๆของตัวเองแล้วใช้แก้มถูไถไปทั่วลำแขนแกร่งที่มีแต่มัดกล้าม อยากรู้นักว่าจะทนได้สักกี่น้ำเชียว

 

                “อ่ะ โอ้ย! ทำไรเนี้ย”

 

                “เน่ๆ เบาๆหน่อย ไม่ใช่ห้องฮับส่วนตัวนะ” อี้ฟานที่ทนดูไม่ได้รีบปรามน้องชายด้วยเท้าหนักๆทันที คือนอนมองอยู่นานจนอดรนทนดูกับภาพตรงหน้าไม่ไหวจริงๆแบบไอ้น้องชายเขาก็เหลือเกิน ตัวก็เท่ากับแมวยังจะไปริอาจไล่ปี้เสืออีก เห็นแล้วเพลียจริงๆ

 

                โวยวายกันได้ไม่นานเจ้าแม่ใหญ่สุดของทริปนี้ก็ออกมาโบกสะบัดผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดผมไปทั่วจนน้ำกระเด็นไปโดนคนอื่น เสียงโวยวายแรกเป็นของลู่หานที่โดนไปเต็มๆก่อนจะตามมาด้วยน้องชายสุดที่รักของตัวเองที่มองค้อนอย่างไม่ชอบใจ แต่ชานยอลหาได้แคร์ไม่ เขาเดินเอาผ้าไปตากเงียบๆแล้วเดินมาล้มตัวนั่งลงข้างสามีที่นอนอ่านหนังสืออยู่ริมสุดของผ้าปู

 

                “ง่วงแล้วจ่ะ”

 

                “ง่วงก็นอนนะ มาเดี๋ยวฟ่านกล่อมนะคะ” ว่าแล้วก็ดึงชานยอลลงไปนาบกับอก ส่วนคนโดนดึงก็วาดแขนกอดกระชับสามีเอาไว้แล้วถูไถหัวที่เป่าจนแห้งเพราะไดร์ไปมาบนแผงอกอย่างออดอ้อน

 

                “โถ่ ว่าแต่คนอื่น” ลู่หานบ่น อารมณ์ที่เคยดีๆเสียหมดจน ต้องขยับตัวห่างจากไอ้คนที่ไม่มีจิตสำนึก ไม่มีท่าทางอยากจะร่วมมือกับเขาแม้แต่น้อย

 

                “นอนได้แล้ว ไม่ต้องสนใจพวกบ้านั่นหรอก” เซฮุนบ่นงึมงำในขณะที่ตาตัวเองแทบจะปิด ชายหนุ่มหันข้างตะแคงให้อย่างที่ชอบทำใส่ลู่หานบ่อยๆ ก่อนจะหลับตาซุกมือเข้าไปวางใต้หัวเพื่อใช้ต่างหมอน แม้จะรู้สึกว่าพื้นมันเย็นและแข็งเกินไป แต่ก็นอนสบายกว่าตอนอยู่ในเรือปะมงเยอะ

 

               

                กว่าจะปิดไฟนอนก็เกือบเที่ยงคืน ส่วนคู่ที่เข้าสู่ห้วงนิทราก่อนก็คือลู่หานกับเซฮุนที่เริ่มส่งเสียงหายใจฟืดฝาด เว้นแต่สองสามีที่ยังลืมตาใสแจ๋วอยู่ในความมืด โดยมีคุณภรรยาคนสวยมุดตัวเป็นก้อนอยู่ในอ้อมแขนของสามียังหนุ่ม

 

                “ฟ่าน..

 

                “หืม”

 

                “เราลองมาทำอะไรเงียบๆ น่าตื่นเต้นๆกันดูดีมั้ย”

 

                “อะไรเหรอ” สามีซื่อบื้อถามอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ภรรยาคนสวยอยากจะสื่อ ชานยอลเลยโผล่หัวออกจากอ้อมกอดฝังปากลงบนใบหูได้รูปของสามีแล้วกระซิบเบาๆ

 

                “บ้า! มาองมาเอาต่อหน้าน้องได้ไง ชานยอล”

 

                “จะพูดดังทำไมเดี๋ยวมันตื่น” ชานยอลแยกเขี้ยวใส่ ขัดใจจริงๆไอ้ผัวเวร

 

                จนแล้วจนรวดเรื่องจ้ำจี้ประตูชัยก็ถูกพับเก็บเอาไว้ แม้จะเป็นคืนแรกในรอบสามเดือนเลยก็ว่าได้ที่พวกเขาไม่จ้ำจี้กันก่อนนอน ชานยอลที่รู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไปจากชีวิต เหมือนอย่างกับคนอื่นที่ขาดชาคาโมมายก่อนนอนไม่ได้ ส่วนเขาก็ขาดเซ็กส์กับเนื้อแนบเนื้ออุ่นๆของสามีไม่ได้อย่างไงอย่างงั้น

 

                แต่จะให้มาเล่นกันโดยที่น้องนุ่งนอนอยู่ข้างๆก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่าละอายเกินไป ยกเว้นแต่จะปลุกมันให้ลุกขึ้นมาจ้ำจี้เป็นคู่ดูโอด้วยกันแทน

 

                ส่วนไอ้สามีตัวดีก็เริ่มปรือตา ลมหายใจเริ่มดังขึ้นจนกลายเป็นเสียงกรนจึงได้รู้ว่ามันชิงหลับไปก่อนเขาแล้ว ชานยอลที่นอนไม่หลับก็ต้องมุดออกมาจากอ้อมกอดของสามีแล้วนั่งขัดสมาธิ หันหน้าไปมาเพื่อปรับสายตาให้ชินกับความมืด พอชินกับมันได้ สิ่งที่เขาได้เห็นคือ ไอ้น้องตัวดีของเขาที่เมื่อชั่วโมงก่อนยังนอนหันหลังหนีคู่ตัวเอง แต่ตอนนี้กลับขยับตัวมาดึงผ้าห่มแถมลากร่างกลมๆที่ขดเป็นก้อนให้ซุกกับอกตัวเองหน้าตาเฉยๆ

 

                “เกรงใจพี่มันบ้าง” ชานยอลพึมพำก่อนจะพบว่าเซฮุนจ้องมาที่เขา

 

                “นึกว่านอนแล้ว” ไม่ได้มีท่าทีเขินอายใดๆ เหมือนทำด้วยความชิน

 

                “อืม กำลังจะนอน แต่รอแกนอนก่อน”

 

                “ผมไม่ค่อยง่วงน่ะ……” เซฮุนตอบไอ้ตอนหัวค่ำก็แค่อยากจะหนีตัวแสบที่ชอบปากอยู่ไม่สุขขุดนั่นขุดนี่มาพูดอยู่เรื่อย “ผมคงอีกสักพัก….” แม้มือยังจะตบไปบนแขนอีกฝ่ายเป็นการกล่อมอย่างเคยชิน ชายหนุ่มก็ยังคงมองพี่ชายที่ผงกหัวทำมือทำไม้ท่าทางเหมือนอยากจะให้เขาตามออกไป หลังจากที่อีกฝ่ายลุก เซฮุนก็จัดการผลักไสร่างก้อนๆให้นอนดีๆแล้วขยับตัวลุกตามพี่ชายไป

 

 

 

 

                ซองบุหรี่กับไฟแช็คถูกยื่นส่งให้ แต่เซฮุนปฏิเสธ ส่วนชานยอลที่มีพกมันติดตัวไว้แต่ไม่สูบก็เก็บมันยัดใส่กระเป๋า เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องพกมันเอาไว้ แค่รู้สึกว่าอยากจะพกมันให้เหมือนเมื่อหลายปีก่อนก็เท่านั้นเอง

 

                “แกรู้ใช่มั้ยว่าฉันมาทำไมที่นี่”

 

                “อืม”

 

                “แกไม่สนเหรอ” เซฮุนหันไปเลิกคิ้วใส่พี่ชายเป็นเชิงถามว่า สนอะไร

 

                “ผมกับลู่หานถึงจะนอนเตียงเดียวกันแต่ก็ไม่เคยมีอะไรกัน”

 

                “แกยังนอนฝันร้ายอยู่อีกเหรอ” เซฮุนส่ายหน้าปฏิเสธ เมื่อก่อนตอนยังเด็กเขาไม่อยากเข้ารับการรักษาเพราะไม่อยากเชื่อว่าตัวเองป่วยทางจิต แต่พอผ่านมรสุมชีวิตมามากมาย แปดปีก่อนเขาก็อยู่ได้เพราะยานอนหลับ แต่มันน่าแปลกมากที่ตอนนี้เขาไม่ได้ใช้มัน และหยุดมันมานานกว่าสองปีเข้าไปแล้ว

 

                บางทีอยู่กับลู่หานมันก็เหนื่อยมากจนหลับเป็นตายไปเลย

 

                “ใจแข้งจังน้า ลู่หานก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่” ชานยอลเหยียดยิ้มมุมปาก อดนึกถึงสมัยก่อนไม่ได้เลยตอนที่เซฮุนคบกับแบคฮยอน ตอนนั้นเขารู้สึกสงสารลู่หานจนเผลอแอบเชียร์ แต่ถ้าเมื่อก่อนลุ่หานไม่ทำตัวกวนบาทาเขานักละก็ เขาอาจจะช่วยมันมากกว่านี้ก็เป็นได้

 

                “อย่าทำอะไรแผลงเชียวๆ ผมไปนอนแล้วนะ” เซฮุนจ้องคาดโทษพี่ชายตัวเองเอาไว้ถ้าหากว่าฝ่ายนั้นเล่นอะไรแผลงๆอีก พอชานยอลทำท่าล้อเลียนเขาหนักเข้า เซฮุนก็ตัดสินใจสะบัดหน้าหันหลังเดินกลับเข้าบ้าน เพื่อที่จะได้พักผ่อน ส่วนชานยอลที่ยังยืนมองแผ่นหลังกว้างของน้องชายก็ได้แต่ฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์

 

                “นิสัยปากแข็งนี่มันเอามาจากใครนะหึๆ”

 

               

 

 

 




























-------------------------------

สำหรับตอนนี้ก็อ่อนๆขำๆไปก่อน ลู่เขางอนน้องชายเขาเท่านั้นเอง ไม่มีไรมากค่ะ

แต่ตอนนห้าเรา ไปย้อนยุคกันหน่อยนะคะ  

 

ไปสกรีมแทคได้ในทวีตนะคะ #สมบัติky 

แล้วก็คอมเม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน้าาาาา

 **เรื่องนี้ไม่มีดราม่าหนักหรอกนะคะ วางใจได้มากสุดก็แค่ผัวโดนเมียด่า** 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #660 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 16:23
    ฮ่อยยยยยย. สงสารน้องยอล ต้องนอนรวม อดเลยคืนนี้ ติดใจมากซะด้วยสิ เป็นกิจวัตรประจำวันกันไปแล้วนี่นา ถ้ามาเอาให้น้องดูนี่ช็อคนะ 55555
    #660
    0
  2. #659 KingDome_LenoC61 (@chanaprak_ao04) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 09:00
    เค้าอยากให้ลู่หานเจอหนุ่มมาจีบเยอะๆแล้วเผอิญว่ามีคนที่ลู่หานถูกใจสักคนนึงแล้วเริ่มห่างจากเซฮุน เค้าไม่ค่อยปลื้มที่เซฮุนทำตัวแบบนี้เลยอ่ามันทรมานลู่หานเกินไป เค้าอยากจะให้ลู่หานมีความสุขที่ไม่ใช่แบบนี้ เซฮุนเห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว ลู่หานควรเจอคนที่ดีกว่านี้ อยากเห็นเซฮุนดิ้นจัง
    #659
    0
  3. #658 tikkyk (@tikkyk) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 07:11
    เมื่อไหร่ลู่จะได้หยุดวิ่งตามเซฮุนซะทีไรท์ คือจะให้วิ่งตามไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุดจนจบเรื่อง คือมันดูล่องลอยอ่ะ
    #658
    0
  4. #657 meimei17an (@meimei17an) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 02:07
    ชานยอลน่ารัก5555คงจะอยากมีลูกมากจริงๆ ในมาดามแกสมหวังหน่อยละกานน
    #657
    0
  5. #656 L.queen13 (@redqueen_w) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 00:58
    คริสยอลน่ารักดีอะ ส่วนฮุนฮานยังไม่รู้สึกว่าฮุนรักลู่สักนิดเลยไรท์มีคนอื่นไหมเอามาคู่กับลู่เลยมาปลอบใจลู่ไม่เอาแล้วเซฮุน
    #656
    0