HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 16 ทะเลาะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 ส.ค. 58

 

 

บทที่ 16


 

                เวลาผ่านไปรวดเร็วอย่างกับโกหก สองอาทิตย์แล้วที่ ผู้หญิงสองคนเข้ามาเดินวนเวียนอยู่ภายในบ้าน อี้ฟานยังคงต้องทำงานกะดึกแล้วก็ทำงานเป็นคนใช้? อยู่ภายในคอนโด ที่การอยู่อาศัยของผู้ใหญ่ห้าคนและเด็กอ่อนดูจะแคบไปถนัด

                จานมากมายที่ถูกวางไว้ในซิ้งค์ เค้าเป็นคนจัดการ เสื้อผ้าทั้งหมดที่เค้าต้องเป็นคนซัก แม้ผู้หญิงคนที่ชื่ออลิซจะดูเกรงใจและนอบน้อมกับเค้า แต่กับยัยปากร้ายผมสั้นนั่น กลับเล่นเค้าซะอ่วม

                “ไปเอาน้ำเปล่าให้ฉันทีสิ อี้ฟาน” ชายหนุ่มไม่ปริปากว่าใดๆ เค้าเดินเข้าห้องครัวเพื่อไปหยิบขวดน้ำให้แก่หญิงสาว

                “นี่...ยูซึ อย่าไปใช้เค้านักสิ”

                “อย่ายุ่งน่า เพราะหมอนี่เลยนะอลิซที่ทำให้เราเจอชานยอลช้า” อลิซทำสีหน้าลำบากใจ กับคำพูดของเพื่อนสาว เด็กน้อยในอ้อมแขนดิ้นคลุกคลักเปลี่ยนท่า หญิงสาววางลูกน้อยไว้บนเปลก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อนสาวอย่างจริงจัง

                “ฉันอยากกลับอเมริกา ไปไหว้หลุมศพคริส”

                “ทำได้ที่ไหน น้าเธอกำลังควานหาตัวเธอให้ควัก คิดเหรอว่าถ้าถูกจับได้ เธอจะรอดห้ะอลิซ ยังไงพ่อของเด็กตอนนี้ก็เป็นชานยอล เค้ารับด้วยความเต็มใจไปแล้ว อยู่เฉยๆเถอะ” อี้ฟานที่ได้ยินได้แต่ถอนหายใจ รับเป็นพ่อของเด็กอย่างง่ายดายขนาดนั้นเนี้ยนะ

                “ได้แล้วครับ” อี้ฟานวางขวดน้ำลงบน โต๊ะ ก่อนจะเดินกลับเข้าห้อง

                “ขอบใจนะอี้ฟาน” ชายหนุ่มชะงักเค้าหันกลับมาพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้

                “ไม่เป็นไรครับ ยังไงมันก็หน้าที่ผมอยู่แล้ว....คนใช้น่ะ” สองสาวมองหน้ากันอลิซหน้าเจื่อนลงทันที แต่ฝ่ายยูซึกลับหันไปเบ้ปากใส่บานประตูอย่างไม่ชอบใจ

.

.

                อี้ฟานมักจะออกมาจากห้องก่อนที่คุณหนูจะกลับทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะกัน ตอนนี้เค้าคงต้องทนไปก่อน ถ้ามีเงินเมื่อไหร่ เค้าคงหาที่อยู่ใหม่ได้

                ร่างสูงโปร่งเดินเอามือล้วงกระเป๋ามายืนรอรถประจำทางใกล้ๆกับคอนโด สายตาเค้าหันไปจับจ้องมองรถคันคุ้นตาที่ขับเลี้ยวเข้าไปในคอนโดได้พอดิบพอดี อี้ฟานมองด้วยสายตาว่างเปล่า เค้ามองใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มมีความสุขในขณะที่ขับรถไปด้วยคุยโทรศัพท์ไปด้วย

                “เหอะ คุยโทรศัพท์หน้าบานเชียว” อี้ฟานเบ้ปากก่อนจะรีบก้าวเท้าขึ้นบันไดรถประจำทาง

.

.

                “อืม....ขอบคุณครับ ไว้วันเสาร์หน้าผมจะเข้าไปดู ช่วยตบแต่งห้องสำหรับเด็กอ่อนให้ด้วยนะครับ....ครับขอบคุณมาก” ชานยอลวางสายขณะถอยรถเข้าที่จอด เค้ากวาดของใช้ด้านหลังมาถือก่อนจะลงจากรถ

                วันนี้เค้าเพิ่งไปติดต่อขอซื้อคอนโดใกล้ๆ เพื่อให้อลิซกับลูกแล้วก็ยูซึอยู่ เพราะการอยู่อาศัยในห้องที่ไม่กว้างมากนัก สำหรับคนสี่คนพร้อมกับเด็กอ่อน อะไรๆมันก็ไม่ค่อยสะดวก โดยเฉพาะอี้ฟานที่คงอึดอัดแล้วก็ลำบากใจ

                ชานยอลเดินขึ้นมาถึงห้องเค้ากดรหัสเสียบคีย์การ์ดก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

                “อี้ฟานล่ะ อยู่มั้ย” คำถามแรกของชานยอลคือถามเพื่อนสาวว่าอี้ฟานยังอยู่มั้ย เจ้าหล่อนยักไหล่พร้อมกับส่ายหน้า ชานยอลถอนหายใจ หมอนั่นหลบหน้าเค้าไปตั้งแต่เย็นเลยเหรอ

                “วันนี้ฉันเพิ่งไปติดต่อ คอนโดใกล้ๆแถวนี้ให้พวกเธอสามคน ต่อเติมทำสัญญากว่าจะเสร็จคงเป็นสองอาทิตย์ให้หลังนะ ยังไงตอนนี้ก็อดทนอยู่ที่นี้ไปก่อน”

                “ทำไมต้องถึงขนาดซื้อคอนโดใหม่ พวกฉันอยู่ที่นี้ไม่ได้เหรอ แจ๊คสันติดนายมากนะ หรือนายจะย้ายไปอยู่ด้วยกันกับอลิซ” ชานยอลส่ายหัวขณะหยิบฉวยขวดน้ำขึ้นดื่ม

                “ไม่ใช่ ฉันจะอยู่ที่นี้กับอี้ฟานน่ะ”

                “กับหมอนั่นน่ะนะ ทำไม” ชานยอลเลิกคิ้วก่อนจะทำเสียงกลั้วหัวเราะ

                “ก็นี่มันห้องฉันนี่ พวกเธอเป็นผู้หญิง อยู่แบบนั้นคงสบายกว่า อ่อ แล้วก็” ชานยอลล้วงพวงกุญแจออกมาจากกระเป๋าก่อนจะยื่นส่งให้

                “กุญแจรถ สำหรับใช้ไปไหนมาไหน”

                “ชานยอล....” เสียงเรียกของคนด้านหลังทำให้ทั้งสองหันไปมอง ชานยอลกอดอก มองหญิงสาวที่กำลังทำสีหน้าไม่สบายใจ

                “ฉันขอรบกวนนายเท่านี้พอแล้ว นายไม่ต้องทำอะไรมากนักหรอก ฉันรู้สึกลำบากใจที่ต้องรับของจากนาย”

                “ไม่เป็นไร ถือเป็นของขวัญให้แจ๊คสัน” ชานยอลยิ้ม ก่อนจะยืดตัวเต็มความสูง “วันนี้จะออกไปข้างนอกนะ กลับดึกหน่อย” ชานยอลว่าก่อนจะเดินเข้าห้องนอนตัวเอง อลิซเดินตามเข้าไปทันที

                “ไปไหนเหรอ”

                “ไปที่ทำงานอี้ฟานน่ะ”

                “ไม่ไปไม่ได้เหรอ” ชานยอลที่กำลังเปิดตู้เสื้อผ้าชะงัก แล้วหันมามองหญิงสาว สายตาออดอ้อนที่เจ้าตัวมีติดมาแต่เกิด ไม่จำเป็นต้องทำ มันก็แสดงออกมาจนคนเห็นใจต้องสั่นไหว ชานยอลปิดตู้ ก่อนจะหันมาเต็มตัว ยืนพิงประตูพร้อมกอดอกเอาไว้

                “วันนี้ว่าจะไปรับอี้ฟานน่ะ หมอนั่นกลับลำบาก”

                “พวกนายสองคนดูสนิทกันจัง เพื่อนใหม่เหรอ” ชานยอลยิ้มขำก่อนจะพยักหน้า ตั้งแต่ที่อลิซแจ๊คสันและยูซึย้ายเข้ามาอยู่ในคอนโดเดียวกัน อี้ฟานก็เอาแต่หลบหน้าเค้า ทำตัวเป็นสาวน้อยอกหักช้ำรัก จนเค้ารู้สึกว่าควรจะทำดีกับอี้ฟานเสียบ้าง ยังไงหมอนั่นก็เมียเค้าทั้งคน

                พอไม่เห็นหน้ากัน มันก็คิดถึง......

 

                “งั้นอย่ากลับดึกมากนะ”

                “เป็นห่วงเหรอ” ชานยอลทำสายตากรุ่มกริ่ม อลิซยิ้มน้อยๆก่อนจะหันหลังเดินผละออกไป

                “อลิซ” ชานยอลดึงแขนคนรักเก่าที่เค้ายังคงรักเสมอไม่เปลี่ยนเอาไว้ ชายหนุ่มดึงหล่อนเข้ามาก่อนจะกอดโยก ด้วยท่าทางสงบ หญิงสาวตกใจเล็กน้อยกับสัมผัสที่ได้รับ ความอบอุ่นอ่อนโยนที่ไม่เคยได้รับก่อนหน้านี้ แต่ตอนนี้หล่อนกำลังได้รับมัน

                เปลี่ยน....

                เปลี่ยนไปมากจริงๆ....

                ใครกันที่ทำให้ชานยอลเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้.....

 

 

                หญิงสาวเอนหัวพิงอกอีกฝ่ายก่อนจะหลับตา หัวใจดวงน้อยๆมันเต้นเป็นจังหวะวาบหวิว ริมฝีปากร้อนจูบแก้มซ้ายก่อนจะผละมาแก้มขวา หล่อนเอียงให้อย่างจำนน ความรู้สึกแบบนี้มันทำให้หล่อนผ่อนคลาย ใจเต้นแรง เหมือนกับว่าถ่านร้อนกำลังคุเกิดกลุ่มไฟขึ้นอีกครั้ง

                มือเล็กลูบไล้แขนแกร่งอย่างยั่วยวน เธอไม่อยากให้ชานยอลคนนี้ คนที่ยืนกอดเธอไว้อย่างอบอุ่นต้องห่างไปไหน อยากให้อยู่ด้วยกัน

                “ไม่ไปนะ อยู่กับอลิซนะ”

                “อืม....เดี๋ยวค่อยออกไป” ริมฝีปากร้อนจูบไซร้ซอกคอขาว อารมณ์ความต้องการพุ่งสูงขึ้นทั้งคู่ ชานยอลจูงมือคนรัก(เก่า) ไปใกล้ประตูก่อนจะล็อค

                “ว้ายย” ร่างบอบบางถูกอุ้มขึ้นพาดบ่า เสียงหัวเราะผสมปนเปกันจนคนด้านนอกต้องยิ้มแล้วส่ายหัวตาม

                ถ้าอลิซมีความสุขเพื่อนอย่างเธอก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางให้เพื่อนมีความสุข อดีตที่ผ่านมาช่างมัน เริ่มต้นกันใหม่ ชานยอลคนใหม่ที่ไม่รู้ว่าเปลี่ยนแปลงไปได้ยังไง ต้องทำให้อลิซและลูกมีความสุขเพิ่มขึ้นแน่ๆ

.

.

.

                เซฮุนที่นั่งกินข้าวคนเดียวในห้องครัวเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง เวลาเกือบสี่ทุ่มแล้ว แต่ลู่หานก็ยังไม่กลับ โทรไปก็ไม่รับสาย ก่อนออกไปมีบอกแค่เพียงไปทำธุระ

                “กลับมาจะเอาให้ลุกไม่ได้เลยคอยดู” เซฮุนบ่นก่อนจะโยนจานลงอ่างแล้วเดินฟึดฟัดกลับเข้าห้อง

.

.

                “อืมมม อันนี้สวยมั้ย พี่ลู่” ลู่หานมองสร้อยคู่ที่ลินดายกขึ้น ชายหนุ่มส่ายหัว ก่อนจะหันไปชี้แหวนคู่แทน

                “แหวนคู่ดีกว่านะ น่ารักดี” ลู่หานว่าก่อนจะหยิบแหวนวงเรียบสองวงขึ้น”ขอมือด้วยครับเจ้าหญิง” ลินดาหัวเราะกับความขันของชายหนุ่ม หล่อนยื่นนิ้วให้ ลู่หานสวมแหวนก่อนจะจับมือพลิกไปมา

                “สวยดีนะ”

                “คะ เอาคู่นี้เลย”

                ลู่หานกับลินดายกกระเป๋าเงินขึ้นทั้งคู่ ลู่หานชิงจ่ายก่อน พร้อมกับรอยยิ้มสดใส “ของแผงลอยมันไม่แพงมากหรอก พี่ซื้อให้เรานะ” ลินดายิ้มก่อนจะพยักหน้ารับ ลู่หานแบมือข้างที่สวมแหวนออก หญิงสาววางมือไว้บนนั้น ก่อนที่ทั้งสองจะเดินจูงมือกันเดินกวาดสายตาหาของอร่อยๆในย่านตลอด

                ความสุข ความสุขที่มากข้นทุกครั้งที่ได้เห็นหน้า ทานข้าวมื้ออร่อย ซื้อของแทนใจเล็กๆน้อยๆ พูดแลกเปลี่ยนความชอบและไม่ชอบ ความรักเรียบง่ายกับคนเรียบง่ายที่ลู่หานใฝ่ฝัน

.

.

                ทั้งสองแวะซื้อของทานเล่นนำมาทานตรงเก้าอี้สวนสาธารณะ เบียรกระป๋องเล็กถูกเปิดขึ้น วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่เค้ามีความสุข

                “ลินดาคะ”

                “อะไรเหรอ”

                “พี่ว่าจะกลับบ้าน....เราจะไปเที่ยวบ้านพี่มั้ย”

                “บ้านพี่ที่จีนน่ะเหรอ ค่าตั๋วมันแพงมากนะคะ ฉันไม่มีเงินหรอก”

                “ไม่ต้องห่วงพี่จะจัดการเอง แค่เรารับปาก พี่จะพาเราไปเจอม๊ากับป๊า เราสะดวกมั้ย”

                “เจอพ่อแม่พี่เลยเหรอ ลินว่า....”

                “ถ้าเรายังไม่พร้อมพี่ก็ไม่บังคับนะ พี่แค่อยากให้เรารู้ว่าพี่เป็นใครเป็นคนยังไงมากกว่านี้ ไม่มีอะไรผูกหมัดหรอก” ลู่หานมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีอ่อนโยน

                “ไม่ใช่นะ คือว่า เรื่องตั๋ว”ลินดาส่ายหน้าปฏิเสธพลันวัน ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้มีหน้าที่การงานที่มีเงินมากนัก การเก็บเงินค่าตั๋วเป็นเรื่องลำบาก แล้วไหนจะเธอที่เค้าบอกจะจัดการให้

                “ฮ่าๆ ยัยเด็กน้อยเอ้ย พี่บอกว่าจะจัดการไง”

                “ไม่นะ ขอเวลาลินเก็บเงินค่าตั๋วก่อนนะคะ ลินไม่อยาก”  ลู่หานยกนิ้วเกลี่ยแก้มคนรักอย่างเอ็นดู ยิ่งท่าทีแบบนี้ก็ยิ่งทำให้ลู่หานหลงเข้าไปใหญ่

                “ไม่เป็นไร พี่ไม่ยอมให้เราลำบากหรอก พี่มีหลายๆเรื่องที่ต้องบอกเรา เพราะฉะนั้นขอเวลาพี่จัดการธุระให้เรียบร้อยแล้วเราไปกัน โอเคมั้ย” ลู่หานจ้องตาอีกฝ่ายพร้อมกับใช้เสียงนุ่มนวลเกลี้ยกล่อม ลินดาเหมือนถูกสะกด หล่อนพยักหน้าตกลง ลู่หานยิ้มรับก่อนจะเคลื่อนหน้าเข้าไปจุมพิตที่ริมฝีปากสวยนั้นเบาๆ

                “พี่รักเรานะ”

.

.

.

                “ขอวิสกี้ด้วยคะ” หญิงสาวกล่าวขณะยื่นแก้วส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้า อี้ฟานยิ้มรับก่อนจะหยิบแก้วจากมือหล่อนแล้ววางลงบนเคาน์เตอร์

                “งดขายให้กับลูกค้าที่เริ่มเมาครับ ขอโทษด้วย” อี้ฟานยิ้มหวานตามแบบฉบับคนบริการ เจ้าหล่อนหน้าแดงเขินอาย มือเรียวแตะมืออีกฝ่าย พร้อมกับส่งสายตาเย้ายวน

                “วันนี้ไม่เห็นมีคนมาคุม”

                “หืม หลงคนมาคุมผมเหรอครับ น่าน้อยใจจัง” อี้ฟานว่าพร้อมกับส่งสายตากรุ่มกริ่มใส่ ผู้หญิงตรงหน้าใช่ว่าไม่สวย สวยมากเหมือนกันแถมยังอึ๋มเสียด้วย ผิวสีออกแทนนิดๆแต่ก็เซกซี่มาก

               “เปล่านะ....ฉันรอโอกาสนี้มานานแล้วต่างหาก”

                “อืม จริงเหรอครับ งั้นหลังเลิกงานไว้ไปต่อกับผมนะ”

                “ให้ไปที่ไหนก็ยอม...จะรอนะคะ” หล่อนลุกขึ้นก่อนจะโยกตัวข้ามเคาน์เตอร์มาหอมแก้มชายหนุ่มฟอดใหญ่

                “ผมจะพาไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าเลยคอยดู.....”

.

.

.

                “ไปไหนมา” คำพูดแรกเมื่อลู่หานเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง ร่างบางยักไหล่ก่อนจะเดินเลี้ยวไปยังส่วนที่เป็นที่ตั้งของห้องนอนเล็ก

                “ถาม ทำไมไม่ตอบ”

                “ไม่ใช่เรื่องของนาย”

                “พรุ่งนี้จะไปไหนอีกรึเปล่า”

                “ไปทำ passport” เซฮุนขมวดคิ้ว คนที่พาสปอร์ตขาดไปนาน อยู่ๆทำไมถึงอยากไปทำ

                “งั้นเดี๋ยวไปส่ง”

                “ไม่ต้องหรอก ฉันไปเองได้ฝันดีนะ” ลู่หานรีบเข้าห้องก่อนจะล็อคประตูทันที เซฮุนมองตามด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนจะถอนหายใจอย่างทำอะไรไม่ได้ ชายหนุ่มเดินเข้าห้องตัวเองไปเงียบๆ

                เซฮุนล้มตัวลงนอน เค้าเอามือก่ายหน้าผาก มืออีกข้างควานหาโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความ

                /ทำไรอยู่..../

                [อะไรของนาย....]

                /ถาม ทำอะไรอยู่ตอบสิ/

                [กำลังจะอาบน้ำ]

                /ถอดเสื้อ?/

                [อืม...ทำไม ไม่ตอบแล้ว จะอาบน้ำนอน ฝันดี]

                /อืม ฝันดี/

                เซฮุนวางโทรศัพท์ไว้ข้างๆก่อนจะคดตัวกลมดิก เอามือซุกเข้าไปใต้หมอนนุ่มๆ

                นอนไม่หลับ.....

.

.

.

                ลู่หานที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ เท้าเล็กๆ หยุดชะงักเมื่อเห็นใครนอนอยู่บนเตียง ร่างบางถอนหายใจก่อนจะโยนผ้าขนหนูลงตระกร้าแล้วเดินไปขึ้นเตียง

                “มานอนอะไรที่นี้”

                “ขอนอนด้วย นอนไม่หลับ”

                “เอ๊ะ นายนี่ยังไง” ลู่หานขมวดคิ้ว ตั้งแต่คราวที่ไปซาวน่าด้วยกัน เซฮุนก็ดูเป็นลูกแมวเลี้ยง่ายไปโดยปริยาย บางทีที่เค้าทั้งรู้สึกรำคาญ โมโห แล้วก็หงุดหงิด พอจะด่าแรงๆ แต่เจอะกับสายตาเศร้าๆนั่นก็เล่นเอาใจอ่อนยวบยาบ

                “ไม่กลัวฉันเห็นเหรอว่า นายนอนละเมอยังไง”

                “ไม่กลัว...”

                “เอ๊ะ นายนี่ เข้าใจยากจริง เอ้านอนแล้วนะ” ลู่หานปิดไฟข้างเตียงก่อนจะดึงผ้าขึ้นห่ม เซฮุนที่นอนคดอยู่ขยับตัวพลิก ลู่หานสะดุ้งรีบไหวตัวหนีทันที

                “รังเกียจกันขนาดนั้นเชียว”

                “อืม...ไม่ต้องเลย”

                “นี่เราก็ไม่ได้มีอะไรกันนานแล้วนา....” ลู่หานฟาดแขนอีกคนก่อนจะส่งสายตาดุๆผ่านไปในความมืดแม้จะรู้ว่ามันไม่เห็นก็เถอะ

                “ไม่....ฉันง่วง พรุ่งนี้ต้องออกบ้านแต่เช้า ไม่เอา” ลู่หานปฏิเสธเสียงแข็ง หัวหอมๆ เริ่มเคลื่อนมาคลอเคลียแขนของเค้า ลู่หานผลักหัวนั้นออกไปก่อนจะหันหลังให้

                “ใจร้าย”

                “......”

                “ใจร้าย”

                “ถ้าไม่หยุดฉันจะหนีไปนอนข้างนอกนะ” ลู่หานขู่ฟ่อ เซฮุนที่เอาแต่กระแซะสีข้างเค้าหยุดชะงัก คางแหลมๆ พาดบนเอวเค้า ก่อนที่หัวทุยๆนั่นจะเอียงโคลงไปมา

                “เซฮุน” ลู่หานดันแต่อีกฝ่ายก็ยังตอแยไม่เลิก

                “ใจร้าย”

                “เซฮุน!

                “โอเคๆ ไม่กวนแล้ว....” เซฮุนว่าเสียงจริงจังเมื่ออีกฝ่ายขึ้นเสียง ลู่หานขยับตัวหนี เซฮุนดึงเอวบงๆนั่นมากอดก่อนจะกระซิบข้างหู

                “ขอกอดเถอะนะ ขอแค่กอดก็ยังดี” เสียงนุ่มนวลเอ่ยจนคนฟังยอมจำนน ลู่หานนอนนิ่งปล่อยให้คนที่ไม่ชอบนอนกับคนอื่น กอดแน่น ลมหายใจร้อนๆเป่ารดต้นคอ เนินนานจนลู่หานเคลิ้มหลับตามไป

                เซฮุนที่สัมผัสได้ถึงความนิ่งของลู่หาน ชายหนุ่มกอดเอวบางนั่นแน่น ก่อนจะจูบกดเบาๆบนลาดไหล่

                ต้องการคนตรงหน้ามากแค่ไหนก็ทำได้แค่อยาก เค้าทำได้แค่ขอในสิ่งที่อีกฝ่ายพอจะให้ได้ ผู้ชายที่แสนจะอบอุ่น เริ่มถอยห่างเค้าไปเรื่อยๆ กำแพงก็เริ่มก่อตัวจนเค้าใช้ค้อนทุบไม่ไหว ท่าทางที่แสดงออกมันทำให้เค้ากลัว กลัวจะเสียคนตรงหน้าไป

                ตุ๊กตาตัวโปรดกำลังดื้อ.....ผู้เป็นเจ้าของดัดนิสัยของมันไม่ได้

                ตุ๊กตาตัวนี้เหมือนจะห่างไกลเกินเอื้อม เหมือนจับต้องได้แต่ก็เหมือนจับต้องฝุ่น.....

                ตุ๊กตา...

                ตุ๊กตาตัวโปรด.......

.

.

.

 

.

.

.

                เช้าวันรุ่งขึ้น.....

 

                สองสาวที่นั่งอยู่ตรงมุมนั่งเล่นกำลังง่วนอยู่กับการเก็บข้าวของให้เข้าที่ ยูซึตั้งแต่ตื่นมาหล่อนก็เอาแต่ซักกไร้ไล่เรียงถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวได้แต่ยิ้มเจื่อนๆก่อนจะเลี่ยงไม่ตอบด้วยการทำนู้นทำนี้แทน

                “อลิซ บอกหน่อยสิ น้าๆ เป็นยังไง เมื่อคืน คืนดีกันแล้วเหรอ” อลิซยิ้มน้อยๆก่อนจะอุ้มลูกชายเข้าหาอก

                “อย่าถามฉันเลย พอเถอะ” ยูซึยิ้มอย่างหมันไส้เพื่อน 

                เสียงเปิดประตูทำให้สองสาวหันไปมอง ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่หายไปทั้งคืนกลับมาในสภาพอิดโรยดูอ่อนเพลีย กลิ่นเหล้าผสมกับน้ำหอมผู้หญิงคลุ้งไปทั่ว จนยูซึต้องเบ้หน้า ยกนิ้วขึ้นปิดจมูก

                “นี่ เป็นคนใช้แต่ทำไม ถึงทำตัวแบบนี้”

.

.

                เสียงโวยวายด้านนอกทำให้ ชานยอลที่กำลังแต่งตัวอยู่ รีบเดินออกมา ร่างโปร่งจ้องมองคนที่ยืนนิ่งไม่ตอบโต้คำพูดใดๆ กลิ่นเหล้าผสมกับกลิ่นน้ำหอมคลุ้งไปทั่ว จนเค้าต้องเดินเข้าไปใกล้ๆ

                อี้ฟานเดินถอยห่าง ดวงตาคู่สวยที่เคยพราวระยับกลับไร้แวว ร่างสูงเบี่ยงตัวหลบก่อนจะเปิดประตูเข้าห้อง

                “เดี๋ยว....หายไปไหนมาทั้งคืน” ชานยอลเข้าขวางพร้อมกับถามด้วยอารมณ์สงบนิ่ง อี้ฟานหันมามองก่อนจะพยายามเบี่ยงตัวเข้าไปในห้อง

                “มันลำบากมากใช่มั้ยที่จะตอบ” ชานยอลกัดฟันกรอด ดึงปกเสื้ออีกฝ่ายให้เข้าห้องก่อนที่เค้าจะปิดประตูล็อค ชอบนักใช่มั้ยหนีหน้าเค้าเนี้ย

                “ผมง่วง ปล่อย” อี้ฟานว่าพร้อมกับเบนสายตาไปยังมือที่กำปกเสื้อเค้า ชานยอลปล่อยมือออกก่อนจะขมวดคิ้ว มองรอยลิปสติกสีชมพูอ่อน ชานยอลหันมาจ้องหน้าอี้ฟานอย่างเอาเรื่อง

                “อะไร รอยนั่นมันอะไร”

                “ดูไม่ออกรึไง”

                “อี้ฟาน! อย่ามาประชดนะ เมื่อคืนไปทำอะไรมา ทำไมไม่กลับมานอนที่คอนโด”

                “เสือก...” อี้ฟานเน้นคำด่า จนชานยอลชะงัก เผลอถอยเท้าก้าวไปด้านหลัง อี้ฟานยิ้มเหยียด ก่อนจะเดินเบี่ยงไปยังตู้เสื้อผ้า ชานยอลที่เพิ่งโดนด่าว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องกระชากแขนคนตัวโตกว่าให้หยุดเดิน ชายหนุ่มสะบัดแขนออกทันที พร้อมกับส่งสายตาดุดันน่ากลัวตอบกลับมา

                “อะไร เป็นอะไร อย่ามาทำแบบนี้กับกูนะ อี้ฟาน”

                “ทำอะไร”

                “เมื่อคืนไปนอนกับใครมา”

                “ทำไมกูต้องบอกมึง” ชานยอลชะงักไปอีกครั้งเมื่ออี้ฟานแทนสรรพนามหยาบคาย ร่างโปร่งกัดฟันกรอด ก่อนจะผลักอกอีกฝ่าย

                “ทำไม ต้องกรแบบนี้ใช่มั้ย มึงมันเลว”

                “ใครกันแน่ที่เลว!!

                “อี้ฟาน!!

                “ชานยอล!!

.

.

                “สองคนนั่น ทำอะไรกันนะ” ยูซึที่กำลังจะเดินไปเคาะประตูถูกหยุดด้วยมือของเพื่อนสาว อลิซส่ายหน้าน้อยๆเป็นการเตือนว่าไม่ควรเข้าไปยุ่ง

                “ออกไปเดินเล่นกันนะ ยูซึ”

.

.

                “อย่าทำแบบนี้นะ อย่ามาประชดกันแบบนี้”

                “ประชด...ประชดอะไรมิทราบ”

                “ลาออกซะ ตั้งแต่วันนี้ไป ไม่ต้องไปทำงาน”

                “นายบังคับฉันไม่ได้หรอก ชานยอล” ชานยอลผลักอีกฝ่ายจนหลังชนกับประตูตู้เสื้อผ้า มือหนักๆกระชากเสื้อเชิ้ตอีกฝ่ายจนกระดุมขาด อี้ฟานขมวดคิ้ว ก่อนจะผลักชานยอลจนล้มลงไปนั่งกับพื้น

                “เลิกบ้าสักที เลิกวุ่นวายสักที น่ารำคาญ”

                “เราเป็นผัวเมียกันนะ!!” ชานยอลตะโกนลั่น โดยไม่สนว่าคนข้างนอกจะได้ยินรึเปล่า อี้ฟานยิ้มเหยียด

                “ผัวเมีย....เหอะ เลิกวุ่นวาย เลิกเห็นแก่ได้สักที ชานยอล” อี้ฟานว่าก่อนจะหันหลังเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบกระเป๋าเป้ใบเล็กออกมาก่อนที่เค้าจะดึงเสื้อบนราวใส่กระเป๋า

                “จะ...จะทำอะไรหยุดนะ อี้ฟาน กูบอกให้หยุด” ชานยอลที่เห็นอีกฝ่ายเริ่มเก็บของ ก็รีบเข้ามาดึงกระเป๋าออก พยายามปัดป้องขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายเก็บของ

                “เลิกยุ่งสักที กลับไปซะ นู้น คนที่อยู่หลังประตูนั่นต่างหากที่มึงควรจะแคร์” อี้ฟานตะคอกก่อนจะผลักชานยอล ร่างโปร่งลงไปนั่งกับพื้นแต่ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหวานสวยแดงกล่ำ ดวงตาเอ่อไปด้วยหยาดน้ำใสๆ

                “กูบอกให้หยุดไง กู....บอก...ให้....หยุด” อี้ฟานขว้างกระเป๋าในมืออย่างแรงจนติดข้างฝา อารมณ์ปะทะอารมณ์ มือหนาง้างขึ้นสุดแขน ชานยอลที่ยืนประจันหน้าจ้องเขม็งไม่ยอมหลบ อี้ฟานกัดฟันกรอด ก่อนจะลดมือลง

                “อี้ฟาน....” เสียงสั่นเครือพร้อมกับน้ำตาที่ร่วงเผลาะลงมาโดนแก้ม มือบางสั่นหงกๆ ยื่นเข้ามาหมายจะจับอีกฝ่ายไว้

                “ผมมีค่าบ้างรึเปล่า” อี้ฟานถามเสียงแผ่ว ชานยอลพยักหน้ารัวเร็ว น้ำตามากมายไหลอาบแก้ม เสียงสะอื้นเบาๆทำให้อี้ฟานอารมณ์เย็นลง

                “นะ นายมีค่า มีค่าสำหรับฉัน”

                “มีค่า แล้วทำไมทำกับผมแบบนี้ ทำไมถึงให้ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามา เข้ามาทำร้ายผม เคยจำได้บ้างรึเปล่า ว่าคุณหนูต้องทรมานกับผู้หญิงคนนั้นมากแค่ไหน ถูกขับไสไล่ส่งจากคนพวกนั้นมากแค่ไหน ทำไมถึงไม่จำ ทำไมถึงกลับไป ถ้าเป็นแบบนี้ผมว่าเราไม่ควรจะเจอกันอีก....” อี้ฟานหน้าแดงกล่ำ เค้าสูดน้ำมูกพร้อมกับเงยหน้าขึ้นเพื่อไล่หยาดน้ำตา ชานยอลส่ายหน้าไปมา ไม่อยากจะยอมรับ

                “คุณหนูเดินหายออกไปจากสายตาผมแล้ว ถึงเวลาที่ผมต้องไปแล้ว เรื่องทั้งหมดที่ผ่านมา ถือว่าผมคิดไปเอง”

                “ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ ฉัน...ฉันรักนาย” ชานยอลร้องไห้ฟูมฟายหนักมากขึ้น เสียงร้องโยเยหนักอย่างกับเด็กเล็ก อี้ฟานเบี่ยงตัวหลบ เค้าเลือกแล้วว่าจะไป ไม่มีอะไรจะหยุดเค้าได้

                “รักผม แล้วก็รักผู้หญิงคนนั้นด้วย” อี้ฟานถามแต่ชานยอลเอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ หัวเล็กๆส่ายไปมา

                “ถ้าเลือกไม่ได้.....ก็คิดซะว่าการที่คุณหนูรักผม ก็แค่เพื่อตัดความรำคาญ...ตอนนี้คุณหนูป็นอิสระแล้ว ดูแลตัวเองดีๆนะครับ” อี้ฟานว่าก่อนจะก้าวขาเดินไปหยิบกระเป๋าที่เค้าเพิ่งขว้างไปติดยังอีกฟาก

                “ไม่นะ ไม่ ไม่เอา มันไม่ใช่” ชานยอลโวยวาย แขนกวาดรัดรอบขารั้งไม่ให้อี้ฟานเดินไปไหน ร่างโปร่งนั่งกอดขาอีกฝ่ายอย่างน่าสมเพส แก้มนวลใสแนบชิดกับขารั้งด้วยแรงทั้งหมดที่มีอย่างสุดกำลัง

                “เคยทำตัวน่าสมเพสมาครั้งหนึ่งแล้วไม่ใช่เหรอ....หยุดเถอะครับ ปล่อยซะ” อี้ฟานว่าก่อนจะกะแขนแล้วผลักชานยอลจนล้มหงาย ชายหนุ่มหยิบเสื้อที่พอจะเปลี่ยนได้แล้วรีบเดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้า

                “อี้ฟาน....ขอร้อง อย่าไป ฮือๆๆ ฉันขอร้อง อย่าทิ้งฉันไป ฮึกๆ” ฮือๆ อึกๆ” คนที่ร้องไห้ติดต่อกันนานและหนักหน่วงเริ่มหายใจติดขัด ชานยอลค่อยๆนอนราบลงกับพื้น ใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

                อี้ฟานที่ยืนนิ่ง เค้าหลับตาลง เค้ากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำแขน เสียงร้องไห้โวยวายเริ่มเงียบลง เสียงสะอึกกับเสียงหอบดังขึ้นมาแทนที่ อี้ฟานทิ้งกระเป๋าลงข้างตัว เค้ากำลังนับเลขในใจเพื่อระงับอารมณ์

                “ขอร้อง ได้ ได้โปรด” อี้ฟานถอนหายใจก่อนจะหันกลับมา คุณหนูที่นอนคด ทั้งร้องไห้ทั้งสะอึก แถมยังหอบหายใจแรงขึ้นทุกขณะ อี้ฟานช้อนร่างโปร่งขึ้นก่อนจะพาเดินไปวางลงบนเตียง เสื้อเชิ้ตถูกอี้ฟานปลดกระดุมออก

                “หยุดร้องไห้ก่อนได้มั้ย แล้วหายใจเข้าลึกๆ” อี้ฟานสั่ง เค้าปัดผมหน้าม้าขึ้น ชานยอลหอบช้าลง มือทั้งสองข้างจิกเข้าที่แขนชายหนุ่มอย่างแรง

                “ฉัน ฉันขอโทษ” ชานยอลพร่ำเพ้ออยู่อย่างนั้นก่อนจะค่อยๆหมดสติไป อี้ฟานลุกขึ้นยืน ถ้าเค้าไม่ไปตอนนี้เค้าอาจจะไม่มีโอกาสอีก เค้ากลัวว่าตัวเองจะทำอะไรแย่ๆลงไป เค้าไม่อยากกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ตอนนี้ชานยอลกำลังสับสน กำลังคิดว่าคนนั้นก็รักคนนี้ก็รัก แต่สุดท้ายคนที่ชานยอลจะเลือก ยังไงก็ไม่ใช่เค้า แล้วเค้าต้องทนอยู่อย่างเจ็บปวด อีกฝ่ายก็เจ็บปวด ไปเพื่ออะไร

                “ผม...ผมรักคุณหนูนะครับ” อี้ฟานปาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว มันเจ็บปวดจนน้ำตาต้องใหลเพื่อระบายความเจ็บ ชายหนุ่มก้มลงกอบกุมใบหน้าคนหมดสติให้เชิดขึ้น ก่อนที่เค้าจะจูบย้ำๆลงไปบนริมฝีปากอย่างหวงแหน  


                อี้ฟานลุกจากเตียงอย่างตัดใจ เค้าเดินไปหยิบกระเป๋าที่วางบนพื้นขึ้นมาอีกรอบ ก่อนจะหันไปมองคนที่หมดสตินอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงเป็นครั้งสุดท้าย


                รักรักมาก มากจนเจ็บไปหมด ถ้ายังอยู่ก็ต้องเจ็บ เจ็บแบบไม่มีสิ้นสุด ทรมานไปเรื่อยๆจนกว่าจะตาย เค้าพรากครอบครัวใครไม่ได้ ถึงเค้าจะเป็นคนใหม่ แต่ยังไงชานยอลก็ยังรักคนเก่า


                รักแค่ไหนก็ต้องไปมันเจ็บปวดที่สุดแล้ว มันเจ็บเหมือนกับจะตาย....


                พระเจ้า ขอให้ลูกตายเลยได้รึเปล่า....ลูกไม่อยากเจ็บอยู่อย่างนี้....

.

.

.

                อี้ฟานกระชากประตูบ้านออก ขณะยัดเท้าใส่รองเท้าได้สำเร็จ สายตาของทั้งสามปะทะกัน อลิซและยูซึตกใจไม่น้อยที่เห็นชายหนุ่มกำลังร้องไห้ อี้ฟานรีบปาดน้ำตาออกทันที ก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปจากกรอบประตู เค้าทั้งเดินทั้งวิ่ง แถมไม่ยอมมองกลับมาอีก

                “ยูซึ...”

                “เรื่องนี้ต้องถามชานยอลแล้วล่ะ.....”         




























............................................................................................................................................................

จะเศร้าขึ้นเรื่อยๆ จะลำบากขึ้นเรื่อยๆ จะเจ็บกันอีกเรื่อยๆ อย่าลืมติดตามนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #514 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 12:16
    ฮืออ ดราม่าหนักมาก ชานยอลก็นิสัยไม่ดีอ่ะไปหลงเค้าทำไม เชอะ แต่เรื่องนี้แจ็คสันไม่ผิด เรารักแจ็คสัน 55555 ฮุนฮานก็ดราม่า น่าจะไม่ใช่ฮุนฮานละ พี่ลู่ดูรักลินดามากเลย
    #514
    0
  2. #477 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 09:13
    เรื่องนี้ชานยอลผิดคนเดียว ผิดที่ยอมให้อีชะนีนั่นกลับเข้ามา ถึงเมื่อคืนพี่คริสจะไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น แต่อย่าลืมสิ ว่าตัวเองก็เอากับคนอื่นเหมือนกัน เหอะ เสียใจมากนะที่ชานยอลทำแบบนี้ พี่คริสไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับชานยอลใช่มั้ย ทำอะไรเคยคิดถึงใจพี่คริสบ้างมั้ย
    ส่วนคู่ฮุนฮานนี่สงสารฮุนมาก พี่ลู่ใจร้ายที่สุด ทำไมถึงทำกันได้
    #477
    0
  3. #373 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 16:54
    คือเป็นคนทิ้งเค้าไปอะแล้วกลับมาทำไม...เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ ไม่เห็นคุณค่าของคนที่อยู่ข้างๆก็สมควรแล้วที่ต้องเสียอี๋ฟานไปชานยอลใจโลเล
    #373
    0
  4. #235 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 20:10
    เกลียดยัยยูซึอ่ะ เจือกเรื่องคนอื่นจัง
    หน่วงมากร้องไห้เลย ไม่รู้จะสงสารใครดี เพราะชานยอลไม่ทำอะไรให้ชัดเจนนั่นแหละ
    #235
    0
  5. #128 markmtbii (@markmtbii) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2558 / 00:48
    อลิซ.. อีแรด!!!!!!!!!!!!!!!!! เออ ออกมาเหอะอิหมู ออกมาดีที่สุดแล้วอย่าไปทน โอ้ย โมโหอะ มันมากไปละนะ
    #128
    0
  6. #127 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2558 / 23:57
    โห้ยยยยยยยยยย สงสารชานย๊อลลลล สงสารอิพี่คริสด้วยร้องไห้เลยอ่า ฮืออออ รีบมาต่อนะคะติดตามอยู่่ เลิ้บๆ
    #127
    0
  7. #126 Kraotoo (@Kraotoo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 20:52
    แบบมาอ่านในห้องน้ำไม่อยากให้แม่รุ้ว่าร้องไห้#ร้องไห้หนักมาก
    #126
    0
  8. #124 Tamininalove (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 20:17
    สงสารอี้ฟานมากเลยตอนนี้เราร้องไห้ตามเลยคนที่เจ็บที่สุดคืออี้ฟานถึงอีกใจจะสงสารยอลแต่เราก็อยากให้ฟานไปเพราะเราทนเห็นฟานเจ็บไม่ได้อีกอย่างยอลจะได้รู้ว่าตัวเองรักใครระหว่างอลิซหรืออี้ฟาน
    #124
    0
  9. #123 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 17:33
    ดราม่าาาามากกกกก และจะมาขึ้นเรื่อยๆหรอไรท์ ฮรืออออ ... เราเข้าใจอี้ฟานนะ ที่เลือกที่จะไป โอ้ยยย เจ็บปวดตามม
    #123
    0
  10. #122 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 12:47
    ไม่นะอี้ฟาน นายต้องเข้มแข็งนะ อย่าไปอย่าทั้งเดินทั้งวิ่งมันเหมือนสาวน้อยมากเกินไป 555555555 นี่ดราม่าชั้นจะขำทำไมบ้าไปแล้ว 
    #122
    0
  11. #121 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 11:17
    จะร้องไห้ เศร้า านยอลทำตัวเองแท้ๆเลย อี้ฟานอ่า อย่าทิ้งชานยอลเลยนะะะ แง่งงงงงง ดราม่าสุดๆ ;______;
    #121
    0
  12. #120 Pcy_k (@earakwan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 10:06
    ฮื่ออออ ร้องไห้เลยยยย สงสารอี้ฟานนนนนนอ้ะ งื้ออออออ
    #120
    0
  13. #119 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 08:06
    ยังต้องถามอะไรอีกฮะ ชะนี ทั้งคู่เลย โดยเฉพาะอียูซึเนี่ย แรงใส่เค้าตั้งแต่ต้นน่ะ ยืนอยุ่หน้าประตูยังไม่ได้ยินอีกหรอว่าเค้าพูดว่าเป็นอะไรกัน ชานยอลเจ็บเราก็สงสารนะ แต่เราก็แอบชอบใจ ที่ชานยอลเจ็บเพราะอี้ฝานซะบ้าง จะได้รู้ว่าเค้าก็เป็นคนเหมือนกันมีหัวใจเหมือนกัน ก็เจ็บพอๆกันนั่นแหละ จะได้ทำอะไรชัดเจนซะบ้าง ฮึ่ยยยย เราอินเกินไปมั้ย 555
    #119
    0
  14. #118 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 07:07
    เออ อียูซึนั่นแหละตัวดีนัก ฮึ่ม
    #118
    0
  15. #117 ชะชะชะชานย๊อล (@miku-cute) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 06:59
    ดราม่ามากอ่ะ สงสารอี้ฟานอ่ะ ชานโคตรโลเลเลยอ่ะ ทุกคนร้องไห้กันหมด อลิซกับยูซึคือแบบ พอผัวใหม่อลิซตาย ก็กลับมาหาผัวเก่า ทำให้ชานกับคริสมีปัญหา เห็นป่ะ หมั่นไส้ยูซึมาก อลิซดูเป็นคนดีนะ แต่ยูซึทำไมชอบหาเรื่องอี้ฟานจัง

    ดราม่าเกิน อยากครายยย
    #117
    0
  16. #116 ky0627 (@skilfan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 04:51
    ซีนนี้ดีมากๆอ่ะ ดูเหมือนเค้ารักกันมากๆแต่ไม่เข้าใจกัน เหมือนสามีภรรยาที่ภรรยาหวงว่าไปไหน ทำอะไร กับใคร ? จะดีถ้าฉากนี้ไม่ดราม่า 55555
    #116
    0
  17. #115 ky0627 (@skilfan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 04:44
    ชานยอลรักอี้ฟานเข้าจังๆแต่น้องไม่รู้ตัว สงสารว่ะ ร้องไห้อ้อนวอนแทบตาย มันก็ใจร้ายทั้งคู่ แต่ไม่รู้ทำไมสงสารชานยอลมากกว่า เพราะเราเห็นชานยอลร้องมั้ง 5555555 ไรต์แต่งได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆนะคะ เก่งจริงๆ การบรรยายดีขึ้นมาเยอะจากตอนเปิดเรื่อง สู้ๆนะคะ
    #115
    0
  18. #113 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 13:28
    ชานยอลนิสัยไม่ดีเลยยยยย เศร้าสงสารอี้ฝานอ่ะ อลิซพอไม่เอาชานยอลล่ะก็ทิ้งพอคนนั้นตายก็จะกลับมามันไม่ดูเห็นแก่ตัวไปหน่อยหรอ =_=........มาม่าเต็มที่มาก
    #113
    0
  19. #112 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 13:04
    ง่ะถ่านไฟเก่าก็มา อี้ฟานก็มีหญิงมาติด ลู่หาญก็กำลังติดหญิงแถมจะกลับจีนอีก โอ้ยยยอิชั้นเพลีย จะสงสารใครดี แต่เด๋วนะคุณหนูใหณ่ว่าไรนะ "เมียทั้งคน" เหรอเข้าใจอะไรผิดรึป่าวใครเมียตอบ 55555555555
    #112
    0
  20. #111 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2558 / 08:48
    โอ้ยยยย โกรธชานยอลล อี้ฝานทนไปได้ยังไง ถ่านไฟเก่ามันติดไฟง่ายอยู่แล้ว สงสารอี้ฝาน อยากให้สองพี่น้องพากันหนีบ้างอ่ะ ชานยอลกับเซฮุนไม่ได้น่าสงสารอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะชานยอล ชีวิตดูจะสมบูรณ์กว่าเดิมด้วยซ้ำ ถ้าอี้ฝานกับลู่หานหายไป ทั้งชานยอลเซฮุนจะได้รู้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่จะทำอะไรก็ได้
    #111
    0