HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 19 จุดเริ่มต้นของความรักครั้งใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 515
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    19 ก.ย. 58




บทที่ 19 


 

 

                “ลู่หาน เอานี้ไปด้วยนะลูก”

                “ทำไมต้องเอาไปอะไรเยอะแยะ เซฮุนกินไม่ได้เยอะสักหน่อย”

                …………………

                “ชานยอล เลิกหาเรื่องลู่หานเดี๋ยวนี้เลย ไปๆ กลับโซลได้แล้ว”

                “คุณน้า เดี๋ยวนี้เห็นไอ้ฆาตกรดีกว่าผมงั้นเหรอ”

                “ลุ่หานไม่ใช่ ฆาตกรนะชานยอล ขอโทษพี่เค้าเดี๋ยวนี้เลย”

                “ขอโทษนะครับ ผมขอตัวไปรอข้างนอกนะครับ”

                “เดี๋ยว! ใครให้ไปมือเปล่า เอานี่ไปให้เซฮุนด้วย….

                “นี่มัน…..

ลู่หานก้มลงมองดินน้ำมันที่ชานยอลวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่าย คุณน้าอารึมหยิบมันใส่ตระกร้าก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“ลืมไปเลย ขอบใจนะชานยอล ป่ะ ไปกันนะลู่หาน น้าจะสายแล้ว” ลู่หานถือตะกร้าอาหารหลากชนิดติดมือออกมาจนถึงโรงจอดรถ คุณน้าอารึมขึ้นประจำที่ผู้โดยสาร ทันทีก่อนจะก้มหน้าก้มตาเช็คตารางจากสมุดโน้ตประจำตัว

“นิ”

“ครับ…..?” ลู่หานที่กำลังปิดประตูหลังยืดตัวเต็มความสูง แม้ชานยอลจะอายุน้อยกว่าเค้า แต่อีกฝ่ายก็ไม่เปิดช่องให้เค้าเลยแม้แต่น้อย มีแต่ข่มเค้าอยู่ทุกวี้ทุกวัน

“เอาอันนี้ให้เซฮุนด้วย” ชานยอลยื่นโทรศัพท์เครื่องหรูให้ลู่หาน ร่างบางรับมาก่อนจะขมวดคิ้ว

                “เซฮุนน่าจะยังเล่นไม่ได้นะ”

                “บอกให้เอาไปก็เอาไปสิ ถามมากน่ารำคาญ” ชานยอลกอดอกเดินเหวี่ยงกระแทกไหล่ลู่หาน เดินจ้ำๆไปยังรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง ลู่หานถอนหายใจก่อนจะจับโทรศัพท์ยัดใส่กระเป๋า

                อ่อ…. เค้ามาอยู่ที่นี้นานเท่าไหร่แล้วนะ ถ้าจำไม่ผิดคงห้าเดือนเกือบจะหกเดือนเข้าไปแล้ว เซฮุนอาการดีขึ้นและกำลังทำกายภาพบำบัดในขั้นที่สองเมื่อสามอาทิตย์ก่อน  หลังจากนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ร่วมสองเดือน สภาพร่างกายที่ไม่ได้ขยับมานาน เลยไร้เรี่ยวแรง แถมยังมีผลข้างเคียงจากการผ่าตัด ทำให้แข้งขาเดินไม่ได้ มือก็อ่อนแรงจะหยิบจับอะไรก็ร่วงหล่นจากมือหมด

                แม้จะเหนื่อย แต่คนป่วยคงทรมานมากกว่าหลายเท่า แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้บ่นอะไรมากนอกจากงอแงเพราะเจ็บตอนยืดกล้ามเนื้อเท่านั้นเอง

                อีกไม่นานเจ้าเด็กนั่นคงลุกขึ้นมาก้าวเดินได้เหมือนเดิม แล้วก็ต่างคนต่างไปเสียที…..

 

                ลู่หานขึ้นรถหลังจากเห็นมาเซราติคันงามขับออกไปจากรั้วบ้าน คุณน้าอารึมปิดสมุดโน้ตก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้แก่เค้า

                “เหนื่อยหน่อยนะ ลู่หาน วันนี้น้าคงไม่ได้เข้าไปดูเซฮุน เพราะคนไข้เยอะเหลือเกิน”

                “อ๋อ ไม่เป็นไรครับคุณน้า ช่วงนี้เซฮุนไม่งอแงเท่าไหร่” ลู่หานว่าพร้อมกับยิ้มอย่างดีใจ เวลาเซฮุนงอแง นิสัยก็ไม่ได้ต่างจากเดิมนักหรอก แต่เพิ่มลิมิตความเอาใจยากเข้าไปอีกสักพันเท่า เท่านั้นเอง

                “ขอบใจนะ ถ้าไม่ใช่เพราะลู่หาน น้าก็ไม่รู้ว่าเซฮุนจะฟื้นขึ้นมารึเปล่า”

                “ไม่หรอกครับ ไม่ใช่เพราะผมหรอก เพราะเซฮุนเองต่างหาก” คุณน้าอารึมส่ายหัวรู้สึกชอบพอในความนอบน้อมของเด็กหนุ่มข้างๆ เซฮุนเลือกไม่ผิดจริงๆ แม้เรื่องราวและสาเหตุมันจะไม่น่าพิสมัย แต่ลู่หานก็ไม่เคยทิ้งเซฮุน  หลานชายของเธอ แม้แต่ครั้งเดียว

.

.

.

                “สวัสดีคะ คุณชานยอล” เลขาสาวเข้ามาทักทายเมื่อเห็นใครก้าวเข้ามายังล๊อบบี้ของบริษัท ชานยอลที่เพิ่งลงจากรถมาเมื่อครู่ เดินเอามือล้วงกระเป๋าผ่านหล่อนไปอย่างไม่ใยดี ตามปกติ

                “ลมอะไรหอบเธอลงมารอรับฉันได้”

                “คุณอลิซรออยู่ที่ห้องรับรองคะ” ชานยอลขมวดคิ้วก่อนจะกดลิฟต์

                “อืม ปล่อยให้รอไปเถอะ วันนี้ฉันมีอะไรต้องทำรึเปล่า” ชานยอลถามขณะกดปิดลิฟต์ เลขาสาวเปิดสมุดโน้ต ก่อนจะเอ่ยเสียงใส

                “มีเซ็นเอกสารกับไปตรวจไซส์งานก่อสร้างที่คังนัม แล้วก็มีเอกสารสัญญาร่วมลงทุนกับบริษัทก่อสร้างที่ปักกิ่งคะ”

                “หืม ไม่เห็นจะมีใครแจ้งว่าฉันต้องไปปักกิ่ง”

                “เปล่าคะ ทางปักกิ่งส่งคนมาเจรจากับเราคะ” ชานยอลพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ

                “แล้วพวกนี้นี่เสร็จกี่โมง ฉันต้องขับรถกลับปูซาน”เลขาสาวยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูขณะนี้เกือบจะค่อนบ่ายเข้าไปแล้ว

                “ไม่เกินสี่โมงเย็นคะ”

                “งั้นให้เสร็จก่อนสามโมงละกัน อันไหนเลื่อนได้ก็ทำ ฉันมีธุระ”

                “ค่ะ….

.

.

.

                ชานยอลเดินเลี่ยงห้องรับรองเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเอง เค้าจัดการกวาดเอกสารที่สั่งให้แต่ละฝ่ายเร่งส่งมาตั้งแต่เมื่อวาน เข้าอ้อมแขนพร้อมกันกับเลขาสาว ก่อนจะเดินออกจากห้อง

                “จะไม่พบคุณอลิซจริงๆเหรอคะ”

                “ถ้าผมออกไปแล้ว ก็ให้ไปบอกว่าผมไม่ว่าง เชิญกลับได้เลย”

                “ค่ะ” เลขาสาวรับคำก่อนจะเดินตามเจ้านายหนุ่มลงไปยังชั้นล๊อบบี้เพื่อนำเอกสารไปส่งให้

 

 

.

                เสียงเปิดประตูทำให้สองสาวหันไปมอง อลิซยิ้มจืดเมื่อเห็นว่าใครเข้ามา เลขาสาวโค้งตัวต่ำอย่านอบน้อม

                “ชานยอลยังไม่เข้ามาอีกเหรอ” ยูซึที่เริ่มทนไม่ไหว เอ่ยขึ้น

                “คุณชานยอล ออกไปแล้วค่ะ ท่านบอกให้มาบอกพวกคุณทั้งสองว่าไม่ต้องรอ เชิญกลับได้เลย เพราะท่านจะไม่เข้าบริษัทแล้ว”

                 “งั้น….” อลิซเปิดกระเป๋าก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาแล้ววางลงบนโต๊ะรับแขก”ฝากคืนเค้าด้วยนะคะ บอกขอบคุณสำหรับทุกอย่าง” อลิซยิ้มอย่างยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชานยอลไม่มีทางกลับมาเจอพวกหล่อนอีกแน่ ตั้งแต่ทะเลาะใหญ่ครั้งนั้น ชานยอลไม่ใช่คนที่ลงให้ใครง่ายๆ การข่มขู่หรือกดดันก็ทำกับชานยอลไม่ได้ด้วย

                 “เราควรเจอชานยอลก่อนไม่ใช่รึไงอลิซ”

                “พอแล้วล่ะ ฉันเหนื่อย” หญิงสาวอุ้มลูกชายกระชับแขนมากขึ้น ก่อนจะลุกจากโซฟาตัวนุ่มแล้วเดินออกไป เลขาสาวมองตามก่อนจะก้มลงไปหยิบกุยแจและคีย์การ์ดที่เจ้าหล่อนวางไว้

                “ช่วงนี้เจ้านายเธอไปไหนงั้นเหรอ”

                “กลับปูซานค่ะ น้องชายท่านประสบอุบัติเหตุ”

                “กลับปูซาน!” ยูซึตกใจ ที่หายหน้าหายตาไปเลยนี่เพราะเซฮุนประสบอุบัติเหตุงั้นเหรอ แถมยังกลับปูซานอีก

                “ขอตัวนะคะ” ยูซึมองเลขาสาวที่เดินออกไปจากห้อง หล่อนตามหญิงสาวออกมาติดๆ ก่อนจะแยกตัวไปรวมกับอลิซที่ยืนเหม่ออยู่

                “อลิซ ฉันรู้แล้วว่าชานยอลอยู่ที่ไหน”

.

.

.

                “เซฮุน ตื่นได้แล้ว”

                ………………..

                “นี่เซฮุน” ลู่หานเขย่าตัวคนที่นอนหลับอุตุ เซฮุนค่อยๆลืมตาตื่น เค้าช่วยชายหนุ่มพลิกตัวให้นอนหงาย

                “อา อะระ” เซฮุนที่ไม่ตื่นดีพูดจาแทบไม่รู้เรื่อง ชายหนุ่มพยายามขยับมือจับแขนอีกคน ลู่หานจับมือเซฮุนไว้ก่อนจะขมวดคิ้วทำหน้าดุ

                “ลุกเดี๋ยวนี้ เจ้าเด็กจอมขี้เกียจ ได้เวลาไปทำกายภาพแล้ว”

                “วันนี้ไม่มีตารางนัดนี่” เซฮุนหลับตาลงทันทีพร้อมขมวดคิ้วอย่างขัดใจ

                “กายภาพกับฉันไง พยายามลุกเดี๋ยวนี้เลย” ลู่หานเสยผมให้คนที่เริ่มขยับตัวคดบนที่นอน เซฮุนผอมมากจนน่ากลัว ร่างทั้งร่างก็เลยเหมือนตาแก่ หิวโซ

                “ตาแก่ลุก เร็วๆ” ลู่หานก้มไปใกล้ๆ ก่อนจะจุ้บหน้าผากให้อีกคนกระเตื้อง เซฮุนเบะปากก่อนจะพยายามใช้แขนไม่มีแรงนั่นพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง

                “ช่วยหน่อย.....”

                “ไม่” ลู่หานกอดอกมองดูคนที่ทำหน้าเจ็บปวด เซฮุนมองตาขวางขณะลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน

                “อ่ะ นี่ชานยอลฝากมาให้ แล้วนี่ก็ดินน้ำมัน”

                “เห็นฉันเป็นเด็กสองขวบรึไง” เซฮุนบ่นแม้ร่างกายจะไม่แข็งแรงแต่ฝีปากก็ยังแกร่งกล้าไม่เปลี่ยน ลู่หานยักไหล่แบมือวางของสองสิ่งไว้ในมือ เซฮุนยืดแขนหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ไกลกว่าดินน้ำมัน นิ้วเรียวสั่นระริกเพราะไม่รู้สึกถึงแรงที่มี ชายหนุ่มค่อยๆหยิบมันมาถือไว้

                “อ้าห์ หล่นซะแล้ว” ลู่หานส่ายหัวก่อนจะหยิบโทรศัพท์ส่งให้เซฮุน

                “เห้อ น่าเบื่อจัง” เซฮุนบ่นขณะพยายามใช้นิ้วเลื่อนปลดล็อคหน้าจอ สิ่งที่เคยทำได้ไม่ถึงวิ แต่ตอนนี้หนึ่งนาทียังไม่รู้จะไหวรึเปล่า

                “ไอ้พี่บ้า” เซฮุนบ่นอุบเมื่อข้อความเด้งเข้ามา

                “ตอบเค้าด้วยล่ะ” ลู่หานว่า ก่อนจะหยิบกิ้ฟข้างเตียงมาติดผมให้เซฮุน

                “ทำอะไรเนี่ย” เซฮุนเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ไม่ทันลู่หาน ร่างบางยิ้มหัวเราะคิกคัก

                “ผมยาวไปแล้ว ไว้พรุ่งนี้ฉันจะตัดให้นะ แต่ตอนนี้เอากิ๊ฟติดไปก่อน หูยยยยย น่ารัก” ลู่หานแกล้งหยิกแก้มอีกคนแรงๆ เซฮุนร้องครางก่อนจะพยายามยกมือขึ้นปัดมือลู่หาน

                “ฝีมือห่วยแตก ผมฉันเป็นบักหมดแล้ว ยัยเบ๊อะ”

                “ว่าไงนะ ใครเบ๊อะ” เซฮุนหันหน้าหนีช้าๆ ก่อนจะพยายามพิมพ์ตัวอักษรบนแป้นเล็กๆในโทรศัพท์มือถือ ลู่หานมองคนที่ดูท่าจะหงุดหงิดแต่ก็ใจเย็นพอตัวกำลังนั่งตอบข้อความของพี่ชายที่ส่งเข้ามา สติครบถ้วน เว้นเสียแต่ร่างกายที่ไม่ยอมเป็นไปตามดั่งใจคิด มันคงน่าหงุดหงิดแล้วก็ทรมานมากแน่ๆ

                “กินอะไรดีเย็นนี้ .....”

                “ฉันก็กินเหมือนทุกๆวันไม่ใช่เหรอไง” ลู่หานยักไหล่ อาหารที่เซฮุนทานเป็นอาหารรสอ่อนเพื่อไม่ให้ท้องไส้ทำงานหนักมากเกินไป

                “อืมมม นายอยากกินอะไรล่ะ ถ้าทำตัวดีจะให้กิน”

                “นาย...เป็นไง.”

.

.

.

 

                  ชานยอลที่กำลังนั่งรอ ประชุมกับฝ่ายแผนงานกับทางบริษัทปักกิ่ง นั่งมองแก้วกาแฟด้วยความเหนื่อยล้า เสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับกลุ่มคนนับสิบ ชานยอลลุกขึ้นนั่งหลังตรงก่อนจะยิ้มสุภาพให้กับคณะที่เข้ามา เลขาสาวและแม่บ้านจัดการเรียงเอกสาร และของว่างอย่างรวดเร็ว เมื่อคณะมาถึง

                “สวัสดีครับ”

.

.

.

                “เห้ยๆ เทา นี่มันอะไรวะ” อี้ฟานที่โบกแฟ้มพร้อมกับเดินตามเพื่อน ด้วยท่าทางฟึดฟัด เทาหันมามองก่อนจะส่งสีหน้าเย็นชาใส่เพื่อนตัวเอง

                “อะไร”

                “ก็เนี่ย มันอะไรวะ ทำไมเราถึงโคกับบริษัทที่เกาหลีบริษัทนี้” เทาเลิกคิ้วก่อนจะซัดกาแฟลงคออึกใหญ่แล้วจึงพูดต่อ

                “ก็มันทำไมล่ะ”

                “ก็…..” อี้ฟานถอนหายใจพรวด ท่าทางงอแงออกมาอย่างเห็นได้ชัด

                “อย่าเถียงนะอี้ฟาน มึงใช้เวลาหยุดพักร้อนตลอดชีวิตการทำงานของมึงหมดไปแล้ว มึงห้ามพัก ห้ามบ่น ห้ามทำตัวเหี้ยอะไรอีกทั้งนั้น โอเคมั้ยครับ ลูกนายพล”

                “เห้ยยยย เทา” เทาแย่งแฟ้มงานจากเพื่อนซี้ไปถือไว้ก่อนจะเอามันหนีบข้างเอวแล้วดันประตูเข้าห้องทำงานไป อี้ฟานกัดฟันกรอด ก่อนจะหันหลังเดินปึงปังกลับไปยังโต๊ะทำงานตัวเอง

.

.

.

                ชานยอลที่กำลังเปิดดูรายชื่อต่างๆบนเอกสารรายงาน เค้าสะดุดกับชื่อ หัวหน้าวิศวกรคนหนึ่ง ทันทีที่อ่านมัน

                “อู๋ อี้ฟาน…….คุณพอมีรูปของวิศวกรที่ชื่อ อู๋ อี้ฟาน ให้ผมดูมั้ยครับ”

                “คุณอี้ฟาน หัวหน้าวิศวกรของเราน่ะเหรอครับ สักครู่นะครับ” ชายวัยกลางคนรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะเปิดมันแล้วเลื่อนหาอยู่สักพัก โดยที่ไม่ได้เข้าใจอะไรมากนัก ชานยอลที่แทบจะท้าวแขนแล้วยันตัวข้ามโต๊ะไปขอดูติดขอบจออย่างอดทนรอไม่ไหว เค้าทำได้เพียงแค่นั่งเขย่าขาด้วยความหวังเท่านั้น

                “เออ นี่ครับ” ชายผู้นั้นยื่นโทรศัพท์มาให้ ชานยอลรับมาดูก่อนจะเบิกตากว้าง ผู้ชายที่ไว้ผมสั้นรองทรงสีดำสนิท สวมเชิ้ตสีขาวพร้อมกับเนคไทสีน้ำเงินเข้ม บนคอมีเชือกคล้องพร้อมกับติดนามบัตรแสดงตัวตน

                “เค้า….เค้า ผมจะเจอเค้าได้ที่ไหนครับคุณ”

.

.

.

.

ต่อ

 

                “เออ หมายความว่ายังไงครับ” ชายทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจก่อนจะมองกลับไปยังคนที่เริ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่หน้าจอ ชานยอลเลื่อนดูเผื่อจะมีรูปอื่นๆ แต่ก็ไม่พบจึงส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของ

                “หมายความว่าผมต้องการ ชื่อที่อยู่ ประวัติทั้งหมด ของ...อืม.....วิศวกรทุกคนที่ทำงานกับผม เย็นนี้ ยิ่งเร็ว ผมก็ยิ่งตัดสินใจร่วมทุนกับพวกคุณเร็วขึ้น” ชานยอลเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ สองมือประสานกันอย่างผู้ที่เหนือกว่า

                “เออ....แต่วิศวกรที่ร่วมทำงานกันครั้งนี้ มีมากกว่าสามสิบท่าน ผมเกรงว่าอาจต้องทำเรื่องกับฝ่ายบุคคลเพื่อขอประวัติของพนักงานเรา เพราะฉะนั้น”

                “พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า ถ้าไม่ได้ก็เก็บสัญญากลับปักกิ่งไปได้เลย ขอบคุณมาก” ชานยอลลุกขึ้นลากสูทตัวเองมาพาดแขนก่อนจะเดินออกไปจากห้องทันที

                เลขาสาวและฝ่ายร่วมลงทุนอีกสองท่านมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ ต่างคนต่างเก็บเอกสารเข้ากระเป๋า ก่อนที่อะไรๆจะเริ่มวุ่นวาย

                “เอ้า รีบโทรหาฝ่ายบุคคลให้ลิสประวัติของพนักงานเรามาให้หมดเลยนะ เร็วเข้า”

.

.

.

                เสียงเปิดประตูทำให้หญิงสาวต้องโผล่หน้าออกจากโซฟาไปดู เสียงวิ่งตึงตังของชานยอลทำให้หล่อนส่ายหัวเบาๆ

                “คุณน้า ลู่หานอยู่ไหน”

                “บนห้อง”

 

                ลู่หานที่กำลังพับเสื้อได้ยินถึงกับลุกไปล็อคประตู ด้วยความกลัวแปลกๆ เสียงเคาะดังขึ้นก่อนที่เค้าจะกลับไปนั่งบนเตียง เสียอีก

                “ลู่หาน เปิดประตูหน่อย”

                “มีอะไรครับ”

                “ลู่หาน......” ร่างบางถอนหายใจ เค้าเดินกลับไปเปิดประตูให้อย่างเสียมิได้ ชานยอลที่เข้ามาในห้อง กอดอกสำรวจสอดส่ายไปมา ก่อนจะเดินไปนั่งยังเก้าอี้เข้าชุดกับโต๊ะไม้มะฮอกตรงมุมห้อง

                “มีอะไรเหรอครับ” ชานยอลมองกองเสื้อผ้า บนเตียง ก่อนจะหันมามองลู่หานที่ยืนสงบนิ่งอยู่ตรงหน้าประตู

                “กลับไปนั่งพับผ้าสิ ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยนิดหน่อย” ลู่หานทำตามแต่โดยดี เมื่อเค้านั่ง ชานยอลก็ลุกพรวดแล้วเดินตรงมาหาเค้าทันที

                “จะทำอะไรครับ” ลู่หานถอยกรูด รีบนั่งคุกเข่าบนเตียง อย่างกลัวการคุกคามของคนตัวใหญ่ด้านหน้า ชานยอลทำหน้าเหม็นเบื่อทันที ชายหนุ่มล้วงของบางอย่างในกระเป๋าออกมาก่อนจะยื่นส่งให้ลู่หาน

                “ฉันไม่ใช่ เจ้าเซฮุนมัน ไม่ต้องทำท่ากลัวขนาดนั้นหรอกน่ะ ฉันไม่พิสมัยนาย เอ้า นี่”

                “อ่ะ อะไรครับ”

                “ไม่เคยเห็นโทรศัพท์รึไง”

                “คือ......”

                “เห้ยย น่ารำคาญ” ชานยอลโยนมันลงบนเตียงก่อนจะกลับไปนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ตัวเดิมของตัวเอง ลู่หานหยิบมันขึ้นมาก่อนจะจ้องมองชานยอลที่นั่งเต๊ะจุ้ย ท่าทางอารมณ์เดือด

                “ติดต่อพี่ชายนายผ่านทางมือถือนั่น”

                “ครับ?

                “ถามมากอีกครั้งฉันฆ่านายแน่” ชานยอลโยกแจกันที่วางบนโต๊ะขึ้นถือ ลู่หานตกใจ รีบเปิดโทรศัพท์

                “คือจะให้ผมทำอะไรครับ”

                “ใช้ไลน์ติดต่อพี่ชายนาย”

                “ไลน์?.....แต่ผมไม่....”

                “ไม่อะไร”

                “ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนั้น” ชานยอลทำเสียงจึกจักในลำคอ เค้าพยายามควบคุมอารมณ์กับอาการเอาแต่ใจไว้สุดฤทธิ์ ชานยอลเดินไปหาลู่หานก่อนจะกอดคออีกฝ่ายไว้

                “ฟังนะลู่หาน ฉันไม่รู้ว่าพวกนายเป็นใคร แล้วฉันต้องรู้ให้ได้ เพราะงั้นรีบติดต่อพี่ชายนายเสียตั้งแต่ตอนนี้” ลู่หานมองโทรศัพท์ก่อนจะมองหน้าคนที่กำลังยื่นมาชิดเพื่อข่มขู่ มองกลับไปมาสองสามรอบก็พอเดาทางคนตรงหน้าได้ว่าอยากได้อะไรจากเค้า ลู่หานแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ

                “ถ้าคุณชานยอลต้องการจะรู้จริงๆ ผมบอกคุณหนูก็ได้ครับ จริงๆแล้วพวกเราไม่ใช่คนจนข้นแค้นนักหรอกครับ”

                “ลู่หาน ฉันรู้ รู้แล้วว่าพวกนายไม่ใช่พวกจนข้นแค้น.....” ชานยอลสตั๊นไปนิดเมื่อปล่อยไก่ออกจากเล้าไปสองสามตัว เจ้าตัวขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะนั่งขัดสมาธิแล้วหันมามองลู่หาน

                “อ้าว คุณหนูก็ทราบดีอยู่แล้ว.....แล้วทำไมยังต้องถามจากพี่ชายผมอีกล่ะครับ” ลู่หานยังแกล้งคนตรงหน้าต่อไปอีก

                “โอ้ยยย คือว่า แค่ติดต่อไป ไม่ต้องถามมาก เนี้ยจะได้มั้ย”

                “ไม่ได้ครับ” ลู่หานส่ายหน้ามึนๆ “พี่ผมไม่ชอบติดต่อใครผ่านทางไลน์นักหรอกครับ ยิ่งไลน์ใหม่ๆด้วยล่ะก็นะ”

                ครืดดดดด ครืดดดดด ครืดดดดดดด

 

                “ฮัลโหล สวัสดีครับ” ฃานยอลโบกมือห้ามลู่หาน เค้าฟังมันสักพักก่อนจะ แสดงสีหน้าออกมาอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ

                “ผมต้องการตั๋วบินไปปักกิ่งพรุ่งนี้ หาให้ได้ ถ้าหาไม่ได้ก็เตรียมตัวรับซองขาวเก็บของกลับบ้านไปเลย” ชานยอลเงียบฟังอีกสักพักก่อนจะกำโทรศัพท์แน่น “จะเอาตั๋วสายการบินไหนก็ได้ต่อกี่ต่อก็ได้ แต่ฉันต้องไปปักกิ่งพรุ่งนี้ ต้องพรุ่งนี้!!” ชานยอลกดวางโทรศัพท์ โดยมีลู่หานคอยนั่งมองพร้อมกับกลั้นขำอยู่ตลอด ชานยอลโยนโทรศัพท์ทิ้งก่อนจะหันมามอง ลู่หาน

                “ว่าไง รีบจัดการสักที” ชานยอลเสยผม แอร์ก็เปิดออกจะเย็น แต่ทำไมเหงื่อเค้าออกมากแบบนี้

                “ชานยอล....” ลู่หานยื่นโทรศัพท์คืน เจ้าของ ชานยอลมองมันก่อนจะเงยหน้ามองคนที่กำลังฉีกยิ้ม

                “อะไร ฉันบอกให้รีบทำไม่ใช่รึไง”

                “หัว....หัวเราะอะไร” ชานยอลอารมณ์พุ่งปรี๊ดเมื่อเห็นลู่หาน หัวเราะ ชานยอลมองตามคนที่อยู่ๆก็ลุกไปหยิบกล่องเหล็กในลิ้นชัก แล้วเดินกลับมาหาเค้า

                “ผมมีตั๋วไปปักกิ่งนะครับ” ชานยอลขมวดคิ้วเข้ม ก่อนจะมองของที่นอนอยู่ในกล่อง

                “ตั๋วชั้นประหยัดล่วงหน้าหนึ่งปี น่าจะเลื่อนวันได้นะ” ชานยอลเบ้ปาก ตั๋วชั้นประหยัดงั้นเหรอ

                “ตั๋วชั้นประหยัดที่เบียดๆกันน่ะนะ ไม่ล่ะ” ลู่หานมองคนที่ทำหน้าแหยงสุดฤทธิ์ก็เริ่มหมันไส้ ร่างบางเก็บตั๋วใส่กล่องก่อนจะวางมันไว้ข้างตัว

                “แล้วแต่ครับ ผมอุตส่าห์จะช่วยให้ไปพบพี่ชายแท้ๆ ก็แล้วแต่นะ ชั้นหนึ่ง กับชั้นธุรกิจน่ะ ไม่มีหรอกคงเต็มเอี๊ยดไปหลายสัปดาห์” ลู่หานบ่นพร้อมกับก้มหน้าก้มตาพับผ้า ชานยอลครุ่นคิด พลางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

                “แต่มัน.....”

                “ครับ?

                “นายจะช่วยฉันจริงๆเหรอ.....”

.

.

.

                เช้าวันใหม่ในนครปักกิ่งอันสดใสของพนักงานทำงานออฟฟิศเช้าไปเย็นกลับ แต่มัยเป็นเช้าวันที่สองที่เค้าต้องนั่งปั่นงานตามคำสั่งของเจ้านายที่ใช้แรงงานเค้าอย่างกับทาส ชายหนุ่มแทบไม่มีเวลานอน แล้ววันนี้เค้าต้องทำงานให้เสร็จเพื่อจะได้กลับไปนอนอย่างเต็มอิ่มที่บ้าน

                “อะไรของมันวะ” อี้ฟานที่กำลังนั่งตรวจพิมพ์เขียวอยู่ในห้องวาดพิมพ์ของบริษัทหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความ ชายหนุ่มขมวดคิ้ว อย่างไม่เข้าใจมากนัก ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป

                **จะมาก็ให้ที่บ้านเอารถไปรับสิ ฉันไม่ว่าง**

                /โถ่ พี่ผมบินช่วงเย็น กว่าจะถึงก็ค่ำ น่าๆมารับหน่อยนะ/

                **เสียใจ กูนอนบริษัท ไอ้เหี้ยเทามันเร่งงาน ไม่มีเวลา หาทางกลับเองละกัน บาย** อี้ฟานกดดับหน้าจอก่อนจะวางมันไว้บนโต๊ะแล้วทำงานต่อ

                เสียงข้อความเข้าสั่นจนเค้าต้องคว่ำหน้ามันลงแล้วเพ่งสมาธิกับงานตรงหน้า

                “เห้ย คริส รับโทรศัพท์สิวะ มันดังเนี้ย”

                “อืมๆ” อี้ฟานหยิบโทรศัพท์ก่อนจะเดินออกไปด้านนอกเพื่อโทรหาลู่หาน

                “เอ้า ไอ้น้องเหี้ย” อี้ฟานโทรกลับแต่ปลายกลับกดตัดเสียเฉยๆ อี้ฟานพิมพ์ข้อความส่งกลับไป

                “เอ้า ดูมัน ทีข้อความน่ะตอบ ไอ้บ้า” อี้ฟานถอนหายใจ ถ้าเค้าเร่งงานให้เสร็จก่อนค่ำวันนี้ ก็อาจจะไปรับลู่หานทัน

                **อืมๆ มาถึงแล้วก็โทรมาละกัน ไว้จะไปรับ อย่ากวนอีกล่ะ** อี้ฟานพิมพ์ข้อความส่งกลับไปก่อนจะปิดเสียงข้อความแล้วเดินเข้าห้องไปทำงาน

.

.

.

                ชานยอลในชุดลำลองธรรมดาร้องเท้าผ้าใบกางเกงยีนส์และเสื้อกันหนาวตัวบางๆในมือเค้ามีเพียงกระเป๋าตังโทรศัพท์กับแผ่นกระดาษประวัติอี้ฟานและพาสปอร์ตเท่านั้น ชานยอลผิวปากหวือ เมื่ออีกฝ่ายส่งความตอบตกลงจะมารับเรียบ ร่างโปร่งลุกจากเก้าอี้ในสนามบินไปหาน้ำเย็นๆดื่มอย่างสบายใจ

.

.

.

                 

                “เห้ย งานเสร็จยังวะ กูรีบ เร็วๆดิ” อี้ฟานที่กำลังเร่งเพื่อน ยืนสั่นขายิกๆ ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา มันตีบอกเวลาเกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว

                “รีบไปไหนวะ เอ้าเสร็จแล้ว”

                “เออ ขอบใจวะ ใส่กระบอกให้เลยนะ จะเอาไปทำที่บ้าน” อี้ฟานว่าก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อหยิบเสื้อคลุมกับกระเป๋าสะพาย เตรียมตัวออกจากบริษัท

                /อยู่ไหน เร็วๆเข้าสิพี่/ อี้ฟานก้มมองข้อความก็ได้แต่ถอนหายใจ นี่อยู่ๆก็จะมาไม่บอกไม่กล่าว แล้วยังจะมาเร่งยิกๆกันแบบนี้ เจอหน้าละจะเตะให้คว่ำ

                **เออๆ จะไปละ รออีกครึ่งชั่วโมง** อี้ฟานรับกระบอกใส่พิมพ์เขียวมาสะพายก่อนจะเดินไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปยังลานจอดรถของบริษัท

.

.

.

                ชานยอลที่นั่งรอตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มโมโห เพราะไม่เคยรออะไรนานๆแบบนี้ ร่างโปร่งยกนาฬิกาขึ้นดู นี่ขนาดถ่ายตั๋วให้ดูแล้วมันยังจะมาช้าอีกนะ คอยดูเถอะ มาถึงจะด่าให้หูช้า

 

                หนึ่งชั่วโมงผ่านไป....

 

                “เมื่อไหร่จะมาวะ” ชานยอลบ่น เค้ากระทืบเท้าลงพื้น นี่ถ้าอยู่โซลเค้าคงโบกแท็กซี่กลับเองแล้ว แต่นี่ภาษาก็ไม่ได้ เส้นทางถนน รถโดยสารก็ไม่รู้จัก แค่ต้องอดทนนั่งเบียดกับอาม่าอาอี้มาหลายชั่วโมงในชั้นประหยัดเค้าก็แทบจะระเบิดอยู่แล้ว นี่บังต้องมารไอ้บ้านั่นอีกตั้งเกือบสองชั่วโมง

                ครืดดดดดด ครืดดดดดดด ครืดดดดดดดด

                โทรศัพท์ดังขึ้นไม่ทันตั้งตัว ชานยอลสะดุ้งโหยงก่อนจะรีบตัดสาย รีบก้มตัวแนบไปกับเก้าอี้ ข้อความทักเข้ามา ถามว่าเค้าอยู่ตรงส่วนไหนของสนามบิน

                ชานยอลหน้าเห่อแดงอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อหัวใจดวงเล็กๆกำลังเต้นสูบฉีดเลือดด้วยความเร็ว ความตื่นเต้นนี้มันคืออะไร มันกำลังจะฆ่าเค้าแล้ว........

                “ปาร์ค ชานยอล” เสียงเรียกเย็นเหยียบที่สุดเท่าที่เยได้ยินมา ชานยองเด้งตัวขึ้นยืดหลังตรง คอแข็งจนแทบจะหมุนกลับไปมองคนที่ยืนคุมเป็นเงาอยู่ด้านหลังไม่ได้

                “ปาร์ค ชานยอล!!!!

.

.

.

                “มาได้ยังไง แล้วนี่อะไร” อี้ฟานแย่งโทรศัพท์ที่เป็นของน้องชายตัวเองไปถือไว้ ก่อนจะชูขึ้น ชานยอลกอดอก หันหน้าไปทางอื่น

                “ก็ใครบอกให้มึงหนีกูกลับมาบ้านล่ะ ช่วยไม่ได้”

                “คุณหนูครับ ผมว่าที่เราสองพูดกัน ฃวันนั้นมันน่าจะจบแล้วนะ”

                “แต่กูไม่ได้ตามมึงออกมาจากลิฟต์นะ มึงพูดเองว่าถ้ากูตามมึงออกมาจากลิฟต์มึงจะไม่ให้กูเห็นหน้ามึงอีกเป็นครั้งที่สอง” ชานยอลเถียงใบหน้าหวานสวยอวบอูมอย่างเอาเรื่อง เจ้าตัวพองแก้มจนคนมองต้องกอดอกแล้วหันหนีไปทางอื่น

                “หยุดใช้คำว่ากูมึงเดี๋ยวนี้”

                “ทำไมวะ....”

                “ห้ามใช้คำหยาบ” อี้ฟานหันมาจ้องพร้อมกับเอาโทรศัพท์ชี้หน้าอีกฝ่าย ชานยอลมองตาปริบๆ ก่อนจะเบ้ปาก เมื่อถูกบังคับ

                “โอเค จะให้แทนว่าอะไร”

                “แล้วแต่ แต่ต้องสุภาพ”

                “ตัวกับเค้างี้ ดีม้ะ” ชานยอลเลิกคิ้ว กวนประสาทอีกคน อี้ฟานมองอย่างอารมณ์อยากจะจับอีกคนโยนกลับเข้าเกท ส่งมันกลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอด

                คนเค้าอุตส่าห์ไม่คิดถึงแล้ว....ยังจะมากวนใจถึงที่นี้

 

                “ผมจะหาตั๋วกลับเกาหลีที่เร็วที่สุดให้”

                “ไม่อ่ะ ใครบอกกู....เค้าจะกลับ” อี้ฟานเริ่มออกเดินขณะที่ชานยอลบ่นหงุงหงิงตามหลัง เหนื่อยบ้างล่ะ หิวบ้างล่ะ บ่นอาม่าอาอี้อาอึ้มที่เอาแต่พูดตอนที่เค้าจะนอนบ้างล่ะ

                “หยุดพูดสักทีเถอะครับ คุณหนู” อี้ฟานหันมามองอย่างรำคาญจิงจัง

                “ไอ้คนบ้า ไม่ฟังกูเลย หยิ่ง....” ชานยอลพูดลอยๆเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้สนใจสิ่งที่เค้าพูดสักนิด แต่กลับดุเค้า 

                "หยุดเลยนะ หัดสงบปากสงบคำซะบ้าง" อี้ฟานชี้หน้าชานยอลอย่างเอาเรื่อง ชานยอลจ้องเขม็ง เม้มปาก มือหยิกอย่างกับเด็กถูกขัดใจ อี้ฟานสะบัดตัวเดินหนีปึงปัง ก่อนที่ชานยอลจะเดินตามต้อยๆ

              "ไอ้เหี้ย ไอ้คนเหี้ย"

              "ว่าไงนะ" อี้ฟานหยุดเดินก่อนจะหันมาปุบปับ ชานยอลชนเข้ากับอี้ฟานอย่างจัง

              "โอ้ย" ชานยอลลูบแผงอกตัวเอง ก่อนจะเข่าอ่อน ทรุดลงเอาคางเกยไหล่อีกคนไว้ อี้ฟานรวบเอวบางไว้แน่นตามสัญชาตญาณ สายตาหลายสิบคู่หันมาจับจ้องมองพวกเค้า อี้ฟานกรอกตาขึ้นฟ้า ขมุบขมิบปาก ฟอร์มจะหลุดออกเป็นว่าเล่น

               "เจ็บอ่ะ เดินไม่ไหวแล้ว"

               "นี่มันสนามบินนะ ชานยอล ถ้าทำตัวแบบนี้อีก ฉันจะโกรธจริงๆแล้วนะ"

                "โอเค...." ชานยอลอ้อยอิ่งออกจากอ้อมอกอีกฝ่าย ก่อนจะยืดตัวสูง แล้วหันไปส่งสายตายั่วยวนใส่คนข้างๆ "ถ้าเค้าทำตัวดีๆ นายจะมีอะไรให้เค้ามั้ยล่ะ หืมมมม"

                โป้ก!

                “โอ้ยยยยย เหี้ย ทำเหี้ยไรวะ”  ชานยอลกุมหัวตะโกนลั่น อี้ฟานชักสีหน้าเอาเรื่อง ก่อนจะยกมือขึ้นอีกครั้งเตรียมจะเขก

                “นี่พี่นายนะชานยอล แล้วนี่ก็บ้านฉัน ถิ่นฉัน ถ้านายไม่อยู่ในกฎของฉัน ฉันเอานายตายแน่” อี้ฟานถลึงตาใส่ แสร้งทำเป็นดุ ก่อนจะกระชากแขนอีกคนให้เดินตาม ชานยอลอ้าปากหวอ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าดุตัวเองขนาดนี้

                อี้ฟานพาชานยอลเดินมาถึงรถ เค้าเปิดประตูให้ชานยอล ร่างโปร่งโดดขึ้นนั่งก่อนจะรัดเข็มขัดอย่างว่าง่าย อี้ฟานมองก่อนจะถอนหายใจ เค้ากุมขมับอยู่หน้ารถ ก่อนจะเดินอ้อมมายังด้านคนขับ

                “รถหรูใช้ได้เลยนี่ คุณอี้ฟาน” ชานยอลว่าก่อนจะมองสำรวจรถที่ราคาไม่น่าจะต่ำกว่าร้อยล้านวอน ไปเรื่อยๆ

                “พี่จะกลับบ้าน ไว้จะหาไรกินที่บ้านละกัน”

                “อื้ม ตอนนี้ฉันเป็นลูกไก่ในกำมือนายนี่ คุณอี้ฟาน” ชานยอลยิ้มหวาน ก่อนจะกอดอกแล้วมองตรงไปข้างหน้า อี้ฟานยักไหล่ที่คนข้างๆดูจะไม่เอาแต่ใจมากนัก

.

.

                บ้านของเค้าห่างไกลจากตัวเมืองมาก เพราะกินพื้นที่ไปเยอะ การย้ายมาอยู่ชานเมืองจึงเป็นเรื่องจำเป็น อี้ฟานขับรถพาตัวปัญหาออกมาจากสนามบินเรื่อยๆ ไม่นานนักชานยอลกับเริ่มซุกหัวกับเบาะ กอดอกแล้วหลับไปเสียเฉยๆ อี้ฟานเบาแอร์ลงเพราะเริ่มเย็น ก่อนจะหันมองอีกฝ่ายเป็นระยะๆ

                นี่จะรู้บ้างมั้ยว่าเค้าต้องอดทนมากแค่ไหนตอนเห็นผู้ชายตัวใหญ่แอบอยู่กับเก้าอี้ตัวเล็กๆในสนามบิน แล้วแถมมานี่ก็ไม่บอกเค้าสักคำ หรือเพราะคงกลัวว่าเค้าจะหนีอีกเลยไม่กล้าบอก ถึงขนาดปลอมเป็นลู่หาน

                แบบนี้ก่ะจะฆ่าเค้าชัดๆเลยนี่นา...

 

                “ฮ่ะๆ” อี้ฟานที่คิดอะไรเพลินๆหลุดหัวเราะออกมา ถึงว่าสิตอนโทรไปก็เอาแต่กดตัดสาย

                “อือ ถึงแล้วเหรอ...โอ้ย ปวดคอ” อี้ฟานปั้นหน้าเคร่งก่อนจะโยนเสื้อคลุมใส่อีกฝ่าย

                “ยัง นอนไปเถอะ ถึงแล้วจะปลุก”

                “อือๆ” ชานยอลพยักหน้าก่อนจะเอนตัว เอาหัวพิงแขนเค้า

                “เห้ย มันขับรถลำบากนะ” อี้ฟานพยายามดันหัวทุยๆออก แต่ชานยอลกลับคล้องแขนล็อคแขนอีกคนไว้ แล้วถูหัวไปมา

                “มันเจ็บคอนี่ ขอหนุนหน่อยนะ” ชานยอลอ้อน จนอี้ฟานแทบจะกัดลิ้นตาย อี้ฟานถอนหายใจ ก่อนจะขับรถไปด้วยมือเดียว

                “อยากกอดแบบนี้มานานแล้ว....อุ่นจริงๆ” ชานยอลเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะมุดเข้ามาอีก อี้ฟานมองก่อนจะหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้า โดยไม่ว่าอะไรอีก

                คิดถึงมากเหมือนกัน มากจนแทบคลั่งเลยล่ะครับ.........

                คุณหนู.......

 

                ถ้าแย่งกลับมาได้ก็อยากจะทำ แต่เค้าก็ยังมีจิตสำนึกที่จะไม่ทำลายครอบครัวใคร แล้วถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ เค้ายังจะผิดอยู่มั้ย เค้ายังจะดูเหมือนแก่ตัวอยู่รึเปล่า

 

 

 

















--------------------------------------------------------------------------------------------------

^+++++++++++++^ ฮี่ๆๆๆๆๆๆ








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #624 kriswu0627 (@kriswu0627) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 19:05
    เค้าาาาา วรั้ยยย น่ารักกกกก
    #624
    0
  2. #518 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 13:30
    หวานได้อีก เค้ากะตัวเอง ชอบบบบบ แล้วฮุนฮานนี่ยังไงเอ่ย
    #518
    0
  3. #504 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 19:21
    ฮ่อยยยยยยย สวีทททททท น้องยอลตามถึงบ้านพี่คริสเลยครับ ให้มันรู้ไปสิว่าจะใจแข็งอยู่ได้ อ๊ากกกก เรียกแทนตัวเองว่าเค้า น่ารักกว่ากู-เยอะเลย น่าร๊ากกกกก
    #504
    0
  4. #485 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 01:19
    ง้อได้น่ารัก ชอบชานยอลแบบนี้จัง อ้อนเยอะๆนะสาวน้อยย คิคิ
    #485
    0
  5. #238 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 22:32
    เอาลูกอ้อนมาใช้เยอะ ๆ เลยชานยอล อี้ฟานก้อแค่คนปากไม่ตรงกับใจแค่นั้นแหละ บอกแล้วอย่าให้ชานยอลอ้อนระวังจะหลง อิอิ
    #238
    0
  6. #188 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 13:18
    โง้ยยยยย ยัยชานยอลขี้อ้อนมากแหมมมมมมม
    #188
    0
  7. #186 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 22 กันยายน 2558 / 17:29
    อ้อนเยอะๆนะชานยอลเริ่มน่ารักแล้ว คิคิ .พี่อี้ฝานก็คนดีล่ะเกิน โอ้ยยยยยยยย ยัยชะนีสองตัวนี้ยังไงห้ะ ยัดเยียดตัวเองใครเค้าอยู่ได้ -_-
    #186
    0
  8. #182 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 22:59
    ที่แท้พี่อี้ฝานก็เป็นคนดีนี่เอง แต่อิคุณฟนูมาง้อแล้วน้า 
    #182
    0
  9. #181 Tamininalove (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 10:15
    ไม่ผิดเลยพี่คริสสสอย่าคิดมากสิ ทำตามหัวใจตัวเองสิยอลก็รักพี่จะทำให้คนที่เรารักเสียใจทำไม เดี๋ยวคนที่เขารู้ตัวว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหนเขาก็ออกไปจากยอลแล้วว
    #181
    0
  10. #180 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 10:04
    ฮี่ๆชานยอลนะอยู่กับคนอื่นนี่เหวี่ยงวันเป็นว่าเล่น พอมาเจอคุณอี้ฟานละกลายเป็นเด็กน้อยขี้อ้อนเชียว แบบว่าาตัลล๊าคคคคคคคค><`
    #180
    0
  11. #179 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 21:16
    ว้ายๆๆๆๆๆๆ นี่ไม่คิดถึงไม่อะไรกันเลยเหรอตั้งห้าหกเดือน แล้วมาทำตื่นเต้น หึๆๆๆๆ
    #179
    0
  12. #178 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 16:08
    ชานยอลจะได้เจอกับคริสแล้วใช่มั้ยฮือออออ พี่ลู่จะรักเซฮุนหรือยังน้าาาา
    #178
    0
  13. #177 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 11:43
    อั้ยยยยยย.... รอออออออออเ
    เลยยยย
    #177
    0
  14. #176 Piechoc (@pieberri11ky) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 11:10
    เมียตามหาผัว ชานยอลนี่คงยอมรับอย่างแท้จริงว่ามีผัว
    #176
    0
  15. #175 Kraotoo (@Kraotoo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 10:57
    รออออออออออออออออ>~<
    #175
    0
  16. #174 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 08:13
    ฮ๊ากกกกกกกกก ตัดไปตอนที่เรากำลังตื่นเต้นพอดี น้ำตาจะไหล แต่ลู่หานเนี่ย ดูแลเซฮุนมาเป็นห้าหกเดือน ไม่รักเซฮุนขึ้นบ้างเลยหรอ สงสารเซฮุน สงสารแจ๊คสันด้วย ชานยอลไม่สนใจลูกเลย ถึงจะไม่ใช่ลูกตัวเอง แต่รับเป็นพ่อแล้ว ไม่สนใจแม่พาลไม่สนใจลูกไปด้วย น่าสงสาร T^T
    #174
    0
  17. #173 ชะชะชะชานย๊อล (@miku-cute) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 07:39
    อยากตบยูซึมากๆ ชานไม่รักเพื่อนแกแล้วเว้ย เลิกยุ่งกันเหอะ
    #173
    0
  18. #172 natty naka (@natty0627) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 กันยายน 2558 / 02:34
    เอาละเว้ยเมียจะตามสามีกลับมาได้ไหม ยูซึเธอก็พอได้ละอลิสเขาเหนื่อยแล้วนะ
    #172
    0