HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 16 : ตอนที่ 13 ลองมาคบกันดูดีมั้ย?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 497
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ส.ค. 58

บทที่ 13 (ลองมาคบกันดูดีมั้ย)

 

                อี้ฟานที่นั่งอยู่บนโซฟา ได้แต่กรอกตาขึ้นมองเพดานอย่างอ่อนใจ ตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว แต่ดูท่าคนในห้องจะมองยอมออกมาแน่ๆในคืนนี้

                เสียงโครมครามที่บ่งบอกได้ว่าเจ้าของห้องกำลังอาละวาดอย่างหนัก และถ้าเงียบไปแสดงว่าเหนื่อยเพลีย

                นี่มันหลายชั่วโมงแล้วนะ....พอตื่นมาก็เริ่มอาละวาดอีก

 

                “คุณหนูครับ พอได้แล้วล่ะมั้ง”

                เพล้ง....

                เสียงแก้วแตก สาบานว่ายังเหลือให้แตก ดังเพล้งกระแทกกับบานประตู เสียงตะโกนคร่ำครวญอย่างคนขาดสติ พร้อมคำสาปแช่งที่คนฟังยังต้องเบือนหน้าหนี

                “ถ้ามึงยังจะพยายามเปิดประตู กูจะฆ่าตัวตายตอนนี้ล่ะ” ปลายเสียงตะโกนกลับมาอย่างเดือดดาล คำขู่ที่ดูไม่ใช่คำขู่ อี้ฟานรู้ดีว่าอีกฝ่ายทำแน่ๆ ยิ่งสภาพจิตใจกำลังตกต่ำถึงเพียงนี้ ถ้าเค้าพยายามพังประตูไปละก็

                ขอแค่ยังได้ยินคนข้างในอาละวาดอยู่ตลอด ได้ยินเสียงร้องไห้เค้าก็ยังพอใจเย็นลงได้บ้าง....

                ติ๊งต่อง....

                เสียงกดกริ่งหน้าห้องทำให้อี้ฟานแทบจะกระโจนไปเปิด พนักงานชุดสีกรมท่า ยืนยิ้มสุภาพ ก่อนที่จะยื่นซองใส่กุญแจให้กับเค้า

                “กุญแจที่สั่งทำเมื่อช่วงบ่ายมาส่งแล้วครับ” อี้ฟานเปิดกระเป๋าตังก่อนจะหยิบค่าทำกุญแจให้ สายตาสอดรู้ส่ายมองไปทั่วห้อง

                “มองอะไรกลับไปได้แล้ว” อี้ฟานขู่ฟ่อ เค้าไม่อยากให้ใครเข้ามาในห้องเลย แต่มันจำเป็น

                “เออ....ขอบคุณที่ใช้....” อี้ฟานปิดประตูใส่หน้า ก่อนจะเดินกลับมายืนอยู่ตรงหน้าห้องของคุณหนู

.

.

.

                “ฮึก ฮือๆ ฮึกๆ” เสียงสะอื้นไห้ดังไม่ขาดสาย ร่างโปร่งที่นั่งกอดเข่า เงยหน้าขึ้นก่อนจะใช้หลังมือปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ ตอนนี้อารมณ์เค้าไม่คงที่สักนิด มันพร้อมจะระเบิดออกมาเพราะความโกรธเกลียด หรืออาจจะร่ำไห้ออกมาเพราะความเศร้าโศก ตอนนี้เค้าไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเกลียดคนรักเก่า? หรือกำลังเสียใจกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เค้าทำผิดพลาดไปกันแน่

                “อลิซ อลิซ ฉันรักเธอ ทำไม ฉันมันโง่ ฉันมันโง่” ชานยอลอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี่ตั้งแต่ช่วงที่หุนหันจะไปอเมริกาแต่ถูกอี้ฟานห้ามเอาไว้ เค้าพยายามอย่างหนักที่จะฆ่าตัวตาย แต่ทุกครั้งมันก็ไร้ผลเพราะจิตใจของเค้ากำลังแปรปรวน

                ของในห้องกระจัดกระจายไปทั่วเพราะถูกทำเป็นเครื่องมือระบายอารมณ์ที่อดกลั้น  ภาพงานแต่งที่อลิซเคยใฝ่ฝัน รอยยิ้มที่ดูปลื้มใจและเป็นสุข อลิซมีความสุข แต่เค้ากลับเหมือนถูกแทงด้วยเข็มเป็นพันๆครั้งตรงก้อนเนื้อข้างซ้าย มันเจ็บจี๊ดขณะที่มองดูคนที่รัก พูดขอร้องให้ยกโทษให้

                “พ่อ.....พ่อทูนหัว พ่อทูนหัวอะไรกัน” ชานยอลกระทืบเท้าชักดิ้นชักงออย่างกับเด็กที่ไม่ได้ของเล่นหรือเพราะถูกขัดใจ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยร่องรอยบาดแผลเล็กๆแต่เจ้าตัวดูจะไม่ได้สนใจมันสักนิด

                “ฉันอยากตาย พ่อครับ มารับผมไปที  พ่อครับ” ชานยอลเอนตัวลงนอนดวงตาแดงกล่ำ กอดเข่าขดคู้อย่างคนหมดแรงจะทำอะไรต่อ ความรักมันช่างน่าเจ็บปวด นั่นเป็นคนที่ใครๆต่างก็เปรยออกมากัน แต่ความจริงแล้วมันเจ็บปวดมากกว่านั้น มันโหวงเหวงไร้ทางออกมันเสียดแทงร่างไปทุกส่วน คำถามมากมายถูกตั้งขึ้นเพื่อย้อนถามตัวเอง น้ำตามากมายที่หลั่งออกมาเพราะยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ สติที่ เคยมีก็ดูเหมือนจะหายวับไปกับตา

                นี่เหรอความรัก ทำไมมันน่ากลัวขนาดนี้.......

 

                ชานยอลที่ร้องไห้จนเหนื่อยเอนตัวลงนอนพร้อมจะหลับตาลงไปอีกรอบ รอบนี้คงนานกว่ารอบไหนๆ เค้าโวยวายด่าทอ แล้วก็ร้องไห้มาหลายชั่วโมงแล้ว แม้ว่าจะเผลอสลบไปแต่พอตื่นมาก็ต้องทุบตีทำลายข้าวของไม่ต่างจากที่ผ่านๆมา

                คลิ๊ก...

                เสียงปลดล็อคของประตูบานหนาทำเอาคนที่กำลังจะเคลิ้มหลับต้องลุกขึ้นกระวีกระวาดถอยห่าง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าสวยหวานส่ายอย่างรวดเร็ว มือเรียวควานหาเศษแก้วหรือของที่นำมาป้องกันตัวได้

                “ไม่นะ ผมไม่เอา ไม่ผมเจ็บ”

                อี้ฟานที่เปิดประตูออกจ้องมองคนเสียสติบนพื้น ชายหนุ่มก้าวเดินช้าๆ นำกุญแจที่เพิ่งทำขึ้นใหม่ไปวางคู่กับดอกจริงที่เจ้าตัวเก็บเอาไว้บนโต๊ะ

                สภาพห้องเละไม่ต่างกับเพิ่งเกิดสงครามขนาดย่อม เจ้าของหัวเนื้อตัวเลอะเทอะ ผมเพ้าฟูฟ่องคราบน้ำตาแห้งกรัง ดวงตาที่เบิกกว้างแต่ไร้แววนั้นช่างดูน่าเวทนา

                “ฉันไม่ทำอะไรเธอหรอก วางแก้วลงนะชานยอล” มือเรียวกำลังอาบไปด้วยเลือด ที่เกิดจากแผลกระจกบาด อี้ฟานเดินเข้าไปหาช้าๆ ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้าคนตัวสั่นเทา ก่อนจะโอบกอดเอาไว้หลวมๆ

                “ใครทำให้นายเป็นได้ถึงขนาดนี้ ทำไมถึงได้เป็นแบบนี้”

                “อย่า ผมเจ็บ อย่า” ชานยอลส่ายหน้ารัวเร็ว พร้อมกับผลักคนตรงหน้าออกไปอย่างรังเกียจ และเกรงกลัว  ชายหนุ่มลูบหัวฟูๆนั่นก่อนจะพยายามแกะเศษแก้วในมือชานยอลออก

                “มันจะเจ็บก็เพราะนายทำตัวเองนะ ชานยอล.....” ร่างโปร่งในอ้อมกอดดิ้นคลุกคลัก ก่อนที่จะค่อยๆสงบลง

                “เวลาสำหรับลงโทษตัวเองมันหมดลงแล้วนะ พอเถอะ ทำแบบนี้ไปก็ไม่ได้ประโยชน์”

                “อลิซ ฮือออ อลิซ อลิซซซซซซซซซซซซซซซซ” ชานยอลตะโกนพร้อมกับดิ้นปัดป่ายอีกครั้ง อี้ฟานที่พยายามรั้งคนตรงหน้าไว้ในอ้อมกอดเริ่มต้านแรงไม่ไหว อลิซคำแล้วคำเล่าพรั่งพรูออกมาจากปากอย่างกับพยายามเรียกให้เจ้าของชื่อออกมายืนอยู่ตรงหน้า

                “อลิซ อลิซ ทำไม ทำไมต้องแต่งงานกับหมอนั่น  ทำไม ต้องมีลูกกับไอ้สารเลวนั่น ฉันจะฆ่า จะฆ่า แล้วแย่งเธอกลับมา อลิซ ฮืออ อลิซ” เรื่องราวดูจะปนเปไปหมดเพราความสับสนของคนตรงหน้า ชานยอลพูดด้วยอาการเหม่อลอยไร้สติ เดี๋ยวก็พึมพำ แสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาพร้อมกับร่ำร้องว่าเจ็บและได้โปรด แต่สักประเดี๋ยวก็กลับมาพร่ำเพ้อถึงแต่คนที่ชื่ออลิซ

                ยิ่งดูยิ่งเห็นก็เหมือนกับคนตรงหน้ามีความบกพร่องทางจิต ความสับสนความหลอนถูกปรุงแต่งขึ้นมาเองจนดูเป็นเรื่องร้ายแรงและยิ่งใหญ่เสียหมด แฟนคนแรกสำหรับคนที่ฟันผู้หญิงเป็นเล่น ร่างสูงโปร่งที่มักจะแสดงการกระทำเด็กแสนเด็กออกมาเมื่อเผลอตัว

                “ฉันจะทำยังไงกับนายดีชานยอล” อี้ฟานกอดรัดคนตรงหน้าพร้อมกับรับความเจ็บปวดจากหมัดเล็กๆ และแรงขัดขืนที่ทั้งถีบทั้งเตะ แถมดิ้นกลิ้งไปมา

.

.

.

                เสียงเพลงเคล้าคลอสไตล์ร้านคาเฟ่ ถ้าไม่บอกว่านี่แค่บ้านธรรมดา เค้านึกว่าเป็นร้านกาแฟไปแล้วนะเนี้ย อาหารตรงหน้าไม่น่าพิสมัยเท่าไหร่สำหรับคนไม่ค่อยกินผัก อาหารทุกอย่างเป็นออแกนิกส์ อย่างที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ เซฮุนเล่าว่า อาหารพวกนี้ทั้งพี่ชายแล้วก็ตัวเซฮุนเองได้ทานมาตั้งแต่เด็ก ไอ้พวกอาหารขยะหรืออาหารพื้นเมืองที่ไม่มีประโยชน์พวกเค้าจะไม่ได้แตะมันเลย

                “ทานกันเถอะจ่ะ วันนี้อาทำสุดฝีมือเลย” ลู่หานยิ้มก่อนจะลองชิมสลัดมะเขือเทศราชินีเข้าไป รสชาติก็พอกินได้ แต่มันก็ไม่อร่อยหรอกถ้าเทียบกับอาหารที่มีแต่เนื้อ รสจัด และกลมกล่อม

                “ทำไมแม่ยังทำอาหรพวกนี้กินอีก ผมล่ะไม่ชอบเลย”

                “อย่าบ่นเลยน่า มันดีต่อสุขภาพทั้งนั้นนะ” อารึมเถียงกลับ วันนี้หล่อนเพิ่งกลับจากตรวจคนไข้ เธอเป็นแพทย์ในแผนกอายุรากรรม ตรวจคนไข้ที่เป็นโรคทั่วไปไม่หนักหนามาก

                “เธอชื่อลู่หานใช่มั้ยจ้ะ”

                “อ่ะ ครับ ผมลู่หาน”

                “เซฮุนไม่ค่อยจะพาแฟนเข้าบ้านหรอกนะ แม้จะคบคนมาเป็นครึ่งร้อยแล้วก็เถอะ หนูเป็นคนแรกนะจ้ะ”

                “แม่ครับบบบบ” เซฮุนกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างไม่ชอบใจ

                “เมื่อเช้าแม่ตื่นมาเห็นแฟนลูกนอนตรงห้องรับแขก วันนี้อย่าลืมพาไปนอนที่ห้องพี่เรานะ แม่ให้คุณป้ามาทำความสะอาดแล้ว”

                “เออ ผมนอนห้องเดียวกับเซฮุนก็ได้ครับ” ลู่หานลองพูดไป หญิงสาวเพียงคนเดียวในโต๊ะอาหารหัวเราะร่าก่อนจะวางช้อนส้อม

                “ถ้างั้นก็ถามเซฮุนเองนะ ว่าเค้าให้นอนด้วยรึเปล่า”

                “ทำไมล่ะครับ” ลู่หานอยากรู้มากจนโพล่งออกไปในทันที อารึมจ้องมองแฟนลูกชาย? ก่อนจะระบายยิ้มเรียบๆ ที่ต่างจากเดิม

                “ถามเซฮุนสิจ้ะ อาไม่มีสิทธิ์จะพูดเรื่องนี้”

                “แม่เกริ่นมาขนาดนี้ ไม่บอกมันไปเลยซะเล่า!!” เซฮุนตะคอกกลางโต๊ะอาหาร เจ้าหล่อนหัวเราะร่วนอย่างเห็นเป็นเรื่องปกติ ลูกชายคนเล็กกอดอกหน้าบู้บี้ด้วยความไม่พอใจ

                “บอกได้เหรอ....คืองี้นะลู่หาน”

                “แม่!!!!

.

.

.

                อี้ฟานที่เพิ่งทำแผลให้คุณหนูเสร็จเดินเอาหมอนมาหนุนหัวให้กับคุณหนู ชานยอลที่นอนคดบนเตียงมุดหน้าลงกับหมอนใบที่สอง ก่อนจะนิ่งไป

                “หลับให้สบายนะ” อี้ฟานหยิบแก้วน้ำเปล่าที่คุณหนูเพิ่งจะดื่มออกไปไว้ในห้องครัว เค้าจัดการเทน้ำทิ้งแล้วล้างเก็บมันไว้

                “เห้อออ” อี้ฟานนั่งลงบนเก้าอี้เข้าชุดในห้องครัว ก่อนจะนวดขมับตัวเองด้วยความเครียดขรึม

                มันจะอะไรนักหนา อาการแบบนั้นมันไม่ต่างจากคนสติไม่สมประกอบไม่ใช่เหรอ แล้วแบบนี้เค้าต้องทำยังไง พาไปหาหมอใช่มั้ย แล้วถ้าเจ้าตัวปฏิเสธที่จะเข้ารับการรักษาล่ะ เค้าจะทำยังไง

                “เหนื่อยวะ” อี้ฟานบ่นกับตัวเอง ที่ชานยอลเป็นแบบนี้เค้าก็มีส่วน ถ้าเค้าไม่เปิดดูซีดีนั่น ถ้าชานยอลไม่ต้องลุกขึ้นมาดูอะไรที่มันทำร้ายจิตใจแบบนั้น

                เค้าผิด...ผิดจนรู้สึกอยากจะเจ็บแทนเลย

..

.

                อี้ฟานที่กลับมายังห้องนอนเพื่อเฝ้าดูอาการของคนที่หลับสนิทไปแล้วเพราะยานอนหลับที่เค้าผสมน้ำให้ดื่ม ชายหนุ่มลากเก้าอี้มาชิดขอบเตียงก่อนจะนั่งลง

                “เหอะ นี่มันครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ” อี้ฟานบ่นหัวเราะขำให้กับตัวเองที่ต้องมานั่งเฝ้าไข้บ่อยเสียยิ่งกว่าพยาบาลเสียอีก ชายหนุ่มจ้องมองคนที่เอาแต่หลับใหลเพราะฤทธิ์ยา ถ้าเลือกได้คนตรงหน้าคงไม่อยากเป็นแบบนี้ เรื่องของจิตใจไม่มีใครจะควบคุมมันได้หรอก

                “อึก อะ อลิซ” เสียงละเมอพร้อมกับมือที่ชูขึ้นปัดป่าย คนตรงหน้าคงฝันว่าได้จับหน้าหญิงสาวคนรักอยู่แน่ๆ อี้ฟานไม่พูดอะไรแต่เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างเงียบๆ ก่อนจะดึงมือนั้นมาแนบแก้ม

                “ฉันอยู่ตรงนี้ชานยอล นอนหลับให้สบายเถอะ ฉันจะนั่งอยู่ตรงนี้ ปกป้องนายอยู่ตรงนี้....ไม่ต้องห่วง”

.

.

ต่อ

 

                “อึก”  ชานยอลที่เพิ่งลืมตามือที่ร้อนชื้นไปด้วยเหงื่อเรียกสายตาของชานยอลให้หันไปมอง ภาพชายหนุ่มที่แสนจะดูดีเข้าครองสายตาเค้าอย่างหลบหลีกไม่ได้ มือที่ถูกแนบแก้มดูจะคันยุบยิบขึ้นมาเสียเฉยๆ

                “อี้ฟาน ตื่น” เสียงแหบพร่าของชานยอลร้องเรียกพร้อมกับดึงมือกลับ ร่างสูงค่อยๆขยับตัวตื่น สองสายตาสบมองกันอย่างไม่มีใครหลุบลงก่อนจนเป็นเวลาเนิ่นนาน

                “รู้สึกดีขึ้นมั้ย” อี้ฟานถามเสียงแหบแห้ง ชานยอลขมวดคิ้ว

                “ทำไมเสียงเป็นงั้นวะ เป็นหวัด?” คนถูกทักว่าเป็นหวัดจับคอก่อนจะเทสต์เสียง อี้ฟานหน้าเบ้

                “คงงั้น ช่างเถอะ คุณหนูเป็นยังไงบ้าง เดี๋ยวผมไปทำโจ๊กให้ทาน เสร็จแล้วค่อยกินยา”

                “เดี๋ยว” ชานยอลกวาดมือแตะต้นขาคนที่กำลังจะลุกขึ้น อี้ฟานชะงักก่อนจะหันมาจ้องมองคนที่เอาแต่นอนอยู่บนเตียง

                “ไม่ต้อง กูอยากอยู่เงียบๆ มึงออกไปเถอะ” อี้ฟานกระพริบตาปริบๆก่อนจะส่ายหัว

                “กูสั่ง นี่คือคำสั่ง” ชานยอลขมวดคิ้ว รู้สึกหงุดหงิดที่ถูกขัดใจ

                “ก็นี่มันห้องผม อยากอยู่คนเดียวก็กลับไปนอนห้องตัวเองซะสิ”

                “ห้ะ มึงว่าไงนะ” ชานยอลลุกขึ้นนั่งทันที พร้อมกับจ้องมองคนที่ยักไหล่เบ้ปาก กวนอารมณ์เค้า

                “ก็บอกว่าอยากอยู่คนเดียวก็นู้นห้องตัวเองนู้น” อี้ฟานทำคอยืดปากยืด ชานยอลกัดกรามแน่น ก่อนจะลุกขึ้นเดินลงจากเตียง

                แขนเรียวถูกกระชากจนคนที่ตั้งหน้าตั้งตาจะเดินห่างออกไปเกือบร้องหวีดให้เสียเชิงชาย ตักนุ่มๆของชายหนุ่มเป็นเบาะรองรับเค้าได้เป็นอย่างดี แขนแกร่งรัดรอบเอวคอดนั้นก่อนจะซบหน้าลงไปไหล่แคบ

                ชานยอลที่กำลังจะสะบัดตัวหนีชะงัก เมื่ออ้อมกอดของชายหนุ่มโอบรัดเค้าแน่นมากขึ้น

                “ปล่อย”

                “ขอโทษ”

                “กูบอกให้ปล่อย”

                “ขอโทษ”

                “ไม่ปล่อยใช่มั้ย”

                “ขอโทษ!! ฉันขอโทษ!!” อี้ฟานตะโกนสุดเสียงเท่าที่คอเค้าจะทำไหว ชานยอลเงียบกริบ หน้าผากที่หันเข้ามาซบต้นคอบอกให้รู้ว่าชายหนุ่มกำลังมีไข้อ่อนๆ

                “เมื่อคืนหลับบ้างรึเปล่า” ชานยอลเลื่อนมือจับต้นแขนที่รัดรอบเอวเค้าอย่างแผ่วเบา

                “เพิ่งหลับเมื่อชั่วโมงก่อน ฉันขอโทษ ที่ทำให้นายเป็นแบบนี้”

                “แบบไหน”

                “ขอโทษที่วุ่นวายกับนาย.....ฉันไม่คิดว่านายจะเป็นได้ถึงขนาดนี้”

                “อยากจะพูดอะไรอีกมั้ย” แขนแกร่งคลายออกพร้อมกับดันหลังชานยอลเหมือนเป็นคำบอกว่าเชิญลุกขึ้นได้ ชานยอลกอดอกก่อนจะนั่งอยู่บนตักอีกฝ่ายไม่ยอมลุก

                “กูไม่เป็นอะไร มึงห่วงตัวเองเถอะ” ชานยอลลุกขึ้น อี้ฟานจับมือของคุณหนูเอาไว้เหมือนอาวรณ์ สองสายตาสบจ้องกันอีกครั้งอย่างเผลอตัว

                “ผมขอโทษจริงๆครับ” ชานยอลก้มลงไปใกล้ๆคนที่พร่ำพูดแต่คำขอโทษ ก่อนจะจูบขมับอีกฝ่ายอย่างไม่มีปี่ไม่ขลุ่ย อี้ฟานหยีตาเพียงครู่ก่อนจะหลับลงสนิทเมื่อถูกจูบแผ่วบนลงที่เปลือกตา

                “พักเถอะ ไม่ต้องห่วง ฉันสบายดี”

                “ทำแบบนี้ผมหวั่นไหวสุดๆเลยนะครับคุณหนู” ชานยอลขมวดคิ้วเมื่ออี้ฟานทำท่าปลื้มปริ่นเกินจริง อย่างที่ชอบทำมันบ่อยๆ ร่างโปร่งสับกบาลอีกคนก่อนจะยืดตัวเต็มความสูง

                “เรื่องของมึง”

                “จูบแบบนี้ให้แม่มาขอเลยนะครับ”

                “ไปตายไป ลงนรกไปเลย” มือเรียวๆก่ะจะฟาดใส่อีกฝ่าย แต่ดูอี้ฟานจะเดาทางออกแล้วหนีได้ไวกว่า

                “นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะครับ มาจงมาจูบเปลือกตากันแบบนี้ หูววววว ใจเต้นตุบๆเลย” อี้ฟานเอ่ยแซว แม้จะแสดงออกทีเล่นทีจริง แต่ตอนนี้หัวใจของเค้ามันก็แทบจะกระโดดออกมาเต้นข้างนอกได้แล้วจริงๆ

                “อยากตายใช่มั้ย” ชานยอลที่พยายามปั้นหน้าดุหลุดขำ ความรู้สึกผ่อนคลายนี่มันอะไรกัน มันรู้สึกโล่งไปเสียหมด ต่างจากเมื่อวานลิบลับที่อึดอัดจนอยากจะระเบิดหัวตัวเองทิ้ง

                “อืม.....ถ้าตายคาอกนี่ผมยอมนะ” เท้าลุ้นๆกระโดดถีบมาแต่ไกล หมอนใบเคืองในมืออี้ฟานถูกฟาดติดหน้าสวยๆของคุณหนูจนเจ้าตัวหงานหลังแทบหล่นลงจากเตียง

                “มึง มึงกล้ามากนะ” ชานยอลดุกดิกพยายามลุกขึ้น แต่กลับโดนหมอนใบเคืองตีใส่ไม่ยั้ง

                “โอ้ย มันเจ็บนะ” ชานยอลหงายเงิบลงกับที่นอนพร้อมกับร้องจนคนที่ตีหมอนอย่างเมามันหยุดชะงัก

                “เจ็บเหรอ ผมขอโทษ” อี้ฟานวางหมองลงก่อนจะนั่งคลานคร่อมคนที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง สองสายตาสบประสานกันอย่างกับต้องมนต์อีกครั้ง ชานยอลเบือนหน้าหนี ไม่อยากสบตากับคนตรงหน้า อี้ฟานยิ้มมุมปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิกแก้มนวล

                “โอ้ยยยยยย เจ็บ สัส”

                “หลอกผมเหรอ โอ้ย หูๆๆๆ หู้วววว อย่าดึง” ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มทั้งสองกลิ้งไปมาบนเตียงปลุกปล้ำกันพ้อมกับเสียงหัวเราะปนเสียงโอดครวญ แล้วจากนั้น......

                เสียงคร่ำครวญด้วยความเจ็บก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงครวญครางเซ้ากระสันอีกครั้ง ร่างกายทั้งสองแนบชิดกันเหมือนให้ความอบอุ่น เสียงร้องโวยวายผสมเสียงครางตกเป็นของใครไปไม่ได้นอกจากคนถูกกระทำ นาม ปาร์ค ชานยอล

.

.

.

                “แค่กๆ”

                “แค่กๆ”

                “แค่กๆๆๆ”

                “แค่กๆๆๆ”

                "ไอเลียนแบบกูทำไม"

                “เปล่านะครับ เพราะคุณหนูแท้ๆเลยเอาหวัดมาติดผม”

                “มึงล่ะเอามาติดกู” ชานยอลว่าอย่างอารมณ์เสีย อี้ฟานเบ้ปาก ก่อนจะขยับแมสที่ปิดปากกับจมูกให้เข้าที่เข้าทางขึ้น

                อากาศหนาวของต้นฤดูหนาวยังพอเย็นสบายให้พอใส่เสื้อคลุมไม่หนามากได้ตอนออกมาข้างนอกแบบนี้ ชานยอลกับอี้ฟานออกมาจากห้องเพื่อหาอะไรทาน ในช่วงเย็น แม้ว่าจะเป็นหวัดกันซะทั้งคู่ แต่ก็ไม่มีอะไรมากมายมากกว่าการโทษกันไปมาว่าใครเป็นเอามาปล่อย

                “รบกวนด้วยนะครับ” สองหนุ่มเข้าไปยังเต้นท์ขายอาหารข้างทาง  เพราะความที่ไม่เคยกันทั้งคู่ทำให้สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างกับเพิ่งเห็นดินแดนแปลกตา

                “รับอะไรดีคะ”

                “ขอโซจูหกขวด กับอาหารขึ้นชื่อหน่อยครับ” ชานยอลที่สั่งไม่ถูกก็เลยเหมารวมๆเอาอาหารที่ขึ้นชื่อของร้านมากิน อี้ฟานมองโต๊ะเหล็กตาใสแป๋ว ก่อนจะหันไปมองโต๊ะข้างๆ

                “ขอซุปแดงๆนั่นด้วยครับป้า” ชานยอลมองจิกก่อนจะหันไปแปลเกาหลีให้คุณป้าฟัง คุณป้าเดินยิ้มแย้มจากไปอย่างกับมนุษย์เคลื่อนที่ ไม่นานนักโซจูหกขวดกับแก้วใบเล็กสองใบก็มาเสิร์ฟก่อน

                “นี่ตกลงอยู่เกาหลีมากี่เดือนแล้ว” ชานยอลเปิดขวดก่อนจะรินเหล้าลงไปทั้งสองแก้ว อี้ฟานฉวยไปกระดกก่อนจะวางลงให้ชานยอลรินใส่อีก

                “เห้อออ เหล้าตอนเป็นหวัดนี่มันดีจริงๆ แค่กๆ”

                “ปิดๆปากไปเลยนะมึง” ชานยอลบ่นก่อนจะยกเหล้าขึ้นกระดก

.

.

                อาหารมาช้าเสียจนโซจูบนโต๊ะเหลือแค่ขวดเดียว พวกคอทองแดงอย่างสองหนุ่มยังยิ้มระรื่น พูดคุยกันไปเรื่อ เหมือนกับเมื่อวานไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ชานยอลทำหน้าที่รินเหล้าลงในแก้วให้คนตรงหน้าที่ดื่มเหล้าอย่างกับดื่มน้ำ แถมยังไม่มีทีท่าว่าจะเมาเลยสักนิด

                “มาแล้วคะ ของขึ้นชื่อของร้าน” เสียงที่มาก่อนตัว พร้อมกับกลิ่นหอมของอาหาร คิมบับที่ดูหาทานได้ง่าย ซุปสีแดงฉาน ผัดพริกเนื้อ กับ......

                อี้ฟานทำหน้าแหยงขณะมองสิ่งที่ขยับอยู่บนจานห่อถุงพลาสติก ชานยอลอ้าปากค้างก่อนจะเงยหน้ามองคุณป้าเจ้าของร้าน

                “ซาน นัก จี่ ปลาหมึกสดๆ ร้านนี้ปลาหมึกสดมากไม่ต้องกลัวเลย เคี้ยวหนึบกว่าทุกที”

                “ปลาหมึกเรอะ....นึกว่าหนอน” อี้ฟานคีบมันขึ้นมาดูก่อนจะปล่อยมันร่วงลงจากตะเกียบ หน้าบอกบุญไม่รับสุดๆ

                “เออ ขอบคุณครับ....ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย ไอ้บ้านี่” ชานยอลหันไปยิ้มให้กับคุณป้าก่อนจะตบคนทำหน้าตาน่าเกลียดไปหนึ่งที

                “ก็ดูดิ คุณหนูสั่งคุณหนูกินเลย” ชานยอลทำหน้าแหยง แต่ก็ลองคีบขึ้นมาดู อี้ฟานทำหน้าบู้บี้กลัวสุดขีด

                “อ้าปาก” ชานยอลคีบมันขึ้นก่อนจะยื่นให้คนที่นั่งฝั่งตรงข้าม อี้ฟานเม้มปากแน่นก่อนจะส่ายหัวหวืด

                “คืบเองก็แดกเองสิวะ”

                “อ้าปาก เร็วๆ” ชานยอลจิ้มน้ำจิ้มงาก่อนจะยกขึ้นใหม่ พร้อมกับทำหน้าตาน่ากลัว

                “ไม่ ไม่นะครับ อย่าทำแบบนี้” อี้ฟานแทบร้องไห้ การบังคับขู่เข็ญแบบนี้มันเป็นการลิดรอนสิทธิ์ความมนุษยชนชัดๆ

                “เร็วๆ ไอ้นี่นิ ลองชิมดู” ชานยอลที่เริ่มสนุกจ่อใกล้ๆปากอีกคน หนวดเต้นดุบดับติดริมฝีปากอี้ฟาน ชายหนุ่มหน้าถอดสี รู้สึกจั๊กจี้แต่ก็ยอมอ้าปาก

                “เก่งมาก” ชานยอลยิ้มหวานก่อนจะยื่นมือไปปิดปากที่อ้าหวอของอี้ฟาน “เคี้ยว” แถมยังตบแก้มเค้าเบาๆอีก

                อี้ฟานเคี้ยวพร้อมกับนึกถึงรสชาติที่เหนียวหนึบในปาก สีหน้าครุ่นคิดเหมือนกับพยายามนึกถึงรสชาติที่เคยได้รับ

                “เป็นไงวะ อร่อยป่ะ”

                “เผ็ด แต่เหมือน” อี้ฟานโบกมือห้ามก่อนจะกอดอกหลับตา เคี้ยวหนวดหมึกที่เริ่มหยุดดิ้นไปเรื่อยๆ “อืมมมม” เหมือนจะยังไม่เข้าใจถึงรสสัมผัสจึงจับตะเกียบขึ้นคีบหนวดหมึกสดๆเข้าปากแล้วค่อยๆเคี้ยว

                “อื้มมมมม ใช่เลย” อี้ฟานหลับตาพริ้มสีหน้าแปรเปลี่ยนจากเมื่อครู่อย่างกับหน้ามือเป็นหลังตีน

                “เห้น มันเป็นยังไงวะ บอกหน่อยดิ” ชานยอลที่เห็นหน้าเคลิ้มของอี้ฟานก็เลยอยากจะลองดูบ้าง แต่ใจก็ยังไม่กล้าพอ

                “อืมมม มันเหมือน”

                “เหมือนอะไรวะ”

                “ลิ้น....”

                “ห้ะ”

                “เหมือนลิ้นของคุณหนูเลย...ตอนที่เราจูบกัน”อี้ฟานหลับตาพริ้มบรรยายจนเห็นภพไปถึงไหนต่อไหน

                ผลั๊วะ!!!

 

                สายตานับสิบหันมามองก่อนจะมีเสียงหัวเราะคิกคักตามกลับมา ชานยอลหน้าแดงแปร๊ดเมื่ออี้ฟานพูดอะไรไม่เข้าท่าออกมา ชายหนุ่มหัวเราะร่วนก่อนจะคีบหนวดหมึก จิ้มน้ำจิ้มแล้วยัดใส่ปาก

                “อร่อยนะ แล้วจะรู้ว่าผมไม่ได้พูดเล่น” ^^

.

.

.

                มื้ออาหารจบลงแล้ว คุณหนูชานยอลดูจะไม่ประทับใจกับดินเนอร์นี้เสียเท่าไหร่ แต่ถูกใจอี้ฟานเอามากๆ

                “อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ” อี้ฟานดึงแมสลงเพื่อพูดกับคนข้างตัว ชานยอลกอดอกหน้าตาบูดบึ้ง

                “มึงนี่นะ”

                “ผมทำไมครับ อ๋อออออ อย่าบอกนะครับว่า คุณหนูโกรธผมเรื่องที่ผมเปรียบเทียบหนวดหมึกกับลิ้นของคุณหนู”อี้ฟานอธิบายเสียยืดยาว ชานยอลต่อยผลักเข้าให้ที่แขนอีกฝ่าย จนคนโดนประทุษร้ายร้องโอดครวญ

                “หุบปากไปเลยนะมึง” ชานยอลมองค้อน ก่อนจะก้าวฉับๆหนีไอ้บ้าปากเปราะไปเรื่อยๆ อี้ฟานหัวเราะก่อนจะเดินตามต้อยๆ

                “เห่อ หนาว แค่กๆ” อี้ฟานบ่นไปไอไป จนคนที่ก้าวนำต้องก้าวช้าลง

                “ก็ดูมึงแต่งสิ จะโชว์ใคร รู้ว่าน่าหนาว หัดใส่ให้มันหนาๆหน่อย ไอ้บ้าเอ้ย” ชานยอลถอดเสื้อคลุมของตัวเองก่อนจะคลุมไหล่ให้คนข้างๆ อี้ฟานมองก่อนจะกลั้นขำ ทำตัวแมนจริงๆเล้ยยย แม่คนนี้

                “คุณหนูไม่หนาวเหรอครับ” อี้ฟานแสร้งถามตาใสแจ๋ว แต่ในใจนี่คิดแผนเต๊าะคนแมนไว้เรียบร้อยแล้ว

                “เอาไปเหอะ กูไม่หนาว” โอ้วววโหววว ขนาดเถียงปากยังสั่นอยู่เลย

                “ถ้าโกหกจะโดนแบบนี้นะครับ” อี้ฟานถอยไปซ้อนหลังคุณหนูก่อนจะเอาเสื้อคลุมอีกคนไว้ ชานยอลเบิกตากว้างตกใจ ขาที่กำลังเดินๆอยู่หยุดชะงัก แถวนี้ไม่มีคนเลยเพราะเป็นตรอกเล็กๆ แถมตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว

                “มึงทำห่าไรวะ” ชานยอลด่าพร้อมกับดิ้นคลุกคลัก อี้ฟานหัวเราะชอบใจอย่างคนอารมณ์ดี ก่อนจะถอยห่างออกมาแล้วถอดเสื้อคืน

                “ใส่เถอะครับ ไม่งั้นผมจะทำแบบนั้นจนกว่าจะไปถึงป้ายรถเมล์เลยนะ” อี้ฟานทำหน้าทำตายียวนพร้อมกับเอาเสื้อขึ้นคลุมไหล่อีกฝ่ายแล้วก้าวเดินออกไป

                “มึงงงงง” ชานยอลหน้าแดงเห่อ กัดกรามดังกรอดด้วยความโมโหที่ตามเล่ห์เหลี่ยมคนตรงหน้าไม่ทัน ทำไมนะ ทำไมเค้าแมนกว่ามันตั้งเยอะ แต่ทำไม....

.

.

.

                สองหนุ่มนั่งกัดขนมปังร้อนๆระหว่างรอรถเมล์รอบสุดท้าย กาแฟกับนมอุ่นๆในมือ ถูกทั้งคู่ยกขึ้นกระดก กาแฟดำเข้มคักของคุณหนูชานยอลผู้แสนเคร่งขรึม กับนมอุ่นๆสีขาวนุ่มนวลของคนใช้นายอี้ฟาน

                “เอานมเติมหน่อยมั้ย หน้าเหยเกแล้วนะ” อี้ฟานที่สังเกตอยู่ตลอดเวลาขำลึกเข้าไปใหญ่ ก็ทุกทีที่กินมักจะใส่นมไม่ก็ครีมจนสีกาแฟเปลี่ยน แต่วันนี้กลับนั่งกระดกกาแฟดำที่ขนาดเค้ายังกินไม่ไหวลงไปเสียอย่างนั้น

                “เสือก”

                “เห็นหน้าไม่ดีเลย ไม่ชอบก็ไม่ควรสั่งมากินนะ”

                “เสือก”

                “ผมขอโทษ -______-

                “รถมาละ” ชานยอลลุกพรวดก่อนจะเดินไปยืนชิดฟุตบาท รถเมล์จอดเทียบตรงหน้าเค้าพอดี คนแน่นรถแทบไม่มีที่นั่งให้นั่ง ชานยอลและอี้ฟานจ่ายเงินก่อนจะเดินมาหาที่นั่ง

                “อืม นั่งสิ” ชานยอลเบี่ยงตัวหลบให้อี้ฟานได้นั่ง ชายหนุ่มมองก่อนจะยิ้มแล้วขยับไปใกล้เพื่อกระซิบ

                “อยากนั่งตักผมเหรอครับ” ชานยอลหน้าเห่อสีอีกรอบก่อนจะสะบัดศอกใส่แล้วนั่งลงแทน

                “ไม่อยากนั่งก็ไม่ต้องนั่ง” ชานยอลบ่นอุบก่อนจะกอดอกหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง อี้ฟานที่โหนบาร์อยู่ใกล้ๆ มองด้วยสายตาหลงใหล คนตรงหน้าสวยเกินกว่าจะเกิดเป็นผู้ชายนิสัยห่าม ความแมนนั่นก็เหมาะสมกับตัวอยู่หรอก แต่พอเค้ามองใบห้าที่เวลาเผลอทำอะไรแบบลืมตัวแล้วมันน่ารักอย่างบอกไม่ถูก และเพราะเค้าได้ลองชิม สำรวจสัดส่วนแทบจะทุกมุมของชายหนุ่มแล้วด้วยล่ะมั้ง เวลาที่คุณหนูทำตัวแมนๆใส่เค้ามันเลยกลายเป็นเรื่องตลกที่น่าแกล้งกลับ

                “นี่คุณหนูครับ”

                “อะไร”

                “ไว้ว่างๆเรามาขับรถเล่นกันนะครับ”

                “วันนี้ก็ได้นิ” ชานยอลเงยหน้าขึ้นมองคนที่ก้มลงมา ชานยอลเบ้ปากก่อนจะเบือนหน้าหนี อี้ฟานเลิกคิ้วสงสัยก่อนจะจับใบหน้าของตัวเอง

                ไหงมาเบือนหน้าหนีแบบนั้นล่ะ.......

 

                “ไม่เอาผมง่วง วันนี้ยังไม่ได้นอนเลย”

                “อืม แล้วแต่” ชานยอลว่าเสียงเรียบโดยไม่หันมามองคู่สนทนา อี้ฟานจ้องมองใบหน้าที่หันมองออกไปนอนหน้าต่าง กำลังคิดอะไรของเค้ากันล่ะ แววตามันดูเหมือนคนดำลังคิดอะไรอยู่มากมาย

                อี้ฟานสะกิดไหล่ชานยอล ชานยอลหันมา อี้ฟานยิ้ม ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาให้พอได้ยินกันสองคน “มองหน้าผมสิ อย่ามองวิว หน้าตาผมน่ามองมากกว่าวิวอีกนะผมว่า”

                “เห็นนั่นมั้ย” ชานยอลชี้ไปที่ประตู

                “อะไรครับ”

                “วิ่งชนประตูให้ตกลงไปโดนรถทับตายกลางถนนซะนะ” อี้ฟานหัวเราะ

                “งั้น....ถ้ากลับกัน...ถ้าผมบอกว่า ผมอยากมองหน้าคุณหนูอย่ามองวิว หน้าตาคุณหนูมันน่ามองมากกว่าวิว แบบนี้พอได้มั้ยครับ” อี้ฟานยิ้มหวาน เสียงคีย์ต่ำที่กำลังแหบพร่าเพราะเป็นหวัด ถ้าใครได้ยังคงต้องอ่อนระทวยตายเป็นรายๆไปแน่ๆ ชานยอลเบือนหน้าหนีก่อนจะเอาหัวพิงกระจกแล้วแกล้งหลับ

                “อ่าว เห้ย ไหงทำแบบนี้ล่ะ คุณหนู!!!

.

.

.

                ความอุตาลิอยากกินของไกลบ้านทำให้ต้องหอบสังขารเดินกลับมายังคอนโด ทั้งชานยอลกับอี้ฟานเดินเงียบๆไปตามทางฟุตบาทที่ไร้ผู้คน มีเพียงไม่กี่คันที่ขับผ่าน นี่ขนาดว่าอยู่ใกล้ใจกลางเมืองนะ แต่กลับไม่มีรถมากนักเอาซะเลย

                “คุณหนู”

                “อะไร”

                “ผมหนาว....”

                “เรื่องของมึง”

                “ขอจับมือหน่อยครับ”

                “ไม่ให้”

                “น่านะครับ”

                “ไม่เอา”

                หมั่บ.....

                อี้ฟานจับมือที่แกว่งไปมาก่อนจะสอดนิ้วเกี่ยวไม่ยอมให้สะบัดออก ชานยอลมองมือก่อนจะถลึงตาจ้องใส่คนที่ทำอะไรไม่เจียมเงาหัวจะขาด

                “คุณหนูคิดเรื่องนั้นรึยังครับ”

                “เรื่องไหนอีกล่ะ” ชานยอลที่ปล่อยเลยตามเลย เอ่ยเสียงไม่สบอารมณ์ขึ้นกว่าเดิม

                “เรื่องตัดใจ.....แล้วหาใครสักคนเค้ามาในชีวิต”

                “ทำไม”

                “ถ้าคุณหนูไม่ว่าอะไร.....” อี้ฟานมองหน้าคุณหนูที่หันมาจ้องสบ

                “ถ้าคุณหนูไม่ว่าอะไร....เราสองคนลองมาคบกันดูดีมั้ยครับ”

.

.

.

 

     

 

 

......................................................................................................................................................
จบแล้วสำหรับตอนที่ 16 ลองคบกันดูดีมั้ยครับ เผื่อคุณหนูจะลืมผู้หญิงคนนั้นได้ อรั้ย >< อะไรจะทำเพื่อน้องชานของเราถึงเพียงนี้คะคุณอี้ฟาน ขอกันขนาดนี้ แหม่ๆ ขอบคุณสำหรับการติดตาม พรุ่งนี้ มหาวิทยาลัย เปิดเรียนแล้ว ไรท์อยากจะตาย ถ้าเทอมนี้เนื้อหาไม่หนักมากก็จะพยายามมาถี่แบบถี่มากๆ 55555+ เท่าที่จะทำได้
 อยากเเต่งให้จบเพราะไรท์ชอบนิสัยตัวละคร ชานยอลมาก >< มันโผล่มาในหัวตลอดเลย สำหรับมนุษย์ไบโพล่าภาวะแมเนีย? (เทอมที่แล้วเรียนเกี่ยวกับโรคพวกนี้เเล้วเลิฟเลย มันใช่เลย ตัวละครของฉันเลย ><) ใครอยากทราบรายละเอียดว่า แมเนียภาวะขั้วบวกเป็นยังไง ภายในเว็บไซต์มีให้ศึกษาเยอะแยะเลยคะ เค้าพยายามเมคนิสัยตัวละครชานยอลให้ออกไปในทางนั้น มันน่าสนุกมากๆเลย
และสำหรับตอนต่อไปก็ไม่มีอะไรมากคะ ยังจะอยู่กับคริสยอลไปก่อน คู่นี้เรื่องเยอะ อิอิ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ><

สปอยล์ ตอนที่ 14      "อืม ดูผู้ชายคนนั้นสิ หล่อเนอะ"
                                 "อืม ถ้าจ่ายหนัก จะได้หิ้วไปกินมั้ยนะ"
                                 "พวกนี้ขายทั้งเหล้า ขายทั้งน้ำนั่นล่ะ"
                                         เพล้ง!!!
                                  "ถ้ายังไม่หยุดพูดมาก ฉันเลาะฟันพวกเธอทิ้งแน่" ชานยอลขว้างแก้วลงพื้นพร้อมกับจ้องเขม็ง หญิงสาวสองคนตกใจ ก่อนจะทำหน้าตาละห้อยเมื่อพบว่าผู้ชายอารมณ์ร้ายใกล้ตัวนี่หล่อเหลาเหลือเกิน
                                  "มีอะไรกันครับ" อี้ฟานที่เพิ่งบริการลูกค้าทางด้านนั้นเสร็จ เดินเข้ามาหาคนที่ระเบิดอารมณ์อีกแล้ว? ชานยอลเบ้ปากก่อนจะ สั่งเครื่องดื้่มใหม่จากแฟนหนุ่ม?
                                  "มีอะไรครับคุณหนู ทะเลาะอะไรกัน"
                                  "ก็ยัยพวกนั้นน่ะสิ มันว่านาย ว่าขายน้ำ"
                                  "ขายน้ำ ก็ขายจริงๆนี่ครับ" อี้ฟานว่าหน้าใสแป๋วก่อนจะโยกขวดเบียร์ให้ ชานยอลยกมือขึ้นจะโบก แต่ร่างสูงจับมือนั้นไว้ก่อนจะหัวเราะร่า สายตาคมสวยแปรเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์อย่างกับเสือสิงห์ ก่อนที่อี้ฟานจะก้มลงไปใกล้เเล้วเอ่ยเสียงแผ่ว
                                  "ผมขายให้แฟนผมคนเดียว......" ชานยอลหน้าเห่อแดง ก่อนจะดันอี้ฟานออกไปห่างๆแล้ว ยกเบียร์ขึ้นกระดก
                                  "ไปห้องน้ำกันมั้ยล่ะ...."
                                  "ไอ้เหี้ย!!"     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #617 ZelJE (@ZelJE) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กันยายน 2559 / 20:16
    ฟิคนี้มีแต่กินจริงๆสินะ เหล้า อาหาร บลาๆๆ
    #617
    0
  2. #478 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 11:09
    กริ๊ดดดดดดดด คบกันแล้ววว คุณหนูขี้หึงมากๆแน่นอน
    #478
    0
  3. #471 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 21:17
    โอ๊ยยยยยยยย ตอนนี้ละมุนมากจริงๆ โห้ยยยยยยยย. ไรอ่ะ สวีทกันในห้องแล้วออกมาเดทกันเหมือนคนทั่วๆ ไปด้วย น่าร๊ากกกกกกกก มีป้อนอาหารให้กันด้วยนะ เขิน ตอนเอาเสื้อให้ใส่นี่เขินกว่า โห้ยๆๆๆ พี่คริสนี่หยอดเก่งชะมัดเลย คบเลยๆๆๆๆๆ
    #471
    0
  4. #370 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 15:20
    "ถ้าคุณหนูไม่ว่าอะไร....เราสองคนรองมาคบกันดูดีไหมครับ" อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย อยากมีใครมาพูดแบบนี้บ้างอะ
    #370
    0
  5. #233 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 13:39
    อร๊าย อยากจิกรี๊ดให้ดัง ๆ อี้ฟานขอชานยอลคบแล้ว ได้ใจมากจ้า เอาเลย ๆ แต่ชานยอลจะตกลงมั้ยอ่ะ
    #233
    0
  6. #100 biwbillamon (@biw8441) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2558 / 22:57
    โอ๊ยยยคุณหนุสมควรที่จะมีคนดูแลมากอะ สงสารคุณหนุให้พี่อี้ฟานไปดูแลหัวใจเถอะนนนะ ตอนนี้แบบน่ารักมากมายยย อีกคนก็พยายามทำตัวแมนๆๆ อีกคนก็ช่างหยอด โอ๊ยยมันน่ารักกกกกกกก ><
    #100
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  8. #72 markmtbii (@markmtbii) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 00:52
    กรี้ดดดดดดดดดดดดด ขอคบ หยอด จีบ รุก มีหึงหวงกันด้วย ฮ่อลลลล รอตอนหน้าๆๆ อร้ายย จะมีดราม่าไหมนะไม่ม่านะฮือ
    #72
    0
  9. #71 Tamininalove (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 00:50
    กรี๊ดดดพี่ฟานคนละมุนพี่ฟานคนหล่อทำไมถึงแสนดีขนาดนี้เนี่ยหืมมม เราอ่านมาเราก็สงสัยเหมือนกันว่ายอลเป็นโรคอารมณ์2ขั่วรึเปล่ายิ่งตอนนี้อาการชัดเจนมาก5555555แบบนี้ต้องพี่ฟานคนเดียวแล้วละที่จะรับมือได้เนอะ เห็นสปอยตอนหน้าแล้วอยากอ่านแล้วเนี่ยไรท์มารับผิดชอบเลยยยย
    #71
    0
  10. #70 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 22:42
    เป็นคุณหนูชานนี่คงระทวยตายเลยคนอะไรขยันหยอดล่ะเกิน มันน่ารักอ่ะ แง่งงงงงงงงงงง ชอบยัยยอลมันร้ายจริงๆ .แดดิ้น
    #70
    0
  11. #69 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 20:12
    โดนหยอดรัวๆ อย่างงี้ต่อให้แมนแค่ไหนก็ระทวยเหอะ 555 อู๋อี้ฝานนังหน้าด้าน เอะอะจับปล้ำ คุณหนูชานบอลก็เหมือนกัน ติดใจละเซ่ๆ สปอยด์ตอนหน้าคือเด็ด อยากอ่านเร็วๆจังเลยค่ะ อี้ฝานอยู่ดีๆไปขายน้ำได้ไง
    #69
    0