HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 41 : ตอนพิเศษ ตามหาหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 ม.ค. 59






ตอนพิเศษ ตามหาหัวใจ

 




                เหมือนกับกำลังฝันกลางวัน คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นใคร เซฮุนไง ปาร์ค เซฮุน ผู้ชายอายุยี่สิบเก้า รูปร่างบึกบึนสมชายชาวเล ไหนจะผิวที่มันวาวสีน้ำผึ้ง กล้ามแขนเป็นมัดๆ แล้วผมที่ตัดสกินเฮดที่เริ่มยาว

 

                แค่เห็นใจก็เต้นแรง

 

                ตู้แช่เดินได้ยังไงก็ยังคงเป็นตู้แช่เดินได้แบบนั้น แม้ว่าเซฮุนจะโปรยยิ้มให้พี่ป้าน้าอาตอนเดินสวนผ่าน บ่งบอกได้ถึงความมีอัธยาศัยที่ดีกับคนรอบข้าง แล้วกับคนที่เดินข้างๆนี่ ไม่หรอกรอยยงรอยยิ้ม

 

                “จะกลับไปได้หรือยัง รำคาญ” ปากคอเราะร้าย ไหนจะสายตาคู่คมที่จ้องอย่างกับว่าเค้าเป็นแมลงสาบ ครับ พ่อคน แฮนซั่มประจำแหลม

 

                “ก็บอกแล้วว่าจะไปอยู่ด้วย”

 

                “หยุดทำตัวเป็นเด็กสักทีเถอะ คุณนาย” เซฮุนทำเสียงจึกจักในลำคอก่อนจะเร่งฝีเท้าขึ้นไปยังทางที่เป็นเนินลาดชัน ลู่หานเบ้ปากพึมพำล้อเลียนเด็กอายุยี่สิบเก้าที่กำลังทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ทำไมวะ นี่ๆ นี่แก่กว่ากี่ปี ยังจะมีน่ามาสั่งสอน มาว่าเค้าอีก ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!!

 

                จริงๆแล้ว เค้าหัวใจแทบหยุดเต้นตอนเห็นคนที่หันมามองกลุ่มเด็กผู้หญิงที่วิ่งห่างออกมา พอดีว่ามันประจวบเหมาะกับที่เค้าปั่นจักรยานเลี้ยวมาจากซอย ผู้ชายตัวใหญ่ไร้เงาของขี้ก้างตัวสูง ผู้ชายที่กล้ามแน่นทุกสัดส่วน ไม่มีส่วนไหนที่มองได้เลยว่าเป็นคุณชายมาก่อน

 

                บางที่ตัวเองก็คิดนะว่าทุกครั้งที่ล้มเลิกที่คิดจะตามหาเซฮุน เค้าก็จะได้พบคนหน้าเหมือนบ้างล่ะ คนรูปร่างท่าทางเหมือนบ้างล่ะ จนสุดท้ายก็หนีไปไหนไม่รอด เค้ายังคงติดอวนกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งหใม่ เพียงเพราะความหวังเล็กๆว่าจะได้เจอเซฮุนอีกครั้ง

 

                ลู่หานชะลอฝีเท้าจ้องมองคนที่เดินขึ้นไปยังเนินสูงไกลลิบ ผู้ชายร่างเล็กหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นก่อนจะถ่ายรูปด้านหลังของเซฮุน แล้วเปิดแชท เพื่อส่งหาใครบางคน คนที่น่าจะคิดถึงเซฮุนมากที่สุด

 

                                ลู่หานปิดเครื่องก่อนจะเดินตามหลังของร่างสูงไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลานี้ เค้าควรได้อยู่กับเซฮุนสองต่อสอง และเค้าก็ไม่อยากให้ใครรบกวนไม่ว่าจะทางไหนก็ตาม

 

                บ้านหลังเล็ก มีรั้วรอบขอบชิดพร้อมกับต้นไม้ต้นใหญ่กลางลานบ้าน บ้านอยู่ในสภาพใกล้ถล่มหากว่า ทุบมันเบาๆ บ้านของเซฮุนอยู่บนยอดเนิน ทำให้สามารถชะเง้อคอข้ามรั้วมองทะเลที่อยู่ด้านล่างได้ ลู่หานที่เข้ามาในรั้วบ้านของเซฮุนไม่รู้จะทำตัวยังไง เมื่อเจ้าของบ้านทำอย่างกับเค้าเป็นเพียงแค่ขี้ฝุ่นที่ปลิวเข้ามา ลู่หานมองเซฮุนที่เดินไปเปิดก๊อกน้ำ หยิบสบู่ที่วางไว้บนขอบปูนขึ้นมาถูกับฝ่ามือ แล้วเริ่มละเลงบนใบหน้า

 

                เถื่อนชิบหาย!!

 

                แรงถูแบบนั้น ถ้าเป็นหน้าเค้ามันคงถลอกลอกหนังชั้นกำพร้าออกไปแน่ๆ ลู่หานทำได้แค่จับจ้องมองคนที่ล้างหน้าเสร็จ ผมที่ยังไม่ยาวมากนัก ถูกเสยขึ้นไป ยิ่งมองก็ยิ่งละสายตาได้ยาก

 

                “อะไร” เซฮุนที่กำลังหาผ้าเช็ดหน้าหันมามองคนที่กำลังจ้องตัวเค้า ลู่หานหันหน้าไปทางอื่น ก่อนจะเก้าทายทอยแก้เก้อ นั่นล่ะเซฮุนถึงได้ถอดเสื้อนอกออกมาเช็ดหน้า แล้วโยนมันไว้บนแคร่ไม้ แม้ว่าสายตาจะยังคงจับจ้องมองลู่หานไม่เปลี่ยน

 

                “เปลี่ยนไปมากเลยนะนายเนี่ย”

 

                “ไม่นิ จะกินอะไรก่อนกลับรึเปล่า” ลู่หานที่ยังหันไปทางอื่นเริ่มบิดตัวหันมามองเซฮุน ผู้ชายร่างสูงตัวใหญ่ดูใจเย็น และยังมีน้ำใจมากขึ้น แปดปีที่หมอนี่หายไป ทำให้ตัวตนในอดีตหายไปด้วยงั้นแหรอ

 

                แม้หน้าตารูปร่างจะดูฉกรรจ์ แต่จิตใจกลับปัญญาชนมากเสียเหลือเกิน แตกต่างจากเค้าที่ไม่เคยเปลี่ยน เพิ่มเติมแค่สูบบุหรี่จัดก่ะไว้ผมยาว

 

                “ขอค้างที่นี้สักคืนละกัน พอดีเบื่อห้องพักที่โรงแรม”

 

                “ไม่ได้” เซฮุนตอบก่อนจะเปิดประตูบ้านแล้วเข้าไปด้านใน ลู่หานเม้มปาก มองท่าทีของคนที่เค้าเพิ่งชมว่ามีความเป็นปัญญาชน อย่างหงุดหงิด ก็แค่ขอค้าง ทำไมให้ไม่ได้หรือไงวะ

 

                ลู่หานเดินเข้ามาในบ้านโดยไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าของ เซฮุนที่หันมามองขมวดคิ้วเข้ม ไม่ชอบใจคนที่เดินหน้ามึนเข้ามา แถมยังเชิญตัวเองไปนั่งบน  โซฟาเก่าๆที่ลุเจ้าของเรือเค้ายกให้เป็นของตกแต่งบ้านเมื่อห้าหกปีก่อน

 

                “สะอาดดีนี่ ไม่น่าเชื่อเลยนะ” ลู่หานกวาดสายตามอง มันแคบมาก ถ้าเทียบกับห้องนอนของเซฮุนเมื่อก่อนในคฤหาสน์หลังใหญ่ นี่แค่กลอกตาไปซ้ายทีขวาทีก็ดูครบหมดแล้ว เผลอๆก่ะจากสายตาอาจจะเล็กกว่าห้องน้ำบ้านเค้าด้วยซ้ำ

 

                ส่วนแรกที่เจอคือห้องนั่งเล่นที่ไม่มีทีวีหรือเครื่องเสียงใดๆ มีแค่โซฟาสีน้ำตาลที่นุ่นโผล่ โต๊ะไม้เตี้ยๆ และอีกฟากตรงข้ามกันเป็นชั้นหนังสือขนาดหกชั้น ยาวติดเต็มผนัง แถมยังมีหนังสืออัดแน่นเอาไว้ แทบไม่มีช่องว่าง ถัดไปเป็นฉากกั้น เห็นห้องครัวที่ มองทะลุไปยังหลังบ้าน ส่วนประตูที่อยู่ตรงกลางบ้านนั้นคงจะเป็นห้องนอน บนฝาประตูมีปฏิทินโป๊เปลือยของสาวทรงโตติดเอาไว้ ลู่หานที่ละสายตาจากปฏิทินหันมาเลิกคิ้ว แล้วอมยิ้มนิดๆให้เซฮุนที่ยืนอยู่กลางบ้าน

 

                “ถ้าสำรวจเสร็จแล้วก็ออกไปได้แล้ว จะอาบน้ำ” เซฮุนผายมือไปที่ประตุ แต่คนที่ถูกไล่กลับยักไหล่แล้วลุกขึ้นไปหยิบหนังสือบนชั้นอย่างถือวิสาสะ เพื่อเอามาอ่าน

 

                “ก็ไปอาบสิ” ลู่หานก้มอ่านหนังสือนิยาย ในมือโดยไม่สนใจคนที่ยืนมองอยู่ ดวงตาคู่หวานเหลือบมองสิ่งมีชีวิตที่เริ่มดุ๊กดิ๊กไปมา ลู่หานเบิกตากว้าง ก่อนจะยกหนังสือขึ้นปิด เขยิบตัวร่นถอยหนีไปจนชิดอีกฝั่ง ชีเปลือยตัวสูง เรียกให้แย่กว่านี้ก็คงเปรตเดินดิน เซฮุนถอดเสื้อผ้ากองไว้กลางบ้าน เหลือแค่บ๊อกเซอร์สีซีดๆ

 

                เซอุนเหยียดยิ้ม เหมือนได้รับชัยชนะ ลู่หานเบ้ปากก่อนจะวางหนังสือไว้บนตัก เสยผมที่ยาวรกรุงรังขึ้นไปเพื่อระบายอารมณ์ เสียรู้ เสียหน้า ให้ไอ้เด็กทโมนนี่ซะแล้วสิเรา

.

.

.

 

                อี้ฟานที่กำลังนั่งเท้าคางมองภรรยาคนสวยอย่างมีความสุข ชานยอลที่บ่อน้ำตาแตกเดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่ในห้องนั่งเล่น ในมือกำโทรศัพท์เอาไว้ เห็นว่าพยายามโทรหาลู่หาน แต่ว่าไม่ติด

 

                “ใจเย็นๆน่า แบตอาจจะหมด”

 

                “บ้า! ใจเย็นได้ยังไง ชานจะกลับเกาหลี ต้องโทรไปบอกหม่าม๊าก่อน ต้องติดต่อลู่หานให้ได้ก่อน เออ เก็บกระเป๋า โอ้ยยย จะทำอะไรก่อนดีนะ” พูดพร่ำไปเรื่อยเปื่อยในขณะที่มือยังคงจิ้มๆเบอร์โทรหาลู่หานจนสายแทบจะไหม้ ชนวนสติแตกของชานยอลก็คือภาพที่ลู่หานส่งงมา พร้อมกับข้อความว่า ปาร์ค เซฮุน เท่านั้นล่ะครับ พระเจ้า บ่อน้ำตา เสียงกรีดร้อง สตงสติของคนที่คีพคลูมานานแสนานก็แตกสลายกลายเป็นไออ้อน

 

                “เดี๋ยวเรื่องตั๋วพี่จัดการให้ เรื่องม๊าด้วย เรื่องเก็บกระเป๋าด้วย แต่ว่า” อี้ฟานเดินไปหาคนที่เอาแต่ปาดน้ำตา เค้ารู้ว่ามันเป็นเพราะความดีใจหรอก ไม่ใช่เพราะความโศกเศร้า เวลาคนเราปริ่มอะไรมากๆ น้ำตามันจะไหลออกมาเองทั้งนั้น ชานยอลก็เป็น แถมสติยังหลุดลุ่ยไปพร้อมน้ำตาซะด้วย

 

                “ไปตอนนี้เลย กระเป๋าไม่เก็บแล้ว ชานยอลไปหาพาสปอร์ตแปบนึง” อี้ฟานที่กำลังจะสวีทด้วยการดึงภรรยาคนสวยมากอดโอ๋ แต่ชานยอลกลับสะบัดตูดเดินตัวปลิวเข้าห้องนอนเพื่อไปหาพาสปอร์ตเสียอย่างนั้น

 

                ดีจ่ะ ลืมผัวคนนี้เข้าไป ดีจริงๆ….

 

 

 

 

                กับข้าวยามเย็นเป็นข้าวเปล่ากับซุปกิมจิ ลู่หานก็ได้รับอนุญาตในการทานอาหารร่วมโต๊ะขาสั้นๆในห้องนั่งเล่นของคุณปาร์ค เซฮุนอีกด้วย มื้อนี้ดูพิเศษเหลือเกิน เพราะมันเป็นกับข้าวฝีมือเซฮุน อร่อยมากจนต้องขอเติมข้าว แม้ว่าจะถูกเซฮุนบ่นว่าเปลืองแต่เค้าก็ไม่ได้สนใจมากนัก ของอร่อยและฟรีมันก็ต้องกินให้คุ้ม

 

                หลังจากกินข้าวเสร็จ ลู่หานก็อาสาเป็นคนล้างจานทั้งหมด ส่วนเซฮุนก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ห้องนั่ลงเล่น สภาพของผู้ชายหุ่นกล้ามปูกำลังนั่งอ่านหนังสือจุมปุ๊กอยู่กับโต๊ะโดยไม่คิดจะสนใจโซฟาที่ตั้งอยู่ข้างหลัง ไอ้นี่ก็แปลกโซฟาเค้ามีไว้ให้นั่งไม่ใช่ให้เอาไว้พิงหลัง

 

                ลู่หานที่ล้างจานชามเสร็จเดินมานั่งยังฝั่งตรงข้ามกับเซฮุน ท้าวคางมองแล้วยิ้มให้ เซฮุนทำเพียงเปิดหนังสือหน้าต่อไป ตั้งใจอ่านเหมือนกับว่าจะได้เงินจากตัวหนังสือเหล่านั้น รอยยิ้มที่เคยหวานหยดหุบฉับ เค้าคิดว่าหลังจากผ่านมาหลายปี เค้ากลายเป็นคนอารมณ์ร้อนแล้วก็หงุดหงิดง่ายขึ้น

 

                “หมดเวลาแล้ว กลับไปได้แล้ว”

 

                “นายไม่ลืมฉันเลยเหรอ ดีจังเลยน้า” เซฮุนเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะก้มลงอ่านหนังสือต่อ ลู่หานที่เริ่มได้ใจ เหยียดขาออกไปใต้โต๊ะ ใช้นิ้วเท้าสะกิด

 

                “กลับ ไป ได้ แล้ว” เซฮุนลุกขึ้น หยิบหนังสือติดมือ เข้าห้องไป ทิ้งให้ลู่หานนั่งหน้าเหวออยู่ในห้องนั่งเล่น คนเดียว

 

                ลู่หานออกมายืนจ้องมองบ้านปูนเก่าๆชั้นเดียวที่เซฮุนพักอาศัย ลู่หานเตะฝุ่นไปเรื่อย ก้มๆเงยๆมองมันอยู่อย่างนั้น ความจริงแล้ว เค้ากับเซฮุนอาจจะเป็นคู่กรรมคู่เวรกันก็ได้ เราไม่มีทางได้พบเจอกันอีกเป็นครั้งที่สองแน่ หากไม่ได้ทำกรรมร่วมกันมามากมายขนาดนี้ หัวใจของเค้าพองโตขึ้นเมื่อเห็นว่าคนที่ตามหามานานหลายปี กำลังอาศัยอยู่ในบ้านปูนเก่าๆตรงหน้า

 

                เราอยู่ใกล้กันมาก จนแทบไม่ต้องคิดให้เสียเวลาอีกเลยว่าจะทำยังไงต่อไป ลู่หานอาจจะต้องอยู่ที่นี้สักพัก อาจจะเป็นสักห้าปีหรือสิบปี หรือจนกว่าเซฮุนจะเปิดใจให้เค้าอีกครั้ง

 

                “ฉันจะกลับมาใหม่ เจ้าเด็กน้อย” ลู่หานทำมือยิงปืนพร้อมขยิบตาใส่ ร่างบางเสยผมก่อนจะแย้มรอยยิ้ม แล้วเดินจากไป ด้วยอารมณ์ดี้ดี

 

 

                เซฮุนที่นอนอยู่บนเตียงทำได้แค่เอาแขนก่ายหน้าผาก หนังสือที่ถือติดมือมาด้วย ถูกวางเอาไว้บนโต๊ะที่ตั้งโคมไฟ อากาศร้อนในช่วงนี้ ทำให้เค้าต้อลุกขึ้นถอดเสื้อ เพื่อที่จะได้นอนสบายยิ่งขึ้น

 

                “มาทำไมที่นี้นะ” เซฮุนลุกขึ้นหยิบขวดยาขึ้นกรอกปากก่อนจะตามด้วยน้ำ ยาคลายเครียดคงทำให้เค้าหลับสบายในคืนนี้ โดยที่ไม่ต้องขบคิดให้มากนัก สำหรับเรื่องของ ลู่หาน

 

 

                คุณนายคนที่สองของตระกูลอู๋ กำลังนั่งเครื่องชั้นเฟิร์สคลาสที่หรูพอๆระดับเครื่องบินภายในประเทส พร้อมกับสวมแว่นตาอันโต บดบังดวงตาที่บวมเป่ง ขาเรียวยาวนั่งไขว่ห้างเท้าที่ลอยสูงจากพื้นกระดิกเบาๆ ท่าทางไม่ต่างจากนางพญาเลยแม้แต่น้อย

 

                อี้ฟานที่นั่งตรวจงานของเด็กๆที่เค้าพกมาด้วย มองท่าทีของภรรยาคนสวยที่นั่งติดกับหน้าต่าง ตอนนี้พวกเค้ากำลังจะไปเกาะสวรรค์ทางตอนใต้ที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก พวกเค้ามาจากจีนเมื่อคืนวาน ไปขู่เอาเรื่องกับเพื่อนลู่หานพอได้เรื่องก็นั่งเครื่อง สองชั่วโมงเพื่อลงที่สนามบินในจังหวัดอะไรสักอย่าง ซึ่งถ้าพวกเค้าไปถึง พวกเค้าจะต้องต่อรถอีกสามชั่วโมงเพื่อที่จะเข้าสู่ตัวเมืองที่เป็นแหลมยื่นออกไปจากเกาะ  

 

                ความสุขของภรรยาก็คือความสุขของเค้า การตามหาลู่หานนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากลู่หานบอกทุกอย่างกับอัยการ ซึ่งนั้นเป็นเรื่องดี เค้าลงแรงไปนิดหน่อยเพื่อเอาใจชานยอล เค้ารู้ว่าแปดปีที่ผ่านมา ชานยอลยังคงนึกถึงเซฮุนน้องชายอยู่เสมอ และคงคิดถึงตลอดเวลา

 

                “รับเครื่องดื่มอะไรมั้ยคะ” แอร์สาวสวยเดินเข้ามาทักทายเค้าพร้อมกับยิ้มหวานที่ชวนให้คิดลึก อี้ฟานที่ละสายตาจากชานยอลมามองหล่อน ทำเพียงแค่ยิ้ม แล้วกล่าวสุภาพ

 

                “ขอน้ำแอ๊ปเปิ้ลให้คุณผู้ชายที่นั่งนั้นละกันครับ ส่วนผมขอเป็นกาแฟนมไม่ใส่น้ำตาล”  อี้ฟานหันกลับไปจ้องมองชานยอลอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มเค้าไม่เคยเห็นชานยอลตื่นเต้นอะไรมากมายเท่านี้มาก่อน ดูจากท่านั่งนั่นแล้วคงจะประหม่าน่าดู ยิ่งมองก็ยิ่งหลง อี้ฟานละการงานเอาไว้ตรงหน้าตัก ก่อนจะท้าวคางแล้วจ้องมองชานยอล อย่างเดียว แบบไม่มองไปทางไหนอีก

 

                น่ารักจนละสายตาไม่ได้ น่ารักจนอยากจะไปอุ้มมานั่งบนตักแล้วฟัดให้แก้มย้วยๆนั่นช้ำม่วงช้ำเขียว บางทีนี่อาจจะเป็นการพักผ่อน แล้วก็เป็นทริปตามหาความสุขของชานยอลไปในตัวด้วยก็ได้

.

.

.

 

                “ยู้วฮู เซฮุนนนนนนนนนนนนน ตื่นยัง” เสียงโวยวายดังอยู่หน้าบ้าน เซฮุนที่กำลังซักผ้าอยู่ที่ลานกว้าง ชะงักมือ เค้าวางผ้าลงในกะลามัง ก่อนจะล้างมือแล้วเดินไปยังหน้าบ้าน

 

                “มีอะไร”

 

                “เปิดประตูให้หน่อย ขอเข้าไปหน่อย” เซฮุนถอนหายใจ ก่อนจะโบกมือไล่ แล้วเดินกลับไป ลุ่หานเบ้ปาก ก่อนจะตะโกนออกไปด้วยถ้อยคำเดิม

 

               

                ลู่หานที่นั่งอยู่บนแคร่ในวันที่อากาศสดใส เค้ากำลังจ้องมองคนที่ตากผ้าอยู่บนราว เซฮุนก็ยังคงเย็นชากับเค้าไม่เปลี่ยน แต่แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ ไม่ต้องสนใจเค้าหรอก ขอแค่อนุญาตให้เค้าเฝ้ามองอยู่แบบนี้เค้าก็พอใจแล้ว

 

                “ฉันจะออกไปข้างนอก” คนที่ตากผ้าตัวสุดท้ายเสร็จหันมาบอก เซฮุนเอาตะกร้าไปไว้ขข้างบ้าน ลู่หานลุกขึ้นเตรียมตัวจะออกไปด้วย

 

                “กลับไปได้แล้ว”

 

                “โอเค ไปกัน” ลู่หานยิ้มหวาน เซฮุนกรอกตาขึ้นฟ้า ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่รอลุ่หาน ลู่หานเกาท้ายทอย แล้วเดินตามคนที่กำลังหงุดหงิด เดินตามประกบแบบไม่ลดละ ในขณะที่เซฮุนเอาแต่บ่นหยุมหยิม

 

                “น่าๆ ถนนไม่ใช่ของนายซะหน่อย ขอเดินไปด้วยทางเดียวกันแค่นั้นเอง”

 

                “ต้องการอะไร”

 

                “หาอะไรกิน” ลู่หานตอบ ขณะหยิบบุหรี่ออกมาจากซอง แล้วจุดสูบ เซฮุนจ้องมองขมวดคิ้ว มือกร้านหยิบฉวยมวนบุหรี่ที่ลู่หานสูบอยู่ โยนทิ้ง หันไปประจันหน้าสบสายตาด้วยอย่างเหลืออด

 

                “อาราย แค่สูบบุหรี่ แก้เครียดน่า”

 

                “ฉันอยู่ที่นี้ มีความสุขดี ไม่ต้องการให้ใครมายุ่ง เข้าใจใช่มั้ย คำว่าอย่ามายุ่ง อย่า มา ยุ่ง”

 

                “ต้องให้ฉันข้ามถนนให้รถชนก่อนงั้นเหรอ นายถึงจะสนใจ” เซฮุนชะงัก จ้องมองคนที่ยอกย้อนกลับมา รอยยิ้มเหยียดตรงริมฝีปากบอกให้เซฮุนรู้ว่าคนตรงหน้าเครียดแค่ไหน

 

                “กลับไปเถอะ”

 

                “ไม่ ถ้านายไม่กลับ ฉันก็จะอยู่ที่นี้ นายไปไหนฉันไปด้วย ฉันตามหานายมานานมากกว่าจะปล่อยนายให้หายไปไหนได้อีกแล้วนะเซฮุน” ปลายเสียงเบาหวิว เค้าตามหา เซฮุนมากี่ปี ทุกที่ที่คิดว่าผู้ชายสำอางจะไป แต่เค้าไม่เคยคิด ไม่เคยคิดที่จะมาตามหาที่ในที่แบบนี้ แต่เค้าได้เจอเซฮุนที่นี่

 

                เค้าไม่มีวันจะให้เซฮุนหายไปจากสายตาอีกแล้ว….ไม่มีวัน                                              

 

 

                เซฮุนก้มลงไปใกล้ๆ ลู่หานขยับถอยห่างเพราะความตกใจ ลมหายใจอุ่นๆรดลงตรงซอกคอของเค้า พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยด้วยโทนราบเรียบ

 

                 “ถึงยังไงนายก็มาแทนที่แบคฮยอนไม่ได้”

 

 

 

 

 

 

 

                 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #605 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 20 มกราคม 2559 / 00:03
    โอ้ยยยยยยยยยย แทนที่ไม่ได้แต่ลู่หานเคยอยู่ตรงน้้น รักแรกตัดยากกว่าอะไรดีอีก เซฮุน มันคือความรู้สึกผิดต่อคนที่ดี แต่คนที่รักมีผลกับจิตใจ นานแค่ไหนก็ตาม
    #605
    0
  2. #598 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 20:07
    เอาแล้วไง พี่ลู่ไฟท์ติ้งเน่อ เอาชนะใจชายเลให้ได้
    #598
    0
  3. #588 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 00:26
    แทนที่ไม่ได้อยู่แล้ว ก็คนละคนกันอะ แต่เราว่าแบคคงไม่อยากให้ฮุนต้องอยู่คนเดียวไปตลอดน๊าาา
    #588
    0
  4. #585 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 12:33
    โอ๊ยยยยยย อีฮุนใจร้าย ใจแข็งมาก อย่าทำร้ายลู่หานด้วยคำพูดแบบนั้นสิ ม่ายยยยยยยย
    #585
    0
  5. #579 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 11:17
    ใจร้ายนะเซฮุนกับคำที่ว่าถึงอย่างไรนายก็มาแทนที่แบคฮยอลไม่ได้อะ...รู้ว่าแทนที่ไม่ได้ รู้ว่ารู้สึกผิด แต่ลู่หานคือคนที่นายเคยบอกว่าไม่มีวันลืมนะจำได้ไหม...ไม่เป็นไรลู่ห่านความพยายามจะเอาชนะทุกสิ่ง..สู้โว๊ย
    #579
    0
  6. #574 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 09:09
    หูยยยยยย เย็นชามากเว่อค่ะคุณโอเซฮุน! ลู่หานสู้ๆนะ คุณนายอู๋คนที่สองตลกนางนะคะ ลุกที่คีฟมาหาหมดเมื่อจะได้เจอน้องชาย 5555555555
    #574
    0