HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 9 มาเป็นเมียฉันอีกครั้งเถอะนะ!+NC ck?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 694
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

บทที่ 9


 

                “ยุซึ!!” ชานยอลที่ถูกลากออกมาจากห้องนอนของเซฮุนได้แต่ตกตะลึงที่เห็นเพื่อนสาวคนสนิทยืนกอดอกทำหน้าบูดอยู่ “เธอมาที่นี้ได้ยังไง ยูซึ”

                “คุณน้าอยู่ไหนเหรอ ฉันอยากจะทักทายสักหน่อย” ยูซึทำหน้าตาใสแป๋วขณะส่งยิ้มมาให้เค้า ชานยอลถอนหายใจก่อนจะลากแขนเล็กๆนั่นให้ลงไปยังห้องรับแขกชั้นล่าง

                “แม่ไปฝรั่งเศษน่ะ กำหนดการณ์กลับคงเดือนหน้า” ยูซึพยักหน้ารับ ถึงว่าชานยอลกับน้องชายถึงอยู่บ้านติดเสียจริง เพราะว่าคุณน้าไม่อยู่นี่เอง?

                “เธอมาทำอะไรที่นี้ แล้วมานี่ได้ยังไง” ยูซึบุ้ยใบ้ไปยังคนที่นั่งอยู่ตรงขอบประตูบ้านขนาดใหญ่ ชานยอลเบ้ปากก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปหาคนที่นั่งหันหลังอยู่

                “โอ้ย เหี้ยไรเนี้ย” อี้ฟานลุกขึ้นเมื่อโดนของแข็งกระแทกเข้าที่หลัง ของแข็งที่ว่าก็คือเท้าของคนที่ยืนเท้าเอวอยู่ ร่างสูงลุกขึ้น สายตาจ้องเขม็ง

                “อย่าเชียว อย่ามามีเรื่องกันนะ” ยูซึเข้ามาขวางตรงกลางพร้อมกับดันอกเพื่อนชายให้ออกห่างจากคนที่ตัวโตกว่า ชานยอลเบ้ปากใส่ก่อนจะสะบัดรองเท้าใส่คนที่ยืนกอดอกอยู่

                “นี่ มันจะมากไปแล้วนะคุณหนู” อี้ฟานบ่นตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อกับความไร้มารยาทของยัยเด็กคนนี้ รองเท้าใส่อยู่บ้านที่ปลิวรอยมาตรงหน้าเค้านี่ มันเกินจะรับไหวจริงๆ

               

.

.

                ชานยอลไปนั่งที่เก้าอี้รับแขกเมื่อ อี้ฟานเดินหายออกไปจากตัวบ้าน ยูซึได้แต่ส่ายหัว ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับสองคนนี้หรอก หล่อนไม่ได้อยากรู้ด้วย เพราะหล่อนมาแค่จะบอกข่าวกับชานยอลเท่านั้น

                “มาถึงนี้ได้แสดงว่าต้องมีเรื่องอะไรใช่มั้ย”

                “อลิซท้อง....”

                “......”

                “อลิซท้องได้สองอาทิตย์แล้ว” ชานยอลลุกขึ้นจ้องมองเพื่อนสาวตาเขม็ง

                “ทำไมไม่รีบบอก” หัวใจของเค้าตอนนี้มันคับพองแล้วก็เต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เค้ากำลังจะได้เป็นพ่อคนใช่มั้ย เค้ากำลังจะได้อลิซกลับมาใช่มั้ย

                “ชานยอล....” หญิงสาวกลืนน้ำลาย เห็น่ทาทีกับแววตาที่สั่นระริกนั่นก็พอจะเดาออกว่าชานยอลคงคิดว่าตัวเองเป็นพ่อของเด็กในท้องอลิซแน่ๆ ยูซึลุกขึ้นก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้ชานยอล แล้วกดให้ชายหนุ่มนั่งลงกับที่

                “นายไม่ใช่พ่อเด็กหรอกนะชานยอล คนในภาพต่างหากที่เป็นพ่อเด็ก....เดือนหน้าพวกเค้าจะแต่งงานกัน ก่อนที่คริสจะไปประจำการที่อิรัก” ชานยอลจ้องมองผู้ชายตัวสูงผมสีน้ำตาลร่างกายบึกบึน ทั้งสองยิ้มแย้มให้กับกล้อง อลิซดูมีความสุขมากร่วมทั้งผู้ชายที่ยืนโอบเอวอลิซนั่นด้วย

                “โกหก....อย่ามาโกหกฉัน” ชานยอลยื่นโทรศัพท์คืนยูซึ หญิงสาวรีบรับมา

                “เรื่องจริงชานยอล ผู้ชายคนนั้นคือพ่อของเด็ก.....เค้า...”

                “เหอะ เลิกกับฉันไปไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำ แต่กลับไปให้คนอื่นเค้าทำจนท้อง นังผู้หญิงหน้าด้าน....” ชานยอลกัดฟันแน่น มือบีบเข้ามากันจนเส้นเลือดปูดโปน ยูซึส่ายหน้าคำพูดของชานยอลมันรุนแรงเกินไป

                “นายรักอลิซ แต่นายก็ทำให้อลิซเสียใจมาตลอด ฉันถามจริงๆเถอะ นายรักอลิซจริงๆเหรอ”

                “ทำไม! ฉันมันไม่ดีตรงไหน” ชานยอลลุกขึ้นตะโกนเสียงดัง ใบหน้าแดงกล่ำบ่งบอกได้ว่ากำลังโกรธจัด ท้องกับคนอื่นงั้นเหรอ มีความสุขมากงั้นสินะที่ทิ้งฉันไปหาคนอื่น

                “นายมันป่าเถื่อนชานยอล ฉันมาบอกนายแค่นี้ล่ะ” ยูซึลุกขึ้นสะพายกระเป๋าก่อนจะเร่งรีบเดินออกห่างคนที่กำลังโกรธจัด ชานยอลขึ้นชื่อเรื่องโมโหแล้วอาละวาดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แม้แต่ตัวเธอเองก็เคยโดนมาแล้ว

                “อลิซอยู่ไหน ฉันจะไปพาเธอกลับมา ฉัน ฉันอยากจะขอโทษ” ชานยอลเข้ากระชากแขนยูซึรั้งไม่ให้ไปไหน หญิงสาวเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะสะบัดทิ้ง

                “มันไม่มีประโยชน์แล้วชานยอล ที่อลิซทนนายมาได้ตั้งหลายปี นายควรปล่อยเธอไปได้แล้ว ฉันรู้ว่านายรักเธอมาก แล้วเรื่องวันนั้นมันก็คงเป็นอุบัติเหตุ แต่เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ที่ฉันมาบอกนายเพราะยังเห็นนายเป็นเพื่อน ฉันไม่อยากให้นายรู้ทีหลัง ตัดใจซะเถอะชานยอล ปล่อยอลิซไป”

                “ได้โปรด ฉันเป็นพ่อของเด็กนั่นใช่มั้ย ได้โปรด....” ชานยอลทรุดลงนั่งคุกเข่ากับพื้น ยูซึยืนหลับตา หล่อนรู้ว่าชานยอลรักอลิซมาก แต่ชานยอลก็อารมณ์ร้อนเกิน กว่าที่ใครคนหนึ่งจะทนไหวโดยเฉพาะอลิซ ผู้หญิงที่มาจากตระกูลเจ้าระเบียบและเคร่งครัดในเรื่องของหน้าตาทางสังคมแบบนั้น แม้อลิซจะรับที่ชานยอลเป็นแบบนี้ได้ แต่ครอบครัวเธอกลับผลักไสไล่ส่ง และบังคับให้เลิกกัน

                “ชานยอล เลิกบ้าสักที ไปเริ่มต้นใหม่กับคนดีๆเถอะ อลิซยังต้องเจอเรื่องอีกมากมายในอนาคต นายอย่าเป็นตัวเพิ่มปัญหาให้อลิซเลย ถือว่าฉันขอในฐานะที่ฉันเป็นทั้งเพื่อนของนายและของอลิซ....เข้าใจนะชานยอล” ยูซึกระชับสายกระเป๋าแน่น สิ่งที่หล่อนต้องการจะบอกก็มีแค่นี้ ไม่มีอย่างอื่นอีก อลิซยังต้องเจอกับปัญหาอีกมากมาย ถ้าชานยอลยังทำตัวมีปัญหาควรรังควานอลิซต่อไปละก็ มันคงเป็นอะไรที่ผู้หญิงตัวเล็กๆจะเกินรับไหวแน่ๆ

.

.

                อี้ฟานที่ยืนฟังอยู่ข้างประตูได้แต่ทำสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่มีอารมณ์ร่วมใดๆ หญิงสาวรางเล็กที่เดินออกมาจากบ้านชะงัก เมื่อเห็นตาคนใช้ยืนฟังอยู่

                “เรื่องของเจ้านาย อย่าคิดมาแต่จะเสี้ยม” ยูซึทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินห่างออกไป

                “ยูซึ ยัยยูซึ!” ชานยอลตะโกนพร้อมกับวิ่งตาม ออกมาจากบ้าน อี้ฟานที่ดูท่าแล้ว คงมีเรื่องแน่ๆ เลยเข้าไปขวางพร้อมกับกระชากแขนคุณหนูของเค้าเอาไว้

                “ผู้หญิงนะชานยอล”

                “ปล่อยกู” ชานยอลสะบัดแขน แต่คนที่ตัวใหญ่กว่าก็ยิ่งบีบให้หนักขึ้นพร้อมกับจ้องด้วยสายตาดุดันเพื่อข่ม

                “ปล่อยสิวะ บอกให้ปล่อยกูต้องคุยกับยัยนั่นให้รู้เรื่อง ปล่อยนะ” ชานยอลดิ้นไปมาพยายามสะบัดแขนออกอย่างกับเด็กๆ น้ำตามากมายหลั่งใหลออกมาอย่างไม่อายเลยสักนิด หรือเพราะผู้ชายตัวสูงตรงหน้ากักเก็บมันไว้ไม่ได้ก็ไม่รู้ อี้ฟานลากคุณหนูเข้าบ้าน ชานยอลแทบจะลงไปดิ้นอย่างทรมานเพราะถูกขัดใจ เสียงร้องดังไปทั่ว จนเรือนคนใช้ที่อยู่ห่างจากตึกใหญ่เปิดไฟสว่างเป็นแถว

                “คุณหนู เดี๋ยวก็ชักหรอก” อี้ฟานว่าก่อนจะอุ้มคนที่เอาแต่โวยวายขึ้นพาดบ่า แล้วรีบขึ้นไปยังชั้นบน

.

.

                “เกิดอะไรขึ้นวะ....เสียงพี่ชานยอล...” เซฮุนที่เคลิ้มหลับไปสะดุ้งตื่น พยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ถูกคนที่หลับลึกไปแล้วเกี่ยวตัวเอาไว้ เพราะไม่อยากให้ลู่หานตื่น เค้าจึงไม่ขยับตัวลุก ทำได้แต่ถอนหายใจ อย่างทำอะไรไม่ได้

.

.

                “หยุดดิ้นแล้วก็หยุดร้องโวยวายสักทีคุณหนู” อี้ฟานโยนร่างที่เอาแต่ดีดดิ้นลงบนเตียง ร่างโปร่งดิ้นไปมาบนที่นอน เหมือนกับว่าอาการชักจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

                “โอ๊ย ยัยนั่นแมร่ง....คุณหนู” อี้ฟานแทบจะทึ้งหัวตัวเองด้วยความเครียด ร่างสูงขึ้นไปบนเตียงก่อนจะดึงคุณหนูเข้ามากอดปลอบ เล็บยาวจิกเข้ากับแผ่นหลังของเค้า อาการชักเกร็งกระตุกจนเค้าใจเสีย ทั้งลูบทั้งปลอบก็ไม่หาย

.

.

                “พี่!” เสียงตะโกนพร้อมกับแรงประตู อี้ฟานหันไปมอง ก่อนจะกลับมาสนใจยังคนที่ชักไม่หาย

                “หลบไป” เซฮุนเอ่ยก่อนจะให้อี้ฟานออกห่าง ลู่หานที่เข้ามายืนในห้องได้แต่ตกใจทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อมองคนบนเตียงที่กำลังชักเกร็ง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเซฮุนเอะใจขึ้นมา เค้าก็คงไม่ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น

                “ลู่หานไปหาถุงกระดาษมา เร็วเข้า” อี้ฟานสั่งเสียงแข็ง เค้าไม่ยอมออกห่างจากชานยอลเลยแม้แต่นิด

                “นายก็ไปช่วยลู่หานหาถุงกระดาษสิวะ เร็วเข้า!!” เซฮุนที่ได้แต่ยืนยึกยักก็ออกจากห้องตามลู่หานไปอย่างทำอะไรไม่ได้ อี้ฟานยกผ้าขึ้นก่อนจะสอดเข้าไปในปากคนชักเพื่อไม่ให้กัดลิ้นตายไปเสียก่อน ร่างสูงสะบัดผ้าห่มคลุมโปรงพร้อมกับคร่อมร่างคนชักเอาไว้

                “หายใจสิคุณหนู หายใจเข้าไป” อี้ฟานลูบหลังของคนที่นอนตะแคงอยู่ เค้าทำทุกอย่างตามที่เคยอ่านในเนตมา ตอนนี้มือที่เคยจีบเกร็งเริ่มคลายตัว แรงกระตุกก็เริ่มเบาลงจนใจเค้าชื้นขึ้น

                “คุณหนูไม่เป็นอะไรนะครับ” อี้ฟานลูบหลังลูบอกคนที่เริ่มผ่อนคลายลง ผ้าห่มถูกเลิกขึ้น ลู่หานยื่นถุงกระดาษสีน้ำตาลมาให้ อี้ฟานจัดการจับคนชักนอนดีๆ แล้วเอาถุงครอบปากกับจมูกเอาไว้

                “หายใจเข้าลึกๆครับ ค่อยๆนะ ไม่เป็นไรนะ ทำตัวให้สบาย ค่อยๆครับ” ร่างสูงพึมพำขณะที่อาการของชานยอลดีขึ้น เซฮุนกับลู่หานยืนมองด้วยใบหน้าวิตก ตอนนี้คุณหนูใหญ่สงบลงแล้ว แต่ยังคงส่งเสียงสะอึกดังขึ้นเป็นระยะ อี้ฟานถอนหายใจก่อนจะนั่งแผละลงบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน

                “มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ชายฉันถึงชัก” เซฮุนเข้ามากระชากคอเสื้อคนที่เพิ่งทำหน้าที่ปฐมพยาบาลคนป่วยไปหมาด อี้ฟานสะบัดมือนั่นทิ้งก่อนจะจ้องเขม็ง

                “พี่ชายนายเป็นแบบนี้บ่อยรึเปล่า”

                “ไม่....”

                “กลับไปนอนเถอะไป ฉันจะดูแลพี่ชายนายเอง”

                “มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ชายฉันถึงเป็นแบบนี้....แกทำอะไรพี่ชายฉัน”

                “บอกให้กลับไปนอนไง รอเค้าตื่นก่อนแล้วกันเค้าถามจากปากเจ้าตัวเอง ว่าทำไมถึงเครียดมากจนชัก ไปๆ” อี้ฟานลุกขึ้นพร้อมกับลากคนทั้งสองออกไปจากห้อง ปิดประตูใส่หน้าแล้วล็อคประตูทันที

                เซฮุนกับลู่หานที่ถูกขับไล่ออกมาได้แต่ยืนนิ่งๆ เซฮุนเตะประตูดังสนั่นเพื่อระบายอารมณ์ก่อนจะเดินกลับห้อง เวลาแบบนี้ใครจะไปหลับลง เค้าเคยเห็นพี่ชายชักไม่กี่ครั้ง แล้วทุกครั้งก็ต้องเพราะมีเรื่องทำร้ายจิตใจแรงๆ แต่นี่มัน เค้าไม่รู้อะไรเลย

                “นี่คุณหนูครับ” ลู่หานส่งเสียงเรียก เซฮุนที่กำลังจะเปิดประตูเข้าห้องหยุดชะงัก แล้วหันกลับไปมอง

                “กลับไปนอนห้องนายเถอะ”

                “คุณหนูใหญ่เป็นแบบนี้บ่อยเหรอครับ”

                “ไม่ใช่เรื่องที่นายควรรู้ กลับไปได้ละ” เซฮุนเปิดประตูก่อนเดินเข้าไปแล้วปิดใส่หน้าเค้า ลู่หานไว้ไหล่ ก่อนจะเดินกลับไปยังห้องนอนชานยอล

.

.

                อี้ฟานที่ลากเก้าอี้มานั่งเพื่อเฝ้ามองคนที่เพิ่งหลับไป โดยไม่ให้คลาดสายตา เสียงเคาะประตูเรียกสติของอี้ฟาน เค้าเดินไปเปิดประตูเมื่อได้ยินเสียงลู่หานน้องชายของเค้า ลู่หานเข้ามายืนในห้องเค้าลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างๆพี่ชาย

                “พี่ไปทำอะไรคุณหนูใหญ่น่ะ” พวกเค้าสนทนากันในความมืดสลัวด้วยเสียงอันเบาแสนเบา อี้ฟานทำเสียงเหอะขึ้นลำคอ จะบอกว่าไม่ใช่เพราะเค้าก็ไม่ได้ เพราะเค้าเป็นคนพายัยนั่นมาหาชานยอลเอง

                “น่าสงสารเนอะ ดูหน้าตาตอนหลับสิ” ลู่หานที่จ้องมองคนหลับ ใบหน้าที่แม้แต่ในความมืดก็ยังดูออกเลยว่ามันซีดมากแค่ไหน “ฉันว่าคนบ้านนี้แปลกๆพี่คิดว่าไง”

                “ยังไง...”

                “ก็คนใช้เป็นสิบสามสิบ แต่มีเจ้านายแค่สามคน แถมช่วงที่คุณนายอยู่บ้าน คุณหนูทั้งสองคนแทบไม่กลับมาบ้านเลย แต่พอคุณนายไม่อยู่กลับเห็นอยู่ติดบ้านยิ่งกว่าอะไรดี พี่ไม่ว่ามันแปลกเหรอ”

                “เรื่องของพวกเค้า เราไม่ควรรู้” อี้ฟานเอ่ยเสียงเบา ก็จริงอย่างที่น้องชายเค้าว่า คนพวกนี้จะต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ แถมทั้งพี่ทั้งน้องยังทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา ทำตัวอย่างกับพวกอันธพาล นิสัยก็ยังโรคจิตอีกต่างหาก

                “เราควรช่วยมั้ยพี่”

                “อย่ามาทำตัวเป็นนักสังคมสงเคราะห์แถวนี้” อี้ฟานว่าพร้อมกับกอดอก ลู่หานหัวเราะออกมาน้อยๆ ก่อนจะจ้องมองคนตรงหน้า

                “ถ้าไม่รักษาอาจจะหนักกว่านี้นะ”

                “ไม่ใช่เรื่องของเราลู่หาน เราก็แค่คนใช้ อีกไม่นานเราก็ออกแล้ว อย่าหาเรื่องใส่หัวน่ะ”

                “แต่พี่ก็ดูแลเค้านี่ แถมมีเอี่ยวที่ทำให้เค้าเป็นแบบนี้ด้วยรึเปล่าไม่รู้”

                “เงียบปากไป....เลย ฉันไม่เกี่ยวสักหน่อย”

                “แล้วแผนที่ว่าจะแก้แค้น เลิกๆไปดีกว่ามั้ง ผมนี่เปลืองตัวจะแย่”

                “อืม แล้วแต่สิ ฉันไม่ได้ห้ามแก ยกเว้นแต่ว่านายจะชอบ”

                “เห้ย บ้า ใครจะชอบ โดนจับได้ทุกวันโดนลงโทษทุกวันนี่ไม่ใช่เรื่องดี...” อี้ฟานขำกับคำพูดที่น้องชายเค้าใช้ แผนงั้นเหรอ เอาจริงๆมันจะเรียกว่าแผนเอาคืนได้รึเปล่าก็ไม่รู้ เพราะเค้าแทบไม่ได้ทำอะไรเลยมีแต่ฝ่ายคุณหนูใหญ่ที่เล่นเค้าตลอด ส่วนลู่หานก็ถูกยำเละซะทุกวันเพราะคงจะถูกจับได้ทุกๆครั้งแหงมๆ (ถ้าตามที่มันโม้) มีแต่พวกเค้านี่ล่ะที่ได้แต่เสียกับเสีย

                “ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วล่ะ....ไม่ต้องทำหรอก ฉันไม่อยากทำแล้ว”

                “อย่ามาทำตัวเป็นนักสังคมสงเคราะห์แถวนี้น่า” ลู่หานล้อเลียนก่อนจะขำ เค้ารู้หรอกว่าพี่ชายเค้าเริ่มจะใจอ่อน ที่เห็นคุณหนูใหญ่เป็นแบบนี้ หรือไม่ก็เพราะว่าตัวเองไปมีเอี่ยวด้วยจนรู้สึกผิด

                “ความจริงแผนของพี่มันดูจะเข้าเนื้อผมสุดๆ ไอ้บ้านั่นฉลาดชะมัด....แล้วพี่อ่ะ ได้แก้แค้นไรคุณหนูคืนบ้าง” อี้ฟานทำเสียงหึขึ้นคอ จริงอย่างที่คิดพวกเค้ามีแต่เสียกับเสีย

                “แกคงไปแกล้งมัน แล้วมันจับได้ตลอดเลยล่ะสิ”

                “โห่ววว....ก็เออดิพี่....อย่างตอนแรกๆที่แอบปล่อยยางรถให้มันไปมหาลัยสายนี่ยังพอได้ แต่อย่างใส่ยาถ่ายเอ่ย แมลงสาบปลอมในถ้วยซุปเอ่ย เทครีมอาบน้ำลงพื้นห้องน้ำเอย ทากาวติดรองเท้า ทากาวกับข้าวของให้มันเผลอจับบ้างล่ะ เอาหมากฝรั่งไปติดกางเกงมันบ้างล่ะ พวกเนี้ยตอนแรกๆก็สนุกดีนะ แต่พอมันจับได้นี่ผมนี่แทบ....” ลู่หานทำมือนับๆกับวีรกรรมบ้าๆบอๆตามแผนเอาคืนแบบเด็กๆของพี่ชาย คิดๆแล้วก็เริ่มลูบแขนตัวเองเพราะความกลัวเมื่อคราวที่ถูกพาไปคอนโดผลักดันกลายเป็นความแค้น เลยทำอะไรแผลงๆลงไปตั้งเยอะ แต่ผลสุดท้ายก็ถูกจับได้ทุกครั้ง และผลมันก็จบที่เค้าถูกลงโทษซ้ำๆ บรึ๋ยยยย!!

                อี้ฟานส่ายหัวก็ไม่คิดว่าน้องชายเค้าจะทำอะไรโง่ๆแบบนั้นลงไป ไอ้วีรกรรมแบบนั้นมันง่ายมากที่จะชี้หาตัวคนร้าย ส่งเรียนไปก็โง่เหมือนเดิม ไม่น่าจริงๆ

                “ขอให้โชคดีกับคุณหนูเซฮุนละกันนะ ฉันว่าต่อไปนี้แกคงเป็นที่รองรับให้มันอีกแน่ๆ ถ้าไม่ถึงกับฆ่ากับแกงก็ไม่ต้องมาเรียกให้ช่วยนะ”

                “โห พี่อ่ะ น้องจะถูกปู้ยี้ปู้ยำก็ไม่สนเลยเหรอ”

                “เออ....ไม่ กินเด็กจะได้เป็นอำมตะไง”

                “เหมือนที่พี่จ้องจะกินคุณหนูชานยอลป่ะ”

                “ห่า...” อี้ฟานยกมือขึ้นฟากกบาลน้องชาย ก่อนจะส่ายหัว คิดไปได้ ใครจะกินมันลง ทุกวันนี้ยัยคุณหนูนี่ก็เกลียดขี้หน้าเค้าจะตายอยู่แล้ว เจอกันเมื่อกี้ยังถูกสะบัดรองเท้าใส่อยู่เลย เหอๆ

                “เกลียดยังไงก็ได้อย่างนั้นไง พี่” อี้ฟานยกขาขึ้นพาดขาน้องชายเป็นเชิงเตือนให้หุบปาก ถ้าไม่หุบเค้าจะยันหน้ามันให้หงาย

                “เออ ผมไปดีกว่า ง่วงแล้ว เฝ้าคนไข้ไปนะครับ ราตรีสวัสดิ์” ลู่หานยกขาหนักๆลงไปเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวชิ้ง

                “เอาเก้าอี้ไปเก็บด้วย”

                “ครับๆ” ลู่หานวกหันตัวกลับมาเพื่อลากเอาเก้าอี้ไปเก็บที่เดิม ก่อนจะเร่งออกไปจากห้อง ห้องเงียบลงอีกครั้ง ร่างสูงยกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพื่อดูเวลา ชายหนุ่มขยับตัวไปเร่งแอร์ให้เย็นขึ้นก่อนจะเขยิบผ้าห่มผืนหนาคลุมร่างที่นอนหายใจนิ่งอยู่บนเตียง พร้อมกับเอามืออังหน้าผากเพื่อวัดไข้ เมื่อรู้ว่ายัยคุณหนูนี่คงไม่ชักถึงขนาดไข้จับเค้าก็เบาใจ อี้ฟานถอยกลับมานั่งบนเก้าอี้ จ้องมองคนที่นอนหลับในความมืดไปเรื่อยๆ โดยไม่ปริปากอะไรออกมาสัก

.

.

.

                ชานยอลที่เพิ่งตื่นขึ้นมาช่วงเช้า ลุกขึ้นนั่ง แสงจากภายนอกส่องเข้ามา เค้าจ้องมองคนที่หลับคอพับคออ่อนอยู่บนเก้าอี้ เค้าจำเรื่องเมื่อคืนได้ แต่ก็แค่ช่วงที่ถูกไอ้บ้านี่ลากขึ้นมาที่ห้องหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีก

                “นิ ตื่นได้ละ” ชานยอลเขยิบไปใกล้ๆขอบเตียงก่อนจะใช้เท้ายันหน้าขาคนที่เอาแต่หลับอุตุ อี้ฟานขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้น ใบหน้าอูมๆของคุณหนูปรากฏเข้าสู่สายตาก่อนจะเป็นอันดับแรก ก่อนจะตามด้วยขาที่วางพาดอยู่บนตักเค้า ร่างสูงโยกมันหนีก่อนจะบิดขี้เกียจ แล้วลุกขึ้น

                ชานยอลมองตามคนที่หัวฟูเพราะเพิ่งตื่น แถมยังมาเปิดเสื้อเกาพุงโชว์เค้าอีก “นิ ฉันหิวไปเอาอะไรมาให้กินหน่อย”

                “ลงไปเองสิครับ ตอนนี้สำรับคงตั้งแล้วมั้ง” อี้ฟานว่าพร้อมกับหาวไปด้วย นิสัยคุณหนูที่ไม่ชอบการถูกสั่งยังคงมีอยู่ ชานยอลขว้างหมอนใส่ อี้ฟานหลบก่อนจะเก็บมันไว้บนเตียงตามเดิม

                “อะไรก็จริงนี่ครับ” อี้ฟานจ้องคนที่เริ่มออกลายจะดื้อ ชานยอลกอดอกก่อนจะขว้างหมอนใส่อีกรอบ

                “ไปเอามา! กูจะกินที่ห้อง ไปเอามา ได้ยินมั้ยว่าไปเอามา!!!” ชานยอลตะโกนแล้วเริ่มงอแง อี้ฟานกัดฟันกรอด ก่อนจะลุกขึ้น

                “ได้! แต่เลิกดิ้นสักทีเดี๋ยวก็ชักอีกหรอก แล้วนี่จะกินอะไร”

                “ซุปไส้กรอก”

                “คือไรวะ....”

.

.

.

                กับข้าวสองสำรับถูกยกขึ้นมาโดยอี้ฟาน ชานยอลที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน ร่างสูงเอาไปวางไว้ก่อนจะโยกถ้วยและจานเครื่องเคียงออกจากถาด

                “ทำไมมีสองที่”

                “ของผมไง”

                “ใครให้มึงมากินบนนี่”

                “ผมเอง....ผมบอกแม่บ้านว่าจะกินกับคุณหนู” อี้ฟานตอบอย่างหน้าไม่อาย พอยกของออกจากหมดก็นั่งลงกับเก้าอี้ตรงข้ามกับชานยอล แล้วเริ่มกินก่อนที่เจ้านายเค้าจะจับตะเกียบด้วยซ้ำ

                “หย๊า!! ไอ้คนใช้ เสียมารยาท น่ารังเกียจ”

                “เออ ด่าๆ ด่าเข้าไป ไม่กินใช่มั้ย งั้นจะกินนะ” อี้ฟานยิ้มก่อนจะเอื้อมไปหยิบถ้วยข้าวของอีกฝ่าย คุณหนูปัดมืออกทันที ก่อนจะเริ่มจับตะเกียบและช้อน

                “ก็แค่นั้น เรื่องมาก” ร่างสูงเบ้ปากใส่ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานข้าว ข้าวจริงๆที่ไม่ใช่บะหมี่ ซุปไส้กรอกน้ำสีขุ่นๆกับเครื่องในหลากชนิด พร้อมด้วยเครื่องเคียงที่เป็นของดอง นี่สินะอาหารเกาหลี อร่อยลืมตายจริงๆ

                ชานยอลจ้องมองคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวไปเงียบๆ เค้าเริ่มกินบ้าง ทั้งคู่ทานอาหารไปเงียบๆโดยที่ไม่มีใครพูดอะไร

                “เรื่องเมื่อคืน...หาผู้หญิงใหม่เถอะครับ”

                “เสือก....”

                “ถ้ามันเจ็บมากก็ออกไปเที่ยวสาวๆเถอะ”

                “นี่ ได้ยินหมดเลยใช่มั้ย....มึงนี่” ชานยอลวางช้อนลงเสียงดังสนั่น ก่อนจะจ้องมองคนที่ยังเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว

                ก็แค่บังเอิญได้ยิน.....แล้วผมก็บังเอิญอยากจะบอก” ชานยอลกอดอกหลังพิงกับพนักเก้าอี้ จ้องมองคนที่เอาแต่กินข้าว ขาเรียวยาวใต้โต๊ะยกขึ้นสูงก่อนจะพาดลงบนขาอีกฝ่าย อี้ฟานที่กินข้าวอยู่ชะงักก่อนจะเงยหน้าสบสายตากับคุณหนูฃานยอล

                “จะทำอะไรครับ” อี้ฟานถอยหนีเมื่อนิ้วเท้าเล็กๆเริ่มเล่นของสงวน ชานยอลยิ้ม

                “คืนห้าทุ่มไปเที่ยวกับกูหน่อยละกัน” ชานยอลว่าก่อนจะลุกขึ้นเดินไปคลุมโปงแล้วหลับต่อเสียเฉยๆ อี้ฟานที่กลืนน้ำลายแทบไม่ลง ได้แต่ลูบขาตัวเองแรงๆเพื่อลบความเสียวเมื่อครู่ออกไป

                เที่ยวงั้นเหรอ.....แกมัน...อี้ฟาน แกมันโชคดีจริงๆเล้ยยยยยยย


.

.

.

.

ต่อ

 

                อี้ฟานที่ปะแป้งเตรียมตัวนอน เขยิบขึ้นเตียง ลู่หานที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนที่นอน เขยิบที่ตามเพื่อให้พี่ชายได้ขึ้นมา

                “เตียงนู้นก็มี มาเบียดผมไมเนี้ยพี่” อี้ฟานยักไหล่ แหม แค่อยากจะนอนด้วยนี่ผิดมากใช่มั้ย

                ก๊อกๆ ก๊อกๆ

                เสียงเคาะประตูทำให้คนที่กำลังจะนอนดีดตัวขึ้น เสียงแหลมปรี๊ดของไอ้พ่อบ้านขี้บ่นดังโวกเวกจนเค้าต้องรีบกุลีกุจอไปเปิด

                “มีอะไรครับ คุณอี้ชิง”

                “คุณหนูชานยอลเรียกให้ขึ้นไปพบ” อี้ชิงบอกก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีไปทันที โอ้โหแม่คุณจะจองหองไปไหน เป็นเจ้าของบ้านรึไง! อี้ฟานยกมือขึ้นโบกไล่หลัง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเค้ามีนัดกับคุณหนูขี้เอาแต่ใจนั่น

.

.

                อี้ฟานที่เดินขึ้นตึกใหญ่ด้วยเสื้อกล้ามกับกางเกงนอนบางๆ เพื่อที่จะมาบอกว่ายกเลิกนัดเพราะเค้าง่วงเกินกว่าจะออกไปไหนตอนนี้ได้จริงๆ เค้าเคาะประตูเรียก สักพักก็มีคนเปิดประตูออกมา ชานยอลในเสื้อสเวตเตอร์สีเทาอ่อน ด้านในเป็นเชิ้ตสีดำที่ปล่อยชายเลยออกมา กางเกงสแลคขาเต่อสีมืดอย่างที่เจ้าตัวชอบใส่ประจำ

                “นี่มึงกวนตีนกูใช่มั้ย” ชานยอลกอดอกทันทีที่เห็นการแต่งกายของคนตรงหน้า ร่างสูงเบือนหน้าหลบสายตาที่จ้องเขม็งมา

                “ผมลืมน่ะ นี่คุณหนูจะออกไปทั้งๆที่ไม่สบายแบบนี้มันจะดีเหรอครับ”

                “เสือก....” อี้ฟานกรอกตาขึ้นด้านบน ไอ้คำติดปากของหมอนี่นี่คือคำว่าเสือกใช่มั้ย

                “ไปแต่งตัวดีๆได้ละ กูรีบ เร็วเข้า”

                “แต่ผมง่วง”

                “ทำไม กูสั่งแล้วไม่ทำตามงั้นเหรอ”

                “เสือก...” อี้ฟานเอ่ยเสียงเบา ชานยอลที่ยืนพิงขอบประตูพร้อมกอดอกยืนตัวตรงทันที พร้อมกับความที่เริ่มออกจากหู

                “ว่าไงนะ”

                “อ้อ ผมนี่เสือกง่วงเฉยเลย ขอโทษนะครับ เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนชุดก่อน” อี้ฟานยิ้มไหลไปเรื่อย ก่อนจะหันหลังกลับ

                “เดี๋ยว....” ชานยอลร้องห้าม ก่อนจะดึงเสื้อกล้ามยานๆของชายหนุ่มให้เข้าห้อง ร่างสูงเดินถอยหลังตามเข้าไป เพราะไม่อยากให้มันยานไปมากกว่านี้ ชานยอลปล่อยเค้าให้เป็นอิสระ ก่อนจะเดินไปปิดประตูแล้วเดินไปยังห้องเสื้อผ้าที่อยู่ติดกับห้องน้ำ อี้ฟานยืนมองทำตาอยู่ปริบสองปริบ ไม่นานคุณหนูชานยอลก็ออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าครบชุด

                “เอาใส่ซะ...” ชานยอลขว้างของพวกนั้นใส่เค้าอย่างไม่มีมารยาท อี้ฟานรีบรับมันไว้ก่อนที่มันจะตกถึงพื้น มันเป็นเสื้อเชิ้ตสีกรมกับกางเกงยีนส์ขาดเข่าที่ดูจะฟิตเปรี๊ยะไปหน่อย แถมด้วยคาร์ดิแกนสีฟ้าอ่อน

                “เอิ่ม คาร์ดิแกนนี่มัน”

                “รีบๆได้มั้ย เสียเวลาชิบหาย”

                “เออ..ครับๆ” สั่งจริงๆนะมึง.... อี้ฟานเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่นานก็ออกมาจากห้อง เสื้อเชิ้ตที่กรมที่แน่นไปหน่อยเพราะเจ้าของไหล่แคบ แต่ก็พอดีตัวพอใส่สบาย แต่ไอ้กางเกงขาดเข่านี่สิ รัดเสียจนเค้าอึดอัด

                “อืม ไปได้ละ” ชานยอลที่มองสำรวจพอใจกับชุดที่เค้าเป็นคนเลือก เสื้อเชิ้ตนั่นก็ไม่ค่อยได้ใส่เพราะซื้อมาผิดไซส์ แล้วกางเกงยีนส์นั่นมันก็นานมากแล้วตั้งแต่สมัยเค้าเรียนมัธยม มันจะคับแคบไปหน่อยสำหรับคนที่ตัวใหญ่กว่าเค้าก็ถือว่าไม่แปลก

.

.

.

                สถานที่ที่คุณหนูพามาก็อโคจรเหมือนเดิมไม่ต่าง แต่คนที่นี้จะอัดแน่นชนิดที่ว่าแทบจะต้องแทรกตัวเนื้อแนบเนื้อเพื่อเข้าไปด้านใน มือเล็กๆดึงเสื้อเค้าให้เดินตามมาจะได้ไม่หลง อี้ฟานที่กำลังชะเง้อมองไปทางอื่นหันกลับมาสนใจคนที่ลากเค้าไปด้าน

                กว่าจะหลุดจากฟลอมาได้ก็แทบจะเหงื่อตก อากาศภายนอกที่เย็นสบายแต่พอมาอยู่ด้านในก็เป็นอันจำต้องถอดเสื้อนอกออก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หน้าตาดีทั้งสองหลุดออกมานั่งยังเคาน์เตอร์บาร์ที่ไม่มีคนมากนักได้สำเร็จ

                “เห้อ อยากจะบ้า” อี้ฟานว่าแล้วก็วางคาร์ดิแกนที่ถอดออกวางไว้บนเคาน์เตอร์ บริกรหนุ่มเดินเข้ามาหาพวกเค้าทั้งสองพร้อมรอยยิ้มสดใส

                “สวัสดีครับ คุณชานยอล วันนี้รับอะไรดีครับ”

                “ขอเบียร์สองขวด” อี้ฟานที่นั่งมองไปรอบๆเพื่อสำรวจสถานที่ ถูกดึงความสนใจให้กลับไปยังคนข้างๆ ชานยอลที่ท้าวแขนกับเคาน์เตอร์ส่งสายตานิ่งๆมองมาทางเค้า ก่อนจะเริ่มเปิดบทสนทนา

                “นายเป็นใครกันแน่วะ” เบียร์สองขวดเย็นๆถูกเลื่อนมาวางตรงหน้าทั้งสอง อี้ฟานฉวยมันมาดื่มพร้อมกับมองหน้าคนที่ตั้งคำถามใส่เค้า

                “คนใช้ไงครับ”

                “นายคงไม่ได้เป็นคนที่แม่ฉันส่งมาใช่มั้ย” ส่งห่าไรล่ะ นี่กำลังพูดถึงเรื่องอะไร นึกว่ากูอยากเจอมึงมากงั้นสิไอ้คุณหนู!

                “เปล่าครับ”

                “แต่อะไรๆมันก็ประจวบเหมาะไปหมด ฉันชักระแวงแล้วสิ” เรื่องของมึง

                “ระแวงผม….ทำไมล่ะครับ คิดว่าผมจะทำอะไรคุรหนูงั้นเหรอ” เออ กูก็อยากจะเอาคืนมึงเหมือนกันล่ะวะ ไอ้เด็กเวร

                ชานยอลยกขวดเบียร์ขึ้นกระดกบ้าง เค้าหันหน้าตรงสายตาจ้องมองขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่วางเรียงอยู่บนชั้น เค้านอนคิดทั้งวัน ถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เค้าเลิกกับอลิซเค้าก็ไปมีเรื่องกับไอ้บ้านี่ที่ผับพอกลับถึงบ้านก็กลายเป็นว่ามันเป็นคนใช้บ้านเค้า แถมไอ้บ้านี่มันก็ยังทำให้เค้าสติแตกได้บ่อยๆอีก แล้วก็เป็นมันที่คอยดูแลเค้า ถึงเรื่องเมื่อคราวนั้นเค้ายังไม่ได้แก้แค้นให้สาสม แต่ก็เอาเถอะ เค้าขี้เกียจเล่นกับพวกไร้น้ำยา

                “เรื่องเมื่อวานนายได้ยินหมดเลยรึไง” ชานยอลหันกลับมาถาม อี้ฟานเม้มปากก่อนจะพยักหน้าแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ยอมสบสายตาที่จ้องมองเค้า ชานยอลเอื้อมมือมาบีบเอวเค้าเล่นก่อนจะสั่งเสียงเบาว่าให้หันมา

                “ผมไม่รู้ว่าคุรหนูรักผู้หญิงคนนั้นมาแค่ไหน แต่ถ้าเธอมีครอบครัวแล้วคุณหนูก็ไม่ควรเข้าไปยุ่ง….

                “นายไม่คิดว่ายัยนั่นโกหกรึไง เด็กในท้องนั่นอาจจะเป็นลูกของฉัน”

                “เค้าเป็นเพื่อนกับคุณหนูนี่ครับ คุณหนูก็คิดเอาเองเถอะว่าเค้าโกหกหรือไม่โกหก” ชานยอลพยักหน้ารับ ไอ้หมอนี่มันช่างต่อปากต่อคำเก่งเสียเหลือเกิน ก็อย่างที่มันว่านั่นล่ะ ยูซึไม่ใช่คนที่จะพูดอะไรพร่อยๆ ถ้าอลิซท้องกับไอ้บ้านั่นจริง เค้าควรปล่อยอลิซไปแล้วไปเริ่มต้นไปใครสักคน

                “ฉันควรทำอย่างที่นายว่าใช่มั้ย”

                “อะไรครับ” อี้ฟานหันไปโบกขวดเบียร์ให้กับบริกร ก่อนจะพยายามดึงมือที่เริ่มจะอยู่ไม่สุขให้ออกห่างจากเอวและบั้นท้ายของเค้า ไอ้เด็กเวรนี่ ชีกอเหลือเกิน

                “ที่นายบอกว่าฉันควรไปหาผู้หญิงใหม่ เริ่มต้นกับคนใหม่”

                “ครับ ลองดูก็ไม่เสียหาย” อี้ฟานหันไปมองพร้อมกับกระดกเบียร์เข้าปาก ชานยอลยิ้ม เค้าเพิ่งเห็นคุณหนูหน้าบูดนี่ยิ้มเป็นครั้งแรก คือครั้งแรกที่ยิ้มดีๆให้กับเค้าอ่ะนะ

                “ถ้าฉันไม่อยากจะหาผู้หญิงคนใหม่ล่ะ นายคิดว่าไง” เอ้า จะให้คิดว่าไงวะ ไอ้นี่ถามแปลก

                “ให้คิดว่าไง? ผมไม่ค่อยเข้าใจ”

                “ถ้าฉันเปลี่ยนจากไม่มองหาผู้หญิงแต่มองหาผู้ชายสักคน นายว่าไง” อี้ฟานผิวปากหวือ ก่อนจะเขยิบห่าง นี่มันบทจีบรึเปล่าครับคุณหนู ไอ้สายตาโลมเลียกับมือที่พยายามจะบีบเคล้นนี่มันเข้าข่ายมากจริงๆ ร่างสูงหัวเราะหึๆในลำคอ ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้

                “ถ้าคุณหนูทำตัวดีๆ น่ารักๆก็น่าจะพอหาได้ล่ะนะ”

.

.

                ทั้งปาร์ค ชานยอล และ อู๋ อี้ฟาน ต่างนั่งดื่มกันไปเรื่อยๆ โดยที่มีปาร์ค ชานยอลเป็นคนพูด ส่วนอู๋ อี้ฟาน ก็เอาแต่นั่งฟัง พอเริ่มเมา สติที่มีหน้ากากที่เคยปั้นแต่งก็เริ่มหลุดออกทีละนิด ชานยอลเลื้อยลงนอนกับเคาน์เตอร์ แต่มือก็ยังควงขวดเบียร์ได้ไม่มีปัญหา ต่างจากคนโชกโชนประสบการณ์ที่ดื่มเท่าไหร่ก็ยังคงตาใสแจ๋ว

                “ผมว่าคุรหนูต้องหัดควบคุมอารมณ์นะ” อี้ฟานออกความเห็นบ้างเมื่อฟังเรื่องราวของคุณหนูจบ ร่างสูงจ้องมองคนที่เอาแต่ควงขวดเล่นไปเรื่อยๆ บางทีที่ผู้ชายตรงหน้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้าตัวเองเสียทั้งหมด มันทั้งคนรอบข้างและก็เหตุการณ์ในอดีตที่หล่อหลอมให้คนตรงหน้าออกมาเป็น ปาร์ค ชานยอล ที่อารมณ์ร้ายและเอาแต่ใจ

                อี้ฟานนวดไหล่คนที่เริ่มจะเมามายจนครองสติไม่อยู่ ชานยอลดีดตัวลุกขึ้นนั่งตัวตรง ก่อนจะเอนไปซบกับไหล่ของคนข้างๆ ร่างสูงที่เปลี่ยนจากคนกลายเป็นพนักพิงถอนหายใจ

                “น้อง….

                หลังจากเช็คบิลเรียบร้อย อี้ฟานที่แบกคนเมาก็กำลังจะควานหากุญแจรถจากตัวคุณหนู เค้าล้วงมันออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะมองไปยังที่จอดรถที่มีคนมาเดินเมียงมองรถของพวกเค้าอยู่ แถมในมือก็ยังถือของแข็งที่น่าจะเป็นก้อนหินไว้อีกด้วย

                “เวรละไง คุณหนูเดี๋ยวผมมา” อี้ฟานเขย่าร้องเรียกชานยอล ก่อนที่จะวิ่งออกไปยังอีกฟากของถนน

                “เห้ย เหี้ยไรวะ มาเขย่าตัวกูทำไม” ชานยอลที่ปัดป่ายมือลุกขึ้น เค้าฟาดงวงฟาดงาไปเรื่อยตามภาษาคนเมา

                ปึก!

 

                “เห้ย เมาแล้วก็อย่าซ่าสิวะ” ชาวคณะแต่งตัวแนวฮิปฮอป ตะโกนดังลั่น เมื่อถูกฟาดหมัดเบาๆใส่อก ผู้คนที่เพิ่งออกจากคลับ และผู้คนที่เดินผ่านไปมา หันมามองเป็นตาเดียว ชานยอลหรี่ตามองก่อนจะชี้หน้า ทั้งๆที่ยืนแทบจะไม่อยู่

                “ไอ้เหี้ย มึงว่าไง มาตัวๆกับกูมั้ย”

                “ไอ้ลูกหมาเอ้ยยย” หมัดลุ้นๆซัดเข้าเต็มปาก จนชานยอลล้มกลิ้ง ลุกแทบไม่ขึ้น ชาวคณะฮิปฮอป ยืนรุมชานยอลเอาไว้พร้อมกระทืบเต็มที่

.

.

                อีกด้านอี้ฟานที่เพิ่งวิ่งไล่ตะเพิดพวกเด็กมือบอลให้ออกห่างจากรถ จนรู้สึกว่ามันหนีหายไปหมดแล้ว “เห้ย อะไรอีกวะนั่น” ร่างสูงที่หันไปมองคนยืนมุง แถมมุงอะไรไม่มุง พวกมันกำลังมุงคุณหนูของเค้าเหมือนกับว่ามีเรื่องกัน

 

                “เห้ย มีอะไรกัน” คริสที่เพิ่งวิ่งไปกลับจากอีกฟากถนน ร้องตะโกนเสียงนำตัวมาก่อน ก่อนจะรีบฝ่าวงเข้าไปพยุงคุณหนูของเค้าที่โดนต่อยจนหน้าหงาย ให้ลุกขึ้น

                “ดูแลเพื่อนมึงหน่อย แมร่งเอ้ย ปากดีนักนะ” อี้ฟานขอโทษ ก่อนจะรีบพาคุณหนูออกมาจากสถานที่นั้น ก็แหม มันกันเป็นฝูงเค้าไม่ใช่พระเอกนิยายที่จะลงไปตะลุมบอลแล้วจะชนะมาปากแตกคิ้วแตกนี่หว่า มาเยอะขนาดนี้ถ้าสู้ไปมีหวังได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่ๆ  

                เค้ายัดไอ้คุณหนูตัวดีใส่รถ ยังดีที่แค่ปากแตกนิดหน่อยๆ ถ้าโดนกระทืบจนสะบักสะบอม มีหวังเค้าโดนไล่ออกแหงๆ

                “นายนี่มันตัวปัญหาจริงๆนะ ปาร์ค ชานยอล”

.

.

.

                บางทีเค้าก็สงสัย ว่าไอ้ที่ชวนเค้ามากินเหล้าก็เพราะต้องการหาคนขับรถกลับกับเป็นไม้กันหมาให้แน่ๆ อี้ฟานจัดการลากคนที่เมามายให้ออกมาจากรถ ก่อนจะพยายามแบกขึ้นหลังพาไปส่งถึงห้อง เค้าก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือ มันกำลังตีบอกว่าเกือบจะตีสามกว่า

                พรุ่งนี้เค้าตื่นสายไอ้หัวหน้าพ่อบ้านนั่นคงไม่มาเฉาะหัวเค้าแบะหรอกมั้งนะ…..

 

                อี้ฟานวางร่างที่ไร้สติลงกับที่นอน ก่อนจะพยายามถอยห่าง “โอ้ะๆ คุณหนู” อี้ฟานที่กำลังจะก้าวลงจากเตียงสะดุ้ง เมื่อแขนเรียวรัดรอบคอเค้าไว้พร้อมกับกระชากให้หยุดอยู่กับที่ คนที่หลับเพราะฤทธิ์เหล้ากลับตื่นขึ้นมาตาใสแจ๋ว แถมยังมีแรงรั้งคอเค้าให้เข้าไปใกล้อีกต่างหาก ลมหายใจร้อนๆและกลิ่นแอลกอฮอล์ชวนให้อี้ฟานนั่นตื่นเต้นตามไปด้วย

                “ฉันเหงา

                “หืม” เสียงทุ้มเอ่ยคำว่าเหงา จนอี้ฟานต้องร้องหืมออกมาอย่างไม่อยากเชื่อหู บางทีนะบางที เค้ารู้สึกว่าตัวเองก็ไม่ได้มีรสนิยมกับไม้ป่าพันธุ์เดียวกัน แต่กับยัยคุณหนูนี่ เค้ากลับตื่นเต้นทุกครั้งที่เกิดอะไรทำนองนั้นขึ้น

                ทำนองนั้นน่ะทำนองนั้น…….

 

                “คุณหนูเมามากแล้วนะครับ นอนพักผ่อนเถอะ” อี้ฟานพยายามแกะมีออกจากคอ บางทีก็นะเซ็กส์มันไม่ใช่เรื่องผิดยิ่งกับระหว่างชายและชายด้วยกันแบบนี้ เรื่องท้องเรื่องปัญหาจุ๋มจิ๋มไม่ค่อยมีตามมาให้เห็นหรอก แต่กับยัยคุณหนูนี่…..

                อย่าเสี่ยงเลยวะไอ้ฟ่าน…..

 

                “นายจะทิ้งฉันไปอีกคนใช่มั้ย” สีหน้าคนเมาเริ่มมัวหมอง ดวงตาดูแดงกล่ำเหมือนกับจะร้องไห้เสียอย่างนั้น ชานยอลปล่อยมือออกจากคออีกฝ่าย ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่ง หลังพิงกับหัวเตียงนุ่มๆ มือเรียวยกขึ้นเช็ดคราบเลือดตรงมุมปาก อี้ฟานถอนหายใจ ยัยคุณหนูนี่คงเป็นพวกไบโพล่าไม่ก็พวกจิตสองขั้วแน่ๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เค้าละเดาอารมณ์ไม่ถูกจริงๆ

                ร่างสูงเขยิบพลิกตัวไปนั่งหลังชนกับหัวเตียงข้างๆคุณหนู เค้ารู้ว่าตัวเองมันทั้งหล่อแถมยังขี้ใจอ่อน เค้าไม่ชอบเห็นใครต้องมาทนทุกข์ทรมาน หรืออยู่โดดเดี่ยว

                “คุณหนูอยากเล่าอะไรให้ผมฟังก็ได้ทั้งนั้นนะครับ ผมจะอยู่ตรงนี้ล่ะ” อี้ฟานดึงหมอนมากอด พร้อมกับเหยียดขาออกไปในท่าทางสบาย ชานยอลเอียงหัวมาซบไหล่เค้า ก่อนจะเอ่ยเสียงทุ่มนุ่มลึก

                “จริงๆนะ” ชานยอลช้อนสายตาสวยหวานขึ้นมอง จนคนที่เผลอสบสายตานั้นถึงกับต้องในภวังค์ ใบหน้าหวานสวยใกล้เข้ามาชิด จนอี้ฟานต้องก้มลงมาใกล้อย่างกับมีแรงดึงดูด

                “จริงๆเหรอ นายไม่ได้โกหกฉันใช่มั้ย”

                "ผมจะอยู่ข้างคุณหนูนะครับ" ร่างสูงบรรจงจุมพิตริมฝีปากที่แตกริ้วเพราะแรงหมัด ชานยอลไม่มีขัดขืนแต่กลับจูบตอบแถมยังเริ่มเคลื่อนเกมส์มาเป็นฝ่ายรุก

                "คริส กูขอนะ..." อี้ฟานไม่พูดอะไร ได้แต่นอนราบลงกับเตียงช้าๆ....

                เอาวะมากันขนาดนี้แล้วจะให้เบรกก็คงไม่ไหว พรุ่งนี้ค่อยไหลตามน้ำไปละกัน……

 

NC CK 18+ #สมบัติky

 

 



















................................................................................

     จบแล้วสำหรับตอนที่ 9 ออเเตมั้ยล่ะมึง คึคึ พี่ฟ่านเสร็จน้องชานอีกแล้ว เสร็จแบบโดนบังคับ น่าสงสารจริงๆคะ สำหรับตอนตัดก็ไปหาได้ที่เดิมคือ #สมบัติky ตอนตัดตอนนี้แต่งยากมากอ่ะ เพราะมันสลับขั้ว คิดไม่ออกจริงๆคะ ใครไม่ประทับใจก็ขออภัยด้วยน้าาาา

     และสำหรับตอนหน้า ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมากคะ 555555 ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ไม่มีจริงๆนะ อยากรู้ว่ามีหรือไม่มีก็ ติดตามกันได้เด้อ

สปอยล์ตอนที่ 10 อี้ฟานที่รู้สึกไม่ค่อยสบายเพราะปวดระบมไปทั้งร่างเพราะจากศึกเมื่อคืน เริ่มงอแงกับเจ้าของไข้ วันนี้เค้าแทบจะไม่ได้ลุกไปไหนเลย ได้แต่นอนอยู่บนเตียงของคุณหนูชานยอล

                         "อ่อนจริงๆเลย แค่นี้ทำเป็นล้มหมอนนอนเสื้่อ เอ้า ลุกขึ้นมากินโจ้กเร็วเข้า"

                         "ไม่เอา" อี้ฟานมุดหน้ากับตักคนที่นั่งอยู่ตรงขอบหัวเตียง แถมในมือยังถือชามโจ้กไว้ ชานยอลหัวเราะกับท่าทางคนป่วยก่อนจะเริ่มเอ่ยเสียงนุ่มขึ้นไม่โวยวาย 

                         "เมียครับ ไม่กิน จะไม่หายนะ"

                         "ไม่เอาครับ เมียไม่ต้องการ" .........

















 

 

   

               

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #621 kriswu0627 (@kriswu0627) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 09:21
    ผลัดกันเอาอีกแล้ว 55555
    #621
    0
  2. #615 KY0627 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 17:42
    คืองงอะค่ะ ในเรื่องมีทัืงคริสทั้งอี้ฟาน คือตัวละคร2ตัวนี้มันคนละตัวกันไม่ใช่หรอคะ จะพิมพ์สลับกันไปมาแบบนี้มัยทำให้สับสนนะ ตอนอ่านตัวละครอี้ฟานคือพระเอกของเรื่อง ส่วนคริสคือแฟนใหม่อลิส แต่ไปๆมาชานยอลกลับเรียกชื่ออี้ฟานว่าคริสซะงั้น สรุปเรางงเองหรือไรท์ทำให้งงคะ
    #615
    1
  3. #466 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 19:07
    โอ๊ยยยยยยยย ชอบ แมนๆ ผลัดกันเป็นผัวเป็นเมียครัข โอ๊ยยยยยยยยยย. ชานยอลดูหลงเมียมากเลยนะ ทำให้เค้าทุกอย่างเลย อิเมียนี่ก็ยอมเค้าจริงจังมาก ฮือออออออ พ่อยอดชายทั้งสองของพี่
    #466
    0
  4. #426 Aunyaww (@aun_102539) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 14:40
    ผลัดกันเป็นผัวเป็นเมียบ้างก็แลดูสนุก 555
    #426
    0
  5. #45 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 01:23
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด อิพี่เสียประตูให้ยัยชานยอลอีกแล้ววววววว ยัยชานยอลมันร้ายมีกุญแจมงกุญแจมืออ ฮึ่ยยยยยย ไรท์ถ้าพี่คริสได้เอาคืนเมื่อไหร่ขอแบบจัดหนักจักเต็มเอาให้ยัยคุณหนูมันขาเปลี้ยำแ้ลยนะ หมั่นไส้ 55555555555555555555
    #45
    0
  6. #40 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 14:31
    อ้ากกกกกก กรี้ดดดดดดด ชานคริสล่ะ คิคิ รู้สึกสับสนกับพี่ชานคุณคือนางเอกรึป่าว วอทททททท ?-?
    #40
    0
  7. #37 wuyifan43 (@wuyifan43) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2558 / 00:12
    ชานคริสเถ้ออ ได้โปรด พลีสสสส ฟินมากคะ -.,-
    #37
    0
  8. #31 Tamininalove (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 22:40
    อือหือเราชอบหมดอะคริสยอล ชานคริส ใครรุกเรารับได้หมดอะชอบจริงๆนี่ไม่ได้โรคจิตนะแต่ชอบอะ55555ดูจากสปอยตอนหน้าพี่คริสป่วยแล้วอ้อนน่ารักอะอยากอ่านแล้วว
    #31
    0
  9. #30 คริสยอลแฟน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 22:12
    สุดท้ายแล้วใครจะรักจะรับนะ งง
    #30
    0
  10. #29 คริสยอลแฟน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 22:11
    สุดท้ายแล้วใครจะรักจะรับนะ งง
    #29
    0
  11. #25 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 09:23
    ฉิบหายมากกกก ยอมบ่อยๆระวังจะกู่ไม่กลับนะพี่ โอ้ยยยยยย พาร์ทหน้ามีออเซาะอีก ยอมเรียกตีวเองว่าเมียอีกกก โอ้ยยย
    #25
    0
  12. #22 Piechoc (@pieberri11ky) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 05:50
    อิพี่ไม่น่ายอมชานยอลเลย งงกับคู่นี้จริงๆ
    #22
    0
  13. #20 Tamininalove (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 11:58
    เราว่าพี่คริสนี่แหละที่ดูแลยอลได้เหมาะที่สุด รอครึ่งหลังอยู่น้าคร้าบบ
    #20
    0
  14. #19 Piyawadee Pu-i Sompawong (@pu-ipu-i) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 09:56
    คือต้องคอยลุ้น ว่าใครจะรุกใคร เพราะตอนนี้คะแนนเสมอกันอยู่ 1:1 5555
    #19
    0