HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 40 : ตอนพิเศษ ให้ฉันอยู่ข้างกายได้หรือเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 ม.ค. 59





ตอนพิเศษ ให้ฉันอยู่ข้างกายได้หรือเปล่า


 

 

                ปัง!!

 

                เสียงทุบโต๊ะดังลั่น ใบหน้าหวานสวยเกรี้ยวกราด เพราะถูกขัดใจ ลู่หานหลังจากที่หนีไปเที่ยวเกือบปีก็กลับมา ในลุคใหม่ ผมที่เคยตัดสั้น ตอนนี้กลับยาวจนรวบไว้ข้างหลังได้แล้ว จะบอกว่าเป็นลุคหนุ่มเซอร์ก็อาจจะใช่ แต่ในสายตาของใครหลายคนที่มองผ่านๆ มองยังไงก็ส้าวสาว

 

                “ใจเย็นๆน่า เดี๋ยวก็เจอ เกาหลีใต้เล็กจะตาย” อัยการกำลังสูดเส้นบะหมี่เข้าปาก เงยหน้ามองเพื่อนหนุ่ม ลู่หานกลับมาเกาหลีทันทีที่ได้ข่าว จากชานยอล ว่าเซฮุนหายตัวไป เรื่องราวของตระกูลปาร์ค เป็นที่โด่งดังมากเมื่อแปดปีก่อน ความจริง พวกคดีที่ขึ้นโรงขึ้นศาลเพ่ง ส่วนมากก็มาจากการแบ่งสมบัติไม่เท่าเทียม มีหลายครอบครัวที่แย่งชิงสมบัติกัน และแทบจะฆ่ากันตาย

 

                แต่ในกรณีของตระกูลปาร์คนั้นโด่งดังเอามากๆ เพราะมีข่าวในกระแสมาอยู่ก่อนแล้ว ทำให้คนยังพยายามติดตามอยู่เนืองๆ พอมีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย และซับซ้อน ก็คงจะโทษตัวคนเสพข่าวไม่ได้ เพราะมันน่าสนใจแล้วก็สนุก ก็เรื่องร้าวฉานของชาวบ้านนี่นะ

 

                “เล็กบ้านแกสิ เห้อ จะบ้า” ลู่หานพักมือเรียกลมใกล้ๆแก้ม นี่มันกี่ปีเข้าไปแล้วนะ เจ้าบ้านั่นมันเป็นขอมดำดินรึไง ถึงได้หาตัวยากหาตัวเย็นแบบนี้ ให้ตายเถอะ

 

                “งั้นลองมารื้อกันใหม่” อัยการเพื่อนซี้ลุกจากเก้าอี้ หยิบแฟ้มประวัติคนไข้ของ เซฮุนออกมากางบนโต๊ะ ลู่หานท้าวสะเอว จับจ้องมองเพื่อนหนุ่มที่กำลังเปิดหน้าเอกสารไปเรื่อยๆ

 

                “อืม รายละเอียดการใช้ยา นี่ไง ลองดูสิ ฉันว่าเซฮุนน่าจะยังใช้ยาบางตัว ประวัติคนไข้ที่เข้ารักษาโรคทางจิตเภทน่ะ มีน้อยจะตาย”

 

                “น้อย ใช่มันน้อย แต่พ่อไม่ได้เป็นประธานาธิบดีเกาหลี จะไปล้วงข้อมูลแบบนั้นมาได้ยังไง คิดหน่อย” ลู่หานยีหัว นี่เค้าไม่แน่ใจเลยนะเนี้ยกับตำแหน่งอัยการที่มันคว้ามานอนกอดได้ตั้งหลายปี ความโง่นี่ เหลือทนเหลือกินจริงๆ ข้อมูลพวกนั้นมันย่อมเป็นความลับ แล้วก็ไม่สามารถที่จะเอาออกมาดูได้ทั้งหมด โรงพยาบาลในเกาหลีไม่ได้มีแค่สามสี่แห่ง ขนาดประธานาธิบดียังไม่รู้เลยว่าจะสามารถทำได้มั้ย

 

                “งั้นก็ไปตามหา ที่ไว้อัฐิของแบคฮยอน”

 

                “หาแล้ว ไม่เจอ” ลู่หานกอดอก เค้าหาอัฐิของแบคฮยอนเป็นสิ่งแรก เพราะยังไงเซฮุนก็ต้องกลับมาที่ซึ่งเก็บรักษาอัฐิแน่ๆ แต่ให้พลิกแผ่นดินหาเค้าก็หาไม่เจอ หรือ เอาจริงๆมันอาจจะไม่มีอยู่กันแน่

 

                “งั้นก็เลิกเถอะ ปล่อยเค้าไป” อัยการหนุ่มว่าอย่างหมดหนทาง ไอ้ที่ว่าเกาหลีใต้น่ะเล็ก แต่นี่ก็เจ็ดปีเข้าไปแล้วที่เค้ากับลู่หานพยายามตามหา เซฮุน ไม่มีข่าวคราวใดๆ ไม่มีคนชื่อ ปาร์ค เซฮุน ไม่มีใครที่รู้จักเซฮุนเลยสักคน เซฮุนถูกตั้งให้เป็นบุคคลสาบศูนย์ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้การหาข้อมูลยากเข้าไปใหญ่

 

                “ไม่ได้! ไม่มีทาง!” ลู่หานเถียงคอเป็นเอ็น มาถึงขนาดนี้แล้ว แล้วจะให้ทิ้งกลางทางงั้นเหรอ ไม่มีทาง เค้ากลับมาก็เพื่อจุดประสงค์นี้ เค้าใช้เวลาคิดอยู่ตั้งสองอาทิตย์หลังจากที่รู้เรื่องข่าวจากพี่ชาย มันเป็นอะไรที่น่าตกใจและช็อคมาก กับการเสียชีวิตของแบคฮยอน ใจคอคนนี่มันช่างโหดเหี้ยม ซ้อมเสร็จก็โปะยาสลบก่อนจะจัดฉากเหมือนเพลิงไหม้ ย่างสดคนที่หลับไม่รู้เรื่อง ซึ่งพูดกันตามตรง จิตใจคนทั่วไปทำไม่ได้แน่ๆ แล้วเซฮุนล่ะจะรู้สึกยังไง ขนาดเค้าที่ว่าต้องการจะตัดขาดเรื่องของสองคนนี้ พอได้รู้ยังถึงกับเข่าอ่อน

 

                แล้วเซฮุนล่ะ จะไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นหรือ

 

                “เค้าอาจเสียไปแล้ว”

 

                “หุบปาก” ทิชชู่ที่ใช้แล้วถูกขว้างใส่หน้าอัยการชั้นสูง ต่อให้เซฮุนจะตายไปแล้วจริงๆ เค้าก็ต้องเอาศพกลับมาทำพิธีให้จงได้ แต่ยังไงก็เถอะ เค้าก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีว่าเซฮุนจะตายไปแล้ว

 

                มันไม่มีทางอ่ะ….

 

                “คุยกับมึงแล้วอารมณ์เสีย”

 

                “อย่ามาสูบบุหรี่ในนี้เชียวนะมึง” อัยการยกมือห้าม เพื่อนที่ดึงเอาบุหรี่กับไฟแช็กขึ้นมาจุด ลู่หานยักไหล่ไม่สนใจ ก่อนจะเริ่มจุดมันแล้วอัดควันเข้าปอด พ่นควันสีจางๆใส่หน้าคนที่เกลียดกลิ่นบุหรี่

 

                “ไปสูบข้างนอกไป๊!!

 

                คนถูกไล่ประชดด้วยการออกมาสูบยังริมฟุตปาธหน้าสำนักงานอัยการ ลู่หานจ้องมองป้ายรถเมล์ที่อยู่อีกฟาก พร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย รถเมล์คันสีเขียวเข้มจอดลงตรงป้ายพอดีเด๊ะ ลู่หานจ้องมองป้ายโฆษณาแนะนำการท่องเที่ยวของเกาะๆหนึ่งที่ยื่นออกไป แถวๆจังหวัดที่อยู่ทางตอนใต้    

 

                สายตาเลื่อนผ่านมันไป ก่อนจะสบจ้องกับสิ่งที่อยู่บนทะเล เรือลากอวนลำเล็กๆที่ลอยเท้งเตงอยู่ตรงกลาง มันให้ความรู้สึกดีอะไรขนาดนี้

 

                ความอยากเที่ยวมันมาอีกแล้วสิเนี่ย….

 

                หลังจากสูบบุหรี่อัดไปสามมวนให้ชื่นใจแล้ว ก็กลับขึ้นมายังห้องทำงานของเพื่อนซี้ ลู่หานเดินไปชงกาแฟก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับอัยการ

 

                “ฉันไปเที่ยวสักพักละกันนะ ไว้จะกลับมาตามเซฮุน”

 

                “อีกละ หัดทำการทำงานซะบ้างเถอะ เที่ยวใช้เงินพ่อแม่อยู่ได้”

 

                “เอ๊ะ!! บ่นเหรอ เดี๋ยวเถอะ” ลู่หานจิ๊ปากก่อนจะโยนกองเอกสารใส่เพื่อน เค้าน่ะไม่ได้อารมณ์ดีเหมือนหน้าตาหรอกนะเว้ย

 

                “เออๆ จะทำเหี้ยแม่งไรก็เรื่องของท่านเถอะครับ ตามสบายเลย” อัยการหนุ่มชูมือแบออก เหมือนจะอันเชิยใส่พาน ลู่หานยักไหล่แล้วซดกาแฟลงคอ พรุ่งนี้คงต้องหารายละเอียด เอาเป็นเกาะทางตอนใต้ ที่ต้องใช้เรือด้านทางข้ามฟากไปกลับอยู่ที่นั่นสักสามสี่วัน แล้วค่อยกลับมาตามหาเซฮุนต่อ

 

 

 

                เซฮุนที่เพิ่งกลับจากลากอวน เดินขึ้นสะพานปลาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า เนื้อตัวที่เคยขาวเนียนก็ดำกร้าน ชนิดที่แทบจะหาความขาวไม่เจอ รูปร่างที่เคยกำยำก็กำยำมากขึ้น อกเป็นอก กล้ามหน้าท้องเป็นแพ๊ค นูนเด่นอย่างเห็นได้ชัด เซฮุนถูกหนุ่มๆวัยรุ่นแถวนี้เขม่นมาก็เยอะ เพราะสาวๆมักจะมาติดพัน แต่ก็ไม่มีใครได้หัวใจของชายเล คนนี้ไปเลย

 

                “อ้าว ว่าไงไอ้ฮุน จะเข้าเมืองเรอะ” เซฮุนพยักหน้าขณะยื่นมือไปรับเงินจากในซองสีน้ำตาล ที่เป็นค่าแรง ของสามเดือน

 

                “วันนี้วันเกิดแฟนน่ะลุง” เซฮุนตอบยิ้มๆ ก่อนจะเดินห่างออกไป ลุงเจ้าของเรือลากอวน ตบเข่าฉาด หัวเราะชอบใจ อย่างเห็นเป็นเรื่องยินดียิ่ง

 

                “ก็ถึงว่า มันไม่เคยชายตามองใคร ก็เพราะมีเมียแล้ว อุบ๊ะ!

 

                “แต่แปลก มันไม่เคยหาแฟนมาอยู่ด้วยเลยเนี้ยสิ อยากจะเห็นว่าสวยแค่ไหน” ชายอีกคนว่า

 

                “ถ้าเอามาอยู่ด้วย….สาวๆทั้งเกาะเสียใจแย่เลย ฮ่าๆๆๆๆ” สองชาย ต่างวัย หัวเราะร่วน ขณะจ้องมองคนที่เปลือยท่อนบนเดินโทงๆไปบนพื้นถนน ที่ไกลจากพวกเค้าไปโข เซฮุน เป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่มีใครรู้ถึงอดีตของพ่อหนุ่มคนนี้ เค้ารู้แค่ว่ามันขยันก็เลยรับทำงาน แล้วมันก็นิสัยดี ชอบช่วยเหลือคนอื่นไปทั่ว แถมหน้าตามันก็ยังหล่อ แม่ค้าตลาดปลาบางคนหันมาเป็นขาประจำของเค้าก็เพราะตาหนุ่มนี่นั่นล่ะ

 

 

 

                เค้าก่ะจะเข้าไปทำธุระในเมืองก่อนและนั่งรถไฟไปโซล เพื่อไปหาแบคฮยอน วันนี้เป็นวันเกิดแบคฮยอน แต่เพราะเรือเกิดมรสุมก็เลยต้องแวะพักที่ท่าเรือเมืองข้างๆ กว่าจะเข้าท่าเมืองตัวเอง ก็เลยกำหนดมาหลายวัน

 

                เซฮุนจ้องมองตัวเองในกระจก ร่างกายของเค้านั้นเหมาะสมแล้วกับวัยยี่สิบเก้า ผิวสีแทนไหม้เกรียม รับกับหุ่นล่ำได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มยัดขาที่มีแต่กล้ามเนื้อลงไปในกางเกงยีนส์ขาดเข่า มันไม่ได้ขาดเพราะแฟชั่น แต่มันขาดก็เพราะอายุการใช้งาน เค้ามีเสื้อเชิ้ตลายตารางขวางสีเขียวดำ กับเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ขาดเข่าเป็นชุดทางการ ส่วนนอกนั้นมักเป็นกางเกงเล ไม่ก็กางเกงบอลสามส่วน กับเสื้อกล้าม และเสื้อยืนคอกลม รูกว้างๆ

 

                เงินในธนาคารถูกเบิกออกใช้เป็นค่ายารักษา และเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนที่เหลือจากเงินเดือนที่ออกทะเล เค้าก็จะเอาไปหย่อนในตู้รับบริจาคของโรงพยาบาล

 

                มีความสุขแล้วล่ะ เท่าที่เป็นอยู่….

.

.

.

 

                ลู่หานยกนิ้วกลางขึ้นดันกรอบแว่นราคาแพง เสื้อผ้าของเค้านั้นไม่ต่างจากออกทริปทั่วไปที่เคยใส่ กางเกงยีนส์สกินนี่ กับเสื้อยืดแล้วก็เสื้อแจ๊คเก็ต ป้องกันแสงแดด กระเป๋าแบคแพคใบใหญ่คู่ใจ แต่ที่เห็นแฟ้บๆแบบนี้คือแพคของมาน้อย เพราะไม่ได้คิดจะอยู่นาน ลู่หานยืนมองตั๋วรถไฟของตัวเอง แล้วรอเวลาที่มันจะออกจากชานชาลา

 

 

                ขบวนรถไฟออกตรงตามเวลาเป๊ะ พร้อมกับขบวนที่สวนทางเข้ามาเทียบท่า เสียงประกาศบอกถึงจุดหมายปลายทาง เซฮุนหยิบกระเป๋าเป้เก่าๆขึ้นสะพายไหล่แล้วลงจากรถไฟ เค้าก้มลงมองเศษกระดาษยับๆ ที่เค้าจดตารางที่ต้องการจะทำในวันนี้และอีกสองวันต่อจากนี้

 

                สิ่งแรกที่เค้าต้องไปทำคือนำเอาใบสั่งยาไปที่ร้ายขายยา จากนั้นก็ไปหาที่พัก แล้วก็ไปหาแบคฮยอน

 

                ลู่หานหยิบไอพอดคู่ใจออกมาเสียบ สายตาเหม่อมองไปยัง วิวนอกหน้าต่าง เค้าคงเครียดมากไปหน่อย เพราะงั้น พวกชีพจรลงเท้าอย่างเค้าก็ควรจะออกไปทำในสิ่งที่รัก ซึ่งก็คือการเที่ยว

 

 

                ดอกสแตนติสในวันเกิด เซฮุนยิ้มให้กับรูปถ่าย หลังจากที่ให้สัญญาไว้ว่าอีกสามเดือน วันเกิดของแบคฮยอนเค้าจะกลับมา เค้าหยิบดอกสแตนติสที่แห้งเหี่ยวไปทิ้ง แล้ววางดอกใหม่ลงไป

 

                รูปที่ใส่กรอบเอาไว้ถูกเซฮุนดึงออกมา ด้านหลังมีรูปที่อัดไว้ขนาดเล็กอีกหนึ่งใบ รูปที่แบคฮยอนกำลังยิ้มแย้ม เค้าดึงมันออกมาก่อนจะเปิดกระเปาสตางค์แล้วใส่มันเข้าไป ตอนอยู่กลางทะเลสิ่งที่คิดถึงเวลามองดาวบนฟ้าคือ แบคอยอน ดาวดวงอ้วนๆที่กำลังส่องประกาย เค้ามองทีไรก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงแบค

 

                “อ้า วันนี้วันเกิดแบค ฮุนมีของขวัญมาให้ด้วยนะ” เซฮุนยิ้มละไม ขณะล้วงเอาสิ่งที่เค้าเกือบจะลืมให้ออกมา มันเป็นเค้กข้าวราดน้ำผึ้งที่แบคฮยอนชอบ เค้าวางมันไว้ในช่องเล็กๆ หยิบเทียนที่อยู่ในถุงพลาสติกออกมา แล้วปักมันลงไปพร้อมกับจุดมัน

 

                “สุขสันต์วันเกิดนะ” เซฮุนตบมือแปะๆ ก่อนจะใช้นิ้วบี้ให้ไฟดับ ถ้าแบคฮยอนยังอยู่ เค้กข้าวถาดนี้คงไม่ต้องเป็นหมัน พวกเค้าสองคนอาจจะไปฉลองที่ไหนกันสักแห่ง นั่งเล่นไฟเย็นแล้วก็กินโกโก้ร้อนอย่างที่แบคฮยอนชอบ หรือไม่ก็ไปร้านไส้ย่าง ของโปรดของแบคฮยอน

 

                การอวยพรและคิดเรื่องเดิมซ้ำๆ วนรอบมาเป็นครั้งที่แปด และเค้ามักจะรู้สึกว่า ทำไมนะ ทำไมถึงไม่ได้ทำมันจริงๆสักครั้ง ขณะที่คบกันก็เคยคุยกันถึงเรื่องนี้ แต่ก็ยังไม่เคยได้ทำเพราะมันยังไม่ถึงเวลา

 

                เซฮุนถอนหายใจก่อนจะโบกมือลาแบคฮยอน เค้าอยู่นานไปมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะเค้าจะฟุ้งซ่าน บางทีเค้าก็ต้องปกป้องตัวเอง เค้าไม่อยากเครียดมากแล้วใช้ยาเกินขนาด เค้าต้องฝึกควบคุมตัวเองและอยู่กับเรื่องพวกนี้ให้ได้

.

.

.

 

                ลู่หานที่แทบจะอ้วกออกมาเป็นลม เดินลงจากโป๊ะเรือ และเดินทอดน่องอยู่บนสะพานปลา ที่นี้เป็นเมืองเล็กๆที่เดินทางได้สองแบบ คือเดินทางอ้อมผ่านอีกเกาะ โดยใช้เรือ ส่วนอีกทางก็คือทางบก เมืองนี้เป็นแหลมยื่นออกไป ไม่ใช่ที่ๆสวยงาม ไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว แต่ก็ดูเงียบสงบดี ลู่หานเป็นคนที่ไม่ชอบเที่ยวตามคนอื่น เพราะงั้นที่นี้จึงเหมาะที่สุด

 

                เค้ามักจะชอบค้นหาที่เที่ยวดังๆ แล้วก็เที่ยวในระยะใกล้ๆกับสถานที่ที่ถูกแนะนำ รวมถึงครั้งนี้ด้วย เค้านั่งรถไฟไปลงที่เกาะที่อยู่อีกฟาก ก่อนจะนั่งเรือข้ามมายังแหลมที่ว่า

 

                “สวัสดีครับ ไม่คิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมาแถวนี้”

 

                “สวัสดีครับลุง” ลู่หานทักทาย ลุงที่ดูเป็นอาเสี่ยตัวแห้งๆ ยิ้มรับ

 

                “มาเที่ยวเหรอ ถ้ามาเที่ยว ในตัวเมืองมีโรงแรมเล็กๆอยู่ ถ้าอยากจะไปเดี๋ยวลุงไปส่ง” ลู่หานยิ้มก่อนจะพยักหน้าตกลงอย่างไม่ต้องคิดอะไรให้หนักสมอง รถจักรยานยนต์เก่าเป็นพาหนะที่จะพาเค้าไปยังโรงแรมที่ลุงว่า

 

                ลู่หานได้ที่พักเป็นโรงแรมเล็กๆใกล้ชายฝั่ง เมืองนี้เป็นแหลม ไม่มีชายหาดให้เดินเล่น ไม่มีอะไรน่าสนใจ และคนแถวนี้ก็น้อยจนถึงน้อยมาก ลู่หานเปลี่ยนชุดลำลองธรรมดา ก่อนจะออกมาเดินเล่นบนถนน มือคีบบุหรี่เอาไว้ แล้วก็ส่งมันเข้าปาก สูบอัดนิโคตินเข้าไปแล้วปล่อยมันออกมา นี่ก็อยากจะเลิก อยากจะเลิกตั้งแต่แปดปีที่แล้ว แต่เอาไปเอามา ติดงอมแงมไม่มีทางหาย

 

                เค้าปล่อยให้ผมหยักศกที่ยาวถึงบ่าละลงมา หนุ่มเซอร์หน้าหวาน ดูยังไงก็เหมือนผู้หญิง ถ้าไม่ติดว่ามีขนหน้าแข้งที่รุงรังน่ะนะ

 

                เพราะไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว การหาของกินก็เลยต้องเดินกลับไปกินที่โรงแรม แต่ตอนนี้เค้ายังไม่หิว ก็เลยคิดว่าจะซื้อของกินเล่นแล้วเดินไปเรื่อยๆ จนถึงสะพานปลา

 

                ตกค่ำโพล้เพล้ ลู่หานก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมที่สะพานปลา คนแถวนี้บอกว่าเป็นช่วงที่ชาวประมงจะพักอยู่บนเกาะ อาหารทะเลสดๆก็เลยจะไม่มีเข้ามาในช่วงนี้ ลู่หานถามไถ่ไปเรื่อยเปื่อยเป็นการฆ่าเวลา ก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันกลับ เพื่อใช้ชีวิตกับครอบครัว

 

                ลู่หานหยิบบุหรี่ออกมาสูบอีกแล้ว เค้าจ้องมองความมืดสุดลูกหูลูกตา ความจริงแล้วเค้าเหงามากแค่ไหน คนรอบข้างสังเกตได้ แต่เค้าก็ยังคงหลอกตัวเองว่าไม่ได้เหงา แล้วก็หนีไปตามที่ต่างๆ เมื่อไหร่ที่รู้สึกไม่ดี เค้าก็จะหายไป ไปอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลก

 

                คนที่ได้ยินแบบนั้นอาจจะเกิดอาการหมันไส้ อิจฉาเค้าที่มีเวลาเที่ยวเล่นและโปรยเงินทิ้ง แต่ใครจะรู้ล่ะว่าความจริงแล้วมันเหงา แค่ไหน มิตรภาพมันไม่ได้สวยหรู บางคนที่เข้ามาก็เพื่อหลอก บางคนเข้ามาก็เพราะจริงใจ แต่เราจะรู้ได้ไงล่ะ จริงมั้ย สุดท้ายก็ได้แต่ลองผิดลองถูก คลำทางไปกับคำว่ามิตรภาพต่างแดน จากคนแปลกหน้า โดนต้มโดนหลอก บ้างเป็นเรื่องปกติ และสุดท้ายก็ลืมเลือนกันไปเอง

 

 

                เซฮุนที่กำลังเดินเล่นไปบนฟุตปาธ มองถนนโล่งๆ ด้วยความรู้สึกเหงาๆ มือที่ล้วงกระเป๋า หยิบเอาแบงค์หมื่นวอนยับๆออกมา เค้าเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ กวาดสายตาหาบะหมี่ถ้วย เดินไปกดน้ำร้อน คิดเงิน แล้วก็ออกมานั่งกินหน้าร้านสะดวกซื้อ

 

                “ฮุนนี่จะกินแต่บะหมี่ไม่ได้นะ ต้องกินผักด้วย” เซฮุนที่กำลังคีบบะหมี่เข้าปากชะงัก เสียงเตือนแววเข้ามาในหัว เซฮุนยิ้มกับตัวเอง เมื่อนึกถึงใบหน้าที่มักจะบูดบึ้งเวลาที่เค้าแอบกินบะหมี่ตอนดึก

 

                เค้าวางถ้วยบะหมี่ไว้ข้างๆตัว ก่อนจะเอนหลัง ใช้แขนยันพื้น แล้วเงยหน้ามองตึกสูง เมืองใหญ่แทบจะไม่เห็นดาว มันเงียบเหงาและโดดเดี่ยวเสียยิ่งกว่า ท้องทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาเสียอีก บะหมี่ที่เพิ่งซื้อถูกทิ้งลงถังขยะ เค้าไม่ได้แตะมันเลยสักนิด เพราะนึกถึงคำพูดของแบคฮยอนแท้ๆ

 

                เสียดาย….

.

.

.

.

 

                เซฮุนลงจากรถประจำทาง เค้ากลับมาที่บ้านเหมือนเดิมเมื่อรู้สึกอิ่มกับบรรยากาศเมืองหลวง เกาะแหลมที่ผู้คนน้อยนิด มองไปทางไหนก็สวยงามเสมอ  

 

                “อ้าว เพ่ฮุนนนน ได้ข่าวว่าไปหาแฟนอ๋อ พี่ทำงี้หนูเจ็บนะ” เด็กสาวตัดพ้อขณะเดินมากับกลุ่มเพื่อนๆ เซฮุนหัวเราะน้อยๆก่อนจะส่งมือไปยีหัว อายุยังน้อยคิดยังไงถึงมาชอบคนแก่ๆอายุจะสามสิบอย่างเค้า พวกเด็กพวกนี้นี่ละก็

 

                “อย่าเด้ หึ่ย” เจ้าหล่อนหน้าแดงกล่ำรีบวิ่งหนีออกไปโดยมีเพื่อนๆวิ่งตามเป็นพรวน เซฮุนหันไปมองก่อนจะหันกลับมาแล้วเดินต่อ

 

                “นี่!” เสียงเรียกร้องทำให้เซฮุนที่กำลังเดินชะงักฝีเท้า รถจักรยานที่ปั่นมาประชิดเบรกดังเอี๊ยด ใบหน้าของผู้ชายตัวเล็กที่ไว้ผมยาวรกรุงรัง แววตาที่จดจ้องมองเค้า ไม่มีแววของความตกใจ

 

                “ลู่หาน”

 

                “อืม ขอบใจที่จำได้” ลู่หานเชิดหน้าก่อนจะลงจากจักรยานแล้วถีบขาตั้งลง เซฮุนตกใจมากที่เห็นคนๆนี้ยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ก็ต้องคีพฟอร์ม ไม่ให้โป๊ะแตก

 

                “บ้าบอ” เสียงบ่นหงุงหงิงก่อนที่ร่างเล็กๆจะเขย่งขึ้นแล้ววาดแขนโอบกอดเค้า เซฮุนเซไปหนึ่งก้าว แววตาตื่นตกใจปิดไม่มิด

 

                “บ้าบออ่ะ ตามหาแทบตาย แต่นายกลับมาเดินโทงๆอยู่แถวนี้เนี้ยนะ บ้าบอที่สุดอ่ะ บ้าบอ!!” ลู่หานบ่น แขนที่รัดรอบคอรัดแน่นขึ้นจนเซฮุนเริ่มหายใจไม่ออก อย่าว่าแต่บ้าบอเลย นี่มันเรื่องเหลือเชื่อต่างหาก

 

                คนเรามันจะมีเหรอที่รู้จักกัน อีกคนเดินอีกคนปั่นจักรยาน จ๊ะเอ๋กันแบบงงๆแล้วยืนกอดกันกลมดิกข้างริมฟุตปาธ

 

                บ้าบอ!!!

 

                “ปล่อย” เซฮุนดึงแขนกาวออกจากคอ ก่อนจะเดินเบี่ยงออกห่าง ลู่หานคว้าข้อมือคนตัวโตกว่าเอาไว้ ช้อนสายตาตัดพ้อมองอย่างไม่ปกปิด

 

                “ใครส่งนายมา พี่ชายฉันงั้นเหรอ” ลู่หานส่ายหน้า ส่งบ้าส่งบออะไร นี่มาเที่ยว แล้วนี่กำลังจะปั่นจักรยานไปร้านขายของที่อยู่อีกมุมหนึ่งของถนน ฝั่งนู้น เพื่อหาอะไรกิน

 

                “ไม่ได้คิดว่าจะเจอ”

 

                “ชีวิตคนเรามันก็ตลกแบบนี้ล่ะ ขอตัวนะ เที่ยวให้สนุก” เซฮุนกล่าวอำลา เหมือนกับว่าเพิ่งเจอคนรู้จัก

 

                “อย่าเดินหนีนะเซฮุน!” ลู่หานเดินตาม โดยไม่สนใจรถจักรยานที่ยืมมาเลยสักนิด เซอุนไม่สนใจคนที่เดินตามสักนิด อยากจะตามก็ตามไปสิ 

 

                “หย่าๆ อย่ามาทำตัวแบบนี้นะ นี่ฉันใช้เวลาตั้งกี่ปีตามหานาย จะมาเดินหนีกันแบบนี้ไม่ได้นะ”

 

                “แล้วฉันให้ตามหารึไง”

 

                “กลับบ้านซะ ทุกคนเป็นห่วงทำตัวแบบนี้มันไม่ใช่ผู้ใหญ่เลยนะเซฮุน  พี่นายก็เป็นห่วงนะ หยุดงอแง โกรธเกลียดพี่ชายสักที” เซฮุนที่ร่างกายสูงใหญ่หันมามอง ใบหน้าคมสันที่เคยมีบางมุมที่อ่อนหวาน บัดนี้กลับคมคายไร้ที่ติ เป็นชายฉกรรจ์สมชาย กรามสันขึ้นเด่นชัด ผิวที่กร้านและเกรียมแดด ดวงตาดุกร้าว ไหนจะริมฝีปากหยักได้รูปนั่น

 

                “ใครกันแน่ที่เด็ก กลับไปทำงานเถอะไป คุณทนาย” เซฮุนโบกมือไล่แล้วเดินต่อขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง ลู่หานขมวดคิ้วหนัก ใครเด็ก บ้า!! นี่อายุสามสิบกว่าแล้วเว้ย

               

                “กลับไปกับฉันเลยนะ เซฮุน”

 

                “อย่ามายุ่งได้มั้ยแล้วก็หุบปากให้สนิท อย่าบอกใครทั้งนั้น ฉันอยู่นี่มีความสุขดี ไม่อยากไปไหนทั้งนั้นล่ะ” ลู่หานขมวดคิ้ว อ๋อ ได้ อยากอยู่ต่อน่ะได้เสมอ

 

                “งั้นนายต้องให้ฉันอยู่ด้วย!

 

                “ห้ะ!

 

 





























..................................................

โย่วๆ มาดึกดื่นมาก เพิ่งตื่น ฮ่่าๆ สำหรับตอนพิเศษคงถูกใจใครหลายคน วรั้ยๆ ใสๆ วัยรุ่นไม่ต้องการดราม่า ความจริงมาม่ามาก แต่สงสารรี้ด เลยจัดอะไรที่มัน กุ๊กกิ๊ก ให้ อิอิ ตอนพิเศษมี สี่ตอน จบ ค่อ (ตอนต่อกัน กำลังจะทยอยลงให้ ตอนนี้เลย เพราะแต่งเสร็จแล้ว ชิลๆ คีพคลู)

ตอนพิเศษจบ ก็จะเหลือ ตอน พาร์ทของแต่ละตัวละคร ซึ่งจะตัวละครจะเล่าเอง โดยจะมีอี้ฟาน ชานยอล เซฮุน ลู่หาน และแบคฮยอน โด้ย!! เพราะฉะนั้น อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ เย้!!!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #597 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 19:51
    ทำไมรู้สึกว่าเซฮุนรักแบคมากจนจะกลับไปรักลู่หานไม่ได้แล้ว เศร้ามากกก
    #597
    0
  2. #594 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 16:44
    สู้ๆนะลู่เราเชียร์อยู่ เซฮุนแกอย่าใจร้ายได้ป่ะคนมาตามหาทั้งที เชอะะะะะะ
    #594
    0
  3. #592 Milky Way Moonlight (@Ckone) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 03:14
    แม่คะ เขาเจอกันแล้ววว แปดปีนี่มันไม่น้อยเลยนะ
    #592
    0
  4. #584 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 12:24
    เซฮุน อย่าผลักไสพี่ลู่อีกเลยนะ เค้าตามหาแกมาตั้งแปดปีแล้วนะ เค้ารอแกมาตลอดเลยนะ
    #584
    0
  5. #578 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 11:08
    Love you so much .♥♥ตามนั้นไรเตอร์รู้สึกตามนั้นจริงๆอย่างน้อยทำให้รู้สึกว่าฟ้าหลังฝนย่อมมีอะไรดีๆเลยยังได้ไป ลงในทวิสเลยเพราะรู้สึกว่าพื้นที่น้อยเขียนระบายไม่ได้ดังใจเหมือนในนี้แค่อ่านตอนนี้ที่ลู่หานเจอเซฮุนก็ดีใจแหละเริ่มรู้สึกว่ามีกำลังใจประมาณว่าเห็นมะพอหมดความทุกข์ความสุขม่เยื่อน...รวมเล่มนะจองคนแรกเลย
    #578
    0
  6. #573 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 08:53
    เจอกันแล้ววววววว~ งื้ออออออ กลับมามีชีวิตที่สดใสกันเถอะ
    #573
    0
  7. #572 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 08:43
    ฮือออ นับถือจิตใจของลู่หานมากๆเลยนะ ที่ตามหามาเจ็ดแปดปี แต่พอบทจะเจอก็เจอกันง่ายๆ แต่ก๋แอบเจ็บแทนลู่หานที่ตลอดแปดปีในใจของเซฮุนมีแต่แบคฮยอน T___T
    #572
    0