HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 11 เรื่องราว อดีต และฝันร้าย +NChh18+

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

บทที่ 11

 

                หลังจากเก็บกระเป๋าออกจากบ้านพวกเค้าก็แยกย้ายกันไป ตั้งแต่ขึ้นรถมาคุณหนูชานยอลยังไม่ปริปากพูดอะไรขึ้นมาสักคำ

                “ฉันไม่อนุญาตให้ถามก็ห้ามถาม เข้าใจมั้ย”ชานยอลที่ลอบสังเกตคนข้างๆเอ่ยดักคอขึ้นเมื่อใกล้จะถึงคอนโด ชายหนุ่มที่เอาแต่ขมุบขมิบปากข้างๆเหมือนกับคันที่ไม่ได้พูด เห็นแล้วมันน่าตบปากเสียจริง

                “ไม่ครับ” อี้ฟานตอบกลับจนคุณหนูต้องหันมาตีหน้าดุใส่ ร่างสูงยกไหล่ ก็คนมันอยากรู้นี่หว่า เค้าถ้าอยากรู้อะไรแล้วก็ต้องรู้ให้ได้ จะหาว่าเค้าขี้เสือกก็เอาเถอะ อี้ฟานคนนี้ยอมรับ

                “มันไม่ใช่เรื่องของนาย ที่ฉันพานายออกมาก็เพราะตอบแทนที่นายช่วยฉัน นายกับน้องชายนายควรขอบใจพวกฉันที่ไม่ลอยแพพวกนาย”

                “เรื่องนั้นผมก็ขอขอบคุณครับ แต่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ผมอยากจะรู้เลยนะครับ” อี้ฟานเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง แต่น้ำเสียงติดจะขี้เล่นไปหน่อย

                “ถ้ายังพูดมากกูจะให้มึงลงข้างทาง” ชานยอลเริ่มชะลอรอ ชายหนุ่มทำเสียงเอะอะโวยวายก่อนจะเงียบเสียงลง

                “ความจริงก็ยังอยากจะรู้อยู่นา”

                “อี้ฟาน!!

.

.

.

                “เซฮุน”

                …..

                “เซฮุน เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ”

                ……

                “เห่ ทำไมไม่ตอบเป็นใบ้เหรอ ตอบฉันหน่อย”

                ……

                “เซฮุน”

                “หุบปากแล้วนั่งดีๆ” เซฮุนเอ่ยเสียงกดต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องมาอย่างกับพร้อมจะฆ่าเค้าให้ตายทุกเมื่อ ถ้าหากว่าเค้ายังไม่เงียบและสงบปากสงบคำ ลู่หานทำมือรูดซิบปากก่อนจะกอดอกแล้วนั่งไปเงียบๆ

                เค้ามากับเซฮุนพร้อมกับกระเป๋าเป้ใส่เสื้อผ้า ตามคำสั่งพี่โดยที่เค้าไม่รู้เรื่องอะไรเลย นอกจากรีบขึ้นรถเซฮุน แล้วก็มานั่งอึดอัดคับใจอยู่ในรถแบบนี้

.

.

.

                ที่พักอาศัยที่คุ้นเคยแรมเดือนกลับมาอยู่ตรงหน้าอี้ฟานอีกครั้ง เค้าเดินแยกไปยังห้องนอนของตัวเองก่อนจะ โยนกระเป๋าไปไว้บนเตียงแล้วรีบเดินออกมาหาคุณหนูที่กำลังจะเดินหนีเข้าห้อง

                “เดี๋ยว” ชายหนุ่มเอามือจับลูกบิดประตูไว้ก่อนจะมองคนที่เริ่มอารมณ์เสียตรงหน้า คุณหนูชานยอลยกแขนขึ้นกอดอก พร้อมกับส่งสายตาจ้องเขม็งไปยังคนอวดดี

                “หลีก”

                “ไม่”

                “บอกให้หลีก”

                “ไม่ไง ตอบผมมาก่อน”

                “ไม่ตอบ”

                “ขอแค่คำถามเดียว” อี้ฟานทำหน้าอ้อนวอนพร้อมกับชูนิ้วขึ้น ชานยอลเบ้ปากก่อนจะฉวยบิดลูกบิดแล้วเปิดประตูแทรกเข้าไปทันที

                “เอ้า เฮ้ย เดี๋ยว ปั๊ดโถ่ คุณหนู” อี้ฟานที่พลาดท่าเสียทีทุบประตูอย่างร้อนรนใจ ไอ้ที่เค้าอยากรู้น่ะมันเกี่ยวกับน้องชายเค้าล้วนๆเลยนะ

                “ให้แค่คำถามเดียว” เสียงภายในห้องตะโกนออกมา อี้ฟานที่กำลังทุบประตูหยุดชะงัก ก่อนจะลดมือลงแนบข้างตัว

                “ผมอยากจะรู้ว่าน้องชายคุณหนูไม่ได้เป็นอะไรมากใช่มั้ย”

                “ไม่นิ”

                “แต่ผมเห็นเค้ากลัวมากตอนที่อยู่ในห้องนั้น แล้วน้องชายผมลู่หานเค้า…..

                “นายบอกจะถามคำถามเดียว”

                “ปั๊ดโถ่ ผมอยากรู้ว่าน้องชายผมจะปลอดภัยมั้ย น้องชายผมอยู่กับไอ้บ้านั่นนะ”

                “ไอ้บ้าไหนมิทราบ” ประตูเปิดผ่างก่อนที่คุณหนูใหญ่จะออกมายืนจังก้าส่งสายตาเคืองแค้นใส่เค้า ร่างสูงกลืนน้ำลายอึก ลืมตัวไปเลยว่าไอ้บ้าคนนั้นเป็นคุณหนูเล็กน้องชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเค้า

                “เออผมหมายถึงคุณหนูเล็กเค้าไม่ทำอันตรายอะไรน้องชายผมใช่มั้ย ผมแค่เป็นห่วงน้องชายผมเท่านั้น”

                “น้องกูไม่ใช่พวกโรคจิตหรอกนะเว้ย!!

                “ดูจากนิสัยพี่แล้วก็ไม่แน่แหะ” อี้ฟานคิดดังไปหน่อยจนออกมาเป็นคำพูดเบาๆ อกแกร่งถูกผลักจากคนที่อยู่ในห้องจนล้มหงาย ร่างโปร่งขึ้นคร่อมพร้อมกับกระชากคอเสื้อคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง

                “เออ ผมขอโทษๆ ผมไม่ได้หมายความว่ายังงั้น”

                “อย่ามายุ่งกับเรื่องของคนอื่นให้มันมากนัก สำเหนียกตัวเองด้วยว่าอยู่ในฐานะไหน ถ้ายังอยากมีที่ซุกหัวนอนก็หัดหุบปากแล้วอยู่เงียบๆไป” ชานยอลโกรธหน้าแดงก่ำ เค้าผลักคนที่กำคอเสื้ออยู่ให้นอนกระแทกกับพื้นก่อนจะลุกขึ้นยืน อี้ฟานที่พยายามลุกขึ้น เค้าไม่พูดอะไรอีกจนคุณหนูเข้าไปในห้อง

                ปัง!!!

 

                “เวรกรรม” อี้ฟานถอนหายใจคอตกหูลู่ ยิ่งคุณหนูเป็นแบบนี้เค้าก็ยิ่งอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น คนพี่เวลาโกรธก็โกรธจนชักคนน้องเวลากลัว ก็กลัวจนช็อค ให้ตายเถอะอี้ฟาน นายเจอกับคนแปลกประหลาดเข้าให้แล้วมั้ยล่ะ

.

.

.

                “ที่นี้ที่ไหนน่ะ เซฮุน” ลู่หานที่ลงจากรถ ถามขึ้น เซฮุนไม่พูดอะไรสักคำได้แต่กุมมือแล้วบีบมันแน่นๆ ก่อนจะเดินก้มหน้าออกไปตามทางดินแดงที่ทั้งสองข้างทางเป็นทุ่งต้นหอมสีเขียวเข้ม รู้หรอกว่าถนนหนทางมันไม่เหมาะกับการเอารถเข้าไป แต่จอดไว้ตรงทางลาดยางแบบนั้น ไม่โดนขโมยเอารึไง

                ลู่หานหันซ้ายมองรถหันขวามองเจ้าของรถ เค้าช่างใจอยู่สักครู่ก่อนจะวิ่งตามคนที่เดินก้มหน้าลิ่วๆไกลออกไป

                “นี่เซฮุนตอบฉันหน่อยเรามาทำอะไรที่นี้” ลู่หานเอียงคอถามคนที่เอาแต่ก้มหน้า เปลือกตาแทบไม่กระพริบยิ่งดูก็ยิ่งน่ากลัว ยิ่งตอนขับรถมาก็ไม่พูดไม่จาเอาแต่เหม่อลอยท่าทางหน้าจิตตกไปไกล

                “เซฮุนนายเหมือนไม่มีสติ” ลู่หานจับมืออีกคนมากุมไว้พร้อมกับสอดนิ้วเข้าไป เซฮุนพยายามจะสะบัดมันออกแต่ก็สู้มือกาวของลู่หานไม่ได้

                “ใจเย็นๆ นายมีเรื่องอะไรมาฉันไม่รู้ แต่รู้ว่ามันร้ายแรงแน่ๆ แต่ขอเถอะนะบอกกันหน่อย” ลู่หานทำหน้าอ้อนวอนเมื่อเซฮุนหันมาสบสายตากับเค้า

                ร่างหนักๆล้มใส่พร้อมกับกอดร่างบางเอาไว้แน่น ลู่หานเบิกตากว้างตกใจ ที่อยู่ๆก็ถูกกอดกลางทุ่งต้นหอมสุดลูกหูลูกตา คนแถวนี้จะหาว่าพวกเค้าวิตถารรึเปล่าเนี้ย

                “ฉะๆ ฉันกลัว”

                “โอ้ยๆ เซฮุนอย่าหยิก” ลู่หานแกะมือที่จิกลงไปบนเอวของเค้า ยิ่งดิ้นคนตรงหน้าก็ยิ่งกอดแน่นเข้าไปใหญ่ ลู่หานตบหลังคุรหนูของเค้าเบาๆพร้อมกับโยกไปมา

                “ใจเย็นๆนะ นายกลัวอะไร”

                “แม่….

                “นายกลัวแม่นายเนี้ยนะ ทำไมกัน ล่ะหืม”

                “แม่ตี….” ลู่หานอ้าปากค้างกลางอากาศ นี่คุณเธอโตจนมีลูกมีเมียได้แล้วนะ แม่ที่ไหนจะมาตีลูกชายอายุยี่สิบกว่ากัน โอ้ยตาย

                “แม่ แม่นายตีนายงั้นเหรอ ไม่ เออ ไม่เป็นไรนะ นายอยู่ไกลจากแม่นายมากแล้ว ดูสิ รอบๆตัวมีแต่ต้นหอม ต้นหอมมันไม่ทำอะไรนายหรอกนะเซฮุน” ลู่หานพยายามปลอม เค้าสัมผัสได้ถึงแรงสั่นน้อยๆของเซฮุน นี่กลัวจริงๆใช่มั้ย ไม่ได้แกล้งเค้าใช่มั้ย

                เซฮุนดันเค้าออกห่าง ดวงตาที่จ้องมองมาแดงกล่ำเหมือนกับจะร้องไห้ ชายหนุ่มหน้าตารูปร่างดีแบบไม่มีที่ติ กำลังงอแงเป็นเด็กสามสี่ขวบเพราะถูกแม่ตี

                “นายไม่เคยเห็นมันใช่มั้ย”

                “เห็น?” เซฮุนถกกางเกงสแลคแล้วค่อยๆพับมันขึ้นจนถึงเข่า ชายหนุ่มหันหลังให้เค้า

                มันอะไรกัน…….

             ลู่หานปิดปากตัวเองเมื่อเห็นรอยนูนของแผลเป็น เป็นเส้นๆทับกันกว้างเป็นคืบทั้งสองข้าง มันเป็นสีชมพูอ่อนถ้าไม่สังเกตดีๆก็ไม่สามารถที่จะเห็นได้ ร่างบางค่อยๆก้มลงสัมผัสเพื่อยืนยันว่าเค้าไม่ได้ตาฝาด นิ้วเรียวสัมผัสถูกรอยนูนที่มีนับไม่ถ้วนบนน่องทั้งสองข้าง มันเป็นแผลเป็นที่หน้าจะเกิดขึ้นนานมากแล้ว เพราะมันจากลงและยุบลงไปมาก

                “ฉันพยายามรักษาแต่มันก็ไม่หายไปสนิท มันเป็นฝันร้ายของฉัน แค่ฉันหายใจฉันก็ผิดแล้ว ไม่สิ ฉันผิดตั้งแต่ที่เกิดมาแล้ว พี่ชายฉันก็เหมือนกัน”

                ลู่หานเงยมองแผ่นหลังของคนที่ยืนหันหลังให้เค้า ทำไมผู้หญิงที่ดูใจดีคนนั้นถึงได้ทำร้ายลูกชายของตัวเองหนักแบบนี้ ถึงแม้จะโตมากแล้วแต่รอยแผลภายในใจมันก็ไม่หายไปสินะ เค้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ถึงป๊ากับม๊าจะเคยตีสั่งสอนพวกเค้า แต่ก็ไม่รุนแรงจนมันสร้างบาดแผลทั้งร่างกายและจิตใจเลยสักครั้ง

                นี่มันเกินไปจริงๆ……

                บางทีก็น่าสงสารไปนะ…….

 

                “ไปหาที่พักกันเถอะ ที่ไกลจากแม่ของนาย” ลู่หานฉีกยิ้มก่อนจะสอดนิ้วกุมมืออีกคนไว้แน่น แล้วพาจูงไปข้างหน้า ถ้าพวกเค้าเดินอ้อมสวนต้นหอมไปก็จะไปยังหมู่บ้านๆเล็กที่ตั้งอยู่ฝั่งนู้น ที่พอมองเห็นได้ไกลๆนั่น

                ไปปรับอารมณ์มันสักหน่อยละกันนะเจ้าเด็กขี้งอแง….

 

                “นายเคยบอกเรื่องรอยแผลนี่ให้ใครรู้มั้ยเซฮุน” เซฮุนส่ายหน้าช้าๆ

                “แล้วตอนที่นายมีอะไรกับสาวๆล่ะ เค้าไม่เห็นงั้นเหรอ “

                “รองพื้นช่วยได้”

                “แล้วตอนที่นายใส่กางเกงขาสั้นล่ะ”

                “ฉันไม่เคยใส่กางเกงขาสั้น”

                “ว้า น่าสงสารหน้าร้อนเวลาใส่กางเกงขาสั้นมันดีมากเลยนะ”

                “เหรอ ไม่รู้สิ”

                “เวลานายตอบสั้นมันน่ารักมากเลยนะ ไอ้มาดคุณหนูเย็นชาอย่างกับตู้แช่เดินได้นั่นทิ้งๆไปเหอะ มันไม่เหมาะกับนาย…….อ่อ ไอ้ท่าขี้เก๊ก เจ้าระเบียบนั่นด้วย ไม่เข้ากับนายเลยจริงๆ”

                “ฉันไปทำตอนไหน” เซฮุนที่เริ่มยั๊วะหันมามองคนข้างๆ ลู่หานยิ้มแป้นพร้อมกับแกว่งแขนข้างที่จับมือกับเซฮุนไปด้วย แล้วเริ่มหัวเราะ

                “อย่ากลับไปเป็นคนเดิมสิ เซฮุนน่า นายต้องรู้จักยิ้มนะ ไหนยิ้มสิ” เซฮุนเบือนหน้าหนีก่อนจะบีบมืออีกคนแน่นขึ้นจน ลู่หานหน้าเหยเก

                “โอเคๆ รู้แล้วว่าโกรธ ถ้ายังบีบแน่น ฉันจะปล่อยไม่จับแล้วนะ” ลู่หานขู่ ได้ผลเซฮุนคลายแรงลง ร่างบางยิ้มกว้างพร้อมกับมองเสี้ยวหน้าของคนที่มองตรงไปข้างหน้า

                “ถามอะไรหน่อยสิ”

                “อะไร”

                “ทำไมต้องจอดรถแล้วเดินดราม่ามาอยู่กลางทุ่งต้นหอมนี่ด้วย ทะเล สะพาน หรือหนองน้ำมันยังดูดีกว่าอีกนะ” เซฮุนหันไปมองคนช่างถามก่อนจะชี้ไปยังกลุ่มหมู่บ้านเล็กๆ

                “ฉันชอบมาโรงอาบน้ำนั่น”

                “โรงอาบน้ำ”

.

.

.

                อี้ฟานที่เอาแต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนที่นอน เริ่มลุกขึ้นเพราะทนความหิวไม่ไหว เค้าเดินออกไปจากห้อง เพื่อออกไปหาอะไรกินในห้องครัว

                “โอ้ะ” อี้ฟานที่ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ในห้องครัว ตกใจจนต้องร้องอุทานออกมา ชานยอลที่นั่งจิบนมอยู่บนโต๊ะ หันขวับมามองพร้อมกับสายตาจะฆ่าจะแกง

                “อะไร ทำไมทำหน้างั้นล่ะ” อี้ฟานลากเก้าอี้ออกก่อนจะนั่งลงตรงกันข้ามกับชานยอล ชานยอลเบ้ปากก่อนจะหันตัวหนีเค้าหยิบฉวยแก้วนมขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะลุกขึ้น

                “จะไปไหน กินอะไรรึยัง”

                ……

                “ออกไปหาอะไรกินมั้ย เงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ได้จากแม่นายฉันก็ยังพอมีอยู่นะ”

                ……

                “คนแก่กว่าถามทำไมไม่ตอบ ปากอมขี้อยู่รึไง”

                “อย่าเสือก”

                คร่อกกกกกกก

 

                “โอ้โห ไม่เสือก นี่คงมีคนหิวตายไปแน่ๆ อี้ฟานนายนี่มันพ่อพระจริงๆ ถามไถ่คนหิวจัดแต่ฟอร์มเยอะด้วย สุดยอดจริงๆ” อี้ฟานกอดตัวเองพร้อมกับโยกไปมาอย่างกวนตีน ชานยอลหันขวับมาแล้วยกแก้วนมขึ้นหมายจะฟาด ร่างสูงลุกขึ้นเตรียมตั้งกำบังรับแก้วหรืออะไรๆก็ตามที่จะเข้ามาประทุษร้ายเค้าให้เจ็บตัว

                ชานยอลนั่งลงบนเก้าอี้วางแก้วลงบนโต๊ะดังโป๊ก ก่อนจะกอดอกแบบคุณหนูเอาแต่ใจทั่วๆไป

                “ก็แค่นั้น” อี้ฟานบ่นก่อจะหันไปเปิดตู้ชั้นบนเพื่อหาบะหมี่ อี้ฟานที่เห็นซองบะหมี่อัดแน่นเต็มตู้หันมามองพร้อมกับพยักหน้าหงึกหงักใส่คนที่ยังกอดอก เค้าย้ายตู้ไปเรื่อยๆ แต่ละตู้มีแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหลายๆรสอัดแน่นอยู่รวมกัน เค้าเคลื่อนตัวมาเปิดตู้เย็นบ้าง

                “นี่หัดซื้อของติดตู้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ที่ถามนี่ถามตัวเองมากกว่าจะถามคุณหนู ทั้งของสดและขนมคาวหวาน เครื่องปรุงต่างๆ ที่ยังดูใหม่และสดไม่ได้ผ่านการใช้งาน

                นี่สงสัยเพิ่งซื้อเข้าเมื่อสองอาทิตย์ก่อนแน่ๆ

 

                “ทำอะไรอร่อยๆกินกัน รอแปบ” อี้ฟานที่พอมีวิชาต้มบะหมี่บวกใส่ของที่กินได้ลงไปติดตัวอยู่บ้างก็เริ่มหยิบจับนู้นนี่ที่พอจะเข้ากันและเคี้ยวกลืนลงท้องได้ออกมาวางบนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเริ่มลงมือทำ โดยการแกะซองบะหมี่อย่างแรกแล้วใส่ในหม้อใหญ่ๆตั้งน้ำให้เดือด ก่อนจะแกะซองยัดๆเอาเนื้อสัตว์ไส้กรอกของคาวที่ดูน่าจะเหมาะกับกินกับบะหมี่ลงไป ตัดกิมจิออกพอทานเป็นคำแล้วเทรวมกับของทุกอย่าง คนๆดูว่าหมูหมากาไก่ที่ใส่ลงไปสุก เค้าก็ปิดไฟ

                   หม้อทองเหลืองถูกวางลงบนโต๊ะ ถ้วยชามสองใบพร้อมช้อนตะเกียบสองคู่ถูกวางแยกแบ่งกันออกเป็นสองฝั่ง ชานยอลที่มองอาหารมื้อดึกที่ดูไม่น่ากินเท่าไหร่แต่ก็เรียกน้ำย่อยได้ดีจนเริ่มแสบท้อง

                “เอ้า ลงมือกันเถอะ” อี้ฟานตักใส่ชามให้กับคุณหนูก่อนจะยื่นส่งให้ก่อนจะเริ่มตักของตัวเองบ้าง

 

                แม้คุณหนูชานยอลจะเป็นพวกหยิ่งทระนงในศักดืศรีชนิดฆ่าได้หยามไม่ได้ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งละมั้งที่เอาศักดิ์หลุดลุ่ย คือเวลาหิวๆ ไอ้ท่าทีจะมางอแงไม่ยอมนี่เริ่มไม่มีให้ เอาแต่นั่งก้มหน้าตักๆของเข้าปากแล้วก็เคี้ยวตุ้ยๆไม่สนใจใคร

                อี้ฟานนั่งท้าวคางมองคนที่เอาแต่เคี้ยวจนแก้มตุ่ยเป็นหนูแฮมสเตอร์ เค้าก้มลงทานของตัวเองบ้างก่อนจะเริ่มเปิดปากพูด

                “อร่อยมั้ยครับ” คนถูกถามเหมือนจะรู้ตัว ตะเกียบที่กำลังคีบเส้นเข้าปากชะงัก ชานยอลวางตะเกียบลงทันที

                “อิ่มแล้ว” โกหกเสร็จก็ฉวยแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมดแล้วลุกขึ้น

                “นั่งกินต่อเถอะ เดี๋ยวจะหิวตอนดึกๆ” อี้ฟานพูดเสียงเรียบไม่อยากจะกวนโทสะคนตรงหน้า

                “บอกว่าอิ่มแล้วไง” ชานยอลตะคอกใส่ก่อนจะเดินปึงปังจากไปในทันที ชายหนุ่มถอนหายใจ ไม่อยากจะรั้งแล้ว ขี้เกียจต้องมาปฐมพยาบาลคนชัก อี้ฟานก้มหน้าก้มตาทานไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อน ไม่กินก็ไม่ต้องกิน เค้ากินเองก็ได้

.

.

.

                หลังจากทานข้าวเสร็จทำความสะอาดทุกอย่างเรียบร้อยเค้าก็กลับห้องไปอาบน้ำเตรียมตัวจะนอน

                “อืม ทำอะไรไว้ในตู้ดีกว่า” อี้ฟานที่ล้มตัวลงนอนหลังจากอาบน้ำเสร็จเด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนที่นอน พอคิดว่าจะทำอะไรใส่ตู้ไว้ก็รีบเดินออกมาห้องครัวเปิดตู้เย็นแล้วก้มลงมองดูของที่พอเอามาทำอาหารง่ายๆได้ อย่างเช่นแซนวิช เค้าจัดการหยิบจับนั่นนี่ออกมาวางไว้ที่แบบอีกครั้ง แล้วเริ่มลงมือทำแซนวิช

                “หวังว่าจะมาลุกมากินนะ” อี้ฟานยัดแซนวิชใส่ไว้ในกล่องพร้อมกับปิดฝา เค้าก้มมองมันอยู่สักพัก เคาะกล่องปอกแปก อี้ฟานเปิดตู้เย็นรินน้ำเปล่าใส่แก้วเอาไว้ก่อนจะถือกล่องแซนวิชติดมือไปด้วย

                อี้ฟานหยุดยืนอยู่หน้าห้องเจ้าเด็กหยิ่งยโสนามชานยอล เค้าลองบิดลูกบิดประตู

                ไม่ได้ล็อค….

 

                แสงไฟในห้องหรี่เบาจนเป็นแสงสลัวอย่างที่คุณหนูชานยอลชอบ เค้าเดินเอากล่องแซนวิชกับแก้วน้ำไปไว้บนโต๊ะข้างเตียง  

                เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกให้อี้ฟานรู้เเล้วว่าคนบนเตียงหลับสนิท เค้าดึงผ้าห่มขึ้นถึงอกก่อนจะปัดผมหน้าที่มันแทงตาขึ้นไปเบาๆ
                           "เวลาอยู่นิ่งๆก็น่ารักไปอีกแบบนะ ปาร์ค ชานยอล" อี้ฟานเอ่ยก่อนจะลุกขึ้น เดินไปเบาแอร์แล้วปิดไฟ เตรียมตัวกลับห้องไปพักผ่อน
                           ชานยอลลืมตาในความมืดเมื่อไฟถูกปิด ก่อนจะหลับตาปี๋ทันทีเมื่อแสงไฟจากภายนอกสาดเข้ามาตอนเปิดประตู ประตูห้องปิดลงช้าๆ พร้อมกับความมืดที่กลับมาเหมือนเดิม
                            "ไอ้เหี้ย" ชานยอลพึมพำก่อนจะคลุมโปงแล้วขดตัวนอนอยู่ใต้ผ้าห่ม น่ารักห่าอะไรล่ะ ไอ้บ้าเอ้ยยยยย

 .

.

.

                ขณะนี้เป็นเวลาดึกมากแล้วสำหรับชาวชนบท โรงอาบน้ำที่เซฮุนบอกเป็นโรงอาบน้ำเล็กแบบเล็กมาก แต่ติดที่วิวภูเขาข้างหลังสวยอย่างไม่มีที่ติ เค้าและเซฮุนที่เพิ่งอาบน้ำกันเสร็จก็ลงมาโรงซาวน่าที่มีผู้คนอยู่ไม่เยอะ นอกจากพวกเค้าก็มีอีกสองสามคนที่กำลังนั่งพูดคุยกันเค้าเเละเซฮุนนั่งลงพร้อมเสบียงอัดแน่นเต็มพื้นที่บริเวญของพวกเค้าทั้งสอง ลู่หานก้มมองดูกางเกงขายาวของเซฮุน คงจริงสินะที่ว่าไม่เคยใส่กางเกงขาสั้นเลยสักครั้ง

                ลู่หานแกะน้ำขึ้นดื่มก่อนจะท้าวแขนไปด้านหลังอย่างสบายใจ วันนี้พวกเค้าได้ทั้งอาบน้ำ แช่น้ำ นั่งกินของพื้นๆบนพื้นโรงซาวน่าอุ่นๆ แล้วก็ได้นอนที่โรงแรมข้างๆโรงอาบน้ำที่สามารถเห็นวิวภูเขาด้านหลังได้อีกด้วย ความจริงแล้วที่นี้ควรเป็นหมู่บ้านนักท่องเที่ยว แต่เพราะเป็นหมู่บ้านเล็กๆจึงมีแต่พวกนิยมท่องเที่ยวเท่านั้นถึงจะรู้ว่ามีที่นี้อยู่

                “ฉันไม่เข้าใจอ่ะเซฮุน ทำไมต้องไปจอดรถไว้ที่ถนนนู้น”ลู่หานที่ดื่มน้ำเสร็จเริ่มหันไปตั้งคำถามที่คาใจเค้าตั้งแต่ช่วงบ่ายเย็น

                ……” เซฮุนที่พยายามแกะไข่ต้มสมุนไพรอยู่ไม่ยอมปริปากตอบเค้า ลู่หานที่เหลือบไปมองกลุ่มคนที่กำลังปอกเปลือกไข่ด้วยการตีไปบนหัว

                โป้ก!

                “โอ้ย” เซฮุนหันพรึ่บไปมองคนเล่นอุตะริ ลู่หานยิ้มหวานก่อนจะแกะเปลือกไข่ที่ร้าวเพราะกะโหลกของเซฮุน

                “ทำบ้าอะไร”

                “ก็นายไม่ตอบฉันนี่”

                “ตอบอะไร”

                “ตอบว่าทำไมต้องไปจอดรถแล้วเดินมาด้วย”

                “จอดตรงไหนก็เหมือนกัน” เซฮุนตอบไปเรื่อยลู่หานยัดไข่เข้าปากก่อนจะเริ่มเคี้ยวด้วยความขัดใจ ทั้งๆที่พวกเค้าไม่ต้องมีความจำเป็นที่จะต้องทิ้งรถแล้วเดินเป็นกิโลๆเพื่อมาที่โรงอาบน้ำนี่เลย

                “นายควรบอกฉันว่าทำไมต้องจอดรถที่นั่นแล้วเดินมา บอกมาสิเซฮุน” ลู่หานพูดอู้อี้พร้อมกับดึงผ้าโพกบนหัวเจ้าเด็กขี้งอแงที่ยังคงตั้งใจแกะเปลือกไข่ต่อไป

                “น้ำมันหมด”

                “ห้ะ อะไรนะ”

                “ก็บอกว่าน้ำมันหมด”

.

.

.

.

ต่อ


     

               “น้ำมันหมดเนี้ยนะ ทำไมไม่บอก มัวแต่งึมงำอะไรอยู่ได้”

                “นายมีสิทธิ์เถียงฉันเหรอ”

                “นายนี่มัน” ลู่หานยกไข่อีกฟองขึ้นหมายจะทุบ

                “ง่วงแล้ว ไปกันเถอะ” เซฮุนลุกขึ้นจ้ำอ้าวไปหยิบของในล็อคเกอร์ก่อนจะเดินไปหยิบรองเท้าบนชั้นวางมาใส่ ลู่หานที่รีบกุลีกุจอเก็บเศษขยะและของต่างๆบนพื้นแทบจะล้มก้นขวิด

                “ระ รอด้วยสิวะ”

.

.

.

                สภาพห้องที่เจ้าของโปรยคำโฆษณาซะอย่างหรูดูเหมือนจะผิดแปลกไปนิด โอเคไม่นิดล่ะ…. ไอ้ที่พอเชื่อถือได้คงเป็นวิวภูเขาด้านหลังที่เปิดประตูกระจกออกไปก็จะเห็นมันเกือบจะทั้งลูก แต่ภายในห้องก็ไม่ได้หรูหราตามคำเชื้อเชิญเลยสักนิดติดออกจะบ้านๆธรรมดาเสียด้วยซ้ำ แต่เพราะว่าพวกเค้าเป็นนักท่องเที่ยวล่ะมั้งถึงได้โดนฟันหัวเบะอย่างกับราคาโรงแรมสี่ดาว

                เซฮุนที่ตัวใกล้ที่นอนก็ล้มตึงลงไปทันที ที่นอนเป็นฟูกหกฟุตเดี่ยว ปูผ้าสีขาวแบบธรรมดา ผ้าห่มพื้นเดียวสีเขียวเข้มสด แถมหมอนก็ยังมีใบเดียวอีกต่างหาก

                “ฉันจะนอนยังไงล่ะทีนี้” เซฮุนที่ได้ยินคนบ่นก็โยนหมอนให้ก่อนจะสอดแขนไว้ใต้หัวทำเป็นหมอน ลู่หานเบ้ปาก ก่อนจะหยิบหมอนมาไว้ติดกับขอบเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอน

                “เห้ย ปล่อยนะ ทำอะไรของนาย” แค่ล้มตัวลงนอนก็ต้องโวยวายขึ้นมาทันใด เมื่อคนที่โดดขึ้นเตียงนอนหันหลังเอี้ยวตัวมากอดเค้าเสียจนชิด ขยับอีกนิดได้ลงไปนอนพื้นเย็นๆแน่ ลู่หานดิ้นคลุกคลักพยายามดันพยายามเขยิบลงจากเตียงแต่ก็ไม่ได้ผล

                “หมอนใบเดียวผ้าห่มผืนเดียวก็พอ ยังไงวันนี้ก็ไม่ได้นอนอยู่แล้ว” เสียงกระซิบชวนสยิวพร้อมกับคางคมๆที่เกยไปบนไหล่ของเค้า ลู่หานเริ่มดิ้นหนักขึ้นแต่ก็สู้ก้ามปูที่หนีบเอวเค้าไม่ได้เลย

                “นี่ อย่าทำแบบนี่สิวะ ฉันกำลังสงสารนายอยู่นะ”

                “ก็ช่วงก่อนนายไม่ได้แกล้งฉันเลยนิ แถมฉันก็ไม่ได้กลับบ้าน รู้มั้ยว่าฉันอึดอัด”

                “อึดอัดมึงก็ไปปี้คนอื่นสิวะ ปล่อยเซฮุน ฉันไม่เล่นด้วยนะ”

                “ฉันอยากเล่นกับตุ๊กตาของฉัน ทำไมตุ๊กตาของฉันถึงไล่ให้ฉันไปเล่นตุ๊กตาตัวอื่น” เห้ย นี่คนไม่ใช่ตุ๊กตายาง อยากจะเอาก็เอา มึงบ้าเหรอ!!!

                “ไม่ จะนอนแล้ว” ลู่หานแกล้งหลับไปทั้งๆที่ยังมีปลิงคอยชอนไชอยู่ข้างหลัง

 

 

NC hh #สมบัติky
















               






























-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ทาด้า มาแล้วกับครึ่งแรกของตอนที่ 11 อดีตและฝันร้ายของเซฮุนดูน่าเจ็บปวด รวมถึงชานยอลด้วย สังคมครอบครัวมักจะเป็นแบบนี้เสมอ หลายๆบ้านมักจะคล้ายๆกัน คือลงโทษลูกๆด้วยการตี เล็กน้อยบ้าง รุนแรงบ้าง ตามแล้วแต่ระดับความดมโหของพ่อแม่ ฮ่าๆๆ แต่ถ้ารุนแรงเกินไปก็จะกลายเป็นบาดแผลที่ติดตัวลูกๆไปทั้งทางกายแล้วก็ทางใจ สิ่งเหล่านั้นเป็นตัวหล่อหลอมให้เด็กๆโตมาผิดรูปผิดแบบไปจากสังคม น่าสงสารเนอะ....ง้อวววววว บ่นอะไรเนี้ย เขิน >< 
       
ปล  สำหรับครึ่งหลังก็ตามนั้นคะ ฉากตัด หุหุ ใครอยากได้ฉากตัดก็ติดตามได้ที่ #สมบัติky นะคะ มาเร็วแน่นอน ไม่หนีไม่หาย มาอัพเรื่อยๆจนกว่าจะเปิดเทอม โอ้ววเย้  

          สปอยล์ ตอนที่12      "อย่าดื้อได้มั้ยนี่ฉันเหนื่อยแล้วนะ" อี้ฟานพูดด้วยความเหนื่อยใจ
                                     "ก็เลิกยุ่งวุ่นวายกับกูสักที เก็บของแล้วออกไปเลย ไปซะ กูอยากอยู่คนเดียว มึงได้ยินมั้ย กูอยากอยู่คนเดียว!!!" ชานยอลขว้างกระเป๋าที่เค้ายัดข้าวของของชายหนุ่มลงไปอย่างลวกๆลงพื้น ร่างสูงก้มเก็บมันขึ้นมาก่อนจะถอนหายใจ ชานยอลกำลังควบคุมสติไม่ได้ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่คงหนีไม่พ้นลงไปนอนชัก.....
                                     "พอเถอะชานยอล อย่าหลอกตัวเองอีกเลย ฉันอยู่ข้างนายนะ ฉันจะทำให้นายมีความสุขเอง" ไม่ใช่เค้าไม่มีที่ไป แต่เค้าไปไม่ได้ เค้าทิ้งคนตรงหน้าไปไม่ได้ เค้ารู้ว่าคนตรงหน้าตอนนี้กำลังเปราะบางอย่างที่สุด
                                      "......กูรักเค้ามึง กูรักเค้า" ร่างโปร่งโผเข้ากอดอย่างหมดท่าน้ำตามากมายไหลอาบเสียจนไม่เหลือคราบคุณหนูชานยอลผู้เเสนเคร่มขรึมอีกเลย
                                      "อืม ตัดใจแล้วเริ่มต้นกับใครสักคนเถอะนะ ชานยอล" อี้ฟานลูบหลังปลอบคนที่กำลังร้องไห้โยเย คำว่ารักมันเสียดแทงหัวใจเค้าแปลกๆ มันมีอิทธิพลกับเค้าจนเค้าต้องจมดิ่งลงสู่ห้วงคิดของตัวเองบ้าง
 
                                       เริ่มต้นใหม่กับฉันมั้ยชานยอล...........


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #468 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 19:55
    ฮุนฮานดูสวีทมาก ดูมีโมเม้นท์ ดูเหมือนเป็นคู่รักเหมือนคนทั่วๆ ไป แล้วอ่ะ แฮ่กมาก หื่นมากด้วย
    ส่วนคริสยอลนี่จะดุเดือดกันไปไหน จะล้มคนแมนแบบชานยอลนี่ยากจริงๆ นะ
    #468
    0
  2. #231 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 12:22
    น่าสงสารชานยอลกับเซฮุนนะ อี้ฟานก้อช่วยดูแลชานยอลด้วยล่ะ คิดว่าถ้าชานยอลไม่ดื้อคงจะน่ารักมากเลยอ่ะ
    #231
    0
  3. #59 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 23:34
    ยัยชานยอลเธอหน่ะน่ารักมากรู้ตัวไหมไปด่าพี่เขาทำไมมม พี่ฟานสายแสือกโดยแท้เมื่อไหร่ชานยอลจะรักอิพี่ฮืออออ ยังไม่เห็นเค้ารางเยยย สงสารฮุนอ่ะต้องโดนตีหนักมากแน่ๆเลย ตอนแรกก็สงสารตอนสุดท้ายมั้นหื่นอีกแล้วอร๊ายยย 55555555555555 สู้ๆน่าไรต์
    #59
    0
  4. #51 Jk&ky (@19300627) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2558 / 08:53
    ชอบนะ  สงสารชานฮุน  แม่ทำอย่างกับไม่ใช่ลูก  คงตีองโดนทรมานแน่ๆ ถึงชักและช๊อค  มันเป็นอาการตอบสนองอย่างหนึ่ง 
    #51
    0
  5. วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 07:21
    เซฮุนตกลงนี่สายฮาใช่มั้ย ส่านชานยอลนี่ก็สายขี้อาย อพค.สายขี้เสือก ลู่หานนี่สายอยากรู้ 5555555
    #50
    0
  6. #48 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 11:17
    ชานยอลเขินอ่ะเด่ คิคิ ฟินอ่ะ ว้ายยย ยัยปากแข็งเอ้ย -..........-
    #48
    0