HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 29 เรื่องราวระหว่างเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 367
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ม.ค. 59





บทที่ 29

 

            “ผมอยากให้คุณเขียนข่าว” ชายในชุดแจ๊คเก็ตรับซองเอกสารสีน้ำตาลที่ยื่นมาตรงหน้าไปเปิดดู เค้าเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายร่างสูงโปร่งที่ใส่แว่นตาสีชาบดบัง

 

            “ผมรู้ว่าคุณตามข่าวนี้มาสักพัก แต่มันยังไม่เป็นที่สนใจ ถ้าผมจะจ้างคุณ....”

 

            “ผมไม่คิดว่าข่าวมันจะขายได้ การที่ลูกฟ้องร้องแม่ตัวเองเหตุเพราะทำร้ายร่างกาย มันดูจะเป็นอะไรที่เลวร้ายไปสักหน่อยสำหรับสังคมบ้านเรา” ผู้ชายอีกฟากของโต๊ะกลมในร้านกาแฟเลิกคิ้ว

 

            “ข่าวเกี่ยวกับการฉ้อโกงต่างหาก”

.

.

 

            ชานยอลที่กลับมานั่งในรถถอดแว่นตาสีชาออกก่อนจะโยนมันไว้บนคอนโซล เค้าออกมาหลังจากที่นักข่าวคนนั้นออกไปแล้วได้สักห้านาที ร่างสูงโปร่งนั่งนิ่งคิดอะไรบางอย่างก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์ออกมากดเบอร์ต่อสายหาใครบางคน

 

            “คุณอัยการครับ ผมมีอะไรจะปรึกษา”

.

.

.

 

            วันที่อากาศดีแบบนี้ คนว่างงานก็ย่อมต้องออกมาเดินเล่นเป็นธรรมดา เซฮุนที่เพิ่งได้รับข้อความจากพี่ชายเมื่อวานรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจเพราะอีกไม่นานพี่ชายบอกว่าก็จะได้กลับบ้าน เค้าเลยชวนแบคฮยอนให้ออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะใกล้ๆอาพาร์ทเม้นต์ พวกเค้ามีกาแฟร้อนคนละถ้วย เดินคุยไปกันได้สักพักเค้าก็ชวนแบคฮยอนนั่งลงตรงเก้าอี้ไม้

 

            “เจ็บขาเหรอ” เซฮุนพยักหน้าขณะวางไม้เท้าที่ใช้ค้ำยันตัวไว้ข้างๆ แบคฮยอนส่ายหัว ก่อนจะลุกขึ้นวางกาแฟไว้บนเก้าอี้ แล้วนั่งยองๆตรงหน้าเซฮุน

 

            “จะทำอะไร” เซฮุนชักขากลับเมื่อแบคฮยอนนำไปวางไว้บนเข่าของตัวเอง คนตัวเล็กทำได้แค่ส่งเสียงห้าม ก่อนจะเริ่มนวดขาให้เซฮุนเบาๆ

 

            “เดินมากๆ แถมอากาศแบบนี้ เดี๋ยวจะเป็นตะคริวเอา” เซฮุนจ้องมองคนปรนนิบัติเค้า ภาพฉายทับซ้อนลงมา เซฮุนนึกถึงพยาบาลส่วนตัวคนเก่าได้ หมอนั่นทำทุกอย่างเลยตั้งแต่ที่เค้าฟื้นและเริ่มกายภาพบำบัด

 

            “พอแล้ว...” เซฮุนชักขากลับ แบคฮยอนมองก่อนจะฉีกยิ้มมุมปากเรียบๆ แล้วลุกขึ้น เอื้อมมือไปหยิบไม้เท้าของเซฮุนมาถือไว้

 

            “งั้นลองมาพยายามแบบไม่มีไม้เท้ากันดูดีมั้ย”

 

            เซฮุนชักสีหน้า แต่อีกคนกลับยิ้มแป้นไม่สะทกสะท้าน ร่างสูงโปร่งหุ่นกระชับพยายามลุกขึ้นแม้ขาจะสั่น แต่แบคฮยอนก็ยังคงยืนยิ้มอยู่ไม่ห่าง

 

            “อย่ายิ้มแบบนั้นได้มั้ย น่ารำคาญชะมัดยัยสกปรก” แบคฮยอนหัวเราะเมื่อเซฮุนสบถฉายาเก่าที่เซฮุนเคยใช้เรียกแบคฮยอนออกมา แบคฮยอนถอยหลังห่างออกไปเมื่อเซฮุนยืนขึ้นแล้วพยายามก้าวขาที่กำลังสั่นๆออกมาอย่างช้าๆ

 

            “ถ้าเดินไปตรงนู้นกับฉันได้ จะให้นอนซุกอก โอเคมั้ย” แบคฮยอนชี้ไปที่ม้านั่งอีกตัวที่อยู่ตรงวงเวียนน้ำพุเล็กๆ เซฮุนพ่นลมหายใจ จะว่าไปแบคฮยอนก็ให้เค้านอนด้วยหลังจากวันนั้น เอาแต่ไล่เค้าไม่ก็แอบมานอนโซฟาด้านนอกเป็นประจำ

 

            “จิ้บๆ” เซฮุนบ่นก่อนจะเริ่มเดินขาสั่นๆ ขาเรียวยาวที่เคยก้าวกระฉับกระเฉงกำลังเตาะแตะไปข้างหน้าแบบในที่ทุกก้าวนั้นมีความหมาย แบคฮยอนกลับมาเดินข้างๆเซฮุนและเดินช้าๆไปพร้อมกัน แบคฮยอนมองตรงไปข้างหน้า จ้องมองเส้นชัยที่หมายเดียวกันกับเซฮุน

 

            “เห็นมั้ยถ้าไม่มี ไม้ค้ำนายก็เดินได้” เซฮุนเม้มปากแน่น เค้ารู้สึกปวดกระดูก เพราะความขี้เกียจของตัวเองแท้ๆ เวลากายภาพบำบัดถึงไม่พยายาม แล้วตอนนี้เค้าก็ติดใช้วิลแชร์กับไม้ค้ำไปซะแล้ว จะให้โทษใครได้ล่ะถ้าไม่ใช่เพราะตัวเอง บางคนที่ประสบปัญหาแบบเดียวกับเค้า กลับมีแรงฮึดอยากจะเดินได้ไวๆ แต่เค้ากลับไม่รู้สึกแบบนั้น

 

            เหมือนกับว่าถ้าเค้ายังคงเป็นแบบนี้คนรอบข้างก็จะไม่หายไปไหน....

 

            เซฮุนจับบ่าแบคฮยอนเอาไว้เมื่อรู้สึกเจ็บมากขึ้น แบคฮยอนช่วยพยุงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นไม่ไหวแล้วที่จะทำต่อ “ถ้าฉันปล่อยนายตรงนี้ ถ้านายล้มนายลุกเองได้มั้ย” เซฮุนส่ายหน้าหลับตากล้ำกลืนความเจ็บ แบคฮยอนค่อยๆแกะมือเซฮุนออก

 

            “อั้ก!” เซฮุนร่วงลงไปนั่งกับพื้นเสียงร้องออกมาดังเสียด้วย แบคฮยอนส่ายหัว ถ้าเซฮุนไม่ยอมเดินเอง มัวแต่ใช้ไม้ค้ำแบบนี้ มันไม่ดีสำหรับเซฮุนแน่ๆ

 

            “นายกายภาพบำบัดมาจะครึ่งปีแล้วนะเซฮุน ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย” แบคฮยอนดุ เซฮุนเบ้ปาก เค้าอยากได้ยาแก้ปวดกับคลายกล้ามเนื้อตอนนี้เลย ให้ตายเถอะ

 

            “อย่ามาโหดได้มั้ย คนยิ่งเจ็บๆอยู่” เซฮุนบ่นอุบ พลางส่งมือไปให้แบคฮยอน แต่อีกฝ่ายกลับยืนนิ่ง ก้มลงจ้องมองด้วยแววตาไร้แวว แบคฮยอนนั่งลงช้าๆ จ้องมองเซฮุนในขณะที่เซฮุนก็กำลังจ้องมองเค้า

 

            “นายต้องมีชีวิตเหมือนคนอื่นสิเซฮุน นายยังต้องทำอะไรอีกมากมายในอนาคต นายไม่อยากกลับไปหา....ลู่หานเหรอ” เซฮุนขมวดคิ้ว จ้องมองคนตรงหน้า

 

            “ฉันกำลังช่วยนาย ในฐานะ...พี่ชายคนนึง” แบคฮยอนลูบท้ายทอยเซฮุน ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ซึ่งเค้าก็อธิบายไม่ถูกว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่ เซฮุนหลบสายตา

 

            ฉันก็แค่อยากให้คนรอบข้างสนใจฉันก็เท่านั้นเอง......   

 

            “ลุกขึ้นเถอะ ไว้ค่อยพยายามใหม่ก็แล้วกัน” แบคฮยลุกขึ้น ส่งมือให้เซฮนจับแล้วคืนไม้ค้ำยันให้

.

.

.

 

            งาน สิ่งเดียวที่จมลู่หานลงไปได้คืองาน แล้วงานมันมาจากไหน งานที่ไม่ได้ค่าจ้างอย่างถูกต้องตามที่นักกฏหมายควรจะได้ แต่เค้าก็ได้เงินที่มากโขพออยู่แล้วล่ะ เค้าถึงไม่ได้ยีหระกับไอ้เศษเงินที่ว่า

 

            “กินข้าวกันลู่หาน”

 

            “อีกแปบนึง เราต้องส่งจดหมายนี่ไปที่กอง บก. นั่นก่อนที่ทางนั้นจะเขียนคอลั่มเสร็จ” ลู่หานพิมพ์ข้อความยาวเหยียดลงไปโดยแทบไม่มองหน้าคนที่กำลังชวนกินข้าว เค้าเคาะมันสองสามที กดเอ็นเทอร์ จากนั้นก็เซฟมันอย่างสวยงาม

 

            อัยการหนุ่มนั่งตรงขอบโต๊ะจ้องมองคนบ้างานที่เค้าไม่เคยเห็นมานานเท่าไหร่แล้วตั้งแต่เรียนจบแล้วแยกย้ายหายจากกันไป ลู่หานมักเป็นแบบนี้เสมอ บ้างานในเวลาที่มีงาน?

 

            “โอเค เสร็จแล้ว ไปกันเลยมั้ย”

 

            “ไม่โทรชวนแฟนมากินด้วยกันเหรอ” ลู่หานที่ถูกทักถึงลินดาหยุดชะงัก มือที่กำลังกำสายกระเป๋า กำมันขึ้นมาก่อนจะสะพายไว้บนไหล่

 

            “เค้าไม่ติดต่อมา สามสี่วันแล้ว สงสัยคงเรียนหนัก” เค้าหวังว่าลินดาคงจะเรียนหนักอย่างที่เค้าคิดไว้ เพราะจากเรื่องเมื่อคราวก่อน เค้ากับลินดาก็ทะเลาะกันหนักหน่วงจนต้องแยกกันสงบสติอารมณ์ไปหลายวัน ก่อนจะกลับมาคุยกัน แต่ลินดาก็มีท่าทีเปลี่ยนไป ทั้งงอแง ขี้โวยวาย ซึ่งต่างจากผู้หญิงที่เค้าเคยรู้สึกเมื่อหนึ่งปีก่อน

 

            หรือนี่เค้าจะเรียกว่ายิ่งนานไปก็จะยิ่งเห็นธาตุแท้ของแต่ละคนกันนะ.........

 

            “เหรอ งั้นไปกินแถวๆนี้ละกัน กินไรวะ” คอเล็กๆถูกดึงไปกอด อัยการหนุ่มรูปร่างสูงตามแบบนักกีฬาแต่มันไม่ใช่ มันก็แค่เด็กเรียนที่ร่างกายสูงใหญ่ก็เท่านั้น ลู่หานมักจะติดตามอัยการไปไหนมาไหนเสมอ เพราะยังหวาดๆกับการต้องอยู่ด้านนอกคนเดียวโดยที่ไม่มีพี่ชาย อัยการสวนเค้าให้เป็นคนที่แข็งนอกอ่อนใน ได้อย่างชาญฉลาด นี่ยังงงอยู่เลยว่าไอ้อัยการมันเป็นพ่อหรือเป็นเพื่อนเค้ากันแน่

 

            “แล้วเรื่องที่ ชานยอลโทรมาปรึกษานั่นน่ะ ได้เรื่องยังไงบ้าง”

 

            “ชานยอลเป็นคนฉลาดนะ ฉลาดเป็นกรด แผ่นซ้อนแผนจนฉันเนี้ยล่ะที่งงตามเกมส์ไม่ทัน” ลู่หานเลิกคิ้วมอง ชานยอลคนขี้วีน ชอบทารุณผัวนั่นน่ะเหรอจะฉลาดเป็นกรด

 

            “เหรอ”

 

            “ใช่ แล้วอีกไม่กี่วันเซฮุนก็ต้องถูกส่งตัวกลับมาที่เกาหลี ตามแผนที่วางไว้” ลู่หานที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงัก เค้าไม่เห็นจะรู้ว่ามีเซฮุนอยู่ในแผน

 

            “ฉันไม่ยักกะรู้”

 

            “เค้าเพิ่งปรึกษาฉันเมื่อเช้ารึเปล่า เนี้ยเพิ่งมีเวลามาเล่าให้ฟัง แล้วก็นะ เราคงต้องหยุดงานสักพัก”

 

            “ทำไมวะ”

 

            “ไปอเมริกา ไปรับตัวเซฮุนกลับบ้าน”

.

.

.

.

ต่อ

 

            บอกไว้ตรงนี้ว่าไม่ได้อยากมาเลยสักนิด อเมริกา ทำไมเค้าจะต้องทำงานหนักหน่วงถึงเพียงนี้ ความจริงมันไม่ใช่หน้าเค้าหรืออัยการเลยที่จะต้องมาตาม เจ้าบ้านั่น เซฮุนไม่ใช่เด็กสามสี่ขวบที่จะต้องมาคอยรับคอยส่ง

 

            บ้าบอ....

 

            ที่อยู่ของอพาร์ทเม้นต์ถูกยื่นส่งให้โชเฟอร์แท็กซี่ พี่ชายผิวแทนเข้มรับมาดูก่อนจะพยักหน้า อัยการติดต่อสอบถามราคาแล้วก็คุยเรื่องที่พักโรงแรมใกล้ๆ ซึ่งสรุปได้ความว่าพวกเค้าจะไปโรงแรมเพื่อเช็คอินก่อนแล้วค่อยเข้าไปหาเซฮุน

 

            หลังจากจัดการอะไรเรียบร้อย เมืองๆนี้เล็ก เพราะอยู่ย่านชานเมือง มีตึกอิฐสีส้มแดง ห่างกันเป็นบล็อก ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี้มีทั้งอเมริกันและชาวผิวสี อัยการและลู่หานเดินไปตามฟุตบาท เพราะเห็นว่าใกล้เลยเดินเอา วัฒนธรรมที่นี้แตกต่างจากอังกฤษไม่น้อย ผู้คนมากมายออกมาเดินกันให้คึกแถมยังมี ออกมาเปิดเพลงสไตล์อเมริกันฮิปฮอปอยู่หน้าบ้านตามฟุตบาท

 

            การอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้คงจะปลดภัยกว่าในสภาพแวดล้อมหรูหราบนตึกสูง ถ้าชานยอลต้องการจะเก็บซ่อนเซฮุนไว้ขนาดนั้น เค้าก็อยากจะรู้เหตุผลเหลือเกินว่าทำไปทำไม

 

            อัยการเข้าติดต่อกับคุณป้าเจ้าของอาพาร์ทเม้นต์ห้าชั้นสูงตั้งตรงมุมถนน มันแคบมากแต่ก็สะอาดสะอ้าน อัยการสอบถามอยู่สักพักก่อนจะพาเค้าขึ้นไปยังชั้นสี่ ทางเดินแคบๆ มีเพียงบันไดวนทาสีดำที่ดูจะเป็นของประดับชิ้นดี ลู่หานใจหวิวๆเล็กน้อย เค้ารู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ก็ยากที่จะยอมรับ

 

            “อืม น่าจะห้องนี่ล่ะ” อัยการเคาะห้อง ไปสามสี่ที ไม่นานก็มีคนเปิดประตูโผล่หน้าใสๆออกมา ใบหน้าหวานฉ่ำจับจ้องก่อนจะยิ้มกว้าง

 

            “มาหาใครครับ”

 

            “เซฮุนอยู่มั้ย” ลู่หานที่หลบอยู่หลังอัยการดูท่าแล้วแบคฮยอนคงไม่ไหวใจ เค้าเลยโผล่ออกไปให้แบคฮยอนเห็น

 

            “เห้ ลู่หาน”

 

            เซฮุนที่นั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่นขมวดคิ้ว เมื่อได้ยินเสียงของแบคฮยอนตะโกนชื่อใครดังมาจากหน้าห้อง ร่างสูงโปร่งเดินออกไปพร้อมกับไม้ค้ำยัน ประตูไม้สีซีดเปิดกว้างออก สองสายตาสบประสานกัน เหมือนไม่ใครจะยอมใคร

 

            เซฮุนหลุบตาลงก่อนจะหันไปมองแบคฮยอนที่ถอยหลังเปิดทางให้แขกเข้ามาในห้อง เซฮุนเดินโอนเอนไปที่นั่งโซฟา จัดการเขี่ยกระป๋องโค้ก พิซซ่ากล่องไก่ให้ดูโล่งๆ สะอาดตา ลู่หานกับอัยการนั่งลงตรงโซฟาติดกัน โดยมีเซฮุนที่เอาแต่ก้มๆเงยๆเก็บของบนโต๊ะ

 

            “ทำอะไรน่ะ มาเดี๋ยวฉันเก็บเอง” แบคฮยอนยื่นของในมือเซฮุนไว้แล้วผลักให้เจ้าเด็กเอาแต่ใจนั่งลงบนโซฟาที่ประจำ เซฮุนส่งแววตาค้อนใส่แบคฮยอน แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มแล้วยีหัวทุยๆนั้นอย่างหมั่นไส้

 

            ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของลู่หานทั้งหมด....

 

            “เออ คุณปาร์ค เซฮุนครับ”

 

            “ผมไม่คิดว่าพวก...คุณสองคนจะมาเร็วขนาดนี้ ก็เลยไม่ได้ทำความสะอาด ขอโทษทีนะครับ” เซฮุนก้มหัวขอโทษด้วยท่าทางสุภาพ ลู่หานขมวดคิ้วไม่ชอบใจเลยที่เซฮุนดูจะนอบน้อมตอนอยู่กับแบคฮยอนมากกว่าอยู่กับเค้า

 

            สอนกันมาอีท่าไหนวะ......

 

            “พอดีว่าพี่ชายคุณต้องการให้คุณกลับเกาหลีน่ะครับ เราก็เลยมารับตัวกลับ”

 

            “ไฟล์ทบินวันไหนเหรอครับ มีทั้งของผมแล้วก็แบคฮยอนรึเปล่า” เหอะ คุยกันเถอะสองคน ไม่ต้องมาสนใจทางนี้ ลู่หานที่จับจ้องดูการสนทนาของทั้งคู่ก็ได้แต่เบื่อแรง นี่ยังคิดอยู่ว่าเอาเค้ามาเปลืองค่าตั๋วเครื่องบินทำไม ก่ะอีแค่มารับลูกคุณหนูกลับบ้านเนี้ย!

 

            “ขอตัวไปหาแบคฮยอนนะ” ลู่หานไม่ได้รอคำอนุญาตแต่เดินออกไปจากห้องนั่งเล่นเล็กๆทันที จุดหมายปลายทางเค้าคือ หัวครัวที่ถูกกั้นอยู่อีกด้าน เซฮุนไม่ได้สนใจลู่หานมากนัก แต่ยังทุกคำพูดและน้ำเสียงเค้าจดจำมันได้ดี

 

            “ครับ ไฟล์ทก็ประมาณเที่ยงคืนพรุ่งนี้ เพราะงั้นผมจะจัดเรื่องอาพาร์ทเม้นต์นี้ให้ ส่วนพวกคุณสองคนก็เตรียมกระเป๋าให้เรียบร้อย ไว้ผมจะเข้ามาอีกทีตอนเย็นๆพรุ่งนี้นะครับ” เซฮุนพยักรับสาสน์ว่าเข้าใจเป็นอันดี อัยการหนุ่มลุกขึ้นโค้งอำลาให้คนที่ยังพยายามลุก แต่ก็ดูลำบากเหลือเกิน

 

            “ไม่ต้องครับ ไม่เป็นไร” อัยการเบรกเอาไว้ก่อนเพราะดูแล้วคงจะเจ็บน่าดู เซฮุนนั่งลงที่เดิมก่อนจะก้มหัวให้เพียงเท่านั้น

 

            “แล้วนี่จะกลับแล้วเหรอครับ ไม่อยู่ทานข้าวเย็นกันก่อน แบคฮยอนทำอาหารอร่อยมาก” เซฮุนเปรย แบคฮยอนทำอาหารอร่อยนะถ้าเป็นอาหารเกาหลี อย่างราเมงอะไรเถือกนี้

 

            “ใครบอกว่าฉันทำเป็นกัน” แบคฮยอนออกมาแว้ดใส่ ลู่หานที่ยืนจิบน้ำส้มในขวดเอนตัวพิงกับขอบประตู ภาพตรงหน้ามันทำให้หงุดหงิดพิกล

 

            “ก็น่าลองดูหน่อยนะ ฉันรู้สึกหิวซะแล้วสิแบคฮยอน” ลู่หานพูดขณะที่สายตาจับจ้องมองแต่เซฮุนที่พยุงตัวเองลุกขึ้น สายตาเรียบเฉยอ่านยากยังคงเป็นของเซฮุน และเค้าก็ไม่เคยคิดที่จะอ่านมันมากเท่านี้มาก่อน

 

            อยากจะรู้ว่าหมอนั่นกำลังคิดอะไรอยู่.....

 

            “อัยการกับแบคฮยอนไปซื้อของให้หน่อยสิ ได้มั้ย” ลู่หานยิ้ม แบคฮยอนมองสลับกับเซฮุนก็พอจะเดาออกว่าทั้งคู่คงมีเรื่องที่จะต้องคุยกัน

 

            “ฉันอยากจะออกไปสูดอากาศ นายอยู่นี่กับคุณทนายเค้าละกัน คุณอัยการอยากออกไปกับผมมั้ยครับ” เซฮุนเลี่ยงที่จะอยู่กับลู่หานอย่างชัดเจน ลู่หานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เค้าไม่ใช่คนอารมณ์เย็นเท่าไหร่ และเค้าต้องการอะไรเค้าก็ต้องได้

 

            โดยเฉพาะเรื่องนี้....

 

            “ขอโทษนะเซฮุน เดี๋ยวฉันไปกับคุณอัยการเอง เชิญครับ” แบคฮยอนยิ้ม จับคนไม่รู้เรื่องใดๆให้ออกไปใส่รองเท้า เสียงเปิดประตูดังขึ้นและปิดลง ลู่หานวางขวดน้ำส้มไว้บนโต๊ะที่วางแจกัน ก่อนจะเดินเข้ามาเซฮุนที่ยืนโอนเอนใช้ไม้ค้ำ

 

            แขนเล็กๆโอบรัดคนที่รากฐานไม่มั่นคงนักเอาไว้ เซฮุนเบิกตาขึ้น จ้องมองหัวทุยๆที่ซบลงตรงบ่า ไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น มีเพียงแค่เสียงวาไรตี้โชว์จากโทรทัศน์ เสียงหัวเราะในห้องส่งไม่ได้เข้ากับอารมณ์ของคนที่ยืนกอดกันให้ห้องเลยแม้แต่น้อย

 

            “ฉันถามนายได้รึเปล่า”

 

            “...........”

 

            “นายไล่ฉันเพราะเรื่องที่ลินดาไประรานนายใช่มั้ย”

 

            “ไม่ใช่” ลู่หานเงยหน้าขึ้นมอง คนที่เคยตัวใหญ่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่พร้อมจะจับเค้ากดลงกับเตียง ตอนนี้เหลือเพียงแต่เด็กอายุยี่สิบต้นๆ ตัวแห้งไร้กล้ามเนื้อ แต่ใบหน้านั้นก็ยังคงดูดีไม่เปลี่ยน ดวงตาที่เดาได้ยาก จมูกแหลมคมที่กำลังแตะกัน แก้มตอบที่ยังคงตอบ คิ้วคมเข้มเรียงตัวเป็นเส้นตรง ผมที่เคยจัดทรงแปลกๆ ตอนนี้ยังเห็นร่องรอยของกรรไกรที่ตัดมันด้วยฝีมือไร้ความชำนาญของเค้า

 

            “แล้วมันคืออะไร” ลู่หานเอ่ยเสียงแผ่วเบา จมูกชนกันสัมผัสได้ถึงความร้อนของลมหายใจ สายตาสองคู่สบประสานกันเหมือนกับว่าใครเบี่ยงสายตาหนีต้องแพ้ เซฮุนขยับถอยห่าง แล้วก็เบี่ยนสายตาหนีเค้าไป

 

            นายแพ้เซฮุน....

 

            “ไม่ใช่ของนายมันคืออะไร”

 

            “พี่ฉันเค้าเป็นยังไงบ้าง”

 

            “นี่ไม่ใช่เวลามาถามว่าพี่นายเป็นยังไงนะเซฮุน มันเป็นเวลาของฉันกับนาย แมนๆหน่อย อย่าหนี” ลู่หานว่า ก่อนจะกอดอก เมื่อยั่วไม่ได้ผลก็ต้องยอมรับว่าเซฮุนแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะงั้นเค้าถึงต้องงัดไม้โวยวายมาใช้ เผื่อว่ามันจะได้ผลบ้าง

 

            แต่เซฮุนยังคงสงบเยือกเย็น....

 

            “ทีนายยังจะหนีฉันกลับบ้านเลยนี่” คำพูดเบี่ยงแบบเด็กๆที่คิดอะไรไม่ออก ลู่หานเป็นถึงทนายความ คุณเซฮุนรู้มั้ยครับว่าคนที่ยืนต่อหน้าคุณคือทนายความ เรื่องจิตวิทยาเค้าเหนือกว่าไม่ต้องสงสัย

 

            “อย่าหนี นายมีความผิดอะไรถึงต้องหนีหน้าฉันรึไง”

 

            “ไม่มี”

 

            “งั้นจะบอกได้รึยังว่านายไล่ฉันทำไม”

 

            “..........”

 

            “ตอบ...” ลู่หานเสยผมเร่งให้อีกคนรีบตอบ

 

            “ถ้านายไม่คิดจะไปตั้งแต่แรก นายจะไม่มีทางเดินออกมา เหมือนที่พี่ชายฉันกอดเข่าอ้อนวอนพี่ชายนาย” ลู่หานรู้เหมือนโดนปืนยิงแสกกลางหน้า สายตาของเด็กเมื่อวานซืนมันช่างดูเจ็บปวดรวดร้าว

 

            “ฉันไม่ใช่พี่ชายนาย”

 

            “ฉันก็ไม่ใช่พี่ชายนายเหมือนกัน”

 

            “เอ๊ะ! นายต้องการอะไรกันแน่”

 

            “ตอบคำถาม”

 

            “ปาร์ค เซฮุน!!!” ลู่หานแว้ดใส่อย่างเหลืออดไอ้ความกวนแล้วหน้านิ่งๆนี่มันยังไง คิดจะทดลองระดับความโมโหของเค้างั้นเหรอ นี่มันไม่ตลกเลยสักนิด

 

            “นายรักเธอลู่หาน นั่นคือสิ่งที่นายแสดงออกมาตลอดตอนที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันคืนนายให้เธอแล้ว นายควรไปมีความสุข ไม่ใช่กลับมายืนถามหาเหตุผลบ้าบอในเรื่องที่มันผ่านไปแล้ว”

 

            “มันผ่านไปแล้ว...?” ลู่หานทวนคำ เหมือนหน้าจะชาลามไปถึงคอ ลงมาถึงไหล่แล้วลามไปเรื่อยๆอย่างชาๆ

 

            “เรื่องทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว นายจะรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีกทำไม กลับไปมีชีวิตของใครของมันอย่างที่นายต้องการเถอะ นายก็แค่ตุ๊กตาตัวหนึ่ง เหมือนที่ผ่านๆมาของฉันก็เท่านั้น หมดค่าฉันก็เปลี่ยนตัวใหม่”

 

            “ตัวใหม่คือแบคฮยอนรึไง” ลู่หานรู้สึกว่าหน้ามันร้อน ขอบตามันผ่ะผ่าวไปหมด เค้าไม่อยากจะร้องไห้เลยต้องเงยหน้าแล้วพ่นลมหายใจออกมา แต่ดูเหมือนมันจะไร้ผล เค้าไม่สามารถเก็บน้ำตาที่กลั้นมามากมายเอาไว้ได้ สิ่งที่เค้าเลือกคือการเผชิญหน้าเซฮุนไปพร้อมกับน้ำตาบ้าๆนี่

 

            “เค้าไม่ใช่ตุ๊กตา เค้าคือคนของฉัน” เซฮุนตอบเสียงราบเรียบ แววตาที่เคยมีความเจ็บปวดไม่มีอีกต่อไป มันเหมือนกับว่าทุกคนที่ออกมาจากปากนั้นคือคำสัตย์จริง ไม่ได้โกหกไม่ได้แปลกปลอม แต่เค้าก็เชื่อไม่ได้หรอกว่ามันคือเรื่องจริง เค้าแค่อาจมโนไปเองก็ได้ เจ้าบ้านี่ มันอ่านยากจะตายไป

 

            “เลิกคิดอะไรเข้าข้างตัวเถอะ หลังจากเสร็จเรื่องนี้เราคงไม่ได้พบกันอีก” เซฮุนเดินไปยังประตูด้วยไม้ค้ำ ลู่หานหลับตายืนกำหมัดแน่น ขณะที่เซฮุนเดินผ่านหน้าเค้าไป

 

            “มันไม่ใช่ ตอบมาว่าไม่ใช่!!” ลู่หานเตะไม้ค้ำยันนั้น จนเซฮุนล้มกลิ้ง ร่างบางโถมทับกดรั้งไหล่ทั้งสองข้างของเซฮุนเอาไว้ นำตามากมายหยดลงบนใบหน้าหล่อเหลา

 

            “ตอบฉันมาว่าไม่ใช่ เรื่องของเรามันยังไม่จบ ฉันไม่ใช่ตุ๊กตา!! เข้าใจมั้ย!! ฉันไม่ใช่ตุ๊กตา!! ตอบฉันมา!! ฮือๆๆ” ลู่หานทั้งทุบทั้งตีทั้งร้องไห้ส่งเสียงโวยวาย เซฮุนที่ได้แต่นอนใต้ร่างจ้องมองคนที่ร้องไห้ปานจะขาดใจ ทุกอย่างมันกำลังจะดีขึ้น มันกำลังจะดีขึ้นจริงๆ

 

            แต่อย่างที่มีคนเคยบอกเสมอ เมื่อไหร่ที่เราเริ่มดีขึ้น เค้าคนนั้นจะกลับเข้ามาทำให้เราแย่ลง

 

            เซฮุนยกมือลูบหลังคนที่ไม่เคยจะร้องไห้โยเยต่อหน้าเค้า ลู่หานอ่อนแอเหลือเกินตอนนี้ เค้าไม่รู้ว่าเรื่องที่ลินดาบอกเป็นเรื่องโกหกหรือเรื่องจริง แต่เค้าก็แค่ปล่อยลู่หานให้ไปตามทางที่หมอนี่ต้องการ มันอาจจะเจ็บนิดหน่อยตอนแรกๆ แต่นานๆไปมันก็จะดีขึ้น

 

            แต่มันไม่ใช่เลย แค่เห็นหน้าก็อยากจะยอมทิ้งทุกอย่างแล้วกลับไปอยู่ในวังวนเดิมๆ วังวนที่เค้าไม่รู้ว่าลู่หานจะทำอะไร ไม่แน่ตอนนี้ลู่หานก็ยังคบกับลินดา แล้วเค้าล่ะ จะต้องกลับไปเจ็บเหมือนเดิมงั้นหรือ

 

            โอเคเค้ายอม.....

            “ไม่ใช่ พอใจรึยัง” เซฮุนดึงที่ยังคร่อมเข้าไว้ให้เข้ามานอนแนบอก  เจ็บจนขาเดี้ยงก็ลองมาแล้ว จะทนเจ็บที่ใจไปอีกหน่อยจะเป็นอะไร ลู่หานก็แค่อ่อนแอ เค้าก็แค่ยังคงโหยหากับสัมผัสอบอุ่นที่เค้าไม่เคยได้จากใคร ถ้าลู่หานเข้มแข็งมากพอแล้วพร้อมจะเดินออกไป เค้าก็พร้อมจะตัดใจโหยหาสิ่งที่เค้าต้องการจากลู่หาน

 

            ตัวเล็กๆที่ยังคงอบอุ่น มันเหมือนสัมผัสจากกอดแรกของแม่ และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เค้าสัมผัสได้ เค้าเหมือนพวกตามหาสิ่งที่เหมือนๆกับอีกสิ่งหนึ่ง แต่มันแค่ปลอม เค้าค้นหาไปเรื่อยๆ แต่สุดท้ายคนที่ปลอมเหมือนที่สุดก็คือลู่หาน

 

            ทิ้งไปไม่ได้เพราะเห็นแก่ตัว ยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้คนตรงหน้ามาอยู่ใกล้ๆ แม้จะต้องเล่นกับจิตใจของเค้าคนนั้นก็ตาม

 

            “ฉันทำอะไรลงไป” ลู่หานที่นอนแนบอกเปรยขึ้นเบาๆ เซฮุนหลุบตามองก่อนจะส่ายหัวไปมา

 

            “เวลามันคงทำให้นายคิดได้ว่าใครน่ะของจริงของปลอม”

 

            “ว่าไงนะ” ลู่หานผงกหัวลุกขึ้นเบ้หน้าใส่

 

            “งั้นฉันเปลี่ยนคำตอบ” เซฮุนหน้าบูด ลู่หานเลิกคิ้วก่อนจะส่ายหัวช้าๆ เค้าอยู่กับเซฮุนมาตลอดระยะหกเดือนที่เจ้าเด็กนี่นอนเป็นผัก ค่อยช่วยเหลือทุกอย่าง ทั้งสอน ทั้งทะเลาะ เป็นเพื่อนคุยยามแก้เหงา เค้าคิดว่าเซฮุนน่าจะมีอะไรดีมากกว่าข่มขู่กระทำขำเราเค้า  เค้าคิดว่าตัวเค้าเข้าใจเซฮุนที่สุด แต่เมื่อเห็นภาพแบคฮยอนกับเซฮุนวันนี้

           

            อาๆ ไม่สิ ตั้งแต่ที่ล๊อบบี้โรงพยาบาลนั่นมากกว่า แล้วก็วันอื่นๆ แล้วก็วันนี้ เค้ารู้สึกว่าเค้าไม่ใช่คนที่เข้าใจเซฮุนอีกแล้ว

           

            เค้าไม่ใช่คนสำคัญของเซฮุนอีกต่อไป....

 

            “จะนั่งทับไปอีกนานมั้ย” เซฮุนดันพุงคนที่ส่ายหัวช้าๆแล้วก็หยุดนิ่งไป ลู่หานหันมาค้อนใส่ก่อนจะลุกขึ้น ไม่ได้คุยกันนานเท่าไหร่แล้วนะ สองสามเดือนสี่ห้าเดือน มันเท่าไหร่กันนะ มันนานมากที่ไม่ได้รู้สึกถึงเสียงเรียบๆ เบื่อหน่ายนี้

 

            “แล้วแบคฮยอน”

 

            “ถ้านายมาช้ากว่านี้เค้าคงเป็นแฟนฉันแน่ๆ”

 

            “แล้วตุ๊กตา” ลู่หานชี้นิ้วจมอกตัวเอง

 

            “นายก็เป็นตุ๊กตาต่อไป แบคฮยอนเป็นคนของฉัน ก็ถูกแล้ว”

 

            “ไม่ถูกสักนิด”

 

            “......”

 

            “นี่เราทะเลาะอะไรกัน ฉันรู้สึกสับสนจัง” ลู่หานกุมหัว บทจะเสียใจก็มาซะอย่างกะคลื่นสึนามิ โถมทับแทบตายบทจะดีใจก็ดีจนใจหาย หายไปเลย....

 

            เซฮุนมองคนที่ยังคงสับสนกับตัวเอง บางที่พวกทนายอาจจะเป็นพวกคิดมาก คิดอะไรซับซ้อนจนโยงไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็คนโก๊ะๆอย่างลู่หานที่ไม่เข้าใจอะไรเถือกนี้ ก็คงจะคิดแค่ว่าตัวเองกำลังหงุดหงิด แต่ไม่ได้คิดว่าตัวเองกำลังหึง

 

            ก็อย่างที่บอกลู่หานไม่ใช่คนทันคน ในเรื่องของความรัก.....

 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #561 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 07:55
    ลู่หานไม่ได้อยากเป็นตุ๊กตา ลู่หานอยากเป็นคนของเซฮุนนะ
    #561
    0
  2. #540 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 11:05
    อย่าว่าแต่ลู่หานงงเลย เรายังงงกับลู่หานเลย 555 จะกลับไปกันแล้ว สู้ๆนะทุกคน
    #540
    0
  3. #403 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 17:16
    ลูหานตกลงรักใครกันแน่อะแล้วเอาลินดาไปเก้บไว้ที่ไหนไปเคลียกันก่อนดีไหมอะไม่อยากให้เซฮุนเสียใจอีกอะแต่รู้ว่าแบครักเซฮุนแบบน้องชายแต่ยังไม่แน่ใจในตัวลู่หานไงว่าคิดไงสงสารน้อง  ส่วนคู่อีพี่นะเมียดุมากแถมฉลาดอีกตะหาก อีพี่คริสจะทันหรือเปล่าที่รู้ๆนะกลัวเมียแน่นอน
    #403
    0
  4. #402 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 15:34
    เฮ้อออออออ สองคนนี้นิน่าาาาาาา
    #402
    0
  5. #401 krisyeol2766 (@krisyeol2766) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 14:47
    ฮุนฮานขอใจเข้าใจกันสักทีเถอะนะ
    #401
    0
  6. #400 krisyeol2766 (@krisyeol2766) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 14:46
    ฮื่ออออ ซึ้ง แต่เมื่อไหร่พี่ลู่จะเลิกกับลินดาอ่ะ เลิกเถอะเลิกกันสักที
    #400
    0
  7. #399 mykai2 (@mykai) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 12:16
    ฮุนฮานเย้
    #399
    0
  8. #398 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 06:06
    กลายเป็นว่าตอนนี้ลู่หานเหมือนเด็กเลย เด็กที่กลัวโดนแย่งของเล่น แต่เซฮุนหลังจากผ่านอะไร มามากมายดูโตเป็นผูใหญ่ขึ้นเยอะเลย
    #398
    0
  9. #397 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 01:52
    ขอบคุณลู่หานมากที่ไม่ยอมแพ้ ตอนที่เซฮุนหันหลังให้ ขอบคุณที่ไม่ยอมปล่อยเซฮุนไป ไม่งั้นเราคงต้องปวดใจกับคู่นี้ไปอีก เข้าใจกันแล้วเราก็ดีใจ ค่อยไปเคลียร์กับชะนีไทยนั่นทีหลังเนาะ 555
    #397
    0
  10. #396 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 15:22
    ชานยอลจะทำอะไรกันนะเนี่ย ?-? เมื่อไรฮุนฮานจิรักกันน่าาาาาาา
    #396
    0
  11. #395 krisyeol2766 (@krisyeol2766) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 17:35
    ไม่ชอบลินดาเลยอ่ะพี่ลู่น่าจะเลิกกับลินดาสักทีขอให้แบครุ้สึกกะเซแค่พี่ชายเถอะ
    #395
    0
  12. #394 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 10:19
    จอให้แบครู้สึกกับเซฮุนแค่พี่ชายจริง ๆ นะ ลู่หานก้อรีบไปเลิกกับยัยลินดานัานเถอะ
    #394
    0
  13. #393 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 09:04
    ไปพี่ลู่ ไปเลิกกับยัยชะนีนั่นซะ แล้วรับเซฮุนกลับมาเถอะ น่าสงสารทั้งคู่อ่ะ ฮุนฮาน
    #393
    0
  14. #392 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 08:21
    ชานยอลคนขี้วีน ชอบทารุณผัวน่ะเหรอฉลาดเป็นกรด นี่ลั่นแรง 555555555555555555555555555555555555555555555555 ว๊ายยย จะได้เจอกันแล้วนะ ยอมรับหัวใจตัวเองได้แล้ว!
    #392
    0