HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 10 สิ่งที่ต้องชดใช้คืน!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 609
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

 

บทที่ 10

                “มี๊ครับ หมาตัวนั้นมันจะตายมั้ย”

            “ไม่หรอกลูก คุณหมอกำลังรักษามันอยู่”

            “แล้วถ้ามันตายล่ะครับ”

            “ถ้ามันตายจริงๆ ลูกอย่าเสียใจไปนะ ให้ถือซะว่ามันไปดีแล้ว มันจะไม่เจ็บอีกแล้ว”

            “แต่ผมไม่อยากให้มันตาย” เด็กชายตัวน้อยที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดรีบปาดน้ำตา ลู่หานที่กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเก้าอี้หันไปมองพี่ชาย

            “คุณ เจ้าหมานั่นเป็นไงบ้าง”

            “ป๊าฮะมี๊บอกว่ามันจะตาย” เด็กน้อยเริ่มกลั้นเสียงสะอื้น ผู้เป็นพ่อก้มลงก่อนจะดึงลูกชายคนโตเข้ามากอดปลอบ

            “ไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้หรอกลูก มันเป็นหมาข้างถนน มันคงเตรียมใจไว้แล้วว่าสักวันมันต้องเป็นแบบนี้ ลูกก็ควรจะเผื่อใจไว้นะลูกจะได้ไม่เจ็บปวด”

            “ผมไม่เข้าใจ มันต้องดีขึ้นสิฮะ”

            “งั้นมาภาวนาให้มันดีขึ้นเถอะ อี้ฟาน”

 

……………………………………………………………………………………………………………………………

                อี้ฟานลืมตาตื่นขึ้นมองดูฝ้าเพดานสูง ร่างกายเหมือนเป็นอัมพาตทั่วตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ.......

                                ไม่ทราบห่าอะไรล่ะ.......

                “ตื่นสายจริงเลยนะ” เสียงโทนต่ำเอ่ยดังขึ้น ก่อนที่เตียงจะยุบหวบลง ชานยอลที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เดินเข้ามาหาคนที่เอาแต่ลืมตามองเพดานไม่ยอมขยับตัว

                “เมื่อคืน.....”

                “เมื่อคืนทำไมครับเมีย” กระหม่อมขาวๆที่เริ่มชื้นเหงื่อถูกชานยอลหอมไปหนึ่งฟอด ร่างโปร่งขึ้นคิ้วทันทีที่รู้สึกถึงความผิดปกติ มือบางสัมผัสกับหน้าผากของอีกฝ่ายก่อนจะลองวัดกับตัวเองดูบ้าง

                “ลุกไหวมั้ย รู้สึกนายจะมีไข้นะ” ชานยอลเริ่มจับส่วนอื่นดูบ้าง แต่กลับเย็นเฉียบแถมเหงื่อยังออกมากมายอีกด้วย อี้ฟานหลับตาลง ก่อนจะส่ายหัว เค้าคงไม่สบายจริงๆนั่นล่ะ ทั้งเจ็บทั้งชาทั้งปวดเมื่อยไปหมด นี่เหรอความรู้สึกของคนที่โดน......

                ชานยอลลุกไปยังโต๊ะทำงานก่อนจะค้นหากระปุกยาพาราที่ซ่อนอยู่ข้างใน เค้ารินน้ำใส่แก้วก่อนจะเดินมาหาคนที่นอนอยู่

                “กินยาไปก่อนนะคงช่วยได้ ไว้จะให้คนใช้ทำข้าวต้มให้” ชานยอลสะกิดคนที่เอาแต่นอนหลับตา อี้ฟานลืมตาตื่นก่อนจะหันไปมอง

                “ไม่เอา....” ชานยอลมองก่อนจะวางแก้วไว้บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะลุกขึ้น

                “โอเค กินข้าวก่อนแล้วกันนะ” ว่าเสร็จก็เดินหายออกไปจากห้อง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็มีคนเปิดประตูเข้ามา เจ้าของไข้ของเค้าที่ถือถาดโจ๊กพร้อมแก้วน้ำเข้ามาให้เอง

                ร่างสูงขยับตัวนอนตะแคงก่อนจะหลับตาลง ชานยอลที่นำถาดไปวางไว้บนโต๊ะถึงกับถอนหายใจ เค้าไม่คิดว่าไอ้บ้านี่จะงอแงขนาดนี้ ตอนนั้นเค้างอแงแบบนี้ด้วยรึเปล่านะ.....

                “ไม่แดกก็ไม่ต้องแดก อยากแดกตอนไหนก็ลุกขึ้นมาละกัน” คนที่ความอดทนไม่ค่อยสูงว่า ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานเพื่อเคลียร์เอกสารไปเงียบๆ โดยไม่สนใจคนที่นอนหันหลังให้อีก

 

                13.00

                “.........” ชานยอลเงยหน้ามองนาฬิกาก่อนจะหันไปมองคนที่ยังอยู่ท่าเดิมพร้อมกับเสียงกรนเบาๆ ร่างฌปร่งก้มลงทำงานต่อโดยไม่คิดที่จะเรียกใดๆ

                15.00

                “ลุกได้แล้วมั้ง” ชานยอลที่เพิ่งจัดการงานเสร็จเงยหน้าดูนาฬิกาอีกครั้ง มันตีบอกเวลาสามโมงตรง ชานยอลลุกจากที่นั่งก่อนหายออกไปจากห้อง

                ไม่นานนักก็กลับมากับชามโจ๊กที่ส่งกลิ่นหอมยั่วคนที่นอนอยู่บนเตียง ชานยอลเดินเข้าไปหาก่อนจะนั่งลงตรงขอบเตียงพร้อมกับเขย่าคนท่เอาแต่นอน

                อี้ ฟานที่รู้สึกไม่ค่อยสบายเพราะปวดระบมไปทั้งร่างเพราะจากศึกเมื่อคืน เริ่มงอแงกับเจ้าของไข้ วันนี้เค้าแทบจะไม่ได้ลุกไปไหนเลย ได้แต่นอนอยู่บนเตียงของคุณหนูชานยอล

              "อ่อนจริงๆเลย แค่นี้ทำเป็นล้มหมอนนอนเสื้่อ เอ้า ลุกขึ้นมากินโจ้กเร็วเข้า"

              "ไม่เอา" อี้ฟานมุดหน้ากับตักคนที่นั่งอยู่ตรงขอบหัวเตียง แถมในมือยังถือชามโจ้กไว้ ชานยอลหัวเราะกับท่าทางคนป่วยก่อนจะเริ่มเอ่ยเสียงนุ่มขึ้นไม่โวยวาย 

              "เมียครับ ไม่กิน จะไม่หายนะ"

               "ไม่เอาครับ เมียไม่ต้องการ" ไม่ต้องการเป็นเมียมึง ไอ้สัส!

                “ไม่เอาลุกมากินดีๆ” ชานยอลทั้งดึงทั้งดันแต่คนที่ตัวโตกว่าก็ไม่ขยับ อี้ฟานโอบรัดรอบเอวนั้นไว้ ก่อนจะผงกหัวขึ้นมามองด้วยสายตานิ่งๆ

                “มุมอ่อนโยนของคุณหนูก็มีนิครับ”

                “หมายความว่าไง” ชานยอลขมวดคิ้ว ก้มลงมองคนที่กอดเอวเค้าอยู่

                “ถ้าคุณหนูทำตัวดีๆ ผมว่าผู้หญิงที่ชื่ออลิซนั่นคงไม่หนีคุณหนูไปกับผู้ชายคนอื่นหรอกครับ”

                “............” ชานยอลจ้องมองนิ่งๆ มือที่ถือชามโจ๊กกำแน่นเสียจนแทบแหลกคามือ

                “ไม่ต้องดงต้องแดกมันละ” ชานยอลสะบัดตัวลุกขึ้นจนคนที่รัดเค้าอยู่ต้องกลิ้งไปอีกฝั่ง อี้ฟานร้องโอดครวญทันทีเพราะยังเจ็บไม่หาย ร่างโปร่งหยิบฉวยขวดยาพร้อมกับเดินถือชามโจ๊กตึงตังเข้าไปในห้องน้ำ เสียงกดชักโครกดังตามมาพร้อมกับเสียงโครมคราม

                อี้ฟานกระตุกยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง แค่โดนจี้จุดนิดๆหน่อยๆก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟซะละ.....

 

                คนขี้โมโหเดินออกมาจากห้องน้ำ ร่างโปร่งคว้าเสื้อที่วางอยู่บนพื้นปาใส่คนที่กำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงเค้า “จะไปไหนก็ไป ไปตายห่าที่ไหนก็ไป” ชานยอลตะคอกใส่ก่อนจะคลานเข่าขึ้นเตียงจับคนที่ที่หน้าตายียวนให้ลงจากเตียง

                “โอ้ย เบาๆสิครับ ไม่สงสารเมียคนนี้บ้างเหรอ”

                “ไม่! ออกไป มึงมัน.....”

                “ผมมันทำไม” อี้ฟานจับข้อมือของคนที่กำลังองค์ลงเอาไว้พร้อมกับจ้องด้วยดวงตาสีน้ำตาลคมดุๆ จนชานยอลชะงัก หน้าตาซีดของคนป่วยแถมยังเพิ่งตื่นใหม่ ช่างน่าหลงใหลมากกว่าปกติ โดยเฉพาะตอนที่ชายหนุ่มตรงหน้ากำลังเปลื่อยอกเปล่าไร้เนื้อผ้าใดๆปกปิด

                “ปล่อย!” ชานยอลเริ่มดิ้นดึงดัน จนอี้ฟานจำเป็นต้องปล่อย เค้าลงจากเตียงรีบใส่ชุด ก่อนจะเดินเซๆออกไปจากห้อง แต่ยังไม่วายหันมามองคนที่นั่งคุกเข่าอยู่บนเตียง

                อี้ฟานยิ้มมุมปากอย่างคนที่ได้ชัยชนะมาครอง ก่อนจะปลีกวิเวกหายออกไปจากห้อง ชานยอลที่มองประตูปิดลงเงียบๆ ทุบกำปั้นลงกับที่นอนหนานุ่ม

                ทำไมเพราะเค้าเป็นแบบนี้งั้นเหรอเค้าผิดงั้นเหรอ........

                คนทั้งโลกต่างหากที่ผิดไม่ใช่เค้า!!!

.

.

.

                อี้ฟานที่เดินเซมาถึงห้องแทบล้มสลบลงไปกับเตียงด้วยความที่พิษไข้รุม เค้ากุมขมับแน่น ก่อนจะเลื้อยตัวลงนอนราบไปกับที่นอน หอบหายใจรัวๆ

                “แมร่งเอ้ย รู้งี้กินยาก่อนก็ดี บ้าชิบ” อี้ฟานบ่นก่อนจะข่มตาหลับไปทั้งๆที่ยังปวดหัวจนแทบจะระเบิด ทั้งปวดหัวทั้งปวดเอว บ้าจริงๆ

.

.

.

                ไม่รู้ว่านอนไปนานเท่าไหร่ แต่คงนานมากจนพระอาทิตย์เปลี่ยนเป็นพระจันทร์ อี้ฟานที่ฝันถึงเรื่องเจ้าเฮียสะดุ้งตื่น เหงื่อเย็นๆไหลซึมชื้นจนเสื้อเชิ้ตตัวเก่ารัดติ้วๆ ที่เค้าใส่เปียกไปหมด

                “เปิดเข้าไปเลย ไม่รู้ตายรึยัง เร็วเข้าเดี๋ยวคุณใหญ่จะมาฆ่าฉันเอา” อี้ฟานที่ได้ยินเสียงคนคุยกันด้านนอกรีบล้มตัวลงนอนคดพร้อมกับแกล้งเป็นหลับ เสียงไขประตูดังขึ้น กลุ่มคนสองสามคนเข้ามายืนอยู่ในห้อง

                “น่าสงสารจริงๆ พวกนี้ไปทำอะไรให้คุณหนูเล็กกับคุณหนูใหญ่โกรธเคืองรึเปล่านะ” เสียงแหลมใสของแบคฮยอนเอ่ยขึ้น มือเย็นๆกับแรงกดทับของคนตัวเล็กที่เค้ารู้สึกได้

                “ตัวร้อนจี๋เลยครับ พี่เลย์”

                “ไม่ต้องยุ่ง เอาของไว้นี้แล้วออกไปกันเถอะ คุณหนูสั่งมาแค่นี้ เร็วเข้า” หัวหน้าพ่อบ้านสั่ง แบคฮยอนจึงลุกออกไปจากตัวเค้า อี้ฟานหรี่ตาขึ้นมองเมื่อเห็นว่าทั้งสองออกไปเรียบร้อยแล้ว

                โจ๊กในถาดส่งกลิ่นหอม แถมยังมียาหลากชนิดที่วางอยู่บนถาดอาหาร ขวดน้ำพร้อมกับแก้วใสก็ถูกเตรียมมาให้ด้วย ร่างสูงลุกขึ้นไปหยิบขวดยาแก้ปวดขึ้นมาก่อนจะเทลงฝ่ามือแล้วกระดกเข้าปากพร้อมตามด้วยน้ำเปล่า เค้าล้มตัวลงนอนทันที

                “หมอนั่นน่ะเหรอ....” อี้ฟานพึมพำก่อนจะโคลงหัวไปมาแล้ว หลับตาลง

.

.

.

                “คัมปายยยย” เสียงชนกระป๋องเบียร์ดังเบาๆ ก่อนที่ทั้งสองจะกระดกมันเข้าปาก

                “ดื่มได้ด้วยเหรอ ไม่น่าเชื่อเลยแหะ”

                “ฉันดื่มได้นิดหน่อยคะ” หญิงสาวกล่าวก่อนจะยกดื่มด้วยท่าทางสบายๆ หล่อนดื่มได้นิดหน่อยามที่พูด ถ้าเกินกระป๋องที่สามสำหรับเบียร์เธอก็เริ่มเมาแล้ว ถ้าเป็นโซจูหรือเหล้าแรงๆนี่ไม่ต้องพูดถึง

                “แต่พี่ดื่มได้ทั้งคืนเลยล่ะ” ลู่หานว่าพลางยิ้มๆ หญิงสาวยิ้มตาม ก่อนจะชี้ให้ชายหนุ่มดู รถที่ขับผ่านไปมา

                “จีนยุ่งวุ่นวายเหมือนเกาหลีมั้ยคะ”

                “ก็นิดหน่อยนะ ไม่ได้เยอะอะไร แต่แถวบ้านพี่ไม่ค่อยมีรถผ่านหรอก” ลู่หานอธิบายก่อนจะถามกลับ “แล้วที่ไทยวุ่นวายเหมือนจีนกับเกาหลีรึเปล่า”

                “ที่บ้านของฉันเหรอคะ” ลู่หานพยักหน้า

                “ฉันเป็นลูกชาวสวน เรื่องวุ่นวายอย่างรถผ่านไปมาแบบนี้ไม่มีหรอกคะ สงบเรียบง่าย แต่ถ้าเมืองหลวงประเทศเรานี่ ขึ้นชื่อเรื่องรถติดมากเลยนะ” ลินดาเล่าไปเรื่อยๆ พร้อมกับสายตาที่กวาดมองรถที่ผ่านไปมา โดยไม่ได้มองคนที่อยู่ข้างๆเลยว่าเค้าเอาแต่สนใจคนเล่าเรื่องมากกว่าเรื่องเล่า

                “ชาวสวนงั้นเหรอ มันเป็นยังไงล่ะ”

                “บ้านฉันทำสวนทุเรียนคะ”

                “ทุเรียน....คือผลไม้เหรอ”

                “ไว้กลับไปฉันจะลองเอามาฝากพี่นะ ไม่รู้ได้มั้ย”

                “อยากบินไปทานถึงถิ่นมากกว่า” ลู่หานเอ่ย หญิงสาวหัวเราะก่อนจะวางกระป๋องเบียร์ลงแล้วก้มลงมองดูนาฬิกาบนข้อมือ

                “ฉันต้องไปแล้วคะ ไว้มีเวลาว่างก็มาคุยกันใหม่นะคะ อย่าตามมาล่ะกลับบ้านพี่ไปได้แล้วนะ” ลินดาเอ่ยพร้อมกับที่รถบัสจอดสนิทที่ป้าย ลู่หานจ้องมองคนที่ค่อยๆเดินขึ้นรถบัสไป อยากจะตามไปอยู่หรอก แต่สาวเจ้าสั่งขนาดนั้น เค้าจะขึ้นไปได้ยังไง

                ลู่หานโบกมือให้คนที่โบกมือมาทางเค้า รอยยิ้มสดใสของหญิงสาวช่างน่าหลงใหลเสียเหลือเกินสำหรับเค้า

                “เห้อ ต้องกลับไปแล้วสินะ” ลู่หานบ่นกับตัวเองก่อนจะนั่งกระดกเบียร์เข้าปาก ให้หมดก่อนจะลุกขึ้นจากป้ายรถเมล์ เดินห่างออกไป เพื่อขึ้นรถไฟใต้ดินกลับบ้าน

.

.

.

                เซฮุนที่ไม่เห็นหน้าลู่หานตั้งแต่กลับจากมหาลัยได้แต่กระวนกระวาย ทั้งโทรจิกทั้งถามไถ่พวกคนใช้ในบ้านก็เอาแต่บอกว่าลู่หานออกไปข้างนอก หลังจากเลิกงานแล้ว

                “หยุดเดินสักทีได้มั้ย เวียนหัว กลับห้องแกไปๆ” ชานยอลที่กำลังนั่งทำงานและการบ้านสำหรับ ป.โท ตะคอกใส่คนที่เอาแต่มาเดินวนไปวนมาในห้องของเค้า คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีๆอยู่ยังจะมาทำให้โมโหเพิ่มอีก

                “ก็ยัยบ้านั่นหายไปไหนไม่รู้ไม่ยอมกลับบ้าน”

                “ก็ไปรอเค้าที่ห้องซะสิ” เซฮุนมองพี่ชายก่อนจะสะบัดตัวเดินไปนั่งที่โซฟา วันนี้เค้าต้องเล่นกับตุ๊กตาตัวโปรด แต่เพราะต้องออกไปมหาลัย

                “งั้นก็เรียกมาทำโทษเหมือนทุกๆทีซะเซ่!

                “ไม่ได้ หมอนั่นเลิกทำอะไรแผลงๆแล้ว” ไอ้แผลงๆที่ว่าก็พวกที่เด็กคะนองจะทำกันนั่นล่ะ เค้ารู้หรอกว่าลู่หานเป็นคนทำเพื่อแก้แค้นเค้า แต่นั่นมันก็เป็นเหตุผลพอให้เค้าจัดการสำเร็จโทษตุ๊กตาตัวนั้นได้

                แต่วันนี้......ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย.......

 

                “แล้วแกจะสนอะไรเถือกนั้นทำไม”

                “ผมไม่อยากโดนแม่ตบหน้าเหมือนพี่ยังไงล่ะ” ชานยอลวางปากกาดังโป๊ก ก่อนจะจ้องเขม็งใส่น้องชาย

                “มันไม่เกี่ยวด้วยเลย หุบปากไปซะเซฮุน” ชานยอลลุกพรวดจากเก้าอี้ ก่อนจะเดินปึงปังออกไปจากห้อง เพราะไร้สมาธิที่จะทำงาน เซฮุนกอดอกมองหน้าตาบูดบึ้งเพราะหงุดหงิดรำคาญใจ

.

.

                ชานยอลที่เดินออกมาสูดอากาศเพื่อหวังจะผ่อนคลายอารมณ์จะได้กลับไปทำงานต่อให้เสร็จๆ เค้าจ้องมองดูน้ำพุขนาดใหญ่พร้อมกับแมกไม้ที่จัดวางอย่างสวยงาม ที่นี้สวยมาก แต่มันก็ไม่ได้สวยเท่ากับบ้านหลังเก่าก่อนที่เค้าจะย้ายมาเท่าใดนัก

                ชานยอลหันมองเรือนพักคนใช้ที่เปิดไฟอยู่ไม่กี่ห้อง หมอนั่นจะเป็นยังไงบ้างนะ.....

                ร่างโปร่งเดินกอดอกทำเป็นเมียงมองแล้วเดินเข้าไปยังเรือนพักคนใช้ ทำทีเป็นเดินตรวจความเรียบร้อยทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อนเลยสักครั้ง เค้าเดินไปเดินมาจนสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ห้องท้ายสุด ที่ปิดไฟมืดสนิท

                “ขอโทษครับ คุณหนูชานยอล มีอะไรเหรอครับ”

                “เห้ย!” ชานยอลตกใจกับคนที่มายืนด้านหลังเค้าโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ลู่หานที่เพิ่งกลับจากด้านนอกไขประตู ก่อนจะเปิดเข้าไป ชานยอลที่ทำท่าจะหันหลังกลับ ถูกลู่หานจับข้อมือเอาไว้ได้เสียก่อน

                “มีอะไรเหรอครับ ถึงมาที่นี้”

                “ฉันแค่มาตรวจดูว่าเรียบร้อยดีมั้ย” ชานยอลสะบัดข้อมือออกอย่างแรง จนมือลู่หานฟาดกับประตูเสียงดัง เสียงครางของคนในห้องบ่งบอกได้ว่ากำลังตื่น ร่างโปร่งหันรีหันขวางก่อนจะรีบกระชากเท้าเดินปึงปังห่างออกไป

.

.

                ลู่หานที่กำลังทำหน้าตาเหยเกเพราะเจ็บปวดส่ายหัว อย่างไม่เข้าใจ เค้าเอื้อมมือไปเปิดไฟ ก่อนจะปิดประตู

                “พี่!!

                “เสียงดังอะไรกันวะ”

                “เห้ย ทำไมถึงซมได้ขนาดนี้ ไม่สบาย?” ลู่หานเอามืออังหน้าผากคนที่เดินโซเซเข้ามาใกล้ ประจวบกับหันไปมองถาดที่วางชามกับยาอีกหลายแขนง

                “ไปทำอะไรมา ทำไมถึงไม่สบาย” อี้ฟานล้มแผละใส่น้องชาย เอาละไง ไม่สบายทีไรล่ะเป็นแบบนี้ทุกที อ้อแอ้เป็นเด็กสามขวบไปได้ ไอ้พี่บ้า!

                “หิววว”

                “จะเอาโจ๊กไปอุ่นให้นะ รอก่อน”

                “ออกไปกินของข้างทางกันเถอะ”

                “ห๊ะ”

.

.

.

                คนป่วยดื้อจะกินสุดท้ายก็ต้องออกมากินจนได้ ใบหน้าที่เคยซีดของคนป่วยเริ่มดีขึ้น เมื่อได้รับของเผ็ดๆเข้าไปสร้างภูมิคุ้มกัน

                “พี่....ถามไรหน่อย”

                “อะไร” อี้ฟานที่กำลังยัดลูกชิ้นปลาเข้าปาก หันมาถาม วันนี้เค้าไม่ได้กินอะไรเลย นอกจากน้ำกับยา

                “ตอนเดินดูแปลกๆเนอะ ไปทำไรมา”

                “โดนเอา”

                “แค่ก อ๊อก! แค่กๆๆ” ลู่หานที่กำลังจิ้มต๊อกเข้าปากสำลักดังอ๊อกจนต้องตีอกตัวเองเป็นพัลวัน พี่ชายเค้าหันมาก่อนจะส่งยิ้มขำๆให้

                “ไม่วะ น่าตกใจตรงไหน”

                “พี่เนี้ยนะ.....ใครเอาพี่....อย่าบอกนะว่า” ลู่หานพยักหน้าเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง

                “ถึงว่าอะไรของมึง” อี้ฟานหยิบไส้กรอกมากินอีกไม้

                “ถึงว่าทำไมคุณหนูใหญ่นั่นมาด้อมๆมองๆแถวห้องเรา มันเป็นแบบนี้นี่เอง”

                “ไม่ใช่แค่ด้อมๆมองๆเว้ย แกเห็นถาดข้าวถาดยานั่นใช่มั้ย นั่นก็คุณหนูสั่งให้แบคฮยอนเอามาให้”

                “อู้วววว แล้วนี่ไปซัมติงกันได้ยังไง แล้วทำไมพี่ถึงโดนไอ้หน้าหวานนั่นโซ้ยเอาได้”

                “ไอ้ห่า เคยมั้ยล่ะกำลังเคลิ้มๆ แต่กลับถูกใส่กุญแจมือล็อคกับหัวเตียง แล้วถูกข่มขืนน่ะ จะยัดก็ยัดอย่างเดียว แมร่ง พูดแล้วยังสยองอยู่เลย” อี้ฟานดิ้นไปมา ไอ้คุณหนูใหญ่นั่นมันต้องโรคจิตหรือจิตไม่ปกติแน่ๆ ถึงทำกับคนอื่นได้

                “เหอๆ ทั้งพี่ทั้งน้องเลยสินะ” อี้ฟานมองด้วยหางตาก่อนจะขำออกมาน้อยๆ

                “เรื่องนี้บอกไว้ก่อนเลยว่า ไม่ได้เอาคืนนี่นอนตายตาไม่หลับ แค้น แค้นมาก” อี้ฟานขว้างไม้ลงกับโต๊ะเคาน์เตอร์ คุณป้าที่นอนฟังวิทยุรอบดึกพร้อมอ่านหนังสือไปด้วยหันมามองพวกเค้า

                “ใช้ ฉันก็แค้นอ่ะพี่ แต่ทำไรไม่ได้”

                “เหอะ ยัยคุณหนูนั่น ต้องเสร็จฉัน”

                “พี่เสร็จเค้าไปแล้วไม่ใช่เหรอ”

                “พูดมาก” อี้ฟานตบกบาลน้องชายอย่างอารมณ์ที่ถูกขัด ลูกชิ้นปลาอีกไม้ถูกชายหนุ่มหยิบมาก่อนจะยัดเข้าปากด้วยท่าทางโมโห

                นายต้องชดใช้ เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับ อู๋ อี้ฟาน คนนี้.......

.

.

.

.

ต่อ

 

 

                หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้ว อี้ฟานไม่ได้เจอหน้าคุณหนูชานยอลอีกนับตั้งแต่วันที่เค้าไม่สบาย เค้ายังคงทำงานตามปกติอยู่ใต้ชายคาคฤหาสน์สีเขียวหม่นตั้งแต่เช้าจรดเย็น ตกดึกก็เข้านอนไม่ต่างจากเดือนแรกที่เข้ามา

                และจากที่เค้าสังเกตดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ลู่หานเคยพูด เมื่อไหร่ที่คุณนายอยู่บ้าน พวกเค้าและเหล่าคนใช้จะไม่เห็นหน้าคุณหนูทั้งสองในบ้านเลย

                “เอ่าๆ มัวเหม่ออะไรรีบขุดดินแล้วเอาต้นไม้ลงไปสิ ชักช้า” เสียงแวดๆของเจ้านางคนเก่าทำให้อี้ฟานหลุดจากห้วงความคิด ชายหนุ่มปาดเหงื่อบนหน้าผากออก ก่อนจะจับเสื้อสะบัดไปมาเพื่อไล่ความร้อน เค้าขุดดินลงไปลึกพอสมควรก่อนจะช่วยซิวหมินเอาต้นไม้ลง วันนี้เป็นวันจัดสวนใหม่ของคุณนาย ต้นไม้บริเวณบ้านนั้นมากเสียงยิ่งกว่าสวนสาธารณะบางที่เสียอีก

                “เอ้า เสร็จแล้วก็ไปพักได้ เที่ยงรวมตัวกันกินข้าวที่ห้องครัว ตอนบ่ายโมงคุณหนูทั้งสองจะเข้ามาทานอาหารร่วมกับนายหญิงใหญ่พร้อมกับน้องสาว แต่งตัวให้สะอาดล่ะ” อี้ฟานที่ได้ยินเช่นนั้นก็ลุกขึ้นยืน เก็บอุปกรณ์ต่างๆไปทำความสะอาดแล้วนำไปเก็บไว้ที่ห้องอุปกรณ์ พักผ่อนสักยี่สิบนาทีก่อนที่จะถึงเที่ยงตรง

.

.

                ลู่หานที่ถูกเกณฑ์ให้ไปทำอาหาร ยิ้มระรื่นเมื่อเห็นพี่ชายเดินเข้ามาในส่วนห้องครัว เพราะพ่อครัวใหญ่ทั้งสองคนต้องไปเตรียมอาหารให้กับเจ้านาย อาหารของคนใช้จึงเป็นคนใช้ที่ทำกินกันเอง ภาชนะที่ใส่อาหารก็เป็นเหมือนทุกๆครั้ง อาหารหลากหลายและมากพอให้คนใช้ทั้งหมดทานได้อย่างอิ่มท้อง ทุกคนรวมตัวกันจับเข่าคุย โดยมีสองพี่น้องเป็นหัวโจกสร้างเสียงหัวเราะ พวกเค้าทานอาหารคำพูดคำไม่ต่างจากทุกๆวันที่มีนัดรวมกินข้าว

                “นี่ฉันถามอะไรหน่อยสิอี้ฟานลู่หาน”

                “หืม/หือ”

                “พวกนายสองคนทำไมถึงถูกคุณหนูเรียกใช้บ่อยจัง” ลู่หานที่เลิกคิ้วพร้อมกับก้มหน้าตักข้าวเข้าปาก อี้ฟานเหล่ตามองพร้อมกับยิ้ม ก่อนจะเป็นคนถามกลับ

                “นายคิดว่าไงล่ะแบคฮยอน นายลองนึกดูสิ”

                “ถ้าคุณหนูชานยอล....” แบคฮยอนทำถ้านึกทำให้คนที่ได้ยินรีบเข้าแทรก

                “ได้ยินว่าคุณหนูใหญ่น่ะกลัวผี เคยเรียกคนใช้ขึ้นไปนอนเป็นเพื่อนนะ”

                “ผู้หญิงผู้ชายเหรอหมิน” อี้ฟานถามเหมือนอยากรู้ไปงั้นๆ ซิวหมินขมวดคิ้วนึก

                “ผู้หญิงมั้ง เห็นเค้าว่ากันแบบนั้น แต่ฉันไม่เคยเห็น”

                “ผมก็ไม่เคยเห็นครับ” แบคฮยอนเอ่ยสำทับ อี้ฟานพยักหน้า ก่อนจะกลืนข้าวที่เคี้ยวเสร็จแล้วลงกระเพาะ

                “ใช่ เค้ากลัวจริงๆ แต่ก็ไม่เห็นมีอะไรนี่นา สงสัยไม่ค่อยกลับมานอนบ้านล่ะมั้ง”

                “อื้อ น่าจะใช่ เพราะคุณหนูชานยอลไม่เคยจะกลับมานอนที่บ้านเลย มีแต่ช่วงสองอาทิตย์ก่อนที่กลับมาบ้าน แต่ก็แทบจะไม่เห็นเพราะอยู่แต่บนห้อง เห็นตัวเป็นๆไม่กี่ครั้ง ฮ่าๆ” คนใช้ต่างร่วมหัวเราะแห้งๆไปด้วยกัน อี้ฟานและลู่หานมองหนากันก่อนจะก้มหน้าลงกินข้าวไปเงียบๆ โดยไม่พูดอะไรอีก

.

.

                คนใช้ทุกคนที่ไม่ได้อยู่บนเรือนใหญ่ต่างออกมาต้อนรับคุณหนูทั้งสองพร้อมกับน้องสาวคุณนายใหญ่ น้องสาวคุณนายใหญ่มาถึงเมื่อสิบนาทีก่อนเรียบร้อยแล้ว มีเพียงสองพี่น้องที่ขับรถกันมาคนละคัน เค้ายังคงนิ่งเงียบกวาดสายตาเย็นชามองเหล่าคนใช้ที่ยืนต้อนรับอยู่

                เซฮุนที่เดินมาหยุดยืนอยู่หน้าลู่หาน ร่างสูงจ้องมองก่อนจะกระชากปกคอเสื้อของคนที่ยืนนิ่งๆ “แต่งตัวให้มันเรียบร้อยหน่อย นายนี่มันบกพร่องแถมยังจองหอง ทำไมยังไม่ถูกไล่ออกไปสักที.....”ชานยอลที่เพิ่งลงจากรถเดินล้วงกระเป๋าข้างหนึ่งสะพายเป้มาข้างหนึ่งก้าวนิ่งๆมาหยุดยืนอยู่ข้างๆน้องชายหน้าอี้ฟานพอดี

                อี้ฟานยิ้มน้อยๆให้กับคุณหนูใหญ่ แต่ดูคุณหนูจะมองเมินผ่านเค้าไป เซฮุนกวาดสายตามองลู่หานตั้งแต่หัวจรดเท้า เสียงหายใจของแต่ละคนที่อยู่บริเวณนั้นแทบจะหยุดนิ่ง เพราะรู้เกียรติศัพท์ของคุณหนูเล็กดีว่าชอบกลั่นแกล้งคนใช้ที่ชื่อลู่หานมากแค่ไหน

                “นายกับนายขึ้นตึกใหญ่ไปช่วยเสริฟ์อาหาร หากทำตัวแย่ๆอีกพวกนายสองคนโดนไล่ออกแน่” เซฮุนหันไปมองคนที่สูงกว่าเค้า อี้ฟานกับลู่หานก้มหัวเอ่ยรับคำ

                “เอารับไป” ชานยอลโยนกระเป๋ากระแทกใส่คนที่ไม่ได้ตั้งตัว อี้ฟานรับกระเป๋า ก่อนมองดูสองคุณหนูตัวแสบเดินห่างออกไป พอคุณหนูทั้งสองเข้าไปแล้ว เสียงพูดคุยเบาๆก็ดังขึ้น สายตาหลายสิบคู่หันมามองพวกเค้าสองคนเป็นตาเดียวแล้วเริ่มซุบซิบ

                “เหนื่อยหน่อยล่ะนะ สู้ๆล่ะ” แบคฮยอนยกกำปั้นชูขึ้น ก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปพักผ่อน

                “เอ้า ไปได้แล้ว มายืนบื้ออะไรแถวนี้” พ่อบ้านเลย์บ่นก่อนจะเดินเชิดนำพวกเค้าเข้าไปในตึกใหญ่ สองพี่น้องมองหน้ากันก่อนจะส่ายหัว

.

.

                เสียงสนทนาเงียบลงเมื่อสองพี่น้องเข้ามายังโต๊ะอาหาร ผู้หญิงที่สระสวยไม่ต่างกันคนหนึ่งยิ้มระบายส่วนอกคนทำเพียงขยับตัวแล้วแปรเปลี่ยนสีหน้าเป็นเรียบนิ่ง เซฮุนและชานยอลก้มหัวโค้งสุภาพให้ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลงตรงกันข้ามกับแม่และน้าสาว

                “สวัสดีจ่ะเซฮุนชานยอล โตขึ้นเยอะเลยนะจ้ะ”

                “คุณน้าอารึมก็ยังสวยไม่เปลี่ยนครับ” ชานยอลว่าพร้อมกับยิ้ม เค้าชอบน้าตัวเองมากกว่าแม่ตัวเองเสียอีก

                “พี่จองอึมจำสมัยที่พี่ให้ฉันช่วยเลี้ยงเซฮุนได้มั้ย”

                “ทำไมเหรอ” จองอึมถามเสียงห้วนพร้อมกับชักสายตาใส่น้องสาวตนเอง เซฮุนและชานยอลขยับตัวน้อยๆเพราะเกร็งเล็กน้อย คุณน้าอารึมเงียบใบหน้าถอดสีไปนิด

                “วันนี้คุณน้าสวยมากนะครับ เสื้อลูกไม้เข้ากับคุณน้ามาก” ชานยอลเอ่ยพร้อมกับยิ้มละไม เซฮุนที่นั่งบีบนิ้วอยู่ยิ้มออกมาน้อยๆ

                ไม่ทันที่จะพูดอะไรกันต่อสำรับอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟ คนใช้รวมทั้งหัวหน้าพ่อบ้านเดินเข้ามาพร้อมกับโยกจานไปเสิร์ฟให้กับทั้งสี่คน

                “ความจริงพี่ไม่เห็นต้องชวนฉันมาทานข้าวด้วยเลย”

                “ทำไมล่ะ....ฉันแค่อยากทานข้าวกับลูกฉันแต่พวกเค้าไม่ยอมมาเพราะติดแม่นมอย่างเธอ ฉันเลยต้องชวนเธอมาไง” อารึมเหมือนโดนน้ำเย็นสาดใบหน้าจนชา หล่อนระบายยิ้มออกมาอีกแล้ว ชานยอลที่จ้องมองอยู่ได้แต่กำซ่อมสำหรับหั่นเนื้อไว้แน่น

                “เป็นอะไรชานยอล”

                “เปล่าครับแม่”

                “การกลับบ้านมากินข้าวนี่มันยากเย็นมากใช่มั้ยชานยอลเซฮุน” เสียงรอบด้านเงียบสงัดเมื่อนายหญิงใหญ่องค์ลง สามพ่อบ้านและอีกหนึ่งแม่บ้านที่ยืนอยู่มุมไกลๆ รีบก้มหน้า บรรยากาศบนโต๊ะอาหารช่างน่าอึดอัดเสียจนอยากลุกเดินหนี

                “ไม่หรอกใช่มั้ย เซฮุนชานยอล” น้าสาวของพวกเค้าพยายามเปลี่ยนบรรยากาศบนโต๊ะอาหารให้ดีขึ้น

                “ถ้าทานอาหารเสร็จทั้งสองคนลุกขึ้นแล้วตามฉันมาบนห้องทำงาน” คุณนายใหญ่ลุกพรวดก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีออกไป

                “พวกเธอทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ ชานยอลเซฮุน หืม”

                “พวกผมไม่ได้ทำอะไรผิด ขอตัวนะครับ เซฮุน” ชานยอลลุกขึ้นก่อนจะตามด้วยเซฮุน

                “นั่งลงเจ้าเด็กสองคนนี้” ชานยอลมองกลับไปก่อนจะหันหน้าหนี

                “ถ้าคุณน้าไม่มาพวกเราก็ไม่ได้จะมานักหรอก ต่อไปคุณน้าก็ปฏิเสธคำชวนของแม่ซะสิครับ พวกผมจะได้ไม่ลำบาก”

                “ชานยอลเธอพูดแบบนี้ได้ยังไง นั่งลง เซฮุนด้วย” เสียงสั่งเบาๆแต่เข้มพอให้เด็กทั้งสองทำตาม อี้ฟานและลู่หานที่เงยหน้ามองสถานการณ์เบื้องหน้าได้แต่ขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจถึงความสัมพันธ์ของสามแม่ลูกนี่เลย

                เซฮุนนั่งลงก่อนอย่างขัดไม่ได้ก่อนจะตามด้วยชานยอลที่มีท่าทีหึดหัด

                “ฉันมาเจอพวกได้ไม่บ่อยเพราะโซลกับปูซานมันไกลกันมาก น้าคิดถึงพวกเธอนะ อยู่ทานข้าวกับน้าเถอะนะ” หล่อนเอ่ยเสียงเบาหวิว ชานยอลและเซฮุนเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะถอนหายใจแล้วเริ่มจับช้อนส้อมและเริ่มทานอาหารตรงหน้า

                อาหารถูกเสิร์ฟจนทุกคนอิ่ม คุณอารึมขอตัวไปเดินเล่น ส่วนเด็กทั้งสองก็เดินขึ้นไปหาแม่ของพวกเค้าที่ห้องทำงาน อี้ฟานที่เก็บจานและโต๊ะอาหารจนเสร็จได้แต่เงยหน้ามองดูสองพี่น้องเดินออกไปจากห้องอาหาร

                “รีบๆทำเข้าสิมัวแต่มองอะไร”

                “ผมปวดท้อง ลู่หานทำต่อที” อี้ฟานวางผ้าลงบนโต๊ะก่อนจะวิ่งหายออกไป

.

.

.

                “แม่มีอะไรกับเราหรือเปล่าครับ” ชานยอลที่เอ่ยถามทันทีที่เข้ามายืนในห้องพร้อมกับน้องชาย เซฮุนนิ่งเงียบก้มหน้าหงุดเหมือนกับจะร้องไห้ ชานยอลหันมองน้องชายก่อนจะยกแขนขึ้นลูบแผงคอน้องชายเป็นการปลอบ

                “เด็กสองคนนี้” หล่อนโยนรูปถ่ายของสองพี่น้องไว้บนโต๊ะ ชานยอลสูดลมหายใจเข้าก่อนจะเงยหน้ามองผู้เป็นแม่

                “ทำอะไรก็ให้มันระวังหน่อย อย่าทำให้ฉันเสื่อมเสีย แกจะไปกินของคาวของเหลือที่ไหนก็ให้ไปกินข้างนอก อย่ามากินคนใกล้ตัวให้เป็นขี้ปากเด็กในบ้าน ฉันไม่ชอบ”

                “ขอโทษครับแม่”

                “ขอโทษแค่นั้นไม่พอ พวกแกต้องเลิกยุ่งกับสองคนนั่น ไม่งั้นฉันส่งพวกมันเข้าตาแรงแกงแน่”

                “พวกเค้าไม่ผิดนิครับ” ชานยอลพูดขึ้นบ้างอย่างร้อนใจ

                “งั้นใครผิด พวกแกสองคนใช่มั้ย” หล่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้โต๊ะทำงานเดินมาหาลูกชายทั้งสอง

                “โอ้ย!” กลุ่มผมนุ่มถูกกระชากติดมือ ชานยอลหลุดร้องออกมาด้วยความเจ็บ สายตาเหยียดหยามของผู้เป็นแม่ส่งมาให้จนชานยอลต้องหลบสายตา

                เพี๊ยะ!

                ชานยอลเซไปนิด เค้าเงยหน้าขึ้นก่อนจะถอยหลังไปหนึ่งก้าว

                “แม่ครับ อย่าทำพี่” เซฮุนเข้าขวาง ใบหน้าหล่อเหลาแดงกล่ำดวงตาคู่สวยรื่นไปด้วยหยาดน้ำใสๆ

                “ถอยไปเซฮุน หลบไปก่อน ไม่มีอะไรหรอก” ชานยอลบอกก่อนจะผลักเซฮุนให้ไปยืนข้างๆ

                “แกมันก็เหมือนกันเซฮุน นอกคอกเหมือนพี่แกไม่มีผิด ทำตัวเสเพลอย่านึกว่าฉันไม่รู้นะว่าแกมันเลวร้ายมากแค่ไหน เลี้ยงเสียข้าวสุก แกนี่มันน่าเอาขี้เถ้ายัดปากจะได้ไม่ต้องโตมา” ผู้เป็นแม่เอานิ้วผลักหัวแรงๆ เซฮุนยืนไปหลบข้างหลังพี่ด้วยความเกรงกลัว

                “เพราะแม่ไม่เคยสนใจพวกเรา เพราะแม่ไม่เคยเลี้ยงพวกเรา แม่รู้เหรอครับว่าพวกเราเป็นคนยังไง แม่ไม่รู้อะไรเลย” ชานยอลพูดขึ้นอย่างเหลืออด แฟ้มบนโต๊ะถูกผู้เป็นแม่ยกขึ้นฟาด ชานยอลก้มหัวเอาแขนรับไว้ด้วยความเจ็บปวด

                “แกมันเหลือขอ แกมันควรตายไปพร้อมพ่อของพวกแก”

                “แม่!” ชานยอลร้อง เซฮุนที่นั่งลงเหมือนเด็กกอดเข่าขดคู้ตัวสั่นเทาใบหน้าแดงกล่ำน้ำตาไหลออกมาอาบแก้ม หญิงวัยกลางคนยังคงก้นด่าพร้อมกับจับแฟ้มฟาดลูกชายคนโตไม่หยุดหย่อน ชานยอลทำได้แค่หลบแล้วเอามือบังไว้อย่างทำอะไรไม่ได้  

                “ถ้าวันนั้น สามีฉันไม่ไปรับพวกแกจากที่ปูซานเค้าก็คงไม่ตาย แกมันมาร มารร้าย”

                “โอ้ย แม่ผมเจ็บ” ชานยอลที่โดนสันเหล็กของแฟ้มกระแทกใส่หัว ชายหนุ่มจับยึดมันไว้ ผู้เป็นแม่ที่พยายามยื้อแฟ้มสู้แรงลูกชายไม่ไหว หล่อนทุ่มใส่ก่อนจะเดินกระทืบเท้าปึงปังเดินไปหยิบแจกันบนโต๊ะริมหน้าต่าง

                “ลุกขึ้นเซฮุนเราต้องไปแล้ว ลุกขึ้นสิ” ชานยอลพยายามลากน้องชายที่เอาแต่นั่งตัวสั่นด้วยความกลัว ผู้เป็นแม่เดินกลับมาพร้อมกับแจกันใส่ดอกไม้ขนาดใหญ่

                “พวกแกต้องชดใช้ พวกแกมันชาติชั่ว พวกแกมันชิงนรกมาเกิด ชานยอล เซฮุน พวกแกไม่ใช่ลูกของฉัน!!!

                “เซฮุนลุกขึ้นสิวะ บ้าเอ้ย” ชานยอลกอดน้องชายเอาไว้เพราะทั้งดึงทั้งลากมันก็ไม่ยอมลุก ร่างโปร่งก้มหัวเตรียมรับแรงกระแทกจากแจกันเต็มที่

                “นั่นลูกชายคุณนะครับ” เสียงทุ่มเอ่ยแข็งๆ ชานยอลที่กอดเซฮุนหลับตาปี๋ค่อยๆเงยขึ้น แรงกระแทกจากแจกันไม่มี แถมเสียงแม่ก็เงียบไปแล้วด้วย

                “แกเข้ามาได้ยังไง”

                “เปิดประตูเข้ามาครับ” อี้ฟานตอบก่อนจะจ้องมองดุดันไปยังคนที่กำแจกันแน่นไม่ปล่อย “ชานยอลพาเซฮุนออกไป” อี้ฟานสั่งชานยอล

                “แกมันเหิมเกริมนักนะ ปล่อย”

                “พอดีผมได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเลยถือวิสาสะเข้ามา ผมต้องกราบขอโทษจริงๆครับคุณนาย แต่ถ้าคุณนายทุ่มแจกันใส่ลูกชายแบบนี้ ผมว่ามันจะเกินไปหน่อย”

                “แกเป็นใครถึงมีสิทธิ์มายุ่งวุ่นวาย ฉันจะแจ้งตำรวจ”

                “ก็เอาสิครับ ผมจะได้แจ้งกลับว่าคุณนายทำร้ายร่างกายลูกชายตัวเอง”หล่อนชะงักไม่คิดว่าคนใช้จะฝีปากกล้าถึงเพียงนี้ หล่อนสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม ก่อนทุ่มแจกันใบโตลงกับพื้นเสียงดังสนั่น

                “ออกไป ออกไปให้หมด” หญิงวัยกลางคนตะโกนลั่นห้อง พร้อมกับกระทืบเท้าชี้นิ้วไล่พวกเค้าทั้งสาม อี้ฟานหันไปพยุงเซฮุนที่ตัวสั่นเทิ้มก้าวขาแทบไม่ออก

                ตายแน่กู มึงตายแน่อี้ฟาน มึงตายแน่!!!

 

                “นายไม่ควรเข้ามายุ่ง”

                “ไม่เข้ามาคุณหนูก็ตายคาห้องพอดีน่ะสิ” อี้ฟานบ่น ชานยอลก้มหน้าไม่ต่อปากต่อคำ ทำเอาคนขี้บ่นใจเสีย

                “เอาเซฮุนมานี่” ชานยอลแบกเซฮุนอีกข้างก่อนจะแยกห่างออกจากอี้ฟาน ขณะที่พวกเค้าลงมาถึงห้องโถงชั้นล่าง “พวกนายโดนไล่ออกแน่ๆ จะทำยังไงต่อไป”

                “ก็หางานใหม่ คุณหนูไม่ต้องห่วงผมหรอก ถือซะว่านี่เป็นหนี้ที่คุณหนูต้องชดใช้คืน” ฉันจะเอาคืนนายชานยอลจะคิดทบทั้งต้นทั้งดอกเลยคอยดู

                ชานยอลมองหน้าอี้ฟานนิ่งๆก่อนจะเอ่ยขึ้น “ถ้านายจะไปกับฉัน ก็ให้ไปตอนนี้ เพราะฉันคงไม่มาที่นี้อีก” ชานยอลเอ่ย เค้ามาที่นี่เพราะต้องการมาทานอาหารกับคุณน้าอารึม ไม่ใช่มาเพราะคำแม่ชวน แล้วจุดประสงค์ของแม่ก็แค่ต้องการลงโทษพวกเค้าในสิ่งที่พวกเค้าทำให้แม่อับอาย

               มันเป็นแบบนี้มาตลอดแต่พวกเค้าพูดอะไรมากไม่ได้........


                “แต่ลู่หาน”

                “ให้ลู่หานไปกับฉัน” เซฮุนเอ่ยขึ้นมา น้ำตามากมายหยุดไหลแล้ว สภาพจิตใจของเค้าก็เริ่มดีขึ้น น้องเล็กจับมือบีบเข้าหากันเพื่อลดอาการสั่นเทา ก่อนจะสูดน้ำมูกฟึดฟัด

                “ไว้เราอยู่กันสองคนเราต้องคุยกัน” อี้ฟานกระซิบข้างหูชานยอลเสียงแผ่ว ก่อนจะเร่งเดินลิ่วๆหายไป ทันที


 

                เค้าไม่รู้หรอกว่าปัญหาภายในของทั้งสามรวมถึงผู้หญิงที่มานั่งทานอาหารด้วยนั้นมีอะไรเกี่ยวข้องกันบ้าง แต่ดูแล้วคงไม่ดีมากแน่ๆ แล้วเพราะคุณนายใหญ่เป็นแบบนั้น ชานยอลและเซฮุนถึงได้มีนิสัยแบบนี้ แล้วท่าทางกลัวจนสั่นอย่างกับเด็กๆของเซฮุนนั่นอีก

                “โอ้ะ พ่อหนุ่ม” อี้ฟานที่เดินตัดผ่านสนามเพื่อไปยังโรงเรือนพักคนใช้ชะงัก เมื่อมีมือเย็นๆจับเข้าที่ข้อมือของเค้า หญิงวัยสี่สิบกลางๆใบหน้าหวานฉ้อย โปรยยิ้มให้เค้าอย่างทุกๆครั้งที่เค้าเสิร์ฟอาหารให้หล่อนในวันนี้

                “ครับ?

                “พอดีว่า ฉันต้องกลับปูซานก่อนบ่ายสองโมง เธอช่วยไปบอกคุณนายใหญ่พี่สาวฉันให้ทีว่าฉันต้องกลับแล้ว แล้วก็ขอบคุณสำหรับอาหาร” หล่อนเหมือนอยากจะพูดอะไรอีกแต่ก็ไม่พูดออกมา

                “จะให้คนไปส่งเหรอครับ”

                “อ้อ เปล่าจ่ะ ฉันโทรเรียกแท็กซี่ไว้แล้ว น้าฝากดูแลเด็กสองคนนั้นด้วยนะ พวกเค้าไม่ค่อยจะเหมือนคนทั่วไปสักเท่าไหร่”

                “ครับผมทราบ ผมจะดูแลพวกเค้าให้ดีที่สุด”

                “เออ ขอบใจจ่ะ งั้นน้าไปก่อนล่ะ ฝากด้วยนะ” อี้ฟานก้มหัวโค้ง ก่อนจะมองคนที่หันหน้าเดินจากออกไป ค่อยๆห่างออกไปทีละนิด


                จะดูแลให้ครับไม่ต้องห่วง……

 

 

  

 



















------------------------------------------------------------------------------------

ฮอลลลล ทำไมกลายเป็นดราม่า ฮ่าๆๆๆ แม่ของชานยอลกับเซฮุนนี่แปลกๆเนอะ ดูไม่ชอบชานยอลกับเซฮุนเลย ทำไมน่อทำไมๆ ไว้ติดตามในฟิดเรื่องนี้นะคะ เรื่องนี้ เถื่อน ฮา แต่ก็ดราม่าเหมือนกัน เศร้าเนอะ สำหรับตอนหน้า พี่คริสของเราจะเริ่มเดินหน้าจัดการน้องชานคนแมนของเราแล้ว และลู่หานผู้ชื่นชอบลูกสาวสวยทุเรียนเมืองจันจะสมหวังหรือไม่ต้องคอยติดตาม นะคะ
     และสุดท้ายนี้ขอบคุณมากน้าาา ที่ชื่นชอบฟิคเรา มีเป๋บ้างออกทะเล ภาษาไม่น่าอ่าน เรื่องราวเอื่อยเฉื่อย แต่ก็จะพยายามปรับปรุง ต้องใช้เวลาและการฝึกฝนเนอะ ยังไงก็ติดตามฟิคของเราด้วยนะ อย่าทิ้งกันไปไหนเชียว เลิฟๆ

***เข้ามาแก้คำผิดนิดหน่อยคะไม่มีไรมาก เรื่องเหมือนเดิม

สปอยล์ ตอนที่ 11     เสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกให้อี้ฟานรู้เเล้วว่าคนบนเตียงหลับสนิท เค้าดึงผ้าห่มขึ้นถึงอกก่อนจะปัดผมหน้าที่มันแทงตาขึ้นไปเบาๆ
                           "เวลาอยู่นิ่งๆก็น่ารักไปอีกแบบนะ ปาร์ค ชานยอล" อี้ฟานเอ่ยก่อนจะลุกขึ้น เดินไปเบาแอร์แล้วปิดไฟ เตรียมตัวกลับห้องไปพักผ่อน
                           ชานยอลลืมตาในความมืดเมื่อไฟถูกปิด ก่อนจะหลับตาปี๋ทันทีเมื่อแสงไฟจากภายนอกสาดเข้ามาตอนเปิดประตู ประตูห้องปิดลงช้าๆ พร้อมกับความมืดที่กลับมาเหมือนเดิม
                            "ไอ้เหี้ย" ชานยอลพึมพำก่อนจะคลุมโปงแล้วขดตัวนอนอยู่ใต้ผ้าห่ม น่ารักห่าอะไรล่ะ ไอ้บ้าเอ้ยยยยย
                          

  

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #467 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 19:29
    ไม่ใช่ว่าพ่อชานยอลชอบน้าชานยอลแต่แต่งงานกับแม่ชานยอลงี้นะ แล้วแม่ชานยอลก็เลยแค้น เกลียดชานยอลเซฮุนไป มโนอีกแล้วเรา
    สงสารชานยอลเซฮุนมาก กลายเป็นเด็กมีปัญหาเลย
    #467
    0
  2. #427 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 17:10
    แม่ชานยอลกับเซฮุนนี่โรคจิตป่ะ เซฮุนเป็นเด็กมีปมนะเราอ่ะ พี่ลู่จะสมหวังกับสาวสวนทุเรียนหรอ
    #427
    0
  3. #230 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 09:00
    งื้อ อี้ฟานต้องดูแลชานยอบกับเซฮุนให้ดีนะ สวสารอ่ะ มีแม่อย่างนี้กัดลิ้นตายไปเลยดีกว่า แม่ที่ไม่รู้จักแยกแยะแบบนี้แย่มาก แต่ดูชานยอลเข้มแข็งกว่าเซฮุนนะ สู้ ๆ
    #230
    0
  4. #81 yeollykiss (@bunnieys) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 12:50
    ชานยอลกับเซฮุนเปนเด็กมีปัญหามากอะ คือแม่แบบนี้ใช่แม่จริงๆปะโหดร้ายเกินไปละ สงสารชานยอลกับเซฮุนอะ เซฮุนนี่หนักปกป้องตัวเองจากแม่ไม่ได้เลย
    #81
    0
  5. #62 หืมม ม (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 14:48
    เราว่าแม่คงไม่ใช่แม่แท้ๆแน่ 555555
    #62
    0
  6. #56 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 23:10
    เห้ยยยย สงสารชานยอลกับเซอุนอ่ะ ทำไมแม่ทำแบบนี้อ่ะ ไม่รักลูกตัวเองเลยเหรอว่ะโห้ใจร้ายยย พี่คริสสู้ๆนะ TT
    #56
    0
  7. วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 07:02
    อยู่กับแม่ที่เป็นแบบนั้น ;__; สงสารชานยอลกับเซฮุนอะ
    #49
    0
  8. #47 Tamininalove (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 10:49
    หืมมน่าสงสารยอลกับฮุนอะแม่ใจร้ายจังเลยดีนะที่เฮียเข้าไปช่วยทันอะเฮียดูแลพี่น้อง2คนนี้ด้วยนะ ส่วนเรื่องจะเอาคืนขอให้เฮียจัดหนักๆเลยเหมือนกันนะ555555
    #47
    0
  9. #46 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 01:53
    เฮียแก้แค้นแรงๆเลยนะ เราเชียร์เฮียอยู่ #ทีมอี้ฟานเมะ 555555555555 รีบมาต่อนะคะไรท์เค้ารออยู่ TT แล้วก็ห้ามหายไปไหนด้วยนะต้องแต่งเรื่องนี้ให้จบนะ ห้ามท้อแท้ ห้ามถอยเด็ดขาดเลยนะ!! ต้องอยู่กับคริสยอลฮุนฮานไปนานๆด้วย ห้ามทิ้งฟิคเรื่องนี้นะมีคนค่อยตามอ่านอยู่นะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆ เย้ !!!
    #46
    0
  10. #42 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 15:05
    ทำไมเฮียแลดูเคะกว่า โน่วววววววว ;//;
    #42
    0
  11. #41 wuyifan43 (@wuyifan43) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 15:01
    โอ้ย ฟิน เฮียเสร็จพิชานอีกแล้ว 2-1 แล้วน่าา
    ชานคริสเถอะ 555555
    #41
    0