HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 24 : ตอนที่ 21 ปาร์ค ชานยอล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 612
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 ต.ค. 58

บทที่ 21

 

 

 

            วันนี้ก็เป็นอีกวันที่เค้าต้องเตรียมอาหารและของใช้ต่างๆตั้งแต่เช้าตรู่ โดยมีคุณน้าอารึมเป็นคนช่วย เค้าขับรถคันเล็กๆมายังโรงพยาบาลประจำจังหวัด มันใหญ่มากและทันสมัยมาก เค้าเดินแยกกับคุณน้าอารึมไปยังตึกผู้ป่วยในพิเศษ เพื่อไปหาเซฮุนที่คงกำลังหลับฝันดีอยู่บนเตียงนุ่มๆ 

 

ลู่หาน ลู่หาน

            โอ้ะ ทำไมวันนี้ตื่นเข้าจังล่ะลู่หานที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามาตกใจเมื่อ เห็นเจ้าของห้องกำลังพยายามโบกมือถือในมือไปมา พร้อมกับแววตาตื่นๆ

            พี่ชายฉันอยู่ไหน ตอนนี้ นายรู้มั้ยลู่หานเลิกคิ้วก่อนจะอมยิ้มน้อยๆ

            อื้ม รู้ ทำไม

            จีน ใช่มั้ยเซฮุนถามเพื่อย้ำความมั่นใจ ลู่หานที่จัดของเสร็จเดินเข้ามาหาคนที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะแบมือขอโทรศัพท์

            อะไรเหรอ ขอดูหน่อยสิเซฮุนยื่นโทรศัพท์ให้ก่อนจะคลี่ยิ้มขำๆออกมา นี่อย่าบอกนะว่าสองคนนี้เค้า....

            พี่นายนี่แรดจริงๆลู่หานพึมพำขณะมองรูปที่ชานยอลส่งมาให้เซฮุน  นี่พี่ชายเค้าได้เมียที่มั่นหน้าไปแบบนี้ ชีวิตคงต้องปวดหัวแน่ๆ ขนาดหนีกลับจีนแล้วยังอุตส่าห์ตามตื้อไปถึงที่นู้น พี่เค้าจะใจแข็งทำเป็นเมินไปๆได้ก็ให้มันรู้ไป

            นั่นล่ะ ปาร์ค ชานยอล บุคคลผู้เอาแต่ใจที่สุดในโลกเซฮุนคลี่ยิ้มบางๆ ให้กับโทรศัพท์ เค้าลูบมันเบาๆ

            เอาแต่ใจเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องลู่หานส่อายหัวก่อนจะยื่นโทรศัพท์ส่งคืนให้ เซฮุนแสร้งยักไหล่ก่อนจะพิมพ์ตอบพี่ชาย แต่สายตาคมกลับเอาแต่จับจ้องหลังของลู่หานไม่วางตา เค้าครุ่นคิดอะไรอยู่สักพักก่อนจะเริ่มเปิดปากพูด 

            ความจริงแล้ว มันก็แค่สิ่งที่ปกป้องตัวพวกเรา.....ความเอาแต่ใจน่ะเซฮุนวางโทรศัพท์ลงบนตัก พร้อมกับมองแผ่นหลังของคนที่กำลังหยิบของออกจากตะกร้า

            เหรอ....กินอะไรดี เช้านี้

            แต่ความจริงอีกอย่าง มันใช้กับฉันไม่ได้ผลนะลู่หานชะงัก ก่อนจะวางแอปเปิ้ลไว้กับโต๊ะแล้วหันมายิ้มจืดๆให้เซฮุน ที่กำลังมองมา

            ความเอาแต่ใจของพี่อาจจะเพื่อปกป้องฉันปกป้องตัวเอง แต่สำหรับฉันความเอาแต่ใจ มันมีเพื่อเข้าหานาย.....แต่ต่อไปนี้เซฮุนขยับตัวพยายามเบี่ยงขาลงมาห้อยจากบนเตียง ลู่หานกำลังจะขยับก้าวเข้าไปช่วยแต่เซฮุนกลับโบกมือห้าม ต่อไปนี้....ไม่ต้องแล้วล่ะ ฉันรั้งนายมามากพอแล้ว กลับไปหาลินดา แฟนนายเถอะกลับไปใช้ชีวิตของนายเซฮุนยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะลุกลงจากเตียง ขาเรียวผอมแห้งเกร็งสั่น ชายหนุ่มค่อยๆจับขอบเตียงเพื่อเดินไปเรื่อยๆ

            ตุบ....

 

            เซฮุน.....

            น่าๆ มัวแต่ช่วยแบบนี้แล้วฉันจะเดินเองได้ยังไง

            ทำบ้าอะไร พูดบ้าอะไรลู่หานก้าวฉับๆเข้ามา ก่อนจะหิ้วปีกอีกคนแล้วพาเดินมานั่งลงตรงโซฟา

            ฉันพูดจริงๆ

            นายสะกิดใจกับคำ เอาแต่ใจที่ฉันพูดรึไงลู่หานโมโหเริ่มโวยวาย เซฮุนถอนหายใจก่อนจะยิ้มจืดๆ

            ก็มีส่วน

            มีส่วน.....หมายความว่าไง

            ก็มีส่วนไง

            ก็มันหมายความว่าไงเล่า!

            หมายความว่า แฟนนายมาขอร้องให้ฉันปล่อยนายไปไงล่ะ แล้วมันก็ถึงเวลาที่นายจะถูกปล่อยตัวแล้วด้วยเซฮุนหันมาตอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ลู่หานสีหน้าฉายชัดว่าไม่เข้าใจ ไปคุยกันตอนไหนเมื่อไหร่ แล้วเรื่องอะไร

            มันอะไรเซฮุน อยู่ๆนายจะมาพูดแบบนี้กับฉันทำไม

            นายอยู่กับฉันนายต้องการอะไรเหรอ ลู่หานลู่หานสะอึก เค้ารีบปรับสีหน้าก่อนจะลุกขึ้น

            ฉันไม่เข้าใจว่านายเป็นอะไรไปเซฮุน ถ้านายหายดีเมื่อไหร่เราค่อยพูดกันเรื่องนี้.....ฉันต้องไปติดต่อขอกายภาพนายก่อน

            สองเดือนที่ผ่านมา นายไม่ได้อะไรเลยนี่ ยังรู้สึกผิดเหมือนเดิม”

            คำโกหกใช่มั้ย………

ลู่หานขมวดคิ้ว บทจะง่ายมันก็ง่ายแบบนี้เลยเหรอชีวิต ตกลงนี่เค้าไม่ต้องมาดูแลใส่ใจหมอนี่อีกแล้วใช่มั้ย ทางใครทางมันแล้วใช่มั้ย

.

.

.

.

            ชานยอลที่ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ชั่วโมงก่อน ได้แต่นอนตะแคงข้าง หันมองคนที่หลับอุตุไม่รู้เรื่อง ลมหายใจเข้าออกสั่นเครือเบาๆ อี้ฟานขยับตัวเล็กน้อย ชานยอลที่เอาแต่นอนมองอีกฝ่าย เริ่มเคาะนิ้วลงบนโทรศัพท์ เค้าไม่สามารถละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้เลย อี้ฟานมีอิทธิพลกับเค้ามาก ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร สีหน้าแปรเปลี่ยนไปในทางไหน มันมีผลกับเค้าหมด อี้ฟานจะโกรธเค้ามากไหม จะยิ้มให้เค้าคนเดียวรึเปล่า จะรู้สึกดีๆกับเค้าคนเดียวรึเปล่า

            แม้ค่ำคืนวานจะเป็นบทพิสูจน์คนตรงหน้าได้ดี ต่างฝ่ายต่างปรนเปรอให้กันจนถึงเช้า ความจริงเค้าหลับไปแค่สองชั่วโมงเพราะรู้สึกเหนียวตัวอยากจะลุกไปอาบน้ำ แต่ใบหน้าของคนที่อ่อนเพลียจากศึกเมื่อคืนก็ทำให้เค้าลุกไปไหนไม่ได้

            อยากอาบน้ำพร้อมกัน…….

 

            ครืด ครืด ครืด

            เสียงโทรศัพท์ทำให้ชานยอบรีบกดเปิดดูข้อความ ข้อความยาวเหยียดตรึงสายตากลมโตไว้ได้ถนัด ร่างโปร่งลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน ท่อนบนที่เปลือยเปล่าโผล่พ้นออกมาจากผ้าห่มผืนหนา ชานยอลกรีดนิ้วเลื่อนมองดูข้อความ ก่อนจะขมวดคิ้วกำโทรศัพท์แน่นกว่าเก่า

            แน่มากนะอลิซ……….

 

            ชานยอลลงจากเตียงเดินตัวเปลือยเปล่าเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกาย เค้าหยิบเสื้อผ้าของอี้ฟานมาสวมใส่ ก่อนจะเดินออกมา เพื่อกวาดสายตามองหาของสำคัญของตัวเอง ร่างโปร่งก้าวฉับไปหยิบกระเป๋าตังพาสปอร์ต ก่อนจะเดินมาหยุดยืนมองคนที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่อง ชานยอลจ้องมองด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แต่สายกำลังครุ่นคิดประมวลผลอย่างหนัก เค้าถอนหายใจ ก่อนจะคลานขึ้นเตียงไปหยิบโทรศัพท์ วางแขนคร่อมอีกคนไว้ แล้วก้มลงจูบริมฝีปากนั้นเบาๆแต่เนินนาน มือเล็กขยุมผ้าปู ร่างทั้งร่างสั่นเทา หยดน้ำใสๆถูกชานยอลปาดออกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มันจะหยดลงบนแก้มอีกฝ่าย

            “กูขอโทษ” ชานยอลเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะยันตัวคลานลงจากเตียง สะบัดตัวเดินออกไปจากห้องโดยที่อี้ฟานยังคงหลับใหลอยู่

            “คุณคะ รับอาหารเช้ามั้ยคะ”

            “เรียกแท็กซี่ให้ที” ชานยอลฟาดสายตาดุๆใส่หญิงสาวที่เดินเข้ามาทักทายเป็นภาษาอังกฤษกับเค้า หล่อนชะงักตัวงอก้มหน้าลง

            “บอกให้ไปเรียกแท็กซี่ไงเล่า!!” ชานยอลตะคอกเสียงดัง ก่อนจะเดินกระแทกหล่อนจนแทบล้ม แล้วเดินฉับๆ ไปกวาดสายตามองหารองเท้าตนเองในตู้รองเท้า ขนาดใหญ่หน้าบ้าน เค้าหยิบคู่ของตนออกมาก่อนจะนั่งลงใส่มัน อย่างหงุดหงิด

            “โถ่เว้ย!! แมร่ง” ชานยอลเขวี้ยงรองเท้าติดผาผนัง เมื่อใส่มันไม่ได้เร็วอย่างใจคิด คนในบ้านวิ่งกรูกันมามอง ชานยอลหยิบมันขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้น เดินเท้าเปล่าข้างใส่รองเท้าข้าง

            ตอนนี้เค้ารีบ อยากไปสนามบิน บินกลับบ้าน บินกลับไปตบหน้าผู้หญิงคนนั้นให้สาสมกับความโกรธที่มันกำลังสุมในอกเค้า ต่อให้เป็นผู้หญิงเค้าก็จะตบ จะตบให้เลือดกกปาก

            ชานยอลหายใจหอบถี่ อาการเกร็งเริ่มแสดงออก ชานยอลพยายามเดิน พลางลูบแผ่นอกตัวเองไปด้วยให้ใจเย็นๆ

            “โอ้ยยยยย แมร่ง” ชานยอลนั่งลงกุมหัว ตรงบริเวณทางเชื่อมกับบ้านพักและบ้านพักรับรอง คนสวนที่กำลังทำสวนวิ่งเข้ามาหา

            “เป็นอะไรครับคุณ” ชานยอลมองหน้าลุงแก่ๆ อย่างไม่เข้าใจ ชานยอลพยายามลุกขึ้น หายใจให้ช้าลง พยายามควบคุมตัวเองแม้ว่าจะสั่นเทาและน้ำตานองหน้า

            “คะ คุณคะ แท็กซี่ แท็กซี่ดิฉันเรียกให้แล้วคะ” หญิงสาวคนเดิมวิ่งออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ เหมือนโดนบังคับ ชานยอลมองด้วยสายตาเคร่งเครียดและแดงกล่ำ ก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณออกมาพร้อมลมหายใจถี่ๆ

.

.

.

.

            “ชานยอลไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่รู้ว่าอ่านรึเปล่า”

            “แบบนี้มันจะดีเหรอยูซึ ฉันว่ามัน….

            “เธออย่าลืมสิ ว่าชานยอลเค้ายอมรับเธอกับแจ๊คสันแล้วนะ” ยูซึกล่าวพร้อมกับจับไหล่เพื่อนแล้วบีบ สายตาของหญิงสาวกวาดมองคนที่เดินลงมาจากด้านบน

            “ขอโทษนะครับ เดี๋ยวอีกสักพักคุณน้าคงมาถึง แต่ตอนนี้ผมติดต่อชานยอลไม่ได้เลย” ลู่หานที่กลับมาบ้านเพื่ออาบน้ำแต่งตัวแต่กลับเจอผู้หญิงสองคนนี้ยืนด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านก็เลยถามพอถามไปถามมาเค้าก็เลยรู้เรื่องที่ชานยอลปิดเอาไว้ไม่เคยบอกใครเข้า ตอนนี้ลู่หานเริ่มร้อนใจและหงุดหงิดใส่คนที่หายไป จะหายไปไหนล่ะถ้าไม่ใช่ไปนอนเปลือยกกพี่ชายเค้าที่ปักกิ่ง

             ไม่รู้ว่าพี่ชายเค้าจะรู้เรื่องนี้รึเปล่า แต่ถ้ารู้ เค้าคงพาลโกรธพี่ชายไปด้วยแน่ๆ

 

            “ทานอะไรก่อนมั้ยครับ เมื่อครู่บอกว่ามารอแต่เที่ยงแล้วยังไม่ได้ทานอะไรเลย แล้วเจ้าตัวเล็กล่ะครับ” ลู่หานหันไปมองเด็กตัวน้อยที่นอนหลับอยู่บนตักของผู้เป็นแม่ ภาพที่เห็นยิ่งรู้สึก เกลียดผู้ชายที่ชื่อชานยอลเข้าไปใหญ่

            เลว เลวทั้งพี่ทั้งน้อง……….

.

.

.

            อี้ฟานที่กำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้องทานข้าว มืออีกข้างกดรัวต่อสายหาคนที่หายไปเสียดื้อๆโดยไม่บอกอะไรเค้า เมื่อช่วงสายเค้าตื่นขึ้นมาแต่ไปพบชานยอล พอถามกับคนในบ้านก็บอกแค่ว่าร้อนรนหัวเสียสั่งให้เรียกแท็กซี่แล้วก็ออกไปเลย แถมลู่หานยังโทรมาถามหาชานยอลอีกด้วย แสดงว่าหมอนั่นหายไปที่ไหนสักแห่ง หรือไม่ก็กำลังเดินทางกลับเกาหลี

            แต่นี่มันดึกมากแล้วววว………

            ถ้ามีเรื่องด่วนทำไมไม่โทรกลับมาหรือบอกอะไรก่อนที่จะไป……..

 

           

            ครืด ครืด

 

            อี้ฟานรับสายทันที เมื่อเห็นสายเข้า “ชานยอล นายอยู่ไหน” อี้ฟานถามจนแทบเป็นเสียงตะคอก

            /อี้ฟาน ฮึก อี้ อี้ฟาน/ ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ที่ได้ยินอีกคนร้องไห้ เค้าสะบัดตัววิ่งขึ้นบันไดวน เพื่อไปเอาของ

            “อยู่ไหนจะไปหา”

            /ไม่ อี้ฟาน อี้ฟานฟังกูนะ/

            “ชานยอลอยู่ไหน อยู่ที่ไหน!” อี้ฟานใจไม่ดีเลยที่ได้ยินชานยอลร้องไห้ เค้าไม่รู้ว่าชานยอลอยู่ไหน ชานยอลหายไปเมื่อไหร่ ชานยอลปลอดภัยมั้ย

            /กูรักมึงนะอี้ฟาน กูรักมึงจริงๆ มึงอย่าโกรธกูนะ ยกโทษให้กูเถอะนะ ฮือๆ/

            “โถ่เว้ย อยู่ไหน จะไปหา บอกมา กูจะบ้าตายอยู่แล้วนะชานยอล…..ชาน ชานยอล……ปาร์ค ชานยอล!!” ปลายสายตัดไปแล้ว ตอนนี้คหัวฟัดหัวเหวี่ยง รู้สึกร้อนรนอย่างกับมีใครกำลังจุดไฟเผาตัวเค้า

            ครืด ครืด ครืด

            “ฮัลโหล ว่าไงลู่หาน ชานยอลอยู่กับนายรึเปล่า”

            /อืม อยู่ที่นี้ล่ะ กำลังเคลียร์กับเมียเค้าอยู่/

            “เคลียร์กับอลิซ?       

            /คริส ทำไมมึงทำแบบนี้ มึงรู้ใช่มั้ย ทำไมมึงเหี้ยแบบนี้ มึงมัน/ ลู่หานด่าอี้ฟานมาตามสาย ร่างสูงชะงักไม่เข้าใจสถานการ์ที่ถาโถมมาอย่างกับพายุเลย เค้าปะติดปะต่อเรื่องไม่ถูกเลยแม้แต่นิด ชานยอลหนีกลับเกาหลี กำลังเคลียร์กับอลิซ ลู่หานด่าเค้า

            /มึงบินมาเกาหลีเดี๋ยวนี้ มาคุยให้รู้เรื่อง แค่นี้นะ/ ปลายสายตัดไปแล้ว อี้ฟานกระชากลิ้นชักคุ้ยหาพาสปอร์ต เค้าหยิบของจำเป็นไม่กี่อย่าง ก่อนจะรีบเร่งออกไปจากห้อง

.

.

.

.

            ชานยอลวักน้ำในอ่างมาล้างหน้าก่อนจะท้าวแขนยันไปขอบอ่าง แล้วเงยหน้าสบตากับคนในกระจก มือขาวกำขอบอ่างแน่น เค้าพยายามใจเย็น ความกรุ่นโกรธที่มีเมื่อช่วงเช้าเบาลงเล็กน้อย เค้าพยายามที่สุดแล้ว ถ้าไม่ได้เห็นแก่ลู่หาน ที่คอยกันท่าหมาบ้าอย่างเค้าที่พยายามจะกระโดดใส่ยัยบ้าสองคนนั้น

            เค้าโทรหาอี้ฟาน แค่ต่อสายติดน้ำตาก็มาแบบไม่ทันตั้งตัว เค้าพูดพร่ำคำขอโทษเพราะรู้สึกผิดแปลกๆในจิตใจ เค้าไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดีตอนนี้ เค้าจัดการกับความคิดตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ

            ชานยอลเปิดประตูห้องน้ำออกก่อนจะจ้องมองคนที่กำลังอุ้มเด็กอยู่ในอ้อมแขน อลิวตาแดงกล่ำเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วงไม่ต่างกัน ส่วนคนด้านข้างคือยูซึที่ตาแดงๆ คล้ายจะร้องไห้

            “พวกเธอต้องการอะไรอีก อยากได้อย่างที่ต้องการฉันก็ทำให้แล้ว แต่ทำไมพวกเธอถึง” ชานยอลที่อารมณ์ขึ้นอีก หลับตาแน่น กำหมัด ขบกรามอย่างระงับอารมณ์ที่ฉุนเฉียว ยูซึเดินมาบังอลิซกับหลานชายอย่างกล้าๆกลัว

            “นายกับอลิซเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมายแล้วนะชานยอล นายควรสนใจอลิซบ้าง”

            “คอนโด รถ เงิน มันยังไม่พอใช่มั้ย ต้องการอะไร เงินมากกว่านี้ใช่มั้ย” ชานยอลถามเสียงเย็น อลิซสะอื้นขึ้นมาอีก ร่างโปร่งสะบัดสายตามองจิกกัดอย่างไม่ชอบใจ

            “นายควรมาหาอลิซบ้างไม่ใช่หายไปแบบนี้ ลูกนายจะรู้สึกยังไง เด็กต้องการพ่อนะชานยอล”

            “ไม่ใช่ลูกกู”

            “ยู ยูซึ พอแล้ว ขอร้อง” ยูซึสะบัดแขนที่ถูกอลิซเกาะ ก่อนจะประจันหน้ากับชายหนุ่ม

            “ฉันบอกพวกเธอแล้วใช่มั้ย ว่าฉันจะรับเลี้ยงดูพวกเธอกับลูกของเธอ แต่เธอห้ามพูดเรื่องนี้กับใคร ห้ามบอกคนรอบข้างฉัน แต่ทำไมพวกเธอไม่รักษาสัญญา”

            “คิดว่าพวกฉันอยากทำแบบนี้เหรอ อลิวเค้าเจ็บปวดมากนะ ชานยอล”

            “แล้วฉันละ ตอนที่ฉันเจ็บ พวกเธอหายไปไหน อลิซ….” ชานยอลจ้อมมองคนที่เอาแต่ร้องไห้แล้วก็กอดลูกชายเอาไว้แน่น เด็กน้อยดิ้นก่อนจะเริ่มงอแง เสียงแหลมๆจากเด็กน้อยสร้างความรำคาญให้ชายหนุ่ม

            “ฉันขอโทษ ชานยอลเรากลับมารักกันได้มั้ย กลับมาหาฉันเถอะนะ” อลิซพูดออกมาอย่างตะกุกตะกัก ชานยอลกอดอกยกยิ้มเหยียด ก่อนจะทำเสียงเหอะในลำคอ เค้าเกลียดคนตรงหน้า ความรักที่เคยมีตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว

            เค้าเป็นคนแบบนี้ล่ะ รักแรงก็เกลียดแรง……….

 

            “ไปให้พ้น ก่อนที่อี้ฟานจะมาเกาหลี หายไปได้ยิ่งดี” ชานยอลสะบัดหมุนตัวจะเดินออกไปจากห้อง ยูซึเข้ามาขวางไว้ เสียงร้องไห้ของหญิงสาวกับเด็กน้อยตีกันยุ่งเหยิง จนชานยอลขบกราม เค้าสูดลมหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ อาการเกร็งกลับมาอีกครั้ง

            “ไป ไปซะ อย่ามายุ่งกับฉัน” ชานยอลพ่นลมออกมา หน้าตาแดงกล่ำ เค้าเปิดประตูกระชากออกพลางผลักยูซึให้ล้มลง

            “ไปซะ ประเทศไหนก็ได้ที่ไม่ใช่เกาหลี กลับไปหาสามีของเธอเถอะอลิซ ฉันไม่ใช่สามีเธอ”

            “ชานยอล!!!” เสียงร้องแหกปากอย่างกับจะขาดใจ ลู่หานที่นั่งรออยู่ด้านล่างลุกขึ้นก่อนจะวิ่งขึ้นไปอย่างเป็นห่วงหญิงสาว พอดีกับชานยอลที่สวนลงมา

            “เห้ย มึง ทำอะไรวะ”

            “อย่าเสือก” ลู่หานกระชากแขนเสื้ออีกคนไว้ ก่อนจะจ้องกร้าว

            “ทำไมมึงถึงได้เลวบริสุทธิ์แบบนี้ นั่นเมียมึงนะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน” ชานยอลตวัดสายตามามอง ก่อนจะยิ้มร้าย นี่คงไปฟังอะไรที่สวยหรูมาล่ะสิ

            “คนไม่รู้เรื่องห่าอะไรแต่มาทำตัวเสือก ระวังไว้เถอะ อยู่เงียบๆ สงบปากสงบคำอย่าเห่าให้มากนัก” ชานยอลสะบัดแขยทิ้ง สายตาดุดัน น่ากลัวจนคนมองก็ใจแกว่งเป็นพักๆ

            “ไอ้เหี้ยเอ้ย” ลู่หานกระชากไหล่คนที่กำลังจะเดินไปจากบันได ก่อนจะซัดเปรี้ยงเข้าที่มุมปาก ชานยอลเซ ขาที่กำลังจะก้าวลงไปอีกขั้น ก้าวพลาด เสียงโครมครามดังขึ้นทันที ที่ชานยอลพลาดตกบันได

            ลู่หานตาเบิกโพลง เค้าเอื้อมมือไปสุดแขนแต่ก็จับอีกฝ่ายไว้ไม่ทัน ชานยอลกลิ้งลงไปจากบันไดชั้นบนจนถึงชั้นล่าง

            “ชานยอล!!” เสียงร้องตะโกนอย่างตกใจ เมื่อหล่อนเห็นสามีลงไปนอน อยู่ด้านล่าง สายตาดุเกร็งตวัดมามองลู่หานก่อนที่หล่อนจะวิ่งลงไป

            ชานยอลพยายามลุกขึ้น เค้ากับข้อศอกตัวเองด้วยความเจ็บ แถมนิ้วยังซ้นตอนที่กระแทกกับราวบันได ร่างโปร่งลุกขึ้นยืน ใช้หลังมือปาดเลือดจากมุมปาก ก่อนจะสะบัดตัวอย่างงอแงเมื่อใครเดินเข้ามาจับ

            “อย่ามายุ่ง” ชานยอลเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะกระเพกออกไปจากตรงนั้น ยูซีที่ยืนคุมหลังอลิซได้แต่คว้าแขนเพื่อนสาวไว้ ตอนนี้สถานการณ์มันยุ่งเหยิงเกินกว่าจะแก้ไขได้ สิ่งที่ทำได้คือหยุด หยุดการเคลื่อนไหว แล้วคิด ตั้งสติ

            “ผมจะตามเค้าไป” ลู่หานพูด ก่อนจะวิ่งตามชานยอลที่กำลัง สตาร์ทรถจะขับรถออกไป ชานยอลขบกรามแน่น ร่างโปร่งจ้องมองลู่หาน พร้อมกับยกนิ้วกลางใส่ ลู่หานขมวดคิ้ว แววตานั้นมองยังไงก็พร้อมจะมีเรื่องได้เสมอ แม้กระทั่งฆ่าคน

 

            ชานยอลขับรถออกมา สายตาแข็งเกร็ง เค้าหยิบโทรศัพท์ก่อนจะเปิดกระจกแล้วขว้างมันออกไป เค้าไม่พร้อมจะคุยกับใครทั้งนั้น เค้าไม่พร้อม

.

.

.

.

.

ต่อ

  

            ชานยอลเปิดประตูเข้ามาด้วยความเงียบกริบ ร่างโปร่งก้าวย่างเข้ามาใกล้คนที่นอนอยู่บนเตียงเดี่ยว

            “พี่”

            “ยะ ยังไม่หลับอีกเหรอ” ชานยอลตกใจเล็กน้อยที่เห็นเซฮุนหันมาทักทาย

            “นี่ตกลงไปจีนมารึเปล่าเนี่ย” ชานยอลยิ้ม ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง

            “อืม แต่พอดีมีเรื่องนิดหน่อยเลยกลับมาจัดการ” ชานยอลตอบเสียงเรียบ เซฮุนพยักหน้ารับ ชายหนุ่มยันตัวขึ้นนั่ง ชานยอลลุกขึ้นช่วยพยุงน้องชายให้นั่ง ทั้งคู่อยู่ท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงจากด้านนอก ที่ส่องผ่านเข้ามา ชานยอลจับจ้องมองวิวกลางเมืองปูซาน ที่บ้านเรือนกำลังเปิดไฟแข่งกัน

            “ทะเลาะกันเหรอ”

            “ห่ะ หืม เปล่านี่” ชานยอลส่ายหัว เซฮุนจิกตามองก่อนจะเลื่อนมือไปลูบแก้มพี่ชาย

            “น้ำตากำลังไหลอยู่นะ” ชานยอลสะดุ้งเค้ารีบปาดแก้มแห้งๆ เค้าเงยหน้ามองน้องชายด้วยดวงตาดุๆที่กล้ามาหลอกเค้า

            “นี่ไง มันไหลจริงๆแล้วนะ” อยู่ๆน้ำตาก็ร่วงเผลาะลงมาอย่างกลั้นไม่อยุ่ ชานยอลรีบเช็ดมันออกอีกครั้ง เค้าควบคุมร่างกายได้แต่กลับควบคุมน้ำหยดใสๆไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ชานยอลปั้นหน้าดุดันก่อนจะลุกขึ้น 

            “เหลือที่นี้ที่เดียวแล้วนะ ร้องไห้ออกมาเถอะครับ” เซฮุนตอบเสียงแผ่ว เค้าไม่รู้ว่าพี่ชายไปเจอเรื่องอะไรมา ชานยอลไม่เคยบอกเค้า ไม่เคยนำเรื่องไม่สบายใจมาสุมหรือมาเล่าให้เค้าฟัง ทุกครั้งที่พี่ชายมีปัญหา เค้ามักจะปั้นหน้าดุดัน เงียบขรึม แล้วจัดการเรื่องไปแบบเงียบๆ

            แต่ดูเหมือนครั้งนี้มันจะเกินเยียวยา……

           

            “ไม่มีอะไร ฉันแค่เหนื่อย กลับบ้านล่ะนะ”

            “พี่ครับ” เซฮุนดึงพี่ชายเอาไว้ ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปหาแล้วสวมกอด เค้าอยากดูแลพี่ชายบ้าง ในตอนที่เค้ามีปัญหา อยากกอดเค้าในยามที่ต้องกอด เค้ารู้ว่าพี่ชายตัวเองเข้มแข็ง แต่พี่เค้าก็มีหัวใจ

            “เซ ฮึก เซฮุน” ชานยอลกอดรัดน้องชายแน่น ร่างสั่นเทิ้มอย่างกับเจ้าเข้า ร่างโปร่งกัดปากระงับเสียงร้องไห้อันแสนหน้าอายเอาไว้ เซฮุนลูบหลังพี่ชายเบาๆ ก่อนจะซบหน้าลงบนไหล่บาง 

            “มีอะไรก็เล่าให้ผมฟังบ้างสิครับ อย่าเก็บเอาไปคิดคนเดียว” ชานยอลสะอึก ตัวเกร็ง จนเซฮุนใจไม่ดี เค้าลูบหลังชานยอล

.

.

            ชานยอลที่นอนเบียดซุกอกเซฮุนบนเตียงคนไข้เล็กๆ กำลังหายใจเข้าออกเบาๆ ใบหน้าหวานสวยเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ยอมหยุด เซฮุนที่นอนตะแคงโอบพี่ชายไว้ เค้าจ้องมองไม่วางตา เค้าอยากจะปกป้องพี่ชายให้ได้มากกว่านี้ แต่เค้าก็เหมือนกับไอ้ขาเป๋ที่ไม่รู้ว่าจะเดินได้วันไหน

            “ชานยอล” ชานยอลมุดหน้าลงกับอกน้องชาย เสื้อคนไข้บางแสนบางเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา เซฮุนไม่ส่งเสียงใดๆอีก ก่อนจะหลับตาแล้วซบหน้าลงกับหัวทุยๆของพี่ชาย

.

.

.

            “นี่มันอะไรกันลู่หาน” เสียงที่เคยอ่อนหวานดูแข็งขึ้นทันที ลู่หานถอนหายใจ

            “ฟังจากปากพวกเค้าเองเถอะครับ ผมว่าคุณน้าต้องจัดการเรื่องนี้” คุณอารึมหันไปมองคนที่นั่งเบียดกันสองคน หล่อนรู้จักเด็กสองคนนี้ดี สองสาวเป็นเพื่อนกับชานยอลตั้งแต่สมัย มอต้น ตอนที่ชานยอลยังอยู่ที่ปูซาน และหล่อนก็พอจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของชานยอลกับอลิซมันอยู่ระดับไหน แล้วเด็กตัวน้อยที่ชื่อแจ๊คสัน นั่นก็คงไม่ต้องสาวความให้มาก

            “มีเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงร้องไห้หนักแบบนั้นล่ะอลิซ”

            “ชานยอลเค้าเปลี่ยนไปมากเลยนะคะคุรน้า”

            “เปลี่ยน? ชานยอลน่ะเหรอ” คุณน้าอารึมกวาดสายตามองยูซึ “เปลี่ยนไปยังไง”

            “เค้าไม่สนใจอลิซเลย ทั้งๆที่เค้าจดทะเบียนสมรสกับอลิซ เซ็นรับรองบุตร แต่เค้ากลับไม่ดูดำดูดีอลิซสักนิด ที่พวกเรามาวันนี้ก็เพื่อจะมาพบชานยอลสักครั้ง แต่เค้ากลับไล่…..” อารึมยกมือห้ามก่อนจะหลับตาลง ความเครียดขรึมมันตีเข้ามาจนยากจะรับฟังต่อได้

            “ชานยอลไม่ใช่คนแบบนั้น”

            “คุณน้าอารึมครับ”

            “เธอเงียบก่อนได้มั้ยลู่หาน” สายตาคมสะบัดมามองพร้อมคำพูดที่ดูเหมือนดุ ลู่หานหน้าตึงขึ้นทันที ชายหนุ่มนั่งตัวยืดตรง ก่อนจะหันไปมองสองสาวด้วยความสงสาร

            “ชานยอลเป็นคนไม่ค่อยเอาปัญหาตัวเองมาเล่าให้ใครฟัง แต่น้ารู้ดีว่าชานยอลเป็นคนยังไง เค้าสุภาพบุรุษพอที่จะรับผิดชอบ ยกเว้นเสียแต่….” อารึมมองสองสาวที่นั่งกุมมือหลบสายตาหล่อน “เว้นแต่ว่า เค้าจะไม่รักหนูแล้ว อลิซ” น้ำตาเม็ดเป้งหยดแหมะลงหลังมือขาว อลิซตัวสั่น เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นอีกครั้ง

            “ไว้น้าจะลองคุยกับชานยอลดู ตอนนี้พวกเธอสองคนขึ้นไปดูแจ๊คสันก่อนเถอะ วันนี้ก็พักผ่อนให้สบาย” อารึมลุกขึ้น ก่อนจะเรียกลู่หานให้เดินตามไปด้วย สองสาวมองเจ้าบ้านที่เดินขึ้นไปยังชั้นนบนโดยมีลู่หานเดินตามขึ้นไปด้วย พวกหล่อนมองสองคนนั้นจนลับตา

            “ยูซึฉันบอกแล้วว่ามันไม่ดี”

            “เชื่อฉัน ชานยอลเป็นของเธอมาครึ่งหนึ่งแล้ว ที่เหลือก็แค่เข้าใกล้เค้า ทำให้ชานยอลกลับมารักเธออีกครั้งให้ได้ อย่าลืมสิ เธออยากจะแต่งงานกับใครไม่รู้รึไง หมอนั่นอาจเป็นอาเสี่ยลงพุงไม่ก็พวกเมียมากก็ได้”

            “แต่ฉันเหนื่อย”

            “เชื่อฉัน ฉันจะช่วยเธอเอง”

.

.

.

            “ลู่หาน เซฮุนบอกเธอแล้วใช่มั้ยว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ไปไม่ต้องไปดูแลเซฮุน”

            “ครับ?

            “เซฮุนบอกไม่อยากให้ใครเข้าไปวุ่นวาย เธอรู้รึเปล่าว่าแฟนสาวของเธอเข้าไปอาละวาดเซฮุน ตอนที่เธอไม่อยู่”

            “ครับ?” อารึมถอนหายใจ ก่อนจะเริ่มเล่ารายละเอียดให้เค้าฟัง

            “แฟนสาวของเธอ……..

 

            เซฮุนที่กำลังนั่งเล่นเกมส์บนเตียงหันขวับไปมองเสียงประตูที่เปิดออกอย่างรุนแรง ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เมื่อเห็นใครเดินเข้ามายืนทำหน้าถมึงทึงใส่เค้า

            “เธอมาได้ยังไง” เซฮุนถามหน้าตาบ่งบอกได้ว่าไม่ชอบขี้หน้า หล่อนเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆ หล่อนจ้องหน้าเค้าเซฮุนจ้องหน้าตอบ ดวงตาคมสวยมีน้ำเอ่อคลออยู่ ก่อนที่หล่อนจะตบหน้าเซฮุนฉาดใหญ่

            “เอาลู่หานคืนมานะ” หล่อนทุบตีเซฮุนอย่างไม่มีเหตุผล ชายหนุ่มปัดป้องด้วยแรงทั้งหมดที่มีและด้วยความตกใจ เจ้าหล่อนร้องไห้ออกมาเสียงดังขณะที่มือก็เอาแต่ทุบตีเค้า

            “หยุด ฉันบอกให้หยุด ยัยบ้านี่….

            ผลั่ก!!!

 

            “อั้กกก” เซฮุนที่ถูกผลักตกเตียงสูงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด หญิงสาวตกใจเล็กน้อย เสาน้ำเกลือกลิ้งล้ม แตกกระจายไปทั่วพื้น

            “เธอเป็นบ้าอะไร”

            “ฉัน ฉันขอโทษ”

            “เธอมันบ้า อยากได้หมอนั่นมากนักก็เอาไปเซ่!” เซฮุนปัดเสาน้ำเกลือใส่ ก่อนจะพยายามลุกขึ้น แล้วล้มลงไปอีก ใบหน้าหล่อเหลาแสดงความเจ็บปวดออกมาไม่ปิดบัง เซฮุนช้อนสายตาโกรธเกลียดมองอีกฝ่าย ลินดาชะงักเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว

            “ฉันมาเอาลู่หานของฉันคืน เค้าทนอยู่กับนายเพราะความรู้สึกผิด นายมันเห็นแก่ตัวเซฮุน ฉันทนไม่ได้ที่ต้องเห็นลู่หานทรมานแบบนี้ นายมันเลว”

            “ใครกันแน่ที่เลว อยากได้มากก็เอาคืนไป ฉันไม่เคยรั้งเค้า อยากจะไปตายที่ไหนด้วยกันก็ไป ไปเลย ออกไปเล้ย!!!!” เซฮุนตะโกนลั่น ขาลีบทั้งสองข้างพยายามลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มรีบจับเตียงไว้ ก่อนจะพยุงตัวเองเอื้อมมือไปกดออดเรียกพยาบาล

            หญิงสาวเลิกลั่ก รีบถอยห่างสะบัดตัวเดินจะออกจากห้อง หล่อนหันกลับมา ก่อนจะจ้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำใส “ลู่หานไม่เคยรักนาย ลู่หานเค้ารักฉัน….” หล่อนหยุดพูดไปสักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นมาใหม่ “ฉันไม่ต้องการให้เด็กในท้องไร้พ่อ นับแต่นี้ลู่หานต้องดูแลฉันไม่ใช่นาย” หญิงสาวกระชากประตูเปิดในขณะที่พยาบาลวิ่งเข้ามา หล่อนกระแทกไหล่พยาบาลสาว ก้าวฉับๆออกไปทันที

            เซฮุนปล่อยมือออกจากเตียงลืมกลิ้งลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง

            ท้อง….ลู่หานทำผู้หญิงคนนั้นท้อง

 

 

            “แฟนเธอกำลังท้องใช่มั้ย ลู่หาน” อารึมถามหลังจากที่เล่าเรื่องทั้งหมดให้ลู่หานฟัง ร่างบางขมวดคิ้วก่อนจะส่ายหัวรัว

            “ผมไม่ได้ทำเธอท้อง” หญิงสาวขมวดคิ้วแน่น จ้องมองลู่หานอย่างไม่ชอบใจนัก

            “ไปจัดการเรื่องของเธอให้เรียบร้อยเถอะลู่หาน ไปถามแฟนเธอให้ดีๆว่า ท้องหรือไม่ท้อง…..หรือว่าเธอไม่อยากรับผิดชอบกันแน่” อารึมลุกขึ้นสะบัดตัวเดินออกไปจากห้อง ลู่หานที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ จ้องมองประตูที่ปิดลงเสียงดังสนั่น เค้าเนี้ยนะไปทำลินดาท้อง เค้าไม่แม้แต่จะเคยมีอะไรกับลินดา

            ลู่หานต่อสายหาลินดาแฟนสาวทันที เพื่อถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เค้าอยากรู้ว่าเรื่องนี้มันผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ และนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เซฮุนไล่ตะเพิดเค้าใช่รึเปล่า

 

            คุณหมอสาวมองลงไปยังห้องรับแขกที่สองคนนั้นยังคงนั่งอยู่ ก็ได้แต่ถอนหายใจ เรื่องราวทั้งหมดมันประดังประเดเข้ามาให้หล่อนได้รุ้ เรื่องของเซฮุนมันเล็กน้อยไปเลยเมื่อพูดถึงเรื่องของเจ้าหลานชายคนโตชานยอล

            “ฉันจะช่วยพวกเธอยังไง ชานยอล เซฮุน”

.

.

.

            ชานยอลที่ตื่นขึ้นตอนรุ่งสาง เค้าขยับตัวออกจากคนไข้ก่อนจะลงจากเตียง ดวงตากลมสวยบวมเป่งเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง ชานยอลจับขอบเตียงสักพักเมื่อรู้สึกว่าพื้นโลกมันกำลังหมุนติ้ว ร่างโปร่งจับหน้าผากตัวเอง ความปวดเมื่อยปวดหัว เหมือนถูกชาร์จเข้าร่างกาย ทุกส่วนตอบสนองกับความทรมานจากพาไข้ทันที ชายหนุ่มพยุงตัวเองไปนอนลงตรงโซฟา ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง

            ตอนนี้อี้ฟานจะเป็นยังไงบ้างนะ…………

 

            “ชานยอล” ร่างโปร่งลืมตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงทุ่มนุ่มหูแว่วเข้ามา เค้าลุกขึ้นนั่ง กุมขมับด้วยความปวดหัว คิดมากจนหูแว่ว

.

.

.

            อี้ฟานที่ถึงสนามบินอินชอนในช่วงสายรีบติดต่อหาชานยอล แต่เค้าติดต่อไปเท่าไหร่ก็ไม่ติด เค้าจึงโทรหาลู่หาน ไม่นานนักหลังจากต่อสาย น้องชายของเค้าก็ยกหูรับ

            “อยู่ไหน ฉันอยู่สนามบินอินชอนแล้ว”

            /ปูซาน หาเที่ยวบิน แล้วบินมาปูซานสิ ไว้จะไปรับ แค่นี้นะ/ อี้ฟานขมวดคิ้วเข้มรู้สึกว่าลู่หานดูเงียบแปลกๆ อี้ฟานเดินสาวเท้ายาวๆ ไปตามทางเพื่อหาประตูเดินทางในประเทศ

 

            อี้ฟานใช้เวลาไม่นานในการมาถึงปูซาน เค้าโทรหาลู่หานอีกครั้งเพื่อนัดแนะที่หมาย

            “นี่ตกลงฉันต้องไปหาแกว่างั้น ที่ไหน” อี้ฟานฟังคำตอบก่อนจะขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม เค้าโบกแท็กซี่ ก่อนจะบอกชื่อโรงพยาบาลให้กับโชเฟอร์

           

.

.

.

            ลู่หานกดวางสายเมื่อรู้ว่าพี่ชายกำลังเดินทางมายังโรงพยาบาล ร่างบางจ้องมองสองพี่น้องที่กำลังนั่งคุยกัน ชานยอลก้มหน้าซุกลงกับเตียง ไหล่สั่นโยก เหมือนกับกำลังร้องไห้ ลู่หานถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะกดต่อสายหาใครบางคน

.

.

            “หยุดร้องก่อนได้มั้ย ผมฟังไม่รู้เรื่อง”

            “ฮือๆ ฮึกๆ ฮือๆๆ” ชานยอลเอาแต่ร้องไห้ มาเกือบจะชั่วโมงแล้ว หลังจากตื่นนอน เค้าฟังชานยอลเล่าเรื่องไม่รู้เรื่องสักนิด จับใจได้แต่ว่ากลัว คนใช้ที่ชื่ออี้ฟานนั้นโกรธ นั้นจะไม่รัก แต่เค้าก็ไม่รู้สาเหตุอยู่ดี ว่าทำไมพี่ชายเค้าถึงได้กลัวอีกคนไม่รักนักหนา

            “เค้าจะไม่รักฉัน เค้าทิ้งฉันแน่ๆ เซ ฮืก เซฮุน” เซฮุนลูบหลังปลอบพี่ชาย สิ่งที่เค้าทำได้ก็มีแค่เงียบ แล้วก็ฟังคนที่พูดไม่รู้เรื่องโดยไม่เข้าใจอะไรเลยต่อไป

 

            อี้ฟานที่มาถึงโรงพยาบาลก้ต่อสายหาลู่หานอีกครั้ง เค้ารับคำก่อนจะตรงดิ่งไปยังตึกผู้ป่วยในพิเศษ ลู่หานที่นั่งรอพี่ชายอยู่ตรงล็อบบี้ของชั้น อี้ฟานเดินตรงเข้าไปหาน้องชายทันที

            “ชานยอลล่ะ”

            “แหม ไม่เจอกันจะเป็นปี นี่ควรทักน้องก่อนมั้ย”

            “ชานยอลอยู่ไหน”

            “นั่งลง แล้วฟัง” อี้ฟานขมวดคิ้ว เมื่อเห็นน้องชายทำตัวจริงจัง ร่างสูงนั่งลง ลู่หานหันมาเผชิญหน้าก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้พี่ชายฟัง

.

.

.

            หลังจากที่ได้ฟังคำบอกเล่าจากลู่หานจบ อี้ฟานถึงกับนั่งหลังพิงกับเก้าอี้ เค้าหลับตาลง คิดไม่ออกว่าจะช่วยให้ลู่หานเข้าใจชานยอลยังไงดี

            “ลู่หาน ฟังฉันนะ” อี้ฟานหลับตาก่อนจะถอนหายใจออกมา เค้ารู้เรื่องทุกอย่าง แต่คนตรงหน้าไม่รู้อะไรเลย เลยพาลโกรธเกลียดทั้งเค้าทั้งชานยอลไปด้วย

            “ฟังพี่นะ แจ๊คสันไม่ใช่ลูกของชานยอล”

            “พี่กำลังเข้าข้างหมอนั่น พี่อย่าทำตัวแบบนี้”

            “อลิซขอเลิกกับชานยอลเพื่อหนีไปแต่งงานไปใครไม่รู้ พวกเค้ามีลูกด้วยกันแต่เผอิญว่าสามีเธอตาย เธอเลยกลับมาหาชานยอลพร้อมกับแจ๊คสัน นายไม่รู้เลยว่า ชานยอลต้องทรมานเพราะผู้หญิงคนนั้นมากเท่าไหร่ การที่ผู้หญิงคนนั้นกลับมาแล้วยัดเหยียดข้อกล่าวหาต่างๆให้ชานยอลแบบนี้มันไม่แฟร์ ชานยอลไม่ได้ทำอะไรผิดสักนิด ฉันจะไม่ยอมให้ยัยพวกนั้นทำร้ายชานยอลอีก” อี้ฟานที่พูดเสียงดังเพราะอารมณ์ที่เพิ่มสูงขึ้น ลู่หานขมวดคิ้ว รู้สึกสิ่งที่พี่ชายพูดอาจเป็นเรื่องจริง

            “แต่พี่จะทำยังไง ในเมื่อชานยอลจดทะเบียนสมรส กับรับรองแจ๊คสันเป็นบุตรแล้ว พี่จะทำยังไง”

            “นายว่าอะไรนะ”

.

.

            “ออกไปเดินเล่นกันหน่อยมั้ย” เซฮุนที่นั่งมองพี่ชายตัวเอง ที่เอาแต่เหม่อ ชานยอลส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะมองออกไปยังนอกหน้าต่าง น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหล กลับไหลลงมาอีกครั้ง

            “หิวมั้ย ออกไปซื้ออะไรกินกัน”

            “ไม่หิว”

            “แต่ผมหิว วันนี้ลู่….” เซฮุนชะงักไปนิด ชานยอลเงยหน้ามองน้องชาย ก่อนจะก้มลงนอนเอาหน้าแนบกับเตียง

            “เหนื่อยเนอะ เกิดเป็นเราสองคน” ชานยอลเอ่ยเสียงเบา เซฮุนมองพี่ชายก่อนจะตอบรับ

            “อืม นั่นสิ ถ้าหนีหายไปได้ ก็อยากจะทำ”

            “คงมีแต่ความตายเท่านั้นล่ะมั้ง”

            “ชานยอล” ชานยอลชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่แสนคุ้นเคย ร่างโปร่งหัวเราะออกมาน้อยๆ

            “หูแว่วอีกแล้ว ฉันมันถ้าจะบ้า”

            “ปาร์ค ชานยอล” มือแกร่งวางหมับลงบนไหล่บาง ชานยอลสะดุ้งโหยงรีบยันตัวตรงแล้วหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ชานยอลปรายตามองลู่หานที่เข้ามายืน สองคนหันเหสายตาไปคนละทาง เพราะเรื่องราวเมื่อวานยังคงมาคุอยู่

            “คิดถึงจัง” ชานยอลสวมกอด น้ำตามากมายพาลจะไหลอีกระลอก อี้ฟานดันชานยอลก่อนจะจับไหล่นั่นไว้แล้วจ้องมองคนตรงหน้าชัดๆ

            “มีเรื่องอะไรทำไมไม่บอก ทำไมถึงตัดสินใจทำแบบนั้นลงไป” ชานยอลที่ยกแขนค้าง ลดมันลงแนบข้างตัว ดวงตาคู่สวยหันมองไปทางอื่น ดวงตาแดงกล่ำเหมือนกับจะร้องไห้อีกครั้ง

            “ขะ ขอโทษ แต่ฉันแก้ไขได้นะ”

            “คิดว่าสองคนนั้นจะปล่อยชานยอลไปเหรอ ทำอะไรไม่คิด” ชานยอลหันขวับมองอี้ฟานทันที ดวงใจดวงน้อยเหมือนกับว่ามันกำลังจะหยุดเต้น ทำอะไรไม่คิดงั้นเหรอ ทำไมคำพูดนั้นมันเสียดแทงใจแบบนี้

            “แล้วจะให้ฉันทำยังไงอี้ฟาน การมีอลิซกับแจ๊คสันฉันต้องปิดมันไว้ไม่ให้แม่รู้ สิ่งเดียวที่จะทำได้คือปิดปากอลิซกับยูซึ นี่ฉันทำอะไรไม่คิดอีกเหรอ”

            “แล้วทำไมเรื่องมันถึงเป็นแบบนี้”

            “อย่ามาว่าฉันนะอี้ฟาน” ชานยอลเริ่มโมโห เค้าทำผิดอะไร เค้าต้องปิดปากอลิซกับยูซึไม่ให้เรื่องนี้ถึงหูแม่ ทุกอย่างเค้าดูผิดไปหมด อะไรๆก็เค้า

            “แล้วทำไมไม่บอก คุยกันก่อนสิ” ชานยอลชะงักมองแววตาที่เว้าวอนมาเหมือนกำลังเสียใจ

            “เหอะ! บอก บอกใคร บอกคนที่หนีฉันไปงั้นเหรอ ให้บอกเค้าคนนั้นใช่มั้ย คนที่ทิ้งให้ฉันต้องแก้ปัญหาคนเดียว แต่พอตอนนี้เค้าคนนั้นกำลังด่าฉัน  ฉันควรทำยังไงเหรอ อี้ฟาน ควรไปหานาย ให้นายไล่ตะเพิดกลับมางั้นเหรอ นายรู้นายว่าฉัน ฉันทรมานแค่ไหนที่ต้องอยู่โดยไม่มีนาย” ชานยอลเริ่มร้องไห้ เสียงสั่นเครือจนน่าสงสาร

            “แล้วนายจะทำยังไงต่อไป”

            “ขอหย่า”

            “แล้วแม่นายล่ะชานยอล นายลืมคิดถึงจุดจบของเรื่องนี้ใช่มั้ย”

            “ก็แล้วจะให้ทำยังไงวะ!! ฆ่าพวกนั้นรึไง หรือกูควรฆ่าตัวตายดี” ชานยอลตะคอก อี้ฟานถอนหายใจหลับตาสงบสติอารมณ์

            “เชิญ อยากทำอะไรก็เชิญ”

            “หมายความว่าไงอี้ฟาน นายพูดอะไร” ชานยอลจับชายเสื้ออีกคนไว้พร้อมกับจ้องมองเข้าไปในแววตานั้น

            “ก็อยากทำอะไรก็ทำไปเลย ไม่ต้องนึกถึงผม ผมจะลืมคุณหนูได้อยู่แล้ว คุณเข้ามายุ่งวุ่นวายกับผมอีกทำไม คุรหนูทำแบบนี้ก็ถือว่าคุณหนูยอมรับอลิซกับแจ๊คสันแล้ว จะให้ผมทำอะไรได้อีก”

            “เดี๋ยวไม่นะอี้ฟาน ฉันหย่าได้” ชานยอลเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มอารมณ์เสีย เค้าไม่ชอบที่อี้ฟานเป็นแบบนี้เลย เค้าไม่ชอบจริงๆ

                    "มันไม่จำเป็นแล้ว ชานยอล อยากทำอะไรก็ทำ"

                    "มึง.....มึงฟังกูก่อน ได้โปรด กูขอโทษ" ชานยอลคุกเข่าลงร้องไห้เสียงสะอื้น ไม่อายใครหน้าไหนทั้งนั้นที่กำลังเฝ้าดูอยู่ เเขนเรียวเอื้อมไปก่อนรัดขาอีกฝ่ายก่อนจะดึงตัวเองเข้าไป เพื่อกอดรั้งไว้ เป็นอีกครั้งที่เค้าต้องลดศักดิ์ศรีลงมาอ้อนวอน คนตรงหน้า นั่งลงกอดขารั้งอีกคนไว้ด้วยน้ำตามากมาย

                     อี้ฟานสะบัดขาออกอย่างแรง ชายหนุ่มหัวใจเจ็บแปล๊บไม่ต่างกัน เค้าไม่อยากทำท่าทางมึนตึงกับชานยอลแบบนี้ เค้าไม่อยากให้ชานยอลกับใครหน้าไหนทั้งนั้นอีกแล้ว เค้ายอม เค้าหนีมามากแล้ว แต่สิ่งที่ชานยอลทำลงไป สิ่งที่ชานยอลปิดบังเค้า มันเกินที่จะแก้ไขได้จริงๆ

 

                              เค้าแย่งสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของคนอื่นมาไม่ได้...........

 

                        ลู่หานจ้องมองพี่ชายที่สะบัดตัวเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูเสียงดังใส่ ชานยอลตะโกนร้องไห้ออกมาอย่างกับจะขาดใจตาย ลู่หานกลับมามองคนที่นั่งทุบพื้นด้วยความเวทนา

                        “ออกไปซะ อย่ามายุ่งกับพวกเราอีก”

                        “เซฮุน เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด” เซฮุนพยายามลงจากเตียงเข้าไปประคองพี่ชายที่เอาแต่ร้องไห้ โดยไม่สนใจลู่หานที่กำลังยืนแก้ตัวอยู่เลย

                        “กลับไปเถอะครับ พวกเร้าเหนื่อยแล้ว” เซฮุนตอบเสียงสุภาพ ลู่หานมองอีกสักพักก่อนจะตัดใจออกมาจากห้อง

            ลู่หานมองพี่ชายตัวเองที่ยืนค้ำแขนกับผนัง มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น ไม่ว่าจะคนไหนก็เสียใจทั้งนั้น

            “ตกลงแจ๊คสันไม่ใช่ลูกชานยอลจริงๆใช่มั้ยพี่”

            “ฉันจะไปคุยกับยัยพวกนั้น พวกนั้นอยู่ไหน” อี้ฟานยืดตัวตรง สายตาดุกร้าว ไม่เหมือนคนเดิม ที่เคยอบอุ่น ลู่หานถอนหายใจ หลับตานึกเคร่งเครียดกับเรื่องที่จะเกิดตามมา

            อี้ฟานออกตัวเดิน ใบหน้าเรียบนิ่งไม่มีแววใดๆทั้งนั้น วันนี้เค้าต้องคุยกับยัยพวกนั้นให้รู้เรื่อง ถ้าเค้าไม่บ้าบอทิฐิสูงโลกสวยหน้ามืดตามัว ชานยอลก็คงไม่เป็นแบบนี้ เค้าจะทดแทนในส่วนที่ไม่ได้รับผิดชอบ

            เค้าจะไม่ปล่อยชานยอลให้ใครอีกแล้ว………

ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์………

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #626 ggam897 (@ggam897) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2559 / 22:11
    เรารู้สึกไม่โอเคกับอลิซเลยอะ อลิซนะก็ไม่เท่าไหรหรอกเพราะเราเข้าใจว่าอลิซทำเพื่อลูก แต่คนที่ทำให้อลิซดูเป็นคนเลวก็ยูซึนี้และ เรารู้สึกเกลียดยูซึมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ก.ล้านตัวเลยอะ
    #626
    0
  2. #520 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 14:54
    สงสารแจ็คสันน้อยอะฮืออ
    #520
    0
  3. #506 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 20:23
    อีอลิซ -เริ่มจะหน้าด้านขึ้นทุกวันแล้วนะ ยางอายอยู่ไหน ลูกก็ไม่ใช่ลูกเค้า ยังจะมาให้เค้าเซ็นรับรองบุตรอีก - -มาตบกับกูมา
    #506
    0
  4. #495 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 10:12
    อิยูซึนี้ตัวดีนะ ทำร้ายเพื่อนมากๆอะ อลิสก้อนะ คิดเองไม่เปนหรอ เพลีย
    #495
    0
  5. #391 Yu Smiley (@loogtaln27) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 03:08
    ยูซึ ไม่-สิคะ -_-;
    #391
    0
  6. #390 Yu Smiley (@loogtaln27) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 03:07
    ยูซึ ไม่-สิคะ -_-;
    #390
    0
  7. #389 Yu Smiley (@loogtaln27) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 03:07
    ยูซึ ไม่-สิคะ -_-;
    #389
    0
  8. #388 Yu Smiley (@loogtaln27) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 03:06
    ยูซึ ไม่-สิคะ -_-;
    #388
    0
  9. #387 Yu Smiley (@loogtaln27) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 03:06
    ยูซึ ไม่-สิคะ -_-;
    #387
    0
  10. #386 Yu Smiley (@loogtaln27) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 03:05
    ยูซึ ไม่-สิคะ -_-;
    #386
    0
  11. #385 Yu Smiley (@loogtaln27) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 03:05
    ยูซึ ไม่-สิคะ -_-;
    #385
    0
  12. #384 Yu Smiley (@loogtaln27) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 03:04
    ยูซึ ไม่-สิคะ -_-;
    #384
    0
  13. #383 Yu Smiley (@loogtaln27) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 03:04
    ยูซึ ไม่-สิคะ -_-;
    #383
    0
  14. #376 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 12:45
    สงสารชานยอลอะ อริสหล่อนร้ายนะทิ้งเค้าไปแล้วกลับมาทำไม ลู่ห่านผู้ไม่รู้อะไรเลย อี่ฟ่านจัดการ 2 สาวเลยนะ
    #376
    0
  15. #240 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 23:33
    ก้อเด็กไม่ใช่ลูกชานยอลถึงจะรัยรองบุตรไปแล้วแต่ถ้าจะหย่าน่าจะขอตรวจดีเอ็นเอ็นเอไ้ดนะหรือยังไง
    เกลียดผูหญิงสอวคนนี้จังแค่สิ่งที่ชานยอลให้น่าจะเพียงพอแล้วนะ จริง ๆ ชานยอลไม่ต้องรับผิดชอบอะไรยังได้เลยคนไม่รู้จักพอจริงๆ สองคนนี้
    #240
    0
  16. #217 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 01:25
    ฮรืออออ พี่คริสต้องช่วยชานยอลนะ จัดการผู้หญิงร้ายๆพวกนั้นให้สิ้นซาก !!! อย่าทิ้งชานยอลไว้คนเดียวอีกนะ เพื่อพี่ชานยอลก็ยอมเสียศักดิ์ศรีคลุกเข่าอ้อนวอน ร้องไห้จะเป็นจะตาย กลัวพี่โกรธกลัวพี่ไม่รัก พี่คริสต้องจบเรื่องนี้ แล้วมาอยู่กับชานยอล รักกันตลอดไปนะ.
    #217
    0
  17. #214 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 21:19
    อ้ายพระเอกเราออกตัวแรงแล้วคร้าาาาาาา ไปค่ะไปตบพวกนางอุ้ยผิดๆ 
    #214
    0
  18. #213 Tamininalove (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2558 / 20:00
    หูยตกใจหมดเลยคิดว่าพี่คริสจะทิ้งยอลที่ไหนได้ออกตัวแรงมากกกโหยยเราเชียร์เต็มที่เลยตอกกลับชะนี2คนให้เจ็บแสบเลยนะเราเชียร์เต็มที่เอาให้หงายเงิบรไปเลยแม่งเห็นแก่ตัวสลัด
    #213
    0
  19. #210 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 22:27
    พระเอกมาแล้วแกค่ะะะะะะะะะะ เราดีใจแรงสงสารชานยๅลมากเลยลูกเอ้ย เกลียดอิยูซึงแรงมาก !!!!! นางนิยังไงคิดอะไรอยู่
    #210
    0
  20. #207 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 21:20
    งง กับอีพี่คริสอ่ะ ดีใจที่นางบอกจะไม่ปล่อยมือชานยอลให้ใคร แต่ถ้าจะไม่ยอมปล่อยชานยอลไปแล้วทำไมถึงพูดแบบนั้นว่าจะทำอะไรก็ทำ หลังจากที่ชานยอลพูดว่า หรือจะให้ฆ่าตัวตาย ถ้าชานยอลคิดสั้นฆ่าตัวตายไปจริงๆจะทำยังไง
    #207
    0
  21. #206 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 21:13
    อ้ายพระเอกเราออกตัวแรงแล้วคร้าาาาาาา ไปค่ะไปตบพวกนางอุ้ยผิดๆ 
    #206
    0
  22. #205 manancy (@manancy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 19:13
    เกลียดดดด ชะนีนางด้านมาก อินมาก อยากตบ พี่คริสต้องจัดการให้เด็ดขาด ฮึ่มม โกธรร
    #205
    0
  23. #204 Kraotoo (@Kraotoo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 18:00
    อีชะนีเกลียดดดดด เค้าไม่รักยังจะยุ่งอีกกกก
    #204
    0
  24. #203 natty naka (@natty0627) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 16:30
    โอ้ยยยอินอยากตบอีสองสาวจริงๆ อิลินดาด้วย เหอะ พี่คริสต้องช่วยชานยอลนะ แม่ชานยอลก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนี้ รู้ว่าลูกตัวเองเป็นคนยังไง
    #203
    0
  25. #202 Clearly Clear (@fearly) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 10:19
    ฆ่าอียูซึให้ที ไม่ไหวแล้ว ยุยงอยู่ได้น่ารำคาณอีอลิซก็หัวอ่อนล่ะเกิ๊น สงสารพี่ชานยอลที่สุด
    #202
    0