HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 18 ตราบาปและแผนการณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    1 ธ.ค. 58




บทที่ 18



 

                ชานยอลสาวเท้าก้าวยาวๆ ไปตามทางเดินในโรงพยาบาล ลู่หานพยายามเดินแกมวิ่งไปข้างหน้าเพื่อให้ทันชายหนุ่ม

                “ขอโทษนะครับ คนไข้ที่ชื่อ ปาร์ค เซฮุน อยู่ห้องไหน”

                “สักครู่นะคะ”

                “.....คุณหนูใหญ่”

                “หุบปาก” ชานยอลหันไปแวดใส่ พร้อมกับจิกตาอย่างเกลียดแค้น ลู่หานชะงักรีบดึงมือกลับ ลู่หานยืนเงียบ แล้วปล่อยให้คุณหนูใหญ่เป็นคนจัดการทั้งหมด

.

.

                ลู่หานและชานยอลมาถึงห้องไอซียูหลังจากชานยอลจัดการเรื่องเซฮุนเสร็จ ลู่หานเดินไปนั่งพักบนเก้าอี้เพราะรู้สึกปวดหัว เค้าจ้องมองคุณหนูใหญ่ที่กำลังคุยกับคุณหมอและตำรวจอยู่อีกฟาก

                ทุกอย่างดูวุ่นวายไปหมด คุณหนูใหญ่แสดงสีหน้าเคร่งเครียดเสียจนเค้าไม่กล้าทัก ไม่กล้าสบสายตาเลยเสียด้วยซ้ำ ชานยอลเดินมาหา ก่อนจะจับแขนเค้าแล้วดึงขึ้น

                “ไปพักผ่อนซะ”

                “ครับ....อะไรครับ” รถเข็น เข็นมาใกล้ ชานยอลกดตัวลู่หานลงไปบนวิลแชร์

                “ฝากดูแลด้วยนะครับ”

                “ครับ...” ลู่หานมองบุรุษพยาบาลที มองคุณหนูใหญ่ที ก่อนที่วิลแชร์จะเคลื่อนห่างออกไป

.

.

.

                แสงสว่างจากหน้าต่างปลุกให้ลู่หานต้องตื่น ชุดคนไข้สีฟ้าเข้ม สายน้ำเกลือต่อกับแขน เพิ่มพลัง ร่างบางหันมองนาฬิกาที่อยู่บนฝาผนัง ความรู้สึกเจ็บปวดหายไปเยอะ รวมทั้งความอ่อนล้า นานหลายชั่วโมงก็หายไปด้วย

                เสียงปิดนิตยสารพร้อมกับสายตาคมเข้มที่จ้องเขม็งมา ลู่หานยันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงก่อนจะก้มหัวโค้งให้

                “ขอบคุณครับ”

                “ฉันคุยกับตำรวจ คู่กรณี แล้วก็คนเห็นเหตุการณ์แล้ว......ค่าเสียหายมากพอให้นายเข้าไปนอนซังเตเลยนะลู่หาน” ลู่หานหน้าซีด

                “ผมขอโทษจริงๆครับ”

                “ทำไมต้องเดินข้ามไปด้วย นายรู้ใช่มั้ยที่มันยังดี ที่ไม่มีใครบาดเจ็บ นอกจากพวกนายสองคน”

                “ผมขอโทษครับ”

                ชานยอลโยนหนังสือในมือลงพื้นก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินมาหาด้วยความโมโห “เลิก!! ขอโทษสักที”

                                  เพี๊ยะ.....
                 ชานยอลกำมือแน่น ขณะมองใบหน้านวลที่หันไปอีกข้าง ลู่หานไม่ตอบโต้อะไร แต่กลับโค้งตัวต่ำแทบจะติดกับขา ร่างกายสั่นงันหงก
                 "รู้ใช่มั้ยว่าเป็นความผิดใคร...."
                   "........."
                  "จำความรู้สึกผิดนี้ไปให้ชั่วชีวิตนะ ถ้าน้องชายฉันไม่ฟื้น นายรู้ใช่มั้ยว่า นายต้องเจอกับอะไรบ้าง" ชานยอลก้มตัวลงไปกระซิบเสียงรอดไรฟัน ลู่หานน้ำตาไหลพราก คนตรงหน้าน่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ คุณหนูใหญ่น่ากลัวจะเค้าต้องสั่น
                 "คะ ครับ ผมจะชดใช้ให้ทุกอย่าง"
                 "ไปตายแทนน้องชายฉันซะสิ ไปนอนแทนน้องชายฉันในห้องนั่น นั่นล่ะสิ่งที่พอจะชดใช้ได้" ชานยอลชี้ไปยังประตูห้องไอซียู ก่อนจะยืดตัวเต็มความสูง แล้วเดินหันหลังห่างออกไป

                “อ่อ เอาโทรศัพท์มา....” ชานยอลหันไปถามคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง

                “ครับ.....”

                “เอามา...!!

.

.

.

.

                พาสปอร์ตเร่งด่วนที่จะได้ในวันพรุ่งนี้ตามเส้นสายของป๊า อี้ฟานที่กำลังจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบิน หระชับสายกระเป๋า มองเงินในมือกับตั๋วเครื่องบินเที่ยวพรุ่งนี้ตอนกลางดึก

                เงินแดกจะไม่มีอยู่แล้ว.....

                “ฮัลโหล สวัสดีครับ” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอี้ฟานกดรับแล้วรีบกรอกเสียงลงไป ปลายสายเงียบ ได้ยินแค่เสียงขลุกขลัก ก่อนจะมีคนพูดกรอกมาตามสาย

                /อยู่ไหน ม๊ากำลังขึ้นเครื่องไปหา....น้องอยู่ด้วยรึเปล่า/

                “ไม่ครับ ลู่อยู่ไหนไม่รู้โทรหาไม่ติด”

                /อืม เหรอ รีบติดต่อเข้าล่ะ แค่นี้นะ/ ปลายสายตัดไปทันทีอย่างรีบร้อน อี้ฟานยัดโทรศัพท์เครื่องใหม่ลงกระเป๋ากางเกงก่อนจะดึงฮู้ดขึ้นสวมหัวแล้วออกเดิน

.

.

.

                โทร.....

                ไม่โทร......

                โทร........

                ไม่โทร.......

                โทร...........................

                “ไอ้เหี้ย ไม่โทรโว้ยยยยย” ชานยอลโยนโทรศัพท์กระแทกกับโต๊ะภายในร้านกาแฟ พนักงานหันมามองด้วยความตกใจก่อนจะรีบก้มหน้าทำงาน เมื่อชายหนุ่มหันมาจ้องกราด

                โทรศัพท์ลู่หานน้องชายไอ้บ้านั่นอยู่ในมือเค้าเรียบร้อย แม้อี้ฟานจะเปลี่ยนเบอร์ แต่ก็ยังมีน้ำใจโทรเบอร์ใหม่เข้ามาให้เค้ารู้ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

 

                “เอาไงดีวะ” ชานยอลเกาหัว หาทางออกลำบาก ถ้าโทรไปมันจะกดตัดสายมั้ยถ้าหากรู้ว่าเป็นเค้าโทรมา

                ไม่หรอกมั้ง.....หมอนั่นไม่ใช่คนใจแข็ง.........

.

.

                ........................................

                10 นาที ต่อมา....

 

                “หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อ........” เส้นเลือดตรงขมับปูดโปนใกล้จะแตก ชานยอลบีบโทรศัพท์ในมือแน่น ก่อนที่เค้าจะวางลงช้าๆ

                “กล้าดียังไงบล็อกเบอร์กู ไอ้พยาธิหมา”

                โว้ยยยยยยยย ไม่เอาแล้ว

               

                ชานยอลลุกขึ้นคว้าแก้วกาแฟแล้วรีบเดินออกไปจากร้าน  เออ ดี ไม่รับใช่มั้ย ดูสิ ถ้ารู้ว่าน้องชายมันทำอะไรไว้มันจะรีบแจ้นมาหาน้องมันรึเปล่า

                “หึ.....น้องมึงได้เจอนรกแน่ อี้ฟาน”

.

.

.

                อี้ฟานจ้องมองโทรศัพท์ด้วยใจเต้นระรัว เสียงที่กรอกลงมาตอนสายติด นั่นมันเสียงชานยอลชัดๆ วิธีการพูดจาหมาไม่แดกแบบนั้นมีอยู่คนเดียว

                แต่นั่นมันมือถือลู่หาน........

                เกิดอะไรขึ้นวะ.......

 

                อี้ฟานกดเบอร์ที่จำได้ลงไป เค้ารอสายสักพักก็มีคนรับสาย...

                “เอาเบอร์น้องผมมาได้ยังครับ คุณชานยอล เรียกลู่หานมาคุยที”

                /............../

                “คุณชานยอล ผมขอสายลู่หานด้วยครับ” อี้ฟานเริ่มโมโหที่ปลายสายไม่ยอมพูดอะไรกลับมาทั้งนั้น

                “คุณครับ!!!!” อี้ฟานตะคอกใส่สายอย่างเหลืออด

                /โรงพยาบาลอยากไปหา ก็ไปสิ....แต่ไม่บอกหรอกนะว่าโรงพยาบาลไหน/

                “โรงพยาบาล แถวไหน ผมจะไปเดี๋ยวนี้” อี้ฟานที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจ เค้ารีบโบกแท็กซี่ที่เข้ามาจอดเทียบข้างฟุตบาท

                /อยู่ไหนล่ะ.....เดี๋ยวไปรับ/

                “บอกที่อยู่มาเถอะครับ ผมไปเองได้”

                /ไม่ได้!!/

                “คุณหนู...” อี้ฟานเอ่ยอย่างอ่อนใจ เค้าแตะไหล่คนขับก่อนจะหยิบเงินที่เหลือให้เป็นค่าเปิดมิตเตอร์ก่อนจะลงจากรถ เค้ารู้จักนิสัย ปาร์ค ชานยอล ดี หากไม่ได้ดั่งใจก็อย่าหวังว่าเรื่องจะจบ

                /อยู่ไหน..../

                “สนามบินครับ”

.

.

.

                บรรยากาศมาคุชนิดที่ถ้าเค้าโดดออกไปได้คงโดดไปแล้ว ชานยอลที่ลอบมองด้วยหางตายิ้มเยาะ เหมือนกับได้ชัยชนะกลับมา ร่างโปร่งไม่คิดหรอกว่าอี้ฟานจะโทรกลับมา ถ้ามันเป็นแบบนี้ เค้าคงไม่ต้องงัดแผนการออกมาใช้

                “อย่าทำหน้าแบบนั้นได้มั้ย ยิ้มหน่อยเถอะ” ชานยอลเอ่ยเสียงขรึม อี้ฟานถอนหายใจก่อนจะหันหน้าออกทางหน้าต่าง

                “เรื่องมันเป็นมายังไง ช่วยเล่าให้ผมฟังที”

                “ถึงก็รู้เองล่ะ....ว่าแต่นี่กินอะไรรึยัง ฉันหิวน่ะ ไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะ”

                “ปาร์ค ชานยอล!!” อี้ฟานตะคอกหน้าตาจริงจัง และโกรธจัด จนคนแหย่ถึงกับสะดุ้ง ชานยอลกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะยักไหล่ฟอร์มทำเป็นไม่แคร์

                “หยุดเอาแต่ใจสักที น่ารำคาญ” อี้ฟานเน้นคำว่าน่ารำคาญจนคนฟังสะอึก ชานยอลสะบัดหน้าหนีก่อนจะกัดกรามกรอด

                “น้องนายไม่ได้เป็นอะไรมากสักนิด เซฮุนต่างหาก นายมัน....” ชานยอลหน้าบูดเค้ากำพวงมาลัยแน่น รู้สึกโกรธผู้ชายคนข้างๆขึ้นมาถนัด

                “เซฮุน.....คือ ช่วยอธิบายมาก่อนได้มั้ย อย่ามาเจ้าแง่เจ้างอนแถวนี้”

                “ใครกันแน่ที่งอน” ชานยอลเบ้ปาก สะบัดหน้าแดงกล่ำ มาหา อี้ฟานชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะกระแอ่มกระไอเสียงเบา แล้วหันไปทางอื่น

                “มันเกิดอะไรขึ้น”

                “อยากรู้ก็ไปดูเองสิ” ชานยอลเลี้ยวรถเข้าโรงพยาบาลอย่างเร็ว อี้ฟานขมวดคิ้ว จ้องเขม็งมองคนที่เริ่มใช้อารมณ์มากขึ้น ชานยอลเลี้ยวเข้าที่จอดรถ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินหนีไปทันที อีฟานรีบจับกระเป๋าลงจากรถ แล้วเดินตาม

                “ไอ้คนเหี้ย ไอ้เลว”

                “นั่นด่าผมอยู่รึไง”

                “ด่าเสามั้ง ไอ้ห่า”

                “นี่ คุณหนู” อี้ฟานจับมือให้อีกฝ่ายหันมา ชานยอลหันมามอง ด้วยใบหน้าที่แดงกล่ำ ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยน้ำใสๆ อี้ฟานคลายมือที่จับก่อนจะปั้นหน้าเคร่งขรึม

                “เก็บเรื่องของเราไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้บอกผมมาว่ามันเกิดอะไรขึ้น....เดินไปคุยไปดีมั้ยครับ” อี้ฟานใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ชานยอลสะบัดหน้าหนี แต่มือเล็กกลับสอดเกาะกุมมืออหนาเอาไว้แน่น ก่อนจะเริ่มออกเดิน

                “ก็ได้.....ตามฉันมาสิ”

                “เห่....ผมเดินเองได้” อี้ฟานกลั้นขำ เค้าเผลอยิ้มออกมานิด ก่อนจะกระแอมไอเรียกสติแล้วก้าวไปยืนข้างๆคุณหนูชานยอล

                “น้องนายหัวแตก...เซฮุน อาการสาหัส นอนอยู่ในไอซียู เพราะน้องฉันช่วยนายจากรถขนน้ำ”

                “รถขนน้ำ....รถชน มันเกิดขึ้นได้ยังไง” ชานยอลหันไปเหอะใส่ ก่อนจะยิ้มเหยียด แม้จะรู้สึกเกลียดลู่หานที่เป็นตัวต้นเหตุมากก็เถอะ แต่เค้าก็ต้องเก็บอาการ ไม่ไปลงกับอี้ฟาน

                “น้องนายดันก้าวข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือน่ะสิ จะชดใช้ยังไง” ชานยอลหันมาจ้องมองพร้อมกับเอ่ยคำถาม อี้ฟานถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ

                “ทางเราจะรับผิดชอบทุกอย่าง ค่ารักษาพยาบาล ค่าพักฟื้น ค่าทำขวัญ หรือทุกอย่างที่ทางฝ่ายคุณหนูต้องการ”

                “ทุกอย่างงั้นเหรอ....” ชานยอลเลิกคิ้วใบหน้าเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที

                “งั้นก็....” ชานยอลหยุดคิดสักพัก ก่อนจะยิ้มมุมปาก “ก็อยู่นี่ซะสิ เป็นคนใช้ต่อไป”

                “ไม่มีทาง” อี้ฟานแกะมือออกเดินนำห่างออกไปที่เคาน์เตอร์ ชานยอลเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะเดินตามมาติดๆ อี้ฟานติดต่อทำเรื่องเกี่ยวกับคนไข้ ชานยอลที่มองชายหนุ่มทำเอกสาร ส่ายหัวมองไปมา

                “อะไร มองผมทำไม”

                “ก็ทำไมล่ะ” อี้ฟานวางปากกาลงก่อนจะหันมาทำหน้าบูดใส่ แล้วเอี้ยวตัวเดินลัด ชานยอลเพื่อไปยังห้องพักฟื้นของลู่หาน

.

.

                “อี้ฟาน...”

                “ครับ?” อี้ฟานหันมามอง ก่อนจะหันกลับไป

                “นายเป็นอะไร โกรธฉันงั้นเหรอ”

                “โกรธเรื่องอะไรครับ ผมไม่ได้โกรธ”

                “งั้นแสดงว่านายจะไม่กลับบ้านใช่มั้ย”

                “ไม่ครับ ผมจะกลับ”

                “ฉันไม่ให้กลับ”

                “ขอตัวนะครับ” อี้ฟานหยุดชะงักที่หน้าห้อง ก่อนจะเปิดประตูออกไป ชานยอลมองก่อนจะคว้าเอวอีกฝ่ายแล้วดึงมากอด ร่างสูงชะงักไปนิดกับการกระทำของชานยอล ชายหนุ่มถอนหายใจยาวๆ

                “ปล่อยเถอะครับ ผมว่าคุณหนูควรกลับไปดูแลครอบครัวนะครับ”

                “ได้โปรด อี้ฟาน ฉันรักนาย ได้โปรดอยู่กับฉันเถอะนะ” อี้ฟานแทบจะใจอ่อนยวบกับคำว่ารัก แต่ใบหน้าของหญิงสาวที่หอบลูกข้ามน้ำข้ามทะเลมา กำลังครอบงำ และย้ำเตือนว่าเค้าไม่ควรเข้าไปยุ่ง

                “มันไม่มีความหมายแล้วครับ ขอตัวนะครับ” อี้ฟานบิดข้อมือนั้นออก ก่อนจะเปิดประตู

                “ฉันเลือกนาย ได้โปรด ฉันรู้แล้ว”

                “ขอโทษนะครับ” อี้ฟานเปิดประตูก่อนจะเข้าไปด้านใน แล้วปิดประตูใส่หน้าคนที่ยืนทำหน้าตัดพ้ออยู่

.

.

                “พี่......”ลู่หานเบ้หน้าอย่างกับจะร้องไห้ทันที ที่เห็นพี่ชาย อี้ฟานถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อย ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้าไปหาน้องชายที่นั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง หญิงสาวผมสีดำยาวลุกขึ้นก่อนจะโค้งตัวต่ำสวัสดีชายหนุ่ม

                “มันเกิดอะไรขึ้น ไหนเล่ามาสิ”

.

.

                อี้ฟานที่นั่งฟังเรื่องทั้งหมดถึงกับกุมขมับ งานนี้ชานยอลไม่มีทางปล่อยลู่หานกับเค้าไปแน่ แต่งานนี้ใครกันที่ผิดถ้าไม่ใช่เซฮุน

                “ผมไม่อยากให้เด็กนั่นตาย ทำไงดี”

                “ใจเย็นลู่หาน หมอนั่นไม่ตายง่ายๆหรอก ว่าแต่นายเถอะจะทำยังไงต่อไป” อี้ฟานเหลือบมองคนที่กำลังเตรียมผลไม้ห่างออกไป ลู่หานมองตามพี่ชายก่อนจะส่ายหน้า

                “คงจะอยู่ที่เกาหลีจนกว่าเซฮุนจะหายดี”

                “แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ นายจะทำยังไง”

                “หมายความว่าไง”

                “จะทำยังไงกับผู้หญิงคนนั้น จะคบหรือจะเลิก”

                “ทำไมผมต้องทำแบบนั้น” ลู่หานขมวดคิ้วสีหน้าเครียดหนัก เค้าไม่ได้รักเซฮุน คนที่เค้ารักคือลินดาต่างหาก

                “คิดเอานะลู่หาน ฉันไม่ได้บังคับนาย แต่เวลาในอนาคตอะไรมันเปลี่ยนได้ตลอด” อี้ฟานลุกขึ้น หยิบกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่

                “พี่จะไปไหน....” ลู่หานที่เห็นพี่เตรียมตัวจะกลับก็รีบดึงแขนพี่ชายไว้

                “พี่จะรีบไปเก็บของ”

                “ไปไหน”

                “กลับจีน” อี้ฟานแกะมือน้องชายออกก่อนจะ หันหลังเดินห่างออกไป

                “พี่ก็คิดดีๆเถอะ เลือกทางแบบนี้มันดีนักรึไง อนาคตมันเปลี่ยนได้ตลอดนะ” อี้ฟานหยุดเดินฟังจนลู่หานพูดจบ

                “มันดีที่สุดแล้วลู่หาน พี่ทำดีที่สุดแล้ว” อี้ฟานทิ้งท้ายประโยคก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ลู่หานถอนหายใจ เครียดไม่แพ้พี่ชาย

.

.

                ชานยอลที่เดินปุปัดตุเป๋ไปมาเพื่อรอว่าเมื่อไหร่ที่อี้ฟานจะออกจากห้อง เค้าควงแก้วน้ำในมือก่อนจะเงยหน้ามองหลังของคนตัวสูงโปร่งที่เดินเลี้ยวมุมตึกไปลิบๆ

                “เดี๋ยวสิ” ชานยอลทิ้งแก้วน้ำลงถังขยะก่อนจะวิ่งแกมเดินตามชายหนุ่มไป ทางเดินอยู่ติดกับมุมลิฟต์ อี้ฟานเดินเข้าลิฟต์ไปแล้ว

                “เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน” ชานยอลแทรกตัวเข้าไปในลิฟต์ ไหล่ข้างหนึ่งเกือบจะโดนประตูลิฟต์หนีบ อี้ฟานขมวดคิ้วตกใจรีบกดเปิดประตูทันที

                “ทำบ้าอะไรเนี้ย” ชานยอลลูบไหล่ด้วยความเจ็บ แต่ก็ยังทำสีหน้าลอยไปมาเหมือนกับไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก ทั้งๆที่เจ็บมาก

                “นายจะไปไหน”

                “อยากจะรู้ทำไม” อี้ฟานกดปิดประตูก่อนจะกดชั้นล๊อบบี้ ชานยอลที่เห็นแบบนั้นก็เม้มปาก

                “ฉันคิดเกี่ยวกับค่าเสียหายแล้ว ฉันไม่ต้องเป็นเงิน”

                “แล้วต้องการอะไร” อี้ฟานหันมาเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา

                “นาย....ฉันต้องการนาย” ชานยอลเอ่ยเสียงแผ่ว ใจเต้นแรงจนต้องลูบอกเพื่อระงับมันไว้ อี้ฟานขยับตัวเล็กน้อย วางฟอร์ม

                “คุณหนูต้องการผม แต่ยังมีอีกหลายคนที่ต้องการคุณหนู”

                “แต่ฉันรักนาย ฉันจะอยู่กับนาย”

                “อย่าทิ้งคนที่เค้าขาดคุณไม่ได้ ไปหาคนที่คุณอยากได้ คุณหนู”

                “คำว่ารักของนายมันเป็นแค่ลมปากใช่มั้ย อี้ฟาน”

                “ถ้าคุณหนูรักผม คุณหนูจะไม่ยอมให้คนที่เคยทำร้ายคุณหนูเข้ามาทำร้ายผม”

                “อย่าเห็นแก่ตัวนะ อี้ฟาน”

                “ใครกันแน่ที่เห็นแก่ตัว” ชานยอลจับแขนชายหนุ่มแล้วบีบแน่น หน้าตาแดงก่ำพร้อมลงไปนอนชักได้ทุกเมื่อ อี้ฟานสะบัดแขนทิ้ง ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นยังไง

                “เราคุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องคุยกันอีกแล้ว พอ เรื่องของเรามันจบแล้ว”

                “เราคุยกัน...ไม่รู้เรื่อง.....จริงๆ นายอยู่ต่อได้มั้ย สบายใจเมื่อไหร่ค่อยคุยกันใหม่ก็ได้” ชานยอลทำน้ำเสียงอ่อน น่าสงสาร อี้ฟานกำหมัดแน่น ถ้าเค้ายอมชานยอล ยอมใจตัวเอง

                แล้วคนพวกนั้นล่ะ......

                ชานยอลบอกว่ายังรักผู้หญิงคนนั้น ชานยอลทรมานมากแค่ไหนตอนที่ผู้หญิงหายไป เค้าจำมันได้ดี.........

.

.

                “ถ้าคุณหนูตามผมออกมาจากลิฟต์ จะไม่มีอีกสำหรับการคุยกันครั้งต่อไป” อี้ฟานเดินออกจากลิฟต์ ชานยอล ชะงักฝีเท้าที่จะตามออกมา

                “ฉันรักนาย ฉันยอมแล้ว ฉันเป็นของนายนะอี้ฟาน ได้โปรด” ชานยอลร้องแทบจะไม่มีน้ำตา ประตูลิฟต์ปิดลง อี้ฟานกระชับสายเป้แน่นก่อนจะยกฮู้ดขึ้นคลุมหัวแล้วเร่งเดินห่างออกไป

.

.

.

.

ต่อ

 

 

                หนึ่งสัปดาห์ต่อมา..........

 

 

                ลู่หานอยู่โรงพยาบาลมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว แม่เค้ามาหาก่อนกลับปักกิ่งเมื่อสองวันก่อน เพื่อตกลงค่าเสียหาย ค่ารักษาต่างๆ แต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับการช่วยเหลือใดๆ เลย ยกเว้นเพียงแต่ให้เค้าดูแลอาการของเซฮุนจนกว่าเซฮุนจะฟื้นและแข็งแรงดี

 

                “ไหวมั้ยคะ”ลู่หานพยักหน้ารับ แล้วยิ้มขอบคุณพร้อมกับเอื้อมมือไปรับแก้วกาแฟแก้วแรกของเช้าวันนี้ จากหญิงสาว หล่อนนั่งลงข้างๆ พร้อมกับหยิบแซนวิชจากถุงพลาสติกร้านสะดวกซื้อออกมา

                “คุณแม่ถึงแล้วเหรอคะ”

                “น่าจะถึงปักกิ่งแล้วนะ” ลู่หานยกนาฬิกาขึ้นดู ก่อนจะผุดลุกเมื่อเห็นใครก้าวฉับๆเข้ามาพร้อมสีหน้าเคร่งจัด ชานยอลยกโทรศัพท์ขึ้นกดเบอร์ก่อนจะโทรหาใครบางคน

                “ลู่หานมานี่สิ” ชานยอลกวักมือเรียก ลู่หานเดินเข้าไปหา 

                “มีอะไรเหรอครับ”

                “คุณน้าอารึมจะขอให้ย้ายเซฮุนไปที่โรงพยาบาลที่คุณน้าประจำอยู่ เอกสารย้ายผู้ป่วยก็เรียบร้อยแล้ว นายก็รีบไปเก็บของซะล่ะ”

                “ห้ะ!!......เดี๋ยวนะ ปูซานเลยเหรอครับ” ลู่หานตกใจหน้าตาตื่น คือเค้าไม่คิด และไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเซฮุนจะถูกส่งตัวย้ายไปปูซาน สภาพร่างกายบอบช้ำจากการผ่าตัด แถมยังอาการทรงตัว ไม่ได้ดีขึ้นเลย

                แบบนี้มันจะไม่เลวร้ายลงรึไงนะ......

 

                “อืม ใช่ทำไม....” ชานยอลหันมามองก่อนจะหยุดพูด แล้วส่งสารสายตาจิกกัดใส่แทน “ลืมไปแล้วเหรอว่าความผิดนี้มันของใคร ให้เวลาหนึ่งชั่วโมง นายจะต้องไปกับรถพยาบาล”

                “แต่เซฮุนยังไม่ฟื้นเลยนะครับ เดินทางไกลแบบนี้มัน....” ชานยอลที่กดโทรศัพท์ยิกๆ หันมามอง ด้วยสาตาเหนื่อยล้า ตั้งแต่เซฮุนเข้าโรงพยาบาลมาก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้น แถมยังต้องเข้าทำการผ่าตัดถึงสองครั้ง คนที่ต้องตามเรื่องมีเพียงเค้าคนเดียว ทั้งงานที่บริษัท ไหนจะอลิซกับแจ๊คสัน แล้วไหนจะเรื่องอี้ฟานอีก

                “ฉันมีสองทางให้นายเลือก ฉันจะซื้อตั๋วเครื่องบิน ให้นาย บินกลับบ้านนายไปซะ ทางที่สอง คือส่งนายไปปูซานไปอยู่กับน้าอารึมจนกว่าเซฮุนจะฟื้น” ลู่หานกลืนน้ำลาย แม้อีโก้มันอยากจะเลือกทางแรกมากแค่ไหน แต่เค้ากลับทำไม่ได้

                “คนเรามันเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้นลู่หาน นายก็แค่....” ชานยอลหยุดพูดก่อนจะมองด้วยสายตาแคลนเขลา “นายมันก็แค่คนไร้จิตสำนึก อ่อ ไม่ๆ นายมันก็แค่ คนที่ไม่ใช่คน”

                “พอ....รู้แล้ว ผมจะไปเก็บของเดี๋ยวนี้ หยุดว่าผมเป็นคนเลวเสียที ผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นนักหรอกนะ” ลู่หานเถียงกลับ ก่อนจะสะบัดตัวจะเดินกลับไปยังม้านั่งที่ลินดานั่งรอเค้าอยู่ ชานยอลกระชากแขนลู่หานไว้พร้อมกับบีบมันแรงๆ ด้วยพายุอารมณ์

                “ช่วยสำเหนียกด้วยนะ ว่าตัวเองยืนอยู่จุดไหน ถึงนายไม่ผิด แต่นายก็คือฆาตกรในสายตาฉัน เซฮุนยังมีชีวิตที่ดีได้ ถ้าไม่เข้าไปช่วยขยะอย่างนาย ลู่หาน อ่อ....นายมันเลวร้ายมากกว่าขยะชั้นต่ำเสียอีก จำไว้” ชานยอลผลักลู่หาน ก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีไป ร่างบางกำหมัดแน่น เกิดมายังไม่เคยถูกใครด่ารุนแรงขนาดนี้มาก่อน

                เจอกันทุกวันจนเป็นอาทิตย์ คำด่าเสียดแทง ก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน เค้าทำผิดอะไร ก็เซฮุนเองที่เข้ามาเอาร่างกายขวาง เค้าผิดอะไร!!

.

.

                ลู่หานเดินมาหาลินดาด้วยอารมณ์ที่สงบลง หล่อนยิ้มบางๆ หน้าดูซีดเซียว เพราะเห็นทั้งชานยอลและลู่หานทะเลาะกันอีกครั้ง ผู้ชายที่ชื่อชานยอลอารมณ์ร้อน มีบ่อยครั้งที่ลู่หานต้องเจ็บตัวแล้วก็เจ็บใจกับคำพูดแรงๆของผู้ชายคนนั้น แต่ลู่หานก็ยอมทนมาตลอด

                “ลินดา พี่มีอะไรจะบอก”

                “คะ....”

.

.

.

                ลู่หานที่แทบไม่ได้เก็บกระเป๋าเพราะถูกเร่งจากชานยอลที่ ขอเขยิบเวลาออกรถพยาบาลให้สั้นเข้ามา ชานยอลยืนคุยกับแพทย์ประจำตัวของเซฮุนที่จะเดินทางไปส่ง อยู่อีกฟาก ส่วนเค้ากำลังยืนรอให้แพทย์และพยาบาลจัดการกับคนไข้ ใกล้ๆรถ

                “จะต้องไปอยู่ที่นู้นจริงๆเหรอคะ”

                “ใช่....พี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ชานยอลเค้าส่งพี่ไป”

                “พี่ลู่ไม่เห็นต้องไปเลยนี่คะ”

                “พี่ต้องไป ขอโทษนะ ไว้พี่จะโทรมาหาเราบ่อยๆ” ลู่หานลูบแก้มนวลนั้นเบาๆ ที่พึ่งทางใจหนึ่งเดียวของเค้า ตอนนี้เค้าไม่เหลือใครเลย พี่ชายกับแม่และพ่อก็อยู่จีน เหลือเค้าเพียงคนเดียวที่ต้องแบกรับปัญหามากมายอยู่ที่นี้ แล้วตอนนี้เค้ากำลังจะห่างจาก ที่พักพิงใจของเค้าไปอีก

                “รีบขึ้นรถได้ละ” ชานยอลเดินตรงเข้ามา พร้อมกับสั่งเสียงห้วน ลู่หานเดินไปนั่งยังด้านหน้าคนขับ รถแอมบูเล้นซ์เปิดไฟไซเรนขอทางเรียบร้อย เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นก่อนที่หมอทั้งสองคนจะเข้าประจำที่

                บุรุษพยาบาลตบท้ายรถ เป็นสัญญาณให้รถเคลื่อนที่ หญิงสาวถอนหายใจ มือบีบเข้าหากันแน่นอย่างเป็นกังวล ชานยอลที่ยืนอยู่ข้างๆ มองด้วยหางตา ก่อนจะก้มลงไปใกล้

                “กลับไปได้ละ เธอมันเกะกะ” ชานยอลเอามือล้วงกระเป๋าก่อนจะหันหลังจะเดินกลับ

                “คุณมันใจร้าย ไม่มีใครรักคุณหรอก”

                “ก็ไม่มีน่ะสิ ไม่มีใครรักฉัน อ่อ....ฉันจะบอกอะไรให้นะ ที่ฉันส่งลู่หานตามเซฮุนไป ก็เพื่อให้หมอนั่น คลั่งอกแตกตายไปยังไงล่ะ ถ้าหมอนั่นทรมานกายไม่ได้ มันก็ต้องทรมานใจ”.......  เหมือนที่ฉันกำลังเป็นอยู่ ชานยอลทิ้งท้ายประโยคไว้ในใจ ชายหนุ่มยิ้มเหยียดก่อนจะเดินห่างออกไป หญิงสาวมองพร้อมกับเม้มปากแน่น

                ผู้ชายคนนี้ร้ายกาจ ร้ายลึกจน น่ารังเกียจ........

.

.

 

.

 

                รถเก๋งสีขาวคันหรูขับผ่านประตูรั้วขนาดใหญ่เข้ามา ก่อนที่คนขับจะขับมันเลี้ยวแล้วตรงดิ่งเข้าไปจอดในโรงจอด อี้ฟานลงมาพร้อมกับกระเป๋าเอกสารและเสื้อสูท คนใช้สาวในชุดฟอร์มสีเทากรมท่าวิ่งเข้ามารับกระเป๋าและเสื้อสูทจากชายหนุ่ม

                “ไม่เป็นไรๆ ดึกแล้ว ไปพักเถอะ” อี้ฟานยกมือห้ามก่อนจะเบี่ยงตัวเดินหลบ คนสวนที่กำลังยกถุงปุ๋ยผ่านมา ส่งยิ้มให้กับคุณหนูใหญ่ของบ้าน

                “กลับมาแล้วเหรอครับ มาๆ มาช่วยลุงที” คุณลุงคนสวนโยกถุงปุ๋ยส่งให้ อี้ฟานแกล้งทำหน้าเหม็นบูดแต่ก็รับถุงกระสอบปือแต่โดยดี

                “ผมไม่อยู่ไม่กี่ปีทำไมลุงแก่ขึ้นล่ะเนี่ย”

                “ก็แหงล่ะสิ ไม่มีใครช่วยลุงดูแลสวนนิ”

                “โห เด็กมีตั้งเยอะทำไม ไม่ให้พวกนั้นช่วย พูดงี้ผมรู้สึกผิดเลยสิ” อี้ฟานบ่น คุณลุงหัวเราะร่วน ก่อนจะแย่งกระสอบปุ๋ยไปวางไว้ในลังของมัน

                “ดูสิปื้อนหมดแล้ว ไปๆ ไปอาบน้ำ”

                “ผมเปื้อนเพราะลุงนั่นล่ะ” อี้ฟานทำหน้าบึ้ง ก่อนจะยิ้มออกมา “ไว้พรุ่งนี้ ผมจะลงมาช่วยจัดสวนนะลุง ผมขอไปพักก่อน วันนี้เหนื่อยโคตร”

                “เออ ไปๆ ไว้พรุ่งนี้ค่อยเริ่มลงต้นโบตั๋น”

                “แม่เอาโบตั๋นมาลงอีกแล้วเหรอ ผมละเบื่อ บ้านเราจะเพาะต้นไม้ขายรึไง” คุณลุงหัวเราะชอบใจก่อนจะไล่เจ้าเด็กหนุ่มที่เค้าเห็นมันตั้งแต่เล็กจนโตตัวสูงใหญ่ให้เข้าบ้าน คิดๆไปแล้วคุณหนูบ้านนี้ก็แปลก พ่อแม่สอนมาดีจนไม่น่าเชื่อ ถึงจะเกิดจากตระกูลเก่าแก่ ยศอำนาจสูงส่งแต่ก็ถือเป็นครอบครัวเล็กที่ดี และสบายใจที่จะอยู่ด้วย

                “กลับมาแล้วเหรออี้ฟาน”

                “ครับ กลับมาแล้ว”

                “กินอะไรรึยัง”

                “เรียบร้อยครับ ผมขอตัวไปอาบน้ำนอนก่อน พรุ่งนี้ต้องลงมาช่วยลุง จัดสวนอีกเยอะเลย” คุณพ่อพยักหน้ารับก่อนจะตบไหล่ลูกชายแปะๆ

                “ช่วยอย่าลงโบตั๋นทีนะฟ่าน พ่อละเบื่อ”

                “ผมก็ว่างั้นนะครับ”

                “อะไรคุยอะไรกัน ได้ยินนะ” หญิงวัยกลางคนสวยสะพรั่งเดินเข้ามาพร้อมกับพัดสีเขียวขนาดใหญ่ สองหนุ่มต่างวัยกระแอมเบาๆก่อนจะยืนเรียงหน้ากระดานอย่างรู้งาน เจ้าหล่อนเข้าสวมกอดลูกชายคนโตอย่างคิดถึง ตั้งแต่กลับบ้านมาก็ถูกเรียกตัวจากบริษัททันที ทั้งๆที่หายไปเกือบสองปีเห็นจะได้

                “คุยกันว่าวันนี้มี๊สวยมาก ตัวหอมด้วย”

                “ไม่มั้ง ได้ยินว่าพรุ่งนี้จะไม่ลงต้นโบตั๋นให้แม่” สีข้างหนาๆของลูกชายถูกคุณนายบิด อี้ฟานบิดตัวหลบก่อนจะผละไปยืนข้างๆพ่อ

                “มี๊ทำร้ายผมอีกแล้วดูสิ...ท่านนายพลครับ ช่วยผมที”

                “ช่วยอะไรล่ะ รายนั้นจะบิดให้เขียวทั้งคืนเลย” นายพลใหญ่ยิ้มแห้ง อี้ฟานเบ้ปากใส่อย่างหมันไส้ แก่ปูนนี้แล้วยังจะพูดอะไรให้คิดสองแง่สามง่ามอยู่นั่น

                “อ่อ แล้วทางลู่หานล่ะครับ เป็นไงบ้าง”

                “เห้อ เค้าไม่ยอมรับความช่วยเหลืออะไรเลย ทนายฝั่งนั้นก็บอกแค่ว่า ค่าใช้จ่ายสูงมาก ไอ้ทางเราก็บอกมีปัญญาจ่าย แต่ฝ่ายนู้นก็ไม่ยอม บอกแค่ว่าจะให้ลู่หานเป็นพยาบาลส่วนตัว แล้วเรื่องจะไม่ถึงตำรวจ ไอ้ทางเราก็ไม่รู้จะทำยังไง คงต้องให้ตาลู่จัดการเองแล้วล่ะ”

                “มี๊เล่าได้เวียนหัวมาก สรุป เค้าคิดว่าเราไม่มีปัญญาจ่ายใช่มั้ยครับ หรือเค้าต้องการกักขังลู่หาน ผมว่าเราฟ้องได้นะ” อี้ฟานเสนอ ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว

                “เรื่องนี้ลู่หานคงรู้ดี แต่ที่ยอมเพราะรู้สึกผิด แล้วลู่หานก็ตกลงยินยอมไปแล้วด้วย เราทำอะไรไม่ได้มากนักหรอก อี้ฟาน” อี้ฟานถอนหายใจ รู้สึกหงุดหงิดที่ฝ่ายนั้นใช้ความรู้สึกคนมาเป็นตัวต่อรอง

                “ไว้ผมจะจัดการเอง”

.

.

.

                  ชานยอลที่แบกงานมาทำ ใช้เท้าเปิดประตูห้อง เสียงโวยวายดังผสมกับเสียงร้องระงมของเด็กน้อย อลิซที่เห็นว่าใครเข้ามาใหม่ยิ้มระรื่นก่อนจะอุ้มเด็กน้อยเข้ามาหา ชานยอลใช้เท้าปิดประตู

                “แจ๊คสันร้องหาชานยอลตลอดเลย อุ้มแก่หน่อยสิ”

                “ฉันต้องทำงานที่ค้างต่อ แปบนะ”

                “ก็แค่วางมันลงแล้วอุ้มลูกไม่ได้เลยเหรอไง นายออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้ายันค่ำ ไม่คิดจะช่วยฉันดูแจ๊คสันเลยเหรอ” ชานยอลเหวอไปนิด ก่อนจะหัวเราะกลบอารมณ์ที่พุ่งปรี๊ด

                “นิ...” ชานยอลจ้องมอง อลิซเม้มปากแน่น แผนข่มชานยอลอย่างที่ยูซึแนะนำไม่เคยได้ผลเลย มีแต่ตัวหล่อนเองที่ต้องรู้สึกจุก

                “ขอตัว” ชานยอลเบี่ยงตัวหลบก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง อลิซเม้มปากสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กอดเจ้าตัวเล็กในอ้อมกอดแล้วเงยหน้า เพื่อไล่ให้น้ำตามันหายไป

                “อดทนอีกนิดนะ” ยูซึที่จนปัญญาก็ทำได้แค่อดทนตามอลิซไปด้วย แจ๊คสันถูกอุ้มเข้าห้องไปเรียบร้อย หญิงสาวเดินมานั่งที่โซฟา สายตาจับจ้องมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างชั่งใจ

                หล่อนต้องการคนดูแล แต่ยิ่งอยู่กับชานยอลก็ยิ่งเหมือนกับหล่อนไม่มีตัวตน ไม่ได้รับความรักเหมือนเก่า อลิซเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ก่อนจะเลื่อนดูเบอร์ที่เมมไว้ในเครื่อง

                หญิงสาวกดปิดห้าจอก่อนจะร้องไห้ตัวโยนอย่างยอมรับไม่ได้ หล่อนยังใจไม่แข็งพอที่จะกดเบอร์โทรกลับไปหาญาติผู้มีศักดิ์เป็นน้าสาว

.

.

                ชานยอลที่ถอดเนคไทพาดไว้บนเตียงกลับมานั่งบนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานเพื่อทำงานต่อ อย่างไม่ยอมหยุด เค้าทิ้งงานไปหลายวันทำให้มันกองรวมกันอย่างกับภูเขา ถ้าไม่มีจัดการละก็มีหวังแม่เค้าได้ดุว่าเค้าอีกแน่ๆ

                ชานยอลเปิดแฟ้นแล้วแฟ้มเล่า จนในที่สุดก็เหลือแฟ้มสุดท้ายที่ต้องเคลียร์ ร่างโปร่งมองนาฬิกา ถ้าเค้าเคลียร์หมดนี่ ก็คงพอมีเวลาสองสามวันให้หยุดพัก เค้าก่ะใช้เวลาช่วงนี้ไปหาเซฮุนที่ปูซาน

                ชานยอลบิดขี้เกียจ ก่อนจะปิดแฟ้มสุดท้าย กางเกงสแลคที่ใส่อยู่ถูกถอดรูดลงไปกองกับพื้นเหลือเพียงบ๊อกเซอร์สีดำตัวจิ๋ว แถมเสื้อเชิ้ตตัวบางที่ใส่ข้ามวันถูกปลดกระดุมลงให้พอโล่งโปร่ง ชายหนุ่มโดดขึ้นเตียงก่อนจะหลับสนิทไปทันทีด้วยความเหนื่อยล้า

 

                  ..............................................................................

                “ชานยอล ปาร์ค ชานยอล” เสียงกระซิบพร้อมกับริมฝีปากนุ่มนิ่มที่จูบซับบริเวณกกหูไล่มาจนถึงแก้ม เค้าขยับตัวลืมตาตื่น ใบหน้าคมคายปรากฏสู่สายตา มือเรียวยกขึ้นกอบกุมใบหน้าหล่อเหลานั้นเอาไว้

            “มึง มึงมาได้ไง”

            “อย่าพูดมากเลย.....” อี้ฟานกระซิบเสียงแหบแห้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะถอดเสื้อตัวเองออกเผยให้เห็นอกแกร่งและซิกแพ๊คอ่อนๆน่าลูบไล้ ชานยอลมองตามอย่างตกอยู่ในภวังค์ ขาเรียวเบียดชิดกันเพราะความต้องการที่มากขึ้น เมื่อเห็นคนต้องหน้า

            อี้ฟานก้มลงก่อนจะมอบจุมพิตเร้าร้อนให้ ชานยอลไม่มีการขัดขืนกลับเผยอริมฝีปากรอรับสัมผัสอย่างโหยหา ก่อนจะลูบไล้ไปตามอกแกร่ง ขาที่เคยเบียดชิดกันอ้ากว้างออกเพื่อให้อีกฝ่ายแทรกตัวเข้ามาได้ถนัด ร่างสูงบดเบียดส่วนล่างลงมาหนักๆ

            “อื้อออออ มึง ช่วยกูที” ชานยอลทั้งจิกเล็บ ทั้งกอดรัดร่างคนอีกไว้ นิ้วเรียวพยายามเกาะเกี่ยวขอบกางเกงชายหนุ่มให้ลงไปด้านล่างแต่ก็ทำไม่สำเร็จ

            “ร่านนักนะมึง” เสียงกระซิบพร้อมกับฟันคมๆที่ขบใบหู ชานยอลหดคอหนีอย่างเสียวกระสัน

            “อ้ะ!!!!!!” ความจุกที่อยู่ๆก็ถูกมอบให้ ชานยอลเบิกตากว้าง รู้สึกทั้งเจ็บจุกและกำลังกระสันขึ้นทุกขณะบริเวณด้านล่าง เสียงลมหายใจถี่ๆของอี้ฟานปลุกเร้าอารมณ์ร่างโปร่งให้ลุกโชน

.

.


  

                ตี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ

 

                เสียงนาฬิกาปลุก ทำเอาชานยอลสะดุ้งตื่นเต็มตา ร่างโปร่งนอนคดทันทีด้วยความเสียว นิ้วเรียวจัดการทำธุระกับตัวเองบนที่นอน เพื่อให้สบายตัวมากขึ้น ใบหน้าสวยแดงกล่ำ เมื่อนึกถึงฝันที่โคตรชัดเจนเมื่อครู่

                “ไอ้เหี้ย ทำไมมึง...อึก ทำไมมึงถึง ทำไมถึงเป็นแค่ฝัน ไอ้สัส” ชานยอลคว่ำหน้าคดตัวงอเป็นกุ้ง ขณะกำลังหายใจถี่ มือเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำสีขาวขุ่น

                ชานยอลนอนคว่ำหน้าเยียดขาตรงเมื่อเสร็จภารกิจ นี่เค้าโหยหาหมอนั่นถึงขณะต้องเก็บมาฝันแล้วต้องช่วยตัวเองขนาดนี้เชียวเหรอ.......

                “กูต้องทำยังไงถึงจะได้มึงกลับมา หืม อี้ฟาน กูต้องทำยังไง”

 

 

              








.........................................................................................................................................................................

จบแล้วสำหรับตอนที่่ 18 เซฮุนคนดีเข้าโรงพยาบาลเฉยเลย T0T ลู่หานก็รู้สึกผิดมากอีก คู่นี้น่าสงสาร แต่สำหรับตอนต่อไปจะไม่มีมาม่าแล้วนะคะ อิอิ เอาใจรีดกันหน่อย ดราม่ามาหลายตอนแล้วเนอะ ><

ไรท์จะพยายามอัพสัปดาห์ละ 1-2 ตอนต่ออาทิตย์ เร่งให้จบ เพราะไรท์ไม่ค่อยมีเวลา แต่ทิ้งรีดก่ะไม่ล้ายยยย รักง่ะ >///< ไปละ ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ ติชมได้น้าาาาาา


สปอยล์ตอนที่ 19   

                           "หยุดเลยนะ หัดสงบปากสงบซะ" อี้ฟานชี้หน้าชานยอลอย่างเอาเรื่อง ชานยอลจ้องเขม็ง เม้มปาก มือหยิกอย่างกับเด็กถูกขัดใจ อีฟานสะบัดตัวเดินหนี ก่อนที่ชานยอลจะเดินตามต้อยๆ

                            "ไอ้เหี้ย ไอ้คนเหี้ย"

                             "ว่าไงนะ" อี้ฟานหยุดเดินก่อนจะหันมาปุบปับ ชานยอลชนเข้ากับอ้ฟานอย่างจัง

                             "โอ้ย" ชานยอลลูบแผงอกตัวเอง ก่อนจะเข้าอ่อน ทรุดลงเอาางเกยไหล่อีกคนไว้ อี้ฟานรวบเอวบางไว้แน่น สายตาหลายสิบคู่หันมาจับจ้องมองพวกเค้า อี้ฟานกรอกตาขึ้นฟ้า ขมุบขมิบปาก ฟอร์มจะหลุดออกเป็นว่าเล่น

                            "เจ็บอ่ะ เดินไม่ไหวแล้ว"

                            "นี่มันสนามบินนะ ชานยอล ถ้าทำตัวแบบนี้อีก ฉันจะโกรธจริงๆแล้วนะ"

                            "โอเค" ชานยอลอ้อยอิ่งออกจากอ้อมอกอีกฝ่าย ก่อนจะยืดตัวสูง แล้วหันไปส่งสายตายั่วยวนใส่คนข้างๆ "ถ้าเค้าทำตัวดีๆ นายจะมีอะไรให้เค้ามั้ยล่ะ หืมมมม"








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #623 kriswu0627 (@kriswu0627) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 18:49
    ชานยอลรักอี้ฟานแล้ว แต่ก็สงสารทั้งอลิสทั้งลินดาเลยอ่ะ T^T เขาไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ตอนสุดท้ายค่อคนมี่ต้องเจ็บ
    #623
    0
  2. #517 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 13:01
    ฮุนฮานจะเป็นยังไงต่อน้า ตอนหน้าชานยอลมุ้งมิ้งมากแน่เลย
    #517
    0
  3. #481 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 22:55
    จะหน่วงกันไปถึงไหน อีอลิซนี่ก็หน้าด้านหน้าทนเนอะ ไร้ยางอาย ยังมีหน้าจะให้เค้ามาช่วยดูแลลูกอีก ถถถถถถถ
    #481
    0
  4. #374 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 17:12
    อีฟานใจแข้งมากกกกกกกกแต่ก็สมควรนะชานยอลต้องสำนึกซะบ้างว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกต้อง
    #374
    0
  5. #237 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 22:08
    ทำไมอี้ฟานใจร้ายจังอ่ะ ชานยอลก้อขอโทษแล้วไง แถมอ้อนวอนอย่างไม่เคยทำให้ใครมาก่อน ก้อยังจะทิ้งไปแม้แต่น้องตัวเองก้อยังทิ้งเลย แอบโกรธนะ
    #237
    0
  6. #171 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 23:48
    ลูกสาวแม่ทำไมออกตัวแรงแบบนี้ กรี้ดดดดดดดด ไม่ทน ติดใจอี้ฟานล่ะสิ ผมนี้ ฟิน ตัวแตกเลย ให้ตายเถอะ !!!!!555555555
    #171
    0
  7. #170 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 21:27
    คิดถึงเค้ามากสินะเก็บไปฝันเลย นี่ๆๆๆตอนหน้าคือไรคะหนีตามผู้ชายเหรอ 555555 
    #170
    0
  8. #169 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 21:27
    คิดถึงเค้ามากสินะเก็บไปฝันเลย นี่ๆๆๆตอนหน้าคือไรคะหนีตามผู้ชายเหรอ 555555 
    #169
    0
  9. #168 Tamininalove (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 18:41
    ดีใจที่ตอนหน้าจะไม่มีมาม่ากรี๊ดดดดอือหืออ่านตัวอย่างตอนต่อไปแล้วมันน่านักอยากอ่านแบ้ววววมาอัพไวๆน้าจ๊ะ
    #168
    0
  10. #167 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 13:33
    ชานยอลร้ายกาจอ่ะตอนหน้า รอนะต้ะ T^T
    #167
    0
  11. #166 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 02:49
    ตอนหน้า คริคริ ชานยอลขี้อ้อน
    #166
    0
  12. #165 natty naka (@natty0627) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 00:26
    ความรู้สึกหน่วงมาก อลิส ไปเหอะ ยังทนทำไม ยูซึตัวดีเลย ยอลร้ายมาก ตอนหน้ายอลอ้อนแล้ว
    #165
    0
  13. #164 Piechoc (@pieberri11ky) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 21:59
    ชานยอล นางเริ่มอ่อยเเล้วสินะ
    #164
    0
  14. #163 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 21:22
    เหยยย ตอนหน้า ชานยอลโหมดอ้อนนนน อ้อร้อออ อยากอ่านแล้ววววว 5555
    #163
    0
  15. #162 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 07:41
    ไม่นะอี้ฝาน 
    #162
    0
  16. #161 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 07:41
    ไม่นะอี้ฝาน 
    #161
    0
  17. #160 Tamininalove (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 00:35
    โอ้ยอ่านแล้วเครียดเลยยอลจะง้อฟานสำเร็จไหมน้อขอให้ง้อสำเร็จนะสงสารยอลอะฟานใจแข็งมาก เซฮุนก็ที่ช่วยลู่เพราะจริงๆรักแล้วใช่ไหมขอให้หายดีเถอะตอนนี้อะไรๆก็แย่ไปหมดเลย
    #160
    0
  18. #159 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 23:18
    สงสารชานยอลอะอี้ฟานใจแข็งอยู่ได้คิดดูสิชานยอลไม่เคยง้อใคร แต่มาตามง้ออี้ฟาน โดนไล่กี่ครั้งก้ยังไท่ยอมแพ้ อ้อนวอนแต่ไหนอี้ฟานจะเห็นใจชานยอลนะ
    #159
    0
  19. #155 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 21:56
    สงสารชานยอลจับใจโอ้ยยยยยยย พี่อี้ฝานโหดร้ายๆๆๆๆๆๆ ใจจะขาดกับตอนนี้ ~~~~~
    #155
    0
  20. #153 peach_peace (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 กันยายน 2558 / 12:25
    เริ่มสงสารชานยอลแล้วอ่ะ ตอนที่เค้าถามว่ารักมั้ยก็ไม่ยอมพูด ตอนนี้พูดว่ารักตั้วกี่ครั้งเค้าก็ไม่ยอมฟังแล้ว อยากรู้ว่าอี้ฝานคิดอะไรที่มากกว่านั้นอยู่รึเปล่าทำไมใจแข็งได้ขนาดนั้น



    #153
    0
  21. #149 Nirvana1408 (@Nirvana1408) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 10:17
    อิยอลลลลลล อย่าทำพี่ลู่นะ
    #149
    0
  22. #148 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 22:07
    อิคุณหนูใหญ่อิเลววววว รักเค้าก็ไปอ้อนเค้าดีๆ ไม่ใช่เอาน้องเค้ามาขู่ แหมๆๆๆๆๆๆๆ
    #148
    0
  23. #146 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 18:03
    ใจเย็นชานยอล อย่าทำอะไรลู่หานเลย
    #146
    0
  24. #145 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 12:38
    พี่อี้ฝานอย่าพึ่งไปปปป มาช่วยน้องทันก่อน ชานยอลยิ่งโหดๆอยู่ =[]= ..........
    #145
    0
  25. #143 peach_peace (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 11:10
    อีพี่ฝานจะหนีไปแล้วทิ้งน้องไว้ไม่ได้นะ กลับไปช่วยลู่หานเลย ชานยอลก็นะ อยากจะให้เค้ากลับมาแล้วยังพูดจาหมาไม่แดกอีกนะแก
    #143
    0