HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 23 : ตอนที่ 20 ความทรงจำและช่วงเวลาที่ว่างเปล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ธ.ค. 58

 


 

บทที่ 20 (อดีตและช่วงเวลาที่ว่างเปล่า)

 

 

                อี้ฟานเลี้ยวรถเข้ามาจอดในโรงเก็บ ก่อนจะดับเครื่อง เสียงขยับตัวพลิกไปมาของคนหลับสนิท ทำให้เค้าไม่กล้าที่จะเอื้อมมือไปปลุก

                ชายหนุ่มนั่งมองคนที่เอนหัวไปพิงกับกระจกอีกด้าน ใบหน้าอ่อนล้าฉายชัดออกมายามที่กำลังหลับ อี้ฟานวางมือลงบนมืออีกฝ่ายก่อนจะกุมแล้วบีบมันเบาๆ

                “ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว” เสียงเรียกทำให้ชานยอลขยับตัว มือเรียวจับหมับกับมือของเค้าก่อนจะ ดิ้นคลุกคลักไปมาเปลี่ยนท่านอนเสียดื้อๆ

                “ตื่นได้แล้ว เข้าไปนอนในบ้านไป”

                “อือ ขออีกนิดนะ”

                “ปาร์ค ชานยอล” อี้ฟานเรียกชื่อก่อนจะถอนหายใจ เปิดประตูเดินลงจากรถแล้วออ้มมายังอีกฝั่ง  เค้าปลดเข็มขัดนิรภัยของชานยอลก่อนจะเขย่าอีกฝ่ายให้ตื่น

                “นี่ ผมแบกไม่ไหวนะคุณหนู ลุกแล้วลงจากรถ ได้แล้ว” ชานยอลหรี่ตาขึ้นมองก่อนจะสะลืมสะลือลงจากรถ อี้ฟานมองก่อนจะกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างระงับอารมณ์

                “อือ อื้อ เห่อออออ” ชานยอลบิดขี้เกียจก่อนจะเริ่มเปิดตาสำรวจรอบตัว โรงจอดรถขนาดใหญ่ที่มีรถจอดอัดกันมากมาย นอกโรงรถก็เป็นสวนที่จัดอย่างกับสวนญี่ปุ่น มีสะพานข้ามไปยังตัวบ้านกับลำธารเล็กๆ พร้อมกับเสียงน้ำไหล แล้วจากการกะจากสายตาบ้านนี้คงไม่ได้มาสิบยี่สิบปีแน่ๆ

                “นี่นายเป็นใครกันแน่” ชานยอลหันมามองคนที่กำลังคุ้ยหาของอยู่หลังรถเก๋งสีขาวคันหรู อี้ฟานแบกเอกสารกับกระบอกใส่พิมพ์เขียวออกมา ก่อนจะยื่นส่งมาให้เค้า

                “เอ้า ช่วยถือหน่อย” ชานยอลรับกระบอกพิมพ์เขียวมาถือ

                “นี่ตกลงนี่บ้านนายจริงๆงั้นเหรอ”

                “อืม ทำไม”

                “นายเป็นใครกันแน่อี้ฟาน” ชานยอลมองคนที่กำลังมองกลับมา ร่างโปร่งกอดกระบอกพิมพ์เขียวแน่น เค้าไม่แน่ใจแล้วล่ะว่า ชายหนุ่มตรงหน้าจะแค่ไม่จนข้นแค้น

                “อยากรู้เหรอ” อี้ฟานมองก่อนจะยิ้มขำให้กับท่าทางคนอึ้งแกมทึ้ง ชายหนุ่มพาเดินลัดมาตามทางเดินที่ปูนด้วยเห็นแกรนิตสีเข้ม รอบข้างเป็นกรวดเม็ดใหญ่ถัดไปคือหญ้าที่ปูสีเขียวสด ด้านซ้ายเป็นสะพายข้ามลำธารเล็กๆ เข้าไปยังส่วนรับรองแขกกับห้องนั่งเล่น แต่ทางที่พวกเค้ากำลังจะไปเป็นส่วนของบ้านหลังที่สอง เป็นตึกใหญ่ที่ ครอบครัวเค้าพักกัน

                “นี่จะบอกได้รึยังว่านายเป็นใคร” ชานยอลทำหน้าบูดขณะขยำแขนเสื้ออีกฝ่าย อี้ฟานยักไหล่ เหมือนกับจะตอบแบบขอไปที

                “ก็วิศวกรจนๆคนนึง” ชานยอลจิ๊ปากก่อนจะฟาดกระบอกพิมพ์เขียวใส่คนข้างๆ อี้ฟานหลุดขำออกมา ก่อนจะลากอีกคนให้เข้าบ้าน

                บ้านสไตล์โมเดิร์นกึ่งไม้ขนาดหลายร้อยตารางวา จะว่ามันเป็นคฤหาสน์ร่วมสมัยก็คงจะได้ เพราะขนาดความใหญ่แต่ก็ไม่ได้ดูเว่อร์วังอลังการแบบบ้านเค้านัก

                อี้ฟานพาเค้าเข้ามา ภายในบ้าน ข้างนอกดูโปร่งโล่งก็จริงแต่ภายในกลับตบแต่งได้ดูมิดชิดและเป็นระเบียบ ส่วนมากคุมโทนสีน้ำเงินขาวเทาดำ ตัดกับสีเหลืองบางแห่ง ตามยุคสมัยใหม่ จากด้านหน้าที่ดูอายุอานามหลายสิบปี แต่ตัดกับบ้านที่ต้องเดินลึกเข้ามาในสวน ที่ดูแล้วเหมือนเพิ่งสร้างได้ไม่ถึงสิบปีด้วยซ้ำ

                “ชอบมากก็จ้างฉันไปรีโนเวทบ้านสีเขียวหม่นๆของนายซะสิ จะคิดราคาพิเศษให้” อี้ฟานเอ่ยหยอกล้อ ก่อนจะเดินเลี้ยวไปยังส่วนที่แอบไว้เป็นบันไดวนที่ไม่อลังการอะไรนัก ชานยอลเดินตามขึ้นไป ก่อนจะพบกับโลกที่เหมือนกับหลุดมาจากแม๊กกาซีน

                “สวยใช่มั้ยล่ะ แต่เสียใจ ห้องนอนไม่พอ นายนอนกับฉันละกัน”

                “มันก็ต้องเป็นแบบนั้นไม่ใช่รึไง” ชานยอลย้อนกลับ อี้ฟานยักไหล่ทำเป็นไม่แยแส ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนส่วนตัว ห้องทรงสูงที่เป็นไม้ปูนดิบและกระจก เปิดเข้าห้องมาก็เจอ เตียงนอนคิงไซส์ปูด้วยสีน้ำเงินเข้มๆตามแบบฉบับห้องผู้ชายอกสามศอกตั้งอยู่กลางห้องโดยบนหัวเตียงมีกระจกโปร่งใสขนาดใหญ่ปูตั้งแต่บนสุดลงมาจนถึงด้านล่างทำให้เห็นส่วนด้านนอกและวิวภูเขาลูกโตสุดลูกหูลูกตา อี้ฟานเดินเอาเอกสารกับของต่างๆไปวางไว้บนโต๊ะทำงานที่รกใช้ได้ ก่อนจะเดินกลับมาหาคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง

                “ไปอาบน้ำก่อนเถอะ ฉันต้องทำงานต่อ” อี้ฟานหยิบกระบอกพิมพ์เขียวในมือชานยอลไปก่อนจะเอาไปใส่ไว้ในตระกร้าของมัน

                “อาบด้วยกันสิ”

                “ชุดนอนกับผ้าเช็ดตัวอยู่ในตู้ เลือกเอา เราตัวพอๆกัน คงใส่ได้นะ” อี้ฟานนั่งลงพร้อมกับเปิดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ชานยอลมองแผ่นหลังกว้างๆของคนที่ทำเป็นไม่สนใจเค้าอยู่สักพัก ร่างโปร่งกวาดสายตามองไปรอบๆ ชั้นวางของอยู่ติดกับทางเข้าถัดไปก็ห้องนั้น อืม...ห้องเป็นรูปตัวแอล เตียงอยู่กลางห้อง ถัดเข้าไปข้างในก็เป็นพื้นที่โล่งๆ แล้วตามมุมก็โต๊ะทำงานกับตู้หนังสือ ส่วนอีกด้านก็เป็นประตู....เปิดเข้าไปยังห้องน้ำ

                “เห้อออ ง่วง” ชานยอลล้มตัวลงนอนบนเตียงทั้งๆที่ยังอยู่ในชุดเดินถุงเท้าก็ไม่ยอมถอด เจ้าของห้องหันมามองก่อนจะลุกจากโต๊ะทำงานเดินมาหาทันที

                ได้ผลแหะ......

 

                “ลุกไปอาบเดี๋ยวนี้ ไปๆ” อี้ฟานจับอีกคนลากออกจากเตียง แต่ชานยอลกับถอยหนีแล้วคดตัวเป็นก้อนกลมๆ อี้ฟานกอดอกก่อนจะส่ายหัวไม่ชอบใจในความเอาแต่ใจของคุณหนูตรงหน้าเลย

                “มานี่ๆ” ชานยอลตบเตียงปุๆ แต่อี้ฟานก็ยังยืนที่เดิมไม่เปลี่ยน

                “ลุก ถ้าไม่ลุกจะพากลับไปนอนสนามบินเดี๋ยวนี้เลย”

                “อย่าใจดำนักน่า คุยกันก่อนได้มั้ย....นะ” ชานยอลมองเค้าด้วยดวงตาคู่สวย อี้ฟานถอนหายใจอีกรอบก่อนจะนั่งลงตรงขอบเตียง ชานยอลยิ้มถูกใจที่อีกฝ่ายใจอ่อนอย่างทุกที

                “ไม่เอา มานี่ๆ” ชานยอลตบเตียงอีกครั้ง

                “ผมไม่มีเวลามาเล่นนักหรอก.....นะ”  ชานยอลกระชากอีกคนให้ล้มตัวลงนอน ทั้งสองสบสายตากัน ก่อนจะเป็นฝ่ายชานยอลเองที่ขยับเข้าไปหาอีกฝ่าย

                “ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอ คือในลิฟต์นั่น นายจำได้ใช่มั้ย” ชานยอลเอ่ยเสียงแผ่ว ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร ได้แต่ขยับตัวออกห่าง จ้องมองใบหน้าหวานสวยอย่างชัดๆ ชานยอลจ้องมองดวงตาคู่สวยของคนตรงหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปลูบแก้มสากอย่างถวิลหา

                “คิดถึงจัง” อี้ฟานจับมือนั้นไว้แล้วลุกขึ้นนั่ง ก่อนที่อะไรจะเกินเลยไปมากกว่านี้ ชานยอลมองตาม แล้วพูดขึ้น

                “ขออยู่ที่นี้สักพักได้รึเปล่า”

                “จะอยู่กี่วันก็แล้วแต่ครับ ผมไม่ว่าอะไร”

                “ไม่กี่วันหรอก ถ้าฉันแน่ใจว่านายไม่ได้รักฉันแล้ว ฉันก็จะไป....พูดจริงๆ คราวนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย” อี้ฟานสะอึก ไอ้ที่จะลุกหนีจากคนบนเตียงดูจะไม่ได้ผลอีกต่อ

                ชายหนุ่มหันไปมอง ชานยอลจ้องตอบไม่มีหลบ สองสายตาประสานกัน  ไม่มีใครยอมหลบสายตาก่อนจนกระทั่ง อี้ฟานหลุบตามองขาตัวเอง แล้วลุกขึ้น

                “แล้วอลิซกับแจ๊คสันล่ะครับ พวกเค้าเป็นยังไงกันบ้าง”

                “ฉันไม่รู้อะไรเลย ตั้งแต่ทะเลาะกันฉันก็ไปกลับโซลปูซานเพื่อทำงาน แล้วก็ดูแลเซฮุน เท่านั้น จะพูดว่าฉันขี้ขลาดที่เอาแต่หลบหน้าสามคนนั้นฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอก มันคือความจริง”

                “แต่คุณหนูคือพ่อของแจ๊คสัน ทำแบบนี้”

                “ใครกันที่ไม่ยอมให้ฉันเข้าไปยุ่งกับครอบครัวคนอื่น แต่ตอนนี้กลับยัดเหยียดฉันให้ไปเป็นหัวหน้าครอบครัวคนอื่น” ชานยอลฉีกยิ้มมุมปากแบบงอนๆ อี้ฟานเลิกคิ้ว นั่นสิ ตอนสองคนนั้นเลิกกันเพราะอลิซไปแต่งงานแล้วมีลูกกับทหารที่ชื่อคริสเค้าก็ห้ามเพราะมันผิด แล้วตอนนี้เค้าก็กลับกำลังพยายามให้ชานยอลไปเป็นสามีอลิซแล้วก็เป็นพ่อให้กับแจ๊คสัน

                “ถ้าคุณหนูไม่ไปอาบน้ำ งั้นผมอาบก่อนละกัน ผมต้องนั่งทำงานต่อ ขอตัวนะครับ” อี้ฟานหันหลังเดินจ้ำเข้าไปยังห้องน้ำโดยไม่ได้สาวความอะไรอีก ชานยอลมองคนที่หายเข้าไปข้างใน ก่อนจะเริ่มหาวอย่างช่วยไม่ได้

                “ง่วงเป็นบ้า” ชานยอลลุกขึ้นถอดถุงเท้าโยนมันไว้ปลายเตียงก่อนจะล้มคดตัวนอนบนเตียงแล้วหลับไปในแทบจะทันที

.

.

                กลิ่นสบู่หอมกรุ่น อี้ฟานที่เพิ่งเป่าผมเสร็จเดินออกมาในชุดนอนเสื้อยืดธรรมดาสีดำกับกางเกงนอนสีขาว ชายหนุ่มชะงักเมื่อเดินมาหยุดอยู่ปลายเตียง ถุงเท้าสีขาวถูกขว้างลงมาจากบนเตียงกระเด็นไปคนละทิศละทาง ส่วนเจ้าของของมันกลับคดตัวนอนหลับสนิทไม่ไหวติง

                ชายหนุ่มก้มลงเก็บถุงเท้าที่ใส่แล้วเอาไปโยนลงตะกร้า ก่อนจะเดินมายืนตรงขอบเตียง จ้องมองคนที่หลับไปแล้ว

                “ชานยอล” อี้ฟานพยายามเรียก แต่อีกฝ่ายกลับไม่ไหวตัวเลยสักนิด ชายหนุ่มห่อไหล่ลงก่อนจะลากเก้าอี้มาชิดกับขอบเตียงแล้วนั่งเฝ้าอีกฝ่าย

                กี่เดือนแล้วนะที่พยายามหาแต่งานมาสุมหัว อดหลับอดนอนตั้งใจทำงานเพื่อบริษัทเพื่อตัวเอง และเพื่อลืมคนตรงหน้า แต่เหมือนกับว่าเวลาครึ่งปีที่ผ่านไปไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงสักนิด แค่เห็นหน้าชานยอล เค้าก็จำมันได้ทุกอย่าง แม้แต่ความทรงจำเล็กๆน้อยๆที่ไม่น่าจะจดจำ

                “แบบนี้ผมก็เหนื่อยฟรีสิครับ” อี้ฟานเปรยกับตัวเองก่อนจะยิ้มยามที่มองใบหน้าหวานของคุณหนู ต่อให้ทั้งชีวิตเค้าก็ลืมคนตรงหน้าไม่ได้ เวลาที่ผ่านมามันก็แค่ความทรงจำที่ว่างเปล่า เค้าจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อวานทานอะไร แต่เค้ากลับจำได้ว่าหมอนี่ ซดราเมงไปกี่ถ้วยในมื้อแรกที่เค้าชวนไปกิน

                อี้ฟานล้มตัวลงนอนข้างๆคนที่หลับสนิท ผมหน้าม้าที่มักจะยาวปกลงมาถูกชายหนุ่มปัดขึ้นไป เค้าจับจ้องมองทุกส่วนบนใบหน้าอีกฝ่าย แก้มนวลอวบอูมขาวผ่อง จมูกโด่งรั้นอย่างคนดื้อด้านคิ้วสีอ่อนที่โก่งโค้งพองาม กับแพขนตาที่ปกลงมาเรียงตัวสวย

                ริมฝีปากร้อนจูบหน้าผากมน อยู่นาน อี้ฟานถอนริมฝีปากออกเมื่อพอใจ ก่อนจะพบว่าใครกำลังลืมตาตื่นมามอง ดวงตาแมวเหงาจ้องมองมาอย่างแฝงไปด้วยคำถาม ชานยอลหลุบตาลงก่อนจะเขยิบเข้ามาใกล้ แล้ววางแขนพาดไว้บนเอวของเค้า

                “จูบทำไมแค่นั้น จูบที่อื่นด้วยสิ ตรงเนี่ย” ชานยอลชี้กระหม่อมตัวเอง จนชายหนุ่มต้องหัวเราะออกมาด้วยความหมันไส้ ในความออดอ้อนของอีกฝ่าย อี้ฟานจูบแรงๆไปบนกลุ่มผมหยักศกเล็กๆ ก่อนจะผลักอีกคนออกห่าง

                “อยู่ที่นี้ ห้ามดื้อ ห้ามงอแง แล้วก็ห้ามวีนเหวี่ยง เข้าใจมั้ย ถ้าทำได้ก็จะให้อยู่ไปเรื่อยๆ”

                “หืม หมายความว่าไงวะ” ชานยอลมองอีกฝ่ายที่อยู่ๆก็ตั้งข้อเสนออะไรแปลกๆขึ้นมา

                “ตอนที่คุณหนูอยู่ที่นี้ คุณหนูจะต้องทำตามคำสั่ง ทำตามกฎของผม แล้วกฎสามข้อใหญ่ที่คุณหนูต้องทำให้ได้คือ ห้ามดื้อ ห้ามงอแง ห้ามเหวี่ยง ถ้าทำได้ ผมค่อยจูบที่อื่นบ้าง แบบนี้ตกลงมั้ยครับ”

                ชานยอลส่ายหัว คิ้วบางขมวดเข้มทันที “ไม่เข้าใจ ไม่เอา ทำไม่ได้”

                “งั้นก็นอนอีกฝั่งไป” อี้ฟานเอาเท้ายันคุณหนูของเค้าให้ไปอยู่อีกฟากของเตียง ชานยอลลุกขึ้นนั่งก่อนจะชกแขนคนที่บังอาจใช้เท้าเขี่ยเค้า

                “ทำเหี้ยอะไร ลามปามนักละนะ เดี๊ยะปั๊ด”

                “อ้ะๆ นี่บ้านผม กฎผม อยากกลับโซลคืนนี้เลยมั้ยครับ” อี้ฟานปัดป้องก่อนจะขำเมื่อลูกเจี๊ยบตัวน้อยยอมเดินเข้ามาอยู่ในกำมือเค้า ชานยอลหยุดทุบแล้วลดมือลง อย่างช่วยไม่ได้

                “ดีมาก ไป ไปนอนอีกฟากไป” ชานยอลเบ้ปาก ก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วกลิ้งมาชิดจนอี้ฟานแทบจะตกเตียง

                “ไม่ เตียงมันใหญ่เกินไป ไม่ชอบ” อี้ฟานเหวอเมื่อลูกเจี๊ยบมุดใต้แขนก่อนจะเอาอกเค้าหนุนต่างหมอน ชายหนุ่มส่ายหัวก่อนจะนอนนิ่งๆ ปล่อยให้ลูกเจี๊ยบยักษ์นอนทับ

                “หอม อยากกิน” ชานยอลเปรยขึ้นก่อนจะอ้าปาก ฝังฟันคมๆลงบนแผงอกเบาๆ

                “เห้ยๆๆ อย่ากัดเชียวนะ” อี้ฟานรีบดันออกเพราะกลัวอีกฝ่ายกัดจริงๆ

                “อือ ขอกินหน่อยเถอะ หอมเชียว”

                “นี่!! คุณหนู! ปาร์ค ชานยอล!

                “ฮ่าๆ” ชานยอลหัวเราะก่อนจะกอดอีกฝ่ายแน่น หลังจากที่ไล่งับแผ่นอกแกร่งด้วยความหมันเขี้ยวไปรอบนึง ร่างโปร่งหลับตา ตั้งใจฟังจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังเต้นรัวเร็วของชายหนุ่ม

                “ยังรักกันใช่มั้ย อี้ฟาน เวลาที่ผ่านมา นายคิดถึงฉันบ้างรึเปล่า ทรมานเหมือนฉันมั้ย นายทำงานอย่างหนักเพื่อลืมความทรมานแบบฉันรึเปล่า” ชานยอลถามเสียงแผ่ว แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบกลับมา

                “รักสินะ อือออ ไม่ต้องตอบก็ได้ ฉันจะไม่งอแง” ชานยอลว่าก่อนคลายอ้อมแขนลงแล้วมุดอกอีกฝ่ายมากขึ้น แขนเรียวงอเข้าหากัน อี้ฟานที่รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเริ่มนิ่งเมื่อเวลาผ่านไปนาน เค้าขยับตัวชานยอลก่อนจะจัดท่าทางให้หลับสบายมากขึ้น

                “รักนะครับ” อี้ฟานกระซิบตอบคนที่คิดว่าหลับไปแล้ว ก่อนจะเขยิบโอบอีกคนไว้แล้วหลับตาลง

 

                รอยยิ้มน้อยๆผลิขึ้นตรงมุมปากคนแกล้งหลับ ชานยอลนอนนิ่งๆอยู่ใต้อ้อมกอดของคนปากแข็ง พร้อมกับหัวใจที่เต้นระรัวจนหลับไม่ลง รักนะครับ เหอะ! รักแต่ไม่ยอมบอก ไอ้เหี้ย ไอ้คนเหี้ย ทำไมชอบทำอะไรให้มันยุ่งยาก ไอ้เหี้ย!!

.

.

.

.

ต่อ

                 เช้า......

 

                ชานยอลลืมตาตื่นขึ้นเพราะแสงอาทิตย์ที่สาดเข้ามายังกระจกบนหัวเตียง ภายในห้องสว่างจัดไปทุกตารางนิ้ว แต่ก็ไม่ได้ร้อนอะไรมากมายนัก ร่างโปร่งนอนคดอยู่ในอ้อมกอดของคนขี้เซาอยู่เกือบยี่สิบนาทีแล้ว เค้าแทบจะเป็นตะคริวเพราะไม่ได้ขยับตัวเลย

                “ถ้าไม่ลุกก็จะนอนกอดไปเรื่อยๆนี่ล่ะนะ” อี้ฟานลืมตา จ้องคนที่อยู่ในอ้อมกอด ชานยอลตกใจผลักอีกคนออกห่างก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนเตียง

                “ไอ้บ้า ตื่นอยู่ก็ไม่บอก”

                “ก็บอกแล้วนี่ไง” อี้ฟานลุกขึ้นนั่งก่อนจะหัวเราะ เค้าตื่นได้สักสิบนาทีเนี้ยล่ะมั้ง เค้าก่ะจะแกล้งคนที่ไม่ขยับตัวไปอีกสักหน่อย แต่ตอนนี้ก็สายมากแล้ว เค้าจะต้องไปทำงาน

                เห้อ.....ไม่อยากไปเลย

 

                “เมื่อคืนหลับสบายมั้ย” ชายหนุ่มถาม ชานยอลล้มตัวลงนอนอีกครั้งก่อนจะส่ายหัว

                “หืมมม จริงเหรอ หมอนไม่ดีหรือเปล่า”

                “เปล่า....อี้ฟาน”

                “ครับ?” ชายหนุ่มหันไปมองคนที่นอนมองเค้า ด้วยแววตาต้องการอะไรบางอย่าง ชานยอลค่อยๆเลื่อนมือจับชายเสื้อกันหนาวตัวบางออกแล้วเริ่มเลิกสูงขึ้นเรื่อยๆ อี้ฟานขมวดคิ้ว ดุๆ แต่อีกฝ่ายกลับส่งสายตาหวานเยิ้มมาแทน

                “ร้อนจัง ช่วยทีสิ ช่วยถอดหน่อย” นิ้วเรียวกรีดไปบนท่อนขาอีกฝ่าย อี้ฟานจับมือนั้นไว้ก่อนจะทำหน้าดุๆ

                “คุณหนู ผมต้องไปทำงานนะ”

                “แน่ใจเหรอ” ชานยอลหยุดเลิกเสื้อขึ้น แต่กลับเคลื่อนมือมาปลดตะขอกางเกงยีนส์ก่อนจะรูดซิปลงช้าๆ

                “ปาร์ค ชานยอล” อี้ฟานจับมือคนทำอะไรแผลงๆไว้ก่อนจะพยายามรูดซิปขึ้นแล้วกลัดตะขอ

                “อื้อออ อย่าสิ” ชานยอลโวยวาย มือแกร่งสัมผัสกับส่วนกลางของคนขี้อ่อย ก็แทบจะหยุดลมหายใจหน้ามืด

 

                ตึง!..........

 

                “โอ้ะ! ทำอะไรกัน ใครกันนะตาคริส!

                “เออะ เออ มะ เมทผมตอนอยู่เกาหลีครับม๊า”

                “เมียต่าง……” อี้ฟานรีบตะครุบปิดปากชานยอลพร้อมกับยิ้มปากแทบจะฉีกถึงใบหู ชานยอลที่ดิ้นไปมาเพราะแรงกดปิดปาก มันบี้จมูกเค้าจนหายใจไม่ออก เริ่มตีแขนชายหนุ่มแรงๆ

                “เมทเหรอ เออ ม๊าแค่จะขึ้นมาบอกว่าวันนี้ป๊ามีแขก เลยจะถามว่าอยากลงไปต้อนรับรึเปล่าน่ะ แต่ถ้าเมีย อ๋ะ! เมทมาเยี่ยม ก็ไม่เป็นไร อาบน้ำแต่งตัวทานข้าวก่อนไปทำงานซะละกันนะ” ผู้หญิงวัยกลางคนในชุดทำงาน ปิดประตูหายไปแล้วเมื่อพูดจบ อี้ฟานหันมาจ้องคนที่นอน กางเกงไม่รูดซิปด้วยแววตาดุดัน

                “อะไร...เมทเหรอ เมียต่างหาก เห้อะ” ชานยอลกดอกหน้าบูดกลบความกลัว อี้ฟานถอนหายใจ เค้าเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียง กดเบอร์แล้วต่อสายหาใครสักพัก ชายหนุ่มรออยู่นาน ก็ไม่มีใครรับสายเค้าเลยเดินลงจากเตียงไปล็อคประตู

                “เออ เทา นี่กูเอง วันนี้ขอทำงานที่บ้านละกันนะ”

                ………………………….

                “พอดีเมียมาหาว่ะ แค่นี้นะ” อี้ฟานกดตัดสายก่อนจะเดินฉับๆเข้ามาหา ชานยอลที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบถอยกรูด ทั้งกระเถิบหนีทั้งดึงกางเกงทั้งรูดซิป เป็นอะไรที่วุ่นวายมาก แล้วมือก็สั่นชนิดที่เรียกได้ว่าลนลาน

                “ละ ล็อคประตูทำไม”

                “ยั่วนักนะ ยัยตัวแสบ ไม่ต้องลุกไปไหนเลยละกันวันนี้”

                “เห้ย ไม่นะ ไม่เอาแบบนี้ เบาๆนะ อ๊า!! ฮ่าๆๆ โอ้ยยย อย่าจี๋ ฮ่าๆๆๆ อี้ อี้ฟ่านนนนนนนนน!!

 

                “ทำไม หืมมมมม” อี้ฟานถอดเสื้อกันหนาวตัวบางของชานยอลออกอย่างรวดเร็วก่อนจะตามด้วยเสื้อสีดำที่ตัวเค้าใส่

                “อะไร อย่ามาถามว่าทำไมนะ”

                “คุณหนูยั่วผมตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะ นิสัยเสียจริงๆ”

                “ทำไมล่ะ ยั่วผัวนี่ผิดกฎหมายมาตราไหนเหรอ”

                “หืม เถียงไม่ออกเลยสิเนี้ย” อี้ฟานขำ ชานยอลขำตาม ก่อนที่ทั้งสองจะร่วมผสมโรงขำไปพร้อมๆกัน “อืม งั้นกฎข้อที่สี่ ถ้ายั่วผมก็จะโดนทำโทษ”

                “ห๋า อะไรอีกวะ เรื่องมากชะมัด”

                “คุณหนูน่าจะชอบนะ”

                “อื้ออออ ไอ้บ้า”

.

.

.

                อี้ฟานที่กำลังหัวฟัดหัวเหวี่ยงสะพายกระเป๋าลงมาจากบันไดหยุดชะงัก เมื่อเห็นใครนั่งอยู่ในส่วนของห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ของบ้าน หล่อนกวักมือเรียกเค้า แต่สายตากลับจับจ้องไปยังคนที่เดินตามเค้ามาติดๆ

                “แม่เรียก”

                “อะไรนะ”

                “มาเถอะ” อี้ฟานกระชากคอชานยอลมากอด ก่อนจะลากให้เข้าไปยังส่วนที่กั้นเป็นห้องนั่งเล่น ผู้หญิงวัยเลยห้าสิบนั่งพลิกเอกสารในแฟ้ม พร้อมกับจิบน้ำส้มเย็นๆไปด้วย

                “นั่งก่อนๆ แหม พาเพื่อนมา นี่ก่ะจะซุกอยู่แต่ในห้องหรือไง”

                “ม๊า ไม่ใช่งั้นสักหน่อยนะครับ” อี้ฟานหน้าเหม็นเบื่อ กรอกตาขึ้นมาฝ้าเพดาน ชานยอลที่นั่งข้างชายหนุ่มกระพริบตาปริบๆ รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ผู้หญิงคนนี้คือแม่ของอี้ฟาน ผู้หญิงคนนี้สาวเกินกว่าจะเป็นแม่หมอนี้นะเนี้ย

                “ชื่ออะไรจ้ะ”

                “เค้าฟังภาษาจีนไม่ออกหรอกครับ ชานยอลเป็นคนเกาหลีน่ะครับม๊า” อี้ฟานแก้ให้

                “อ่อ ชื่ออะไรจ้ะ”

                “เออ ผม ชานยอล ปาร์ค ชานยอลครับ”

                “เป็นเมทหรือเป็นเมียตาคริสเหรอ”หล่อนถามหน้าตาย พร้อมกับจิบน้ำส้มเย็นๆในแก้วไปด้วย

                “ม๊า!! อี้ฟานหันไปโวยใส่ผู้เป็นแม่

                “มะ เมียครับ แต่ตอนแรกผมเป็นสามีเค้านะ”

                “ชานยอล!!!! อี้ฟานหันไปถลึงตาใส่คนที่บ้าจี้ตอบแม่เค้า

                “ฮ่าๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะลั่นห้องทำเอาชายหนุ่มทั้งสองตกใจ ชานยอลเหงื่อแตกผลั่ก เริ่มลนกับคำตอบของตนเอง

                “ฮ่าๆ โอ้ยตายๆ ตาหนุ่มคนนี้ ไปขุดมาจากหลุมไหนเนี้ยตาคริส”

                “หลุม? หมายความว่าไงครับคุณแม่” ชานยอลกอดอก เริ่มไม่พอใจกับคำพูดคำจาของยัยป้าตรงหน้าตะหงิดๆ หลุมงั้นเหรอ หลุมมันใช้กับพวกผีห่าซาตานไม่ใช่รึไง

                “โอ้ะ ขอโทษจ่ะ เธอนี่ตรงดีนะ ชื่อ ปาร์ค ชานยอล ใช่มั้ย ลูกเต้าเหล่าใคร มีชื่อมีเสียงหรือเปล่า”

                “ไม่ครับ ผมมานี่เพราะไม่มีเงิน ก่ะจะมาเกาะลูกชายคุณแม่เนี้ยล่ะครับ” อี้ฟานสะดุ้งเฮือกตกใจกับคำพูดคำจาไร้มารยาทของชานยอล คุณนายอู๋ ขมวดคิ้วจิกตาใส่ด้วยความตกใจไม่แพ้กัน

                “เกาะลูกชายฉันเนี้ยนะ วิศวะกรจนๆเนี้ยนะ โห้ะๆ”

                “ใช่ครับ” ชานยอลตอกกลับทันควัน

                “พอแล้วน่า พอทั้งคู่เลย จะตบกันรึไง” อี้ฟานกุมขมับ อีกคนก็ขี้แกล้ง อีกคนก็ยุขึ้นง่ายเสียเหลือเกิน ตายๆ

                “ใครจะไปตบกับเมียเรากันตาคริส ตัวใหญ่กว่าม๊าตั้งไม่รู้กี่เท่า” ชานยอลเก็บอารมณ์สุดฤทธิ์เมื่ออีกฝ่ายเหน็บเข้าให้ แต่มือนี่กำลังหงิกพอจะอาละวาดได้ทุกเวลา ชายหนุ่มส่ายหัว ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ ไปนอนคอนโดยังจะดีซะกว่า

                “ผมก็ไม่ทำร้ายคนสูงวัยหรอกนะครับ”

                “ปาร์ค ชานยอล! ฉันบอกแล้วไงว่าต้องทำตัวยังไง” อี้ฟานดุเข้าให้ ชานยอลเบ้ปาก อยากจะลุกแล้วเดินออกไปเสียแต่ตรงนี้เลย แหงสิ เค้ามันลูกสะใภ้ ธรรมดาที่แม่ผัวจะไม่ชอบ แล้วผัวก็ต้องเข้าข้างแม่ตัวเองเป็นธรรมดา

                “ฮ่าๆ ชอบๆ อย่างนี้ค่อยสนุกหน่อย ป๊าอยู่หลังรับรองพาไปสวัสดีสิ เออ แล้วนี่จะไปทำงานงั้นเหรอ ค่อนบ่ายแล้วนะ” คุณนายอู๋หันไปพูดกับลูกชายอย่างเป็นการเป็นงานมากขึ้น อี้ฟานถอนหายใจ ไม่มีทางหรอกที่เค้าจะพาชานยอลไปพบพ่อ รายนั้นยิ่งตกใจกับอะไรง่ายๆอยู่

                “เทามันเรียกประชุมด่วนน่ะครับ พอดีบริษัทเกาหลีที่ร่วมทุนด้วย” อี้ฟานหยุดพูดก่อนจะหันไปจิกตาใส่คนที่ทำเป็นลอยหน้าลอยตา ก่อนจะพูดต่อ “บริษัทเกาหลีที่ร่วมทุนกับบริษัทไอ้เทา เค้าตอบตกลงเซ็นต์สัญญาแล้วน่ะครับ”

                “โอ้ะ เร็วดีจัง เหนื่อยเลยสินะ งี้จะมีเวลาดูแลเมียเหรอ” คุณนายอู๋ชายตามองชานยอลที่นั่งกุมมือเข้าหากันไว้บนตัก อี้ฟานมองไปที่ชานยอล เค้าอาจต้องส่งตัวชานยอลกลับ หรือไม่ก็ชานยอลเองที่ต้องบินกลับเพื่อไปดูแลสายงานของทางฝั่งเกาหลีเอง

                “อีกสองสามวันเค้าก็กลับเกาหลีแล้วล่ะครับ”

                “กลับอะไร ฉันไม่มีที่ไปนะอี้ฟาน” ชานยอลเกาะแขนอี้ฟานแน่น ชายหนุ่มส่ายหัว นี่ก่ะจะป่วนประสาทเค้าไปถึงไหน เมื่อคืนเพิ่งบอกไปแหม๊บๆว่าอย่าสร้างปัญหา แต่นี่อะไรพอรุ่งเช้าละหาปัญหาปวดสมองใส่เค้าไม่ยั้งเสียขนาดนี้

                “งั้นฝากแม่ดูแลได้นะตาคริส”

                “ไม่”

                “ก็ดีครับ ผมคงไม่ว่างไปอีกยาว” อี้ฟานหันมายิ้มเหี้ยมใส่ชานยอล ก็ดีเหมือนกันให้แม่เป็นคนดัดนิสัย

                “ไม่เอา” ชานยอลส่ายหน้าหวืด ถ้าเค้าอยู่กับยัยป้านี่มีหวังถูกแกล้งสารพัดแน่ๆ

                “หรือจะกลับบ้าน เลือกเอา” อี้ฟานดุใส่พร้อมกับใบหน้าจริงจัง ชานยอลชะงัก

                “ฉันต้องเข้าบริษัทแล้ว....ม๊าครับ ฝากดูแลหน่อยนะ เอาให้หายนิสัยเสียไปเลยยิ่งดี” ท้ายประโยคอี้ฟานหันมาพูดใส่ชานยอลที่กำลังนั่งหน้าเบ้เหมือนกับจะร้องไห้

                “ได้จ้า แม่จะดูแลอย่างดีเลยน้า ลูกไม่ต้องห่วงเลย” คุณนายอู๋ขยิบตาใส่ลูกชาย อี้ฟานถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา

                “อี้ฟาน” ชานยอลเกาะรั้งแขนชายหนุ่มผู้เป็นที่พึ่งสุดท้ายเอาไว้ อี้ฟานค่อยๆแกะมือออกอย่างไร้เยื่อใย เค้ากระชับสายสะพายแน่น ก่อนจะจับหัวคนจะร้องไห้โยกไปมา

                “แม่ฉันไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำหรอกน่ะ ถ้าไม่ไปทำตัวแย่ๆแบบเมื่อกี้อีก เข้าใจ้ ไปล่ะ เย็นนี้จะพาไปซื้อของใช้ส่วนตัว ทำตัวดีๆล่ะ จำกฎสิบข้อไว้ให้ดีนะชานยอล” อี้ฟานหรี่ตาจ้องอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้าวข้าม แล้วเดินออกไปทันที ชานยอลคว้าได้แต่ลมแต่แล้ง ทำเพียงมองชายหนุ่มที่เดินหนีเค้าไป

                “ป่ะ ไปหาป๊ากัน” คุณนายอู๋ลุกขึ้นก่อนจะจับแขนชานยอลกระชากให้ลุกแล้วเดินตามไป

.

.

                “คุณคะ อยู่ไหม”

                “อื้ม มีอะไรเหรอคุณ” ชายวัยครึ่งคนอวบนิดๆเดินออกมาจากห้องๆหนึ่ง เค้าสวมแว่นตาไร้กรอบ ในมือกำลังถือเอกสารอะไรสักอย่างอยู่

                “อะ ทำอะไรอยู่คะเนี้ย คุยกับท่านรัฐมนตรีเสร็จแล้วหรือคะ” ชานยอลกรอกตามอง พ่อหมอนั่นต้องเป็นคนใหญ่คนโตมากแน่ๆ

                “อื้ม เค้าแค่มาเยี่ยมน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่มีอะไรเหรอ....แล้วนี่” คุณอู๋หันมาให้ความสนใจกับเค้าเสียที มือเรียวเล็กๆบีบหนักๆเข้าที่ไหล่ของเค้าก่อนจะผลักเค้าไปด้านหน้า

                “ลูกสะใภ้เราคะคุณ หน้าตาน่ารักน่าชังแต่มารยาทนี่ต้องดัดหน่อย” คุณนายอู๋ตาวาวขณะแนะนำลูกสะใภ้ให้สามีรู้จัก คุณอู๋กระพริบตาสองสามที เหมือนยังอึ้งๆอยู่

                “ห้ะ หืมมมม เมียตาคริสงั้นเหรอ” คุณอู๋เบนความสนใจไปหาภรรยา ชานยอลได้แต่ยืนทำหน้าเอ๋อเพราะไม่เข้าใจภาษาจีน

                “ใช่คะ ฉันว่าแล้วตาฟ่านนี่ต้องคว้าแต่คนสวยๆไม่ค่อยมีสมองมาแน่ๆ แต่ก็เอาเถอะความสุขลูก”

                “ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่....มั้ง”  

                “แล้วเรื่องหมั้นนั่นล่ะคะ เราควรทำอย่างไรดี ยกเลิกงั้นเหรอ”

                “อืมม คงต้องเป็นอย่างนั้น ไว้ผมจะนัดทางนั้นให้”

                “โอเคคะ งั้นฉันขอตัวไปจัดการกับเด็กคนนี้ก่อนนะคะ” สองสามีภรรยากอดกันก่อนจะเป็นฝ่ายคุณนายที่หอมแก้มสามีซ้ายขวาและผละออกห่าง ชานยอลมองตาม ก่อนจะก้มหัวโค้งให้อย่างเงอะๆงะๆ

                “เอ้า มานี่ๆ ขอซักฟอกหน่อยเถอะ” ชานยอลถูกลากออกไปจากเรือนรับรอง โดยคุณนายอู๋ หล่อนพาเค้าเดินอ้อมไปยังส่วนของสวนหลังบ้าน หล่อนจับมือเค้าลากไปเรื่อยๆ จนถึงส่วนที่มีแต่ต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมและทางเดินที่มีมอสเกาะบางๆ

                “ลู่หานเป็นยังไงบ้าง เค้าสบายดีมั้ย”

                “ครับ?

                “ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับพวกเธอนั่นล่ะ ไหนเล่ามาสิ ลู่หานสบายดีใช่มั้ย”

                “ครับ สบายดี”

                “ไม่ได้มีเรื่องอะไรใช่มั้ย แล้วตาหนุ่มนั่นกายภาพดีขึ้นบ้างรึยัง”

                “ครับ ไม่ต้องเป็นห่วง อีกไม่นานลูกชายคุณอาคงได้กลับบ้าน”

                “ทำไมเธอถึงไม่รับข้อเสนอของฉัน ทั้งๆที่ฉันมีพร้อมทุกอย่าง ฉันพร้อมรับผิดชอบแม้ไม่ใช่ความผิดของลูกชายฉัน” ชานยอลปรายตามองก่อนจะเบือนมองต้นไม้ด้านหน้า

ไม่ผิดงั้นเหรอ มันก็ผิดกันทั้งคู่นั่นล่ะ……..

 

                “เพื่อตัวลูกชายคุณอาเองครับ แล้วตอนแรกผมก็ไม่คิดว่าครอบครัวลูกชายคุณอาจะร่ำรวยมากมายขนาดนี้” ชานยอลตอบตามตรง ก่อนที่เค้าจะสืบเรื่องของอี้ฟานกับลู่หาน เค้าไม่คิดเลยว่าทั้งสองจะเป็นคนรวยได้มากมายถึงขนาดนี้ ถึงแม้จะสืบเรื่องราวมาพอสมควรแล้วเค้าก็ยังไม่เชื่อจนได้มาเห็นกับตา

                “แล้วที่ว่าจะเกาะลูกชายฉันนี่ คนรวยอย่างเธอยังจะทำอีกงั้นเหรอ”

                “ก็เค้าเป็นสามีผมนี่ครับ สามีเลี้ยงภรรยาไม่แปลก” คุณนายอู๋หลุดหัวเราะ เด็กหนุ่มตรงหน้าตรงมากจนยากที่จะโกรธ หล่อนเอ็นดูเกินกว่าจะถือโทษไปเสียแล้ว แต่ไอ้นิสัยแบบนี้ล่ะที่น่าแกล้ง ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ดูเรียบร้อยดีหรอก แต่พออยู่กับลูกชายหล่อนนี่ ดูเป็นยัยคุณหนูขี้เหวี่ยงมารยาทแย่เสียจริง

                “ลูกชายฉันไม่น่าเป็นสามีเธอเลยนะ ควรเป็นภรรยามากกว่า”

                “ก็เค้าไม่ยอมนี่ครับ” ทั้งสองหัวเราะเบาๆ คุณนายอู๋พาชานยอลเดินลึกเข้าไปในสวนอีกเรื่อยๆ จนเป็นพื้นที่โล่งกว้าง มีบ่อปลาคราฟทางเดินหินกรวดกับโรงกระจก ที่เอาไว้เพาะพันธุ์ต้นไม้ กับกระบองเพชรที่วางอยู่บนชั้นเรียงรายน้อยใหญ่ ชานยอลกวาดสายตามองอย่างชื่นชอบ แม้บ้านแม่ของเค้าจะเต็มไปด้วยไม้ประดับสวยงาม แต่ก็สู้ที่นี้ไม่ได้สักนิด อาณาเขตที่ดูจะกินลึกเข้าไปในเชิงเขา แถมยังมีตึกน้อยใหญ่กระจายเป็นย่อมๆ

                “อี้ฟานเค้าคงใจดีกับเธอมากสินะ เธอถึงได้ดูสบายใจเหลือเกินเวลาอยู่กับลูกชายฉัน”

                “ครับ?

                “ฉันมองออกน่า เด็กอย่างเธอน่ะ” คุณนายอู๋บ่น “แต่เธอนี่มันนิสัยแย่จริงๆนะ ลูกชายฉันคงปราบเธอยากแน่ๆ เพราะฉะนั้นฉันจะเป็นคน………” ชานยอลมองคนที่หันหลังให้เค้าแล้วเอาแต่พูดเสียงเจือแจ้ว ร่างโปร่งกอดอกมองอย่างเบื่อๆ เค้าย่องออกไปจากโรงกระจกก่อนจะเดินหายไปตามทางเดินเพื่อกลับขึ้นห้อง

                “ครอบครัวนี้มันอะไรกันวะ ไม่เต็มสักคน” ชานยอลถอนหายใจขณะเดินขึ้นไปยังห้องนอนของอี้ฟาน ไอ้บ้านั่นก็ดันมาทิ้งเค้าให้อยู่กับบ้านกับยัยป้าขี้บ่น

                น่าเบื่อเป็นบ้าให้ตายเหอะ!...............

.

.

.

                ช่วงเย็น อี้ฟานกลับบ้านมาตามสัญญา ชายหนุ่มเดินผ่านคนใช้และคนสวนเข้าไปยังตึกรับรองก่อนจะเดินผ่านสวนหย่อมขนาดเล็กเข้าไปยังตัวบ้านที่พักอาศัย

                “สวัสดีค่ะ คุณหนู รับอาหารเย็นมั้ยคะ”

                “อืม ไม่ล่ะ ว่าจะไปกินข้างนอก” อี้ฟานว่าพร้อมกับยิ้มระบาย  “เอ หน้าไม่คุ้นเลยเด็กใหม่เหรอ เรียกฉันว่าพี่คริสก็ได้ ที่นี้ใครก็เรียกกันแบบนี้ทั้งนั้น”

“เออะเออ ค่ะ พี่คริส” สาวใช้ตอบก่อนจะก้มหน้าเหนียมอาย เจ้านายหนุ่มหัวเราะขำก่อนจะไพร่ถามไปถึงแขกของบ้าน

                “แล้วชานยอลล่ะ”

                “คะ?

                “อืม พี่หมายถึงแขกของพี่น่ะ เห็นเค้าบ้างมั้ย” หญิงสาวส่ายหน้า อี้ฟานมองขึ้นไปยังบันไดวนก่อนจะหันมายิ้มขอบใจสาวใช้ แล้วเดินขึ้นบันไดไป

.

.

                “นี่ได้ออกไปจากห้องบ้างรึเปล่าเนี่ย ชานยอล” อี้ฟานที่เปิดประตูเข้ามาพร้อมคำบ่น ชายหนุ่มหยุดมองคนที่นอนคดบนเตียงก็ได้ส่ายหัว เค้าเอาของไปวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินเข้ามาหาคนที่นอนหลับอยู่  

                “ชานยอล เย็นแล้วนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”  อี้ฟานเอ่ยเสียงนุ่มทุ่ม นิ้วเรียวก็ปัดผมหน้าม้าที่ลงมาปกแถวเปลือกตาให้อย่างเคยชิน ชานยอลขยับตัวหนีมือใหญ่ๆนั่น

                “ตื่นได้แล้ว เดี๋ยวไม่สบายนะ” อี้ฟานเขย่าตัวอีกฝ่าย ชานยอลลืมตาตื่นจ้องมองมาเขม็ง หมัดลุ้นๆทุบเข้าให้ที่แขนเค้า ก่อนที่คนขี้โมโหจะพลิกตัวนอนหลับต่ออย่างไม่สนใจ อี้ฟานใบเหยเกด้วยความเจ็บปวดทันที

                “ตื่น หิวแล้ว ตื่น” อี้ฟานตีเข้าให้ที่แขนก่อนจะก้มลงไปเป่าหูคนขี้เซา

                “โอ้ย น่ารำคาญ เดี๋ยวพ่อก็ต่อยให้คว่ำเลยนี่” อี้ฟานเลิกคิ้วก่อนจะใช้แขนค้ำยันตัวเอาไว้แล้วจ้องมองคนที่นอนมองเค้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

                “บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำตัวดื้อด้าน ไม่งั้นก็กลับบ้านไป” อี้ฟานแสร้งทำเสียงดุๆ ชานยอลเบือนหน้าหนีไม่อาละวาด “โอเค จะนอนก็นอนไป” อี้ฟานลุกออกจากตัวอีกคน

                “เดี๋ยว!” ชานยอลดึงแขนเสื้ออีกฝ่ายไว้ ก่อนจะช้อนสายตาหง๋อยๆขึ้นมอง อี้ฟานจ้องตอบด้วยสายตาเรียบนิ่ง

                “อะไร”

                “ขะ ขอโทษ” ชานยอลเอ่ยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าหวานสวยแดงกล่ำเพราะเลือดที่สูบฉีดไปตามส่วนต่างๆของใบหน้า ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก เกิดมาคงไม่เคยขอโทษใครจนมันติดเป็นนิสัย พอต้องมาขอโทษก็เลยรู้สึกขวยเขิน

                โถ่……ยัยคุณหนู

 

                “อืม รีบไปล้างหน้าล้างตาซะไป” อี้ฟานแสร้งทำเป็นอารมณ์เสีย เค้าลุกออกจากที่นอนก่อนจะจ้ำอ้าวเดินไปที่ประตู “ให้เวลาสิบนาที ลงไปเจอฉันข้างล่าง ห้ามนอนต่อล่ะ” ว่าเสร็จก็เปิดประตูก้าวออกจากห้องไปทันที

                อี้ฟานยิ้มขบขันรู้สึกภูมิใจในตัวเองนิดหน่อยที่ปราบยัยคุณหนูอารมณ์ร้อนนั่นได้

                “อ้าว คุณหนูใหญ่ มายืนยิ้มอะไรตรงนี้คะ”

                “อา คุณป้า ไม่มีอะไรครับ” อี้ฟานยิ้มกลบเกลื่อน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดคุย

                “นี่ แม่จะกลับเมื่อไหร่ครับ”

                “อืม น่าจะเป็นมะรืนนี้นะคะ คุณนายบินไปฮ่องกงเมื่อช่วงบ่ายนี้น่ะค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะคุณหนูใหญ่”

                “อ้อ เปล่าครับ พอดีแค่อยากให้แม่ช่วยไรนิดหน่อย” คุณป้าหัวหน้าแม่บ้านและยังเป็นแม่นมของเค้าพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยปากขอตัวไปทำงาน

                “เอ้อๆ เดี๋ยวครับ วันนี้ชานยอลได้ทานอะไรรึเปล่า แล้วเค้าออกห้องมาบ้างมั้ย”

                “แขกคุณหนูเหรอค่ะ” แม่บ้านเอ่ยถาม ก่อนจะทำสีหน้าปุเลี่ยนๆ ไม่ชอบใจ “เค้าไม่ยอมทานอะไรเลยแล้วก็เหวี่ยงเด็กที่ยกสำรับเข้าไปให้ เห็นเด็กบอกเค้าเอาแต่กดโทรศัพท์กับโทรคุยกับใครไม่รู้”

                “โทรคุย รู้รึเปล่าครับว่าเรื่องอะไร”

                “ไม่หรอกค่ะ เค้าพูดเป็นภาษาเกาหลี เด็กเค้าฟังกันไม่ออก” อี้ฟานขมวดคิ้วพยักหน้ารับ พอดีกับที่ประตูห้องเปิดออก ชานยอลมองชายหนุ่มทีก่อนจะมองคุณป้าร่างท้วมที

                “พร้อมแล้ว”

                “อืม ผมไปก่อนนะครับ” อี้ฟานล่ำลาคุณป้าเสร็จก่อนเดินแยกออกไป ชานยอลเดินตามไปอย่างงงๆ แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามว่าคุยเรื่องอะไรกัน

.

.

.

                นครปักกิ่งคราคล่ำไปด้วยคนจำนวนหลายล้าน ตามแบบฉบับนครเมืองที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่ได้เรียกความสนใจของชานยอลได้เลย ร่างโปร่งมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

                “มีปัญหาอะไรที่เกาหลีรึเปล่า ชานยอล” ชานยอลหันมามอง ก่อนจะหันกลับไปยังนอกหน้าต่าง

                “เปล่า เอกสารร่วมทุนส่งมารึยัง”

                “มีอะไรบอกได้นะ ไม่ต้องทำเป็นเปลี่ยนเรื่องอื่น” อี้ฟานเอ่ยดักโดยที่ไม่ต้องหันไปมอง ชานยอลหัวเราะขำ ในความทันคนแบบแปลกๆของอี้ฟาน รู้ทุกอย่างแต่ก็ทำเป็นพูดอ้อมๆให้ดูเท่ ความจริงก็แค่ขี้เสือก

                “ถ้าฉันบอกนายมีอะไรตอบแทนฉันงั้นเหรอ”

                “ทำไม นายอยากเล่าก็เล่าไม่อยากเล่าก็ไม่ต้อง”

                “หืม ถ้าฉันอยากเล่าแล้วก็อยากได้ค่าตอบแทนล่ะ” ชานยอลโยกมือไปเกลี่ยนิ้วบนลำแขนแกร่ง อี้ฟานตวัดสายตามองคนที่ส่งสายตาเย้ายวนมาพอดิบพอดี

                “รู้ใช่มั้ยว่าตัวเองอยู่สถานะไหน”

                “อื่อ ไม่รู้ รู้แค่ว่าอยาก ทำไมเหรอ” ชานยอลยังคงหยอกล้อชายหนุ่มต่อไป จากลำแขนแกร่งก็เริ่มเลื่อนลงต่ำมายังหน้าขา อี้ฟานถอดถอนหายใจ แต่ก็ยังคงฟอร์มนิ่งเรียบเอาไว้

                “คิดถึงจัง ว่ามั้ย รถเนี้ยสุดยอดจริงๆ กว๊างกว้าง” อี้ฟานหลุดขำ กับความเย้ายวนของชานยอล อืม อยากมากนักจะจัดให้ แต่ไม่ใช่เวลานี้แน่ ปาร์ค ชานยอล

                “ยั่วนักนะ เอ้า จะไปไหนก่อนครับคุณหนู ซื้อของใช้หรือไปหาอะไรกิน”

                “หาอะไรกินสิ”

.

.

.

                ทั้งสองนั่งอยู่ในร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง โดยที่ชายหนุ่มถือเพียงแก้วกาแฟ และอีกคนกำลังก้มหน้าก้มตาสูดเส้นราเมง เข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ

                “นี่ไม่ได้กินอะไรเลยรึไง”

                “ไม่ ไม่มีนายฉันกินไม่ลง”

                “ฉันไม่มีเวลาดูแลคุณหนูอย่างนายหรอกนะ อยู่บ้านของกิน อาหารดีๆมีเยอะกว่าซะอีก อย่าเอาแต่ใจ เข้าใจบ้างรู้มั้ย” อี้ฟานบ่นเป็นหมี ก่อนจะยกแก้วกระดาษขึ้นดื่ม ชานยอลก็ยกถ้วยราเมงขึ้นดื่มน้ำซุป

                “ไปไหนกันต่อดี” ชานยอลหันมาชวน

                “อืม แล้วแต่นาย”

                “งั้นกลับบ้าน แล้วหาอะไรทำกันดีกว่า”

                “งั้นไปเดินเล่น” ชานยอลหน้ายู่ที่อี้ฟานเปลี่ยนคำพูดที่ว่าจะตามใจเค้าเสียเฉยๆ ร่างสูงเดินเอาแก้วไปทิ้งในถังขยะ แล้วก็เดินออกไปจากร้านทันที

                “ไหนว่าจะตามใจกูวะ”

                “ปาร์ค ชานยอล” อี้ฟานจิกตามองดุๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหารถ ชานยอลยักไหล่ แล้วอ้อมไปฝั่งผู้โดยสาร

.

.

.

                สวนสาธารณะที่นี้สวยและสะอาด บรรยากาศหน้าเดินมากกว่าป่าดงดิบนิดหน่อย อี้ฟานพาเค้าเดินไปตามทางที่ลาดยางสีแดงสด ชานยอลมองไปรอบๆก่อนจะแกว่งแขนเพื่อจับมือกับคนข้างๆ อี้ฟานมองคนที่ทำเป็นมองนกมองไม้ ก็ได้แต่แอบถอนหายใจข้างใน

                “นั่นอะไรอ่ะ” อี้ฟานมองตามนิ้วเรียวที่ชี้นำไป

                “ต้นไม้ไง เห็นเป็นเสาไฟเหรอ” ชานยอลหันมาแยกเขี้ยวใส่

                “แล้วนั่นอะไรอ่ะ” อี้ฟานมองตามที่ชานยอลชี้อีกครั้ง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วหันมามองคนที่ชี้นิ้วไปยังท้องฟ้า

                “อะไรของนาย อืม ดาวลูกไก่มั้ง”

                “เปล่า นั่นความรักของฉันไง” อี้ฟานหลุดขำก๊ากกับมุขเสี่ยวสะท้านโลกันต์ ชานยอลหน้าแดงปื้ด เมื่อรู้ว่ามุขที่ตัวเองเล่นมันไม่เข้าท่า

                “อืม เหรอๆ ความรักนายทำไมมันมืดมนจัง”

                “มันเป็นไปไม่ได้มั้ง” ชานยอลตอบทันควัน ชายหนุ่มชะงักกึก

                “หมายความว่าไง”

                “ตามนั้นล่ะ ถ้านายไม่ยอมบอกรักฉัน ฉันก็ถือว่านายไม่รักฉัน ฉันคงต้องยอมแพ้ อีกสองวันนี่นะ” ชานยอลบุ้ยใบ้ แกว่งมือไปมา สายตาจับจ้องมองไปทางอื่น ไม่ยอมสบตาคนข้างๆ

                อี้ฟานเอียงคอมอง เค้าจับไต๋ยัยคนนี้ได้หรอกน่า ว่าต้องการให้เค้าพูดคำว่ารัก….

                “งั้นนายคงต้องตัดใจแล้วล่ะ” อี้ฟานก้มลงไปชิดใบหูอีกฝ่ายพร้อมกับกระซิบ “ฉันไม่มีทางบอกคำว่า….รัก…..นะ” “ให้นายฟังแน่นอน” ชานยอลยิ้มมุมปาก ก่อนจะหันหน้าไปจูบอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว สายตาหลายสิบคู่ของผู้คนที่ยังเดินผ่าน หันมามองพวกเค้าพร้อมกับซุบซิบนินทา แต่ตอนนี้เค้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากผู้ชายตรงหน้า

                รสสัมผัสวาบหวามอ่อนโยน รั้งให้คนที่ยืดตัวขึ้นอยู่กับที่ มือที่เคยอยู่เฉยๆ รั้งเอวบางเข้ามาชิด ก่อนที่เค้าจะเป็นคนดำเนินเกมส์จูบเองอย่างออกรสชาติ

                อี้ฟานถอนริมฝีปากออก ก่อนจะจับจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาหวานฉ่ำ ชานยอลจ้องมองกลับมาไม่ต่างกัน

                “อย่าทำแบบนี้อีก ไม่งั้นนายจะเจอบทลงโทษ” อี้ฟานปั้นหน้าดุก่อนจะเอานิ้วจิ้มเหม่งอีกฝ่ายแล้วผลักแรงๆ ชานยอลหน้าหงาย สายตากลมโตเบิกกว้าง ริมฝีปากแดงฉ่ำยู่เข้าหากันอย่างหงอดงอน

                “ฉันไปซื้อน้ำก่อนละกัน รอตรงนี้นะ” อี้ฟานชี้ไพร่ไปที่เก้าอี้ ชานยอลพยักหน้าไม่ปริปากใดๆ เค้ามองชายหนุ่มที่เดินแกมวิ่งเยาะๆ ไปตรงแผงลอยใกล้ๆ ด้วยสายตาหม่นหมอง

 

                รักกันจริงๆใช่มั้ย รอฉันนะ อี้ฟาน อย่าไปมีใคร อย่าให้ใครเข้ามา รอฉันจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วฉันจะกลับมา……

.

.

.                 

                ชานยอลรับกระป๋องเบียร์แรงๆเย็นๆมาไว้ในมือก่อนจะเปิดมันแล้วกระดกลงคออย่างกระหายน้ำ ร่างโปร่งถอนหายใจออกมา เมื่อรู้สึกดี อี้ฟานที่นั่งอยู่ข้างๆจิบเบียร์ไปแบบไม่รีบร้อนอะไร

                “มาที่นี้แบบนี้ แล้วอลิซล่ะ”

                “เหมือนนายจะเคยถามคำถามนี้ไปแล้วนะ”

                “ไม่นิ ไม่เคย ว่าแต่ เดี๋ยวนายจะต้องกลับเกาหลีเมื่อไหร่”

                “ทำไม รีบไล่กันจังเลยนะ ถ้าบอกไม่ไปจะอยู่นี่นายจะทำไง” อี้ฟานยักไหล่ไม่ตอบ ชานยอลยิ้มขำ ก่อนจะกระดกเบียร์ลงคอ

                “ช่วงนั้นเป็นไง หกเดือนที่ผ่านมา” ชานยอลเปิดคำถามที่อยากถามทันที อี้ฟานหันมามองก่อนจะหันกลับไปมองวิวด้านหน้า

                “ทำงาน กลับบ้าน ทำงาน กลับบ้าน วนลูปอยู่งี้ทุกวัน แล้วนายล่ะ”

                “ทำงาน ดื่ม เที่ยว บางวันอยาก ก็เที่ยวผู้หญิง แล้วก็ดูแลเซฮุน” ชานยอลตอบแมนๆ ตามตรง ตลอดเวลาหกเดือนเค้ามักคลุกอยู่ที่ทำงานตกเย็นก็กลับมาหาเซฮุน บางวันเบื่อๆก็เที่ยวดื่มบ้าง อยากหนักๆก็หานอนกับผู้หญิง

                “แล้วอลิซ”

                “ทำไมมึงชอบพูดถึงผู้หญิงคนนั้นวะ” ชานยอลเหวี่ยงใส่ด้วยความอารมณ์เสีย อี้ฟานปรายตามอง เพียงนิด

                “ก็เห็นแทบเป็นแทบตายตอนโดนทิ้ง นายนี่มันน่ากลัวจริงๆ เย็นชา ไร้เยื้อใย”

                “ถ้ากูไม่รักมึง กูก็อาจจะรักอลิซเหมือนเดิมก็ได้”

                “บอกว่าอย่าพูดคำหยาบ”

                “มึงเปลี่ยนกูไม่ได้หรอก” ชานยอลลอยหน้าลอยตาตอบเสียงใส อี้ฟานทำเสียงจึกจักในลำคออย่างหัวเสียก่อนจะกระดกเบียร์ลงคอแล้วลุกขึ้น

                “ทำไมจะทำไม่ได้ อย่าลืมสิ ฉันทำให้นายหลงรักฉันจนโงหัวไม่ขึ้นมาแล้วนะ ปาร์ค ชานยอล”





..........................................................................................................................................................................................................................................................

หายยยยยยยยยย ไปนานนนนนนน ขอโทษคะ T0T ติดสอบ ติดทำงาน ติดวิจัย ติดบลาๆ ชีวิตเด็กมหาลัยนี่ช่างเหนื่อยแท้ ว่าเปล่า วันนี้จะมาต่อตอนให้ได้แบบเต็มสตรีมค่ะ ห่างหายไปนาน จนลืมพล้อต ฮ่าๆๆๆๆ แต่รับรองเรื่องนี้หวานปนเศร้า ไม่เน้นฮา หื่นแล้ว 5555555+ เอ๊ะยังไง รอติดตามนะคะ


     สปอยล์ ตอนที่ 21

                              "มันไม่จำเป็นแล้ว ชานยอล อยากทำอะไรก็ทำ"

                              "มึง.....มึงฟังกูก่อน ได้โปรด กูขอโทษ" ชานยอลคุกเข่าลงร้องไห้เสียงสะอื้น ไม่อายใครหน้าไหนทั้งนั้นที่กำลังเฝ้าดูอยู่ เเขนเรียวเอื้อมไปก่อนรัดขาอีกฝ่ายก่อนจะดึงตัวเองเข้าไป เพื่อกอดรั้งไว้ เป็นอีกครั้งที่เค้าต้องลดศักดิ์ศรีลงมาอ้อนวอน คนตรงหน้า นั่งลงกอดขารั้งอีกคนไว้ด้วยน้ำตามากมาย

                              อี้ฟานสะบัดขาออกอย่างแรง ชายหนุ่มหัวใจเจ็บแปล๊บไม่ต่างกัน เค้าไม่อยากทำท่าทางมึนตึงกับชานยอลแบบนี้ เค้าไม่อยากให้ชานยอลกับใครหน้าไหนทั้งนั้นอีกแล้ว เค้ายอม เค้าหนีมามากแล้ว แต่สิ่งที่ชานยอลทำลงไป สิ่งที่ชานยอลปิดบังเค้า มันเกินที่จะแก้ไขได้จริงๆ


                              เค้าแยกสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของคนอื่นมาไม่ได้...........




 












888 ความคิดเห็น

  1. #505 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 20:02
    ชานยอลนี่เด็กดื้อมากๆ เลย ไม่ทำดีกับแม่ผัวระวังโดนขัดขวางน๊า
    ชานยอลขี้ยั่วมากเลยลูก ในรถบ้าอะไร อ๊ายยยยยย หื่นแรง พี่คริสบอกรักน้องแล้ว งื้อออออ
    #505
    0
  2. #494 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 09:40
    เด็ดทั้งแม่ผัวลูกสะใภ้ 55555
    #494
    0
  3. #239 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 23:06
    ชานยอลลูกนั้นแม่ผัวนะคะ ทำตัวดี ๆ หน่อยค่ะ อิอิ
    #239
    0
  4. #216 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 01:06
    ชานยอลขี้ยั่วมากๆพี่คริสทนได้ไง
    แถมเจอคุณแม่พี่คริส ก็ยังได้ประลองฝีปากกันอีก มันดี
    .
    ตอนหน้าเสิร์ฟมาม่าอีกแล้วหรอออ
    #216
    0
  5. #209 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 21:35
    แง่งงงงงงงงง ตอนนี้น่ารักอ่ะชอบน้องยอลแบบนั้นนนน มาม่าอีกแล้วว .เศร้าใจแรง ?^?
    #209
    0
  6. #208 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2558 / 21:21
    คุณไรท์เตอร์บอกว่าตอนนี้จะมีสเป เราหาไม่เจอเลย แต่ดีใจที่กลับมาอัพนะคะ คิดถึงเรื่องนี้มาก
    #208
    0
  7. #198 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2558 / 19:51
    ฮืออออ คิดถึงสู้ๆนะคะคุณไรท์ ทั้งเรื่องเรียนเรื่องต่างๆ โอ้คุณหนูนี่ตรงดีนะคะนั่นแม่สามียังกล้า 555555
    #198
    0
  8. #193 Piechoc (@pieberri11ky) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 05:02
    คิดถึงไรท์แล้วนะมาต่อไวๆนะ
    #193
    0
  9. #192 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 00:35
    คุณไรท์หายไปนานจังค่ะ เรายังรออยู่นะ อยากอ่านมากๆ
    #192
    0
  10. #189 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 13:32
    โง้ยยยยยยยยยยยยย หวานมากกกก ฮือออออ น่ารักฟินนนนนน T^T
    #189
    0
  11. #187 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 17:51
    กรี้ดดดดดดดดดดดด น่ารักๆๆๆ .แดดิ้นมากอ่ะ ฟินอ่ะไรท์ตัวจะแตกแล้ว น่ารักกกกกกกก!!!!!! ..คิคิ มาต่อเร็วๆนะค่ะะะะะะ
    #187
    0
  12. #185 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 09:51
    ว้ายยยยยบยย หวานกันเข้าไปปปปปป คนอ่านเขิลแล้วเนี่ยยยยยยยยยยย 
    #185
    0
  13. #184 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 17:48
    เย้!!!!! ปรบมือรัวๆ ให้กับความกุ๊กกิ๊กพ่อแง่แม่งอนของตอนนี้
    #184
    0
  14. #183 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 09:41
    ทำไมน่ารักขนาดนี้เนี้ยยย ชานยอลดื้อแถมเอาแต่ใจจนได้มาอยู่บ้านอี้ฟานละคราวนี้อะไรๆคงง่ายขึ้น อี้ฟานก้นะ ปากแข็งมากกกกทั้งที่ในใจนี่หวั่นไหวไปละ แต่ชานยอลก้มีวิธีจัดการแหละนะ
    #183
    0