HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 36 : ตอนที่ 33 ให้เป็นเรื่องของใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    11 ม.ค. 59





บทที่ 33

 

 

                ....................................................

 

                เซฮุนที่ถูกคนตัวเล็กกว่าลากออกมาไกล ก็เริ่มได้ผ่อนฝีเท้า ลู่หานที่ร้องไห้ฟูมฟายหยุดวิ่งแล้วหายใจถี่ๆ เพราะความเหนื่อย เซฮุนจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบมัน

 

                “ขอร้องอย่าเพิ่งแตะตัวฉันได้มั้ย” เซฮุนชะงักมือที่ลูบหลังนั้น ก่อนจะเอามันมาแนบข้างตัว ลู่หานหันมาเผชิญหน้ากับคนที่ไม่ได้พบเจอกันนาน ก่อนจะโผเข้ากอด พร้อมกับร้องไห้สะอื้น เซฮุนที่ทำได้แค่ยืนเฉยๆ จ้องมองออกไปข้างหน้าสุดลูกหูลูกตา คิดไตร่ตรองถึงคำพูดที่จะพูด

 

                “ได้โปรด กลับมาได้ไหม ฮึกๆ ได้โปรด ฮือๆ” เซฮุนลูบผมนั้นเบาๆ ก่อนจะก้มลงจูบมันอย่างแผ่วเบา เค้าไม่พูดอะไรนอกจากปล่อยให้อีกคนร้องไห้จนหายสะอึก วันที่หนาวๆแบบนี้การได้กอดใครสักคนมันก็อุ่นดีหรอก

 

                “กลับไปไหน” เซฮุนเปรยเสียงเรียบ

 

                “กลับมาหาฉัน ฉันขอโทษที่ขอโอกาสแล้ว แต่ทำมันหลุดมือไป ได้โปรดให้โอกาสฉันเถอะนะ จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ขอร้อง จะตีฉันก็ได้ จะมีอะไรกับฉันก็ได้ แต่ขอเถอะ กลับมาหาฉัน” เซฮุนขืนมือที่ถูกลู่หานกำเอาไปทุบตีตัวเอง ตอนนี้ลู่หานกำลังบ้าคลั่ง เค้าจึงทำได้แค่กอดเอาไว้

 

                “ได้โปรด ตอบฉัน เซฮุน”

 

                “ฉันกลับไปไม่ได้ ลู่หาน ฉันขอโทษ”

 

                ..........................

 

                เหมือนสะดุดลมหายใจ แล้วก็เริ่มจะตายมันอึดอัดเหมือนกับถูกโยนลงน้ำแล้วจับกดหัว ความทุรนทุรายนี้ แม้แค่คำพูดแต่ทำให้เค้าจะตาย แน่นไปหมด หน้าอกมันแน่นจะตกชกตีมันให้หายใจสะดวก ลู่หานหน้าแดงกล่ำ สะอึกสะอื้นๆ พร้อมกับตีอกตัวเอง เพื่อไล่อากาศ คอปวดระบมเพราะเหมือนมีก้อนอะไรใหญ่ๆสักก้อนอุดเอาไว้

 

                “ได้โปรด อื้อๆ ฮือๆๆ ด้ายยยโปรด งื้อๆ อื้อ อื้อ แค่กๆ”

 

                “ฉันจะไปส่งที่คอนโด” เซฮุนดึงคนที่กำลังจะนั่งลงไปเพราะไร้แรงจะยืนต่อ ลู่หานร้องไห้หนักมากจริงๆ แต่เค้าก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เค้าเลือกแล้ว และไม่คิดจะกลับไป ลู่หานเป็นคนดี เค้าทำร้ายลู่หานไว้มาก เค้าอยากจะตอบแทนในสิ่งที่ลู่หานทำให้แก่เค้า แต่ตัวเค้าเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องตอบแทนด้วยอะไร

 

                หัวใจงั้นเหรอ ความรักงั้นเหรอ ถ้าก่อนหน้านี้มันอาจจะใช่ แต่สำหรับตอนนี้ เค้าไม่สามารถทำได้อีกต่อไป เค้าเลือกคนที่ดีสำหรับเค้า และเค้าก็รักคนที่ดีคนนั้นแล้ว

 

                ขอโทษนะลู่หาน....

 

                “ไม่! ฉันจะเป็นบ้าตาย! ก็เพราะนาย ทำไมต้องทำร้ายจิตใจกันแบบเน่!! ทำม้าย!!” ลู่หานตะโกนลั่น พร้อมกับทุบตีคนตรงหน้า สติที่เคยมีมันลดทอนลงไปหมดจนเหลือเพียงอารมณ์ล้วนๆ เซฮุนไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับลู่หาน ดวงตาที่เคยหวานและน่าหลงใหลนั้น ตอนนี้กลับน่าสงสารจนใจเค้าสั่นไหว

 

                “พอเถอะ ลู่หาน มันสายเกินกว่าจะกลับไปเป็นแบบเดิม” มันสายไปแล้วจริงๆ ความรักที่เคยมีต่อคนตรงหน้ามันค่อยๆเลือนหาย และจางออกไป แม้มันจะเจ็บเวลาที่ยังอยู่ใกล้ๆกัน แต่เค้าก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เค้าชัดเจนพอ และตอนนี้ที่ยังกอดเอาไว้ก็เพราะปวดหัวใจ

 

                อย่าร้องไห้เลยนะ กลับไปในที่ๆของนาย ลินดาเป็นผู้หญิงที่จะช่วยให้นายดีขึ้น นายไม่ควรเจอฉัน เราไม่ควรรักกัน เราไม่ได้มีอะไรที่เหมือนกัน นายอยู่ในที่ของนาย ฉันอยู่ในที่ของฉัน ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องคิดถึงกัน ไม่ต้องรักกัน ไม่ต้องเห็นกัน แล้วความทรงจำของเรามันจะเลือนหายไปเอง

 

                “ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา ขอบคุณ” เซฮุนกระซิบก่อนจะลูบหลังลู่หาน

 

                “ฉันไม่ดีตรงไหน เซฮุน ฉันรักนายแล้วจริงๆ ได้โปรด ได้โปรดมอบหัวใจของนายให้ฉัน ฉันทนไม่ได้จริงๆ ที่เห็นนายอยู่กับแบคฮยอน ฉันรู้แล้ว ฉันใจเต้นแรง ตอนเห็นหน้านายไม่ใช่ตอนเห็นหน้าลินดา ฉันมันโง่ที่ไม่เข้าใจความรักของนาย ฉันมันความรู้สึกช้า ฉันมันโง่ ฉันมันโง่ ได้โปรด” ลู่หานพูดไปร้องไห้อย่างน่าสงสาร มือเล็กๆเกาะกุมอกตัวเองพร้อมกับลูบและขยำมันซ้ำๆ เหมือนคนใกล้ขาดใจ

 

                “ลู่หาน....”

 

                “ขอโทษ...” เหมือนร่างกายรับเรื่องราวไม่ไหว จนช็อค ลู่หานสลบตัวอ่อนยวบลงไปแทบจะกองกับพื้นถ้าเค้าไม่รับเอาไว้ เซฮุนขมวดคิ้วหนัก พยายามเรียกคนที่หมดสติด้วยความตกใจ

 

                “ลู่หาน ลู่หาน!” เซฮุนอุ้มร่างบางเข้ามาแนบอก ก่อนจะพาเดินเร็วๆ ออกไปยังสวนสาธารณะ เวลาแบบนี้จะหารถได้จากที่ไหน

 

                เซฮุนโบกแท็กซี่ที่ขับผ่านมาก่อนจะพาคนหมดสติส่งโรงพยาบาลใกล้ๆ คุณหมอบอกอาการไม่น่าเป็นห่วง แค่สภาพร่างกายอ่อนแอแล้วก็ความดันต่ำ หายใจถี่เกินไป เลยหมดสติ เซฮุนฝากเบอร์โทรศัพท์ของญาติคนไข้เอาไว้ ก่อนจะขอตัวกลับ เพราะเค้าไม่มีธุระอะไรที่ต้องจัดการอีก

 

                เซฮุนมองคนที่นอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียง มือเล็กๆกำเข้าหากันแน่น มือที่อยากจะเปิดประตูเข้าไปยับยั้งเอาไว้ แต่เพียงครู่เดียวที่เค้าตัดสินใจจับมันแล้วเปิดมันออก ฝีเท้าก้าวเดินไปอย่างช้าๆเหมือนกับว่ากลัววาอีกคนจะตื่นมาร้องไห้โวยวายจนช๊อคอีก เซฮุนจ้องมองใบหน้าซีดโทรมนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดผมที่ปรกลงมาทิ่มแทงตา

 

                ในวันที่ไม่ได้รู้สึกดีๆด้วยกันอีกแล้ว แต่กลับเป็นวันที่ลู่หานรักเค้ากลับอย่างหมดหัวใจ ลู่หานคงรับรู้ได้ถึงความทรมานที่เค้าไม่มีวันที่จะได้บอก ความรู้สึกของเค้ามันเลือนหายไปเพราะความไม่ใส่ใจไม่เห็นค่าของคนตรงหน้า เค้าไม่อยากวิ่งตามอีกแล้ว นั่นคือสิ่งที่เค้าตอกย้ำตัวเองในทุกๆวัน เค้ามีแบคฮยอนเข้ามาเติมเต็ม จนในที่สุดความรู้สึกดีๆ มันก็จางหายไป

 

                ใจแลกใจงั้นเหรอ ลู่หานจะรู้มั้ยว่าครั้งหนึ่งเค้าเคยเจ็บมาก มากจนถ้ารถชนมันก็คงไม่เจ็บเท่าไหร่ และถ้าเค้าเป็นอะไรลู่หานคงหันมาสนใจเค้าและรักเค้าตอบแทนเค้าบ้าง แต่มันไม่ใช่ เค้าต้องทนอยู่กับความรักที่ตัวเองมีอยู่ฝ่ายเดียว รักแค่ไหนแต่เค้าก็ไม่สนใจ ไล่สาปส่งเหมือนกับว่าเค้าไม่มีค่า มันเจ็บแต่ก็ต้องทนเผื่อว่าวันใดที่ลู่หานรู้สึกมองเห็นค่าของเค้าวันนั้นพวกเค้าคงได้รักกันจริงๆ

                 ถึงแม้ว่าตัวเค้าจะร้าย แต่เค้าก็แค่ทำตัวไม่ถูก การเข้าหาคนอื่นแบบคนปกติมันควรจะทำยังไง และการขอความรักจากคนอื่นๆเค้าควรขอแบบไหน เค้าไม่เคยรู้ ลู่หานเป็นคนสอนให้เค้ารู้ และเค้าก็ใช้มันกับแบคอยอน 

 

                “ขอโทษ นายเป็นอิสระแล้วลู่หาน นายไม่ใช่ตุ๊กตาของฉันอีกแล้ว” จูบอันแสนแผ่วเบา เหมือนสั่งลาครั้งสุดท้ายสำหรับเค้า ถ้าไม่ได้เจอกันอีก ก็คงจะดี อย่าเจอกันให้หัวใจต้องเจ็บปวดอีกเลย โดยเฉพาะตัวลู่หานเอง ความรักที่เพิ่งเกิดขึ้น ในวันที่อีกคนเดินจากออกมาแล้ว มันย่อมปวดร้าว และเค้าหวังว่าลู่หานจะดีขึ้นในเร็ววัน

 

                คนที่รักตอนนี้กลายเป็นคนธรรมดาที่เค้าเคยรัก เค้ารักแบคฮยอนแล้วทั้งหัวใจ ตอนนี้ไม่มีใครที่ดีได้เท่าแบคฮยอนอีกแล้ว

 

                เสียงปิดประตูดังขึ้นแผ่วเบา ร่างสูงโปร่งเดินช้าๆไปตามทางเดิน ใบหน้าเรียบนิ่งไม่มีแววของอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น หัวสมองขาวโพลน ความทรงจำที่เคยมีต่อลู่หานกำลังถูกลบล้างออกไปทีละน้อย

.

.

.

 

                เซฮุนขึ้นแท็กซี่กลับมายังสวนสาธารณะด้วยความว้าวุ่นใจ เค้าออกมาเป็นชั่วโมงแล้ว และตอนนี้อากาศก็เย็นลงเรื่อยๆ เค้าหวังว่าแบคฮยอนจะไม่ได้ยืนรอเค้า

 

                เซฮุนวิ่งเต็มเท้ากลับไปยังจุดๆเดิมที่แบคฮยอนบอกไว้ว่าจะรอ หัวใจที่เคยเต้นแรงเริ่มแรงหนักกว่าเดิม เมื่อเห็นคนตัวเล็กกำลังกดโทรศัพท์ เสียงข้อความดังเข้ามา เซฮุนเปิดดูก่อนจะเม้มปาก ข้อความบอกให้เค้าดูแลลู่หานดีๆ

 

                ร่างเล็กๆของแบคฮยอนลุกขึ้น ก่อนจะหมุนตัวกลับแล้วสาวเท้าเดินไปข้างหน้าช้าๆ เซฮุนขยับเท้าก้าวเดินตามไป ก่อนจะตะโกนเรียกให้อีกคนหยุด ใบหน้าที่กำลังตื่นๆเหมือนหมาเห็นเจ้าของทำเอาเซฮุนต้องยิ้มออกมา แบคฮยอนยังคงรออยู่ที่เดิม แม้ว่าเกือบจะตัดใจไม่รอแล้ว

 

                เซฮุนสาวเท้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จ้องมองใบหน้าที่เบะออกเหมือนจะร้องไห้ คนที่ดีกับคนที่รักงั้นเหรอ เค้าแค่อยากจะอยู่กับคนที่เค้าสบายใจ อยากจะอยู่กับคนที่เค้ารัก แม้ว่าคนๆนั้นจะเป็นได้แค่คนที่ดี

 

                แต่ตอนนี้แบคฮยอนไม่ใช่คนที่ดีสำหรับเค้า แต่เป็นคนที่เค้ารักต่างหาก...

 

                “กลับกันเถอะ หนาวเป็นบ้า” เซฮุนจับมือแบคฮยอนซุกลงกระเป๋าพร้อมกับเดินไปข้างหน้า

 

                “อื้ม กลับบ้านกันนะ”

 

.

.

.

 

                สีหน้าของชานยอลไม่ค่อยดีนักหลังจากรับโทรศัพท์ พวกเค้าแวะไปหาคุณย่าและทานข้าวกัน แม้มันจะมีบรรยากาศของความตึงเครียดลอยฟุ้ง แต่ชานยอลก็ทำได้ดี ด้วยการสำรวมและทำตัวน่ารัก สารถีคนหล่ออย่างอี้ฟานหันไปมองภรรยาคนสวยที่หน้าตาบูดบึ้ง

 

                “เป็นอะไรคะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น”

 

                “กลับเกาหลีด่วนเลย ต้องไปคุยกับเซฮุนให้รู้เรื่อง”

 

                “อืม มีเรื่องอะไรกัน”

 

                “แผนเราไม่เป็นไปตามแผน เซฮุนมันเลือกแบคฮยอน ส่วนลู่หานนอนตรอมใจอยู่โรงบาล ทางโรงพยาบาลเพิ่งโทรมาบอกเนี่ย” ชานยอลบ่นๆ อี้ฟานขมวดคิ้ว ก่อนจะถอนหายใจ

 

                “เซฮุนคงเลือกแล้ว เราจะทำอะไรได้ล่ะ แล้วอีกอย่างลู่หานก็ทำตัวเอง น้องพี่มันรู้สึกตัวช้าไป กว่าจะรู้ว่ารักเค้า เค้าก็ไปรักคนอื่นแล้ว หนูยอลปล่อยพวกเค้าไปเถอะนะ”

 

                “แล้วลู่หานล่ะ น้องนายนะไม่คิดจะช่วยหน่อยเหรอ” ชานยอลที่อารมณ์ค้างบ่นเข้าให้ น้องชายตัวเองแท้ๆกลับไม่ช่วยอะไรเลย ไม่เข้าข้าง ดูเอาเถอะ มีผัวที่เป็นพี่คนได้ยอดแย่จริงๆเชียว

 

                “เดี๋ยวพี่จะดูแลลู่หานเอง ไม่ต้องห่วง ลู่หานเป็นคนเข้มแข็ง อีกไม่นานเค้าก็จะผ่านมันไปได้” อี้ฟานเอ่ย เค้าเชื่อในตัวน้องชายของเค้า ลู่หานเป็นคนเข้มแข็ง อีกไม่นานวันหรอก ลู่หานก็จะกลับมาเป็นลู่หานคนเดิม บางทีคนเรามันก็ต้องเรียนรู้ชีวิตในแบบอื่นบ้าง ไม่มีหรอกคนที่จะสมหวังไปตลอดกับสิ่งที่หวังไว้

.

.

.

 

                ลู่หานที่เพิ่งตื่นขึ้นมาในช่วงสาย ถอนหายใจยาวๆ ขณะกอดเข่ามองถาดอาหารบนโต๊ะทานข้าวพับได้ของผู้ป่วย ในห้องว่างเปล่า ไม่มีใครเฝ้า ไม่มีคนที่เค้าคิดว่าตื่นมาแล้วจะได้เจอหน้าเป็นคนแรก เรื่องราวเมื่อวานทำให้เค้าปวดหัว เค้าต้องพยายามไม่คิดถึงมันแล้วถึงจะหายปวด มันลำบากเล็กน้อย ที่จะอยู่แบบนี้ ทั้งๆที่ใส่คามกล้าเข้าไปในตัวอย่างเต็มเปี่ยม แต่สุดท้ายก็แห้ว

 

                “แกมันโง่จังนะ ลู่หาน” ลู่หานซุกหน้าลงกับเข่าแล้วร้องไห้ มืออีกข้างกำโทรศัพท์ไว้แน่น อยากกลับบ้านไปหาม๊ากับป๊า อยากให้ท่านโอ๋เค้าเหมือนเวลาที่เค้าหกล้มจนเข่าถลอก อยากได้ยินเสียงพี่ชายโวยวายอยู่ข้างๆ

 

                อยากอยู่กับทุกคน.....

 

                เสียงเปิดประตูทำให้ลู่หานต้องเงยหน้าไปมอง ใบหน้าที่เหวี่ยงอยู่ตลอดเวลาของชานยอลปรากฏสู่สายตา เค้าหันหน้าหนีพร้อมกับเม้มปากแน่น คนที่รูปร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาชิดขอบเตียง ฝ่ามือเรียวจับไหล่เค้าแล้วบีบเบาๆ

 

                “พี่ชายนายรออยู่ข้างนอกกำลังจัดการเรื่องค่ารักษา ไปแต่งตัวซะสิ อีกไม่กี่ชั่วโมงเครื่องจะขึ้นแล้ว” 

 

                “ยังไม่อยากไปไหนทั้งนั้น เหนื่อย”

 

                “กลับบ้าน อยู่ที่นี้ไปจะได้อะไร กลับบ้านตัวเองไปซะ”

 

                “ถ้าไม่รู้จักพูดดีๆกับคนอื่นก็ออกไป!! ไม่ต้องมายุ่ง!!” ลู่หานสะบัดตัวผลักชานยอลออกไปไกลๆ คนตัวสูงพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะกระชากคนเสื้อคนป่วย

 

                “เออ ทำไมกูมันพูดจาไม่ดีอยู่แล้วเว้ย ปลอบใจแล้วได้อะไรวะ เซฮุนมันจะกลับมาเหรอ บ้าบอ!! หยุดทำตัวน่าสมเพสแล้วกลับไปใช้ชีวิตของตัวเองให้มันดีซะเถอะ จมปลักอยู่ทำไมกับอีแค่ผู้ชายคนเดียว”

 

                “ก็เหมือนที่นาย กอดเข่าร้องขอพี่ฉันไง ชานยอล ความรู้สึกเดียวกัน” ลู่หานร้องไห้หนักอีกครั้ง คำพูดแทงใจเสียจนอยากจะอาละวาด รู้ รู้หมดทุกอย่างล่ะ แต่มันทำไม่ได้ไง มันตัดใจไม่ได้ ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ถูกป้อนโปรแกรมแล้วจะจะทำตามได้ง่ายๆ

 

                คนมันมีหัวใจนะเว้ย!!

 

                “ชอบมากก็แย่งมาซะสิ!! มันยากตรงไหน หยุดร้องไห้เป็นนางเอกละครน้ำเน่าได้แล้วน่ารำคาญ กระแดะจริงๆ” ชานยอลปัดผมขึ้นไปอย่างอารมณ์เสีย ชอบมากก็แย่งมาซะสิ ยากนักเหรอ ถ้ามันยากมากก็ตัดใจแล้วไปปลูกผักทำนาเลี้ยงควายเถอะไป๊!!

 

                “อย่าเอานิสัยทรามๆของตัวเองมาสอนคนอื่น” ลู่หานเถียงกลับพร้อมกับจ้องเขม็ง ชานยอลเท้าสะเอวมองจิกๆ ก่อนจะผลักไหล่คนป่วยอย่างหาเรื่อง

 

                “แล้วจะทำไม ฉันทรามแล้วยังไง คนมันก็เห็นแก่ตัวกันทั้งนั้นล่ะโว้ย ดูแลใจตัวเองให้ดีก่อนจะไปห่วงใยใจคนอื่นเถอะ โลกมันอยู่ยาก จะมานั่งทำเป็นเพ้อฝันโลกสวยน่ะ เชิญไปจินตนาการในห้องนอนของตัวเองก็แล้วกัน”

 

                “หึ๋ย ปากดีนักนะมึง” ลู่หานที่ทนไม่ไหวถอดสายน้ำเกลือแล้วกระโจนใส่คนตัวใหญ่กว่า เมียพี่ก็เมียพี่เถอะ ปากแบบนี้มันต้องตบสั่งสอน กล้าดียังไงมาว่าคนอื่นโลกสวย ทั้งๆที่เด็กกว่าเค้าแท้ๆ แต่สัมมาคารวนี่แทบจะไม่มีให้เห็น โตมาด้วยอะไรกันนะ น้ำล้างเท้าเหรอ ถึงได้จิตใจสกปรก ปากคอเราะร้าย เอาแต่จิกกัดคนอื่นแบบนี้!!

 

                “มึงมันจะไปเข้าใจอะไร หยุดว่ากูสักที กูไปทำอะไรให้มึง กูไปทำอะไรให้มึง ฮือๆ” จากที่ขึ้นคร่อมทุบตี แต่คนใต้ร่างกลับทำแค่ปัดป้อง ลู่หานร้องไห้สะอื้นหนักๆ ความทรมานนี้เหมือนได้ระบายออกไปหน่อย

 

                “เพราะมึงมันไม่เข้าใจอะไรเลยไงลู่หาน มึงถึงต้องมาเจ็บใจอยู่แบบนี้ อยากจะตีก็ตีมา ระบายออกมาให้หมด กูจะรับฟังเอง” ชานยอลจ้องมองคนที่เอาแต่ร้องโยเย ชานยอลดันอกอีกฝ่ายขณะที่นอนให้โดนทับอยู่แบบนั้น ลู่หานก็แค่เจ็บ แต่ไม่รู้จะระบายความเจ็บออกมาแบบไหน และการปลดปล่อยแบบนี้มันดีที่สุด

 

                “ถ้าแย่งไม่ได้ ก็เลิกคิดซะ เดินหน้าต่อไป คนดีๆยังมีอีกมากมาย ไม่ใช่แค่น้องชายกู”

 

                “แต่กูรักมัน มึงเข้าใจ กูรักมันแล้วจริงๆ” ลู่หานร้องก่อนจะก้มลงซบหน้ากับอกคนตัวโตกว่าชานยอลถอนหายใจดังเฮือกก่อนจะกอดปลอบแล้วลูบหลังเบาๆ

 

                อี้ฟานที่เข้ามาในห้องหลังจากจัดการธุระเสร็จเรียบร้อยชะงัก มองน้องชายกับเมียนอนทับกันอยู่บนพื้น สายน้ำเกลือห้อยต่องแต่งอยู่ตรงเสา ชานยอลเงยหน้าขึ้นมองสามีก่อนจะส่ายหัว ชายหนุ่มถอนหายใจ ก่อนจะเดินไปลากลู่หานออกจากตัวชานยอล บางทีมันก็หวงนะ แม้ว่าลู่หานจะเป็นน้องชาย แต่จะมาขี่เมียพี่แบบนี้ไม่ได้ มันไม่ถูกต้อง

 

                “ลุกๆ ใจเย็นๆ หยุดร้องก่อน” อี้ฟานจับคนที่ร้องไห้โยเยเสียงดังให้นั่งบนเตียงแล้วกอดปลอบ ลู่หานจิกเล็บเข้ากลางหลัง กอดเค้าแน่น พร้อมกับซุกหน้าลงกับไหล่ของเค้า

 

                “ไม่ไหวแล้วอ่ะพี่ ผมไม่ไหวแล้ว เจ็บมากเลย” ลู่หานโวยลั่น ดิ้นไปมาอย่างทุรนทุราย คนเป็นพี่ที่ไม่เห็นน้องชายเป็นแบบนี้ได้แต่กอดมันเอาไว้ ให้มันรู้ว่าเค้าจะไม่ไปไหน เค้าจะอยู่กับมันจนกว่ามันจะดีขึ้น

 

                “พอแล้วนะไม่ร้อง เราจะกลับบ้านกัน โอเคมั้ย” ลู่หานพยักหน้า ก่อนจะสะอื้นไห้ อี้ฟานลูบหลังปลอบนั่งชายอยู่แบบนั้นจนเวลาล่วงเลยไปเป็นชั่วโมง

.

.

.

 

                อี้ฟานกับลู่หานขึ้นเครื่องกลับบ้าน ส่วนชานยอลต้องอยู่จัดการธุระของตัวเองต่อ ก่อนจะบินไปหาในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เค้าไม่ได้มีอำนาจใดๆในบริษัท และประธานใหญ่ของบริษัทก็กำลังล้มป่วย คณะกรรมการติดต่อให้เค้าเข้าไปนั่งบอร์ดแทนสักระยะ แต่เค้าปฏิเสธ ไอ้บริษัทเฮงซวยนี่ต่อให้มันล้มละลายไปเค้าก็ไม่สนใจ

 

                ชานยอลจัดการเรื่องเอกสารสำคัญไม่กี่ใบก่อนจะส่งให้อัยการตรวจสอบ เค้าแวะไปที่โรงพยาบาลเพื่อฝากดอกไม้ให้กับนางพยาบาลคนเดิม แล้วเดินไปดูคนที่นอนอยู่ไม่ฟื้นเพราะฤทธิ์ยา สักพักเดียวก็กลับไป

 

                ไม่ได้เป็นห่วงอะไรมากมายนัก แต่ก็ไม่อยากถูกมองว่าเป็นพวกใจหยาบช้า การเฝ้ามองแม่ที่ร้ายกับตัวเองมาตั้งแต่เล็ก เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการทแทนคุณ

 

                ชานยอลมาหาเซฮุนที่บ้านของแบคฮยอน แต่อีกกว่าครึ่งชั่วโมงที่ทั้งสองจะกลับมาบ้าน เค้าเลยนั่งรอในรถ แล้วจ้องมองบ้านหลังเล็กๆสองชั้น ชานยอลมองกระจกมองหลัง จ้องมองคนสองคนที่เดินคุยกันมาพร้อมกับหยอกล้อ ท่าทางเหมือนพี่น้องที่ชอบแกล้งกันมากกว่าจะเป็นคู่รักกัน

 

                เค้าเห็นเซฮุนหยุดเดินแล้วจ้องมองมา ชานยอลเลยลงจากรถ ถอดแว่นกันแดดแล้วเสียบไว้ในกระเป๋า แบคฮยอนก้มหัวโค้งให้ก่อนจะฉีกยิ้ม เซฮุนหลุบตาลงต่ำก่อนจะสาวท้าก้าวเดินขึ้นมาโดยมีแบคฮยอนอยู่ข้างๆ

 

                “เป็นไงบ้างล่ะ เมื่อวาน”

 

                “ก็ดี”

 

                “ฉันมาคุยเรื่องคดี ศาลจะพิจารณาเรื่องคดีในอีกสามเดือนข้างหน้า เตรียมตัวให้พร้อม แล้วก็ไปเยี่ยมแม่บ้าง”

 

                “เราเพิ่งไปเยี่ยมคุณนายมาครับ ท่านอากาแย่ลง” แบคฮยอนเป็นคนตอบ เสียงดูเศร้าอย่างเห็นได้ชัดทันที ชานยอลมองจิกๆอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันไปหาเซฮุน

 

                “มีเรื่องจะบอกแค่นี้ล่ะ” ชานยอลหันหน้าเข้าหารถก่อนจะเปิดมันออก

 

                “ช่วยบอกลู่หานด้วย ว่าลืมผมซะ คนดีๆที่เหมาะสมกับเค้ายังมีอีกมากมาย เลิกเศร้าได้แล้ว”

 

                “ไปบอกเองเหอะ ไอ้น้องเวร” ชานยอลเบ้ปากรู้สึกโกรธน้องชายตัวเองก็วันนี้ล่ะ เซฮุนมองพี่ชายที่กระชากประตูรถเปิดออกแล้วเข้าไปนั่งด้านใน เสียงเครื่องยนต์สตาร์ทก่อนที่มาเซราติคันงามจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว เซฮุนถอนหายใจ มันก็ไม่ผิดที่ชานยอลจะโกรธหรือเกลียดเค้า

 

                “ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย เซฮุน” เซฮุนที่นิ่งไปสักพักหลังจากที่พี่ชายขับรถออกไป ร่างสูงเริ่มออกก้าวเดินอีกครั้ง ใบหน้ามีแต่รอยของความคิด แบคฮยอนปล่อยมือที่เคยจับก่อนจะเดินตามไปอย่างช้าๆ แม้ขนาดว่าปล่อยมือออกจากกันแล้ว แต่เซฮุนก็ยังคงขบคิดอะไรอยู่ในใจ

 

                ไม่เป็นอะไรแน่ๆใช่มั้ยเซฮุน.......

.

.

.

.

ต่อ

 

 

                “ลู่หาน ตื่นรึยังลูก”

 

                “ลู่หาน วันนี้ต้องเดินทางแล้วนะ” เสียงที่เข้มขึ้นพร้อมกับแรงเขย่า ทำให้คนที่กำลังหลับสบายลืมตาตื่น ใบหน้าหวานสวยถูกบีบบี้ไปมาโดยฝีมือของผู้เป็นแม่ คุณนายอู๋ ยิ้มละไมเมื่อเห็นลูกชายทำหน้าตาบูดบึ้ง เพราะถูกรบกวนการนอน

 

                “ไปอาบน้ำแล้วลงไปกินข้าวซะไป พี่แกรออยู่ข้างล่างแล้ว”

 

                “พี่มาเหรอ มาทำไมล่ะ” ลู่หานย่นหัวคิ้วเมื่อรู้ว่าอี้ฟานกลับมาจีน ก็ถ้าหมอนั่นกลับมา มันก็ต้องหนีบเมียมันมาด้วยอยู่แล้ว ซึ่งเค้าไม่ชอบขี้หน้าชานยอลเอาเสียเลย และทุกครั้งที่เจอกันก็ต้องเถียงกันตลอดเวลา เค้าล่ะเบื่อ

 

                เป็นแบบนี้มาสองเดือนแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยน...

 

                หลังจากที่กลับจากเกาหลีก็ถูกคุณนายอู๋สวดไปสามวัน และแผนการเดินทางก็เลยต้องระงับเอาไว้ พอเอาไปเอามาจากที่วางแพลนเป็นอาทิตย์กว่าๆก็จะออกเดินทาง แต่กลายเป็นว่าต้องอยู่ที่นี้อีกตั้งสองเดือน

 

                และวันนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่เค้าจะได้ออกเดินทางไปเที่ยวพักผ่อน อ่อ การอยู่บ้านก็ถือว่าพักผ่อนนะ ถ้าไม่ได้เจอคนขี้วีนหน้ายักษ์กริ้วตลอดเวลาอย่างชานยอล ลู่หานยันตัวลุกจากเตียงก่อนจะให้หม่ามี๊ลงไปรอข้างล่าง ส่วนตัวเค้าก็ยืนมองของสำคัญกับกระเป๋าเป้แบบทราเวิ้ลใบเคืองที่อัดของไว้แน่น

 

                “คงไม่ลืมอะไรแล้วมั้ง” ลู่หานกอดอก เงยหน้ามองแผนการเดินทางที่ทำเป็นแผนที่ไว้บนผนัง สิบสามประเทศที่จะต้องไปเยือนให้ได้ถูกโยงเป็นเส้นสีแดงออกไปไกลๆแล้วปักโพสอิตชื่อประเทศ ตั้งแต่ อเมริกาเหนือไปจนอเมริกาใต้ เกาะสวรรค์ ยุโรป ตะวันออก แล้วก็แถบเอเชียเขตร้อน

 

                หม่ามี๊บอกจะไปกี่ปีก็ได้ เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา แต่จะต้องส่งโปสการ์ดกลับมาทุกๆครั้งที่ไปตามประเทศต่างๆ แล้วก็โทรหา เฟสทาม จะได้อุ่นใจว่าเค้าไม่ได้โดนฆ่าหมกตายอยู่แถวในสักที่บนโลก

 

                ลู่หานดึงผ้าเช็ดตัวขึ้นพาดไหล่ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เวลาที่เค้ารอคอยมาถึงแล้ว การออกเดินทางไปในโลกหรือที่ใหม่ๆ พบปะกับสิ่งรอบตัวและคนไม่เคยรู้จัก ก็น่าจะทำให้เค้าลืมอะไรไปได้บ้างไม่มากก็น้อย น้ำอุ่นๆถูกลู่หานเปิดแช่ราดลงหัว คนตัวบางยันกำแพงเอาไว้ แล้วลืมตาก้มมองเท้า

 

                “สาวคิ้วหนา ทรงโต รอแกอยู่เว้ยไอ้หาญ”

.

.

.

 

                ลู่หานที่แบกกระเป๋าเป้ไซส์ใหญ่พอตัวลงมาจากด้านบน ฉีกยิ้มมุมปาก เมื่อห้องอาหารของบ้านไร้เงาของผู้ชายตัวบางร่างสูงนามว่า ปาร์ค ชานยอล เอาจริงๆเค้าก็ไม่ได้เกลียดอะไรหมอนั่นหรอกนะ บางส่วนมันก็ดีแต่เป็นส่วนน้อยน่ะ และวันนี้เป็นวันออกเดินทาง เค้าจะไม่มีทางให้อะไรมาขวางกั้นอรรถรสของเค้าแน่นอน

 

                “อ้าว เมียพี่ไม่มาด้วยเหรอ”

 

                “ช่วงนี้ยุ่งๆน่ะ เห็นว่าอีกฝ่ายขอยอมแพ้คดี แต่ยังมีปัญหากับพินัยกรรมฉบับเก่า เพราะทนายโอ เค้าเสียไปแล้ว ชานยอลก็เลยวิ่งเต้นตามเรื่องให้วุ่น” ลู่หานพยักหน้ารับเป็นอันเข้าใจว่าหมอนั่นงานยุ่ง ไม่สามารถตามก้นสามีบินมาจีนได้ในวันหยุดสุดสัปดาห์

 

                ลู่หานนั่งกินข้าวไปเงียบๆกับครอบครัว เพราะไม่มีสิทธิ์ออกปากเถียงคนขี้บ่นอย่างคุณนายอู๋ผู้ซึ่งเป็นประธานใหญ่ตัวจริงของบ้านได้ สิ่งที่ลู่หานจะทำได้คือส่งสายตาอ้อนๆไปหาคนเป็นพ่อที่เอาแต่นั่งอมยิ้มมอง สงครามย่อมๆบนโต๊ะอาหาร

 

                “เห้อ โตป่านนี้ละไม่รู้จักหาที่ทำงานให้เป็นหลักแหล่ง ยังจะคิดเที่ยวคิดสนุก หัดดูพี่แกเป็นตัวอย่างบ้างลู่หาน ตอนนี้มีงานมีเมีย มีครอบครัวไปแล้ว หัดเอาอย่างซะบ้าง”

 

                “เมียนิสัยแบบนั้นผมไม่อยากได้หรอกม๊า”

 

                “หาญมันจะไปเป็นเมียคนอื่นมากกว่าน่ะม๊า มันไม่เอาเมียหรอก ฮ่าๆ” อี้ฟานขำก่อนจะยกแก้วกาแฟนมขึ้นจิบ ลู่หานเบ้ปากใส่ก่อนจะพึมพำหาเรื่องไปเรื่อย

 

                เวลาอาหารเช้าหมดลงเมื่อท่านนายพลจะต้องออกไปทำงาน ส่วนคุณนายอู๋ก็ต้องบินไปเซี่ยงไฮ้เพื่อดูแลกิจการร้านเพชรของเธอ หน้าที่ไปส่งเค้าไปสนามบินก็เลยตกเป็นของอี้ฟาน พี่ชายของเค้า เรายืนคุยกันอยู่ใกล้ๆกับรถ เรามีอะไรหลายอย่างที่เหมือนกัน อย่างพวกเที่ยวล่องหาประสบการณ์ความยากลำบาก แม้ว่าบ้านจะรวยแต่ พวกเค้าเป็นพวกซาดิสต์ชอบความข้นแค้น ไม่ลำบากนี่อย่าหวังว่าจะทำ

 

                “ไงก็โทรมาหาด้วยนะ จะเบอร์ฉันหรือเบอร์ชานยอลก็ได้”

 

                “ไม่เอาอ่ะ ทำไมต้องโทรเบอร์หมอนั่น”

 

                “เอ้า มึงจะโทรเบอร์ไหนชานยอลก็เป็นคนรับอยู่ดี เพราะงั้น จะโทรเบอร์ใครก็ไม่ต่างกัน ฮี่ๆ” อี้ฟานยิ้มยิงฟัน เหมือนมันจะดูเท่นะที่อยู่ในโอวาทเมีย แต่ทำไมมันดูโง่ๆที่คอยให้เมียจูงจมูกก็ไม่รู้สิพี่ชาย ลู่หานสบถไม่ชอบใจ สุดท้ายก็ได้ฤกษ์ขึ้นรถเมื่อคุณนายอู๋ เดินมาหาพร้อมกับท่านนายพล

 

                “เดี๋ยวม๊าไปจะกับป๊า พวกแกสองคนไปเถอะ ลู่หานอย่าลืมที่คุยกันไวนะ” คุณนายอู๋ชี้หน้าลูกชายพร้อมกับจ้องเขม็งเป็นการข่มขู่ ลู่หานยืนตัวตรงเท้าชิดแล้วยกมือขึ้นตะเบ๊ะ

 

                อี้ฟานกลั้วหัวเราะก่อนจะผลักหัวน้องชาย เร่งให้มันไปขึ้นรถ ก่อนจะหันไปพูดคุยกับท่านทั้งสองที่ยืนมองดูพวกเค้าอยู่ “อาทิตย์หน้าฟ่านไม่รู้ว่าจะมาได้รึเปล่า ถ้ายังไงจะโทรบอกนะครับ” คนวัยชราทั้งสองพยักหน้า เป็นอันเข้าใจ แค่ลูกชายกลับมาหาพวกเค้าบ่อยๆ พวกเค้าก็ดีใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นประจำเลย

 

                เมื่อล่ำลากันเสร็จ รถออดี้ซานสีเข้มของคฃตระกูลอู๋ก็ขับหาออกไปจากรั้วบ้าน สองสามีภรรยามองมันจนลับสายตา ก่อนจะหันมามองหน้ากัน

 

                “อาลู่ คงจะลืมน้องชายหนูยอลได้หรอกนะ คุณว่ามั้ยคะ” ท่านนายพลไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มตอบภรรยาอย่างอบอุ่น เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของคนสองคน ไม่ใช่เรื่องของคนๆเดียว และมันก็ไม่ใช่เรื่องของคนที่สามสี่ห้า ที่จะเข้าไปยุ่งหรือช่วยให้คนทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ด้วย เค้าหวังแค่ว่าลู่หานลูกชายคนเล็กของเค้าจะเข้มแข็งพอ ในวันที่ไม่มีแม่คอยนอนปลอบ หรือพี่ชายคอยให้กำลังใจ เวลาจะช่วยเยียวยาลู่หาน

 

                “อาลู่อาจจะได้ฝรั่งตาน้ำข้าวกลับมาก็ได้นะ”

.

.

.

 

                “เหนื่อยป่าว ฮุนนี่”

 

                “นิดหน่อย”

 

                “แน่ใจนะว่านิดหน่อย แบคว่าแบคตัวหนัก”

 

                “งั้นแบคจะให้ฮุนแบกทำไม”

                  

                “เพราะแบคเหนื่อยไงฮุนนี่”

 

                “หยุดเรียกแบบนั้นเถอะน่า ไม่งั้นฮุนให้แบคเดินเองนะ” เซฮุนบ่นไม่สบอารมณ์แต่ใบหน้ากำลังยิ้มแป้น ปากกระจับบางๆจุ้บลงที่ไหล่ของเค้า ก่อนจะส่งมือมาขยุมผมเค้าลวกๆ เค้าไม่ค่อยชอบให้ใครเล่นหัวแต่แบคฮยอนเป็นข้อยกเว้น วันนี้แบคฮยอนเดินจากที่ทำงานไปหาเค้าที่มหาลัยเพราะ รถไฟหมด เงินจะขึ้นแท็กซี่ก็ดูจะแพงไปสำหรับระยะทางที่ต้องอ้อม แบคฮยอนก็เลยตั้งใจเดินเกือบสิบกิโลเพื่อมาหาเค้าที่มหาลัย มันเป็นอะไรที่เซอร์ไพร์สและดูทุ่มทุนสร้าง เค้าไม่ค่อยได้เจอคนประเภทไม่ยอมสบายหากต้องเสียตัง เพราะงั้นเงินค่าแท็กซี่และค่าขนมระหว่างทางเค้าก็เลยเป็นคนจัดการทั้งหมด  

 

                นี่ก็เลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเค้าต้องแบกหมูหนักตั้งหลายสิบกิโลขึ้นหลัง หลังจากที่ต้องนั่งทำงานวิจัยกลุ่มกับเพื่อนๆที่อาจารย์จัดมาให้ ช่วงนี้เค้ามีเพื่อนที่มหาลัยเพิ่มขึ้นส่วนมากเป็นเด็กรุ่นน้อง เพราะรุ่นเดียวกันออกฝึกงานใกล้จะจบกันหมดแล้ว

 

                “วันนี้มีเด็กๆแซวแบคว่าแบคเป็นแฟนฮุนด้วยล่ะ”

 

                “ก็เรื่องจริงนี่ เขินเหรอ” เซฮุนหัวเราะขำขณะก้าวเท้าเดินช้าๆขึ้นไปบนเนิน มองเพียงไม่กี่ช่วงสายตาก็สามารถมองเห็นบ้านหลังเก่าๆสองชั้นที่เค้าอาศัยกับแบคฮยอนมานานร่วมกันหลายเดือน แม้จะลงแรงทาสีใหม่ แต่ก็ยังคงความเก่าไว้เช่นเดิม

 

                “เปล่านะ แค่รู้สึกดีใจ ชอบมากกว่า หี่หี่” เซฮุนหัวเราะตามก่อนจะปล่อยหมูแบคลงจากหลังแล้วเปลี่ยนมาวาดแขนกอดคอเดินเข้าบ้านแทน วันนี้ดึกมากแล้ว เท่าที่ทำได้คงแค่อาบน้ำแล้วก็นอนพักผ่อน

 

                แบคฮยอนเข้าไปอาบน้ำก่อน ก่อนจะตามด้วยเค้าที่เข้าไปอาบน้ำหลังจากเช็คงานที่ทำค้างไวเรียบร้อย เค้าใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ออกมายืนเช็ดผม พร้อมกับใส่ชุดนอนสีฟ้าที่แบคฮยอนซื้อให้

 

                “มานี่ๆ แบคจะเช็ดให้” เซฮุนเดินเข้าไปหาก่อนจะนั่งลงกับพื้น ในขณะที่แบคฮยอนเขยิบตัวเองมาอยู่ที่ปลายเตียง เค้าชอบมากที่เวลามีคนคอยเช็ดผมให้ แถมยังได้บริการพิเศษเป็นนวดขมับจากแบคฮยอน

 

                “วันนี้เป็นไงบ้าง กินข้าวกับอะไร เจออะไรแปลกๆมั้ย”

 

                “แปลกๆเหรอ เจอหมูเดินมาหาที่มหาลัยน่ะ แล้วส่วนข้าววันนี้กินแซนวิช”

 

                “ไม่ได้นะฮุนนี่ ห้ามกินแค่แซนวิช ร่างกายฮุนนี่ยังต้องการสร้างอาหารเยอะๆ ไม่ใช่ว่าหายดีแล้วจะทำตัวไม่รักษาสุขภาพแบบนี้ไม่ได้ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้ทำข้าวกล่องให้” เซฮุนอมยิ้ม รู้สึกได้ถึงพลังการด่าที่น่าเอ็นดู เค้าชอบทุกอย่างที่แบคฮยอนทำ แม้ว่ามันจะจู้จี้ แต่เค้าก็ชอบ เกิดมายี่สิบกว่าปีไม่เคยมีใครมาจู้จี้หรือบังคับให้เค้าทำอะไรมากมายเท่าผู้ชายตัวเล็กตาตี่เท่านี้มาก่อน แม้คนทั่วไปอาจจะมองดูว่าน่ารำคาญ แต่แบคฮยอนมีเส้นระยะความพอดีเสมอ และทุกอย่างที่แบคฮยอนทำเค้าก็ชอบและไม่ได้ดูว่ามันเกินพอดี

 

                “อยากกิน้าวผัดกับไข่ดาว ขอไส้กรอก แล้วก็ขิงดองนะ”

 

                “หุ่ย เยอะไป ขี้เกียจทำ” เซฮุนพิงหัวลงกับตักแบคฮยอนก่อนจะหมุนโคลงไปมาให้คนโดนอ้อนหัวเราะ มือนิ่มๆลูบแก้มของเค้า ก่อนที่ใบหน้าเล็กๆจะโน้มลงมา เซฮุนสบตากับแบคฮยอน ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างยิ้มให้กัน แล้วแลกจูบอันแสนหวาน

 

                คนที่ดีก็เป็นคนที่รักได้ มันอยู่ที่ความเข้าใจ เค้ารักคนที่ไม่เคยรักเค้ามาเนิ่นนาน นานจนรู้สึกว่าเค้ามองข้ามทุกอย่างไปจนสุดสายตา มองข้ามสิ่งที่ดีสำหรับเค้าไป

 

                “แบครักฮุนนะ ฮุนรักแบคป่าว”

 

                อ”แรดนะเรา” เซฮุนขำเมื่อหมูถูกหาว่าเป็นแรด แบคฮยอนจุมพิตตรงหน้าผากนวลก่อนจะเด้งตัวกลับไปเช็ดผมให้เค้าต่อ “ไม่บอกก็ไม่เป็นไร พรุ่งนี้แบคจะไม่ใส่ไส้กรอกกับขิงดองให้ ถือว่าเป็นการลงโทษ”

 

                “รักครับ ฮุนรักแบคที่สุด ที่สุดของที่สุดเลยครับ”

 

                “รักมากกว่าอะไร” แบคฮยอถามน้ำเสียงแสร้งห้วนๆสั้นๆ

 

                “รักมากกว่าไส้กรอกกับขิงดอง” เซฮุนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับยิ้มตาแปะอย่างที่แบคฮยอนเคยบอกว่ามันตลกแต่ก็ดูน่ารัก แบคฮยอนหัวเราะออกมาก่อนจะเก๊กรับแล้วพยักหน้า

 

                “โอเค ดีมาก นายปาร์ค เซฮุน งั้นพรุ่งนี้จะใส่ไส้กรอกกับขิงดองให้เยอะๆ เป็นการตอบแทนความรักของนายปาร์ค เซฮุน”

 

                “โหหหหห เยี่ยมเลย” เซฮุนร้องโห เค้าชอบอะไรแบบนี้ล่ะ ปัญญาอ่อนดี เวลาเจอเรื่องหนักสมองจากข้างนอกมา แต่พออยู่ในห้องนี้บ้านหลังนี้แล้วเจอแบคฮยอนทำตัวปัญญาอ่อนใส่ เรื่องหนักๆในสมองมันก็พาลหายไปหมด เหมือนเค้ากำลังอยู่ในโลกของคนปัญญาอ่อน

 

                “นอนกันเต๊อะ แบคง่วงจนจะหลับกลางอากาศแล้ว” แบคฮยอนที่เช็ดผมให้เซฮุนเสร็จก็ล้มตัวลงนอนแผ่ ร่างสูงของปาร์ค เซฮุนยืนขึ้น เค้าเอาผ้าขนหนูไปต่างก่อนจะเดินมาที่เตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้คนที่นอนหลับตาแผ่หลาบนเตียง ก่อนที่ตัวเองจะมุดเข้าไป ดึงก้อนกลมๆมากอดแนบอก

 

                “เซฮุน แบคไม่ชินนะ” แบคฮยอนพูดตาปรือขณะเขยิบตัวขึ้นมาอยู่บริเวณเดียวกับเค้าพร้อมกับกดหัวลงให้มุดไปที่อกนุ่มๆ

 

                “แบบนี้ถึงจะหลับฝันดีหน่อย ฝันดีนะเซฮุน แบครักเซฮุนนะ รักมากกว่าไส้วัวกับกระเทียมย่าง” แบคฮยอนงึมงำๆก่อนจะหลับไปในที่สุด คนที่อยู่ในอ้อมกอดและอ้อมอกของแบคฮยอนยิ้มละไม เค้ามักจะมุดอกแบคฮยอนเป็นประจำ แต่เค้าเริ่มที่อยากจะเป็นคนกอดแบคฮยอนก็เมื่อสองสามวันก่อน

 

                แค่อยากเป็นคนที่กอดคนรัก....

 

                เซฮุนขยับตัวจัดท่าทางให้แบคฮยอนลงมาซุกอก ตัวก้อนนิ่มๆดิ้นไปมาแล้วมุดหน้าลงไป พร้อมกับกอดเอวเค้าแน่น เซฮุนลูบหัวที่มักจะได้กลิ่นเหมือนสายไหม ทั้งที่ใช้แชมพูกลิ่นแอปเปิ้ลกลิ่นเดียวกัน เสียงครางเบาๆของแบคฮยอนเป็นเหมือนเสียงกล่อมให้เซฮุนนั้นค่อยๆหลับตาลง แล้วเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

                เป็นไปตามที่ใจต้องการทุกอย่าง ชีวิตเรียบง่ายที่ไม่ขึ้นอยู่กับอะไร หยุดทุกอย่างให้อยู่กับปัจจุบัน ไม่เดินเร็วเกินไป หรือช้าจนล้าหลัง เซฮุนรู้แล้วว่าการเดินไปอย่างช้าๆไม่รีบร้อนและไม่อีดอาจ มันดีแบบนี้ ชีวิตทุกอย่างที่เคยเป็น เค้าแทบจะจำไม่ได้ว่ามันเกิดช่วงไหน เสเพลมั่วสุม เย้อหยิ่ง ทระนงตัว ปาร์ค เซฮุน ผู้ชายบนหอคอยงาช้าง ทุกอย่างคือเรื่องฉาบฉวย ไม่ผูกมัด ไม่มีพันธะ ผู้ชายมี่รำคาญทุกอย่างบนโลก เนี้ยบและระเบียบจัด เพราะต้องการความเป๊ะทุกกระเบียด  

 

                ปาร์ค เซฮุนคนนั้นหายไปแล้ว....

 

                ใครๆก็ชมว่าเค้าน่ารัก ชมมากจนแบคฮยอนอิจฉา เค้ามีทุกอย่างที่เค้าเคยต้องการ เพื่อน คนรัก อ้อมอกอุ่นๆ และถ้อยคำดีๆ ที่คอยให้กำลังใจ เรื่องบ้าๆที่ทำแล้วมันสนุก มีเรื่องให้ต้องห่วง มีปัญหาในเรื่องที่เค้าไม่เคยคิดใส่ใจ ชีวิตแบบที่คนทั่วไปบอกว่ามันน่าเบื่อและจำเจ แต่เค้ากลับชอบ เค้ารักชีวิตแบบนี้ แม้มันจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็รู้สึกดีที่มีแบคฮยอนอยู่ข้างๆ มันดีกว่าการที่ต้องอยู่คนเดียว

 

                ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เค้าเป็นคนธรรมดา แบคฮยอน ขอบคุณที่ยังทนกับเด็กไม่รู้จักโลกไม่รู้จักโตคนนี้ เด็กผู้ชายคนนี้สัญญาว่าจะดูแลแบคฮยอนตลอดไป เซฮุนจะดูแลคนดีที่หนึ่งของเซฮุน ไปจนกว่าเซฮุนจะไม่ลมหายใจ

 

                “รักนะครับ พี่แบค”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #620 ZelJE (@ZelJE) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 16:58
    ฮุนแบค โง้ยยยยยยย ดีๆๆๆๆๆ
    เขินฟินและชอบ ขอร้องอย่าหักมุมนะคะ 555
    #620
    0
  2. #568 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 มกราคม 2559 / 01:10
    เป็นแบคจริงๆหรอ แง้ๆๆๆๆๆๆ สงสารพี่ลู่
    #568
    0
  3. #552 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 19:57
    เราจะระบายความรู้สึกหน่วงที่ไรท์มอบให้มายังไงดี ถึงเซฮุนจะมั่นใจแล้วว่ารักแบคแต่เราก็ยังคิดว่าเซฮุนจะกลับไปรักลู่หานได้ แตทถ้าถึงวันนั้นแบคก็เจ็บมากๆอีก เฮ้อออ ยังไงพี่ลู่ก็สู้ๆนะ ????
    #552
    0
  4. #532 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 00:02
    เซฮุนรักลู่หานมาตลอด และลู่หานก็มีเวลาที่จะเปลี่ยนความสงสารเป็นความรัก แต่ก็ไม่ทำ เวลาที่เนิ่นนานกับหัวใจที่โดนกรีดจนแผลลึก ย่อมมีวันที่เลือดจะแห้งไป จนมาถึงวันที่มีคนค่อยให้เลือดและมาทำแผลให้ทุกวันๆ คนที่ได้รับมันจากคนคนนั้นจะไม่กลับไปหาคนที่ทำร้ายหัวใจตัวเองอีกแล้ว
    ร้องไห้ให้กับลู่หานนะ สงสารเหมือนกัน เป็นได้แค่ตุ๊กตาของเขา เฮ้ออออออ เส้า
    #532
    0
  5. #503 mykai2 (@mykai) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 18:58
    สงสารพี่ลู่ฮืออออออ เอาฝรั่งกลับมาให้ได้นะ พี่ลู่ต้องสู้นะ!
    #503
    0
  6. #497 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 12:58
    มันเป็นเรื่องของหัวใจจริง ๆ เสียใจแทนลู่หานด้วยแต่เซฮุนก้อเลือกแล้วแต่กำลังดราม่าอยู่ดี ๆ ฮาคริสหวงเมียแม้กระทั่วกัยร้องกับนุ่ง 555
    #497
    0
  7. #492 Milky Way Moonlight (@Ckone) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 07:34
    สงสารพี่ลู่อะ น้ำตาไหลเลยยย เหมือนใจจะขาดดดดด เข้มแข็งนะพี่ลู่ พี่ต้องสู้นะ
    #492
    0
  8. #488 krisyeol2766 (@krisyeol2766) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 01:46
    สงสารพี่ลู่อ่ะแต่อิพี่ลู่ก็ผิดนะ ไม่อยากได้ฮุนแบคแต่มันออกมาเป็นแบบนี้ก็ไม่เป็นรัยนาจาาา~
    ไรต์ก็สู้ๆนาจาา~
    #488
    0
  9. #487 natty naka (@natty0627) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 01:42
    ทำไมอ่านแล้วน้ำตาไหลละ สงสารลู่จัง แต่ยังเชียร์ลู่นะ แบคไม่ผิดไรหรอก
    #487
    0
  10. #486 ชั้นรักexo (@exoticlover) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 01:27
    เซฮุนโชคดีที่ค้นหาความสุขของชีวิตเจอแล้ว.ก็ลุ้นแต่ลู่หานนี่แหละ ><
    #486
    0
  11. #484 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 00:39
    พี่ลู่สู้ๆจงได้ฝรั่งหล่อมากกว่าฮุนกลับมา ว่ะฮ่าฮาาาา เชอะเรา เชียร์พี่ลู่ค่ะใครก็ไม่สนนนนนน ตัดมาที่พี่ฝาน ถามจริงพี่กลัวเมียมากมั้ย? ดูจากมือถืออยู่กะใครก็ไม่น่าถาม 555555555555555555
    #484
    0
  12. #474 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 00:22
    ลู่หาน งืออออออสงสารสุดหัวใจ มันอาจจะสายไปแล้วที่จะกลับมา แต่ก้ยังเชียร์ลู่หานกับเซฮุนนะ แต่แบคล่ะ. ฮรืออออ เห้อออ หวังว่าทุอย่างจะดีขึ้น เข้มแข็งนะลู่หาน .
    #474
    0
  13. #464 Se Hanuen (@mj-littleowl) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 18:34
    ไม่ชอบที่ชานยอลทำตัวงี้เลยอ่ะ น้องชายเลือกแล้วป่ะ ถ้าจบอิรอบเดิมนี่แบบ.. เราชอบฟิคเรื่องนี้ตรงที่ไม่เหมือนคนอื่น คนอื่นอาจจะแต่งให้ฮุนฮานกลับมารักกัน มันดูนิยายไป สู้ๆนะ สงสารแบค นี่ร้องไห้จะตายอยู่แล้ว T_________T
    #464
    0
  14. #452 pigkrat (@bb2501) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 00:59
    บีบหัวใจฮุนฮาน ไม่เป็นไรจิงๆ หรอเซฮุน T_T
    #452
    0
  15. #451 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 23:48
    โอ้ยลู่น้องของพี่ น่าสงสารแท้ น้ำตาคลอ .. แม่มเจ็บใจสุดๆขอฮุนฮานเถอะ .
    #451
    0
  16. #446 Kim Kioil (@kioil88) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 20:27
    อยากรู้ตอนจบแล้ว......มาเร็วๆนะไรท์.....
    #446
    0
  17. #443 Neko-Hime (@hemahema) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 17:37
    โอ้ยยยย บีบหัวใจมากเลยค่ะไรท์ขอให้จบดีๆนะคะคู่นี้ ขอให้ฮุนฮานน ไม่เอาแบคฮุนนะคะ
    #443
    0