HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 12 เรื่องราว อดีต และฝันร้าย2+NCky

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 576
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

บทที่ 12

 

                ท้องฟ้าสีมืดครึ้มเริ่มทาบไปด้วยแสงจากดวงอาทิตย์ โทรศัพท์เครื่องหรูถูกเปิดขึ้นเพื่อดูเวลา สองชายหนุ่มที่เพิ่งผ่านกิจกามมาสดๆร้อนๆ นอนมองเพดานโดยที่ไม่มีใครปริปากพูดอะไรสักคำ เสียงหอบน้อยๆของลู่หานเรียกให้เซฮุนที่โยนมือถือทิ้งไปต้องหันมามอง

                “อาบน้ำกันมั้ย”

                “ไม่” ลู่หานตอบทันควัน อาบเหรอ มีหวังได้ต่อยกที่สี่น่ะสิวะ

                “ทำไมล่ะ นายตัวเหนียวมากเลยนะ นอนสบายเหรอ”

                “ไม่ต้องเสือก”เสียงหัวเราะจากเซฮุนลากสายตาโตๆของลู่หานให้หันไปมองได้เสียสนิท เซฮุนหันมาจ้องตอบ

                “ฉันไม่เคยนอนกับใครมาก่อนเลย”

                “ห๋า”

                “หมายถึงหลังจากเสร็จแล้วน่ะ” ลู่หานพยักหน้าเป็นอันเข้าใจในความหมาย

                “ทำไม” ความจริงแล้ว มันก็จริงนะ นี่ครั้งแรกของเค้าเลยที่ได้นอนอยู่บนเตียงเดียวกันกับเจ้าเด็กนี่หลังจากเสร็จกิจ มันดูไร้เหตุผลไปนิด แต่เค้าก็อยากจะรู้ไม่ว่ามันจะด้วยเหตุผลที่ไร้ค่าแค่ไหนก็ตาม

                “นี่ เซฮุน”

                “หืม”

                “ถามหน่อยสิ ทำไมนายถึงไม่ยอมนอนกับคนที่นายเพิ่งจะ....”

                “เพิ่งจะเอาน่ะเหรอ” เซฮุนหันมาถามหน้านิ่ง ลู่หานแยกเขี้ยวงุดอย่างรำคาญใจ เค้าอุตส่าห์เว้นไม่พูดแล้วนะ มันดันจะพูดขึ้นมาอีก

                “เออๆ นั่นล่ะ ทำไม ไหนลองตอบมาสิ”

                “ถ้าฉันตอบ ฉันจะได้อะไร” เซฮุนว่าพร้อมกับขยับตัวนอนตะแคงหันมาทางเค้า ลู่หานเขยิบหนีอย่างรู้สึกได้ถึงความอันตราย

                “ไม่มีทั้งนั้นล่ะ”

                “งั้นไม่ตอบ”

                “ตามใจนายละกัน” ลู่หานไม่อยากจะเอาไรมาแลกกับคำตอบที่อาจจะไม่ถูกใจเค้า ไม่มีทางหรอกเว้ย!!

                “เพราะฉันไม่ชอบให้ใครมาเห็นฉันตอนนอนน่ะ”

                “หืม......” ลู่หานที่ตกใจกับคำตอบที่ไม่คิดว่าคนเจ้าเล่ห์อย่างเซฮุนจะยอมตอบ ไม่อยากให้เห็นตอนนอนงั้นเหรอ เพราะอะไรกันล่ะนั่น

                “ทำไมล่ะ”

                “ฉันชอบฝันร้ายน่ะ”

                “ชอบฝันร้ายแล้วฉี่รดที่นอนเหรอ” เซฮุนจ้องเขม็งก่อนจะกรอกตาขึ้นมองฝ้าเพดานอย่างรำคาญใจ ลู่หานยิ้มขำก่อนจะกอดอก เงยหน้ามองเพดานตามเซฮุนบ้าง

                แสงจากพระอาทิตย์กำลังสาดเข้ามาในห้องให้ความอบอุ่น ความเพลียจากกิจกามเมื่อคืนส่งผลให้คนทั้งสองเริ่มตาปรือ ผ้าห่มพื้นเดียวที่แบ่งกันห่มถูกดึงขึ้นจนเลยขึ้นมาถึงอก หมอนใบเดียวในห้อง ถูกเซฮุนเอียงเข้ามาหา ลู่หานผู้ครอบครองหมอนทั้งใบเบี่ยงหัวหลบเพื่อให้อีกฝายได้ใช้หมอนเป็นที่พักหัว

                “นายคงไม่ได้เป็นเหานะเซฮุน”

                “หุบปากไปเหอะ”

                “คิกๆ”

.

.

.

                “ปังๆๆๆ”

                “คุณหนูคร้าบบบบ สายมากแล้วครับ ตื่นครับ” อี้ฟานที่เพิ่งทำความสะอาดห้องเสร็จเดินมาเคาะประตูเรียกให้คุณหนูออกมาทานอาหารเช้าอย่างง่ายที่เค้าพอจะทำกินได้

                ประตูเปิดผ่างก่อนที่หน้าบวมๆของคนเพิ่งตื่นจะโผล่ออกมา ฟานเบี่ยงตัวหลบก่อนจะยิ้มแฉ่ง ชานยอลมองคนที่ยืนยิ้มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผลุบหายเข้าไปแล้วปิดประตูใส่หน้าดังสนั่น

                “ไอ้เด็กบ้า” อี้ฟานระดมมือเคาะพร้อมกับตะโกนโวกเวกโวยวาย แต่ก็ไร้วี่แววของคนที่ต้องตื่น

                “ถ้ามึงไม่หยุดกูจะฆ่ามึง” เสียงภายในห้องตะโกนออกมา แต่มีหรือคนช่างยุช่างแหย่อย่างอี้ฟานจะยอมรามือ

                “คุณหนูคร้าบบบบบบ ไม่ตื่นผมจะพังประตูเข้าไป แล้ว ปล้ำคุณหนูเสียเลยนะครับ”

                “มึงจะหยุดมั้ย อี้ฟาน!!!!!” เสียงตะหวาดลั่น พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่ออกมายืนพร้อมกับมือซ้ายที่ถือแจกันอยู่ ชานยอลดึงดอกไม้ที่เฉาจนกรอบในแจกันคว้างลงพื้นก่อจะยกแจกันขึ้นสูงเหนือหัว

                “มึงตาย!!!” อี้ฟานหน้าซีดเผือด ก่อนจะรีบวิ่งหนี ชานยอลถลึงตาใส่ ก่อนจะวางแจกันลงแล้วเปลี่ยนเป็นไม้กวาดที่ชายหนุ่มเผลอวางทิ้งเอาไว้

                “คุณหนูหยุดนะครับ! ผมแค่ปลุก วันนี้มีเข้าบริษัทไม่ใช่เหรอครับ”

                “เข้าบ่าย!!

                “แต่ร่างกายคนเราต้องการอาหารครบสามมื้อนะครับ คุณหนูควรตื่นขึ้นมาทานอาหารเช้าก่อน”

                “พ่อมึงสิ!!!

                “โอ้ย เดี๋ยว นั่นมันไม้กวาดนะคุณหนู” อี้ฟานหลบด้ามไม้กวาดที่ฟาดลงมาได้อย่างฉิวเฉียด โอ้ย อายุจะสั้นลงอีกสิบปีมั้ยเนี้ย เวลาปลุกตอนเช้าทีไรก็เป็นอย่างงี้ซะทุกที ตั้งแต่คราวนั้นที่กวาดกรอบรูปลงมานั่นล่ะ แม่คนนี้นี่!

                “กูบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าทำให้กูโมโห ไม่งั้นโดน” อี้ฟานรีบวิ่งหลบไปรอบโซฟา คนที่โกรธจนเลือดขึ้นหน้าขว้างไม้กวาดใส่เค้า จนชายหนุ่มหงายท้องลงไปนอนกับพื้น

                “มันต้องกระทืบสักที ไอ้เหี้ยนี่” ชานยอลกระโดดข้ามโซฟาหมายจะกระทืบคนที่ล้มแล้วลุกไม่ขึ้นเสียสักทีสองที

                “เห้ย คุณหนูใจเย็น อย่าเพิ่ง”

                งานตลุมบอลโครมครามต้อนรับเช้าวันใหม่สำหรับการอยู่ร่วมกันอีกครั้งของสองหนุ่ม ข้าวของมากมายบินว่อนไปทั่วทั้งหมอนทั้งรองเท้า แถมด้วยเศษเสื้อที่ฉีกขาดติดมือ

.

.

                ชานยอลที่ตื่นเต็มที่หลังจากลงไปฟัดกับอี้ฟานข้างโซฟา กำลังนั่งจิบชาเงียบๆไม่พูดอะไรสักคำ ก็จะให้พูดอะไรล่ะปากแตกจนบวมเจ่อเสียขนาดนั้น

                “หึ” อี้ฟานทำเสียงหึ ก่อนจะยกกาแฟขึ้นซัดโหกพร้อมกับหันไปทางอื่น สายตาอาฆาตของคุณหนูจ้องมองมาทันทีก่อนที่แก้วชาในมือจะบินมา

                “นี่....มากไปแล้วนะ”

                “ทำไม อยากอีกสักยกมั้ยละ” ชานยอลลุกขึ้นถกแขนเสื้ออย่างไม่เจียมว่าตัวเองน่ะเจ็บกว่าคนตรงหน้า อี้ฟานเบ้ปากไม่อยากทำร้ายคนแรงน้อยกว่า ร่างสูงลุกขึ้นเก็บจานกับแก้วไปวางไว้ในอ่างล้างจานก่อนจะเดินไปหยิบน้ำในตู้เย็นพร้อมกับขนมปังปิ้งในจาน

                “ไอ้เด็กนิสัยเสีย” อี้ฟานเบะปากใส่ก่อนจะเดินปึงปังจากไป ชานยอลแยกเขี้ยวตามหลังก่อนจะแสดงอาการเจ็บปวดออกมาทันที ร่างโปร่งนั่งลงบนเก้าอี้ เค้าหยิบเอาแก้วน้ำเย็นๆมาอังที่มุมปากเพื่อลดอาการเจ็บ แมร่ง.....แรงเยอะร่างก็ยักษ์แถมยังเก่งมวยอีก ไม่น่าไปหาเรื่องมันเลย

                โป๊ก!

                “โอ้ย ไอ้เหี้ย!” ชานยอลร้องโอ้ยด้วยความเจ็บเมื่อถูกของบางอย่างกระแทกเข้าที่หัว ร่างโปร่งหันขวับส่งสายตาเคียดแค้นใส่เต็มประดา

                “ทาซะ จะได้ไม่เจ็บ ต่อไปก็อย่าซ่านัก” อี้ฟานบ่นก่อนจะผลุบหายไปทันที เสียงร้องตะโกนโวยวายเรียกเสียงหัวเราะของอี้ฟานได้ชะงัก ไม่คิดว่าจะต่อยแรงๆไปจริงๆหรอก แต่ก็แหม เลือดขึ้นหน้า เค้าก็แค่คนธรรมดามันก็มีบ้างล่ะที่โมโห

                “จะชักดิ้นชักงออีกมั้ยเนี้ย”

                เพล้ง!

                อี้ฟานที่กำลังจะเข้าห้องรีบใส่เกียร์หมาวิ่งกลับไปที่ห้องครัวทันที พอเข้าไปก็พบกับแก้วน้ำเปล่าที่แตกกระจายอยู่บนพื้น แถมทั้งร่างโปร่งบางที่ฟุบลงกับโต๊ะ จนชายหนุ่มรู้สึกใจหายวูบ

                “คุณหนู!” อี้ฟานตรงดิ่งเข้าไปประคองก่อนจะชะงัก เมื่อคนตรงหน้าลืมตาใสแจ๋วแถมยังกระตุกยิ้มให้เค้าอีก

                “อี้ฟาน ฉันต้องเอาคืนให้ได้”

                “โอ้ย หูๆ ปล่อยนะคุณหนู โอ้ยๆ” อี้ฟานดิ้นคลุกคลักเพื่อหาทางหนี เมื่อแข้งขายาวๆเกี่ยวรัดกดเค้าให้นั่งลงไปกับพื้น แถมแขนยังล็อคคอเค้าจนแน่นขนัด มือก็ใช่ว่าจะอยู่ว่าง ยังจะมาบิดหูเค้าอีก

                “ขอโทษกูเดี๋ยวนี้”

                “ทำไมต้องขอโทษ โอ้ยๆ ขอโทษครับ ปล่อยผมเถอะครับ”

                “ปล่อยให้โง่สิ ฮ่าๆๆ” ชานยอลหัวเราะร่าขณะกดอีกคนด้วยแรงทั้งหมดที่มีลงกับพื้น ทั้งหยิกทั้งทุบทั้งตบจนคนที่แรงเยอะกว่าไร้หนทางต่อกร

                “ก็ขอโทษแล้วไง ปล่อยผมสิ มันเจ็บนะ”

                “นี่ๆ มันต้องโดน” ชานยอลบิดหูชายหนุ่มอย่างหมันเขี้ยว ใครจะปล่อยให้โง่ มาให้พ่อลงโทษให้หนำใจเสียก่อนเถอะ อู๋ อี้ฟาน!!

                “โอย หายใจไม่ออก ปล่อยสิชานยอล” คนที่โดนทารุณกลับยิ้มหน้าระรื่นออกมาเสียเฉยๆ

                “ปาร์ค ชานยอล มันเจ็บนะ” อี้ฟานว่าไปยิ้มไป จะแกะมือหนักๆนั้นออก ก็อ่อนแรงเหลือเกิน เพราะเอาแต่หัวเราะตามเจ้าของเสียงทุ้มๆ

                มันนานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้หัวเราะด้วยกันกับใครสักคน อ่อ ไม่สิ เค้าไม่เคยจะหัวเราะได้เต็มสูบแบบนี้มาก่อนเลยต่างหาก.....

 

.

.

.

                “แน่ใจนะว่าไม่ให้ไปส่งน่ะ”

                “อืม....”

                “แต่อยากไปส่ง”

                “มีประชุมถึงเย็น จะรอไหวเหรอ” อี้ฟานที่นั่งขัดสมาธิบนเตียงชานยอลลุกขึ้น ขณะจ้องมองคนที่เอาแต่แต่งตัวอยู่หน้ากระจกไม่วางตา ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะเอื้อมมืออ้อมเอวคนตรงหน้าไปหยิบกุญแจรถที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

                “รอได้.....” ชานยอลที่กำลังใส่นาฬิกาอยู่มอง แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรมากนัก อี้ฟานขยับถอยห่างพร้อมกับควงกุญแจในมือแล้วเดินออกไปจากห้อง

.

.

.

                อี้ฟานมานั่งเฝ้าคุณหนูตั้งแต่ช่วงบ่าย จนล่วงเวลามาเกือบจะหกโมงเย็นแล้ว ห้องทำงานห้องรับรองและห้องประชุมเชื่อมติดกัน และสามารถจะมองเห็นได้จากห้องรับรองไปยังห้องประชุมขนาดเล็ก เลขาคนสวยแวะเวียนเข้ามาหาเค้าพร้อมกับเปลี่ยนเครื่องดื่มและขนมหวานแทบทุกๆชั่วโมง เข้ามาพูดคุยถามไถ่บ้างเป็นครั้งคราว แล้วแต่จะว่างจากงาน

                “คุณฟ่าน อยากจะรับอะไรเพิ่มมั้ยคะ”

                “อ้อ ไม่ครับ นี่เสร็จงานแล้วเหรอครับ” อี้ฟานถามไปเป็นมารยาทเพราะเห็นหล่อนสะพายกระเป๋าหนังพร้อมกับคลุมเสื้อคลุมไว้ที่ไหล่

                “คะ เลิกงานแล้ว เดี๋ยวอีกสักพักคุณชานยอลคงจะออกมาคะ”

                “งั้นอยู่คุยกับผมก่อนสิครับ” หล่อนระบายยิ้มหวานก่อนจะนั่งลงตรงกันข้ามกับชายหนุ่ม อี้ฟานยกกาแฟขึ้นดื่ม หญิงสาวตรงหน้าก็สวยไม่หยอก ยิ่งขาอวบๆขาวๆที่โผล่พ้นจากกระโปรงเอสูงสั้นเลยเข่าสีเนื้อนั่น  ไหนจะหน้าอกหน้าใจที่คลาดสายตาไม่ได้ทีเดียวเชียว

                “จะมองอีกนานมั้ย” เสียงต่ำที่เอ่ยอยู่ด้านหลัง เลขาสาวลุกขึ้น พร้อมกับรับแฟ้มเอกสารจากชายหนุ่มไปถือ

                “กลับได้ละ ผมบอกให้คุณกลับตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อนไม่ใช่รึไง”

                “เออ......คือว่า”

                “ฉันชวนเธอคุยเองล่ะ น่าๆ ไปกันเถอะ ไว้คุยกันใหม่นะครับ” อี้ฟานยิ้มหวานให้หล่อน ก่อนจะกอดคอลากคนที่เอาแต่ปั้นหน้าบูดบึ้งให้ออกไปด้วยกัน

                “ทำเหี้ยอะไร ออกไป” ชานยอลสะบัดตัวออกห่างก่อนจะปัดเสื้อสูท อย่างกับว่าเค้านั้นสกปรก อี้ฟานเบ้ปาก ก่อนจะกอดอกเดินนำหน้าห่างออกไป

                “กลับบ้านๆ!

.

.

.

                วันนี้เหมือนเป็นวันพักผ่อนสำหรับพวกเค้าสองคนหลังจากที่เซฮุนพามาถึงปูซานเมื่อชั่วโมงก่อน และรถสปอร์ตหรูของเซฮุนกำลังขับเคลื่อนตัวออกไปยังชนบทที่เริ่มมีบ้านเรือนตั้งห่างกัน กลิ่นเกลือเค็มๆพัดตีหน้าบอกให้พวกเค้ารู้ว่า พวกเค้ามาถึงทะเลแล้ว

                “นี่เรากำลังจะไปไหนกันเหรอ เซฮุน”

                “ไปบ้านแม่ฉันน่ะ”

.

.

.

                วันธรรมดาจบลงด้วยข้าวมื้อเย็นที่แสนจะธรรมดา งานนี้คนที่รีเควสมาคือคุณหนูชานยอลที่จริงๆแล้ว พื้นเพนิสัยดูจะเป็นคนติดดิน แต่ก็แค่เอาแต่ใจไปนิดเลยแลดูเป็นพวกคุณหนูติดหรูเท่านั้นเอง

                “ทำไมเราต้องมานั่งกินอยู่ข้างถนนแบบนี้ล่ะคุณหนู” ใช่แล้วพวกเค้ากำลังนั่งกินจาจังเมียนอยู่เก้าอี้นั่งข้างทางติดๆกับสวนสาธารณะใกล้กับคอนโดนั่นล่ะ เอาจริงๆคนที่คิดว่าติดดินมาตลอดอย่างเค้ากลายเป็นพวกติดหรูไปในทันทีเลยเมื่อเทียบกับคนข้างๆ

                “อากาศออกจะดี” ชานยอลว่าก่อนจะซัดจาจังเมียนที่คนเสร็จแล้วเข้าปากเคี้ยวคำโต

                “นี่ค่อยๆกินก็ได้”

                “อืม.....อร่อยดีแหะ” ชานยอลบ่นพึมพำคนเดียวกันจะซัดเข้าไปอีกคำใหญ่ ก่อนจะฉวยเอากระป๋องเบียร์ขึ้นเปิดแล้วกระดกตามลงไป

                “นี่อย่าบอกว่าเพิ่งเคยกิน” อี้ฟานถามขณะจ้องมองคนที่เอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อนี้  ร่างโปร่งพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินไปเงียบๆ

                “มีอะไรที่คุณหนูอยากลองอีกมั้ย ต๊อกบกกี อาหารข้างทาง”

                “ก็ดีนะ ฉันอยากลองอะไรแบบนี้มานานแล้ว”

                “เห้ย.....นี่เป็นคุณหนูจ๋าจนไม่เคยกินของพวกนี้เลยจริงๆเหรอ” อี้ฟานอุทานออกมาอย่างยาวเหยียด ชานยอลที่เพิ่งคีบกลุ่มเส้นสุดท้ายในถ้วยปั้นหน้าบูด ร่างโปร่งจ้องมองคนปากดีก่อนจะฉวยหยิบถ้วยจาจังในมือคนข้างไปกินเสียหน้าตาเฉย

                “เห้ย....นั่นมันของผม”

                “หุบปากน่า พูดมากจริง” ชานยอลก้มหน้าก้มตากินต่อไปโดยไม่สนสายตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของอี้ฟาน นี่ตกลงก็แค่คุณหนูที่ไม่เคยใช้ชีวิตแบบปกติชนคนธรรมดาเลยสินะเนี้ย.......เห้อ

.

.

                หลังจากนั่งจิบเบียร์มองคนข้างๆซัดจาจังไปสองถ้วยอย่างเพลินตาก็ได้เวลาถาม คุณหนูชานยอลของเค้าแล้วว่าอยากจะกินอะไรต่อ

                “อิ่มรึยัง หรืออยากกินอะไรต่อ” ชานยอลไม่พูดอะไรสักคำแต่กลับฉวยถุงจากร้านสะดวกซื้อแล้วเดินเข้าไปในสวนสาธารณะ อี้ฟานเดินตามไปเงียบๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันเลยจนมาถึงส่วนที่เป็นถนนเรียบขนาบข้างกับแม่น้ำฮัน

                “วันนี้ร้อนเป็นบ้า” อี้ฟานมองคนที่เอาแต่เดินจิบเบียร์ไปเรื่อยๆ

                “นั่งพักก่อนเถอะ” อี้ฟานไม่รอคำอนุญาตเค้านั่งแหมะลงบนทางลาดชันเลยขึ้นไปตรงขอบถนน ชานยอลมองนิ่งๆสักพักก่อนจะนั่งลงตาม อย่างไม่กลัวกางเกงสแลคราคาแพงจะเปื้อนดิน

                “นั่งปุ๊บเย็นปั๊บว่ามั้ยครับคุณหนู” อี้ฟานหันไปถามพร้อมกับยิ้มๆ ชานยอลไม่หันมามองหน้าเค้าด้วยซ้ำ แต่กลับมองตรงไปยังแสงไฟที่เป็นดวงๆอีกฟากของแม่น้ำ

                “ผู้หญิงคนนั้นฝากบอกให้ผมดูแลคุณหนูทั้งสองให้ดี”

                “หมายถึงใคร...”

                “ผู้หญิงที่ไปทานข้าวที่บ้านเมื่อสามวันก่อนไงครับ” อี้ฟานพูดไปเรื่อยๆเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ “ถ้าคุณหนูได้พบผู้หญิงคนนั้นอีกฝากบอกด้วยนะครับ ว่าผมดูแลคุณหนูดี๊ดี” อี้ฟานหลับตาพริ้มยิ้มละม้ายพร้อมกับโคลงหัวไปมา ชานยอลขำออกมานิดก่อนจะค้นหากระป๋องเบียร์ใบใหม่

                “คนนั้นคือแม่ฉันเอง”

                “หืม....”

                “เรียกว่ายังไงล่ะแม่นม...แม่ทูนหัว....แต่ความจริงแล้วเค้าเป็นน้าของพวกฉันเอง”

                “น้าสาว น้องสาวคุณนายใหญ่” ชานยอลพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ

                “คุณน้าอารึมเลี้ยงดูพวกฉันมามากกว่าแม่แท้ของพวกฉันเสียอีก ความจริงฉันกับเซฮุนเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านใหม่กับแม่แท้ๆตอนพ่อเสียเมื่อสี่ปีก่อน.....แม่ไม่อยากเลี้ยงพวกเราน่ะ แต่เพราะกิจการที่ต้องมีคนสารต่อ แม่ก็เลยไม่มีทางเลือก”

                “คุณนายใหญ่ดูไม่ชอบคุณหนูมาก แต่ยังไงท่านก็เป็นแม่แท้ๆของเรานะครับ ผมว่าคุณหนูอย่าโกรธท่านเลย”

                “ฉันไม่โกรธหรอก แต่ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า นายไม่รู้หรอกว่าพวกฉันโดนอะไรบ้างตั้งแต่เด็ก”

                “ก็ไหนว่าเพิ่งเจอแม่ช่วงสี่ปีก่อน” อี้ฟานช่างถามอย่างกับเจ้าหนูจำไมจนชานยอลต้องหัวเราะออกมา ร่างโปร่งจ้องมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มข้างๆก่อนจะเริ่มเปิดใจเล่าเรื่องมากขึ้น

                “ช่วงสี่ปีก่อนเป็นช่วงที่แม่รับพวกฉันมาจากปูซานต่างหาก.....ความจริงแล้วพ่อมักพาฉันกับเซฮุนมาพักที่โซลช่วงปิดเทอมประจำล่ะ แต่พ่อไม่ค่อยมีเวลาดูแลพวกเราเท่าไหร่ แม่ก็เลยเป็นคนดูแลแทน ทั้งๆที่ท่านไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับพวกเราเท่าไหร่”

                “คงเจ็บปวดมากสินะครับ”อี้ฟานเอ่ยเสียงเบาอย่างสงสาร ตอนนี้เค้าไม่ได้อยากรู้อะไรมากอีกแล้ว ยิ่งฟังก็ยิ่งหดหู่แปลกๆ แม่แท้ๆที่ไม่อยากเลี้ยงดูลูกตัวเอง คนเป็นลูกคงรู้สึกแย่มาก แล้วก็คงโทษและถามตัวเองมาตลอดแน่ๆว่าพวกเค้าทำผิดอะไร คนเป็นแม่ถึงไม่รักพวกเค้า

                ชานยอลเหล่มองคนที่ทำหน้านิ่งๆเหมือนจะเศร้า “ที่เล่าให้ฟังเนี้ยเพราะเห็นว่าเป็นคนขี้เสือกหรอกนะ....แล้วอีกอย่าง” ชานยอลหยุดพูดเพื่อที่จะกระดกเบียร์เข้าปาก “แม่จะเกลียดวพกฉันมันก็ไม่แปลกหรอก....พวกฉันไม่เคยโกรธแม่เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะถูกตีมากแค่ไหนก็น่ะนะ” ขานยอลเล่าเหมือนเรื่องปกติในวงเหล้า

                อี้ฟานมองคนที่อดกลั้นพยายามไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมา เค้าก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก เรื่องในครอบครัวเค้าจะเสือกมากกว่านี้ไม่ได้แล้วล่ะ

                “นิ....”

                “ครับ”

                “เรื่องวันนั้นที่นายเห็นเซฮุนช็อค อย่าไปเล่าให้ใครฟังนะเข้าใจรึเปล่า แม้แต่ตัวมันเองก็ห้ามปริปากพูดออกมา”

                “ครับ....ถือซะว่าผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้น” อี้ฟานว่าก่อนจะกระดกเบียร์เข้าปาก

                “อา.....แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้นเป็นยังไงบ้างครับ”

                “เลิกพล่ามแล้วก็รีบๆกินได้ละ” ชานยอลเบี่ยงประเด็นเต็มที่พยายามกั๊กไม่ให้ถาม

                “โถ่ คุณหนู เรื่องนี้ผมนี่อยากรู้มากเลยนะครับ”

                “จะอยากรู้ไปทำไม” ชานยอลมองก่อนจะหรี่ตาเหมือนกับคิดอะไรได้บางอย่าง “ที่อยากรู้นี่....อยากรู้ว่าฉันตัดใจจากยัยนั่นได้แล้วรึเปล่างั้นสิ” ชานยอลเอ่ยถามขณะทำสายตากรุ่มกริ่มใส่คนที่หันมามองตรงๆ

                “ใช่ครับ ถึงจะรักยังไงแต่ก็ปล่อยเธอไปเถอะนะครับ มันบาปน่ะ”

                “เหรอ...แล้วที่ฉันถามนายล่ะ คราวก่อน...นายว่าไง” ชานยอลขยับมาใกล้ยื่นหน้ามาคลอเคลียหมายจะแกล้งอีกฝ่าย ไหนๆก็ไหนๆแล้ว นายก็ตกเป็นเมียฉันแล้วนะอี้ฟาน จะกรุ่มกริ่มเต๊าะแต๊ะหน่อยก็คงไม่เสียหลาย

                “ก็เอาสิครับ.....แต่ผมว่า” อี้ฟานที่สายตากรุ่มกริ่มเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กันจ้องสบก่อนจะเอ่ยต่อ “หาคนดูแลเถอะครับ....คุณหนูดูแลใครไม่ได้หรอก อยู่เป็นสาวน้อยน่ารักๆให้หนุ่มๆเชยชมดีกว่า ถ้าคุณหนูจะมาสายนี้”

                “มึงคิดว่ากูดูแลใครไม่ได้งั้นเหรอ....เหมือนที่กูดูแลอลิซไม่ได้สินะ” ชานยอลหรี่ตา อารมณ์ที่ควบคุมยากอยู่แล้วเริ่มพุ่งสูงขึ้น ร่างโปร่งเอนมาใกล้ อี้ฟานเอนหลบอย่างไม่ชอบใจในท่าทางห่ามๆของคุณหนูนัก

                “คุณหนูควรมีคนดูแลครับ เชื่อผม แล้วคุณหนูจะมีความสุข”

                “คนอย่างกูไม่จำเป็นต้องให้ใครดูแล.....กูต่างหากที่ต้องดูแลคนของกู....จำไว้” ชานยอลเอียงคอประกบริมฝีปากกับคนตรงหน้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับขบเม้มอย่างกร่างกะหายในความเป็นชายเต็มเปี่ยม อี้ฟานเบิกตากว้างตกใจอย่างกับสาวแรกแย้มที่ไม่เคยลิ้มรสกับสัมผัสวาบหวาม ร่างสูงหลับตาลงก่อนจะท้าวแขนไปข้างหลัง ปล่อยให้คนเอาแต่ใจ ทำตามใจตัวเองไปเรื่อยๆ

                คุณหนูดูแลใครไม่ได้หรอกครับ ......เชื่อผมสิ

.

.

.

.

ต่อ

 

                เสียงเคาะประตูยามวิกาล ทำให้หญิงวัยกลางคนที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นดูจะอารมณ์เสียมิใช่น้อย

                “เซฮุน!

                “สวัสดีครับ” เซฮุนก้มหัวโค้งให้เล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูออกกว้าง แล้วเดินนำอีกคนเข้าไป ลู่หานที่เดินตามต้อยๆ กวาดสายตาดูบ้านที่มีการตบแต่งแปลกไปสักนิดอย่างชื่นชอบ

                “มาได้ยังไงกลางค่ำกลางคืน มีอะไรหรือเปล่า” ไฟที่ไล่ปิดตามหลัง ถูกเจ้าของบ้านเปิดจนสว่าง เซฮุนเดินปลีกวิเวกห่างออกไปยังส่วนที่เป็นห้องครัวที่มีกระจกใสบานใหญ่กั้นเอาไว้

                “เออ สวัสดีครับ ขอโทษที่พวกผมมารบกวนยามวิการ” ลู่หานก้มหัวขอโทษแต่หญิงวัยกลางคนกลับยิ้มอย่างเอ็นดูแล้วส่ายหัวนิดๆ

                “กินอะไรมารึยัง....เซฮุนน่า” มือเล็กๆจับหมับเข้าที่มือของลู่หาน ก่อนที่หล่อนจะลากเค้าให้เข้าไปในห้องครัว เซฮุนที่ยืนกระดกน้ำจากขวดหันมามองเพียงนิดก่อนจะหันไปสนใจกับการดื่มน้ำต่อ

                “ตาเด็กคนนี้ ทำไมดื่มน้ำจากขวด เห้อ ไม่ไหวจริงๆ” หล่อนบ่นแต่ก็ยังยิ้มออกมาด้วยท่าทางเอ็นดูมือเล็กลูบแขนเซฮุนเบาๆก่อนจะหันมาทางเค้าที่ยืนมึนให้หล่อนจับมือไม่ปล่อย

                “เราเป็นเพื่อนเซฮุนเหรอจ้ะ” หญิงวัยกลางคน ดูจากใบหน้าแล้วคงสามสิบนิดๆ เค้าเคยเจอที่คฤหาสน์ เหมือนว่าจะเป็นแขกของคุณนายใหญ่ ที่คุณนายชวนมากินข้าว

                “เออ...คือว่าผม”

                “แฟนผมฮะแม่ คนนี้แฟนผม” เซฮุนที่เงียบอยู่นานเริ่มปริปาก หล่อนกระพริบตาปริบๆก่อนจะฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม

                “เหรอจ้ะ เลือกได้ดีนิเรา” หล่อนทำสายตากรุ้มกริ่ม ก่อนจะตีแขนลูกชาย?? ตัวเองเบาๆ

                “เออ ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นแค่....”

                “ไม่ต้องห่วงอาเข้าใจจ่ะ รักระหว่างเพศเดียวกันไม่ใช่เรื่องผิดปกติทางสมองหรืออะไรหรอกนะ มันเป็นเรื่องธรรมชาติ” ลู่หานอ้าปากหวอ อย่างตีงงไปกันใหญ่

                “แม่ครับ อย่าสิแฟนผมเค้ากลัวนะ”

                “อ้อๆ ขอโทษนะ ฉัน อารึม เป็นแม่...อืม น้าเซฮุนจ่ะ”

                “แม่....” หญิงสาวหัวเราะร่าเมื่อเจ้าลูกชายค้อนใส่วงใหญ่

                “เออะ เออ ผมลู่ ลู่หานครับ เป็นคนใช้ที่บ้านของคุณหนูเซฮุน ผมไม่ใช่.....”

                “หืม คนใช้” น้าอารึมขมวดคิ้วก่อนจะจ้องตากับลู่หานที่กำลังยืนปั้นหน้าเป็นแมวน้ำตาแป๋ว เซฮุนที่เห็นว่าแม่กำลังจะจ้องจับผิดคนตรงหน้า ก็เลยรีบลากลู่หานออกมาจากรัศมีการจ้องตานั้น

                “แม่ครับอย่าทำแบบนี้กับแฟนผมสิ”

                “บอกแล้วว่า...ไม่ใช่” ลู่หานหันไปตะหวาดแว้ดเบาๆใส่คนที่ตีหน้ามึน น้าอารึมหัวเราะร่วน ก่อนจะตบบ่าลูกชาย

                “จ้าๆ ตอนนี้ก็ดึกแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้แม่มีเข้าเวรแต่เช้า” ว่าเสร็จก็เริ่มหาว แล้วเดินขึ้นชั้นสองไปดื้อๆ ลู่หานมองตามเงยหน้าแหงนขึ้นมองจนคอแทบเคล็ด

                คนบ้านนี่มันแปลกๆแหะ........

                นี่แม่แล้วที่โซลนั่นก็แม่.....

.

                “ฉันงงไปหมดแล้วเซฮุน.....อธิบายที ผู้หญิงคนนั้น” ลู่หานว่าด้วยสีหน้าเหม่อลอยเหมือนโดนต้องมนต์ ร่างบางดึงแขนเสื้อคนข้างตัวก่อนจะหันมาขมวดคิ้วใส่

                “พรุ่งนี้ละกัน วันนี้ฉันง่วง....ที่นอนนายอยู่ห้องรับแขกนะ” เซฮุนชี้ไปยังห้องที่กั้นเอาไว้เป็นพื้นที่กว้าง บ้านหลังนี้ถึงข้างนอกจะเป็นปูนและอิฐแดงแต่ ข้างในกลับตบแต่งด้วยไม้สีสดเกือบทั้งหมด

                อย่างกับโรงเลี้ยงเด็กแหนะ.........

.

.

.

                “คุณหนูครับ”

                “.....”

                “คุณหนู กระดุมเสื้อผม ใจเย็นๆ คุณหนู”

                “....อย่าขัดได้มั้ย”

                “คุณหนูครับ!!! นี่มันสวนสาธารณะ” อี้ฟานตะคอกก่อนจะผลักเหม่งคนขี้หื่นให้หงายไปกับพื้นเนิน ชานยอลลุกขึ้นนั่งอย่างกับตุ๊กตาล้มลุก ก่อนจะหันมาจ้องเขม็งใส่คนที่ประทุษร้าย เค้า

                “เหี้ยไรเนี้ย ผลักกูทำไม” ชานยอลทำหน้าไม่พอใจอย่างมากพร้อมกับผลักไหล่อีกคน อี้ฟานเบะปากนิดๆ ก่อนจะยกมือที่ค้ำกับพื้นหญ้าจนเปื้อนขึ้นมาปัด

                “จะทำอะไรก็ให้มันมีสติหน่อยครับ สติน่ะสติ เมื่อกี้จะทำไรผม” อี้ฟานกอดอกเลิกคิ้วขึ้นมาข้างหนึ่งอย่างกวนโมโห ชานยอลที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มมุมปากอย่างคนเจ้าชู้ พร้อมกับเลียปากล่างเบาๆ มือเรียวโยกมาวางหมับบนหน้าขา ร่างสูงเบ้ปากหนักกว่าเดิมพร้อมกับมองมือที่เริ่มอยู่ไม่สุข

                “....เมียครับ จะว่าไปแล้ว” ชานยอลก้มลงมองมือที่เอื้อมไปลูบขาคนข้างๆ สักพักก่อนจะช้อนสายตาหวานเยิ้มแสนมีเสน่ห์ขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา

                อี้ฟานจับมือบางที่กำลังลูบขาเค้าเล่นขึ้นมาแนบอก พร้อมส่งสายตาเย้ายวนก่อนจะเอ่ยปาก “กลับคอนโดก่อนนะ”

.

.

.

                NC ky

.

.

.

                เช้าต่อมา…..

 

                ชานยอลที่ลุกแต่เช้าหลังจากดอดเข้าห้องไปแต่ดึก กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องครัว พร้อมกับหนังสือพิมพ์ในมือ วันนี้เค้าไม่มีแพลนจะออกไปไหน และไม่อยากจะไปไหนด้วย ก็แค่จะเดินมาครัวยังยากลำบาก จะให้เค้าเดินขาถ่างออกไปข้างนอก มีหวังโดนคนมองแย่แน่

                อี้ฟานที่กำลังเกาะขอบประตูห้องครัวมองคุณหนูที่ดูท่าแล้วคงเหมือนระเบิดเวลาที่รอระเบิดตู้ม แถมระเบิดใส่ใครนนี่ไม่ต้องพูดถึง ร่างสูงถอนหายใจ อยากจะเข้าครัวไปเอาอุปกรณืมาทำความสะอาดห้องนั่งเล่นเสียหน่อย แต่ดูแล้วคงผ่านด่านแมวที่กำลังเตรียมตะปบเค้าไปไม่ได้แน่

                “จะเข้าก็เข้ามา ยืนเป็นไอ้พวกถ้ำมองไปได้”

                “เปล่านะครับ! ผมเปล่า” อี้ฟานออกมายืนล่อเป้าพร้อมกับนั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตู ชานยอลหันมามองก่อนจะสลับขาที่นั่งไขว่ห้าง วางทุกอย่างในมือก่อนจะกอดอก

                “มึงมานี่สิ” นิ้วเรียวกระดิกเรียก อี้ฟานลุกขึ้นเดินคอตกไปหา

                “ครับ ผมพร้อมแล้วจะลงโทษยังไงก็ได้ สำหรับเรื่องเมื่อวาน”

                “เอานี่ไปทิ้งให้ที” ชานยอลโยนกล่องพัสดุที่จ่าหน้ามาจากแดนไกลให้กับคนที่ยืนคอตกอยู่ อี้ฟานรับมาก่อนจะขมวดคิ้ว มองดูที่อยู่ของผู้ส่ง

                “มันอยู่ในกล่องรับของน่ะ เอาไปทิ้งทีละกัน”

                “ไม่เปิดดูสักหน่อยเหรอครับ” อี้ฟานที่พอจะเดาลางอะไรได้ถามขึ้น อย่างคนชอบซักไซ้ ดวงตากลมโตตะหวัดมอง

                “มึงอยากดูก็เอาไปดูสิ ดูเสร็จก็เผาทิ้งให้ด้วย” ชานยอลดันตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่ทะมึงทึงกลับเปลี่ยนเป็นเหยเกเพียงแวบเดียวแต่ก็มากพอให้คนปากเปราะได้แซว

                อี้ฟานยิ้มกริ่มมองท่าทางของคนเจ็บหลังเจ็บตูดก่อนจะพูด “ผมมียานวดนะครับ ให้ผมนวดให้มั้ย”

                “ไปตายไป” ชานยอลว่าเสียงเรียบ ใบหน้าเรียบเฉยแต่หูนี่แดงแปร๊ดทีเดียวเชียว

                “มาเดียวผมช่วย ถือเป็นการไถ่โทษจากผมละกันนะ” อี้ฟานว่าเสียงนุ่มก่อนจะเข้ามาประคองคนที่กำลังเจ็บ แขนแกร่งโอบเอวบางให้เข้ามาชิดก่อนจะยกแขนเรียวให้พาดคออย่างถือวิสาสะ ชานยอลมองก่อนจะดิ้นคลุกคลักเพราะกำลังถูกเอาเปรียบ

                “อยู่เฉยๆเถอะ เดี๋ยวจะพาไปนั่งโซฟา” อี้ฟานแกล้งเน้นคำว่าโซฟาให้คนหน้าบูดตลอดต้องชักสีหน้า ร่างสูงหัวเราะน้อยๆก่อนจะออกเดิน

                “แล้วนี่ออกมาจากห้องได้ยังไง ดูท่าเดินคงเจ็บน่าดู”

                “เสือก”

                “เป็นห่วงไง อย่าว่างั้นสิ”

                “ห่วงตัวเองไปเหอะ”

                “โอ้ย ผมสบายดีครับ โล่งเลยละเมื่อวาน”

                “อี้ฟาน!!!” ชานยอลตะคอก ขณะที่มาถึงโซฟานะจุดเกิดเหตุพอดี อี้ฟานนั่งลงข้างๆก่อนจะวางกล่องไว้บนโต๊ะ

                “ผมนวดให้ได้นะ”

                “ไม่!!!

.

.

.

                บ่ายคล้อยหลังจากปล่อยคุณหนูให้นั่งหยิ่งอยู่บนโซฟาแต่เช้าเค้าก็หันไปตั้งใจกับการทำความสะอาด อี้ฟานที่เพิ่งกลับจากทิ้งขยะแวะมาดูคนที่หลับไปบนโซฟาเมื่อชั่วโมงก่อน ผ้าห่มพื้นบางถูกเลื่อนขึ้นคลุมให้มากขึ้น อี้ฟานจับผมหน้าที่มักจะแยงตาคุณหนูให้ขึ้นไป

                “โอ้ะ ลืมได้ไงเนี้ย” อี้ฟานที่กำลังลุกขึ้นแต่เผอิญสายตาไปตกกระทบกับกล่องที่คุณหนูให้เอาไปทิ้งพอดี

                “ไหนๆ ก็จะทิ้ง” อี้ฟานบ่นก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบ แล้วเดินไปนั่งที่โซฟาอีกตัว แล้วเริ่มแกะกล่อง

                ของภายในมีแต่เศษกระดาษที่ถูกตัดเป็นฝอยกับแผ่นซีดีหนึ่งแผ่น

                To Chanyeol  

                อี้ฟานหยิบมันขึ้นมาดู ความอยากรู้อยากเห็นมันจุกจนมือไม้เริ่มคัน ชายหนุ่มโยกตัวไปเปิดทีวีจอยักษ์พร้อมกับใส่แผ่นซีดีลงไปในเครื่องเล่น

                ภาพพิธีแต่งงานถูกฉายขึ้น ชายหนุ่มกับหญิงสาวในชุดสีขาวสะอาดกำลังสวมแหวนให้กันอยู่ในโบสถ์หลังสวย แขกที่เป็นสักขีพยานมีไม่ถึงสิบเสียด้วยซ้ำ เสียงเปียโนบรรเลงเพลงที่คุ้นหู มันเป็นภาพงานแต่งที่แสนศักดิ์สิทธิ์

                อี้ฟานกำรีโมทแน่นความเดือดดาลในใจมันปะทุ มันโกรธมันเกลียดแทนคนที่กำลังหลับ ดีแล้วที่ชานยอลไม่ได้ดูมัน แค่เค้าดูเค้าก็โกรธแทนแล้วอี้ฟานยกรีโมทขึ้นเพื่อปิดหยุดชะงัก

 ภาพงานแต่งตัดไปเป็นพื้นหลังสีขาว พร้อมกับมีหญิงสาวหน้าตาหวานสวยกำลังนั่งระบายยิ้มอ่อนๆให้กับกล้อง  

                เธอโบกมือมา…..

                “ชานยอล ฉันขอโทษสำหรับที่ผ่านมานะ ฉันเป็นทั้งเพื่อนแถมยังเป็นแฟนที่ไม่ดีอีกด้วย ขอโทษที่ทำให้นายเสียใจ นี่เป็นวิดีโอสุดท้าย ฉันยังหวังให้นายเป็นพ่อทูนหัวให้ลูกชายฉันกับคริส หวังว่านายจะเข้าใจ ขอบคุณเวลาที่ผ่านมา นายจะเจอคนที่ดี วิดีโอนี้อาจทำให้นายรู้สึกโกรธหรือไม่ดี แต่มันก็เป็นการตัดใจที่ดี จริงมั้ย ขอบคุณจริงๆนะชานยอล เราคงเป็นเพื่อนกันได้ ฉันยังหวังแบบนั้น ไว้เจอกันใหม่นะ ถ้านายยังอยากเจอฉันอยู่ รักษาตัวนะชานยอล” หญิงสาวพูดคำยาวเหยียดด้วยรอยยิ้ม อี้ฟานที่ไม่เก่งภาษาเกาหลีมากนักขมวดคิ้วแกะออกไม่กี่คำทำให้ไม่เข้าใจ หล่อนยิ้มกว้างมากขึ้นก่อนจะโบกมือลา

                แล้วภาพก็ตัดลง…..

 

                “นั่นมันอะไร นั่นมันอะไร” เสียงแหบพร่าทำเอาอี้ฟานต้องหันไปมองด้วยความตกใจ ชานยอลลุกขึ้นมองกล่องที่ถูกเปิดวางอยู่บนโต๊ะรับแขก ก่อนที่ร่างโปร่งจะเงยขึ้นมองหน้าอี้ฟาน

                “คุณหนู ตัดใจเถอะนะครับ” ชานยอลหน้าแดงกล่ำ ก่อนที่มือจะจับกล่องมากระชากขาดเพื่อระบายอารมณ์

                “บอกแล้ว บอกแล้วใช่มั้ย ทำไมมึง” อี้ฟานไม่คิดว่าคุณหนูจะตื่นมาตอนนี้ แถมวิดีโอเมื่อครู่ก็ไม่ได้ดังมากเสียจนสามารถปลุกอีกคนให้ตื่นได้นี่นา

                “ผมขอโทษ แต่ผมว่า มันก็ดีแล้วนะครับ ฝ่ายนั้นเค้าส่งวิดีโอแบบนี้มาแถมพูดอะไรนั่นด้วย เค้าคงชัดเจนแล้วไม่อยากให้คุณหนูต้องจมอยู่กับอดีตอีก”

                “กูไม่ได้ขอ หยุดเสือกสักที” ชานยอลหน้าแดงกล่ำเหมือนกับจะร้องไห้  รีโมทที่วางอยู่บนโต๊ะถูกขว้างลงข้างตัว ก่อนที่ชานยอลจะตรงดิ่งเข้าห้อง อี้ฟานมองด้วยท่าทีร้อนใจ สักพักใหญ่ ร่างโปร่งก็ออกมาจากห้องพร้อมกับกระเป๋าใบเคืองเสื้อคลุมกระเป๋าเงินมือถือกับพาสปอร์ตในมือ

                “จะไปไหน” อี้ฟานเข้าขวาง ชานยอลเบี่ยงหลบไปยังประตู

                “อเมริกา กูต้องคุยกับอลิซให้รู้เรื่อง กล้ามากนักนะที่ส่งวิดีโอนั่นมาหยามกัน”

                “ผมว่ามันไม่ใช่แบบนั้น” อี้ฟานพยายามรั้งแต่ก็ถูกชานยอลที่โมโหผลักล้ม “อย่าเสือก อย่ามายุ่ง ไปไหนก็ไป” ชานยอลใส่รองเท้า ก่อนจะยกมือถือขึ้นกดหาเบอร์ที่ต้องการ

                "อย่าดื้อได้มั้ยนี่ฉันเหนื่อยแล้วนะ" อี้ฟานพูดด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะกระชากมือถือในมือร่างโปร่งมากดวางแล้วจ้องกลับ

“เหนื่อยก็ออกไปจากชีวิตกู เลิกยุ่งวุ่นวาย มึงเป็นเจ้าชีวิตกูรึไง”

“ถ้าคุณหนูไปแล้วจะได้อะไร มันก็แค่วิดีโอม้วนเดียว หัดเติบโตแล้วก็เป็นผู้ใหญ่สักที ไม่ใช่เอะอะก็จะเอา อย่างนั้นอย่างนี้ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ของคุณหนูอีกแล้วนะครับ!!
               "เลิกยุ่งวุ่นวายกับกูสักที เก็บของแล้วออกไปเลย ไปซะ มึงเป็นใคร มึงเป็นใคร!!!" ชานยอลขว้างกระเป๋าที่เค้ายัดข้าวของของชายหนุ่มลงไปอย่างลวกๆลงพื้น ร่างสูงก้มเก็บมันขึ้นมาก่อนจะถอนหายใจ ชานยอลกำลังควบคุมสติไม่ได้ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่คงหนีไม่พ้นลงไปนอนชัก.....
               "พอเถอะชานยอล อย่าหลอกตัวเองอีกเลย ฉันอยู่ข้างนายนะ ฉันจะทำให้นายมีความสุขเอง" ไม่ใช่เค้าไม่มีที่ไป แต่เค้าไปไม่ได้ เค้าทิ้งคนตรงหน้าไปไม่ได้ เค้ารู้ว่าคนตรงหน้าตอนนี้กำลังเปราะบางอย่างที่สุด
               "......กูรักเค้ามึง กูรักเค้า" ร่างโปร่งโผเข้ากอดอย่างหมดท่าน้ำตามากมายไหลอาบเสียจนไม่เหลือคราบคุณหนู ชานยอลผู้เเสนครงขรึมอีกเลย
               "อืม ตัดใจแล้วเริ่มต้นกับใครสักคนเถอะนะ ชานยอล" อี้ฟานลูบหลังปลอบคนที่กำลังร้องไห้โยเย คำว่ารักมันเสียดแทงหัวใจเค้าแปลกๆ มันมีอิทธิพลกับเค้าจนเค้าต้องจมดิ่งลงสู่ห้วงคิดของตัวเองบ้าง
 
                                       เริ่มต้นใหม่กับฉันมั้ยชานยอล...........

 

               

 

 

 

 

               

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #622 kriswu0627 (@kriswu0627) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 10:54
    การบรรยายของไรต์ไม่ติดขัดเลย อ่านลื่นม่กกกก
    #622
    0
  2. #469 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 20:30
    แอ๊ยยยยยยยยว. ฟินมาก เอ็นซีแฮ่กสุด ฟินสุด มีสติกันทั้งคู่ ไม่มีใครเมาแล้ว แล้วฟินกว่าตอนเมาอีกใช่มั้ยแก แอร๊กกกก เขิน แต่พอโดนเสียบชานยอลก็เหมือนจะไม่มีสติแล้ว มีแต่อารมณ์แทน อิ๊อิ๊ วันต่อมายังซึนได้อีก อีพี่คริสก็ขี้แกล้งชะมัด รู้ว่าเค้าเขินก็แหย่ก็ล้ออยู่นั่นแหละ
    ชานยอล ลืมชะนีไปเถอะลูก ผู้ชายคนนี้ฟินกว่าเยอะ ทั้งรุกได้ รับก็ได้ เปลี่ยนบรรยากาศได้ตลอดเวลาเลยนะ อิ๊อิ๊
    #469
    0
  3. #454 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 03:15
    ตกลงมีคนชื่อคริสสองคนชิมิคะ 555555
    หรือว่าคนละคนกัน แต่ก้อเถอะ อี้ฝานคนนี้จะอยู่กับชานยอลนะ อร๊ายยย ชอบจัง
    #454
    0
  4. #428 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 19:06
    เริ่มต้นใหม่กับพี่คริสสิชานยอล อิอิ
    #428
    0
  5. #369 nu_kets (@nu_kets) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2558 / 13:56
    คือเซฮุนนะรู้ว่าคิดไงกับลู่ห่านแต่ลู่ห่านนะสิคิดอย่างไรกับเซฮุนแสดงออกว่าชอบลินดาแต่ยอมมีอะไรกับเซฮุนคือไรอะงง....ที่งงหนักคือคือคริสยอลสลับกันรุกสลับกันรับคืออะไรต้องการอะไรจากสังคมพวกคุณทั้งสองลีดเดอร์มิไหวจะเคลียร์
    #369
    0
  6. #232 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 13:04
    หนับหนุนอี้ฟาน พยายามทำให้ชานยอลลืมอลิซให้ได้นะแล้วเริ่มใหม่กับชานยอลอย่าทิ้งชานยอลไปไหนล่ะ สงสาร
    #232
    0
  7. วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 11:07
    เอ็กซ์มากค่ะชานยอล แฮ่กๆๆๆๆๆๆ สุดๆ #กรีดร้องแทนพี่คริส สงสารชานยอลอะแต่ว่า ถึงยังไงก็อย่างที่คริสบอก เริ่มใหม่กับใรรซักคน ;)
    #91
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #68 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 14:38
    ตายๆๆๆๆๆๆ nc แบบกรี้ดดดดดด ฟินแรงมาก ไรท์สู้ฟนะค่ะ ชานยอลเริ่มจะรักคริสยังนะ แต่พี่คริสนิน่าจะเริ่มแล้วล่ะ อยากรู้จังว่าคริสกะลู่คือใคร >......<
    #68
    0
  10. #67 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 12:52
    หวายยย ให้ตาย NC นั่นเหมือนคนตีกันเลย เถียงกันตั้งแต่เริ่มยันเสร็จ 555 อี้ฝานเริ่มรักคุณหนูแล้วล่ะสิ
    #67
    0
  11. #66 Tamininalove (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 12:16
    สงสารยอล ยอลตัดใจแล้วมาเริ่มใหม่กับเฮียเถอะนะรับรองมีความสุขแน่ๆเพราะเฮียจะดูแลยอลได้ดีที่สุดแน่นอน
    #66
    0
  12. #64 biwbillamon (@biw8441) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 21:42
    ขอเม้นรวบยอดเลยนะฮะ เอาจริงเราไม่ค่อยนิยมอ่านแบบสลับกันเท่าไหรรรนะ คือจริงก็ไม่เคยอ่านแบบพี่คริสโดนเสียบงี้ 55555 พอบอกเลยว่าพออ่านแล้วคือรู้สึกว่ามันสนุกมากอะ คือชานยอลก็แมนๆแบบแมนมากๆเลยแหละส่วนพี่คริสก็แมนมากเหมือนกันนอีกกก แต่พออ่านเรารู้สึกว่ามันโอเคมากเลยยคือถึงพี่คริสจะโดนเสียบแต่แกก็ไม่สาวแตกกกแถมยังคิดจะแก้แค้นเอาคืนนคุณหนูอีกก มันนฟินมากกก อยากเห็นตอนที่คุณหนูใจอ่อนสักที ถึงบางตอนคุณหนูชานยอลจะร้ายๆใส่พี่คริสตลอดแต่ก็มีมุมน่ารัก แล้วเดี๋ยวนี้ท่าทางคุณหนูก็ออกแนวจะเขินพี่คริสแกด้วยย คงหวั่นไหววแล้วสินะ >< ส่วนพี่คริสนี่ใจอ่อนนให้คุณหนูแกได้ตลอดเลยยย พี่คริสเหมาะแล้วที่จะเป็นคนดูแลคุณหนูที่สุดดดด ส่วนคุณหนูก็ยอมให้พี่เค้าดูแลเถอะเนอะสบายจะตายเวลามีคนมาเอาใจจ 55555 ส่วนคู่ฮุนฮานอีกคู่ก็น่ารักกกก ลูลู่โดนฮุนนเอาเปรียบตลอดเลยยยย >< แต่ลูลู่ดันไปชอบบลินซะงั้นนน ฮุนต้องรีบทำคะแนนกะลู่เยอะแล้วน๊าาาา แล้วอีกอย่างงคุณแม่ของพวกคุณหนูนี่ใจร้ายมากๆเลยยอ่านแล้วก็สงสารรรทำไมถึงใจร้ายกับลูกตัวเองได้ขนาดนี้ ถ้าพี่คริสไม่เข้าไปช่วยคุณหนูชานยอลก็คงเจ็บตัวมากกว่านี้แล้ววว T^T พี่คริสสช่วยดูแลคุณหนูชานยอลตลอดไปเลยก็ดีนะ ^^
    ขอโทดคุณไรท์ที่มาเม้นให้คอมเม้นเดี๋ยวทั้งที่ไรท์เขียนมาตั้งหลายตอนด้วยนะคะ ^^
    #64
    1
    • #64-1 ocplus (@octopusoption) (จากตอนที่ 14)
      8 สิงหาคม 2558 / 02:26
      ตู้วววววววววหูววววววววววว (วิบัติเพื่อเสียง) ยาวมาก ขอบคุณมากคะ .ดึงมากอดแรงๆ >////<
      #64-1
  13. #60 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 00:07
    ฟินมากกกก อุ๋งยอมเป็นเมียอิพี่เถอะ 5555555555555 รอครึ่งหลังอยู่น้าาา
    #60
    0
  14. #55 Peach_Peace (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 22:08
    รอคอยอีกครึ่งที่เหลืออย่างใจจดใจจ่อ
    #55
    0
  15. #54 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 13:37
    ยัยอุ๋งจะหวั่นไหวแล้ว กรี้ดดดดดดดด ชอบอ่ะ งิงิ
    #54
    0
  16. #53 Tamininalove (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 23:33
    หูวววฟินจังเลยอะมาต่อไวๆนะไรท์
    #53
    0
  17. #52 Memoe (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2558 / 16:59
    ฟินอ่าาาาาาาาาา



    นี่มันยอลคริสอีกแล้วววว



    5555555



    รีบมาต่อนะไรท์



    รีดรอยู้ววววววววว

    #52
    0