HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 15 ปิดบัง...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 476
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 ส.ค. 58

บทที่ 15


 

 

                “เซฮุน…..

                ….

                “เซฮูน่า….

                ….

                “ไอ้เซฮุน!!!

                “อืมม ว่าไง มีอะไร” คนที่เพิ่งโผล่หน้าออกมาจากห้องน้ำ ทำสีหน้าจืดชืด ลู่หานที่ยืนท้าวเอวอยู่มองด้วยสายตาดุดัน

                “มันกี่โมงแล้ว สอบไม่ใช่เหรอไงวันนี้”

                “อืม แล้วไง”

                “เหอะ!! แล้วไง แล้วไงมัวชักช้าล่ะ เดี๋ยวก็ไปสอบสายหรอก” เซฮุนเบือนหน้าหนีพร้อมกับเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า สองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา เค้าเหมือนได้คนใช้บวกแม่อีกหนึ่ง จู้จี้ขี้บ่นจนน่ารำคาญเสียจริง

                “วันนี้นายก็อยู่ห้องไปนะ ฉันไปไม่กี่ชั่วโมง”

                “เอ๋ โกรธเหรอ ขอโทษ ขอไปด้วยนะ” ลู่หานหน้าเหวอ รู้สึกกระวนกระวายใจที่จะไม่ได้ไปมหาลัยกับเซฮุน ลู่หานเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะเกลี่ยๆมือเลือกชุดให้เซฮุนอย่างเอาใจ

                “คนหล่อแบบนายชุดนี้กับกางเกงตัวนี้ถึงจะเหมาะ”ลู่หานวางทาบๆไปบนตัวของเซฮุนก่อนจะยิ้มประจบ

                “ไปทุกวันไม่เบื่อรึไง” เซฮุนมองก่อนจะหยิบฉวยชุดในมือลู่หานเข้าห้องน้ำไปเปลี่ยน ลู่หานยิ้มแป้น เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าใจอ่อน ความจริงเซฮุนก็แค่เด็กผู้ชายหน้าตาดี เรียนเก่ง แล้วก็เจ้าระเบียบ ส่วนเรื่องอย่างว่า…..

                ลู่หานที่เผลอนึกไปถึงเรื่องที่ไม่ควรจะนึกหน้าก็เริ่มถอดสี ภายใต้คราบของหนุ่มเพียบพร้อมใครจะไปรู้ว่าซ่อนอีกร่างหนึ่งที่เป็นหนุ่มวิตถารเอาไว้ แม้มันจะสนุกบ้างไม่สนุกบ้างก็เถอะ แต่ก็ต้องยอมรับ เพราะว่าเค้าไม่มีที่ไปจริงๆ

                เห้อ…..คิดแล้วก็สมเพสตัวเอง

.

.

.

                 มหาลัยที่เซฮุนเรียนดูจะเป็นมหาลัยชั้นนำของประเทศนี้เลยนะ เด็กส่วนมากเป็นเด็กทุน และเป็นเด็กบ้านรวยที่ต้องเก่งเอาการ เซฮุนหยิบหนังสือกับเอกสารอีกนิดหน่อยจากข้างหลังก่อนจะเปิดประตูเดินลงมาจากรถ

                “อย่าสร้างปัญหาล่ะ” ลู่หานที่ตามมาติดๆพยักหน้า พร้อมกับยิ้มส่ง แล้วรีบกระชับสายกระเป๋าแล้วเดินจากไปทันที ชายหนุ่มมองตามด้วยสายตาแฝงความคิดบางอย่าง ก่อนที่เค้าจะตัดใจแล้วเดินไปอีกทางเพื่อขึ้นตึก

 

                วันนี้มีสอบช่วงเช้าแค่คลาสเดียว เซฮุนผู้ไม่ค่อยมีเพื่อนเลือกที่นั่งติดกับหน้าต่างทันทีที่เห็นว่ายังไม่มีใครจับจอง ชายหนุ่มกางหนังสือออกพร้อมกับกวาดสายตาดูไปเรื่อยๆเพื่อให้แน่ใจ ก่อนจะปิดมันแล้วโยนไว้ใต้โต๊ะพับ

                “เออ สวัสดี” เสียงทักทาย ทำให้เซฮุนหันไปมอง หญิงสาวหน้าตาสวยคมผมดำยาว กำลังส่งยิ้มมาให้ เซฮุนมองก่อนจะเบือนกลับไปอย่างไม่อยากนับญาติด้วย

                “เออ ฉันชื่อ ลินดา นายคือเพื่อนของลู่หานใช่มั้ย” เซฮุนที่ได้ยินชื่อลู่หานขมวดคิ้ว ก่อนจะหันกลับไป หญิงสาวยิ้มตอบกลับมา

                “เธอคือ ผู้หญิงคนนั้น” เซฮุนนึกไปถึงช่วงหน้าฝนเมื่อเดือนก่อน ที่เจอกับผู้หญิงคนนี้ หล่อนเปียกปอน เพราะทำแว่นหายกลางทาง และคนที่ตามหาแว่นนั่นให้ก็คือลู่หาน

                “อื้ม ใช่คะ ฉันคือผู้หญิงที่ทำแว่นตกเมื่อเดือนก่อน ฉันเป็นแฟ…..เออ เพื่อนของพี่ลู่หานน่ะคะ” หล่อนเอ่ยเสร็จก็ไม่ได้ขอแต่ถือวิสาสะเอาของวางบนโต๊ะ แล้วนั่งลงข้างๆเซฮุนทันที ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยอย่างรู้สึกอึดอัด

                “แล้วมีอะไร”

                “ฉันเรียนสาขาเดียวกับนาย แต่คนละเมเจอร์ เรามาเป็นเพื่อนกันได้นะ”

                “ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น” เซฮุนหน้าบูดทันทีอย่างไม่ชอบใจ หล่อนหน้าเจื่อนไปนิด ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาใหม่ เธอเห็นผู้ชายคนนี้โดดเด่นอยู่มุมเสาไม่ก็ติดกับหน้าต่าง ไม่ว่ามันจะอับสายตาแค่ไหนแต่เค้าคนนี้ก็ดูดีเสมอ แล้วอีกอย่างเซฮุนก็เป็นเพื่อนกับลู่หาน ถ้าหล่อนจะเป็นเพื่อนกับเซฮุนด้วยก็ไม่เห็นจะแปลก

                ก็นี่มันเพื่อนแฟนเรานี่นา…..

 

                เซฮุนไม่ยอมเบือนหน้ามาสบแม้ว่าลินดาจะพยายามชวนคุยแค่ไหนก็ตาม จนถึงช่วงที่อาจารย์เข้าห้องสอบ แจกกระดาษ แล้วทุกคนก็นั่งทำข้อสอบของตัวเองไปอย่างเงียบๆ

                เสียงเคลื่อนเก้าอี้พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่เป็นที่สะดุดตาลุกขึ้น ผู้คนต่างมองมาที่เจ้าตัว เซฮุนหยิบสัมภาระของตัวเองก่อนจะเดินช้าๆไปยังหน้าห้องเพื่อส่งกระดาษ

                สายตานิ่งเงียบแฝงไปด้วยรอยเย็นชา มองมาที่ผู้หญิงที่นั่งติดกับเค้าเมื่อครู่ ลินดารีบก้มหน้าลงมองแผ่นกระดาษ เมื่อสายตาน่ากลัวของคนน่ากลัวมองมา เซฮุนขอบคุณอาจารย์ก่อนจะกระชับหนังสือในมือแน่นแล้วเดินออกจากห้องไป

                อาจารย์คุมสอบชูกระดาษคำตอบของคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องขึ้นดูก่อนจะยิ้มแล้วส่ายหัว อาจารย์มักจะเป็นแบบนี้เสมอถ้าหากมีใครสักคนได้คะแนนเต็มในการสอบ

                “น่าหมันไส้เป็นบ้า…..

.

.

.

                “เซฮุน!!” ร่างสูงโปร่งก้าวฉับๆเดินผ่านคอฟฟี่ช้อปที่ลู่หานกำลังนั่งรออยู่ ลู่หานรีบคว้าแก้วกาแฟกับสัมภาระก่อนจะออกจากร้านวิ่งตามคนที่เดินหน้าตั้งไปที่ลานจอดรถ

                “เสร็จแล้วเหรอ”

                “อืม กลับกันได้แล้ว”

                “นายกลับก่อนเหมือนทุกทีเถอะ ฉันมีเรื่องต้องทำต่อนิดหน่อย”เซฮุนหันมามองก่อนจะกระชากแขนลู่หาน เปิดประตูรถ แล้วเหวี่ยงคนตัวเล็กกว่าเข้าไป

                “เห้ เป็นอะไรวะ เซฮุน!! นี่”

                “นั่งไปเฉยๆ แล้วหุบปากซะตอนที่ฉันยังใจดี”

                “เห้ นายเป็นอะไรเซฮุน ใจเย็นสิ ค่อยๆคุย” ลู่หานจับแขนคนที่กำลังอารมณ์ขึ้นๆลงๆ เซฮุนสะบัดแขนออกก่อนจะสตาร์ทรถแล้วขับออกไปทันที

                “อะไรของนาย ฉันจะลง ฉันมีนัดนะ” ลู่หานบ่น วันนี้เค้านัดลาดาเอาไว้เหมือนทุกวัน แต่หมอนี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกวะเนี้ย

                “ยัยนั่นคุยกับฉัน นายยังติดต่อกับยัยนั่นอยู่อีกเหรอ”

                “ยัยไหน” ลู่หานกอดอกหน้าบึ้งตึงไมชอบใจ

                “ยัยลินดาอะไรนั่น”

                “ทำไม” ลู่หานขมวดคิ้วพร้อมกับหันมองเสี้ยวหน้าของคนที่อารมณ์เริ่มคงที่

                “เลิกยุ่งกับยัยนั่นซะ”

                “เห้ อะไรของนาย เซฮุน”

                “ฉันไม่ชอบยัยนั่น ยัยนั่นนิสัยไม่ดี” ลู่หานขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม ลินดาเนี้ยนะนิสัยไม่ดี

                “นายมากล่าวหาลินดาพร้อยๆไม่ได้นะ ลินดาไปทำอะไรให้นาย...” นายเป็นใครถึงมาว่าแฟนคนอื่นแบบนี้!! ไอ้เด็กเมื่อวานซืนเอ้ย

                “ก็ยัยนั่นเป็นเพื่อนนาย....” เซฮุนหันมามอง ขณะที่รถติดอยู่แยกไฟแดง ดวงตาคมเรียวจ้องมาเหมือนต้องการคำตอบอะไรบางอย่าง ลู่หานเบือนหน้าหนีทันทีเมื่อไม่อยากสบสายตาด้วย แต่เงาสะท้อนจากกระจกทำให้ลู่หานมองเห็นแววตาที่เศร้าอยู่ลึกๆของเซฮุน จนต้องใจอ่อน

                “เซฮุน...” ลู่หานหันมาพอดีกับที่รถออกตัว เซฮุนหันกลับ...นั่งตัวตรงคอตั้ง สายตาแน่วแน่มองไปบนท้องถนน แววตาที่ฉายแววเศร้ากับพยายามค้นหาคำตอบบางอย่างหายไปหมด

                “เซฮุน....ลินดาไม่ใช่เพื่อนฉันหรอกนะ” ลู่หานเอ่ยเสียงอ่อน ใบหน้าที่เคยเรียบนิ่งของเซฮุนเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมานิด ชายหนุ่มหันมามองเพียงครู่ ก่อนจะหันกลับไป

                “นายไม่ได้โกหกฉันใช่มั้ย...ลู่หาน”

                “ถ้าฉันกับลินดาเป็นเพื่อนกัน แล้วทำไมเหรอ”

                “นายมีฉันคนเดียวก็พอลู่หาน....ไม่ว่าจะฐานะอะไรก็ตาม”

.

.

.

                 “เห่อ ร้อนนนนนนนนน” ชานยอลที่เพิ่งตื่นในช่วงสายเดินโซเซเข้าห้องครัว เพื่อหาน้ำดื่มแก้กระหาย ผมเพ้าชี้ฟู หน้าตาซีดไร้สีแถมยังบวมเป่งอีกต่างหาก

                “นี่ใส่เสื้อผ้าให้มันดีๆหน่อยเถอะพ่อคุณ” อี้ฟานที่กำลังเช็ดจานหันมองคนที่เดินละเมอเข้ามาเปิดตู้เย็นคุ้ยหาของ เสื้อยืดคอย้วยของเค้ากับบ๊อกเซอร์สีดำสั้นจู๋

                “ก็อยู่บ้าน...” ชานยอลตอบกลับมาก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับขวดน้ำเย็นช่ำ ร่างโปร่งเอามันแนบแก้มบวมๆ ก่อนจะเดินไปรับแก้วเปล่าจากชายหนุ่มมารินน้ำดื่ม

                “อยู่บ้านแต่ก็ใช่ว่าจะออกจากห้องมาในสภาพนี้นี่ครับ ควรล้างหน้าแปลงฟันซะก่อนนะ” อี้ฟานเริ่มบ่นใส่คนที่เคยเจ้าระเบียบมาตลอด แต่ช่วงนี้คงเหลิงไปหน่อย เพราะมีคนใช้ส่วนตัว คอยทำให้ทุกอย่าง ความขี้เกียจมันเลยครอบงำคนเจ้าระเบียบอย่างชานยอล

                “อือๆ แค่หิวน้ำ จะไปแล้ว” ชานยอลที่กระดกน้ำลงคอหมดก็วางแก้วไว้ในซิ้ง ขวดน้ำวางไว้บนโต๊ะ

                “เช็ดปากหน่อย” ชานยอลเอาริมฝีปากถูแก้มอีกคน ก่อนจะเดินโซเซกลับออกไป อี้ฟานกรอกตามองเพดานพร้อมกับถอนหายใจ แล้วหยิบแก้วน้ำในซิ้งค์มาล้าง

                “วันนี้ผมไปทำงานเร็ว กลับดึก คุณหนูไม่ต้องไปรอหรอกนะครับ”

                “เรื่องอะไร ใครไปรอมึง” ชานยอลโบกมือขณะเดินไปล้มตัวนอนบนโซฟา ขายาวๆพาดกับเบาะ พร้อมกับมือที่ยื่นออกไปกดรีโมทเปิดทีวี

                “เออ ตามสบาย อยากทำไรก็ทำ” อี้ฟานบ่นก่อนจะเดินไปนั่งโซฟา ตรงปลายเท้าคุณหนู

                “มานี่ๆ” ชานยอลตบเบาะทางหัวตัวเอง อี้ฟานลุกขึ้นเดินมานั่งตามที่คุณหนูสั่ง ชานยอลยกหัวขึ้นก่อนจะนอนเอาหัวหนุนตักคนช่างบ่น แล้วนอนดูทีวีไปเงียบๆ

                “หิวรึเปล่า กินอะไรมั้ย” ชานยอลส่ายหัว สายตายังจับจ้องมองทีวี

                “แล้ววันนี้ไปไหนรึเปล่า” ชานยอลส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะวางรีโมทลงแล้วคดตัวหลับ อี้ฟานยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลูบหัวคนขี้เซาเบาๆ

                สองอาทิตย์ได้แล้วมั้งที่เค้าก้าวกระโดดจากฐานะขี้ข้ามาเป็นแฟนคุณหนู ถึงจะลำบากกว่าเดิมนิดหน่อยที่ต้องรองรับอารมณ์คนตรงหน้า แต่มันก็มีความสุขดี

                อี้ฟานหยิบรีโมทมาเปลี่ยนช่อง ข่าวภาษาอังกฤษนำเสนอเรื่องสงครามต่างประเทศ แต่ดูเหมือนจะเป็นข่าวเก่าเมื่อสัปดาห์ก่อนที่เคยฉาย แต่คราวนี้มีรายชื่อสดุดีทหารอเมริกันที่เสียชีวิตขึ้นมาพร้อมกับสรุปความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ด้วย อี้ฟานวางรีโมทลงก่อนจะจ้องมองมันอย่างสนใจ เมื่อบุคคลที่เสียชีวิตดูจะเป็นทหารยศสูงแถมยังเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก

                “ตายกันได้ทุกวัน....อืม” รายชื่อและหน้าตาของทหารอเมริกันฉายอยู่บนทีวี อี้ฟานกวาดสายตามองก่อนจะขมวดคิ้ว เมื่อหน้าตาคุ้นแปลกๆของนาวิกโยธินคนหนึ่งฉายขึ้นมา อี้ฟานมองเลยผ่านก่อนจะหยิบรีโมทมาเปลี่ยนช่อง

                ตี๊ดๆๆๆๆ!!!

 

                อี้ฟานลุกไปรับโทรศัพท์ ชานยอลที่ถูกทิ้งหัวลงบนโซฟาลุกขึ้นนั่งก่อนจะจ้องเขม็ง “ไม่ต้องรับ มานี่ ปล่อยมันดังไป” อี้ฟานมองก่อนจะหรี่ตา แล้วยกหูโทรศัพท์ขึ้น ชานยอลเบ้ปากก่อนจะนอนลงตามเดิม

                “ฮัลโหลสวัสดีครับ”

                /ชานยอล..../

                “ไม่ว่างคุยครับ”

                /บอกมันมารับสายเดี๋ยวนี้/  

                “แค่นี้นะครับ...” อี้ฟานกดวาง ก่อนจะยกหูไว้นอกตัวเครื่องแล้วเดินกลับมาที่โซฟา

                “ใครโทรมา”

                “เพื่อนคุณหนูมั้ง” ชานยอลเงยหน้ามอง อี้ฟานก้มมอง “อะไร...”

                “วันนี้วันอะไร...”

                “23...เดือนสิงหา” ชานยอลขมวดคิ้วพยายามคบคิดอะไรบางอย่าง

                “มีอะไรครับ...”

                “อืม....เปล่าน่ะ” ชานยอลส่ายหัว สีหน้าดูหนักใจ  

                “อะไร คิดอะไรพูดมา” อี้ฟานบีบจมูกโด่งๆนั่นเล่น

                “ไม่ใช่ว่ากิ๊กที่ผับโทรมาหรอกนะ” อี้ฟานที่ได้ยินแบบนั้นก็ขำก๊าก เออ ดี หึงเข้าไป

                “เพื่อนคุณหนูนั่นล่ะ กิ๊กไรล่ะ พูดไปเรื่อยเปื่อย ถ้าจะให้ ให้เบอร์มือถือดีกว่า” ชานยอลจิกตามองก่อนจะลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิกอดอก อี้ฟานอมยิ้ม ชอบใจกับท่าทางของชานยอล คนแมนแฟนเค้า

                “น่าๆ โทรกลับไปสิ ผมว่าเพื่อนคุณหนูคนนั้นนั่นล่ะ”

                “ไม่เอา....” ชานยอลว่าก่อนจะลุกขึ้น เค้านึกขึ้นได้ทันที ว่าวันนี้มันวันครบกำหนดคลอดของอลิซ ยัยยูซึคงโทรมาบอกล่ะนะ

                อี้ฟานมองคนที่เดินบิดขี้เกียจเข้าห้องอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงปิดประตูดังขึ้น ชายหนุ่มหันกลับไปจ้องมองทีวี แต่เค้ากลับไม่ได้สนใจสิ่งที่ฉายอยู่เลย 

                “คูณณณณณณณหนูนูนูนูนูนูนูนู...........” อี้ฟานตะโกนก่อนจะลุกขึ้น เค้าเดินไปเปิดประตูห้อง

                ชานยอลที่ล้มตัวลงนอนสะดุ้ง โทรศัพท์ในมือร่วงลงใส่สันจมูก ส่วนมือรีบยันร่างหนักๆที่กระโจนเข้าใส่อย่างไม่ทัน ตั้งตัว ดวงตาพราวระยับของคนตรงหน้าทำให้ชานยอลหงุดหงิด 

                “อะไร!! มึงบ้ารึป่าว ออกไป๊” อี้ฟานทำปากจู๋ไล่หอมคนที่นอนบนเตียง แขนแกร่งโอบเอวบางไว้ ก่อนจะดึงมากอด แนบชิด

                “ผมง่วง ขอนอนด้วย” อี้ฟานหลับตาพริ้ม ขายาวๆก่ายอีกคนเอาไว้ ส่วนแขนก็ล็อคเอวบางไว้แน่น ชานยอลพยายามดิ้นคลุกคลัก ขัดขืนแต่ก็ทำได้เพียงเท่านั้น จนต้องล้มเลิกไป

                ชานยอลนอนอยู่ในอ้อมกอดคนแกล้งหลับนิ่งๆ เค้าเงยหน้ามองใบหน้าคมคาย ก่อนจะก้มหน้าลงมุดกับอก มันนานเท่าไหร่แล้วที่จิตใจไม่เคยสงบเท่านี้ พอคิดถึงเรื่องอลิซขึ้นมาได้ เค้าก็กระวนกระวาย แต่พอไอ้บ้านี่เปิดประตูเข้ามา เค้ากลับกลัว กลัวอะไรตัวเองก็ตอบไม่ได้ แต่มันเหมือนกับว่าเค้ากำลังเป็นวัวสันหลังหวะ

                “จะโทรหาเพื่อนเหรอครับ....” เสียงเอ่ยขึ้นเหมือนกับเข้ามานั่งในใจ อี้ฟานคนอ่านความคิดชานยอลออกลืมตาตื่น จ้องมองคนที่เงยหน้าขึ้นมาสบพอดี

                “เปล่า ไม่ใช่”

                “ผมไม่ได้ว่าอะไร อยากรู้เหมือนกันว่าหลานผมจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง” อี้ฟานว่าเสียงสดใส ยิ่งทำให้ชานยอลรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ ร่างโปร่งยันคนตัวโตกว่าออกห่างก่อนจะรีบลุกขึ้นนั่ง

                “บอกว่าไม่ได้โทร ก็ไม่ได้โทรเซ่!!!” ชานยอลเริ่มโวยวายกลบเกลื่อน แต่มีเหรอคนผ่านอารมณ์คนตรงหน้ามามากจะไม่รู้ อี้ฟานนอนตะแคง เอามือยันหัว มองคนที่นั่งขัดสมาธิทำหน้าน่ารัก

                “ก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมไม่ใช่เจ้าของชีวิตคุณหนู คุณหนูอยากทำอะไรก็ทำเถอะครับ”

                “บอกว่าไม่ก็ไม่ไง!!

                “โอ้ย ตีผมทำไมเนี่ย” อี้ฟานลูบแขนป้อยๆ เมื่อโดนฟาดเข้าให้ ชานยอลหน้าตาดุดันจนเค้าก็แอบหวั่นๆ

                “มึงมัน....บอกว่าไม่ก็ไม่ไง ไม่ได้โทร ไม่ได้อยากรู้ พอใจยัง”

                “เห้ยยยย อย่าโยนความ...ว่าผมกำลังงอนมาให้สิครับ”

                “แล้วที่มึงทำนี่คือไร คำพูดมึงนี่งอนชัดๆ”

                “ป่าว ไม่ได้งอน ผมไม่ใช่คุณหนูสักหน่อย”

                “ห้ะ! ว่าอะไร นะ มึงว่าไงนะ” ชานยอลหรี่ตามองมือจิกเข้าหากันแน่น

                “เปล่าๆ ไม่มีอะไรทั้งนั้นครับ ไม่มีๆ นอนๆเนอะ บ่ายๆค่อยออกไปหาไรกินกัน วันนี้ไปผับด้วยกันเนอะ ผมจะบริการคุณหนูเต็มที่เลย” อี้ฟานดึงแขนคนที่เริ่มโกรธให้นอนลง ชานยอลฟึดฟัดก่อนจะนอนลง แถมยังหันหลังให้เค้าอีก

                อี้ฟานถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะนอนมองหลัง คนที่งอนเค้าไปเสียแล้ว ทั้งๆที่พูดไปว่าอยากทำอะไรก็ทำ แต่ภายในใจจริงๆ เค้ารู้ตัวดีว่ามันกำลังขัดค้าน

                อย่ากลับไปหาเค้าคนนั้นเลยนะครับ อย่าทำแบบนั้น....

.

                ชานยอลนอนขมวดคิ้ว ดวงตาคู่สวยจ้องมองโทรศัพท์ที่กำไว้ ชานยอลบีบมือจนแน่น ก่อนจะพยายามข่มตาหลับ อยาก อยากเหลือเกิน อยากโทรไปถาม ว่าเป็นยังไงบ้าง อยากจนอึดอัด อยากลุกไปคุย โดยไม่ต้องแคร์คนที่นอนมองเค้าอยู่

                ได้โปรด อี้ฟาน นายออกไปได้มั้ย ออกไปสักห้านาที ออกไปจากตรงนี้ ห้องนี้......

.

.

.

.

ต่อ

                วันนี้ลูกค้าไม่มากนัก เพราะเป็นวันธรรมดา ลูกค้าประจำอย่างชานยอล นั่งเหงาอยู่บนโซฟาห่างออกไปจากเคาน์เตอร์ที่อี้ฟานประจำอยู่ ชายหนุ่มจับจ้องมองตลอดเมื่อว่างเว้นจากลูกค้าท่านอื่น

                ใบหน้าหวานเหม่อลอยมองไปตามที่ต่างๆเหมือนกำลังคิดอะไรไม่ตก อี้ฟานที่กำลังยืนเก็บแก้วใบสุดท้ายเข้าตู้ ถอดผ้ากันเปื้อนคาดเอวออก ก่อนจะเดินออกมาจากเคาน์เตอร์

                “วันนี้ดูเหม่อๆนะ มีอะไรรึเปล่า” ชานยอลสะดุ้งเมื่อถูกทัก อี้ฟานยิ้ม ก่อนจะนั่งลง หยิบฉวยแก้ววอดก้าที่เจ้าของสั่งแต่ไม่ยอมกระดกสักที เข้าปาก ก่อนจะตามด้วยมะกอกดองลูกโตแก้ความเฝื่อน

                “เปล่า ไม่มีอะไร” ชานยอลว่าส่งๆ แต่คนมองรู้ดีว่าต้องมีอะไรแน่ๆ ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วที่เพื่อนของชานยอลโทรมา

                “คุณหนูครับ....” อี้ฟานแบมือไปข้างหน้าชานยอล ร่างโปร่งเลิกคิ้วมอง

                “อะไร”

                “โทรศัพท์...ผมขอยืมหน่อย” ชานยอลขมวดคิ้วก่อนจะเก็บโทรศัพท์บนโต๊ะเข้ากระเป๋า อี้ฟานมองตามการกระทำลุกลี้ลุกลนของคนตรงหน้าก็ได้แต่ส่ายหัว

                “เอามา เร็วๆ” อี้ฟานขยับไปนั่งข้างๆชานยอลก่อนจะใช้กำลังล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงคุณหนู

                “เหี้ย เอาคืนมา” ชานยอลพูดรอดไรฟัน สายตาจ้องเขม็งมองคนทำอะไรไม่เข้าท่า อี้ฟานยืนกดโทรศัพท์หยิกๆ สักพักก็เอามันมาแนบหู

                ชานยอลลุกขึ้นจะยื้อแย่ง แต่อี้ฟานกลับส่งกลับมาให้เค้าเสียก่อน สายตาคู่สวยแวววาวแต่ก็ไม่ได้มีความสุข มันดูเรียบนิ่ง เยือกเย็น จนคนมองถึงกับใจสั่น ชานยอลก้มมองหน้าปัดโทรศัพท์ก่อนจะเงยหน้ามองชายหนุ่ม

                “ถ้าทำอะไรแล้วมันสบายใจ ทำไปเถอะครับ เหมือนที่คุณหนูทำมาตลอด ไม่ต้องเก็บมันไว้” อี้ฟานยัดโทรศัพท์ใส่ในมือชานยอลก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทำงานต่อ

                “ฮัล...ฮัลโหล”

                /ชานยอล....แกนะแกทำไมไม่รับสาย...นี่เบอร์แกใช่มั้ย...ตาบ้าเอ้ยยยย” ชานยอลมองคนที่กลับไปยิ้มแย้มให้กับลูกค้า ใบหน้าคมคายหันมาสบสายตากับเค้าก่อนจะเบือนหนีไป

                “อึ อืม เบอร์ฉันเอง มีอะไร เห็นโทรมาเมื่อเช้า”

                /ฉันกับ....../ ปลายสายเงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นใหม่ /ฉันกับอลิซอยู่โซล ไม่มีที่ไป ถ้านายจะช่วยพวกฉันสักหน่อย/

                “ที่ไหน!...มาตั้งแต่เมื่อไหร่ วันนี้มันกำหนดคลอดใช่เหรอ ทำไม...”

                /พวกเรามาโซลตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วน่ะ ตั้งแต่ที่มีข่าว/

                “ข่าวอะไร” ชานยอลนั่งลงเก็บของบนโต๊ะ พร้อมกับล้วงเอากระเป๋าตังออกมาควักแบงค์แล้ววางไว้บนโต๊ะ

                /คริสตายแล้ว ตอนทำสงครามที่อิรัก/ ชานยอลขมวดคิ้ว  สายตาเค้าเงยขึ้นสบกับคนที่จับจ้องเค้าอยู่พอดี ร่างโปร่งลุกขึ้น สองสายตาสบกันอยู่นานก่อนที่จะเป็นชานยอลที่หันหลังเดินออกไป

                อี้ฟานมองตาม แววตาดูเจ็บปวดลึกๆ ชานยอลกำลังจะไปหาผู้หญิงคนนั้น กลับไปอยู่ในที่ๆ ที่ชานยอลเคยจากมา ชายหนุ่มมองคนที่เดินออกไปจากร้าน อยากจะเดินไปรั้งไม่ให้ออกไป ไม่ให้ชานยอลไปหาผู้หญิงคนนั้น แต่เค้าก็รั้งชานยอลมานานเป็นอาทิตย์แล้ว มันถึงเวลาที่จะหยุดรั้งชานยอล

.

.

.

                หลังจากทราบพิกัดที่อยู่ ชานยอล็ขับรถตรงดิ่งไปหาทันที ดีที่ระยะห่างระหว่างโรงแรมที่เค้าอยู่กับโรงพยาบาลนั้นไม่ไกลกันมานัก ชานยอลตรงเข้าไปยังล๊อบบี้ สายตากวาดมองไปมา หาผู้หญิงสองคนกับเด็กทารกตัวเล็กอีกหนึ่ง

                แขนเรียวโบกเมื่อหล่อนเห็นเค้า ชานยอลเดินแกมวิ่งเข้าไปหา ยูซึยิ้มเจื่อนๆ ขณะที่หญิงสาวอีกคนเอาแต่ก้มลงปลอมเด็กน้อยที่ร้องไห้งอแงไม่หยุด อลิซดูอิดโรยเหมือนคนไม่ได้หลับ ร่างกายผ่ายผอมไม่คล้ายกับคนเพิ่งคลอด ผมสีน้ำตาลยาวสวยดูชี้ฟูแล้วก็สั้นลง

                “อลิซ....” ชานยอลร้องเรียกคนที่เอาแต่ก้มหน้า มือใหญ่เอื้อมไปใกล้ แต่อีกฝ่ายกลับขยับห่าง

                “อลิซ” ไหล่บางโยกคลอน เหมือนกับว่ากำลังร้องไห้อยู่ ชานยอลนั่งยองๆลงตรงหน้า ก่อนจะพยายามให้หล่อนเงยหน้าขึ้น สองสายตาสบกัน ชานยอลขมวดคิ้ว เมื่อเห็นใบหน้าซูบซีดไร้สีเลือด ในอ้อมแขนมีเด็กน้อยที่กำลังดิ้นเพราะอึดอัดจากการกอดรัดของผู้เป็นแม่

                “ฉันขอโทษ” ชานยอลเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะโอบกอดคนตรงหน้า อลิซร้องไห้หนักกว่าเดิม อย่างกับเขื่อนแตก ความรู้สึกมากมายหลากหลายมันกำลังระเบิดออกมาเป็นน้ำตา

                เด็กน้อยในอ้อมแขนหยุดร้องไปถนัด ชานยอลที่รู้สึกวากอดปลอบอลิซนานพอแล้วก็ขยับออกห่าง ร่างโปร่งก้มมองหนูน้อยที่ดูก็ร็ว่าไม่ใช่ลูกเค้าแน่ๆ เค้าโครงแบบเด็กตะวันตก แก้มอวบอูมน่ารักน่าหยิก

                “ลูกสาวหรือลูกชาย” ชานยอลถามเสียงแผ่ว แม้ในใจจะเจ็บเหมือนมีใครเอาเข็มแทง แต่บนใบหน้าเค้าก็ยังสงบเยือกเย็นแล้วก็มีรอยยิ้มเสมอ

                ยูซึมองเพื่อนตัวเองที่วีนเหวี่ยงก็รู้สึกทึ้ง ระยะเวลาที่ผ่านมาเกือบปี ไม่คิดเลยว่าชานยอลจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ ใครกันที่ทำให้คุณหนูขาเหวี่ยงรู้จักควบคุมอารมณ์จนดูเป็นผู้เป็นคนขึ้น

                “ผู้ชายน่ะ” ยูซึตอบ ชานยอลหันมามองก่อนจะหันไปหาอลิซ

                “ขออุ้มได้มั้ย” อลิซมีท่าทีระแวงอยู่สักพัก สองสาวมองหน้ากัน ก่อนที่ยูซึจะพยักหน้าเป็นอันอนุญาต อลิซส่งลูกชายให้ชานยอลอุ้ม ร่างโปร่งรับมาอย่างเก้ๆกังๆ

                “ถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกฉันก็คงจะดี” ชานยอลเอ่ยเสียงแผ่วขณะเอานิ้วเกลี่ยแก้มใส รอยยิ้มบางอย่างชอบใจของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่สามคนใจร่มขึ้น เด็กน้อยหยุดร้องไห้แล้วหลับไปในอ้อมอกของชานยอล

                “ไปกันเถอะ ไปคอนโดฉันก่อน ไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้พาเจ้าตัวเล็กไปหาที่อุ่นก่อนดีกว่า” ชานยอลว่า ก่อนจะส่งเด็กให้เพื่อนสาว ก่อนที่เค้าจะเข้าไปพยุงอลิซคนรักเก่า เจ้าหล่อนดูไม่กล้าสู้สายตาเค้าเท่าใดนัก ชานยอลโอบเอวบางนั้นก่อนจะก้มลงกระซิบ

                “เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ”

.

.

.

                อี้ฟานที่พลิกนาฬิกาขึ้นดู ถอนหายใจ พนักงานในร้านกลับกันเกือบหมดแล้ว ชายหนุ่มโทรหาชานยอลหลายสายแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับสายเค้าเลย

                “อ้าว ชานยอลวันนี้ไม่มาเหรอ”

                “เออ เค้ากลับไปแล้วน่ะครับ”

                “งั้นจะให้ไปส่งมั้ยล่ะ ดึกแล้ว แท็กซี่หมดแล้วนะ”

                “เออ....ขอบคุณครับ”

.

.

.

                อี้ฟานที่ได้รับการอนุเคราะห์จากเจ้าของร้าน ที่มาส่งเค้าถึงคอนโดชานยอล ชายหนุ่มหยิบค์การ์ดในกระเป๋าออกมาก่อนจะกดรหัสแล้วเปิดเข้าไป ภายในเงียบแต่เปิดไฟสว่างทุกจุด อี้ฟานถอดรองเท้าเปลี่ยนเป็นรองเท้าใส่อยู่บ้านก่อนจะเดินเข้าไปในห้องครัว

                สองหนุ่งสาวจ้องสบกัน ด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเป็นอี้ฟานที่ขัยบตัวก่อน

                “สวัสดีครับ” อี้ฟานเอ่ยคำทกทาย แต่อีกฝ่ายกลับกอดอก แล้วเบ้ปากใส่

                “นายคือ อู๋ อี้ฟาน ใช่มั้ย”

                “ครับ”

                “นายต้องการอะไรกันแน่ เป็นแค่คนใช้แต่ทำไมถึงยุ่งเรื่องเจ้านายนัก หืม” เหล่อนว่า อี้ฟานขมวดคิ้วไม่ชอบใจ

                “ผมไม่ได้ทำอะไร”

                “ไม่ได้ทำอะไร แล้วเรื่องที่ฉันโทรมาเมื่ออาทิตย์ก่อนทุกๆวันนั่นล่ะ ฝากเบร์ ฝากข้อความไว้ แต่ชานยอลกลับไม่รู้เรื่อง แบบนี้มันหมายความว่าไง” อี้ฟานสะอึก ใช่ผู้หญิงตรงหน้าฝากข้อมูติดต่อกลับไว้กับเค้ามากมายตั้งแต่ช่วงอาทิตย์ก่อน แต่เค้าไม่เคยคิดที่จะบอกชานยอลแม้แต่น้อย

                เพราะอะไรล่ะ.....เค้าและผู้หญิงตรงหน้ารู้ดี

.

.

                อี้ฟานเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดน้ำกับแก้วน้ำแล้วเดินออกไปจากห้องครัว ร่างสูงชะงัก เมื่อเดินออกมาเจอใคร หญิงสาวน่าตาดี แต่ดูขี้โรคเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเค้า หล่อนมีท่าทีตกใจไม่น้อย

                “อลิซ” เสียงร้องเรียก โวยวายดัง จนอี้ฟานตกใจ ทำขวดน้ำตกพื้น ผู้หญิงผมสั้นที่ว่าเค้าเดินเข้าไปหาผู้หญิงที่ชื่ออลิซนั่น ก่อนจะโอบไหล่ จ้องกลับมายังเค้า เหมือนกับว่าเค้าไปทำอะไรมิดีมิร้ายใส่พวกเธอ

                “มีอะไรกัน เดี๋ยวลูกก็ตื่นหรอก” ชานยอลเดินออกมาโวยเสียงเบาก่อนจะมองอลิซด้วยสายตาเป็นห่วง คนที่อยู่อีกฟาก ยืนโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว ก้มลงเก็บขวดน้ำ สายตาจับจ้องคนที่ห่วงผู้หญิงที่ชื่ออลิซเสียจนออกนอกหน้า

                “อี้ฟาน”

                “ครับ คุณหนู เออ พอดีผมให้คนที่ร้านมาส่ง ขอโทษที่โทรรบกวนนะครับ ไม่คิดว่าคุณหนูจะมีแขก...ผมขอตัวนะครับ” อี้ฟานเดินเลี้ยวเข้าห้องตัวเองก่อนจะปิดประตู ชานยอลมองคนที่หายเข้าไปในห้อง ก็ได้แต่มองตามทางสายตา

                “หมอนั่น มันเป็นแค่คนใช้จริงๆเหรอ ชานยอล”

                “อืม....แค่คนใช้” ชานยอลว่าก่อนจะประคองอลิซเข้าไปในห้องตามเดิม ก่อนจะสั่งให้ยูซึ ไปเอาน้ำให้อลิซ

                อี้ฟานที่ยืนหูแนบกับประตูได้แต่ถอนหายใจ คอตก หัวใจมันเหมือนกับว่ากำลงัเต้นช้าลง แล้วก็อึดอัดจนใกล้จะตาย มันงุ่นง่านจนเค้าต้องสะบัดหัวไล่คำพูดที่เค้าได้ยินเมื่อครู่ออกไป ชายหนุ่มวางขวดน้ำกับแก้วน้ำไว้บนโต๊ะ แม้จะอยากขว้างมันเพื่อระบายอารมณ์แค่ไหน แต่ก็ทำได้แค่ บีบมันแล้ววางไว้เฉยๆ

                “คนใช้....ผมมันแค่คนใช้”

.

.

.

                “พวกเธอสองคนนอนที่นี้นะ ฉันจะไปนอนอีกห้อง” ชานยอลที่จัดการอะไรเรียบร้อย หยิบหมอนในตู้ออกไป อลิซมองตาม เมื่อชายหนุ่มปิดประตู

                “เธอไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรหรอกนะอลิซ หมอนั่นต่างหากที่ผิด เธอไม่ต้องคิดมาก” ยูซึให้กำลังใจเพื่อน แม้ในใจตัวเองจะรู้สึกชามากก็ตาม หล่อนยังจำได้ทุกคำพูด ถ้อยคำที่สาดเสียเทเสีย ว่าร้ายชานยอลและตัดเยื่อใยมากแค่ไหน แต่ตอนนี้คนที่พวกหล่อนจะพึ่งได้ก็มีแค่ชานยอล คนที่รักอลิซมาก

.

.

                ชานยอลเดินมายังโซฟา ก่อนจะพบกับใครบางคนที่นอนหลับอยู่ ร่างโปร่งถอนหายใจ เมื่อเห็นอี้ฟานกำลังหลับลึก เสียงกรนเบาๆ ของชายหนุ่มทำให้ชานยอลไม่กล้าปลุก

                ร่างโปร่งวางหมอนลงบนพื้นพรมข้างโซฟา ก่อนจะค่อยๆเอนตัวนอนตะแคง มองใบหน้าที่กำลังหลับ

                “ผมอุตส่าห์ไม่นอนห้องนั้นเพื่อให้คุณหนูไปนอนนะครับ อย่ามานอนตรงนี้” อี้ฟานที่หลับตาอยู่พูดขึ้น ชานยอลตกใจ ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะยังไม่หลับ อี้ฟานลืมตาตื่นก่อนจะยิ้มแห้งๆ

                “ไปนอนในห้องนะ ผมจะนอนตรงนี้เอง”

                “ไม่ จะไปก็ไปนอนด้วยกัน”

                “ไม่ได้ครับ เตียงมีเตียงเดียว นอนบนพื้นแข็งจะตาย” อี้ฟานบ่นอุบ ก่อนจะมุดตัวขยับ ปรับท่านอนใหม่ให้สบายขึ้น

                “ใครบอกให้นอนพื้น ก็นอนบนเตียงเดียวกันเนี้ยล่ะ”

                “ไม่ได้หรอกครับ”

                “ทำไมจะไม่ได้”

                “คุณหนูรู้ดีอยู่แล้ว” เสียงตัดพ้อทำให้คนเริ่มใช้อารมณ์กลบเกลื่อนถึงกับ ลดอารมณ์ลงฮวบหาบ ชานยอลขมวดคิ้วก่อนจะลุกขึ้น โยนหมอนกระแทกใส่คนที่นอนบนโซฟา

                “งั้นก็นอนยัดมันตรงเนี้ยล่ะ” ชานยอลเอาเท้าเขี่ยคนตัวโตให้ขยับก่อนจะขึ้นไปนอนด้วย เพราะที่มันจำกัดทำให้ ชานยอลต้องนอนทับอกอีกฝ่าย

                “อย่าทำแบบนี้สิครับ คุณหนู”

                “ก็มึงไม่ยอมเชื่อฟังกู”

                “อย่าทำแบบนี้ครับ ลงไป” อี้ฟานเริ่มกดเสียงให้ต่ำ ชานยอลกอดอีกฝ่ายแน่นๆ ก่อนจะหลับตาลง

                “อย่าทำแบบนี้ครับ ผมเจ็บ....” อี้ฟานเอ่ยเสียงแผ่ว ชานยอลชะงัก มือที่กอดอีกคนไว้คลายออก เค้าทำแบบนี้ทำให้อี้ฟานเจ็บ เจ็บยังไง

                “เจ็บอะไร”

                “เจ็บ...ตรงนี้” อี้ฟานจับมือชานยอลมาวางบนอกซ้าย สองสายตาสบจ้องกัน นัยน์ตาสีสวยของอี้ฟานกำลังใสไปด้วยหยาดน้ำ มันดูเศร้ามากกว่าครั้งๆไหน ไม่สิ มันเศร้ามากจนคนมองถึงกับใจไม่ดี

                ริมฝีปากสวยเคลื่อนขึ้นไปจูบซับทั่วใบหน้าชายหนุ่ม อี้ฟานหลับตาลงปล่อยให้อีกฝ่ายทำอะไรตามใจไปเรื่อยๆ

                “ถ้าวันหนึ่งคุณหนูหายไปจากสายตาของผม.....ผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องอยู่”

                “หยุดพูดอะไรไร้สาระสักทีอี้ฟาน ไปนอนในห้อง ฉันจะทำให้นายเอง”

                “ผมมีค่าแค่เรื่องบนเตียงใช่มั้ยครับ”

                “ไม่ใช่นะ ไม่ใช่” ชานยอลส่ายหน้า ใจแกว่ง เมื่อคนตรงหน้าตัดพ้อรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

                “หยุดเถอะครับ”

                “อี้ฟาน...ฟังฉันอี้ฟาน” ชานยอลลุกขึ้นคร่อมคนที่นอนบนโซฟา ร่างโปร่งจับใบหน้าที่หันหนีเค้าให้หันกลับมาสบสายตากันตรงๆ

                “ฉัน.....”

                “ผมรักคุณหนู....คุณหนูพูดได้โดยไม่ต้องคิดแบบผมรึเปล่า” อี้ฟานเอ่ย ชายอลชะงัก เค้าไม่สามารถพูดว่ารักคนตรงหน้าออกมาได้ทันที เค้ากำลังรู้สึกครึ่งๆกลางๆ มันสับสนไปหมด

                อี้ฟานยิ้มเหยียดก่อนจะผลักอีกคนลงไปจากตัวแล้วลุกขึ้น “หยุดเถอะครับ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ” อี้ฟานว่าก่อนจะเดินเข้าห้อง ปล่อยให้คนที่ลงไปนั่งข้างโซฟากำหมัดแน่น

                “มึงมัน ชานยอลมึงมัน” ชานยอลระบายความอึดอัดในใจด้วยการต่อยโซฟารัวๆ เค้าไม่รู้จริงๆว่าควรจะทำยังไง เค้าไม่อยากเสียอี้ฟานไป แต่เค้าก็รักอลิซ

                เค้ายังรักอลิซ.......





























............................................................................................................................................................................

จบแล้วกับตอนนี้ ตอนนี้อาจสั้นไปหน่อยนะคะ แต่ก็เศร้าเนอะ ไม่อยากให้ทั้งคู่ทะเลาะกัน เรื่องราวจะดราม่าขึ้นเรื่อยๆนะคะ อย่าลืมติดตามกันนะคะ ไปละ ไว้เจอกันใหม่ตอน ไรท์ว่างๆ 5555555+

 

 

888 ความคิดเห็น

  1. #513 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 11:56
    ฮือออ อี้ฟานของเรา ดราม่ามากๆ แต่พูดได้แทงใจดำชานยอลทุกคำเลย ไรท์เตอร์เก่งมากเลย
    #513
    0
  2. #482 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 23:50
    น้ำตาไหลเลย เจ็บจัง ;_;
    #482
    0
  3. #476 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 08:52
    แงงงงงงง ตอนพี่คริสบอกว่า ผมเจ็บ คือเราเจ็บหัวใจมาก น้ำตาไหลเลย เข้าใจพี่คริสเลย
    ชานยอลเคยรักพี่คริสบ้างมั้ย หรือพี่คริสมีค่าแค่เรื่องบนเตียงอย่างที่พี่คริสพูดจริงๆ สงสารพี่คริส ฮือออออออ
    #476
    0
  4. #372 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 16:42
    คือแบบทำไมมันหน่วงขนาดนี้อะอ่านแล้วสับสนสงสารทั้งคริสและชานยอลก็เข้าใจนะว่ารักอริสแต่ชานยอลความรู้สึกของอี๋ฟานก้สำคัญนะ..นายต้องถามใจตัวเองแล้วละว่าขาดใครไปแล้วนานอยู่ไม่ได้
    #372
    0
  5. #234 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 19:53
    หน่วงจัง น้ำตาไหลเลยสวสารอี้ฟาน ทำไมชานยอลทำแบบนี้ เมื่อไหร่จะเลิกรักอลิซต้องให้เสียอี้ฟานไปก่อนมั้ย ลู่หานก้อเหมือนกันทำแบบนี้เดวเซฮุนก้อเสียใจหรอก
    #234
    0
  6. #125 Kraotoo (@Kraotoo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 20:38
    น้ำตาไหลลบบบสงสารพี่ฝานนนนน
    #125
    0
  7. #114 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2558 / 00:43
    อลิส ทำไมไปแล้วไปลับ กลับมาทำไม. ชานยอลก็ยังรักนาง คนที่เจ็บปวดที่สุดก้อี้ฟานของเรานี่ละ. โถ...พ่อคนดี น่าสงสาร????
    #114
    0
  8. #110 markmtbii (@markmtbii) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2558 / 01:33
    ชานยอลใจร้ายอะ อิอลิซก็แบบ.. (หมั่นไส้ส่วนตัว) คือทิ้งเขาไปแล้ว มีลูกมีผัวแล้ว แม้ผัวจะตายไปแล้วแต่ก็ต้องคิดเป็นปะว่าไม่สมควรยุ่งกับเขา คือมีลูก!มีผัวแล้วนะคะ กลับมาทำไม มาทำลายชีวิตเขาทำไมอีก ถึงจะเป็นเพื่อนกันแต่ทำกันไว้สาหัสก่อนไปขนาดนี้.. เป็นชานยอลเกลียดไปนานละ สงสารพี่คริสกับฮุน - - ดราม่าอีก เห้อ..
    #110
    0
  9. #109 bewwwed (@bewwwed) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 21:44
    คู่ไหนที่จะไม่สมหวังคะน่าระแวงทั้งสองคู่ 55555555 ดูสิลู่หานก็ไปตกลงเป็นแฟนกับผู่หญิงคนนั้น คู่พี่ก็มีหญิงกลับมาหา ถึงคุณหนูเล็กจะเพลยบอยแต่ก็หน้าสงสารถ้าลู่หานเลือกเค้าคนนั้น ฮืออออออออทำไมชั้นเศร้า 
    #109
    0
  10. วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 20:13
    ไม่ดราม่าได้มั้ย ;__;สงสารคริสอะ ยอมชานยอลหลายๆเรื่องแต่จบกับว่า ชานยอลยังรักอลิซอยู่....ใ
    #108
    0
  11. #107 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 18:24
    ไม่นะะะะะะ ชานยอลชัดเจนหน่อยสิ โอ้ยยยยยยย เศร้าเลยยยยย ;___;
    #107
    0
  12. #106 peach_peace (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 16:18
    ㅠㅠ สงสารอี้ฝานอ่ะ หนีไปเลยอี้ฝาน หนีกลับจีนไปเลย ๆผจากคนใจร้ายเลย ㅠㅠ
    #106
    0
  13. #105 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 15:23
    ชานยอลอย่าทำแบบนี้กับอี้ฟานเลยยยยย ทำไมรู้สึกสงสารอี้ฟ่นอ่ะ ไรท์อ่ะะะะะ แง่งงงงงงง เมื่อไหร่ช่นยอลจะลืมอลิซ ?^?
    #105
    0
  14. #104 Piechoc (@pieberri11ky) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 11:56
    ยังไม่ชัดเจนเลยใจของชานยอล
    #104
    0
  15. #103 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2558 / 10:16
    ดูมีความสุขกันดี แต่ก็แอบหน่วง
    #103
    0