HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 27 ค-ร-อ-บ-ค-รั-ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ธ.ค. 58


บทที่ 27

 

 

            เสียงพลิกหน้ากระดาษไปมา ของคนที่ยังคงต้องนั่งทำงานอยู่ภายในคืนนี้ บนโต๊ะมีแต่กองเอกสาร ที่ดูท่าจะไม่มีประโยชน์อะไรมากมายนัก แต่คนรอบคอบอย่างพวกเค้าทั้งสองก็ไม่สามารถที่จะปล่อยให้มันหลุดมือไปได้หากว่าเกี่ยวกับการไต่สวนในคดีครั้งหน้า

            พวกเค้าจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด....ไม่งั้นถูกฟ้องระนาว

 

            ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มดีกรีอัยการไฟแรงสูง นั่งจิบกาแฟพร้อมกับเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ โดยที่สายตายังจับจ้องมองเสี้ยวหน้าที่เค้ามองว่ามันหวานกว่าชายทั่วไปหลายเท่า เค้ารู้จักลู่หานตอนไปเรียนที่อังกฤษ ชายหนุ่มตัวเตี้ยที่เค้ามองว่าเป็นเด็กหนุ่ม ความลาดนั้นบอกได้คำเดียวว่าสุดยอด แต่ตอนที่เจอกัน พอได้รู้ถึงเหตุผลที่มาเรียนกฎหมายที่อังกฤษ

            เราหนีออกจากบ้านมากับพี่ชายน่ะ.......

 

            นี่ยังคลางแคลงใจกับค่าเล่าเรียนของมันอยู่เลยว่าหามาจากไหนในขณะที่เจ้าตัวบอกว่าหนีออกจากบ้านมาพร้อมพี่ชาย ตอนแรกก็นึกว่ามันจนข้นแค้น จนอยากจะบอกให้มาแชร์ห้องด้วยกัน แต่ที่ไหนได้ ทั้งๆที่ตัวเองเรียนจบ ตรีโท จากบ้านเกิดมาแล้วด้วยคะแนนสูงลิ่วจากมหาลัยชั้นนำของโลกและติดท้อปหนึ่งของประเทศ จนซักไปซักมากลายเป็นว่า คนที่หนีออกจากบ้านมาคนเดียว คือ พี่ชาย ที่ตกระกำลำบากอยู่ที่ไหนสักแห่งในยุโรป ส่วนตัวเองก็แค่อาสาว่าจะมาตามพี่ชาย โดยแลกกับที่บ้านว่าจะต้องให้เรียนต่อและใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษสองปี

            เค้าจึงมีเวลาทำความรู้จักสนิทสนมกับลูกชายท่านนายพลใหญ่ของจีน เป็นเวลาสองปีถ้วน ก่อนที่มันจะหายไปเลย แล้วกลับมาเจอกันที่นี้ และตอนนี้เค้าก็ได้นั่งทำงานร่วมกับมันอีกครั้ง แม้จะอึ้งๆนอยด์ๆไปนิดที่อยู่ๆมันก็หายไปไม่มีแม้กระทั่งการติดต่อหรือบอกลา แล้วที่คิดว่าลู่หานคงมีหน้ามีตาทางสังคมเพราะพ่อเป็นถึงนายพลระดับสูง ก็ต้องเป็นง้อย เพราะท่านนายพลและคุณหญิง ไม่เคยคิดจะเอาลูกชายออกงานสังคมเพราะ ลูกชายทั้งสองไม่ต้องการ แถมบ้านนี้ก็ใช่ว่าจะออกงานบ่อยให้เป็นข่าวเสียที่ไหน แค่มางานการกุศลทีนี่ออกข่าวดังทั่วประเทศจีน การจะใช้ความเป็นฑูตว่าการของคุณพ่อก็เลยต้องพับเก็บไป

            “นั่งมองหน้ากู งานก็ไม่เดินหรอกนะเว้ย”

            “คิดไงถึงรับทำงานนี่วะ เงินได้รึเปล่า”

            “กูแค่ช่วยมึงไง” ลู่หานโยนกองเอกสารที่ไม่ได้เรื่อง ลงไปบนพื้นก่อนจะนวดขมับ ขาเรียวยกขึ้นพาดห้อยกับพนักท้าวแขนของเก้าอี้

            “งานนี้ไม่หมูเลยนะเว้ย ฟ้องรื้อพินัยกรรม ทั้งๆที่ถูกปรับเปลี่ยนใหม่จนหมดแล้ว”

            “มันไม่ง่าย นั่นล่ะที่ท้าทายล่ะ”

            “จ่ะ พ่อคนเก่ง ไม่ใช่เป็นเพราะโจทก์เป็นแฟนพี่มึงเหรอ”

            “ก็มีส่วน ฟ่านมันขอร้องมา ว่าให้กูลงแรงช่วยด้วย”

            “ได้ค่าจ้างรึเปล่าเนี้ย” ลู่หานหัวเราะร่วนก่อนจะส่ายหน้า มันจะเอาเงินไหนมาจ่ายเค้า แค่งานวิศวกรกะหลั่วๆ เงินเดือนครึ่งแสน ไม่มีทางหาเงินมาจ่ายค่าตัวทนายความมือดีอย่างเค้าหรอก

            “แต่ดูแฟนพี่นายที่ชื่อ ชานยอล อะไรนั่น ดูรักน้องชายเค้ามากเลยนะ ทั้งๆที่ดูเป็นคนเหวี่ยงไม่แคร์โลกขนาดนั้น”

            “อือ รักมากเลยล่ะ รักโคตรๆ” ลู่หานเบ้ปาก นี่ยังจำได้อยู่ เวลาครึ่งปีที่ผ่านมา คำพูดเหน็บแนมกร่นด่าสารพัดที่มีบนโลก มันออกมาจากปาก คนชื่อ ปาร์ค ชานยอล หมด ถ้าไม่ติดว่าตอนนั้นรู้สึกผิด อาจมีต่อยคว่ำไปแล้ว

            “ความจริงรูปคดีแพ่ง การฟ้องร้องให้รื้อพินัยกรรม ตัวผู้เสียหายจะต้องเป็นคนฟ้อง ถ้าศาลตัดสินคดีทำร้ายร่างกายเป็นให้ยอมความ เราก็ถึงจะยื่นฟ้องเรื่องพินัยกรรม จากนั้น....” ลู่หานโบกมือห้ามก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟของอีกคนที่กินเหลือขึ้นมายกซด ให้ตาสว่าง

            “เราจะยื่นฟ้องรื้อพินัยกรรม ก่อนการไต่สวนที่จะถึง ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี”

            “เสี่ยงที่คดีจะหลุด ศาลเกาหลีไม่เหมือนศาลจีนนะโว้ย ทำไมมึงต้องทำไรให้ชีวิตมึงดูวุ่นวายด้วยวะ”

            “ก็แค่พี่กูขอ ถ้าได้นี่มันผลงานชิ้นเอกของมึงนะ ไอ้อัยการ เพราะฉะนั้น” ลู่หานยืดตัวบิดขี้เกียจก่อนจะตบโต๊ะที่มีกองเอกสารกองอยู่เต็มไปหมด “เพราะฉะนั้น อย่าโอ้เอ้ ก้มหน้าก้มตาทำไปโว้ยยย”

.

.

.

            แสงไฟปิดลงแล้วเมื่อท่านนายพลเข้ามาในห้อง จัดการทำธุระส่วนตัวเพียงสั้นๆ แล้วโดดขึ้นเตียงกอดภรรยาคนสวย ชานยอลที่พยายามหลับดิ้นไปมาเพราะไม่สบายตัว พื้นที่บนโซฟามันแคบเกินไปสำหรับร่างสูงโปร่งของเค้า เพราะพอเหยียดขาก็เลยไปเกือบฟุต พอคดตัวนอนก็แทบจะหล่นลงไปกองกับพื้น แล้วไหนจะพื้นที่ไม่มีฮีทเตอร์อีก ถ้าลงไปนอนมีหวังหนาวตายแน่ๆ

            ชานยอลสะบัดผ้าห่มทิ้งก่อนจะลุกขึ้นยืนหน้าบูดบึ้ง นี่เค้าอยากจะกลับไปนอนกับอี้ฟานใจจะขาด อยากจะหนุนหมอนกับที่นอนนุ่มๆ แล้วหลับเป็นตายจนสายโด่ง แต่นี่อะไร ไหงเค้าต้องมาติดแหง็กกับพ่อแม่ผัวที่หัวมีประตูล็อคเป็นรหัสสี่หลัก อย่างแน่นหนา เค้าละอยากค้นห้องเสียจริงว่ามีอะไรซ่อนอยู่ถึงขนาดกับต้องล็อคห้องด้วยรหัส แต่ติดที่เค้ามันคนดีเกินกว่าจะไปทำอะไรแบบนั้นได้

            ชานยอลนั่งกอดเข่า ความง่วงมันไม่ปราณีเค้าจริงๆ นี่ก็ตีสองเข้าไปแล้ว แต่เค้าก็ไม่สามารถหลับได้เพราะไม่สบายตัว นี่ไม่มีใครบอกเลยใช่มั้ยว่าเค้าเวลานอนไม่หลับเพราะไม่สบายตัวเนี่ยมันนรกแค่ไหน เพราะถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งตื่นมาเข้าห้องน้ำตอนนี้ ก็คงมองเห็นเพลิงเล็กๆที่กำลังลุกโชนเพราะไฟอารมณ์ในดวงตาเค้า

            “หนูชานยอล” เสียงเรียกฝ่าความมืดมาจนชานยอลสะดุ้ง แต่ไม่กล้าขานรับ ไฟหัวเตียงเปิดก่อนที่เค้าจะเห็นท่านนายพลลุกขึ้นมานั่งหัวฟูพร้อมส่งสายตาง่วงๆมาทางเค้า

            “มานอนด้วยกัน”

            “ท่านปล่อยผมไปนอนอีกห้องได้รึเปล่า”

            “ฉันยังไม่อยากตายน่ะ หนูชานเข้าใจป๊าใช่มั้ย” ชานยอลมองจิกคนที่นอนหายใจเข้าออกนิ่งสนิท ก่อนจะเบือนสายตาไปยังผู้ชายร่างบึกแข็งแกร่งแม้จะอายุมากแล้ว ท่านแทนตัวเองว่าป๊า พร้อมกับสายตาที่ดูง่วงนอนสุดๆ แต่ริมฝีปากกลับเผยอรอยยิ้มชวนให้คิดว่าท่านกำลังเอ็นดูเค้าอยู่

            “มาเร็วเข้า หนูชานรู้หรือเปล่าว่าสองพี่น้องนั้น นอนกับพ่อแม่จนถึงอายุ 12 ส่วนอี้ฟานน่ะอายุ 15 นอนจนม๊าต้องจับขังไว้ห้องใครห้องมัน”

            “แต่ผม...” ชานยอลขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เค้าไม่ใช่ลูกชายบ้านนี้เสียหน่อย แล้วอายุเค้าก็ใกล้ครึ่ง 50 ไปแล้วด้วย จะให้มานอนกับ ป้าๆลุงๆ ที่ไม่ใช่ญาติเป็นใครมันก็ต้องเกร็งเปล่าวะ

            “นี่คือคำสั่ง” เมื่อคำพูดอ่อนโยนใช้ไม่ได้ เด็กดื้ออย่างชานยอลก็ต้องโดนออกคำสั่ง ใบหน้าคมสันที่มีเค้าของอี้ฟานประกอบอยู่ดุดันขึ้นจนชานยอลน้ำลายเฝื่อนคอ ร่างโปร่งลุกขึ้นพร้อมกับกอดหมอนเอาไว้ นี่ถ้าไม่เดินเข้าไปใกล้แล้วนอนลงบนเตียง ท่านนายพลจะส่งรถถังข้ามน้ำข้ามทะเลไปยิงบ้านเค้ารึเปล่านี่ก็ยังไม่แน่ใจ

            เพราะงั้นนอนๆไปเหอะวะ........

 

            ชานยอลคลานเข่าขึ้นไปยังเตียงขนาดที่ใหญ่กว่าคิงไซส์ คือถ้านอนเบียด คงเบียดได้สิบกว่าคน ชานยอลวางหมอนลงก่อนจะตัวแข็งๆเกร็งๆ ค่อยๆเอนหลังราบเป็นแนวเดียวกับที่นอน

            “หนูชานจะให้เปิดโคมไฟหรือปิดดีล่ะ” ท่านนายพลถามพร้อมยิ้มอ่อนๆประกอบ

            “เออ.ปิดก็ได้ครับ” คือเค้าไม่ชอบความสว่างเวลานอน แล้วตอนนี้เค้าก็อยากนอนมาก ถ้าปิดไฟได้ก็คงจะดีไม่น้อย

            ไฟจากโคมดับพรึ่บ ชานยอลที่ยังลืมตาในความมืดกระพริบถี่ๆ เค้ามองไม่เห็นอะไรเลย นี่มันความรู้สึกแรกเลยล่ะมั้งที่ได้นอนคั่นกลางระหว่างชายหญิงอายุอานามมากถึงขั้นเป็นพ่อเป็นแม่คนได้ ความรู้สึกเหมือนเค้าเป็นเด็กที่ได้นอนกับพ่อแม่

            ความรู้สึกนี้เหรอที่เด็กอายุไม่ถึงสิบขวบจะต้องได้เจอ.....

            แต่เค้ากับเซฮุนไม่เคยที่จะได้เจอ.....

 

            ไม่รู้ว่าหลับไปเพราะความง่วงหรือเพราะความสบายใจ ตอนแรกก็เกร็งจนตะคริวจะกินมันทั้งตัว แต่พอหลับตา แล้วถูกโยนหมอนข้างมาให้อย่างรู้งาน ชานยอลก็มุดหน้ากับหมอนแล้วหลับตา พาตัวเองเข้าสู่ห้วงนิทราทันที

.

.

.

            อี้ฟานที่นอนไม่ค่อยหลับเพราะกังวลกับกิริยาของชานยอลว่าจะโดนดุจากกป๊าม๊ามากแค่ไหน เค้ากลัวว่าชานยอลจะหงอจนเก็บกดแล้วมาเหวี่ยงใส่เค้า แต่ภาพตรงหน้าดูจะการันตีได้ดีว่า ชานยอลเป็นเด็กดีเกินคาด อี้ฟานกดรหัสเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้องนอนของป๊ากับม๊าจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างรู้สึกมีความสุขแปลกๆ

            อี้ฟานยกแขนที่มีนาฬิกาเรือนหลักล้านพาดรัดอยู่ แม้มันจะเช้าตรู่ แต่ผู้เป็นแม่ก็ลุกมาทำธุระส่วนตัวตามวัยของคนแก่ที่มักจะนอนดึกแล้วตื่นเช้า ยกเว้นเสียจาก ท่านนายพลที่คงโดนฤทธิ์แอลกอฮอลล์เล่นงานจนยังไม่ยอมตื่น

            หรือเพราะลูกลิงตัว(ไม่)น้อยที่กำลังพาดแข้งพาดขากอดรัดท่านนายพลอยู่.......

 

            “เมื่อวานม๊าทำไรชานยอลของผมอ่ะ”

            “ทำอะไร เปล่านี่จ้ะ”

            “ตอนหลับนี่ น่ารักเป็นบ้า” คุณนายอู๋หัวเราะให้กับคำพูดของลูกชาย หล่อนมองไปยังสามีที่นอนหลับเป็นตายทั้งที่ทุกทีจะตื่นมาพร้อมกันเสมอ พร้อมด้วยลูกลิงที่นอนหลับอุตุ แก้มย่นย้วย ติดกับแขนท่านนายพล

            “คืนนี้ม๊าของยัยหนูชานอีกคืนได้มั้ย ตาฟ่าน”

            “เสียใจครับ คืนนี้ชานเป็นของผม” อี้ฟานยิ้มหน้าบาน เค้าบอกกับแม่ว่าจะแบกชานยอลไปนอนที่ห้อง เผื่อว่าชานยอลจะตื่นสาย คุณนายอู๋ไม่ขัดอะไร แถมยังจะให้เด็กเตรียมอาหารเช้าไปไว้ข้างเตียงเผื่อว่าชานยอลตื่นมาจะได้ทานเลย

            อี้ฟานแบกร่างยักษ์ที่เบาผิดกับขนาด ออกไปจากห้องของป๊ากับม๊า ก่อนจะตรงดิ่งกลับห้องนอนตัวเอง ที่เตียงแทบจะไมมีรอยย่นยับ

            ชานยอลพลิกตัวไปมา ขายาวพาดฉีกกว้างครอบคลุมเตียงยิ่งกว่าสามจี อี้ฟานมองก่อนจะส่ายหัว เค้าคลานขึ้นเตียงก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมทั้งชานยอลและเค้า ใบหน้าหวานๆและหัวทุยๆบดเบียดเข้ามาเหมือนหาที่หลบความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ อี้ฟานกวาดคนตัวเล็ก (สำหรับเค้า) เข้ามาในอ้อมกอด ก่อนจะจูบหัวทุยนั้นอย่างรักใคร่

            ตอนนี้เค้ารู้สึกง่วงขึ้นมาทันตาเห็น เมื่อเค้าได้กอดตัวนุ่มนิ่มแถมอุ่นของใครอีก จากที่ไม่นอน นั่งเล่นมือถือเล่นคอมดูหนังไปสองเรื่อง จนตอนี้หกโมงเช้า ไม่มีอะไรที่ทำให้เค้ารู้สึกง่วงได้เลย แต่เวลาไม่ถึงสามสิบวิที่เค้ากอดชานยอล ความง่วงนอนก็โจมตีเค้าทันที

            เหมือนร่างกายจะพยายามบอกว่าได้เวลาพักผ่อนเพราะสมองและจิตใจผ่อนคลายไร้เรื่องที่เป็นกังวล หรืออาจไม่ใช่เพราะความกังวล แต่เป็นเพราะเค้าคงนอนไม่หลับ ถ้าไม่ได้นอนกอดชานยอลแน่ๆ

.

.

.

ต่อ

 

 

            ชีวิตของผู้ชายที่ชื่ออี้ฟาน ชายหนุ่มรูปงามที่มีงานอดิเรกคือหนีออกจากบ้านไปเผชิญโลกกว้าง กำลังเหนื่อยอ่อนล้าอย่างถึงที่สุด ไอ้ประสบการณ์ไร้ที่ซุกหัวนอน ไม่มีข้าวจะกินบางมื้อ นี่เป็นเรื่องจิ๊บจ้อยไปเลย เมื่อต้องคอยมานั่งเป็นคนกลางระหว่างชานยอลและคุณนายอู๋

            ให้ตายเถอะเย็นนี้จะได้กินข้าวมั้ย……

 

            “ทำไมไมทำมันดีๆล่ะ ยัยหนูชาน”

            “มันดีแล้วนะ ป้าไม่มีศิลป์เอง”

            “เอ๊ะ ม๊าบอกให้เรียกม๊า แล้วก็พูดให้มันสุภาพมีหางเสียง ทำไมไม่รู้จักฟัง”

            “ถ้าบังคับผมอีกที ผมจะเดินออกจากห้องครัว ไม่เป็นลูกมือให้แล้วนะ มือเหม็นหมดแล้วเนี่ย” นาทีนี้ใครจะหาว่าเค้า อู๋ อี้ฟาน กลัวทั้งแม่กลัวทั้งเมียก็ไม่ขัดศรัทธากันแล้วล่ะครับ ก็ลองดูสิ ใครมันจะกล้าเข้าไปห้ามปรามเมียตัวเองที่กำลังเหวี่ยงเป็นช้างตกมัน แล้วไหนจะแม่บังเกิดเกล้าที่จะยกตะหลิวขึ้นเคาะหัวลูกสะใภ้ปากมอมเป็นพักๆนั่นอีก

 

            มื้อค่ำวันนี้เป็นอะไรที่ ท่านนายพลยังต้องเดินหนีแอบออกไป โดยกุเหตุผลว่ามีงานเข้า แท้ที่จริงแล้วกลับแอบไปต้มบะหมี่กินคนเดียวที่ห้องทำงาน แม้ว่าเค้าจะส่งสายตาอ้อนวอนว่าเผื่อด้วย แต่ก็ได้รับเพียงสายตา ลูก เอ้ย ถึงคราวที่ต้องชดใช้กรรม แล้วยังไงยังงั้น

            แม้คุณนายอู๋ฝีมือการทำอาหารจะระดับพระกาฬแต่พอมันหักล้างกับฝีมือของชานยอลแล้วก็ถือว่ามอาหารนั้นสามารถเป็นอันตรายต่อคนกินได้ทันที

            ชานยอลเอาแต่ตักๆใส่จานเค้าจนพูนเกือบล้น ส่วนคุณนายอู๋ก็เอาแต่บ่นๆเป็นหมีว่าท่านนายพลหายไปไหน เวลานี้ทำไมถึงหนีไปทำงานได้หน้าตาเฉย อันที่จริงถ้าเค้าโกหกเมียบังเกิดเกล้ากับแม่บังเกิดเกล้าได้แนบเนียนเหมือนท่านนายพล เค้าคงไม่ต้องมานั่งหน้ามึน คอยฟังสองคนนี้ทะเลาะกันแน่ๆ

.

.

.

 

            หลังจากสงครามบนโต๊ะอาหารเสร็จสิ้น พวกเค้าก็ขอตัวแยกขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า โดยมีมนุษย์เมียคอยบ่นกรอกหูเค้าตลอดเวลา ว่าทั้งวันนี้โดนคุณนายอู๋โขกสับอะไรบ้าง

            อี้ฟานที่จัดการธุระส่วนตัวหลังชานยอล เดินขึ้นเตียงพร้อมกับจ้องมองคนที่เอาแต่นั่งเล่นแม๊คบุ้คของเค้า พอชานยอลเห็นเค้าจ้องมองอยู่ก็จัดการพับมันลงแล้วหันมาสนใจเค้าแทน หัวทุยๆกระดึ๊บมาวางลงบนตักของเค้า อี้ฟานหัวเราะออกมาหน่อยๆ ก่อนจะลูบผมนั้นอย่างเบาๆ พร้อมกับปัดผมหน้าม้าที่ระลงมาทิ่มตาอีกคน

            “แม่มึงนี่ไม่ไหวจริงๆ ทำไมถึงชอบโขกสับกูนักวะ”

            “อยู่ที่นี้ห้ามพูดคำหยาบนะ”

            “โอ้ยย ขอเมียคนนี้หยาบเพื่อระบายอารมณ์สักนิดเถอะนะผัวคนดีของยอล” ชานยอลเถียงทันที พร้อมกับลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิแล้วหันมาจ้องมองเค้าด้วยสายตาที่พร้อมจะระเบิดโลกออกเป็นเสี่ยงๆ

            แม่งยิ่งกว่าผู้มีเมนส์……..

 

            “ก็เราชอบไปเถียง นี่พี่ไม่ดุหนูยอลก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

            “ก็กูไม่ชอบป่ะวะ ที่มีคนมาคอยจู้จี้ หรือมึงชอบ”

            “ก็ไม่ได้ชอบหรอกค่ะ แต่ม๊าเค้าก็มีเหตุผลนะ ม๊าเค้ารักหนูยอลจะตาย”

            “รักกะผีนี่สิ”

            “ชานยอล” อี้ฟานเปรยเสียงเข้มนิดๆ เมื่อชานยอลเริ่มดื้อ เจ้าตัวบิดดิ้นไปมาเหมือนกับเด็กที่ถูกขัดใจ

            “ไม่เอาแล้วนะเว้ย กูอยากไปอยู่คอนโดกับมึง เบื่อที่นี้ โอ้ย! สัส กูเจ็บ” ชานยอลฟาดมือเร็วพอๆกับมือของอี้ฟานที่ผละออกจากแก้มของเค้า ชานยอลหน้าบูดหนักกว่าเก่า

            “หยุดเลยนะ อยากเจอลงโทษรึไง”

            “เออ ตามสบายเลย” ชานยอลนอนแผ่ทันทีพร้อมกับชูแขนทั้งสองข้างขึ้นจนสุด พร้อมกับส่งสายตา ยุแยงให้คิ้วเค้ากระตุกตุบๆ อี้ฟานง้างเท้าออกมาก่อนจะถีบสีข้างเมียบังเกิดเกล้าไปอย่างกึ่งเล่นกึ่งจริง

            “ไอ้สัส เดี๋ยวนะมึง เดี๋ยว เดี๋ยวนี้กล้าลองดีเหรอ”

            “คิดว่าจะถูกปล้ำเหรอ ถ้าทำตัวดื้อจะโดนถีบตกเตียง โอเคมั้ย”

            “โอเคกับผีมึงสิ โอ้ยยย กูงอนมึง” ชานยอลเบ้ปากก่อนจะหันหลัง คลุมโปงทันที อี้ฟานเอานิ้วเท้าเขี่ยตูดอีกคนอย่างที่ชอบทำ ชานยอลส่งมือออกมาฟาดเพี๊ยะเสียงดัง ก่อนจะดึงมือกลับเข้าไปในผ้าห่ม

            “ทำไมหนูยอลชอบดื้อกับม๊าพี่นักล่ะ”

            “แม่มึงชอบด่ากู”

            “เค้าไม่ได้ด่าเค้าแค่ขี้บ่น”

            “เหอะ ระเบียบจัด”

            “นี่ หนูยอลคะเมื่อวานพี่เห็นนะว่าเราน่ะนอนเตียงเดียวกับป๊ากับม๊า พี่ไม่เคยเห็นเรานอนได้น่ารักขนาดนั้นมาก่อนเลย” ชานยอลเปิดผ้าห่มก่อนจะโผล่ออกมาแค่ตากลมๆ ที่จ้องมองมา

            “พี่ไปแบกเรามาจากห้องป๊าม๊าเองล่ะ เรามันตื่นสาย แล้วพี่ก็อยากนอนกับเราด้วย รู้มั้ยว่าคืนนั้นพี่นอนไม่หลับเลย” อี้ฟานพูด เค้านอนไม่หลับเมื่อรู้ว่าชานยอลไปนอนกับป๊าม๊าแล้วจะต้องลำบาก หงุดหงิด เหวี่ยง แน่ๆ เค้ากังวลเรื่องพวกนี้เสียจนนอนไม่หลับ

            ชานยอลยื่นแขนออกมาจากผ้าห่มก่อนจะตบเตียง เป็นสัญญาณให้ผู้ชายตัวใหญ่นอนลงมาได้แล้ว อี้ฟานยิ้มน้อยๆก่อนจะขยับมุดส่วนล่างเข้าไปใต้ผ้าห่ม หลังพิงกับหัวเตียง กึ่งนั่งกึ่งนอน ชานยอลที่เห็นแบบนั้นก็เขยิบมาเอาหัวทุยๆหนุนบนตักของสามี

            “วันนี้ม๊าอยากให้เราไปนอนด้วย แต่พี่ไม่ยอม”

            “มึงทำถูกแล้ว ถูกต้องที่สุด” ชานยอลพยักหน้า จนอี้ฟานต้องหัวเราะออกมา

            “ม๊าเล่าอะไรให้หนูยอลฟังบ้าง เล่าให้พี่ฟังบ้างสิ” ชานยอลเงยหน้าขึ้นมอง อี้ฟาน เค้าลุกขึ้นเขยิบหลังไปพิงกับหัวเตียง ท่าเดียวกับอี้ฟาน

            “ก็เล่าเรื่องขี้โม้ ทั่วๆไป”

            “เรื่องไหรล่ะ ที่ถามเนี้ยเพราะอยากรู้ มีเรื่องพี่ด้วยป่ะ”

            “พ่อมึงเล่า ว่ามึงนอนกับพวกเค้าถึงอายุ 15 จนแม่มึงต้องจับแยกแล้วขังไว้ ห้องใครห้องมัน” อี้ฟานที่ได้ยินก็หัวเราะออกมา เมื่อภาพประกอบฉายเข้ามาในหัว เค้ายังจำได้ที่รู้สึกว่าตามันค้างอยู่ประมาณสามสี่วันเลยก็ว่าได้ เพราะไม่ได้นอนกับป๊ากับม๊า ม๊าพยายามแต่งห้องให้ถูกใจวัยรุ่นตอนต้นอย่างเค้ากับเด็กอย่างลู่หานมากที่สุด แต่ผลก็คือรื้อห้องนอนไปสามรอบ สุดท้ายก็ยังไปนอนกับป๊ากับม๊าอยู่ดี

            “อ่อ ม๊าเล่าให้ฟังด้วยนะว่า เมื่อก่อนม๊าเป็นพยาบาลในกองทัพ ชาติตระกูลไม่ดี บ้านจนไม่มีอะไรเลย แต่ก็รักกับป๊า แล้วครอบครัวฝั่งป๊าไม่ยอมรับในตัวม๊า ป๊าเลยทำม๊าท้อง เถื่อนแซ่บดีชะมัด” อี้ฟานขมวดคิ้วฟังเรื่องเล่าของชานยอล ก็ได้แต่คิ้วกระตุกตุบๆ ม๊าเค้าน่ะนะเป็นพยาบาลจากชาติตระกูลไม่ดี แถมจนอีก

            อันนี้โม้ของแท้.....

 

            “จริงเหรอม๊าเล่าว่าม๊าเคยเป็นพยาบาลบ้านจนๆจริงเหรอ”

            “อะไร..ทำใม หรือว่าม๊ามึงโกหก” อี้ฟานเลิกคิ้วก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ ไอ้เรื่องเล่ามันก็มีทั้งความจริงแล้วก็เรื่องโกหกอยู่หรอก อย่างที่ว่าม๊าเป็นพยาบาลในกองทัพน่ะอันนี้ถูก แต่ไอ้บ้านจนกับชาติตระกูลไม่ดีนี่ ขอค้านได้รึเปล่า

            “แล้วเล่าอะไรให้ฟังอีก”

            “ไม่มีแล้วนอกนั้นบ่น” ชานยอลกอดอก สายตาจับจ้องมองไปตรงปลายเท้าด้วยท่าทีสงบนิ่ง คนที่นั่งมองอยู่นานได้แต่มองอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าปริปากเอ่ยคำใดๆ

            “กูแย่มากใช่มั้ย...” อี้ฟานคิ้วกระตุกอีกครั้งเมื่อคำถามปลายเปิดส่งตรงมาจากคนที่ไม่เคยโทษตัวเอง ชานยอลหันมายิ้มจืดๆ ก่อนจะกอดอกแล้วถอนหายใจพรวดเดียวเสียงดัง

            “กูรู้ว่ากูมันแย่ กูก็แค่แสดงออกไม่ค่อยเก่ง” ชานยอลหันมามองหน้าอี้ฟานสามีของเค้า แม้จะยังไม่ได้แต่งงาน แต่ได้กันแล้วก็ถือว่าผัวเมียล่ะว้า อี้ฟานทำเพียงแค่ยิ้มให้ มือแกร่งจับมือเค้ามาบีบเบาๆ  ชานยอลไม่รู้ว่าเค้าควรพูดหรือเปล่า แล้วถ้าพูดสามีเค้าจะรำคาญมันไหม

            “เล่ามาเถอะ พี่อยากฟัง” อี้ฟานเอ่ยเหมือนกับเข้ามานั่งอยู่ในใจของเค้า ชานยอลเม้มปากนิด ไม่เคยรู้สึกเขินกับท่าทีของอีกฝ่ายเลย สามีเค้าวันๆไม่กวนตีนก็ทำโหดดุให้เค้าหายดื้อ แล้วระยะเวลาที่ห่างกันหกเดือน มันก็ทำให้ชานยอลรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยกับอี้ฟาน เมื่อมาอยู่ใกล้กันแบบนี้

           

            “พวกเราตระกูลปาร์คมีพี่น้องสามคนแม่รักพี่สาวกูมากที่สุด แต่ทีกับพวกกูสองคนแม่ไม่ค่อยรัก กูไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรแม่ถึงไม่รักทั้งๆที่เราสามคนก็เกิดจากท้องแม่เหมือนกัน พ่อไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจลูกๆทั้งสามเพราะช่วงนั้นบริษัทกำลังโตแบบก้าวกระโดด ส่วนแม่ก็อ้างว่าไม่มีเวลาเหมือนกัน พี่สาวเลยถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำแต่พวกกูไม่ พวกกูถูกส่งไปอยู่กับน้าอารึมตั้งแต่เกิดมีบ้างที่พ่อมารับไปโซลเพื่ออยู่ด้วยกันช่วงสุดสัปดาห์ แต่นั่นมันคือนรกสำหรับพวกกูสองคน” ชานยอลบีบมือเค้าก่อนจะแค่นรอยยิ้มออกมา  

            “หลังจากนั้นพ่อกูกับพี่สาวกูเสียตอนกูสิบสามด้วยอุบัติเหตุซึ่งกูก็นั่งไปด้วย เอาจริงๆตอนนั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารอดมาได้ยังไง แต่พอหลังจากตื่นขึ้นมาแม่ก็เกลียดกูกับเซฮุนมากกว่าเดิมซะอีกเราย้ายไปบ้านหลังใหม่คนใช้มีเป็นสิบ เซฮุนกลัวแม่มาก ส่วนกูในฐานะพี่ชายก็ทำได้แค่ปกป้อง กูอาจจะเจ็บมากกว่านิดหน่อย แต่สิ่งที่กูเยียวยาเซฮุนไม่ได้เลยก็คือจิตใจ กูเคยสาบานกับกระดูกพ่อว่า กูจะดูแลเซฮุนให้ดีที่สุด เท่าที่พี่ชายคนหนึ่งจะทำให้น้องได้ ” ชานยอลหัวเราะแห้งๆเพื่อทำให้บรรยากาศมันดีขึ้น อี้ฟานไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ชายหนุ่มทำเพียงแค่นั่งมองเสี้ยวหน้าของคนรักที่กำลังหัวเราะอยู่

            “......”

            “ ช่วงมัธยมปลายก่อนเข้ามหาลัยแม่บังคับให้กูเรียนบริหารด้วยเหตุผลว่าต้องให้กูเข้าไปทำงานในบริษัทส่วนเซฮุนแม่ไม่เคยวุ่นวายด้วยเลย กูเคยโกรธแม่มากสุดก็ตอน ที่เห็นแผลตรงน่องของเซฮุน เรื่องนี้แม่ขู่ไว้ว่าห้ามบอกพ่อ เราก็ไม่บอก ไม่บอกแม้กระทั่งคุณน้าอารึม เซฮุนกลัวแม่มาก ก็อย่างที่มึงเห็นเมื่อวันนั้น ”

            “.....”

 

            “......”

            “หนูยอลเลยคิดที่จะรื้อพินัยกรรมเพื่อคืนทุกอย่างให้น้องชายงั้นเหรอ” ชานยอลยกนิ้วชี้ขึ้นขยี้จมูก พร้อมกับพยักหน้า เค้าหาหนทางมานานแล้ว เมื่อพอรู้ว่าพินัยกรรมถูกเปลี่ยนแปลงไป ที่จริงตามกฎหมายเมื่อเซฮุนอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ เซฮุนจะมีสิทธิ์ทุกอย่าง แต่ในพินัยกรรมกลับถูกเปลี่ยนเป็นว่า เมื่อเซฮุนอายุยี่สิบปีจะได้หุ้นบริษัทแค่สิบเปฮร์เซ็นจากทั้งหมด ซึ่งที่จริงแล้วสิ่งที่เซฮุนควรจะได้คือ อสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่าบริษัทรับเหมานั่น

            “......”

            “ตอนเซฮุนอายุครบยี่สิบ กูเกือบจะทำเรื่องนี้แล้ว แต่เซฮุนบอกว่าอะไรรู้มั้ย” ชานยอลยิ้ม เค้าเว้นช่วงไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นใหม่ “เซฮุนพูดด้วยรอยยิ้มสดใสว่า แค่เงินปันผลสิบเปอร์เซ็นนั่น ก็มากพอแล้วสำหรับเที่ยวผู้หญิง” ชานยอลหัวเราะแต่ในน้ำเสียงกลับมีเส้นของความคร่ำครวญอยู่ มันขมขื่นเหมือนกับยาขม

            “.....”

            “ตอนกูได้ยิน จากที่โกรธกลายเป็นว่ากูเกลียด กูซื้อคอนโดให้เซฮุนอยู่ติดๆห้องกู เราสองคนตัวติดกัน เที่ยวผู้หญิงทำตัวเสเพลทำตัวเลว ลองทุกอย่างยกเว้นยาเสพติด มีแค่ไม่มีกี่วันที่เราจะกลับบ้าน ซึ่งวันนั้นก็คือวันที่แม่ไม่อยู่ เซฮุนนอนกับผู้หญิงไปเรื่อย หาความอบอุ่นจากอกผู้หญิงเหมือนกับหาความอบอุ่นของแม่ จนวันหนึ่งเซฮุนเจอน้องชายมึง”

            “ไม่เห็นมีเรื่องเราเลยหนูยอล” อี้ฟานลูบหลังมือชานยอลพร้อมกับยิ้มอ่อนโยน ชานยอลรักน้องชายมากเค้ารู้ดี เค้ารู้ตั้งแต่วันที่ชานยอลยืนเป็นโล่ป้องกันแจกันให้น้องชายในห้องของผู้เป็นแม่ แต่อี้ฟานไม่คิดว่าชานยอลจะรักและใส่ใจรายละเอียดของน้องชายมากมาย จนเค้ารู้สึกน้อยใจนิดๆ

            “เซฮุนไม่เหมือนคนอื่น มันต้องการความรัก มันไม่มีเพื่อน เซฮุนรักน้องมึง ตอนที่เซฮุนเข้าโรงบาลกูโคตรโกรธน้องมึงเลย”

            “ที่เล่านี่เป็นเหตุผลทำให้ชานยอลต้องยอมแม่ทุกอย่างเลยงั้นเหรอ”

            “ถ้าแม่จะฆ่าใครสักคน คนนั้นต้องเป็นกู”

            “ไม่มีใครฆ่าใครทั้งนั้นค่ะ อย่าพูดเปรียบเปรยอะไรแบบนี้อีก” อี้ฟานจ้องมองคนที่มองตอบกลับมาอย่างแมนพอดู ชานยอลไม่ใช่ผู้ชายอ่อนไหว อย่างที่เรียกง่ายๆว่าตุ้งติ้ง ชานยอลเป็นผู้ชายแมนๆอกสามศอก ที่ต่อให้หาเมียตอนนี้ก็ยังทำได้ หรือจะกดเค้าเหมือนอย่างที่เคยทำมาก่อนก็ย่อมทำได้ (แต่แค่เค้าไม่ให้ทำไง จบนะ)

            “ทำไมหนูยอลถึงยอมพี่” ชานยอลขมวดคิ้ว จ้องมองคนที่ถามคำถามเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นเสียเฉยๆ เค้ายักไหล่นิกหน่อยก่อนจะตอบ

            “รักมั้ง กูไม่มีทางเอาผู้ชายคนอื่น กูเอามึงแล้วก็ให้มึงเอาคนเดียว เพราะกูรักมึง”

            “อ่ะแฮ่มๆ” อี้ฟานกระแอ่มกระไอจนชานยอลหันมามอง สายตาเหวี่ยงๆอย่างที่ทำเป็นประจำไม่ได้ทำให้อี้ฟานรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย

            “ถ้าเขินมาก แนะนำให้มาเป็นเมียกูนะครับ” ชานยอลเอี้ยวหัวไปฉกหอมแก้มของชายหนุ่มร่างสูงข้างๆ อี้ฟานหันมองก่อนจะลูบแก้มด้วยความตกใจ

            เอาแล้วๆ ความแมนนี้ ไอ้ที่เห็นเรียกเค้าผัวๆนี่แค่อยากให้เค้าตายใจ แล้วจะได้เล่นเสียบกันที่เผลอใช่มั้ย ร้ายนัก ร้ายกาจจนรู้สึกเสียวข้างหลังขึ้นมาซะแล้ว

            “ทำหน้าเหี้ยไรเนี้ย เอ้า ถึงตามึงเล่าแล้ว ว่าไงคะ พ่อเด็กมีปัญหาชอบหนีออกจากบ้าน”

 

            ก๊อกๆ

 

            เสียงเคาะประตูทำให้ทั้งสองต้องหันไปให้ความสนใจ อี้ฟานลุกออกจากเตียงเดินไปเปิดประตู ใบหน้าท่านนายพล ที่ดูง่วงๆมึนๆโผล่เข้ามา ก่อนที่สายตาจะกวาดมองไปรอบๆ

            “ป๊ามีไรครับ”

            “ม๊าให้ป๊ามาเรียกหนูชานไปนอนด้วย”

            “เห้ย ป๊า บอกม๊าว่าไม่ได้ ชานยอลต้องนอนกับผม”

            “ก็ม๊าให้ป๊ามาตาม” ท่านนายพลตอบพร้อมส่งสายตามึนๆให้ลูกชายคนโต ชานยอลที่ได้ยินเสียงโวยวายก็ลุกจากเตียงแล้วเดินมาหา

            “หนูชาน ม๊าบอกให้หนูไปนอนด้วยน่ะ” ชานยอลมองหน้าอี้ฟานสามีตนก่อนจะยักไหล่แล้วเดินกลับไปที่ๆนอน มือหยิบฉวยเอาหมอนกับผ้าห่มติดมือมา

            “อะไรอ่ะ เอามาทำไม อย่าบอกว่าจะไปนอนกับม๊ากับป๊า”

            “อืม ไปนะ”

            “ป๊าช่วยถือหมอนละกัน” อี้ฟานมองเมียบังเกิดเกล้ากะเตงผ้าห่มโดยมีท่านนายพลเป็นคนช่วยถือหมอน เสียงคุยกันหงุงหงิง สร้างความหงุดหงิดงุ้นง่านให้กับเค้า

            เดี๋ยวก็ไปขอนอนด้วยเลยว่ะแม่ง….

 

            อี้ฟานปิดประตูก่อนจะเดินตามไปติดๆ สายตาคมอย่างกับเหยี่ยวหันมองเค้า สายตาแบบนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากท่านนายพล ชานยอลกดรหัสประตู เสียงดังคลิ๊ก บ่งบอกว่ารหัสถูกต้อง ชานยอลเดินเข้าไปโดยที่ไม่ได้หันมามองสามีผู้หน้าสงสารเลยแม้แต่น้อย

            “ม๊าสั่งว่าฟ่านห้ามเข้า ขอโทษนะลูก”

            “ขอนอนด้วย”

            “ไม่ได้ ไปนะ ฝันดีเจ้าลูกชาย” ท่านนายพลโบกมือลา เค้าอยากนอนเต็มแก่แล้ว ไม่อยากมีปัญหากับคุรหญิงที่กำลังส่งเสียงวอแวใส่ลูกสะใภ้ ท่านนายพลแทรกตัวเข้าไปก่อนจะปิดประตูใส่หน้าลูกชาย อี้ฟานมองการกระทำของท่านนายพลก็ได้แต่เบ้ปากระดับสิบ

            “กลัวเมีย โด่ เป็นนายพลซะเปล่า” อี้ฟานเตะประตูเบาๆก่อนจะกอดอกเดินปึงปังกลับเข้าไปในห้อง

.

.

            “นี่ทาครีมก่อนนอนรึยัง”

            “ไม่เห็นต้องทาเลยนะ”

            “ต้องอย่างแรง มานี่มา ม๊าจะทาให้ เป็นผู้ชายก็ต้องรู้จักดูแลตัวเอง” ชานยอลเดินอิดออดไปนั่งที่เตียง เมื่อคุณนายเดินถือขวดโลชั่นติดมือมาด้วย

            “วุ่นวาย....ง่วงแล้วจะนอน”

            “ไม่ได้”

            “หึ่ม ทำไมต้องชวนทะเลาะ ผมไม่อยากทะเลาะด้วยนะครับ อย่ากวนอารมณ์ผมให้ขุ่นได้……โอ้ย!!” หัวทุยๆถูกเขกก่อนที่แขนเรียวๆจะถูกบิด ใบหน้าหวานสวยดูจะถมึงทึงขึ้นทันทีอย่างโกรธเกรี้ยว ชานยอลหงอคอหดความรู้สึกว่าคนตรงหน้าน่ากลัวกว่าแม่ตัวเองนี้ล้นออกมาจนทะลัก แม่เค้าไม่เคยทำสีหน้าโกรธกริ้ว ที่เคยเห็นก็มีแต่ใบหน้าเรียบเฉยกับแสยะยิ้ม

            “ป๊านอนแล้วนะ ฝันดี” ท่านนายพลเดินอาจๆมาหอมแก้มภรรยาหนึ่งฟอดมือแกร่งลูบหัวลูกสะใภ้ ก่อนจะคลานขึ้นเตียงโดยไม่ลืมที่จะจัดหมอนที่ตัวเองอาสาถือมา ดึงหมอนข้างมาไว้ตรงกลางก่อนที่ตัวเองจะล้มตัวลง

            “มา ทาโลชั่นกัน” ชานยอลถูกดึงแขนออกไป ครีมโลชั่นเย็นๆสัมผัสกับผิวนุ่มๆ ชานยอลจ้องมองมือที่ลูบลงบนแขน

            “คุยอะไรกับตาฟ่านมาเหรอ หน้าตาดูไค่อยดี”

            “ไม่ดีเพราะป้านั่นล่ะ ผมง่วงผมจะนอน” ชานยอลหน้าบูด เค้าชักแขนกลับ ความคิดที่อยากจะมานอนด้วยนี่หายวับ สายตาที่จ้องจะจับผิดนั่นมันทำให้เค้ารู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที

            “ทำตัวให้น่ารักหน่อยสิ ตาฟ่านเค้าจะได้รัก เข้าใจที่ม๊าพูดรึเปล่า”

            “ไม่เข้าใจ” อยู่ๆมาพูดอะไร ให้ใจแป้วแบบนี้ว่ะ ยัยป้าคนนี้นิ ชานยอลก้มหน้าหงุด เค้าไม่น่ารักงั้นเหรอ เออ รู้ตัว แต่จะให้ปรับมันทำได้กันในวันสองวันซะที่ไหน ขนาดหมากว่าจะฝึกให้นั่งนิ่งๆได้ก็ต้องใช้เวลา

            “ก็เป็นซะอย่างเนี้ย แล้วแบบนี้ม๊าจะยกลูกชายให้หนูยอลได้ยังไง”

            “ไม่เอาก็ได้ไง”

            “แน่ใจ....” ชานยอลนึกอยากจะตบปากตัวเองที่เผลอสวนออกไปแบบไม่ทันคิด นี่อย่ามาเล่นลิ้นกันนะเห้ย จะมาลองใจอะไรกับคนอย่างเค้า  

            ชานยอลก้มหน้าพร้อมกับส่ายหัวไปมา นี่เค้ากำลังเป็นอะไร อยากเหวี่ยงอย่างที่ชอบทำแต่ก็ทำไม่ได้ อยากจะโวยวายกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังเป็นรองนี่ก็ทำไม่ได้ ทำไมผู้หญิงตรงหน้าเค้าคนนี้ถึงได้เหมือนกับอี้ฟานทุกกระเบียดนิ้ว รู้ว่าต้องใช้อะไรจัดการเค้าให้สงบเหมือนหมาง้อยๆ รู้ว่าควรทำยังไงให้เค้ารู้สึกสบายใจจนอยากอยู่ใกล้ แล้วก็คงรู้ว่าจะทำยังไงให้เค้าคลั่ง

            “ยื่นแขนมา” ชานยอลยื่นแขนสองข้างให้อย่างไม่อิดออด โลชั่นเย็นๆถูกทาบทาลงมาอีกครั้ง แขนข้างซ้ายถูกพลิกไปมาก่อนจะตามด้วยข้างขวา

            “ขาด้วย” ชานยอลที่นั่งขัดสมาธิ เหยียดขาออกทั้งสองข้าง สายตาอบอุ่นพร้อมกับรอยยิ้มจากคนตรงหน้าบ่งบอกได้ว่าเอ็นดูเค้ามากแค่ไหน ชานยอลพับขากางเกงสีเข้มของอี้ฟานขึ้น ก่อนจะปล่อยให้มือเรียวนั้นละเลงโลชั่นลงไป

            ถ้าใครที่ไม่รู้จักมาเห็นเข้าคงคิดว่าเค้าเป็นเด็กป้า ส่วนแม่อี้ฟานก็กำลังเลี้ยงต้อย ท่าทางการทาโลชั่นนี้ จันทร์ดารายังต้องเก็บเอาไปคิด

            “ว่าง่ายก็น่ารัก ตาฟ่านชอบคนว่านอนสอนง่าย แต่ม๊าไม่รู้ว่าทำไมตาฟ่านถึงคว้าเรามาเป็นเมีย อกก็ไม่มี ตัวก็สูงใหญ่ มีหลานให้อุ้มไม่ได้ ป๊ากับม๊าเคยคุยกันหลายครั้งว่า ถ้าตาฟ่านมีแฟนเป็นผู้ชายบ้านเราจะทำยังไง จะขายขี้หน้าเค้ามั้ย แต่ผลสุดท้ายเราก็แค่นั่งหัวเราะ แล้วไม่ยกประเด็นนี้มาพูดอีก”

            “ทำไม ผมมันแย่ใช่มั้ย”

            “หนูยอลเจอตาฟ่าน ก็ตอนที่มันหนีออกจากบ้านใช่มั้ยล่ะ” ชานยอลพยักหน้า ก่อนจะดึงขากางเกงลง “ตาฟ่านหนีการดูตัว ผู้หญิงคนนั้นคือแฟนสาวของหนูยอล....ถูกมั้ย” ชานยอลเม้มปากพยักหน้า เค้าเพิ่งมารู้เรื่องราวต่างๆก็เมื่อเดือนก่อนนี้นี่เอง “น้าสาวของแฟนเธอต้องการให้หลานตัวเองแต่งงานกับคนมีเงิน แล้วตาฟ่านก็เป็นลูกชายของฉัน น้าสาวของแฟนหนูยอลติดเงินค่าพนันจนเอาร้านเพชรของตัวเองมาเสนอให้กับม๊า แม้มันจะเสี่ยง แต่ตอนนั้นท่านนายพลก็รู้จักกับท่านเทศมนตรีพ่อของแฟนสาวหนูยอล การที่ตาฟ่านได้แต่งงานออกเรือน เรื่องหนีเที่ยวนี้ก็คงต้องหยุด”

            “.....”

            “เราหวังแค่ว่าตาฟ่านจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่สักที แต่ลูกไม่รักดีกลับหนีออกจากบ้านอีกรอบ”

            “แล้วมาเจอผม โลกมันกลมดีนะครับ” ชานยอลหัวเราะ  

            “กลมมาก กลมจนม๊าอยากรู้สึกขอบคุณ ตาฟ่านหายไปเกือบปีโดยไม่ส่งข่าว ตอนนั้นม๊ากับป๊าก็ได้แต่โทษตัวเองที่บังคับฝืนใจลูกชาย”

            “พวกคุณเป็นครอบครัวที่ดี ดีจนผมอิจฉา” ชานยอลยิ้มแห้งออกมา คนที่มักจะปกป้องตัวเองด้วยใบหน้าเหวี่ยง รอยยิ้มที่แย้มออกมาจึงดูไม่เป็นธรรมชาติ คุณนายอู๋ยิ้มตอบก่อนจะจับมือลูกสะใภ้ไปบีบเบาๆ

            “ตาฟ่านน่ะลำบากมามาก เรียนรู้ชีวิตในมุมมองของคนอื่นจนเหมือนจะเข้าใจโลก กร้านแกร่งพอที่ไม่ต้องเอ่ยคำสอนหรือคำแนะนำอีก แต่สุดท้ายลูกชายคนนี้ก็ยังคงมีความคิดเหมือนเด็กอยู่ดี ก็ตอนที่ตาฟ่านโทรมาเล่าเรื่องหนูยอลให้ม๊าฟัง”

            “เรื่องผม?

            “ตาฟ่านเล่าตั้งแต่เรื่องที่ทะเลาะกับหนู ไปจนถึงเรื่องที่หนูยอลชอบทำ ตาฟ่านเอาแต่โทษตัวเอง ที่ช่วยอะไรหนูยอลไม่ได้ โทษตัวเองเวลาที่ทำให้หนูต้องโกรธ รู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้เป็นคนพิเศษของหนู เรื่องทุกอย่างในชีวิตตาฟ่านมันเกี่ยวกับหนูยอลทั้งหมด โลกทั้งใบของตาฟ่านกลายเป็นว่ามีแต่หนูยอล”

            “ผมรู้ อี้ฟานรักผมแล้วผมก็รักเค้า ผมไม่เคยรักใครมากเท่านี้ ผมไม่เคยกอดขาอ้อนวอนใคร นอกจากอี้ฟาน ผมรู้ว่าผมเสียเค้าไปไม่ได้”

            “งั้นมาเป็นครอบครัวเดียวกันสิ มีอะไรที่เก็บไว้ในใจก็ขอให้บอกคนในครอบครัว อย่าคิดว่าเป็นคนอื่นคนไกล อย่าคิดว่ากำลังอยู่ตัวคนเดียว ให้ตาฟ่านรู้ ไม่ว่าจะทุกข์หรือว่าสุข บางทีตาฟ่านก็แค่รู้สึกว่าทำไมตัวเองถึงไม่รู้เรื่องของหนูยอลเป็นคนแรกๆบ้าง ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองเป็นคนพิเศษสำหรับหนูยอลแล้ว ม๊าขอได้มั้ยหนูยอล” มือใหญ่ของหญิงวัยค่อนคนดึงไปลูบๆคลำๆ ชานยอลเม้มปาก ก้มมองมือตัวเองที่ถูกจับเอาไว้

            “ม๊าขอให้ตาฟ่านเป็นคนพิเศษ เป็นคนในครอบครัวของหนูยอลได้รึเปล่า”

            “เค้าเป็นมานานแล้วครับ เค้าเป็นมานานแล้ว” ชานยอลยิ้ม น้ำตาแห่งความเศร้าหรือความสุขไม่มีหรอก มีเพียงรอยยิ้มที่แย้มออกกว้างขึ้น ขณะที่เงยหน้าจ้องมองคนตรงหน้า ถ้าเค้าเป็นโลกทั้งใบของอี้ฟาน อี้ฟานก็เป็นจักรวาลสำหรับชานยอล ไม่ใช่แค่โลก แต่อี้ฟานคือพระอาทิตย์ พระจันทร์ สำหรับเค้า

            “ผมกลับไปนอนกับอี้ฟานได้มั้ย”

            “ไม่ได้จ่ะ” สายตาเหวี่ยงกลับมาอีกครั้ง ชานยอลมองไปยังท่านนายพลที่หลับไม่รู้เรื่องก่อนจะหันมามองหน้าแม่ผัว

            “ทำไม ผมจะไปนอนกับสามีตัวเองไม่ได้เรอะ”

            “ไม่ได้ไง มาแล้วจะออกไปได้ไง มานอนด้วยกันสิ”

            “ไม่เอาไงครับ ไปล่ะ” ชานยอลยู่ปาก เค้ารู้ว่าการได้ทะเลาะกับแม่ผัวมันยังดีกว่าการที่เค้าต้องคอยพูดจาอ่อนหวานทั้งๆที่ไม่ใช่ตัวเค้า เค้าชอบเวลาที่หน้าสวยๆนั่นบิดเบี้ยวเพราะแรงอารมณ์เวลาที่ถูกเถียงคำไม่ตกฟาก ชานยอลเอี้ยวตัวไปหยิบหมอนกับผ้าห่ม ก่อนจะเดินตุบๆไปเปิดประตูที่ล็อครหัสไว้แล้วก็ออกไป

            “นอนได้แล้วคนสวย พรุ่งนี้ยังต้องรบกับลูกสะใภ้ไม่ใช่เหรอ”

            “อ้าว คุณยังไม่หลับเหรอคะ”

            “ฟังคุณบ่น ใครจะหลับลง”

            “เดี๋ยวจะโดน” หญิงวัยค่อนคนล้มตัวลงนอนข้างสามี ก่อนจะยิ้มออกมา ลูกสะใภ้คนนี้นี่ถูกชะตาตังแต่ฉะฝีปากกันครั้งแรก ใบหน้าสวยๆที่ชอบเหวี่ยงนั้น ถ้ามองดีๆมันมีแต่ความไม่มั่นใจ ความอ่อนแอ หัวอ่อน คนที่ผ่านน้ำร้อนมาครึ่งชีวิตมีหรือจะดูไม่ออก และหล่อนก็รู้ว่าลูกชายหล่อนก็คงมองออกเช่นกัน

            ก๊อกๆ

 

            อี้ฟานที่กำลังอ่านหนังสือเพราะนอนไม่หลับอีกแล้ว ลุกจากเตียง ประตูเปิดออกก่อนที่เค้าจะได้ดึงเปิด ชานยอลที่หอบหมอนหอบผ้าห่มกลับมายืนตาแป๋วได้สักพักก็เบี่ยงตัวเดินตุบๆ ขึ้นบนเตียง อี้ฟานจ้องมองคนที่เอาแต่บ้าหอบของไปๆมาๆ ชายหนุ่มปิดประตูก่อนจะเดินตามมาที่เตียง

            “ไม่ไปนอนกับป๊าม๊าแล้วเหรอ”

            “ไม่ กลัวมึงหนาว ไม่มีผ้าห่มนิ” ชานยอลขว้างผ้าห่มอีกผืนลงไปข้างเตียงก่อนจะสะบัดผ่าห่มของตัวเองที่หอบไปมา

            “คิดถึงพี่ก็บอก” อี้ฟานหัวเราะ ก่อนจะขึ้นมานอนบนเตียง พับหนังสือไว้บนโต๊ะโคมไฟ ดึงอีกคนเข้ามาในอ้อมกอด “โดนม๊าเทศนามาจนรับไม่ได้เลยกลับมานอนที่นี้ใช่ม้า”

            “อือ ม๊ามึงขี้บ่น”

            “บ่นก็เพราะรักนั่นล่ะ”

            “อี้ฟาน”

            “หืม...”

            “เวลามึงทะเลาะกับกูมึงชอบโทรหาม๊างั้นเหรอ”

            “ม๊าบอกเหรอ” ชานยอลพยักหน้า “ก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร เรื่องเราพี่คิดไม่ออกจริงๆ พี่ไม่มีวิธีจัดการกับเราเลย”

            “แค่กอดกู ปล้ำกูเวลากูดื้อ กูก็หยุดแล้วนะ” อี้ฟานหัวเราะ ความกามนี้ต้องยกให้แม่คุณเค้าล่ะ

            “อืม วิธีนั้นพี่ชอบ ไว้ลองครวหน้า”

            “ลองเลยได้ม้า” ชานยอลเอาเหม่งมาวางแหมะลงบนไหล่ของเค้า ก่อนจะถูไปมา อย่างออดอ้อน

            “หนูยอลเป็นอะไรคะเนี้ย หื่นจริงๆ”

            “ม๊าบอกว่า มีอะไรก็ให้บอกมึงเป็นคนแรก เพราะมึงเป็นคนพิเศษ” ชานยอลขึ้นคร่อมคนที่นอนหงายอยู่บนเตียงพร้อมกับกลั้นยิ้มขำๆ แต่เค้าไม่สนใจหรอก ตอนนี้เค้าอยากจะฟัดอี้ฟานใจจะขาดแล้วอ่ะ

            “แล้วตอนนี้กูก็อยากมากๆ นี่กูบอกมึงคนแรกนะ”

            “เรื่องนี้หนูยอลบอกพี่ได้คนเดียวค่ะ คนอื่นห้ามบอก” อี้ฟานท้าวแขนกับเตียงกึ่งนั่งกึ่งนอน ในขณะที่ชานยอลกำลังนั่งทับเค้าอยู่

            “เราจะไม่มีความลับต่อกันอีกแล้ว เราจะแชร์ทั้งทุกข์ทั้งสุขให้กัน เพราะเราเป็นครอบครัวเดียวกัน มีอะไรให้บอก โกรธอะไรให้ถาม เรื่องทุกอย่างในชีวิตกูมึงจะเป็นคนแรกที่จะได้รู้” ชานยอลกอบกุมใบหน้าหล่อเอาไว้เต็มสองมือพร้อมกับกดจูบริมฝีปากคนตรงหน้า

            “ครับผม” อี้ฟานจับอีกคนพลิกลงไปนอนก่อนจะขึ้นคร่อม นิ้วเรียวเกลี่ยผมหน้าม้าที่ปลกลงมาให้ขึ้นไป เค้าไม่รู้ว่าม๊าพูดอะไรกับชานยอล แต่ตอนนี้ชานยอลดูน่ารักขึ้นมาก จนเค้าจากจะฟัด เค้าจะได้เป็นคนแรกในทุกๆเรื่องของชานยอล เพราะเค้าเป็นคนพิเศษ เพราะเค้าเป็นคนในครอบครัวของชานยอล

            จูบดูดดื่มพร้อมกับเสียงหัวเราะ ดังเคล้าไปกับแสงจันทร์ที่ส่องลงมาผ่านกระจกที่สูงติดเพดานห้อง คนพิเศษที่ได้เป็นคนพิเศษอย่างเต็มภาคภูมิ ไม่ผิดหวังที่หอบชานยอลหนีมาที่นี้ มาอยู่กับครอบครัวที่ทำให้ชานยอลรู้สึกว่านี่คือครอบครัวจริงๆ

            ชานยอลไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป เรื่องราวต่อจากนี้เราร่วมกันสร้างให้มันเป็นแต่เรื่องที่มีความสุขพี่ขอสัญญา......

           

            หลังจากคืนนั้นเราก็นอนคุยกันจนถึงเช้าแลกเปลี่ยนชีวิตนู้นนี่นั่นโดยเฉพาะประสบการณ์แหกคอกของเค้าตอนไปอเมริกาไปอังกฤษชีวิตลุ่มๆดอนๆแต่ก็พบเจอกับสิ่งแปลกใหม่ ชานยอลดูจะสนใจมากจนสวมวิญญาณเป็นยัยหนูจัมไม ถามทุกอย่าง และเล่าเรื่องของตัวเองอย่างไม่รู้เบื่อหน่าย

             แล้วม๊ากับป๊าก็รั้งพวกเราไว้อีกสองอาทิตย์ทั้งๆที่พวกมีโปรแกรมจะไปสวีทกันต่อที่คอนโด เป็นสองอาทิตย์ที่ทั้งหน้าปวดหัวแล้วก็ปวดใจในคราวเดียวกัน เพราะ ยัยเมียบังเกิดเกล้าติดป๊ากับม๊าเสียยิ่งกว่าลูกลิงติดแม่ เป็นสองอาทิตย์ที่เอาแต่หอบหมอนไปนอนกับป๊าม๊าโดยไม่ใยดีกับเสียงคร่ำครวญของเค้าสักนิด จะดีใจหรือเสียใจดีเนี้ยที่บ้านนี้ได้ลูกชายจอมทโมนมาอีกคน

 

           
























--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


      เอ้า เรื่องดำเนินใกล้มาถึงฉากจบแล้วบทสรุปจะเป็นยังไง แี้ฟานจะเปลี่ยนชานยอลได้มั้ย แล้วเรื่องพินัยกรรมนั่นเซฮุนจะได้รับความเป็นหรือเปล่าติดตามได้ในอีกห้าหกตอนต่อจาก
      จากที่วางพล็อตมา ไรท์อยากจะฉีกทิ้งแบบสุดๆ เพราะมันซับซ้อนจนอยากจะร้องไห้ลืมเล่าย้อนจนกลับไปย้อนไม่ได้เเล้ว ฮือๆๆๆๆๆ ตอนเขียนแรกๆรู้สึกอะเลิ้ทมากอยากให้ถึงตอนนี้ไวๆ แต่กลับกลายเป็นว่าพอเขียนแล้วมันเหมือนกับว่ายังไม่สุด T^T (เพราะลืมเล่าย้อนกลับไปไง ดีจ้า - -)
      ยัยหนูของเรากลายเป็นลูกชายคนที่สามของตระกูลอู๋ไปเรียบร้อยแล้วค่ะ 55555+ ครอบครัวที่เป็นครอบครัวจริงๆ สามารถติดตามได้ในตอนหน้านะ ส่วนยัยหนูยอลของเราจะเปลี่ยนเป็นเด็กดีแค่ไหนนี่คงต้องอุบไว้ก่อน กรั่กๆ

สปอยล์ตอนที่ 28

                          ไม่มีจ้า ใกล้จบเราไม่สปอยล์ 5555555555555555+








888 ความคิดเห็น

  1. #539 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 มกราคม 2559 / 07:58
    ฮ่อยยยยยย ชานยอลเริ่มน่ารักแล้ว น่ารักขึ้นเยอะมากๆ แน่เลย ได้ม๊าดัดนิสัยไปเยอะ มีอะไรต้องบอกพี่คริสเป็นคนแรกนะลูก
    #539
    0
  2. #529 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 11:33
    ชานยอลโอเคแล้ว ขอให้เซฮุนโอเคด้วยนะ
    #529
    0
  3. #501 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 01:25
    ยอลติดคุณป๊าคุณม๊าแล้วสินะ ได้มีครอบคร้วที่อบอุ่นแล้วเนอะ หว้งว่าเซฮุนจะมีบ้าง
    #501
    0
  4. #357 con_kyexonextdoor (@connea_land) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2558 / 18:43
    มันดีจริงๆนะคะ แบบนี้ :)
    #357
    0
  5. #356 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 21:01
    ชานยอลน่ารักขึ้นมากเลย ครอบครัวอี้ฟานอบอุ่นจัง เพิ่มเติมคือมีชานยอล จากนี้ไปชานยอลจะมีแต่ความสุขสินะ มีทั้งป๊าม๊าที่รักและเอ็นดู สงสารอี้ฟานที่เมียไม่สนใจ 555555
    #356
    0
  6. #355 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 20:58
    ยัยน้องยอลสงบลง(นิดนึง)แล้วสินะ 55555555555555555 สนุกมากเลยค่าไรท์แต่อยากอ่านพาร์ทฮุนฮานจังหรือเรื่องนี้ฮุนฮานจะไม่ได้คู่กันแต่จะเป็นฮุนแบคแทน ฮือๆ สู้ๆนะ
    #355
    0
  7. #354 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 09:21
    คุณม๊าน่ารักมากๆ น่าร้ากกกกกกกกกก. อ่านแล้วอมยิ้มตลอดเลย มีคำผิดนิดนึงนะคะ ตรงหน้าปวดหัว --> 'น่า'
    #354
    0
  8. #353 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 07:20
    พอชานยอลทำตัวน่ารักแล้วช่างน่าเอ็นดูเราเป็นฟ่านเราจะหวงมากๆ ห้ามใครแย่งเลยล่ะ
    #353
    0
  9. #352 samson_13 (@samson_13) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 01:09
    ชานยอลกับคุณนายนายพลแบบขิงก็ราข่าก็แรงมากเลยตอนแรก แต่ไปๆมาๆรักกันขนาด
    ยินดีกับครอบครัวใหม่ด้วยนะชานยอล ท่านนายพลเอยคุณนายเอยท่านเอ็นดูหนูมากๆเลยนะลูก โล่งใจชานยอลยอมเปิดใจออกมา
    สงสารก็แต่อี้ฟานนี่แหละ รู้สึกหลังๆเมียจะหลงลืมไปชั่วขณะ ก็ไม่รู้จะพูดยังไงอ่ะนะ นี่ก็ทำไมหัวเราะเยาะเพราะชานยอลไม่สนใจพี่แกยังไม่รู้
    นอกจากจะบอกว่าทำใจอ่ะ พี่มันก็แค่ทาสรักน้องชานยอล!!!
    #352
    0
  10. #351 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2558 / 01:04
    ทำไมพอติดป๊าม๊าแล้วตั้ลล้ากกก ชอบอ่ะมุ้งมิ้งมากเลยยัยหนูยอลอ่าาาาา คิคิ ฟินไปอีก ` ~ -.,-
    #351
    0
  11. #350 pigkrat (@bb2501) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 23:35
    น้องยอล ติดป๊าม๊าแทนพี่ฟานเลยทีเดียว ไม่น้อยใจนะฟานฟาน 5555

    ขอให้น้องฮุนแฮปปี้เหมือนพี่ยอลด้วยน้าาาาาา
    #350
    0
  12. #349 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 22:29
    ผิดค่ะไรท์ครอบครัวอู๋ได้ลูกสาวเพิ่มไม่ใช่ลูกชาย 555
    อบอุ่นมาก ชอบเวลาที่คุณม๊าสอนชานยอล บางทีก้อซึ้งจนน้ำตาไหล บางทีก้อขำ 555
    เชื่อว่าคุณม๊าต้องเปลี่ยนชานยอลได้แน่นอน
    #349
    0
  13. #348 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2558 / 19:41
    ชอบครอบครัวนี้จริงๆน้า ช่างสุขสันต์หรรษา เดี๋ยวเผลอๆอาจจะได้มีลูกชายคนที่สี่ ส่วนของฮุนฮานจะได้เคลียร์มั้ยคะ หรือว่าเป็นไปอย่างนี้เลย สงสารน้องงุน
    #348
    0
  14. #347 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 21:01
    ทำไมน่ารักแบบนี้อ่ะ ชอบอ่ะๆ .งื้ออออ ม๊าป๊าอี้ฟานน่ารักมากอ่ะ ...แดดิ้น
    #347
    0
  15. #346 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 09:12
    ดีจังเลย ป๊าม๊าพี่คริสเอ็นดูชานยอล ครั้งแรกที่ชานยอลสัมผัสถึงความอบอุ่นจากพ่อแม่ ถ้าชานยอลดื้อลงกว่านี้นะคงต้องมีคนหลงในความน่ารักของนางมากแน่ๆ
    #346
    0
  16. #345 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 08:22
    โอ้โหคุณทนายนอก นี่เป็นเหตุผลยังไม่ทำงานใช่มั้ยเพราะไม่มีคนจ้างค่าตัวแพงไป 5555555 จ่ะเอาเมียไปกอดแล้วก็หลับไปหวงจังคุณแม่ขอก้ไม่ให้
    #345
    0
  17. #344 ชั้นรักexo (@exoticlover) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 10:26
    ป๊าม๊าน่ารักมากเลย ท่านนายพลถึงกะโดนพาดขาเลยนะ นั่นนายพลนะ 555
    #344
    0
  18. #343 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 09:11
    เป็นบุญจริงๆชานยอล ที่เธอได้ผัวดี ครอบครัวเขาก็ดีอีก อี้ฝานเหมือนคนที่เข้ามาเติมเต็มทุกอย่างที่ชานยอลเคยขาด อบอุ่นใจจริงๆ แต่คุณวิศวกรคะ เงินเดือนครึ่งแสนแต่ใส่นาฬิกาเรือนละเป็นล้านนะคะ ดูเขาทำ ????????????
    #343
    0
  19. #342 Piechoc (@pieberri11ky) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 07:54
    ขำป๊าอพค.อ่ะแต่เป็นพ่อที่ดีคนหนึ่งเลย ช่วยเอ็นดูชานยอลเยอะๆหน่อยนะ
    #342
    0
  20. #341 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 07:47
    คุณป๊าคุณม๊าน่ารักมากๆ เอ็นดูน้องเยอะๆนะคะ ครอบครัวอบอุ่นจริงๆเลย
    #341
    0
  21. #340 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 06:08
    คุณป๊ากับคุณม๊าช่วยเอ็นดูชานยอลหน่อยนะคะ เด็กขาดความอบอุ่นน่ะเลยกระด้างกระเดื่อง เชื่อว่าอบรมอีกหน่อยชานยอลจะต้องเป็นเด็กที่น่ารักมาก ๆ แน่นอน
    อี้ฟานก้องี้เค้าเรียกหลงเมียป่าว อิอิ
    #340
    0