HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 32 คนที่ดีกับคนที่รัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ม.ค. 59






บทที่ 32 

 

 

                ใช้ชีวิตผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลู่หานจมตัวเองอยู่กับงาน จนไม่เป็นต้องทำอะไร หน้าตาหมองคล้ำ ไม่สดใสเหมือนแต่ก่อน สิ่งที่ทำให้มีชีวิตอยู่ได้คือราเมงกับกาแฟดำ แม้จะถูกไล่ให้กลับบ้าน เค้าก็ยังคงหอบงานไปทำต่อจนดึก นอนวันละสองสามชั่วโมง ไม่ก็ไม่นอนต่อกันวันสองวัน

 

                นอนแล้วฝันร้าย เค้าไม่ค่อยอยากจะนอน แค่หลับตา น้ำตาก็ไหลออกมาแล้ว ลินดายังคงอยู่ในชีวิตของเค้า อยู่ในฐานะที่เรียกว่าแฟน แม้ว่าเค้าจะทำแต่งาน แต่หล่อนก็ยังคงไม่ไปไหน มีบ้างที่ทะเลาะกัน แต่ก็เป็นฝ่ายตัวเค้าเองที่ขอโทษแล้วก็เงียบหายไป เค้าอยากอยู่คนเดียวแต่ก็ยังใจไม่กล้าพอที่จะขอเลิกกับลินดา เพราะกลัวการที่อีกฝ่ายต้องเสียใจ

 

                เค้าไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บปวดเหมือนเค้า....

 

                “หาญ” เสียงเรียกพร้อมกับแรงเคาะประตู ลู่หานหันไปมองก่อนจะยิ้ม แล้วเก็บเอกสารกองๆรวมกันไว้ อี้ฟานเดินเข้ามาพร้อมกับกล่องของกินคาวหวาน รอยยิ้มเรียบๆที่มีไม่บ่อยนักของคนช่างแซะช่างกัดกำลังโปรยมา

 

                “ม๊าโทรหาบ้างมั้ย”

 

                “อื้ม โทรมา พี่มีไร เอาของกินมาให้อีกแล้วเหรอ”

 

                “ชานยอลทำมาให้ แล้วนี่ก็แวะซื้อขนมเจ้าอร่อยมาด้วย นี่ห่อมาเยอะก่ะว่าจะมานั่งกินกับนาย”

 

                “ฮ่าๆ เมียพี่ปล่อยให้พี่ออกมากินข้าวข้างนอกด้วยเหรอ ทุกทีนี่หวงอย่างก่ะหมา” อี้ฟานยิ้มขำก่อนโคลงหัวแล้วถามหาอัยการ

 

                “กลับบ้านไปนอนแล้ว นี่มันเวลาเลิกงานนะ หมอนั่นก็ต้องไปหาครอบครัวบ้างสิ”

 

                “ถามนิดเดียวเอง มาๆ มากินกันเถอะ ช่วงนี้ชานยอลทำอาหารพอแดกได้แล้วนะ” ลู่หานหัวเราะหน่อยๆ ก่อนจะเปิดดูกล่องขนมแล้วหยิบชิ้นเค้กมากิน ยังไงก็ต้องยัดๆเข้าไปล่ะ แม้จะไม่ได้รู้สึกว่ามันอร่อย แม้ว่าจะไม่รู้สึกว่าหิว ไม่รู้สึกห่าอะไรก็ต้องแดกๆเข้าไป

 

                “ม๊ารอกินข้าวกัน อาทิตย์นี้ม๊าบอกจะพาไปบ้านคุณย่า”

 

                “ชานยอลไปด้วยเหรอ” อี้ฟานพยักหน้า ยังไงก็ต้องมีคนรู้ แล้วย่าเค้าก็ต้องรู้ แม้จะแอบกลัวอยู่นิดๆ แต่ก็นะย่าเค้าแก่แล้วไม่รู้เรื่องอะไรมากนักหรอก หลงๆลืมๆตามอายุขัย

 

                “ไปด้วยป่ะ” ลู่หานส่ายหัว คดีของเซฮุนไม่ได้มีความคืบหน้า ชานยอลก็เร่งมาแต่ที่ผิดไม่ใช่เค้า มันอยู่ที่ศาลว่าจะเรียกนัดเมื่อไหร่ เห็นว่าพอเล่นทางนี้ไม่รอด ชานยอลเลยลาออกแล้วหันมาโจมตีบริษัทแม่ตัวเองอย่างเลือดเย็น แม้ว่าอี้ฟานจะคอยเตือนแต่ดูชานยอลจะถูกสอนมาให้เป็นคนแค้นฝังหุ่น ขนาดแม่ตัวเองก็ยังไม่เว้น

 

                “กลับไปอาบน้ำบ้างนะ ตัวเหม็นจริงๆ” อี้ฟานบ่น ก่อนจะนั่งลงแกะทุกอย่างออก ลู่หานจับนั่นยัดนี่เข้าปากให้จบๆ เค้ากินไปยังไม่ถึงห้านาทีก็บอกว่าอิ่มแล้ว ก่อนจะขอตัวไปชงกาแฟ เพื่อจะได้กลับมานั่งทำงานต่อ อี้ฟานมองตามมองที่เข้าไปในห้องครัวเล็กๆ เค้าไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะช่วยลู่หานยังไง ก็รู้สึกผิดนะที่ลู่หานเคยช่วยเค้า คิดนู้นนี่นั่น แม้ว่ามันจะไม่ได้ประสบผลสำเร็จก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นหัวเรือใหญ่ที่มีส่วนทำให้เค้ากับชานยอลลงเอยกัน แต่เค้านี่สิที่ไม่ได้ช่วยห่าเหวอะไรเลย

 

                ชานยอลก็เอาแต่บอกว่ายังไม่ถึงเวลา เค้าก็ทำได้แค่เชื่อฟังเมียและทำตามอย่างเคร่งครัดแม้จะสงสารน้องชายตัวเองก็ตาม

 

                หลังจากมาเยี่ยมน้องชายเสร็จเค้าก็ต้องกลับเพราะดูท่าแล้วลู่หานคงอยากจะอยู่คนเดียว อาหารที่ยังเหลือเยอะเค้าจัดการเอาไปใส่ในตู้เย็น แล้วล่ำลาน้องชาย ลู่หานที่มองดูที่ชายจนลับสายตาก็ฟุบหน้าลงกับกองเอกสารบนโต๊ะ

 

                กลับไปอาบน้ำหน่อยดีกว่า....

.

.

.

                เซฮุนที่กำลังนั่งทำงานหลังจากดรอปไป เค้าก็กลับมาเรียนอีกครั้ง ช่วงนี้ทุกอย่างที่ทำได้คือเรียนและอ่านหนังสือ ทำการบ้านรายงาน แม้ว่าเพื่อนคนอื่นๆจะเริ่มออกฝึกงาน แต่เค้าก็ยังต้องมานั่งเก็บรายวิชาอื่น ถึงจะจบช้าไปกว่าคนอื่นเค้าก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะยังไงเค้าก็ไม่มีเพื่อนอยู่แล้ว

 

                แก้วนมอุ่นถูกวางไว้ข้างๆ เซฮุนเงยหน้ามองก่อนจะยิ้ม แบคฮยอนยิ้มตอบก่อนจะลูบหัวนั้นอย่างรักใคร่ แบคฮยอนย้ายตัวเองไปนั่งมองคนที่กำลังตั้งใจทำการบ้าน แม้เซฮุนจะอยู่กับเค้า ตอนมองตากันจะยิ้ม แต่ก็มีบ้างที่เซฮุนเผลอทำหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างและมันก็ดูเครียดมาก

 

                แบคฮยอนลาออกากบ้านนั้นแล้วหางานทำ เงินเดือนอาจจะน้อย ไม่พอเปย์เจ้าเด็กกินจุ แต่ก็พอที่จะใช้ไม่ให้อดตาย เค้าทำงานเซฮุนเรียน ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเอง ไม่มีอะไรหวือหวา ทุกอย่างราบเรียบ ซึ่งเป็นอะไรที่แบคฮยอนชอบมากที่สุด ไม่ต้องมีอะไรกันเค้าก็ไม่ได้รู้ขาดหาย เรายังเดินทางไปข้างนอกพร้อมกันเซฮุนจะไปส่งเค้าที่ออฟฟิศก่อนแล้วจึงไปเรียน ตอนเย็นก็กลับพร้อมกัน ซื้อของเข้ามาทำกินตอนเย็น

 

                เข้านอนพร้อมกัน นอนกอดกัน พูดคุยในเรื่องอดีตวนซ้ำไปมา เรื่องราวที่ได้เจอในแต่ละวัน มันเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับแบคฮยอน เค้าชอบแบบนี้ที่สุด แต่ทำไมถึงยังรู้สึกว่ามีบางอย่างกั้นเค้ากับเซฮุนเอาไว้

 

                “เสร็จรึยางงง แบคง่วงนะหนูฮุนนี่”

 

                “หยุดเรียกแบบนั้นเหอะน่า จะเสร็จแล้ว” เซฮุนกดปากกา ก่อนจะวางไว้บนโต๊ะแล้วยกนมขึ้นดื่ม แบคฮยอนนอนจ้องมองคนที่ดื่มนมลงไปจนอึกสุดท้าย เด็กน้อยเซฮุนตัวโตสูงใหญ่ พัฒนาการเดินจากเด็กปอห้าก็กลายเป็นผู้ชายร่างสูง แม้จะดูแห้งกรังไม่เปลี่ยนก็ตาม

 

                “มองแบบนั้นต้องการอะไร”

 

                “ต้องการจะนอนครับ แบคง่วง วันนี้เหนื้อยเหนื่อย” แบคฮยอนปิดปากหาว ก่อนจะตบเตียง เซฮุนเดินเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันก่อนจะออกมาแล้วคลานขึ้นเตียง กดหน้าลงกับอกนิ่มๆที่เค้าชอบหนุนนอน

 

                “วันนี้เป็นไง เหนื่อยมั้ย” เซฮุนสายหัวขณะมุดหน้าลงกับอกของแบคฮยอน ทั้งคู่อยู่ในความเงียบ ขาเล็กๆก่ายคนที่นอนคว่ำหน้า ก่อนจะส่งมือไปลูบหัวนั้นเบาๆแล้วหลับตาลง

 

                เข้าสู่ห้วงนิทรา แบบไม่มีอะไรมากมายมากกว่านั้น หลับไปในแบบที่ไม่ได้ปิดไฟ ความเหนื่อยของทั้งคู่แสดงออกมา ไม่ใช่แค่เพราะการใช้ชีวิต แต่เพราะว่าแต่ละคนมีเรื่องให้คิดในใจตลอดเวลา

.

.

.

                ลู่หานจิบกาแฟเข้มๆหลังจากอาบน้ำเสร็จ ตึกรามบ้านช่องยังคงเปิดไฟแข่งกัน ไม่มีทีท่าว่าจะดับ ลู่หานวางผ้าขนหนูพาดกับเก้าอี้ในห้องนอน ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนชุดเป็นลำลองสบายๆ เพื่อออกไปขับรถเล่น

 

                พอไม่นอนก็ต้องออกไปขับรถ เพราะกาแฟอีนที่มากเกินไปทำให้สมองตื่นตัวตลอด ลู่หานขับรถช้าๆไปตามท้องถนนจ้องมองนั่นนู้นนี่แล้วก็เปิดเพลงฟังเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แวะซื้อกาแฟสำเร็จรูปแล้วมานั่งมองแม่น้ำฮันที่กำลังหอบเอาลมหนาวพัดมากระทบหน้า อีกไม่กี่วันเค้าก็จะย้ายกลับจีน ก่อนจะทำเรื่องบินไปอังกฤษ ไปพักผ่อนพักสมองในช่วงปีใหม่ เดินทางท่องเที่ยว หายไปสักสองสามเดือน เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์

 

                เค้าอยากจะรอให้ลินดาเรียนจบก่อน เค้าอยากจะพาลินดาไปเที่ยว แล้วก็พาลินดากลับบ้านเพื่อไปพบพ่อแม่ฝ่ายหญิง แต่ก่อนนั้นเค้าก็ขอไปชำระล้างจิตใจ พร้อมกับทิ้งอดีตไว้ที่นี้ แม้เรื่องวันนั้นจะผ่านมาไม่กี่เดือน เค้ายอมรับว่าที่ตัวเองเป็นแบบนี้ก็เพราะเรื่องนั้น แต่เค้าก็ควรจะปรับเปลี่ยนตัวเอง เค้ายังไม่ได้บอกใครนอกจากอัยการ เพราะติดเรื่องงาน ซึ่งหมอนั่นก็แทบจะไล่ให้เค้าไปวันนี้พรุ่งนี้เสียด้วยซ้ำ เพราะเรื่องคดีดูท่าจะไม่มีทางที่จะยอมความกันได้ คงต้องใช้เวลาไปอีกนาน หรือเป็นปี แถมกระแสข่าวพวกนั้นก็เงียบหายไป ชานยอลดูจะเครียดนิดหน่อย แต่เห็นว่าฝ่ายนั้นไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการตามหาเซฮุน แต่ก็ถูกชานยอลขู่เอาไว้ว่าไม่จบแน่ๆ ฟากนั่นเลยเลิกราไป เหมือนจะซุ่มดูเหตุการณ์

 

                ก็สรุปแล้วชีวิตตอนนี้ก็ยังปกติสุขกันดี ทุกคนแยกย้ายกันใช้ชีวิต แม้ว่าเซฮุนยังจะไม่ได้ทรัพย์สินในส่วนของตัวเองก็ตาม อี้ฟานกับชานยอลก็ไปได้สวยแม้จะตบตีทะเลาะกันทุกวันแต่สุดท้ายก็จบลงที่เตียงทุกคืน นี่ไม่ได้มโนเอง มันเพิ่งเล่าให้ฟังหลังจากหอบเอากับข้าวฝีมือเมียสุดที่รักมาให้เค้าถึงที่ทำงาน

 

                บุหรี่มวนแรกถูกจุดสูบ เค้ารู้แล้วว่าทำคนถึงสูบกันมากมายนัก จากที่ไม่เคยลองก็เริ่มลอง จนตอนนี้กลายเป็นว่า อัดวันละซองเป็นอย่างต่ำ มานานกว่าอาทิตย์ พอสูบและดื่นกาแฟตาม ความเครียดที่มีก็ดูเหมือนจะลอยหายไปกับควัน ลู่หานอัดมวนแรกเสร็จก็ต่อด้วยมวนสองอย่างรวดเร็ว สูบอัดเข้าไปก่อนจะพ่นออกมา แล้วมองมันลอยขึ้นบนฟ้า

 

                ไว้จะเลิกนะปอด แต่ตอนนี้เครียดขอสูบก่อนนะเจ้าปอด.....

 

 

                หลังจากนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเค้าก็มานั่งจ๋องอยู่หน้าบ้านสองชั้นบนเนินนี่อีกครั้ง ลู่หานมองนาฬิกาก็ได้เวลาแล้วที่เค้าต้องไป ตอนนี้หกโมงเช้า เหลืออีกหนึ่งชั่วโมงที่สองคนนั้นจะออกไปข้างนอกแม้จะเป็นวันเสาร์ ไม่ต้องถามนะครับว่ารู้ได้ยังไง เค้ามานั่งเฝ้าที่นี้เหมือนกับยามกันขโมย ไม่รู้สิแค่ได้มานั่งสูบบุหรี่เล่นแถวนี้ พรุ่งนี้เช้าก็กลับไปทำงานต่อได้โดยไม่ต้องแอบไปอัดบุหรี่ในห้องน้ำแล้ว

 

                ลู่หานโยนก้นกรองทิ้ง มันเป็นมวนสุดท้ายในซองพอดี เค้าจึงโยนซองทิ้งตาม แล้วขึ้นรถขับออกไป กลับไปทำงานของตัวเองที่สำนักทนายความของเจ้าอัยการ งานที่ไม่ได้เงิน งานที่ทำไปทำไมไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ตอนนี้ยังใช้เงินพ่อแม่อยู่ และก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไร

.

.

.

 

                เสียงทีวีด้านนอกทำให้คนที่เพิ่งสระเสร็จเดินออกมาดู วันนี้วันหยุดอี้ฟานไม่ได้ไปทำงาน เห็นว่าเหลือเวลางานอีกสองปี ซึ่งวิศวกรชุดโครงสร้างที่มีอี้ฟานเป็นคนคุมจะถูกถอนตัวออกไปเพราะส่วนงานเสร็จเรียบร้อย นอกนั้นเป็นหน้าที่ของพวกวิศวกรด้านอื่นที่เกี่ยวกับภายใน คนว่างงานและจะได้กลับบ้าน นอนเกาพุงดูทีวี ที่กำลังนำเสนอข่าวยามเช้า

 

                “สบายจริงๆ ลุกเลยๆ ออกไปข้างนอกกัน”

 

                “ไปไหนดีคะ ช้อปปิ้งเหรอ” เป็นผัวที่ดีต้องรู้ว่าเมียจะทำอะไร

 

                “อาฮะ บริหารข้อมือตอนหยิบบัตรกับถือของไว้ให้ดีเลยนะครับ หึหึ” ชานยอลหัวเราะก่อนจะ ทำเสียงสยองๆ แล้วเดินกลับเข้าห้องไปเปลี่ยนเสื้อและทำผม อี้ฟานส่ายหัว ก่อนจะนอนเกาพุงดูทีวีต่อไป ให้ตายสิมีเมียเหมือนมีแม่ แล้วพอมีแม่ก็เหมือนมีมาร เห่อออ ทีกูละซื้อไม่ได้ บอกใส่ด้วยกันเพราะตัวเท่ากัน แต่พอจะเลือกแนวกูหน่อยทำเป็นรับไม่ได้ เห่อออออออ

 

                ครืด ครืดดดด ครืดดดดด

 

                เสียงมือถือสั่นตัดความคิดนินทาเมีย อี้ฟานกดรับก่อนจะกรอกเสียงลงไปเมื่อปลายสายคือลู่หาน “อืม ว่าไงนะ กี่โมงล่ะ นี่ต้องพาคุณนายเค้าไปช้อปปิ้ง คงใช้เวลาถึงดึกนู้นล่ะ”

 

                “..............”

 

                “โอ้ย เดี๋ยววันนี้เปย์ดีๆ คงยอมให้ไปแหละ ไงเดี๋ยวโทรหา เออ ชานยอลเรียก เออๆ แค่นี้นะ บาย” อี้ฟานวางหูทันที ก่อนจะลุกขึ้นเมื่อชานยอลเรียก

.

.

.

                หลังจากเดินช้อปปิ้งจนขาลาก แถมรูดบัตรจนบัตรสีลอก ก็ได้เวลาไปหาข้าวกิน ของทุกอย่างอี้ฟานเอาไปเก็บในรถเรียบร้อยโปรแกรมต่อไปก็หาอะไรกินแล้วก็หาหนังสักหนึ่งเรื่องดู จากนั้นก็ไปร้องเพลงในตู้คาราโอเกะ ไปเดินเล่น แล้วก็กลับบ้าน ตารางวันนี้มีเท่านี้

 

                “เออ หนูยอลคะ พี่ว่าจะขอ”

 

                “ไม่ให้....” ชานยอลที่กำลังหั่นหมูทอดแล้วตักส่งมาวางในจานเค้าพูดแบบยังไม่ได้เงยหน้ามองหรือให้เค้าพูดจบ อี้ฟานอมลมเข้าปาก รู้สึกร่างกายห่อเหี่ยวขึ้นมาทันใด แล้วจิ้มเนื้อหมูของตัวเองให้ชานยอลบ้าง

 

                “ฟังให้จบก่อนดิ จะตัดบททำไม”

 

                “ก็ไม่ต้องฟังหรอก มึงอ่ะมีอยู่ไม่กี่เรื่อง ไม่ให้ก็คือไม่ให้” อี้ฟานกรอกตา ก่อนจะหยิบขนมปังขึ้นแทะจนเกิดเสียง ชานยอลเงยหน้าขึ้นมองจิกๆ หันไปรินน้ำใส่แก้วเปล่าแล้วยื่นส่งให้อี้ฟาน

 

                “มึงไม่ต้องมาทำท่าแบบนั้นเลย อารมณ์ไม่ดีแล้วเนี้ย” ชานยอลบ่นก่อนจะตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆไม่ยอมมองหน้าสามีที่กำลังทุกข์อย่างกับอมโลกไว้ทั้งใบ ไม่มีทางหรอกจะขออะไร ขอซื้อนาฬิกาใหม่ล่ะสิ เรือนที่แล้วนี่เห็นฟาดไปกี่ล้าน ใส่ไปแล้วได้อะไร แถมยังเสือกไม่ซื้อแบบคู่มาให้กูอีก 

 

                “ลู่หานชวนไปกินเหล้าเห็นว่ากลุ้มใจอะไรเนี้ยล่ะ” อี้ฟานเอ่ยอย่างเป็นการเป็นงาน ชานยอลที่นั่งกินข้าวเอาช้อนขึ้นชี้หน้าสามี

 

                “อ่าว นี่นึกว่าจะขอนาฬิกาเรือนใหม่”

 

                “ก็ไม่หัดฟังให้จบ เมื่อเช้ามันโทรมาถามว่าดึกว่างมั้ยจะชวนไปกินเหล้า พี่เลยมาขออนุญาตหนูก่อน” ชานยอลพยักหน้ารับ เอาเป็นว่าเข้าใจดีแล้ว

 

                “อืม จะไปก็ไปแต่ กลับไม่เกินเที่ยงคืน ห้ามไปบาร์ที่เคยไปทำงาน ให้ไปบาร์ที่โรงแรมโซล เพราะกูมีหูตาที่นั่น ห้ามมองผู้หญิง ผู้ชายก็ห้าม ถ้ามีคนแปลกหน้าเข้ามานั่งคุยด้วยให้เช็คบิลกลับบ้านห้ามอยู่คุย ถ้ากูรู้ว่ามึงไม่ได้อยู่กับลู่หานสองคน กูจะตามไปจิกหัว แล้วให้มึงนอนนอกห้อง ไปถึงแล้วให้โทรมาบอก ตอบคาทกทุกห้านาที ถ้าช้าก็จะโทรหาม๊ามึง บอกว่ามึงนอกใจกู แล้วบัตรเครดิตก็เอามาให้กู พกเงินสดไปสองหมื่นวอนพอ นอกนั้นให้น้องมึงเลี้ยง ยอมรับกับข้อตกลงได้กูให้ไป โอเค้” อี้ฟานอ้าปากค้าง ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อไป ชานยอลยิ้มมุมปากเหมือนได้รับชัยชนะ

 

                “ขอเงินสดสักแสนวอนไม่ได้เหรอ”  

.

.

.

 

                เสียงดนตรีสไตล์แจ๊ส คลับบาร์ของคนมีฐานะ แต่คนที่เดินเข้ามากลับมีเงินติดตัวแค่สองหมื่นวอน ลู่หานที่มารออยู่เลยกวักมือเรียกให้เข้าไปหา เก้าอี้ที่นั่งเป็นส่วนที่อยู่มุมด้านใน เป็นโซฟาเข้ามุม มองเห็นวิวด้านนอกผ่านกระจกจากโรงแรมชั้นที่หกสิบ อี้ฟานนั่งลง มองน้องชายที่ถือแก้ววิสกี้ควงหมุนวนไปมา

 

                “คิดยังชวนมา ไม่ทำงานแล้วเหรอ” ลู่หานส่ายหน้า ก่อนจะเบนสายตาไปมองวิวด้านนอกแล้วยกวิสกี้ขึ้นจิบ อี้ฟานเรียกบริกรเข้ามาก่อนจะสั่ง วิสกี้หนึ่งขวด และเหล้ารัมหอมๆ โดยลู่หานเป็นคนจ่าย ซึ่งคนต้องจ่ายไม่ได้มีทีท่าว่าจะประท้วงใดๆเลย

 

                “ผมจะกลับจีนอาทิตย์หน้า แล้วจะบินไปเที่ยวยุโรปสักสองสามเดือน”

 

                “หืม ทำไมมันกะทันหันจัง”

 

                “อยากพักผ่อน ที่เรียกมาก็เพราะจะบอกนี่ล่ะ เลี้ยงส่งผมหน่อย เผื่อกว่าจะได้เจอกันก็คงอีกเป็นปี” สองพี่น้องรู้กันดีว่าเป็นพวกชอบเที่ยว เที่ยวที่ก็หายไปเป็นปีๆ ทำงานที่นั่นอาศัยที่นั่น พเนจรไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นวิธีการเที่ยวของสองพี่น้องตระกูลอู๋ ตั้งแต่ไหนแต่ไร

 

                “ขอให้ปีเดียวจริงๆเถอะ แต่ก็ควรจะติดต่อหาม๊าด้วย อย่าหายเงียบไป” ลู่หานพยักหน้าตกลง

 

                “แล้วจัดการอะไรเรียบร้อยแล้วเหรอ ถึงจะกลับเนี้ย”

 

                “ก็ไม่มีอะไรแล้วนี่ ค่าจ้างเรื่องว่าความก็เก็บเอาไว้ก่อน รอศาลไต่สวนเมื่อไหร่ก็ค่อยส่งเงินมาให้ผม” ลู่หานว่ายิ้มๆ ค่าตัวเค้าแพงจะตายกว่าจะวันนั้น พี่มันจะเอาเงินไหนจ่าย เมียมันงกอย่างก่ะไรดี

 

                “หึๆ ไม่ใช่เรื่องงาน เรื่องหัวใจโว้ย หัวใจ จัดการรึยัง”

 

                “เรื่องลินดาน่ะเหรอ” ลู่หานยกวิสกี้ขึ้นกระดก

 

                “เรื่องเซฮุนต่างหากตกลงจะเอายังไง ไม่เห็นจะทำอะไรเลยนี่ หรือว่าตัดใจแล้ว”

 

                “อืม ตัดใจแล้ว ไม่เอาแล้ว” ลู่หานยกขวดวิสกี้เทลงแก้วก่อนจะหยิบน้ำแข็งใส่ไปหนึ่งก่อนแล้วยกขึ้นดื่ม อี้ฟานมองก่อนจะส่ายหัว นี่เหรอที่ว่าไม่เอาแล้ว ไม่เอานี่คืออะไร ไม่เอาแต่นั่งแดกวิสกี้ย้อมใจซะ

 

                “เดี๋ยวถ้าลินดาเรียบจบ ผมว่าจะขอเธอแต่งงาน แต่คงรอไปพบพ่อแม่ฝ่ายนั้นก่อน”

 

                “เห้ย!! บ้า เอาจริงดิ ลู่หาน”

 

                “เออ จริงดิ เห็นหน้าเป็นคนโกหกรึไง เดี๋ยวผมบอกลินดาแล้วขอจัดการเรื่องบินไปไทยก่อน เดี๋ยวพร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกป๊ากับม๊า”

 

                “มันไม่ตลกนะลู่หาน อย่าทำแบบนี้ กูดูก็รู้ว่ามึงไม่ได้รักลินดา เลิกกันไปยังจะดีซะกว่า” อี้ฟานรูว่าลู่หานไม่ได้ชอบลินดาแล้วแต่เพราะอะไรล่ะถึงพูดเรื่องแต่งงานออกมา เค้าคิดไม่ออกเลยว่าถ้าหากลู่หานแต่งงานกับลินดาไป ชีวิตที่เหมือนตกนรกเพราะไม่ได้รักมันจะเป็นแบบไหน

 

                “ก็ไม่ตลกหรอก แต่ก็นะ” ลู่หานยักไหล่ก่อนจะยกวิสกี้เทลงแก้วแล้วกระดก ท่าทางแบบนี้มันไม่ใช่แล้ว คนบ้าอะไรที่คิดเรื่องแต่งงานแต่มานั่งแดกเหล้าย้อมใจ ไม่ชอบก็ไม่ต้องแต่ง ไม่รักแล้วก็บอกเลิก ทำไมต้องทำชีวิตให้มันยุ่งยากวุ่นวาย

 

                “ลู่หาน พี่ขอสั่งว่าให้กลับบ้านไปนอน แล้วเอาสมองอันฉลาดๆของมึงคิดให้ดี ไปกลับบ้าน” อี้ฟานหยิบกระเป๋าลู่หานแล้วหยิบเอาเงินวางไว้บนโต๊ะแล้วดึงน้องชายให้ลุกขึ้นเพื่อที่จะไปส่งที่คอนโด เสียงโวยวายดังขึ้นนิดหน่อย แต่มันก็ไม่ได้อะไรมากมายนอกจากเดินตามเค้าไปจนถึงลานจอดรถ เข้าไปนั่งจ๋องๆ ไม่มีปากมีเสียง

 

                โอยยยยยยยยยย ท่าทางเหมือนจะเหงาตายให้ได้ ตายๆ น้องกู!!

 

                นี่กูต้องทำอะไรสักอย่างซะแล้วสิเนี่ย!!

 

 

                อี้ฟานไปส่งลู่หานที่คอนโด จับเจ้าคนดื้อกรอกยานอนหลับใส่ปาก นั่งเฝ้าจนกว่ามันจะหลับไปเพราะฤทธิ์กับแอลกอฮอล อี้ฟานจ้องมองคนที่นอนหลับไปแล้ว ใบหน้าที่เคยสวยหวานตอนนี้กลับซูบซีดไร้ความสดใส ขอบตาดำคล้ำ แถมตามตัวยังได้กลิ่นของบุหรี่ เค้าจะไม่ถามว่ามันสูบทำไม เค้ารู้ว่ามันคงเครียด การหาทางระบายมันก็หนีไม่พ้นของพวกนี้

 

                เค้าขับรถกลับคอนโดเพื่อปรึกฝากับเมียสุดที่รัก พร้อมกับเล่าเรื่องราวที่ลู่หานบรรยายให้ฟัง ชานยอลผู้เจ้าแผนการในหลายๆเรื่องไม่ได้มีทีท่าว่าจะเอ่ยออกความคิดเห็น เอาแต่นั่งกดมือถือเล่นเกมส์ของมันไป

 

                “หนูยอลคะ”

 

                “จะให้ทำอะไรล่ะ คิดไม่ออกง่ะ” พูดขณะที่ตาโปนๆยังคงมองจอมือถือ อี้ฟานไม่มีความกล้ามากพอจะเอามือไปกระชากมันออก ก็เลยได้แต่ถอนหายใจแล้วล้มตัวลงนอน บนเตียงข้างๆคุณนายเค้า นอนเอาแขนก่ายหน้าผากแล้วหลับตาลง เผื่อว่าจะคิดแผนอะไรออก

 

                เสียงเกมส์เงียบลง พร้อมกับร่างที่ขยับไปหรี่ไฟให้มืดสลัว ริมฝีปากนิ่มๆกดจูบที่แก้มเค้า อี้ฟานลืมตาตื่นก่อนจะจับจ้องมองใบหน้าของชานยอลที่กำลังยิ้ม

 

                “สองคนนั้นไม่ต้องทำอะไรมากมายหรอก แค่จับให้มาคุยกันให้ได้ก็พอแล้วล่ะ” ^^

.

.

.

.

ต่อ    

               

               

                “ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่า คุณ ปาร์ค จองอึม อยู่ห้องไหนครับ”

 

                “สักครู่นะคะ” พยาบาลสาวยิ้มหวานก่อนจะก้มลงคีย์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ หล่อนเงยหน้าขึ้นก่อนจะยิ้ม “อยู่ห้อง 302 ค่ะ ทางฝั่งซ้ายของตึกอายุรกรรม”

 

                “ผมฝากนี่ให้เธอได้หรือเปล่า” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยกกระเช้าดอกไม้วางไว้บนเคาน์เตอร์ พยาบาลสาวลุกขึ้นรับก่อนจะถามว่าให้บอกว่าใครนำมาส่ง ชายหนุ่มส่ายหน้า

 

                “บอกว่าเป็นของทางโรงพยาบาลก็ได้ครับ ขอบคุณมาก” ชายหนุ่มก้มหัวโค้งขอบคุณก่อนจะเดินไปยังทางเดินปีกซ้ายของตึกอายุรกรรม ห้อง 302 ที่พักรักษาตัวของผู้หญิงที่ชื่อ ปาร์ค จองอึม 

 

                เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกินความคาดหมายของเค้าไปโข เค้าไม่ได้คิดว่าจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่ในเมื่อมันเป็นไปแล้ว เค้าก็ต้องยอมรับกับผลที่จะตามมาทุกอย่าง ชานยอลชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นใครยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง ไม่ยอมเข้าไป แต่พอเห็นว่าเป็นใครเค้าก็เริ่มสาวเท้าเข้าไปหา

 

                “มาเหมือนกันเหรอ”

 

                “อืม” เซฮุนที่ยืนอยู่นานแล้วพยักหน้ารับ เค้าไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรกับการที่เห็นพี่ชายมาเยี่ยมแม่ พวกเค้ายืนดูคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงผ่านช่องกระจกเล็กๆบนประตู ใบหน้าดูซูบซีดและแก่จัด ไม่เหลือเค้าของความงามที่คนอายุห้าสิบกว่าเคยมี มันร่วงโรยไปตามกาลเวลาและการไม่ใส่ใจตัวเอง ว่าจะเพราะความเครียดที่มีหรืออะไรก็ตาม

 

                “เราหยุดแค่นี้ดีมั้ย แล้วใช้ชีวิตไปตามทางของใครของมัน”

 

                “มันลึกเกินกว่าจะปีนขึ้นไปแล้วเซฮุน” ชานยอลปรายตามองน้องชายก่อนจะจับบ่านั้นแล้วบีบเบาๆ เรื่องราวในอดีตยังคงฝังใจคนทั้งคู่ มันฝังรากลึกลงไปในจิตใจ หล่อหลอมให้เด็กสองคนเติบโตมาเป็นพวกจิตใจไม่ปกติ แต่พวกเค้าก็เป็นคนดี แต่แค่อ่อนแอเกินกว่าจะรับมือกับอะไรไหว

 

                “กลับกันเถอะ แม่คงอยากพักผ่อน” ชานยอลหันหลังก่อนจะเดินกลับ เซฮุนเดินตามมา ไม่มีใครปริปากพูดอะไร ไม่มีใครหันหน้ามองใคร ต่างคนต่างก้มหน้าเดิน ครุ่นคิดถึงสิ่งต่างๆภายในสมอง จนกระทั่งลงมายังล๊อบบี้ของโรงพยาบาล ไม่มีใครเอ่ยคำล่ำลา ต่างคนต่างเดินแยกไปในทางของตัวเอง

 

                ยังไงคนนั้นก็ยังคงเป็นแม่ แม้จะร้ายแค่ไหนเค้าก็ยังเป็นแม่ ความคิดแบบนี้วนเวียนบาดลึกเข้าไปในจิตใจผสมกับอดีตอันเลวร้าย เด็กสองคนที่รู้เห็นทุกอย่าง ถูกทารุณและถ้อยคำข่มเหง มันทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ และเกลียด แต่พอโตขึ้นทุกสิ่งอย่างรอบตัวก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป โลกที่กว้างขึ้นเปลี่ยนเด็กสองคนให้มองได้กว้างขึ้น เริ่มโตไปอีกขั้นจนสามารถคิดอะไรที่เชื่องช้าขึ้นได้

 

                เรื่องคดียังคงพักไปอีกนานเพราะ ฝ่ายจำเลยยังคงป่วยอาการหนัก ชานยอลและเซฮุนไม่ยอมที่จะเข้าเยี่ยม และไม่อยากจะทราบว่าผู้เป็นแม่ป่วยเป็นอะไร แม้จะโดนเรียกไปอบรมจากคุณน้าอารึม แต่ผลสุดท้าย สันดารที่ยังคงฝังอยู่ในตัว มันก็ทำให้ทั้งสองละเลยที่จะทำในสิ่งที่ควรทำ

.

.

.

 

                ลู่หานเตรียมแพ๊คกระเป๋ากลับบ้าน เค้าบอกลินดาไว้แล้วว่าจะไปพักผ่อน แต่ดูหล่อนจะไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ช่วงนี้เราห่างกันมาก มากแบบที่ลู่หานก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องตาม เค้าเฉยๆกับความห่างแบบนี้ โทรศัพท์นานๆทีถึงจะโทรหา ใช้เวลาคุยกันจากสองสามชั่วโมงเหลือแค่สิบนาทีแล้วตัดสายไป ลินดากำลังฝึกงาน งานคงยุ่งมากจนไม่มีเวลา แต่เค้าก็น่าจะรู้และสัมผัสได้ว่าหล่อนเปลี่ยนไป

 

                มันคงดีสำหรับเค้าที่จะไม่ทำให้ลินดาเจ็บปวด...

 

                เรื่องขอลินดาแต่งงานลู่หานยังคงเงียบเอาไว้ เพราะยังมีอะไรไม่แน่ใจอยู่หลายอย่าง เค้าจึงได้แค่เอ่ยถามยามที่โทรหาว่าสบายดีมั้ยเท่านั้น ซึ่งถ้าเลิกรากันไปจริงๆ เค้าก็คงทำได้แค่อวยพรให้ลินดามีความสุข ไม่ว่าหล่อนจะมีคนใหม่หรือเพราะทนเค้าไม่ไหว

 

                ครืดดดด ครืดดดด ครืดดดดดด

 

                “ฮัลโหล สวัสดีครับ”

 

                /ฉันเองไอ้หาญ ว่างหรือเปล่า จะชวนไปปิกนิกตอนกลางคืน/ ลู่หานขมวดคิ้ว ปิกนิกตอนกลางคืนในหน้าหนาวแบบนี้น่ะเหรอ

 

                “อืม ใครไปบ้าง....”

 

                /ฉันกับแก แค่นั้น/

 

                “อืม....เอาสิ ที่ไหนล่ะ” ลู่หานพยักหน้ารับเมื่อรู้ถึงเวลาและสถานที่ สวนสาธารณะที่นั้นเค้าเคยไปอยู่สองสามครั้ง เงียบสงบ ไม่ค่อยมีคน แต่บรรยากาศดี ลู่หานลุกขึ้น ทิ้งกระเป๋าที่แพ๊คยังไม่เสร็จไว้แล้วถือกุญแจออกไปซื้อของไว้ทำอาหารสำหรับปิกนิกตอนกลางคืน คืนนี้

 

                ไหนๆจะไม่ได้เจอกันแล้ว ก็ขอให้ได้คุยกัน ก่อนจะจากลาตามภาษาพี่น้องล่ะนะ....

.

.

.

 

                อี้ฟานวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัว ก่อนจะหันไปมองชานยอลที่เพิ่งหูจากเซฮุนไป ทั้งสองหันมามองหน้ากัน ก่อนที่ชานยอลจะเดินมานั่งข้างๆเค้า

 

                “เราทำได้แค่นี้ล่ะมั้ง” ชานยอลเอาโทรศัพท์ดันคาง หลังจากได้ฟังเรื่องเล่าจากสามี เค้าก็รู้สึกสงสารลู่หานขึ้นมานิดหน่อย ลู่หานก็เป็นน้องชายอี้ฟาน คงได้เชื้อบ้าเชื้อบอมาบ้าง ส่วนยัยลินดาอะไรนั่น ถ้าหากว่าเซฮุนกับลู่หานคืนดีกัน เค้าก็อาจจะเข้าไปยุ่งนิดหน่อย แต่สำหรับแบคฮยอน เค้าคงต้องพูดให้ฝ่ายนั้นเข้าใจ

 

                “ขอบคุณที่ยัง ชอบน้องชายพี่นะ”

 

                “น้องนายมันบ้าต่างหาก” อี้ฟานหัวเราะร่วน ก่อนจะดึงมือชานยอลมาจูบแล้วบีบเล่น เรื่องของเค้ากับชานยอลกำลังเป็นไปได้ด้วยดี และเค้าหวังว่ามันจะไม่มะไรเกิดขึ้น หากว่าพรุ่งนี้พวกเค้าเจอกับคุณย่า

 

                “นี่จัดกระเป๋ารึยัง” อี้ฟานถามคนที่ใช้มือข้างที่ว่างกดรีโมทเปลี่ยนช่อง ชานยอลพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะหันมามองแล้วยิ้มเรียบๆ “เรียบร้อย ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้มันต้องเป็นวันที่ดี แล้วนี่ขึ้นเครื่องกี่โมง”

 

                “สี่ทุ่มค่ะ”

 

                “อืมมม ยังมีเวลานิ” ชานยอลว่าก่อนจะก้มลงงับไหล่อี้ฟานแรงๆ ชายหนุ่มหันมาส่งสายตาตกใจ ก่อนจะดึงแก้มเจ้าหมายักษ์ที่ชอบกัดไหล่ของเค้า

 

                “โอ้ยยย ก็คนมันหมันเขี้ยว อยากกัด” ชานยอลทำท่ากัดลม ก่อนจะเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ แล้วหอมแก้มสากๆของสามี อี้ฟานยิ้มกริ่ม กรอกตาลอกแลกไปมา

 

                “งั้นไปกัดกันต่อที่เตียงเนอะ คนดี” ชานยอลยิ้มอายๆกับคำพูดของสามี ก่อนจะดึงคนทำหน้าหื่นกามให้เข้าไปในห้องนอน ด้วยกัน

.

.

.

 

                หนาว คำแรกเลยที่คิด ถ้าเค้าจะต้องมานั่งปูเสื้อพร้อมกับของกินร้อนๆตอนนี้ เค้าขอกลับบ้านไปนอนดีกว่า แต่ปัญหามันอยู่ที่เค้าไม่สามารถติดต่อพี่ชายตัวเองได้นี่สิ ไม่รู้มันปิดเครื่องหนีทำไม ลู่หานที่ถือตะกร้าสาน ได้แต่หงุดหงิด รอมาตั้งยี่สิบนาทีแล้วแต่ก็ไม่เห็นหัวของพี่ชายเลย เค้าจึงตัดสินใจกลับ หอบเอาของที่เตรียมมากลับบ้าน

 

                “นี่นัดพี่ชายนาวไว้ตรงส่วนไหนของสวนเนี้ยเซฮุน” เสียงบ่นกระปอดกระแปดทำเอาคนที่เดินจ้ำๆก้มหน้ากดมือถือชะงัก จากที่เคยเดินไปอีกทางรีบหันหลังกลับแล้วสาวเท้าเดินยาวๆ เค้าจำเสียงนั้นไม่ได้แต่เค้าจำชื่อที่คนๆนั้นเอ่ยออกมาได้

 

                ยิ่งคิดก็พอจะรู้อะไรขึ้นมาแล้วล่ะว่านี่มันแผนการของพี่ชาย เล่นอะไรก็ไม่รู้ บ้าบอที่สุด!! ถ้าติดต่อได้นะ จะด่าให้ลืมหน้าเมียเลยคอยดู

 

                เสียงฝีเท้าที่หยุดลงตรงหน้าทำให้ลู่หานหยุดเดินไปด้วย นี่เค้าเดินมาผิดทางงั้นเหรอ ถึงได้เห็นเท้าของคนสองคน ลู่หานที่ก้มหน้ากดมือถืออยู่เงยขึ้น เค้าขบกรามแน่น ก่อนจะพบว่าเซฮุนกับแบคฮยอนยืนอยู่ตรงหน้าเค้า บุคคลสองคนบนโลกที่เค้าไม่อยากจะเจอ

 

                “สวัสดี” เซฮุนเอ่ยเสียงราบเรียบ ลู่หานฉีกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะยกมือขึ้นทักทาย ให้ดูเป็นปกติที่สุด แต่ยิ่งทำก็เหมือนกับว่าเฟค เค้าไม่สามารถทำให้ใจหยุดเต้นโครมครามได้ เมื่อเซฮุนล้วงเอาโทรศัพท์โทรหาพี่ชายด้วยสีหน้านิ่งๆ แบคฮยอนที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่แสดงอาการใดๆ นอกจากปล่อยมือที่จับแขนเซฮุนแล้วยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เซฮุนถอนหายใจก่อนจะหันไปพูดกับแบคฮยอน

 

                “เรากลับกันเถอะ”

 

                “อื้ม” แบคฮยอนขานตอบ ทั้งสองหันหลังกลับ ทำเหมือนกับว่าเค้าเป็นอากาศ ลู่หานยื่นมือออกไป คำที่อยากจะพูดมันฝืดเคืองเหลือเกินที่จะเปล่งมันออกมา

 

                “เดี๋ยวก่อน” ที่สุดก็พูดออกมา ทั้งคู่หยุดชะงัก ก่อนที่เซฮุนจะหันมามอง ลู่หานเดินเข้าไปใกล้ ก่อนจะจับแขนเสื้ออีกคนไว้ เค้ารู้ว่าเค้าทำแบบนี้มันไม่ถูก เค้ากำลังวอแวกับแฟนคนอื่น แต่เค้าห้ามใจตัวเองไม่ได้

 

                “ขอคุยด้วยแปบนึงได้มั้ย ก่อนที่ฉันจะไม่อยู่แล้ว” เซฮุนขมวดคิ้ว คำว่าไม่อยู่แล้วของลู่หานมันคืออะไร แบคฮยอนรั้งแขนเซฮุนเอาไว้เพียงนิด ก่อนจะระบายยิ้มออกมาแล้วเลื่อนมือไปดันหลังเซฮุน

 

                “ไปเถอะ ฉันจะรออยู่ตรงนี้ จนกว่านายจะกลับมา” แบคฮยอนพูดพร้อมรอยยิ้ม ลู่หานมองหน้าแบคฮยอน น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไหลรินอาบแก้มทั้งข้าง ลู่หานเม้มปากแน่น ก่อนจะกระชากลากเซฮุนให้ออกวิ่งไปด้วยกันจากตรงนั้น แบคฮยอนกอดอกมอง ภาพตรงหน้า เค้ายกนาฬิกาขึ้นดูก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ

 

                คนที่ดีกับคนที่รักงั้นเหรอ ทุกอย่างมันถูกลิขิตมาแล้วหรือเปล่าให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ เค้าไม่มีใครคอยสนับสนุน แถมยังเป็นแค่คนที่ดี แต่ลู่หานมีทุกอย่าง เป็นทั้งคนที่เซฮุนรักและยังมีคนคอยช่วย ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายเซฮุนหรือแม้แต่พี่ชายตัวเอง

 

                “ฉันจะรอตรงนี้นะ จะรอจนกว่านายจะเดินมาบอกฉันด้วยตัวเอง” แบคฮยอนยอมรับทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น เค้าโตพอที่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และควรจะตัดใจ แม้มันจะเจ็บปวดก็ตาม

 

                น้ำตามากมายไหลอาบแก้ม โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย มันเหมือนเป็นตะกอนความรู้สึกที่เก็บสุมเอาไว้ในใจทุกวัน ทุกวันที่มีความสุขกับเซฮุน และเป็นทุกวันที่เค้าคิดกระวนกระวายอยู่ตลอดว่าลู่หานจะกลับเข้ามาทำให้เซฮุนเขวเมื่อไหร่ และเซฮุนจะกลับไปไหม นั่นคือสิ่งที่คิดอยู่ตลอด คิดจนเหนื่อย จนหลับไปโดยที่ไม่ปิดไฟเกือบทุกๆคืน

 

                ……………………………..

 

                หนาว หนาวจนแทบยืนไม่ไหว แต่เค้าก็ยังคงรอต่อไป แม้ว่ามันจะเลยชั่วโมงมาแล้ว แบคฮยอนที่เอาแต่ปาดน้ำตา นั่งลงช้าๆ หยิบโทรศัพท์ออกมาเลื่อนดูรูปต่างๆ ที่เคยถ่ายเอาไว้ คนที่เป็นได้แค่คนดีก็ยังคงเป็นได้แค่นั้น ไม่มีสิทธิ์จะข้ามไปเป็นคนรัก

 

                “ฉันเป็นไม่ได้จริงๆเหรอ เซฮุน” แบคฮยอนปาดน้ำใสๆที่ไหลออกมา ยิ่งเห็นก็ยิ่งร้องจนแทบใจจะขาด ถ้าเค้ารั้งเซฮุนเอาไว้ แล้วกลับตั้งแต่ก่อนหน้านั้น ถึงมันจะทำร้ายเซฮุน แต่เค้าก็จะไม่เจ็บปวด แล้วเรื่องทุกอย่างก็จะจบลง เมื่อลู่หานหายไปตามที่พูด เซฮุนจะลืมลู่หาน จะลืมอดีต แล้วใช้ชีวิตอยู่กับเค้า เหมือนกับทุกๆวัน

 

                เค้าไม่น่าใจดีปล่อยเซฮุนไป....

 

                แบคฮยอนเม้มปาก กดเปิดข้อความก่อนจะพิมพ์มันลงไปทั้งน้ำตา ในเมื่อเปิดโอกาสให้ลู่หานแล้ว เค้าก็ควรจะเปิดทางให้กว้างมากกว่านี้ด้วยการเดินออกมา แม้จะรู้ว่ามันไม่ง่ายกับใจ แต่ถ้าเซฮุนมีความสุข เค้าก็จะมีความสุขไปด้วย

 

                เพราะเซฮุนคือดวงดาวที่อยู่บนท้องฟ้า แม้จะมีดาวดวงอื่นโคจรมาอยู่ใกล้ดาวที่เค้ารัก แต่มันก็ยังคงส่องประกายสวยเสมอ มันไม่ได้หายไปใน...

 

แบคฮยอน

ข้อความ: ดูแล...ลู่หานดีๆนะ

ส่ง.

 

 

                แบคฮยอนถอนหายใจดังเฮือก ก่อนจะยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อโค้ทสีมืดของตัวเอง แล้วหันหลังสาวเท้าจะเดินกลับ สงสัยต้องขึ้นแท็กซี่แทนแล้ว เพราะรถเมล์แถวนี้หมดแล้ว

 

                “ไหนบอกว่าจะรอไง แบคฮยอน” เสียงทุ่มต่ำตะโกนมา จนเท้าที่กำลังสาวเดินไปข้างหน้าหยุดชะงัก แบคฮยอนเม้มปากแน่น ก้มหน้าระงับอารมณ์ที่กำลังพวยพุ่ง ก่อนจะเงยหน้าเพื่อไล่น้ำตาไม่ให้ไล่

                “ก็รอนี่ไง” แบคฮยอนตอบเสียงสั่นพร้อมกับยิ้มน้อยๆ เซฮุนยิ้มตอบก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

 

                “กลับกันเถอะ หนาวเป็นบ้า” เซฮุนจับมือแบคฮยอนซุกลงกระเป๋าพร้อมกับเดินไปข้างหน้า

 

                “อื้ม กลับบ้านกันนะ”

 

                .............................................................

                 

                 











........................................................................................................................................................................................................................

สถานะ : ........................................................................ #สมบัติky



               

 

888 ความคิดเห็น

  1. #628 ggam897 (@ggam897) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 / 04:18
    ความจริงเราอยากให้เซฮุนเลือกพี่ลู่นะแต่ความสงสารแบคมันมากกว่า สงสารแบคอะ
    #628
    0
  2. #625 kriswu0627 (@kriswu0627) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 23:34
    นี่ทีมลู่ไง ห้าผัวใหม่เลยลูก
    #625
    0
  3. #619 ZelJE (@ZelJE) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 16:39
    เชียร์แบคนะ คือแบคไม่ได้ผิดอะไรเลย..
    #619
    0
  4. #567 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 22:48
    โอ๊ยยยยยยย เราเชียร์พี่ลู่นะ ฮือออออ
    #567
    0
  5. #549 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 19:15
    เกิดอะไรขึ้น เซฮุนไม่เลือกพี่ลู่หรอ ฮืออออ ร้องไห้
    #549
    0
  6. #531 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 23:14
    ดีแล้ว ฮุนแบค ลู่หานไม่เลือกเองตั้งแต่แรกอ่ะ
    #531
    0
  7. #479 mykai2 (@mykai) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 17:42
    อ้าว ไม่ฮุนฮานหรอ ไม่แน่ที่เซฮุนเดินกลับมาอาจจะเพราะเลือกลู่ห่าน แต่ไม่รู้จะบอกลาแบคยังไง ไม่เอาสิไรท์ใจไม่ดีเลย แงงงงง้;__;
    #479
    0
  8. #473 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 00:09
    ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมพี่คริสขี้บ่นจัง บ่นเมียตลอด ก้เพราะเมียเยอะแบบนี้ไง55555 จะทำไรก้ต้องอยู่ในกรอบ ต้องเคารพเมีย หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆที่แสนสาหัสกันมา แต่ก้รักกันดีนะ ???? .
    #473
    0
  9. #453 mad_ky (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 02:26
    เจ็บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ว่าตอนอิพี่คริสกับอิหนูยอลเหนื่อยแล้ว เจอฮุนฮานแบค นิ ถึงกับกรีดร้องเลย มันหน่วง เจ็บ บอกอารมณ์ไม่ถูกเลยค่ะ ไรท์ค่ะ อยากบอกว่าเราชอบฟิคเรื่องนี้มาก ตัวละครทุกตัว ชอบแนวนี้แหละ ไม่อ่อน ไม่แข็ง กำลังพอดีมีหลายมุม ยิ่งอิหนูยอลคือบางครั้งก็ตามอารมณ์นางไม่ทันเหมือน ญ เมนส์มา เหวี่ยงตลอด ขึ้นลงตลอด เนื้อหาของเรื่อง ก็แบบ ถ้าตลกก็ตลกสุด เศร้าก็เศร้าสุด หน่วงก็หน่วงสุด เป็นอะไรที่หลายอารมณ์มาก ในตอนนึงบางทีมาครบเลย แต่เนื้อเรื่องอารมณ์ไม่สะดุดเลยค่ะ ไม่ขัดแย้งกันเลย ถึงแม้ว่าจะคนละฟีลในตอนเดียวกัน เราว่าไรท์แต่งเก่งมากเลย แต่งต่อไปเรื่อยๆ นะคะ ไรท์ เราจะติดตาม
    #453
    0
  10. #450 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 23:32
    พี่ลู่น้องอยากให้พี่มีผัวฝรั่งแล้วสิ -_- ชั่งฮุนมัน เราจะไม่ให้พี่ลู่กะฮุนแล้ว เชอะ แต่พี่ลู่ห้ามยุ่งกะนางลิน
    #450
    0
  11. #448 MuuLa (@preawfiower) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 22:59
    ฮุนแบคเรอะะะะ
    #448
    0
  12. #447 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 20:51
    ตกลงฮุนแบคหรอ ก้อสงสารลู่หานเหมือนกันนะ แต่ถึงเซฮุนเลือกใครอีกคนก้อน่าสงสารอยู่ดีอ่ะ เฮ้อ เอาทั้งสองคนเลยดีมััย 55
    #447
    0
  13. #445 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 18:50
    T______________T สงสารพี่ลู่จัง แต่พี่ลู่อย่ากลับไปเอาชะนีนะ ไปเที่ยวยุโรปก็หาผัวฝรั่งไปเลยนะ
    #445
    0
  14. #444 krisyeol2766 (@krisyeol2766) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 17:39
    อะรัยอ่า เลือกแบคหรอ สงสารพี่ลู่อ่ะเราไม่อยากได้ฮุนแบคอ่ะ ????
    #444
    0
  15. #442 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 16:28
    ตกลงลู่ห่านเป็นคนที่เสียใจใช้ไหมสงสารลู่ห่านจังเลยอะสงสารมากๆ คนที่รักกับคนดีเหรอเจ็บนะ
    #442
    0
  16. #441 Piechoc (@pieberri11ky) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 16:06
    ยังเลือกใครไม่ได้หรอ ส่วนคู่นั้นเขาก็จะฟัดกันอย่างเดียวเลย
    #441
    0
  17. #440 saikrisfan (@saikrisfan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 15:54
    ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากตายยยยยยย
    #440
    0
  18. #439 Pcy_k (@earakwan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 15:53
    ฮื่อออออ อะไรอ่ะะะะ เลือกแบคหรอ ไม่เอาสิ ไม่เอาแบบนี้ ฮุนนาาาาาา T^T
    #439
    0
  19. #438 Neko-Hime (@hemahema) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 15:51
    ไม่นะ ไม่จริง
    #438
    0
  20. #437 natty naka (@natty0627) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 15:50
    จะร้องไห้ พี่ลู่
    #437
    0
  21. #436 natty naka (@natty0627) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 14:32
    ยัยยอลเธอมันร้าย
    #436
    0
  22. #435 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 12:48
    หมั่นไส้เมียจอมงกจริงๆเลยอะ แล้วสามีนี่กลัวนางมากนะไม่มี-งอะไรเลย 555555555555555555555555
    #435
    0
  23. #434 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 09:47
    อีนังชานมันอ่านทุกอย่างออกแต่แรกสินะ
    #434
    0