HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 26 : ตอนที่ 23 อู๋ อี้ฟาน2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 พ.ย. 58


บทที่ 23



 

            ตรี๊ดดดดดดดดดด ตรี๊ดดดดดดดดดดด

 

            “ฮัลโหลสวัสดีค่ะ” ยูซึที่วิ่งมารับดทรศัพท์กรอกเสียงลงไป ด้วยความเร่งรีบ หล่อนเดินโยกตัวหนีจากแท่นวางโทรศัพท์เข้าไปในครัว เพื่อดูซุปที่ตั้งเอาไว้

            “ฮัลโหล สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าใครคะ” หล่อนกรอกเสียงลงไปใหม่เมื่อไม่มีใครพูด

            /ฉันเอง เรียกอลิซมาคุยด้วยหน่อย/ ยูซึละโทรศัพท์ลงข้างตัว ก่อนจะกดตัดสายทันที ใบหน้าขาวซีดเมื่อรู้ว่าใครโทรมา

            “อลิซ”

 

.

.

.

            “ขอบใจ” ผู้หญิงมาดนิ่ง ใบหน้าเคร่งขรึมเพราะกรอบแว่นสีทอง หล่อนมองชายหนุ่มสองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับหล่อน วองสีน้ำตาลถูกเลื่อนส่งให้ พร้อมกับรอยยิ้มเรียบเฉย

            “ผมไม่อยากได้เงิน แต่พวกผมขออะไรบางอย่างแลกเปลี่ยน”

            “อะไร”

            “ผมลู่หาน รู้จักกับท่านนายพลอู๋ดี” หญิงสาวขมวดคิ้ว มองสองหนุ่มอย่างพินิจพิจารณา อีกคนที่นั่งเงียบไม่พูดอะไรนั่นคงเป็นแค่คนติดตาม แต่ชายหนุ่มที่หน้าตาหวานละม้ายคล้ายผู้หญิงที่กำลังโปรยยิ้มอยู่นี่คงไม่คิดจะหลอกหล่อนแน่ๆ

            “แล้วยังไง”

            “นัดดูตัว จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ และนี่เป็นที่อยู่ของหลานสาวคุณ” หล่อนหยิบซองเอกสารบางเบามา ก่อนจะเปิดดู ด้านในมีรูปสถานที่กับกระดาษหนึ่งแผ่น

            “มาให้ทันและตรงเวลานะครับ ลูกชายคนโตของท่านนายพลอู๋จะส่งข้อความบอกอีกทีว่า สถานที่นัดอยู่ที่ไหน”

            “แล้วฉันต้องทำยังไง”ลู่หานขมวดคิ้ว จ้องมองใบหน้าผู้หญิงที่ดูท่าทางฉลาด ตรงหน้า

            “คุณก็ต้องตามหาหลานสาวคุณน่ะสิครับ”

            “ไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องนั้น เรื่องที่ฉันจะได้เข้าพบภรรยาท่านนายพล ตามที่เคยตกลงกันไว้” ลู่หานขมวดคิ้วหนัก เค้าไม่รู้อะไรมากนัก นอกจากเรื่องที่แม่เล่า แบบนี้ต้องสืบ

            “ได้ แต่ไม่ว่าจะยังไงคุณต้องร่วมมือกับเรา ผมขอตัว” ลู่หานลุกขึ้นก่อนจะหันหลังก้าวฉับๆออกไปพร้อมกับคนติดตามร่างบางที่เข้ามานั่งด้วย

            เจ้าหล่อนมองเมื่อผู้ชายสองคนเดินออกไปจากร้าน หล่อนถอนหายใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแล้วกดเบอร์เพื่อต่อสายหาใครบางคน

            จบสิ้นกันสักที เบื่อที่จะต้องมานั่งดูแลยัยนั่นเต็มแก่………

.

.

.

.

            ชานยอลที่แทบจะไม่ได้ไปไหนเลย นอกจากห้องครัวห้องนั่งเล่นกับห้องนอนในคอนโดของอี้ฟาน ร่างโปร่งที่เพิ่งจัดการกับธุระส่วนตัวเสร็จเดินออกมาจากห้องนอน พร้อมกับสายตาที่เคลื่อนไปสบกับคนที่นั่งอ่านเอกสารอยู่บนโซฟา

            หล่อจริงๆ…..

 

            ร่างโปร่งเดินเข้าไปหาก่อนจะก้าวข้ามพนักโซฟาไปนั่งลงข้างๆชายหนุ่ม อี้ฟานวางเอกสารกับแก้วกาแฟในมือลงก่อนจะหันไปยิ้มให้คนที่เพิ่งตื่น

            “วันนี้ไปกินข้าวที่ไหนดี”

            “ไม่กิน อยากกิน” ชานยอลเอียงหัวซบกับไหล่อี้ฟาน ก่อนจะหันหน้าเข้าซุกไปซอกคออีกฝ่ายพร้อมกับใช้ริมฝีปากจูบซับคอแข็งๆนั่นอย่างเย้ายวน

            “นี่ เมื่อคืนยังไม่พออีกรึไง”

            “ไม่สักนิด มึงมันไก่อ่อน”

            “บอกแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าพูดคำหยาบ” อี้ฟานลูบบั้นท้ายงอนๆของชานยอลไปมา ก่อนจะเลื่อนมาเกี่ยวเอวบางของชานยอลแล้วผลักลงกับโซฟา

            “กูจะพูด มึงจะทำไม ไอ้ไก่อ่อน”

            “บอกแล้วว่าอย่าพูดคำหยาบ อยากโดนทำโทษรึไง” อี้ฟานแกล้งทำเสียงดุ ชานยอลยิ้มยั่วยวน ก่อนจะขยับแอ่นอก ดึงคอเสื้อลง

            “ยัยขี้ยั่ว” อี้ฟานบีบจมูกคนใต้ร่าง ก่อนจะจูบหน้าผากนวลนั้นอย่างต้องการ เค้าไม่มีทางปล่อยแม่กระต่ายป่าให้วิ่งหนีไปได้ แต่เดี๋ยวเค้าต้องไปทำงาน ไม่มีเวลาเล่นกับยัยกระต่ายป่าของเค้าเท่าไหร่

            “ไก่อ่อนว่ะ” ชานยอลเบ้ปาก อุตส่าห์เปิดอกยั่วขนาดนี้ยังไม่มีอารมณ์อีก

            “ต้องไปทำงาน พี่กลับมาเมื่อไหร่ เตรียมตัวไว้ได้เลย” อี้ฟานทำหน้าหื่น ก่อนจะลุกจากตัวชานยอล เดินไปหยิบเอกสารบนโต๊ะแล้วยัดใส่กระเป๋า

            “ไปด้วยไม่ได้เหรอ”

            “หืม”

            “ขอไปด้วย เบื่อ ขอกลับบ้าน หรือขอออกไปไหนได้รึเปล่า”

            “ไว้จัดการเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้วพี่จะปล่อยเราเป็นอิสระ โอเคมั้ย”

            “อือ ไม่เอา” ชานยอลส่ายหน้า เค้าเบื่อที่จะต้องอยู่ที่นี้ เค้าอยากกลับบ้านไปหาเซฮุน กลับไปทำงานที่บริษัท กลับไปทำอะไรต่อมิอะไรที่เคยทำมาในชีวิต

             “งั้นก็ได้ค่ะ ไปแต่งตัวสิ” อี้ฟานยิ้มอย่างเอ็นดู ชานยอลรีบลุกจากโซฟาเดินเข้าห้องไปทันที ชายหนุ่มหัวเราะกับตัวเองก่อนจะดึงสูทที่พาดอยู่บนโซฟามาใส่ หยิบกระเป๋าเอกสาร จากนั้น ก็ไปยืนรอคุณหนูของเค้าที่หน้าประตู

            “มาแล้ว รอไม่นานใช่มั้ย” ชานยอลออกมาจากห้องนอน ด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ อี้ฟานยิ้มแก้มแทบแตกเมื่อเด็กน้อยของเค้าพูดจาน่ารัก

            “ไม่เลยค่ะ ไปกันเถอะนะ” ชานยอลยิ้มมุมปากก่อนจะมานั่งลงข้างๆอี้ฟานเพื่อใส่รองเท้า

            “วันนี้เลิกงานแล้วไปบ้านยอลกันนะ ยอลจะไปหาเซฮุน”

            “ยอล?” อี้ฟานกระพริบตาปริบๆ มองสรรพนามที่เปลี่ยนไปของชานยอล

            “อือ ไม่ชอบ งั้นเปลี่ยนไปใช่เหมือนเดิมก็ได้”

            “เห้ยยย ไม่ใช่ ไม่เอา น่ารักดี ยอลนะ พี่เรียกยอลว่าหนูยอลแบบนี้ดีมั้ย”

            “หนูยอล?” อี้ฟานพยักหน้ารัวๆ ชานยอลเบ้ปากก่อนจะส่ายหน้า

            “ไม่แมนว่ะ ไม่เอา” อี้ฟานหน้าหงอยทันที

            “โอเค ไม่ก็ได้ครับ คุณหนู”

            “เออๆ หนูยอลก็หนูยอล เรียกยอลว่าหนูยอลก็ได้ แต่ยอลจะกลับบ้าน ไปส่งด้วย” ชานยอลพูดเสียงห้วน ก่อนจะลุกขึ้นเมื่อใส่รองเท้าเสร็จ

            “ได้ค่ะ หนูยอล พี่จะพาหนูยอลกลับบ้านนะ” อี้ฟานแทบจะวิญญาณลอยออกจากร่างเมื่อ ชานยอล เอ้ะ ไม่ใช่สิ หนูยอลของเค้า ยอมตามใจเค้าเสียยิ่งกว่าอะไรดี

            “ไปทานข้าวก่อนดีกว่าเนอะหนูยอลของพี่” ชานยอลเหล่ตามองก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินปึงปังออกไป ไม่ชอบอ่ะ เค้าไม่ชอบสักนิด เค้าอายุจะสามสิบเข้าไปแล้ว เกิดมายังไม่เคยมีใครเรียกเค้าว่าหนูยอลสักคน เสียศักดิ์ศรีชะมัด

            “หนูยอล รอพี่ด้วย”

            ไปตายซะ………….

.

.

.

.

            เซฮุนที่เอาแต่เดินไปมารอบบ้านหยุดชะงัก เค้าเห็นแบคฮยอนกำลังวางกระถางต้นไม้อยู่หน้าบ้าน หน้าขาวๆ กำลังแดงเถือกเพราะความร้อนของอากาศ เซฮุนเดินค้ำไม้เท้าออกไปด้านนอก ก่อนจะตะโกนออกไป

            “นี่ ยัยสกปรก ทำอะไรอยู่” แบคฮยอนที่กำลังเลื่อนกระถางต้นไม้ชะงัก หันมามองคนที่เดินกระเพกเข้ามา ร่างบางทำเมินหันหน้าไปทำงานของตัวเองต่อ

            “นิ ถาม ไม่ได้ยินรึไง”

            “ไม่ได้ยิน”

            “นี่ ยัยสกปรก”

            “ผมไม่ใช่คนสกปรกนะครับ” แบคฮยอนลุกขึ้นจ้องมองคนที่ยืนใช้ไม้ค้ำอยู่

            “ฮ่ะ ฮ่าๆๆ สกปรกสุดๆ” เซฮุนมอง ก่อนจะหัวเราะ เมื่อใบหน้าจืดๆนั่นกำลังแต้มไปด้วยเศษดินและปุ๋ย แบคฮยอนเช็ดหน้าตัวเองด้วยมือที่เปื้อนดิน แต่ยิ่งกลับทำให้คุณหนูเล็กของบ้านหัวเราะไปใหญ่

            “อะ อะไรครับ คุณหนูเล็ก”

            “สกปรกจริงๆ ดูดิ” เซฮุนเดินเข้าไปใกล้แบคฮยอนก่อนจะใช้มือสะอาดๆของตัวเองเช็ดแก้ม สัมผัสแรกที่ได้คือความนุ่ม ก่อนที่แววตาคู่คมจะจับจ้องมองใบหน้าที่เค้าคิดว่าจืดชืดที่สุดเท่าที่เห็นมา ใบหน้าจืดชืดดูหวานสวยยามมองใกล้ๆ ดวงตาเล็กเรียวกระพริบปริบๆ ก่อนที่แบคฮยอนจะถอยหลังห่างออกไปให้พ้นระยะของมือหนา

            “อ่ะ อะไรครับ”

            “เออ หน้านายเปื้อนน่ะ โทษ” เซฮุนยักไหล่ก่อนจะหันหลังกระเพกจะกลับเข้าบ้าน

            “ทานอาหารเช้ารึยังครับ คุณหนูเล็ก”

            “ยัง ทำไม”

            “ผมจะให้พ่อครัวทำอาหารเช้าให้ ไม่ทราบว่าคุณหนูเล็กอยากทานอะไรครับ”

            “อะไรก็ได้ที่นายมากินด้วย”

            “ครับ?

            “รีบไปอาบน้ำ อย่าทำตัวสกปรกแล้วมาขึ้นเตียง เอ้ย ขึ้นโต๊ะอาหารกับฉัน” แบคฮยอนหน้าเหวอไปนิดที่ได้ยินคำพูดแปลกๆออกมาจากปากคุณหนูเล็ก เซฮุนยักไหล่ ก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว

            “เร็วๆเซ่!!” แบคฮยอนสะดุ้งก่อนจะรีบขานรับแล้ว เดินแยกออกไปยังส่วนของเรือนคนใช้เพื่ออาบน้ำแต่งตัวใหม่

.

.

.

            ชานยอลที่กำลังนั่งพลิกหน้านิตยสารอยู่บนโซฟา ปิดมันลงทันทีที่เห็นแฟนหนุ่มของเค้า เดินเข้ามาหาพร้อมกับกาแฟใส่นม ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วคนที่เพิ่งทานข้าวเสร็จ

            “เดี๋ยวรออีกแปบนะ ขอจัดการงานอีกนิดหน่อย แล้วเรากลับกัน” ชานยอลพยักหน้า ขาเรียวยาวนั่งไขว่ห้างก่อนที่ชานยอลจะรับแก้วกาแฟมาถือแล้วยกขึ้นจิบ สายตาหลากหลายคู่หันมาจ้องมองพร้อมกับเสียงนินทาหัวเราะคิกคัก สายตาคู่หวานคมจ้องเขม็งอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ใครคนใดที่เผลอมาสบตาชานยอลเข้า มีอันต้องหลบสายตาแล้วเงียบปากลงไปทันที

            “อย่าทำหน้าแบบนั้นได้รึเปล่า หน้าอย่างกับยักษ์แล้วนะหนูยอล” สายตาแข็งสะบัดไปจ้องอี้ฟานแทน ร่างสูงเกาแก้ม เค้าลืมไปสนิทว่าคนตรงหน้าไม่อยากให้เค้าเรียกแทนตัวว่าหนูยอลต่อหน้าคนอื่น

            “จะกลับแล้ว เร็วๆ รีบไปทำซะสิงานน่ะ มัวแต่….จับกลุ่มนินทาอยู่ได้” ชานยอลพูดเสียงไม่เบาไม่ดัง พร้อมกับกวาดสายตาแขวะพวกชอบนินทาอย่างหัวเสีย อี้ฟานขำแห้ง ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อ ทำงานให้เสร็จตามที่หนูยอลต้องการ

            ครืดดดด ครืดดดดดดดด

 

            ชานยอลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างหัวเสีย ก่อนจะหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นว่าข้อความที่ส่งมานั้นเป็นของใคร ชานยอลลุกขึ้นยัดโทรศัพท์ใส่ลงในกางเกง ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์แล้วเดินไปหาอี้ฟาน

            “ขอกุญแจรถหน่อย” อี้ฟานเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะกระพริบตาปริบๆ

            “หืม ไปไหนคะ รอพี่เดี๋ยวสิ นี่กำลังจะเสร็จแล้ว” อี้ฟานพลิกกระดาษบนโต๊ะเพื่อเช็คความเรียบร้อย

            “จะไปหาแม่น่ะ ขอยืมรถแปบเดียว เดี๋ยวมา” ชานยอลเอ่ยเสียงเรียบ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เค้ารู้ว่าชานยอลกับแม่ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่ แต่นี่อยู่ๆชานยอลจะไปหาแม่เนี้ยนะ

            “ไหนว่าแม่ไม่อยู่สองเดือน” ชานยอลถอนหายใจก่อนจะดึงโทรศัพท์ออกมาแล้วเปิดให้ชายหนุ่มดู

            “กลับมาเมื่อวาน”

            “พี่จะไปด้วย ป่ะ” อี้ฟานคว้าของจำเป็นไม่กี่อย่างก่อนจะลุกขึ้น ชานยอลจ้องมองคนที่ดูตึงเครียดไม่แพ้เค้า ความรู้สึกโหวงเหวง กังวลในใจที่ต้องไปพบแม่ กลับมลายหายไปเมื่อ ผู้ชายคนนี้อยู่ข้างๆ

            “อือ ก็ได้” ชานยอลไม่คิดจะปฏิเสธที่จะไม่ใช่อี้ฟานไปด้วย เค้ากลัวแม่ แม่คงรู้เรื่องวันดูตัวนั่นแล้ว เลยเรียกเค้าเข้าไปพบ แล้วเค้าไม่รู้ว่าตัวเองต้องเจออะไรบ้าง

 

            “ไม่เป็นไรนะ” อี้ฟานยิ้มละมุน ก่อนจะดึงชานยอลเข้ามาโอบแล้วลูบไหล่บางนั้นเบาๆ ร่างโปร่งกลืนน้ำลายฝืดคอ รู้สึกร้อนรู้สึกหนาวยังไงชอบกล

            “ดูท่าไม่ค่อยดีเลยนะ ไม่ไปดีกว่ามั้ย” อี้ฟานทักขณะเดินลงมายังลานจอดรถ ชานยอลส่ายหัว ร่างโปร่งสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหันไปยิ้มเหี้ยมกับอี้ฟาน

            “ยอลจะทำให้เรื่องมันจบ ไม่ต้องห่วง”

.

.

.

.

            เซฟเฮาส์ที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุดของบริษัทถูกตบแต่งด้วยของหรูหราทั้งสิ้น ห้องทุกห้องเชื่อมต่อกัน ทำให้ดูโปร่งโล่งสบาย ชานยอลที่ถูกเรียกให้ขึ้นมาด้านบน นั่งกุมมือกันอย่างรู้สึกประหม่า

            “ไง ไอ้ตัวดี” เสียงที่แผ่ดมาทำเอาชานยอลสะดุ้ง หญิงวัยกลางคนหน้าตาสระสวยเดินออกมาด้วยชุดคลุมอาบน้ำ ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้มหัวโค้งจนแทบจะติดกับเข่าของตัวเอง

            “แกทำไม่สำเร็จ อย่างที่ฉันบอกใช่มั้ย ฉันบอกให้แกทำยังไงก็ได้ อย่าให้หนูไอรีนหลุดมือ แต่แกไปทำอีท่าไหน หนูไอรีนถึงแหยงแก ปฏิเสธอย่างกับเป็นตัวเชื้อโรค แกนี่มัน”

            “ขอโทษครับ ผมขอโทษครับแม่”

            “แกมันอยู่ที่ไหนก็เป็นได้แค่ตัวเชื้อโรค”

            “แม่ครับ ผมไม่ใช่” คุณนายปาร์คที่กำลังจะเดินกลับห้องหันมามอง ก่อนจะเดินกระชากปึงปังเข้ามาหาลูกชายคนโตที่กำลังเดินถอยหลังไปด้วยความกลัว

            “กล้าหือ เหรอ ชานยอล”

            “โอ้ย แม่ ผมเจ็บ” ชานยอลถูกผลักลงนั่งกับโซฟา ผมหยักศกถูกกระชากเต็มแรงจนหน้าหงาย ใบหน้าสวยจ้องเขม็งเส้นเลือดแทบปูดโปนเพราะคำพูดเพียงนิดของลูกชายคนโตที่ไม่เข้าหู

            “แกมันเด็กเหลือขอ ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ มานี่” ชานยอลลุกตามแรงดึง น้ำตามากมายร่วงหล่นลงมาอย่างระงับไม่อยู่ ตัวสูงใหญ่ไม่ได้มีผลกับคนตรงหน้า เพราะจิตใจของชานยอลบอบบางมากกว่าร่างกายเสียอีก

            “แกมันไม่น่าเกิดมา ชานยอล แกมันควรตายๆไปพร้อมกับคนอื่น”

            “แม่ แม่ครับ” ชานยอลร้องเสียงหลง รู้สึกโกรธปนกลัวไม่น้อยที่ถูกว่าสารพัด เค้าไม่ได้อยากเป็นแบบนั้น ไม่ได้อยากทำให้ใครตาย แต่ทำไมแม่ถึงต้องโทษว่าเป็นความผิดของเค้า

            คุณนจายปาร์คเดินไปยังตู้เสื้อผ้าในห้องนอนก่อนจะเปลื้องชุดคลุมอาบน้ำออก แล้วใส่เสื้อผ้า ชานยอลลนลานหยิบโทรสัพท์ออกมาจากกระเป๋าเพื่อจะโทรหาอี้ฟาน

            เค้าไม่อยากอยู่ที่นี้ เค้าอยากออกไปจกที่นี้ เค้าเจ็บ เค้ากลัว เค้าไม่อยากคุยกับแม่อีกแล้ว

            “โทรหาใคร เอามานี่ ฉันจะตีแกให้ตาย ชานยอล” ผู้เป็นแม่เดินดุ่มๆเข้ามากระชากมือถือที่กำลังต่อสายออก แล้วขว้างมันออกไปใกล้ๆ ชานยอลที่กำลังตัวสั่นเทารีบลุกลนลานไปหาโทรศัพท์

            “โอ้ย แม่ อย่าทำผม” ชานยอลโดนดึงผมเอาไว้ แล้วถูกกระชากไปข้างหลัง ชานยอลกำหมัดแน่น ก่อนจะลุกขึ้น เป็นไงเป็นกัน วันนี้

            “อะไร จะทำอะไร แกจะทำอะไร” ผู้เป็นแม่ตะคอก ชานยอลสะดุ้งเฮือก สายตาเลิกลักหันหาของรอบตัว

            ชานยอลกวาดของบนโต๊ะลงแทบจะทั้งหมด สายตาเชือดเฉือนจ้องเขม็งมองมารดาของตนอย่างไม่ยอมแพ้ ร่างสูงโปร่งสั่นเทาด้วยอารมณ์ที่หลากหลายปนเปกันไป อย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก

               "แก มันเหลือขอ ชานยอล"

            "ผมเป็นแบบนี้ก็เพราะแม่ ผมเกลียดแม่" ชานยอลกดเสียงต่ำ เค้ายอมมามากแล้ว เค้ายอมละทิ้งความสุขของตัวเองมามาก ถึงคราวที่ต้องแตกหักเสียที

              "แกอยากให้น้องแกมาแทนแกใช่มั้ย"หล่อนเอ่ยพร้อมกับเหยียดบิ้มอย่างถือไพ่ เหนือกว่า หล่อนรู้ดีว่า เด็กตรงหน้าลูกชายคนโตที่เค้าเกลียดนักหนา มันรักน้องชายของมันมากเพียงใด

              "เซฮุนไม่เกี่ยว อย่าทำอะไรเซฮุนนะ"

              "แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง จ้างนักฆ่า ฆ่าตาหนุ่มนั่น หรือเก็บน้าสาวแกดี หรือว่า....."

              "หยุด! ผมบอกให้หยุด อย่านะ" ชานยอลนั่งลงกอดเข่าซุกหน้าลงไป มารดาเดินเข้ามาหาช้าๆ ในมือถือคัตเตอร์ติดมาด้วย

              "งั้นก็รู้ใช่มั้ย ว่าใครคือตัวปัญหา ตัวปัญหาที่ทำให้คนอื่นต้องตาย ทั้งพี่สาวแก ทั้งพ่อแก ไอ้เด็กปีศาจ แกจะอยู่ไปทำไม ฆ่าตัวตายตัดปัญหาไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ" หล่อนยื่นคัตเตอร์ให้ ชานยอลเงยหน้าที่ซุกกับเข่าขึ้น ก่อนจะเลื่อนสายตาจับจ้องมองคัตเตอร์ในมือแม่ตัวเอง มือเรียวยื่นเข้าไปใกล้ก่อนจะจับคัตเตอร์เอาไว้

            "ตายไปซะ ทุกอย่างจะได้เป็นของฉัน" หล่อนลูบหัวชานยอลก่อนจะลุกขึ้น แล้วเดินไปรอบๆ หล่อนเปิดตู้เสื้อผ้า กระชากเสื้อของตัวเองบนราวออกมาทิ้งบนพื้น ผ้าปูหมอนผ้าห่มถูกรื้อออก ของใช้บนโต๊ะที่เคยจัดวางอย่างเป็นระเบียบถูกกวาด โยนทิ้งกระจัดกระจาย

             ชานยอลจ้องมองของมีคมในมืด เค้าหลุดเข้าไปในโลกของตัวเอง ที่มีแต่สีดำทะมึน เค้ารู้สึกว่าคัตเตอร์ตรงหน้ากำลังส่องแสงสีทอง ใบมีดที่เลื่อนขึ้นเงาวับ สองสะท้อนภาพความสุขต่างๆออกมา ชานยอลจ้องมันอยู่นานก่อนจะยิ้มให้กับภาพนั้น ภาพที่เค้ากำลังกรีดข้อมือตัวเองด้วยคัตเตอร์สีทองสว่าง พร้อมกับยิ้มที่มีความสุข

.

.

                         "ชานยอล!!!"  

     

            คุณนายปาร์คตวัดสายตาไปมองคนที่พรวดพราดเข้ามาในห้อง คิ้วโก่งโค้งกระตุกอย่างไม่ชอบใจนัก เมื่อคนที่วิ่งเข้ามาคือ ไอ้คนใช้นั่น

            “กรี๊ดดดดดดดดดดด” เลขาสาวที่หันไปสบมองคนที่อยู่อีกมุมห้องกรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัว ร่างของเจ้านายล้มตัวลง เลือดมากมายค่อยๆไหลออกมาจากข้อมือขาว ร่างโปร่งบางกระตุกเล็กน้อย เหมือนกับไม่ได้สติ

            “ชานยอลลูกแม่” คุณนายปาร์ควิ่งเข้าไปหาลูกชายก่อนจะ ดึงมีดคัตเตอร์ออกจากมือลูกชาย แล้วหันมาเรียกให้อี้ฟานเข้าไปใกล้

            “ยืนทำบื้ออะไรมาช่วยกันสิ” หล่อนว่า ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบ โดยที่มือยังคงกำมีดคัตเตอร์อยู่ อี้ฟานจ้องมองหล่อนด้วยความไม่เชื่อสายตา ชายหนุ่มฉีกเสื้อเชิ้ตตัวเองมาพันข้อมือที่กำลังเลือดไหลไว้ แล้วช้อนร่างโปร่งขึ้นก่อนจะพาออกไปจากห้อง

            “ทำใจดีๆไว้นะชานยอล เรียกรถพยาบาลทีนะคุณเลขา”

            “ค่ะ ได้ค่ะ” อี้ฟานที่เห็นคุณเลขาวิ่งออกไปจากเซฟเฮาส์ เค้าก็หันไปมองคนที่ยืนยิ้มเหยียด แขนไขว้กอดอกแน่น แถมยังยืนพิงขอบประตูห้องนอนอย่างสบายใจ

            “คุณมันโรคจิต คุณไม่มีวันได้ทำอะไรแบบนี้กับชานยอลอีก ผมจะแจ้งตำรวจจับคุณ”

            “ก็เอาสิ คิดว่าฉันกลัวรึไง ไอ้สารเลว”

            “คุณมันไม่มีความเป็นคน” คุณนายปาร์คยักไหล่ ก่อนจะขว้างคัตเตอร์ลงพื้น มองมือตัวเองที่เปื้อนเลือดชานยอล

            “อี๋ สกปรก” อี้ฟานขบกรามแน่น เมื่อเห็นท่าทางของแม่ชานยอล ดวงตาสีน้ำตาลวาวโรจน์ เค้าต้องจัดการกับผู้หญิงคนนี้ให้สาสม คอยดู

.

.

.

.

ต่อ

 

            กาน้ำพวยพุ่ง ส่งเสียงดังปลุกคนที่หลับอยู่บนเตียงให้ ลืมตาตื่น ชานยอลสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อไม่เห็นคนที่เค้าต้องการจะเห็น

            “ขออนุญาตวัดไข้หน่อยนะคะ” พยาบาลสาวยิ้มหวานพร้อมกับยื่นปรอทมาให้

            “ออกไป” ชานยอลปัดมันทิ้งพร้อมกับทำตาขวางใส่ พยาบาลสาวตกใจเล็กน้อยก่อนจะทำใจเย็น ยิ้มอ่อนหวานพร้อมกับก้มลงเก็บปรอทที่ตกลงบนพื้น

            “ออกไป อี้ฟาน เอามันออกไป อี้ฟานอยู่ไหน” ชานยอลเริ่มโวยวายพยาบาลสาวตกใจถอยหลังหนี ชานยอลจ้องเขม็ง ก่อนจะเหลียวซ้ายเหลียวขวาหาอาวุธ

            “อะ ออกไป อี้ฟาน  อี้ฟาน!!! อี้ฟาน!!!” จากตะโกนกลายเป็นตะคอกสุดเสียง เสาน้ำเกลือถูกชานยอลปัดขว้างล้มลง เข็มที่เจาะผ่านหลังมือเนียน ถูกกระชากออก จนคนคุ้มคลั่งรู้สึกเจ็บ

            “อะไรกัน ชานยอล” อี้ฟานที่เปิดปะตูเข้ามา วิ่งเข้าหาคนที่ลงจากเตียงด้วยใบหน้าหวาดวิตก มือกำกันแน่น

            “ชานยอล เป็นอะไร” ชายหนุ่มเข้ากอดรัดเอาไว้ ขณะที่มองไปยังพยาบาลสาวที่ตกใจตัวสั่นไม่แพ้กัน

            “เออ ฉันพยาบาลใหม่ค่ะ ฉันไม่ทราบ”

            “ไม่เป็นไร ออกไปเถอะ ไว้ค่อยเข้ามาใหม่นะ” อี้ฟานพูดอย่างใจเย็นขณะพยายามรั้งร่างชานยอลที่เริ่มดิ้นหนีและโวยวายเสียงดัง

            ประตูห้องปิดลงไปแล้ว เหลือเพียงเค้าและชานยอลที่อยู่ในห้อง “ชานยอล เป็นอะไร”

            “มันเข้ามาทำไม มึงไปไหนมา มึงทิ้งกูไว้ทำไม มึง” ชานยอลดิ้นปัดป่ายพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น อี้ฟานกอดแน่นก่อนจะบังคับให้มานั่งตรงโซฟา แล้วจับกดเอาไว้

            “ใจเย็นๆ ชานยอลพี่อยู่นี้ ใจเย็นๆนะ”

            “มึงไปไหนมา มึง….กูเจ็บ ฮือๆ” ชานยอลร้องไห้โฮหนักกว่าเดิม พร้อมกับซบหน้าลงกับไหล่กว้างของอี้ฟาน แขนเรียวยกขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าน่ารักที่เปื้อนไปด้วยน้ำตาเงยขึ้นจากไหล่

            “แม่ แม่กรีดแขนยอล ยอลเจ็บ” อี้ฟานเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นชานยอลยกแผลขึ้นฟ้องเค้าด้วยท่าทางน่าสงสาร

            “แม่เหรอ แม่ทำอะไรหนูยอลคะ”

            “แม่เอามีดคัตเตอร์กรีดข้อมือยอล ยอลเจ็บ แม่ใจร้าย อี้ฟานอย่าทิ้งยอลไว้คนเดียว ยอลกลัว” อี้ฟานขบกรามแน่น ยิ่งเห็นท่าทางชานยอลเค้ายิ่งเจ็บปวด เมื่อครู่ที่ไปคุยกับคุณหมอมา แล้วยังจะท่าทางของชานยอลในตอนนี้อีก

            “ชานยอล ไม่เป็นไรนะ พี่จะรักษายอลเอง”

            “ไม่นานก็หาย แต่อี้ฟานอย่าทิ้งยอลนะ” มันไม่หายเร็วขนาดนั้นหรอกชานยอล มันไม่ใช่แผลบนร่างกาย

            “อืม ไม่ทิ้งนะไม่ทิ้ง พี่จะอยู่กับหนูยอลจนกว่าจะหาย” ชานยอลหยุดร้องไห้พร้อมกับซุกหน้าลงกับอกชายหนุ่ม อี้ฟานลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มนั้นเบาๆ ก่อนจะเริ่มเกลี้ยกล่อมให้ชานยอลทำแผลที่มือและวัดไข้ กินยา

.

.

.

            “ไม่ได้ ยังไงก็ไม่ได้ ขอเลื่อนนัดไปก่อนก็แล้วกัน”

            “เห้ย แต่นี่มันจะเป็นอาทิตย์แล้วนะ ทางนั้นเค้าก็เร่งติดต่อมา รีบทำจะได้ทำให้มันจบๆเหอะพี่” อี้ฟานส่ายหน้า ตอนนี้เค้าแทบจะทิ้งชานยอลออกไปไหนไม่ได้เลย แค่เข้าห้องน้ำสักสองสามนาที รายนั้นก็ร้องโวยวายจะเป็นจะตายแล้ว นับประสาอะไรกับออกไปข้างนอก

            ออกไปดูตัว………….

 

            “เรื่องชานยอล พี่น่าจะคุยกับเซฮุนดู เผื่อจะช่วยได้”

            “คุยแล้ว ขนาดอยู่กับเซฮุนชานยอลยังไม่อยู่เลย ไม่ได้ผล”

            “งั้นก็แดกๆยาระงับประสาทให้หลับๆไปสักสี่ห้าชั่วโมงไปเลยสิ พี่จะเอาไรกับคนบ้านักหนาวะ”

            “ลู่หาน!” อี้ฟานกระตุกตาคมจับจ้อง ลู่หานทำท่าทางฟึดฟัดก่อนจะกอดอกหันหน้าหนีไปทางอื่น ไม่ยอมสบตาดุดันของพี่ชาย

            “อย่าให้ฉันได้ยินคำว่าชานยอลบ้า ออกมาจากปากนายอีก นี่คือคำเตือน” ลู่หานหน้าตึง รู้สึกวาบหวิวสันหลัง คำเตือนแบบนี้น้ำเสียงแบบนี้ไม่ค่อยมีให้เห็นบ่อยๆ จากคนขี้เล่นอย่าง อู๋ อี้ฟาน

            “จะทำอะไรก็ตามสบาย แต่กูจะบอกไรให้นะ ว่าถ้าไม่รีบจัดการไรสักอย่างเรื่องมันจะพอกๆจนมึงจัดการไม่ได้สักเรื่อง ยิ่ง เรื่องยัยป้านั่น มึงไม่มีทางที่จะเอาผิดได้แน่ๆทั้งพยาน ทั้งหลักฐาน แล้วที่ชานยอลป่วยตอนนี้ด้วย มึงอยากทำอะไรก็ทำ แต่ต่อไปกูจะไม่ช่วยมึงแล้วจำไว้!” ลู่หานสะบัดตัวเดินหนีออกไปทันที อี้ฟานหลับตาขบกรามแน่น มองหลังไวๆของน้องชายที่เดินหนีออกไปยังล๊อบบี้กลางของโรงพยาบาล

 

            “อ้าว ลู่หาน” ร่างบางชะงัก พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมามอง ลู่หานขมวดคิ้วเมื่อเห็นแบคฮยอนเดินมาพร้อมกับเซฮุน ร่างสูงโปร่งข้างๆ หันหน้าหนีทันที ลู่หานยักไหล่ไม่สนใจก่อนจะหันมาสนใจแบคฮยอนแทน

            “ว่าไง ไม่เจอกันนานเลยนะ”

            “เกือบปีได้แล้วมั้ง เป็นไงบ้างสบายดีรึเปล่า”

            “อื้ม สบายดี นายล่ะ”

            “ก็…..” แบคฮยอนหันไปมองคนที่ยืนกอดอกหันหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะตามด้วยใบหน้าเหม็นบูด “ก็วุ่นวายนิดหน่อย คนจุ้นจ้านแถวนี้ มันไม่ค่อยยอมเชื่อฟังน่ะนะ”

            “นิ หัดเคารพฉันบ้างนะ ยัยคนสกปรก ฉันเจ้านายเธอ”

            “ผมยังไม่ได้ว่าคุณหนูเล็กเลยนะครับ อย่าร้อนตัวสิ” แบคฮยอนตอบ เซฮุนเบ้ปาก มือกำหมัดแน่น ก่อนจะยกขึ้นเขกหัวทุยๆของแบคฮยอน

            ลู่หานมองการกระทำของคนสองคน ก็ได้แต่ก้าวถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวอย่างไม่ได้ตั้งใจ

            “เออ งั้นฉันขอตัวนะ ไปล่ะแบค ไว้เจอกันใหม่” ลู่หานแตะไหล่แบคฮยอนก่อนจะเดินเลี่ยงห่างออกไป แบคฮยอนไม่ทันได้ล่ำลา ได้แต่โบกมือค้างแล้วอ้าปากพะงาบๆไว้

            “น่าเกลียด หุบปากไปไป๊” เซฮุนที่เห็นท่าทางของแบคฮยอน ก็เลยตบคางแบคแรงๆ สายตาคมจับจ้องมองคนที่เดินเลี้ยวออกไปจากประตู โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

            “คุณหนูเล็กกับลู่หานไม่ได้คุยกันเหรอครับ ตั้งแต่มีเรื่องเมื่อคราว….

            “หุบปาก” เซฮุนในโหมดเย็นชาว่าเข้าให้ ร่างสูงโปร่งเดินโดยใช้ไม้ค้ำ ยันตัวเดินห่างออกไป

            “เห้ รอด้วยสิครับ”

.

.

.

            ชานยอลที่นั่งหน้าบูดบนเตียงได้แต่เงียบ ไม่ปริปากใดๆ กับอี้ฟานเลยนับตั้งแต่ตื่นมาแล้วไม่เจอชายหนุ่ม ร่างสูงปั้นสีหน้าละห้อยเมื่อคนป่วยไม่ยอมคุยกับเค้า ไม่ยอมสบตาเค้า ไม่ยอมให้เค้าแตะต้องเนื้อตัว

            “พี่ขอโทษ พี่ลงไปซื้อของนิดหน่อยน่ะ ยอลจะทานอะไรไหม”

            “ไม่”

            “อย่าโกรธพี่สิคะ”

            “อยากไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาห่วงกู หลายครั้งแล้วนะที่มึงหนีกูไป ตอนกูหลับ” อี้ฟานยืดตัวหลังตรงเมื่อเห็นว่าชานยอลมีน้ำเอ่อใสขึ้นตรงตา อย่างกับจะร้องไห้

            “ชานยอลพี่”

            “เซฮุนพาไปเดินเล่นหน่อย”

            “ช่วยดูสังขารฉันหน่อยเถอะ แค่เดินเองยังจะไม่รอด ให้แบคพาไปป่ะ”

            “ไม่ ฉันไม่ไปไหนกับคนใช้”

            “แต่ติดคนใช้อย่างกับอะไรดี” เซฮุนสวนเข้าให้จนชานยอลต้องหันมามอง อี้ฟานแทบจะลมจับ เวลาอยู่กับเซฮุนก็ต้องเรียกหาเค้า แต่พอเค้าอยู่ด้วยแบบนี้สองพี่น้องนี่ก็ทะเลาะหาเรื่องกันตลอด ให้ตายเถอะ

            “เซฮุน แกนี่มัน”

            “เออ ขอโทษนะครับคุณหนูใหญ่”

            “อี๋ ออกไปนะ” ชานยอลเบะปากแรงก่อนจะผลักแบคฮยอนออกไป ร่างบางหน้ายู่เล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปหาใหม่ แล้วเริ่มกระซิบข้างหูชานยอลที่พยายามจะดิ้นหนี

            “ให้ผมพาไปเดินเล่นนะครับ ผมมีเรื่องอะไรอยากจะบอก เรื่องคุณอี้ฟาน” ชานยอลชะงักขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมาจ้องมองแบคฮยอนจนหน้าแทบจะชิดกัน แบคฮยอนยิ้มแป้นพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลง

            “อะไร แกจะบอกอะไรฉัน”

            “อยากรู้ก็ออกไปกับผมสิครับ” แบคฮยอนยักคิ้ว ชานยอลขมวดคิ้ว ก่อนจะมองไปที่อี้ฟาน กลัวก็กลัวแต่เรื่องที่ตาคนนี้เกริ่นมาเค้าก็อยากรู้

            “อือ โอเค” ชานยอลยันตัวลงจากเตียง ก่อนจะจับเสาน้ำเกลือลากเข้ามาชิดกับตัว แบคฮยอนยิ้มให้สองหนุ่มที่มองมาที่เค้าอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            แบคฮยอนพาชานยอลออกไปจากห้องได้สักพัก ทั้งอี้ฟานและเซฮุนถึงจะหันมาสบสายตากันท่ามกลางความเงียบ

            “คราวหน้านายช่วยพาแบคฮยอนมาด้วยได้รึเปล่า”

.

.

.

            ลู่หานที่นั่งอยู่ในรถได้สักพัก เริ่มเอนเบาะลงเพื่อที่จะนอน เค้าออกมาจากล๊อบบี้ของโรงพยาบาลได้สักครึ่งชั่วโมงแล้วล่ะมั้ง แต่เค้ากลับไม่มีกะจิตกะใจจะขับรถออกไปไหนต่อ

            “สองคนนั้นดูสนิทกันจังนะ” ลู่หานเปรยความคิดตัวเองออกมา ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ไหลย้อนเข้าสู่สมอง ท่าทางที่ดูเป็นกันเองของทั้งสองฝ่าย ดูเขากันมากเสียยิ่งกว่าอะไรดี แถมอาการของเซฮุนก็ดีขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่เพิ่งผ่านไปยังไม่ถึงสองเดือนดีเสียด้วยซ้ำ

            ครืดดดดดดดดดดดด ครืด

            “ฮัลโหลว่าไงคะ ลินดา” ลู่หานปรับเบาะขึ้น เมื่อรับสายจากแฟนสาว 

            /………../

            “ค่ะ พี่กำลังจะไปรับ แค่นี้นะ” ลู่หานกดตัดสาย บทสนทนาเมื่อครู่ดูจะห้วนกระชับ ผิดจากตัวเค้า

            “เห้อ เลิกคิดเถอะน่ะ ลู่หาน” ร่างบางเตือนตัวเอง ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับออกไป

.

.

.

.

            วิวแม่น้ำฮันตรึงสายตาของคนที่กำลังตรึกตรองอะไรบางอย่าง ให้อยู่กับที แปลน้อยๆไกว่แกว่งไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะไม่ทำให้ลูกชายของเธอตื่น อลิซ เลื่อนสายตามองคนที่เดินเข้ามาขนาบข้างพร้อมกับนั่งลงบนโซฟาติดๆกัน

            “ทางนั้นเค้าว่ายังไงคะคุณน้า”

            “เลื่อน เลื่อนอีกแล้ว ไม่รู้จะเลื่อนอะไรนักหนา ฉันละจะบ้าตาย”

            “เค้าคงไม่อยากได้ผู้หญิงมีลูกติดแบบหนู”

            “หุบปากไป อย่าทำให้เรื่องมันยาก ลูกนี่มันของชานยอลไม่ใช่เรอะ ก็ให้มันรับๆเลี้ยงไป ส่วนแก ก็ลืมๆไปสักพักละกัน ว่าตัวเองเป็นหญิงม่ายลูกติด”

            “คุณน้า….

            “แค่ช่วงดูตัวเท่านั้นล่ะน่า”

            “แค่ไปดูตัวเท่านั้นใช่มั้ยคะ ไม่ต้อง”

            “อยู่ที่ทางนั้นว่าเค้าจะเอาเธอรึเปล่า แต่เน่าเฟะขนาดนี้ เค้าคงมาดูตัวตามพิธีนั่นล่ะ อย่าห่วงไปเลย ขอแค่แกไปดูตัวครั้งนี้ ฉันก็ไม่ขออะไรอีก”  

            “ค่ะ คุณน้า” หญิงสาวตอบด้วยเสียงละห้อย หล่อนไม่มีทางเลือกอะไรมากมายนัก นอกจากทำตามคำตกลงของคุณน้า

            “แต่ก็ไม่แน่นะ ถ้าแกทำให้ลูกชายท่านนายพลเค้านอนกับแกได้ ยังไงๆเค้าก็ต้องรับผิดชอบ จะมีลูกหรือไม่มีลูกเค้าก็ต้องรับผิดชอบ”

            “คุณน้า” อลิซขมวดคิ้วไม่ชอบใจในคำพูดนั้น

            “พอเจอหน้ากันจริงๆ แกอาจจะหลงเค้าหัวปักหัวปำก็ได้ เห็นว่าหล่อกว่าชานยอลเสียอีกนะ บ้านก็รวย การศึกษาก็ดี ถือว่าหาได้ยาก ก่ะอีแค่ตระกูลที่มีแต่ชื่อแบบเรา ถ้าจับเค้าได้ก็สบายไปทั้งชาติ” อลิซถอนหายใจก่อนจะก้มลงมองลูกน้อยของตน หล่อนยังรักคริส และชานยอลหล่อนก็ยังมีความรู้สึกดีๆให้ จะให้หล่อนไปนึกรักผู้ชายคนใหม่ คงทำไม่ได้จริงๆ

.

.

.

            “อาการของพี่ชายฉันเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ่มเข้ม เอ่ยดังขึ้นขัดความเหม่อลอยของอี้ฟานได้ชะงัก ร่างสูงหันมามองก่อนจะโปรยยิ้มอ่อนๆ แล้วเดินห่างออกมาจากระเบียง อี้ฟานก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะมองไปที่ประตู นี่ก็ผ่านมาเกือบจะชั่วโมงแล้ว แต่ทำสองคนนั้นยังไม่กลับมา

            “ฉันถามนะได้ยินรึเปล่า”

            “อ่อ อืม หมอบอกว่าต้องดูอาการไปเรื่อยๆ แต่สำหรับเรื่องยา หมอบอกให้ทานติดต่อกันไปอีกหลายเดือน ถ้าอาการดีขึ้นคงให้หยุดยาแล้วบำบัดแทน”

            “พี่ชายฉันเค้าไม่ได้ถึงขั้น”

            “ไม่หรอก เค้าแค่เครียดมากไปเท่านั้น ฉันจะดูแลพี่ชายนายเอง ไม่ต้องห่วง”

            “อืม ฝากด้วยก็แล้วกัน”

            “แล้วนายกับลู่หานล่ะ ทะเลาะอะไรกันงั้นเหรอ” เซฮุนเงยหน้าขึ้นจ้องอีกฝ่ายก่อนจะเบือนหนี

            “อยากรู้ก็ไปถามน้องชายนายเองสิ”

            “ลู่หานบอกว่านายไล่เค้าเอง”

            “มันดีที่สุดแล้ว อย่าถามอะไรฉันอีกได้มั้ย รำคาญ” เซฮุนล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาก่อนจะกดเบอร์โทรหาแบคฮยอน

            “ลู่หานอาจจะแค่ยังไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง เจ้าบ้านั่นมันลูกผู้ชายเต็มร้อย ตอนนี้มันอาจจะกำลังโกหกตัวเองอยู่ก็ได้”

            “อย่ามาพร่ำเพ้อแถวนี้ได้มั้ย เลิกพูดถึงหมอนั่นสักที” อี้ฟานยักไหล่ก่อนจะเงียบ ปิดปากสนิท เค้ารู้ และเค้าเห็น ไม่ใช่ว่าจะไม่เห็น ว่าตรงที่ล๊อบบี้โรงพยาบาลมันเกิดอะไรขึ้น

            “หมอนั่นไม่ใช่คนใจแข็งอะไรนักหรอกนะ นายไปไล่มันแบบนั้น ตอนนี้มันอาจจะรอให้นายไปง้อก็ได้” เซฮุนที่ต่อสายหาแบคฮยอนชะงัก ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนที่กำลังหยิบโทรสัพท์กับกระเป๋าตังเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก

            “หุบปาก

            “ฮ่ะๆ นายกับชานยอลนี่ไม่ต่างกันจริงๆ ฉันขอไปตามสองคนนั้นก่อนนะ มีอะไรก็โทรหาฉันได้ ไปล่ะ” อี้ฟานทิ้งท้ายประโยคไว้ก่อนจะปิดประตูหายออกไปจากห้อง เซฮุนที่นั่งบนโซฟา ลุกขึ้นยืนก่อนจะพยายามเดินขาสั่นๆไปยังระเบียง

            รอให้ไปง้องั้นเหรอ อืมมม ต้องง้อใช่มั้ยนะ……

            “เห้ แต่ฉันไม่ได้ผิดสักหน่อย นายไม่ได้ผิดนะเซฮุน” เซฮุนพูดกับตัวเอง ก่อนจะยีผมด้วยอาการหัวเสีย

            คนที่ต้องง้อคือหมอนั่นต่างหาก ไม่ใช่เค้า!!........

 

 

           

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #522 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 15:41
    แม่ชานยอลบ้าคนเดียวไม่พอ ทำชานยอลบ้าไปด้วย อีป้านี่ ฮุนต้องไปง้อพี่ลู่นะ
    #522
    0
  2. #508 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 21:01
    ชานยอลเป็นอะไร งื้ออออออออ จิตใจไม่โอเคเลยใช่มั้ย พี่คริสอย่าทิ้งน้องนะ อิแม่ชานยอลนี่มีงยังเป็นคนอยู่ใช่มั้ย โคตรโรคจิตเลย
    #508
    0
  3. #281 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2558 / 21:45
    รู้สึกยังไงนะพี่ลู่ หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้สินะ ถ้าเซฮุนไปชอบกับแบคจะรู้สึกยังไง ทำไมงานดราม่าเยอะจัง ขอหัวเราะระบายแปป 55555555555555
    #281
    0
  4. #280 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 08:23
    เซฮุนอ่าาา คิดจะรักคนแมน ต้องแมนกว่าคนแมนน้าาา
    #280
    0
  5. #279 samson_13 (@samson_13) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2558 / 04:21
    สงสารคุณหนูชานยอลของพี่อี้ฟาน เป็นแบบนี้เพราะแม่ตัวเองแน่ๆ ใจผู้หญิงที่ใจร้ายกับลูกมากๆ รอปมอดีตนี้คลี่คลายเนอะ แม่แบบนี้ต้องให้พี่อี้ฟานจัดการขั้นเด็ดขาด
    แต่ก่อนหน้านั้นเราเห็นด้วยกับลู่หานนะที่บอกให้ไปเคลียร์เรื่องของอลิซก่อนไม่งั้นมันจะลำบากพี่อี้ฟานคนดีของหนูยอลเอาได้เป็นกำลังให้สู้ต่อไป พี่ต้องสู้เพื่อหนูยอลนะเว้ย
    ส่วนคู่คนน้องอย่างฮุนฮานท่าทางจะอีกยาวไกลกว่าจะดีกัน นั้นก็มีแฟนนี่ก็คิดว่าตัวเองไม่ผิดก็เลยไม่ง้อ บันเทิงจ้า

    ปล.ชอบตอนที่หนูยอลฟ้องพี่อี้ฟานว่าเจ็บจังเลย ควรสงสารใช่มั๊ยแต่เราว่าน่ารักมากๆเลอะ บ้าไปแล้ว
    #279
    0
  6. #278 con_kyexonextdoor (@connea_land) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 18:09
    ขอมห้คลี่คลายไวๆเถอะนะ
    #278
    0
  7. #277 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 13:37
    ทำไมแม่ชานยอลเป็นคนแบบนี้ ถึงกับต้องร้องเ_ี้ยดังมากอ่ะ เกลียดอ่ะเกลียดดดดด ' ^ '
    #277
    0
  8. #276 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 08:16
    สงสารชานยอลอ่ะ ตอนที่แม่ลุกขึ้นไปปัดข้าวของต่างๆก็คิดแล้วแหละว่ามันแปลกๆ สุดท้ายเป็นคนกรีดข้อมือลูกตัวเองเลยสินะ รีบไปจัดการเรื่องอลิซกับน้านางเถอะอี้ฟาน
    #276
    0
  9. #275 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 07:59
    นี่เห็นใจยัยอลิซนะ อุ้มลูกกระเตงไปมา สงสารแจ็คสันอ่ะ ชานยอลก็น่าสงสาร พี่อี้ฝานต้องจัดการดีๆนะ ไม่งั้นมันจะพแกเหมือนที่ลู่หานบอก
    #275
    0
  10. #274 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 05:05
    คือตอนแรกเข้าใจว่าแม่บังคับให้ชานยอลกรีดข้อมือตัวเองก้อว่าใจร้ายสุดๆ แล้ว แต่พอมารู้ว่าแท่คือคนที่ลงมือกรัดเองนี่คือขอใช้คำว่า เชี่ย เถอะ ขอโทษนะคะ คือไม่คิดว่าแม่คนนึงจะลงมือทำร้ายลูกได้ถึงเพียงนี้
    ลู่หานยังไม่รู้ใจตัวเองสินะว่ารักเซฮุนอ่ะ
    #274
    0
  11. #273 phaka (@parka-in) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 / 19:45
    แม่แท้ๆหรือเปล่า ทำมัยทำแบบนั้ พี่คริสห้ามปล่อยมือน้องนะ ดูแลน้องนะ
    #273
    0
  12. #272 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 22:33
    นางบ้าไปแล้ววววววว
    #272
    0
  13. #271 natty naka (@natty0627) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 20:10
    อยากตบจริงอยากฆ่า ผญ คนนี้ เอ๊ะ ฮุนแบค ?
    #271
    0
  14. #270 Porokrong .9493 (@chicane) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 17:19
    ค้างมากอ่ะ

    แง่งงงงงงงงง

    ไรท์ทำร้ายจังงง

    มาต่อไวๆน้าาาาาาา
    #270
    0
  15. #269 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 16:46
    ปีศาจชัดๆ ยัยผู้หญิงคนนั้นนะ
    #269
    0
  16. #268 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 15:01
    หือ แท่ชานยอลบ้าไปแล้วสงสัยจะโรคจิต อี้ฟานอย่าปล่อยให้ลอยนวลนะ ป๊าก้อเป็นถึงนายพลไม่ใช่หรอน่าจะช่วยได้
    #268
    0
  17. #267 iStyle~* (@neple) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 15:00
    คุณแม่ใจร้ายมากอะ รังเกียจขนาดนี้ใช่แม่จริงๆป่ะคะ โหยยยยย สงสารชานยอลเลย อู๋อี้ต้องช่วยหนูยอลให้ได้น้า
    #267
    0
  18. #265 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 14:03
    นิ เป็นแม่แบบไหนว่ะห้ะ ลูกทั้งคนทำทุกอย่างเพื่อแม่ แต่ต้องโดนแบบนี้หรอ โรคจิตที่สุด !! ยัยป้าผีบ้านี้ !!! อินแรง ขอโทษที่หยาบค่ะ ._.
    #265
    0
  19. #264 con_kyexonextdoor (@connea_land) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 12:58
    นี่แม่จริงๆหนะหรอ??? ไม่ได้เก็บมาเลี้ยงแน่นะ ำไมถึง....ขนาดนี้
    #264
    0
  20. #263 Piechoc (@pieberri11ky) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 12:34
    ไม่สมควรเป็นแม่คนเลยนะ โรคจิตป่ะเนี่ย ทำลูกตัวเองได้ไง อิพี่เอาน้องไปอยู่ด้วยเลย เมียคนเดียวเลี้ยงได้
    #263
    0
  21. #261 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 12:20
    แม่ของชานยอลนี่มีอาการทางจิตแน่ๆ น่ากลัวอ่ะผู้หญิงคนนี้ สรุปคือผู้หญิงในเรื่องนี้ไม่มีใครดีเลย ยกเว้นคุณน้ากับแม่อี้ฝาน 5555
    #261
    0