HUNHAN feat.krisyeol Love treasure SS2

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 8 สงคราม!! 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 ม.ค. 59

บทที่ 8



 

                การประคบประหงมดูแลเอาใจใส่ผู้ชายคนหนึ่ง เป็นอะไรที่ยากมากสำหรับผู้ชายอย่างเค้า คนที่ไม่เคยต้องมานั่งดูแลใคร ทั้งคืนที่ต้องลุกตื่นมาดูผ้าอุ่นๆที่ซับความร้อนจากหัวนำมันมาบิดทิ้งแล้วชุบน้ำไปวางไว้ใหม่ ไหนจะเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มให้ตลอดคืน เค้าทำมันทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน...

                แต่ผลตอบแทนที่ควรจะคุ้มค่ากลับได้เป็นสิ่งนี้แทน........

 

                “เห้ยยยย อะไรวะเนี้ย” อี้ฟานที่เผลอหลับไปจนตื่นสายไก่โห่ ลุกมายืนมองของที่เกลื่อนกลาดไปทั่วบ้าน ทั้งเสื้อผ้าที่ใส่แล้ว เศษขยะ ชามบะหมี่ที่กินแล้ว แถมยังทำน้ำหกเลอะเทอะไปทั่ว

                “ปาร์ค ชานยอล!!!” ร่างสูงเดินดุ่มๆไปกระชากประตูห้องนอนอีกคนเปิดออกอย่างแรงแต่กลับไร้วี่แววของเจ้าของห้อง แหงล่ะมันคงอยู่ให้เค้าด่าหรอก แค่เผลอหลับไปช่วงเช้ามืดไม่กี่ชั่วโมง แล้วดูที่มันสิ ยัยงูพิษ!!

 

                ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง....

 

                อี้ฟานที่กำลังโมโหสงบสติอารณ์ก่อนที่จะรีบเดินไปกดมอนิเตอร์เพื่อดูว่าใครมา พนักงานส่งของใส่หมวดแก๊บ สองคนพร้อมถือกล่องใบใหญ่ ร่างสูงกดอินเตอร์คอมถามออกไป สนทนากันสักสองสามคำ เค้าก็เปิดประตูให้คนเหล่านั้นเข้ามา

                “เอาวางไว้ตรงนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมยกเอง พอดีห้องมันรกน่ะ”

                “เออ ผู้ส่งบอกให้เอามาไว้ในห้องเลยน่ะครับ ขออนุญาตนะครับ” พนักงานส่งของบอกก่อนจะมองหน้ากันแล้วทำสีหน้าไม่สบายใจ อี้ฟานยอมให้เข้ามาแต่โดยดีด้วยความที่ทำอะไรไม่ได้มาก พนักงานทั้งสองแยกออกจากกัน อีกคนเดินไปที่ห้องนั่งเล่น ส่วนอีกคนเข้าห้องครัว

                โครมมมมมมมมมม......

 

                “เห้ย ทำบ้าอะไรเนี้ย อึ๋ย” อี้ฟานปิดจมูกแทบจะอ้วกเพราะกลิ่นเหม็นเน่าของขยะ พนักงานทั้งสองทิ้งกล่องก่อนจะวิ่งผ่านตัวอี้ฟานออกไปจากห้องทันที

                “ปาร์ค ชานยอลลลลลลลลลลล!!!

.

.

.

                “ฮี่ๆ สนุกดีแหะ” ชานยอลที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อข้อความ sms ส่งเข้ามาถึงสถานะการส่งของ วันนี้เค้าหนีกลับมาบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วก็คงไม่กลับไปที่นั่นอีกสักสองสามวัน เผื่อกลิ่นขยะมันจะหาย

                “ยิ้มอะไร” ชานยอลที่ถูกทัก ก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม

                “ของไปส่งที่คอนโดแล้วน่ะ”

                “ของอะไรทำไมถึงต้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่”

                “ขยะน่ะ......”

                “ขยะ?” เซฮุนทวนคำซ้ำก่อนจะส่ายหัว ไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ ชานยอลที่หันไปมองน้องชายที่เอาแต่นั่งอ่านนิตยสาร ก็เริ่มเปิดบทสนทนาขึ้นบ้าง

                “ได้ข่าวช่วงนี้คั่วเด็กในบ้านเหรอ”

                “อืม ใช่ ทำไม”

                “ก็ถึงว่าช่วงนี้เห็นอยู่ติดบ้านบ่อย” เซฮุนขำออกมาเล็กๆ ก่อนจะพับเก็บนิตยสาร เปลี่ยนขาที่นั่งไขว่ห้างแล้วยกกาแฟขึ้นดื่มด้วยท่าทางใจเย็น

                “พี่ก็เหมือนกันนิ ได้ข่าวกกหนุ่มไว้ที่คอนโด”

                “เหอะ กกเกิกอะไรกัน “ ชานยอลเบ้ปาก กอดอกอย่างหงุดหงิดอารมณ์เสีย เซฮุนที่เหลือบตามองท่าทีของพี่ชายก็ยิ่งทำให้เข้าใจง่ายเข้าไปใหญ่

                “แล้วแต่....ไม่ได้อยากยุ่งอะไร แต่ระวังแม่หน่อยก็ดี”

                “แกก็เหมือนกัน “ เซฮุนไม่ตอบแต่ยกกาแฟขึ้นซดจนหมดก่อนจะลุกขึ้น

                “ไว้เจอกันพรุ่งนี้ถ้าพี่ยังอยู่....”

                “แกจะไปไหนวะ เซฮุน”

                “จะพาเสี่ยวลู่ไปรับลมชมวิวสักหน่อยน่ะ”

.

.

.

                “จ๊ะเอ๋ สวัสดีครับ”

                “ค๊ะ!!” หญิงสาวที่นั่งอยู่เดียวดายสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินเสียงใครเข้ามาทักทาย ลู่หานยิ้มระบายอย่างสดใส ก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับหล่อนโดยที่ไม่ต้องรอคำอนุญาต

                “เออ คุณคือ...”

                “ผม ลู่หาน ครับ คุณจำผมได้รึเปล่า พอดีผมเอาไอ้นี่....” ลู่หานว่าก่อนจะล้วงเอากระเป๋าดินสอยื่นส่งคืนให้กับเธอ “ผมเอากระเป๋าดินสอมาคืนให้น่ะ”

                “เออ ขอบคุณคะ แต่มันไม่ลำบากไปใช่มั้ยคะ....แล้วนี่คุณหาฉันเจอได้ยังไง”

                “ไม่หรอกครับ..เออ พอดีเห็นคุณนั่งอยู่พอดีเลยน่ะครับ อ่อ ที่จริงแล้วไอ้นี่มากกว่าที่ผมอยากจะเอามาคืนคุณ” ลู่หานเลื่อนบัตรประจำตัวนักศึกษาไปตรงหน้าหล่อน หญิงสาวเบิกตากว้างก่อนจะฉวยหยิบไปทันที

                “ขอบคุณคะ มันอยู่ในกระเป๋าใช่มั้ย ขอบคุณจริงๆ”

                “เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นเลี้ยงข้าวผมสักมื้อสิครับ” ลู่หานยิ้มหวาน ลินดายิ้มจืดตอบกลับมาก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ

                “ถึงฉันจะเป็นคนต่างชาติแต่ก็เป็นนักศึกษาทุน เงินไม่ค่อยมีหรอกนะคะ ถ้าจะให้เลี้ยงคง.....”

                “ขอบะหมี่ถ้วยกับนั่งคุยกับคุณสักสองชั่วโมงก็พอครับ....”

.

.

.

                “ลู่หานไปไหน เห็นมั้ยแบคฮยอน” เสียงทุ้มต่ำๆพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่เข้ามายืนพิงขอบประตูห้องครัว แบคฮยอนที่กำลังจะยกถังขยะไปทิ้งหยุดชะงักก่อนจะหันไปก้มหัวโค้งให้กับคุณหนูเล็กของบ้าน

                “เห็นออกไปตั้งแต่เช้าแล้วล่ะครับคุณหนู” แบคฮยอนก้มหน้าพูดอย่างเก้ๆกังๆ หัวใจเต้นตึกตักอย่างหวาดระแวง

                “คุยกับฉันใครให้ก้มหน้า เดินมานี่สิ” เซฮุนกระดิกนิ้วเรียก แบคฮยอนทำตามแต่โดยดี ร่างสูงจ้องมองที่ตัวเล็กกว่า ใบหน้าสวยหวานเพิ่มรอยขมวดบนคิ้วให้กับเซฮุนได้ ร่างสูงจ้องมองอยู่สักพักก่อนจะมองเมินผ่านไป

                “ทำไมฉันไม่คุ้นหน้านาย มาอยู่เมื่อไม่นานมานี้เรอะ”

                “ผมมาทำงานที่นี้ได้สี่ห้าปีแล้วครับคุณหนู” 

                “เหรอ ทำไมไม่เคยเห็น” แบคฮยอนมองไปทางอื่น ก็แหงล่ะสิอยู่บ้านไม่เคยจะติด คงจะเคยเห็นเค้าหรอก

                “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”

                “ถ้าลู่หานกลับมาบอกให้ขึ้นไปหาฉันที่ห้องทันที เข้าใจมั้ย”

                “ครับคุณหนู” แบคฮยอนขานรับคำ จากนั้นเซฮุนก็เดินหายออกไปทันที ร่างบางถอนหายใจ กุมอกซ้ายแน่นอย่างกับกลัวว่ามันจะหลุดออกมาเต้นข้างนอกแทน

 

.

.

.

                “แล้วเรื่องสุดท้ายมันเป็นยังไงเหรอคะ”

                “ท้ายสุดน่ะเหรอ ผมกับพี่ชายก็ได้มาเป็นคนใช้อยู่ในบ้าน....อ่อ ไม่ใช่สิคฤหาสน์มากกว่า”

                “ชีวิตคุณคงดีขึ้นแล้วสินะคะ.....นี่อยากทานอะไรเพิ่มมั้ย ถึงฉันไม่มีเงินแต่ว่า...” ลู่หานยิ้มขำออกมาน้อยๆ ก่อนจะรีบยกถ้วยราเมงขึ้นซดน้ำจนหยดสุดท้าย แล้วหันไปยิ้มให้กับลินดา หญิงสาวที่เค้าตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น

                “ไม่เป็นไรครับ ถึงตอนนี้ผมจะจนแต่อีกไม่นานผมก็จะรวยขึ้นครับ ไม่ต้องห่วงนะ....ว่าแต่คุณเถอะลินดา คุณจะรังเกียจผมมั้ยที่ผมเป็นแบบนี้” หญิงสาวที่ถูกตั้งคำถามหัวเราะร่วนจนลู่หานขมวดคิ้วประหลาดใจ ก็คำถามของเค้ามันตลกตรงไหน

                “สำหรับคำว่าเพื่อน ไม่มีอะไรที่ต้องพะวงหรอกคะ” ลินดากล่าว หล่อนหยิบเอาถ้วยราเมงของชายหนุ่มมาซ้อนกับถ้วยของตนก่อนจะยิ้มร่า แล้วเอ่ยต่อ “ฉันก็จนคุณก็จน เราเหมาะสมกันดี เป็นเพื่อนกันได้คะ”

                “เออ....แต่ว่า” ลู่หานอึกอักไม่อยากโกหก แต่เรื่องราวที่เล่าไปเมื่อครู่เค้ากลับเล่าไม่หมดเพราะกลัวหล่อนไม่เชื่อไปนี่สิ ถ้าเกิดในอนาคตลินดารู้ว่าเค้าเป็นใครมาจากไหน เค้าจะถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้คนขี้โกหกไปรึป่าว

                “อะไรเหรอคะ”

                “แต่ว่า....ผมเป็นเพื่อนกับคุณไม่ได้นี่สิ”ลู่หานที่ตัดสินใจไม่พูดเฉไฉเปลี่ยนไปเรื่องอื่น หญิงสาวขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เธอจึงถามเค้าว่าทำไม ลู่หานยิ้มร่า ก่อนจะยืดตัวตรง

                “เรียกผมว่าพี่ลู่หานสิ”

                “ทำไมล่ะ”

                “เพราะผมแก่กว่าคุณตั้งสี่ปี ส่วนผมก็จะเรียกคุณว่าหนูลิน เอ...หรือหนูดาดี” ลู่หานทำท่าคิด ลินดาหัวเราะกลิ้ง ก่อนจะส่งฝ่ามือเล็กๆฟาดเข้าให้ที่แขนของลู่หาน

                “ไม่ต้องเลยคะ เรียกว่าลินก็พอ โอเคมั้ยคะ....พี่ลู่”

                “อื้มมมม โอเคเลยครับลิน”

                ลู่หานและลินดาหัวเราะกับท่าทางของแต่ละฝ่าย เค้ายังคงชวนลินดาเล่าเรื่องนู้นนี่นั่นไปเรื่อยๆ จากมื้อเที่ยงก็กลายเป็นมื้อเย็น และจากมื้อเย็นก็กลายเป็นมื้อค่ำ

                พวกเค้าทั้งสองนั่งอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ข้างตัวมีแต่กองขยะจากเศษถุงพลาสติกที่แกะทิ้งไว้แล้วไม่ได้นำไปทิ้ง ลินดาเล่าเรื่องครอบครัวของเธอ และวัฒนธรรมที่ทำให้ลู่หานตกใจแล้วก็ทึ่ง จนออกทางสีหน้าตลอดเวลาที่ลินดาเล่า

ทั้งลู่หานและลินดาเข้ากันได้ดี

                จนไม่รู้ว่าหล่อนตกหลุมรักผู้ชายตรงหน้าไปตั้งแต่เมื่อไหร่.......

 

                ลินดาใช้เวลาตั้งแต่ช่วงเที่ยงอยู่กับผู้ชายที่ช่วยหล่อนหาแว่นตาในวันฝนตกวันนั้น ใบหน้าที่ติดจะหวานของเค้ายังมีเค้าความกร้านพอตัวให้ถูกว่าเป็นผู้ชายอกสามศอกได้ รอยยิ้มจากริมฝีปากที่อมชมพูเสียยิ่งกว่าเธอ ตรึงสายตาหญิงสาวเอาไว้ พร้อมกับบีบหัวใจเธอให้เต้นเร็วแรง ความรู้สึกของความสบายใจและวาบหวิวมันพลุ่งพล่านไปทุกส่วน

                แค่เจอกันไม่เท่าไหร่ก็ตกหลุมรักเค้าซะแล้ว.....

.

.

.

                ลู่หานเดินมาส่งลินดาที่หอพักด้วยความเสียดาย  ดวงตาคู่สวยมีแววระห้อยส่งผ่านออกมาอย่างเห็นได้ชัด ลินดาที่ยืนยิ้มอยู่หน้าทางเข้าตึกได้แต่ส่ายหัวไปมาเล็กน้อย

                “กลับเถอะคะ ดึกแล้ว พี่ต้องทำงานนะ เดี๋ยวก็โดนเค้าไล่ออกหรอก”

                “พี่มาหาเราอีกได้ใช่มั้ย”

                “ถ้าไม่โดดงานมาก็ได้อยู่แล้วคะ....ลินไปนะคะ กลับดีๆนะ” หญิงสาวโบกมือลาก่อนจะหันหลังเดินขึ้นตึกไป ลู่หานที่ยืนชะเง้อมองจนหลังของหล่อน แน่ใจชัดแล้วว่าเธอขึ้นไปอย่างปลอดภัย เค้าจึงเดินกลับออกมา

                “สงสัยเดือนหน้าต้องซื้อมือถือแล้วสิฉัน”

.

.

.

                อีกด้านหนึ่งคนที่นั่งรออยู่บนโซฟาภายในบ้าน กำลังหน้าเกร็งจนเส้นเลือดปูดโปน ชานยอลที่นั่งทำงานอยู่บนโซฟาอีกตัวได้แต่เหลือบมองเป็นระยะๆ

                “ลู่หานกลับมาแล้วครับนาย” จงอินที่เดินเข้ามาบอก รีบรุดตามคุณหนูเล็กออกไปทันที ชานยอลมองตามก่อนจะส่ายหัวน้อยๆ

                “ให้ตายเถอะ.....”

.

.

                เซฮุนที่เดินนำจงอินมาลิ่วๆหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องลู่หาน ฝ่ามือหนักๆทุบประตูเสียงดังสนั่นเพราะอารมณ์ฉุนเฉียว

                ร่างบางค่อยๆแง้มประตูออกมา สายตาคมดุจ้องเขม็ง เซฮุนผลักคนในห้องเข้าไปก่อนจะปิดประตู จงอินที่ยืนมองอยู่ได้แต่ทำหน้างงงวยไม่เข้าใจถึงสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย

                “ไปไหนมา”

                “วะๆ...วันนี้วันหยุดฉัน ฉันก็ออกไปเที่ยวสิ”

                “ใครอนุญาต มิทราบ”

                “คุณนายไง ท่านอนุญาต”

                “แต่ฉันไม่อนุญาต!!....นายขึ้นตรงกับฉัน ฉันสั่งอะไรก็ต้องทำ ฉันบอกอะไรก็ต้องฟัง” เซฮุนตะคอกใส่จนลู่หานสะดุ้งเป็นรอบๆ ภายในห้องที่มืดสนิทมีเพียงแสงที่ลอดผ่านเข้ามาจากบานเกร็ดเล็กๆ ลู่หานสะดุ้งนั่งแหมะลงกับเตียง เค้ารีบลุกขึ้นทันที ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบ

                “เห้ย!!” ร่างทั้งร่างลอยอัดกระแทกกับที่นอนแข็งๆ ก่อนที่เซฮุนจะตามมานั่งทับเสียเต็มแรงไม่ให้ขยับดิ้นหนีไปไหน

                “หนัก ลงไป กูบอกให้ลงไป”

                “วันนี้ไปไหนมา รู้ไหมว่านายทำให้ฉันเสียเวลารอมากแค่ไหน”

                “ไม่ได้ให้รอเล้ยยย”

                “อะไรนะ.....” เซฮุนถาม พลางบีบแก้มลู่หานด้วยอารมณ์โมโห ร่างบางดิ้นฟึดฟัดไปมาพร้อมทั้งส่งเสียงอื้ออึ้ง มือที่ว่างๆก็ทั้งตบทั้งตีดีดดิ้นจนไม่รู้จักเหนื่อย

                “สงสัยฉันต้องทำแบบที่พี่ชายฉันทำกับพี่ชายนายแล้วล่ะลู่หาน” เซฮุนบ่นก่อนจะลุกขึ้นแล้วกระชากแขนอีกคนให้ลุกตาม ลู่หานรั้งแขนเอาไว้พร้อมกับใช้เท้ายันเข้าเต็มท้องเซฮุนจนอีกคนกระเด็นออกไปไกล

                “นี่! กล้าดียังไงมาถีบฉัน ห๊ะ!!

                “ไม่รู้โว้ย ไปตายซะ...ไอ้บ้า!!” ลู่หานตะโกนด่าก่อนจะรีบวิ่งไปเปิดประตูแล้ววิ่งหนีออกไป เซฮุนที่กำลังจุกก็รีบลุกวิ่งออกจากห้อง

                “จะไปไหน  หยุด”

 

                “เล่นอะไรกันวะ เซฮุน” ชานยอลที่ลงมาสังเกตการณ์ร้องถามพลางจับคนที่วิ่งผ่านมาไว้พอดิบพอดี

                “ปล่อยนะ บอกให้ปล่อยไงเล่า”

                “โอ้ย...!!” ชานยอลลงไปนอนกองกับพื้นเพราะถูกเตะเข้าจุดยุทธศาสตร์ ลู่หานที่ล้มลงไปกองตามชานยอลรีบลุกขึ้นตะเกียดตะกายหนีคนที่วิ่งสี่คูณร้อยเข้ามา

                “จะไปไหนมานี่” เซฮุนกัดฟันกรอด พร้อมกับลงไปคลุกคลานจับขาคนที่พยายามจะลุกแต่ก็ลุกไม่ได้ ลู่หานทั้งถีบทั้งสะบัดหนีตายแบบ ไม่หันไปมอง ชานยอลที่เห็นน้องชายกำลังลำบากก็รีบคลานไปทับคนแรงยักษ์ไม่ให้แผลงฤทธิ์

                “มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี้ย  สองคุณหนูนั่นทำอะไรวะ” พ่อบ้านทั้งหลายต่างยืนหลบมุมเสาโดยมีจงอินเป็นแกนนำป่าวประกาศ ภาพตรงหน้าอย่างกับสงครามมวยปล้ำศึกสามเศร้า ทั้งจับทั้งทับอีกคนก็พยายามดิ้นรนหนีตาย แต่ก็ยังแพ้แรงคนที่ตัวใหญ่หว่าทั้งสองคนอย่างหมดท่า

 

                “หึ หมดฤทธิ์ซะทีนะ” ชานยอลที่นอนเกือกกลิ้งอยู่ลุกขึ้น เมื่อน้องชายจับยัยปลาไหลได้อยู่หมัด

                “เซฮุน.....”

                “ไว้คุยกันทางโทรศัพท์” เซฮุนเปรยก่อนจะรวบร่างบางๆนั้นขึ้นหลัง โอบรัดเอวไว้ไม่ให้หลุด ร่างสูงโปร่งของชานยอลยืนค้างเติ่งอย่างคนไร้สติ เค้าเสยผมขึ้นสองสามทีก่อนจะส่ายหัว แล้วปลีกตัวเดินแยกออกไปอีกทางเพื่อขึ้นตึกใหญ่

                “โอ่ยๆๆ หลบเร็วหลบๆ” จงอินรีบส่งสัญญาณเมื่อคุณหนูเดินมาทางนี้ พ่อบ้านต่างคนต่างวิ่งกันไปหลบอยู่กระถางต้นไม้ใหญ่ที่มืดสนิท ยกเว้นแบคฮยอนที่ยืนแข็งค้างอยู่

                สายตาเรียบนิ่งแฝงความดุดันปรายมองคนที่ยืนค้างอยู่ข้างกำแพง แบคฮยอนก้มหัวโค้งให้น้อยๆก่อนจะวิ่งหนีหายออกไปทันที เซฮุนมองตามก่อนใช้หางตามองคนที่แอบอยู่หลังกระถางต้นไม้ในมุมมืดอย่างรำคาญใจ

                “ปล่อยนะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน รู้รึเปล่าว่ากูเป็นใคร”

                “คนใช้....”

                “พ่อมึงสิ....”

                “ไร้มารยาท....” เซฮุนเปิดกระโปรงรถหรูก่อนจะยัดร่างบางเข้าไปในนั้นแล้วปิด เสียงเคาะดังปึงปังอย่างไร้สติไม่สามารถดึงเซฮุนให้หันไปสนใจ ร่างสูงเดินตัวปลิวอ้อมไปด้านคนขับก่อนจะสตาร์ทรถออกไปทันที

.

.

.

                อี้ฟานที่เพิ่งอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จเดินออกมารับโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงร้องดังไปทั่วบ้าน เค้ายกมันขึ้น ก่อนจะกรอกเสียงลงไป

                “ขอโทษครับ คุณหนูชานยอลไม่อยู่ ติดต่อุระสำคัญกรุณาติดต่อเบอร์โทรโดยตรงของคุณหนูเลยนะครับ”

                /ไม่....ฉันต้องการคุยกับชานยอลตอนนี้ ไปลากมันมาคุยกับฉัน/

                “ไม่ได้อ่ะครับ เพราะคุณหนูไม่อยู่”

                /งั้นเอาเบอร์มันมา/

                “ผมไม่ทราบอ่ะครับ” อี้ฟานเดินคุยไปแคะขี้มูกไป อย่างปลงๆ ก็ให้ตายสิ แม่คนนี้โทรมาตามชานยอลได้ทุกวี่ทุกวัน

                /ย๊า!! อย่ามากวนประสาทฉันนะ ไม่มีเวลาแล้ว ทำยังไงก็ได้ให้ชานยอลมารับโทรศัพท์ เดี๋ยวนี้ตอนนี้ / อี้ฟานกดวางก่อนจะโยนมันไว้บนโซฟา เอาหมอนอิงปิดเอาไว้ก่อนจะเดินไปดึงสายโทรศัพท์ออกจากตัวเครื่อง

                “อย่าโทรมาอีกนะยัยบ้า” อี้ฟานชี้นิ้วใส่โทรศัพท์ที่นอนอยู่ใต้หมอนอย่างคาดโทษ ก่อนจะเดินผิวปากจากออกไป

.

.

.

                “หึ้ยยยยย หมอนั่นมันเป็นใครมาตัดสาย บ้าๆๆ”เจ้าหล่อนโวยวายพลางกระแทกโทรศัพท์ลงบนตัวเครื่องเสียงดังสนั่น

                “พอเถอะ ชานยอลคงไม่อยากคุยกับฉัน”

                “แต่นี่มันงานแต่งของเธอนะอลิซ แล้วเธอก็กำลังมีน้อง ชานยอลควรรู้….

                “จะให้เค้ารู้เรื่องในฐานะอะไรล่ะยูซึ ฉันกับชานยอลเราไม่ได้เป็นอะไรกันอีกแล้ว” หญิงสาวพูดเสียงเบาก่อนจะนั่งลงบนโซฟาแล้วลูบท้อง เธอตั้งครรภ์อ่อนๆได้สองสัปดาห์แล้ว เหตุนี้เธอจึงจำเป็นต้องแต่งงานกับคริสคนรักใหม่ของเธอที่เพิ่งรู้จักกันได้แค่สองเดือน

                “ฐานะเพื่อนยังไงล่ะอลิซ ถึงพวกแกจะเลิกกันแต่มันในอีกฐานะ แล้วในฐานะเพื่อนที่คบกันมาเป็นสิบๆปีของพวกเราล่ะ เธอไม่คิดถึงมันเลยเหรออลิซ” ยูซึพร่ำพูดพร้อมกับส่ายหัว ทีกับชานยอลอลิซกลับของเลิกง่ายๆตามคำสั่งของคุณน้า แต่ที่กับคริสผู้ชายที่เพิ่งเจอไม่กี่เดือน เพื่อนหล่อนกลับไปมีอะไรด้วยจนตั้งครรภ์

                ให้ตายเถอะ…….

 

                “ฉันขอโทษ”

                “ฉันไม่เข้าใจแกจริงๆอลิซ แกทิ้งผู้ชายที่รักแกมากที่สุดในชีวิตของมันได้ยังไง”

                “งั้นอย่าบอกชานยอลเลยฉันไม่อยากให้เค้าเสียใจ” อลิซพูดเสียงเรียบก่อนจะเดินไปหยิบมือถือที่กำลังส่งเสียงดังอยู่ในห้องนอน ยูซึหญิงสาวผมสั้นร่างเล็กขมวดคิ้วไม่ชอบใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเงียบ เพราะยังไงมันก็เรื่องของอลิซ

                ยูซึหยิบเสื้อโค้ดมาพาดกับแขนก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อล่ำลาเพื่อนรัก อลิซโบกมือหย็อยๆให้กับเธอ หญิงสาวยิ้มตอบพร้อมกับยกมือโบกนิดๆแล้วเดินออกมาจากห้องนอน ใส่รองเท้าหยิบร่มคันดำเตรียมตัวจะกลับ

 

                ยังไงชานยอลก็ต้องได้รู้เรื่องนี้……

.

.

.

 

 

                “ปล่อยไงเล่า บอกให้ปล่อย” ลู่หานที่ถูกอุ้มพาดบ่าทั้งทุบทั้งตีหลังเซฮุน สายตารอบข้างจ้องมองมายังพวกเค้าทั้งคู่

                “มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ” รปภ ร่างยักษ์ชุดดำทั้งตัววิ่งมาขวางหน้าเซฮุนไว้ก่อนที่เค้าจะขึ้นลิฟต์ ลู่หานหยุดดิ้นก่อนจะกวักมือหย็อยๆ

                “มี มีมากด้วย ช่วยฉันที ช่วยด้วย หมอนี่มันโรคจิต มันจะทำร้ายฉัน” ลู่หานตะโกนภาษาเกาหลีสำเนียงเปล่งๆออกมาดังมากเสียจนคนรอบข้างส่งเสียงฮือฮาแล้วเกิดเป็นเกาหลีมุง? รปภร่างยักษ์ขมวดคิ้วจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังถอนหายใจหน้าตากรุ่นโกรธ

                เพี๊ยะ!!

 

                เสียงฟาดก้นดังไปทั้งล็อบบี้คอนโดหรู เซฮุนจ้องตอบ รปภ ก่อนหันไปมองคนที่เริ่มจะร้องโวยวาย

                “ที่รักหยุดสักที เพราะคุณเอาแต่ใจแบบนี้ คนอื่นเค้ามองผมไม่ดีแล้วเนี้ย” เซฮุนโวยวายขึ้นบ้าง คราวนี้เสียงฮือฮาดังหนักข้อเข้าไปใหญ่ เมื่อสัมพันธ์ของทั้งสองถูกเปิดเผยแถมเปิดไปทางสัมพันธ์สวาท รปภ ร่างยักษ์มีท่าทีแปลกใจแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยให้เซฮุนเดินไปยังลิฟต์

                “จริงเหรอครับคุณ”

                “เมียผมเค้าชอบงอแง เวลาถูกขัดใจน่ะครับ จะให้ทำยังไง เห้อ” เซฮุนส่ายหัวเหมือนปลงตกในชีวิตคู่เสียเหลือประดา ลู่หานที่นิ่งฟังเริ่มดิ้นดุกดิกจะลงแถมยังออกปากว่าไม่ใช่

                “ปล่อยกูลง ใครเมียมึง” เซฮุนส่ายหัวแสร้งทำสายตาอ่อนใจพร้อมๆกับถอนหายใจไปด้วย

                “ขอโทษนะครับหลีกทางให้ผมเถอะ ผมต้องคุยกับเมียให้รู้เรื่องบนห้อง” สายตารอบข้างดูจะซาลงเมื่อรู้ว่าทั้งสองเป็นอะไรกัน รปภร่างยักษ์อึกอักอยู่เพียงครู่ก่อนจะหลีกทางให้อย่างเสียมิได้

                “มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะครับ”

                “ไม่เป็นไรครับ เรื่องผัวเมีย พรุ่งนี้ก็เคลียร์กันเสร็จแล้ว ขอโทษนะครับที่ทำให้วุ่นวาย”เซฮุนพร่ำบอกขอโทษขอโพยก่อนจะเดินไปกดลิฟต์ ไม่นานลิฟต์ก็มาเค้าเข้าไปด้านในกดชั้นสูงสุดเมื่อประตูลิฟต์ปิดลงเค้าก็ปล่อยลู่หานให้เป็นอิสระ

                “เห้อะ!! ผัวเมีย!!  พูดมาได้ว่าผัวเมีย มึงนี่มัน”

                “หยุดปากมากได้ละ ไม่งั้นจะเอามันตรงนี้ล่ะ”

                “เอาอะไร”

                “เอานายไง” เซฮุนผลักคนพูดมากไปติดกับกำแพงลิฟต์เอาอกดันอีกคนไว้พร้อมกับยกขาขวาของลู่หานขึ้น ลมหายใจอุ่นๆรดลงบนแก้มนวล ลู่หานพยายามดิ้นแด่วๆ พร้อมกับหลบซ้ายหลบขวาไม่ยอมให้ไรหนวดแข็งๆทิ่มแทงใบหน้าตัวเอง

                ติ๊ง!!!

.

.

.

.

ต่อ

 

                ภาพที่ให้ความรู้สึกเบื่อหน่ายบนใบหน้าฉายชัดได้ดีที่สุดจนขณะที่มันกำลังเปลี่ยนอย่างช้าๆ ผู้ชายสองคนในลิฟต์กำลังเล่นจ้ำจี้กัน เป็นภาพที่อี้ฟานไม่สามารถขยับสายตาไปมองที่อื่นได้เลย

                ถ้าผู้ชายตัวเล็กๆที่กำลังถูกปู้ยี้ปู้ยำจะไม่ใช่น้องชายของเค้า........

 

                “พี่คริสสสสสสสสสสสสสส” ลู่หานร้องไห้โยเยก่อนจะยันโครมคนที่ชะงักค้างให้อกห่าง แล้วรีบวิ่งไปหลบหลังพี่ชาย ร่างสูงขมวดคิ้วจม แขนแกร่งโอบรอบไหล่แคบๆของน้องชาย

                “นี่คีย์การ์ด เข้าไปที่ห้องก่อนไป ทางนี้พี่จะจัดการเอง” ลู่หานรับคีย์การ์ดพร้อมกับรหัสมาแล้ววิ่งฝุ่นตลบหายไปทันทีไม่อิดออด เซฮุนที่เดินออกมาจากลิฟต์จ้องอี้ฟานเขม็ง เค้ารู้ล่ะว่าพี่ชายของเค้าพาเจ้าคนใช้นี่มากกที่คอนโด แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเจอจังๆซึ่งๆหน้าแบบนี้

                “ถอยไปไอ้คนใช้”

                “กลับห้องไปดูดนมขวดเถอะคุณหนู” อี้ฟานว่าเสียงเรียบพร้อมกับโยนร่างที่บางกว่าเค้าเข้าไปในลิฟต์ เซฮุนรุดออกก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดพร้อมกับกระโจนใส่คนตรงหน้าเพื่อตัดกำลัง

                เท้าลุ้นๆถีบเข้ายอดอก เซฮุนล้มกลิ้งลงกับพื้นไม่เหลือคราบของคุณหนูผู้จองหอง ร่างสูงนั่งยองๆลงตรงหน้าจับมือไขว่หลังแล้วกดให้แนบพื้นด้วยเข่าเพียงข้างเดียว ก่อนจะหัวเราะหึๆในลำคอ

                “นายกับพี่นายนี่คงมีปมด้อยอะไรสักอย่างสินะ ถึงได้ไล่บี้ไล่ตะบันคนอย่างพวกฉัน จะฆ่ากันเลยมั้ยล่ะ ถึงจะสาแกใจ.....พวกนายมันโรคจิต พ่อแม่ไม่รักหรือเป็นพวกคุณหนูโดนสปอยล์จนติดนิสัยล่ะ นายไม่รู้เหรอว่าที่นายทำอยู่มันผิดกฎหมาย”

                “คนนอกคอกอย่างพวกแก ก็แค่ถูกจับส่งเข้าซังเตก่อนถูกส่งตัวกลับ”

                “เออๆ จะอะไรก็ช่าง แต่ต่อจากนี้ฉันกับน้องชายจะไม่ทำงานในนรกอีกแล้ว ฝากบอกพี่นายด้วยนะ ว่าหยุดส่งขยะบ้าๆมาสักที แล้วก็กลับมาคอนโดเพื่อรับโทรศัพท์ยัยโรคจิตด้วย ตามนี้นะ” อี้ฟานตบไหล่คนที่ดิ้นคลุกคลักไปมา ก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ

                เซฮุนลุกขึ้นนั่งหลังชนกับประตูลิฟต์ อี้ฟานเดินกลับไปที่ห้องพร้อมกับโบกมืออำลา

                “ปั้ด โถ่ เว้ยยยยย!!

.

.

                อี้ฟานที่ก่ะจะออกจากห้องเพื่อไปหาอะไรกิน แต่ต้องกลับมาที่ห้องเพื่อดูแลน้องชาย เสียงร้องไห้ยังคงดังระงมให้ปวดหูอยู่ไม่ขาดสาย

                “อืม ใจเย็นๆ” อี้ฟานมองน้องชายนิ่งๆพร้อมกับโยกกล่องทิชชู่ไปใกล้ๆ เสียงสั่งน้ำมูกดังแข่งกับเสียงร้องไห้โยเยจนอี้ฟานต้องเอานิ้วขึ้นอุดหู

                “ผมอยาก...ผมอยากกลับบ้าน อึก ฮือๆ พวกมันเป็นปีศาจชัดๆ พวกมัน...พวกมันจับผมกดลงกับ...กับพื้น ทั้ง...ทั้งพี่...ทั้งพี่ทั้งน้องเลย ฮือๆ”

                “ร้องได้แสดงว่าไม่เป็นไรนี่ หิวมั้ย” อี้ฟานถามเสียงเรียบ ลู่หานพยักหน้า หยุดร้องไห้ทันที ไอ้เด็กเห็นแก่กินเอ้ย...

                “งั้นจะไปต้มบะหมี่ให้กิน”

.

.

                เสียงซดน้ำจนอึกสุดท้ายเรียกสายตาของคนที่กำลังนั่งดูทีวีให้หันไปมอง ลู่หานวางถ้วยกระดาษลงก่อนจะหยิบแก้วน้ำขึ้นกระดกตาม

                “เล่ามาสิ ไอ้ที่กดๆ นี่กดยังไง”

                “หมอนั่นมันโรคจิต ว่าแต่พี่เถอะมาอยู่ที่นี้โดนไอ้พี่ชายคนโรคจิตนั่นทำอะไรบ้าง” อี้ฟานยักไหล่ไม่ตอบ แต่ก็นะ วันนี้มีของมาส่งสามรอบ เป็นขยะ ผักเน่า อาหารบูด ของเสียน่าขยะเขยง เป็นการกลั่นแกล้งที่ไม่น่าจะมีคนดีๆเค้าคิดได้ กว่าจะทำให้กลิ่นในห้องหายไปได้ก็ทั้งวัน

                “กลับบ้านดีมั้ย หม่ามี๊คงคิดถึงนายแย่”

                “แล้วพี่อ่ะ”

                “ไม่กลับ....อยากอยู่เอาคืนคุณหนูใหญ่สักหน่อย” คนอย่างเค้าไม่มีทางทำให้ศัตรูรอดเงื้อมมือไปได้ หมอนั่นทำกับเค้าแสบเข้าขั้น เค้าก็ต้องเก็บเกี่ยวผลกำไรจากหมอนั่นก่อนที่จะกลับไป ความจริงเค้าคิดเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เดือนก่อนแล้วหลังจากที่เริ่มมีปัญหากับเจ้าพวกคุณหนูโรคจิต เค้าก่ะว่าจะส่งลู่หานกลับไปเป็นตัวลดระดับอุณหภูมิของป๊ากับมี๊ แต่ดูถ้าแล้วคงต้องรีบๆทำให้เร็วที่สุด ไม่งั้นน้องชายของเค้าคงถูกฉีกเป็นชิ้นๆแน่

                “ถ้าพี่ไม่กลับผมก็ไม่กลับ ผมรู้พี่จะเอาผมไปเป็นตัวล่อป๊ากับม๊าใช่มั้ย พวกท่านโกรธเรามากแน่ๆ ที่หนีออกมาเกือบจะเป็นปี จะให้กลับไปดื้อๆมีหวัง....” อี้ฟานเบ้ปาก ไอ้น้งเวรนี่แมร่งรู้ได้ไงว่าเค้าคิดอะไรอยู่

                “แล้วแกจะอยู่ให้ไอ้หน้าแปะนั่นมันข่มเหงรึไง”

                “ความจริงที่ผมไม่อยากกลับก็เพราะลินดา....” ลู่หานยกเข่าชันขึ้นแล้วกอดมันไว้ เวลาที่ลู่หานกังวลและเครียดๆ เจ้าบ้านี่ก็จะเริ่มกอดเข่าตัวเองแล้วโยกไปมา

                “ลินดา ผู้หญิงที่แกชอบน่ะนะ...ไว้กลับไปแล้วกลับมาใหม่ก็ได้นิ”

                “ไม่.....เธอคิดว่าผมเป็นยาจกจนๆคนหนึ่ง ถ้าผมกลับมาในอีกฐานะหนึ่งเธอจะหาว่าผมโกหกเธอรึเปล่า”

                “โถ๊ะ! มึงดูหนังมากไปป่ะหาญ” อี้ฟานผลักน้องโครมใหญ่จนเกือบตกเก้าอี้ ลู่หานเบ้ปากเหมือนจะร้องอีกครั้งเพราะอารมณ์ยังไม่คงที่

                “อย่ามาตอแหลมไอ้น้องเวร ฉันรู้แกไม่อยากถูกป๊ากับมี๊สับหัว”

                “แล้วทำไมพี่ไม่กลับไปพร้อมกันเล่า!!

                “ก็ฉันต้องเอาคืนยัยคุณหนูใหญ่ ปาร์ค ชานยอล ให้มันสมน้ำสมเนื้อก่อนน่ะสิ ถึงจะกลับ”

                “บ้า! โตเป็นควายแล้วยังคิดจะแก้แค้น”

                “แกจำที่ฉันเคยบอกไม่เหรอไงวะหาญ” อี้ฟานกอดคอน้องชายแล้วลากมาใกล้ๆ สายตากรุ่มกริ่มแถมเจ้าเล่ห์

                “อะไร...”

                “ก็ที่ฉันบอกแกวันที่ไปคลับคราวนั้นไง ว่าไอ้สองพี่น้องนี่มันต้องถูกเอาคืน...”

                “แล้วจะทำยังไงล่ะพี่ มันไม่ง่ายเลยนะ อีกอย่างผมกลัวหมอนั่นแล้วด้วย ผมกลัวถูกฆ่า” ลู่หานกอดเข่าแน่นพร้อมกับโยกตัวไปมารุนแรงกว่าเดิมขณะที่สมองก็นึกไปถึงดวงตาคมกริบสีดำที่จ้องเขม็งมาเหมือนกับจะฆ่าจะแกงเค้า อี้ฟานจับตัวน้องชายเอาไว้ให้อยู่นิ่งๆ ก่อนจะลากให้มาใกล้ๆแล้วกระซิบ

.

.

.

.

                เวลาผ่านไปเกือบจะสองอาทิตย์แล้วหลังจากที่คุณหนูชานยอลหายไป แต่ก็ยังคงส่งพัสดุเป็นของสดของเน่ากลิ่นเหม็นคละคลุ้งมาให้แทบจะทุกวัน ซึ่งอี้ฟานอารมณ์เสียมากที่จะต้องมาคอยเก็บกวาด และพยายามให้ห้องไร้กลิ่น ส่วนลู่หานมาอยู่กับเค้าได้ไม่กี่วันก็ต้องกลับไปที่คฤหาสน์นั่น ก่อนจะไร้การติดต่อแล้วหายไป

                ติ๊งๆ ติ๊งๆ

 

                “ใครมาดึกดื่นขนาดนี้วะ” อี้ฟานเงหน้าขึ้นดูนาฬิกาที่ตีบอกเวลาเกือบจะสี่ทุ่ม

 

                เสียงกดออดหน้าประตูยังคงรัวดังเสียจนอี้ฟานที่พยายามนอนอ่านหนังสือไม่สนใจต้องลุกขึ้นปั้นสีหน้าเหม็นบูด พัสดุอัปรีย์นั่นมาอีกแล้วสินะมันต้องใช่แน่ๆ ร่างสูงเดินไปกดดูจอมอนิเตอร์ก่อนจะขมวดคิ้วเข้มเมื่อเห็นใครยืนอยู่หน้าประตู

                “เปิดสิย้ะ ชานยอล ฉันบอกให้แกเปิด” อี้ฟานเปิดพรวดออกไปจนหล่อนตกใจก้าวถอยหลัง ร่างสูงยืนพิงขอบประตูก่อนจะกอดอกมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้า

                “นายเป็นใคร”

                “ทำไมต้องบอก”

                “ชานยอลมันอยู่ไหน”

                “อยู่บ้านเค้าสิครับ อยากหาเค้าก็ไปหาที่บ้านเค้านู้น”

                “เอ๊ะ นายเป็นเจ้าของห้องนี้เหรอ ชานยอลปล่อยขายไปงั้นเหรอ” เจ้าหล่อนขมวดคิ้วถามกลับ สายตาคมกริบจ้องสำรวจ ผู้ชายตรงหน้าราศีจับพอที่จะซื้อคอนโดราคาหลายสิบล้านได้อยู่หรอก แต่การที่ชานยอลขายที่นี้แล้วกลับไปอยู่บ้านมันดูเป็นอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลเสียหน่อย

                “ผมไม่ใช่เจ้าของห้อง ผมเป็นคนดูแลห้องนี้แทนคุณหนูชานยอล คุณมีอะไรก็ไปหาเค้าที่บ้านนะครับ”

                “อ๋อออ นายคือคนที่ตัดสายฉันใช่มั้ย”

                “เข้ามรคุยข้างในพร้อมจิบชาเลยดีมั้ยครับ” อี้ฟานประชดพร้อมหลีกทางให้ แต่คนที่ไม่ค่อยเข้าใจการแดกดันกลายๆจึงเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับย่างกรายไปนั่งลงบนโซฟา ชายหนุ่มเบ้ปากแรงก่อนจะปิดประตูแล้วเดินตามไปนั่งยังอีกฝั่งของโซฟา

                “ฉันต้องการพบชานยอล นายพอจะมีเบอล่าสุดที่ติดต่อเค้า หรือไม่ก็ที่อยู่บ้านเค้ารึเปล่า”

                “ไม่ครับ”

                “เอ๊ะ ฉันเป็นเพื่อนชานยอลมาตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องกลัวหรอกน่ะ แค่บอกฉันมาก็พอ” อี้ฟานหรี่ตาพร้อมกับวาดขานั่งไขว่ห้าง เหมือนจะจับผิดคนตรงหน้า

                “เป็นเพื่อนกันตั้งแต่เด็ก แต่ทำไมไม่รู้จักบ้านของเค้าล่ะครับ” เจ้าหล่อนถอนหายใจ ก่อนจะล้วงเอาโทรศัพท์เรือนแพงในกระเป๋าออกมาแล้วยื่นให้คนตรงหน้าดู

                “ชานยอลย้ายบ้านไปเมื่อสองปีก่อน ซึ่งฉันไม่รู้ว่าที่ไหน ชานยอลเปลี่ยนเบอร์ไปเมื่อสองสามเดือนก่อน สิ่งเดียวที่ฉันมีคือเบอร์ห้องนี้กับที่อยู่คอนโดนี้ ไม่งั้นฉันจะโทรจิก หรือต้องมาที่นี้เหรอย๊ะ เอ้า ดูซะ ฉันกับเค้าเป็นเพื่อนกัน” อี้ฟานก้มลงเปิดโทรศัพท์เลื่อนดูรูปภาพ ตามที่หล่อนบอก รูปส่วนใหญ่เป็นหล่อนกับชานยอลถ่ายคู่กัน โดยที่ยัยคุณหนูนั่นไม่ได้ชอบพอเท่าใดนัก

                ร่างสูงขมวดคิ้วขณะที่เลื่อนภามมาเจอะกับหญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวสลวย ใบหน้าของเธอคุ้นตามาก แถมรูปนี้ยังเป็นรูปที่ยัยคุณหนูนั้นทำหน้าตาพอใจมากที่สุด

                “พอละ เอาคืนมา มากเกินไปละ....แล้วคราวนี้จะบอกฉันได้รึยัง”

                “คุณมีอะไรกับคุณหนูชานยอล”

                “ห๋า ฉันมีเรื่องที่ต้องคุยกับเค้า นายไม่จำเป็นต้องรู้” อี้ฟานพยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นเดินอ้อมโซฟาหายเข้าไปในส่วนครัว โดยไม่พูดอะไรสักคำ

                “เห้ๆ นายจะไปไหน นี่ฟังฉันบ้างรึเปล่า”

                “ไปเอาเสื้อ จะไปก็ตามมา” อี้ฟานเริ่มรำคาญ เค้าเข้าไปหยิบเสื้อโค้ดมาพาดไว้ตรงแขน เค้าเดินออกไปจากห้องทันทีโดยไม่รอหล่อนเลย

                “เห้ หมอนี่ รอด้วย!

.

.

.

.

                ถาดที่บรรจุแก้วลายครามชั้นดี พร้อมกับกาน้ำชาเข้าชุด กำลังสั่นยึกยักเพราะคนถืออยู่ไม่นิ่ง ชานยอลที่ชอบแวะเวียนมาห้องน้องชายบ่อยๆเพราะได้ดูอะไรสนุกๆแทบจะทุกวันช่วงนี้ เค้ามองสายตาหื่นกามของเซฮุนที่เอาแต่จับจ้องกวางน้อยที่เดินตัวสั่นพร้อมกับถือถาดไปวางไว้บนโต๊ะ

                “ทำไมต้องสั่นขนาดนั้น มานี่สิ” เซฮุนเรียกพร้อมกับตบตักตัวเอง ลู่หานสะดุ้ง อยากจะใจดีสู้เสือแต่ความกลัวผู้ชายตรงหน้ามันก็ทำให้เค้าสะดุ้งอย่างลืมตัวทุกที ลู่หานเดินไปนั่งแมะลงบนตักของคุณหนูเล็ก

                “อื้ออออ อย่า ไม่เอา” ลู่หานร้องห้ามพลางจะลุก แต่ก็ถูกกดลงกับตักเหมือนเดิม ทั้งๆที่เจ็บเอวจนแทบจะเดินไม่ไหว แล้วยังจะมาโดนกดตรงจุดนั้นอีก

                “เป็นของเล่นรู้สึกเจ็บได้ด้วยเหรอ” เซฮุนกระซิบพร้อมกับขบกัดหูลู่หานเบาๆ มือที่ล็อคเอวอยู่ก็เลื่อนมาลูบไล้ซุกไซ้เข้าไปยังหว่างขาที่หนีบชิดกันแน่น ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงลึกเข้าไปในสาปเสื้อเชิ้ตสีขาว ชานยอลที่นั่งอยู่อีกฟากของโซฟาหยิบขนมขึ้นมากิน พร้อมกับไขว่ห้างมองดูหนังสดที่กำลังก่อตัวขึ้น

                รสนิยมของชานยอลอาจจะดูโรคจิตไปหน่อย แต่เค้ารู้ดีว่ามันทำให้เค้ามีความสุข การดูคนอื่นร่วมรักกันเป็นอะไรที่เค้าชอบ แต่เค้าก็ยังไม่เคยดูคู่ของน้องชายเค้าสักที เพราะเซฮุนเอาแต่ไล่เค้ากลับห้องเวลามีกามกิจ และอีกอย่างที่เค้าชอบคือการดูตัวเองร่วมรักกับคนอื่นผ่านกระจก พร้อมกับเปิดไฟ แค่เสียงครางน่ะมันไม่ได้อารมณ์เท่าได้กับตอนเห็นสีหน้าที่บิดเร้าของคนใต้ร่างเค้าเลยแม้แต่นิด

                เสียงครางอื้ออึงของลู่หานเริ่มดังขึ้นเมื่อถูกเซฮุนรุกล้ำ แม้จะพยายามบิดหนีเพราะความเจ็บเพียงใดก็ไม่สามารถทำได้ ไอ้แผนบ้าๆของพี่ชายของเค้านี่มันช่างหน้าบัดซบซะจริง.....

                ก๊อกๆๆๆ

 

                เสียงเคาะประตูทำเอาคุณหนูทั้งสองอารมณ์เสีย เซฮุนพยักเพยิดให้ชานยอลออกไปเปิดประตู ร่างโปร่งลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึง

                “สวัสดี”

                “ยูซึ!!” ร่างโปร่งที่เพิ่งเปิดปากอุทาน ถูกดึงออกมาจากห้อง เสียงปิดประตูดังขึ้นและเงียบลงไปแล้ว ภายในจึงเหลือเพียงกวางน้อยกับเสือขาวที่กำลังทำสายตาหื่นกามใส่

                “เมื่อคืนโดนไปกี่ครั้ง บอกฉันหน่อยสิลู่หาน”

                “อื้อ ไม่ๆ บ้า ไอ้โรคจิต”

                “ฉันชอบเวลานายด่าฉันจัง บอกมาสิว่าเมื่อคืนเสร็จไปกี่รอบ” ลู่หานถูกอุ้มลุกลอยหวือ ความจริงเซฮุนอยากจะเปลี่ยนอากาศไปเอ้าท์ดอร์ข้างนอกบ้าง แต่ดูเหมือนร่างกายลู่หานจะไม่เอื้ออำนวย หรือเพราะว่าเค้าจัดการกวางน้อยนี่มากเกินไปจนต้องเป็นไข้บ่อยๆ

                เซฮุนที่อยากให้ลู่หานพัก เพราะช่วงที่ลู่หานหนีไปแล้วกลับมาเค้าจะเป็นบ้าเป็นหลัง เลยจัดการสำเร็จโทษคนดื้อด้านไปหลายรอบ แถมยังติดๆกันเป็นอาทิตย์เกือบสองอาทิตย์ ดูท่าจะการเดินถือถาดสั่นหงั่นงกขนาดนั้น ตอนนี้คงได้เวลาที่ลู่หานต้องพักแล้ว

                เซฮุนวางร่างที่พยายามดิ้นขัดขืนลงไปบนเตียงนุ่มๆ ก่อนจะคลานไปนอนข้างๆอย่างแผ่วเบา ลู่หานหันไปมองก่อนจะเขยิบออกห่าง

                “เมื่อคืนนายเสร็จไปกี่รอบเหรอลู่หาน” เซฮุนถามพร้อมกับดึงอีกคนมากอด ตอนนี้ลู่หานเหมือนตุ๊กตาที่ทำให้เค้าหลงใหล เค้าชอบเล่นตัวนี้ที่สุด

                “....”

                “ตอบสิ”

                “จะๆ เจ็ด” เซฮุนยิ้มกริ่มเหมือนเห็นซีกแก้มแดงเปล่งด้วยความขวยเขิน

                “งั้นวันนี้พักเถอะ ฉันจะให้นายพัก จะขอกอดก็พอ ได้รึเปล่า” ลู่หานไปถามด้วยสายตา เซฮุนขยับยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเอามือวางไว้บนเอวคอดลูบมันเบาๆเหมือนกับว่าจะปลอบปะโลม แล้วค่อยๆหลับตาลง

                ลู่หานไม่เคยได้นอนที่นี้ ทุกครั้งที่เสร็จกิจเค้าจะถูกไล่ให้กลับลงไปนอนที่ห้องตัวเองพร้อมน้ำตา ในทุกๆเช้ามืด มันเป็นแบบนี้มาเกือบจะสองอาทิตย์ ทุกครั้งที่มีอะไรกันมันช่างน่ากลัว แต่ทุกการสัมผัสที่เค้าได้รับมันก็ปรนเปรอให้เค้าได้อย่างดี แม้ว่าแรกเริ่มของทุกๆคืนจะเป็นไปด้วยการขืนใจ แต่สุดท้ายก็เป็นเค้าที่ร้องครางแล้วก็เสร็จแล้วเสร็จเล่าหลายๆครั้งในทุกคืน

                แต่วันนี้เค้าได้นอนบนเตียงนุ่มโดยที่ไม่ถูกทำอะไรเลย แม้จะไว้ใจไม่ค่อยได้ว่ากลางดึกคุณหนูจะลุกมาปล้ำเค้ารึเปล่า แต่ตอนนี้เค้าก็เหนื่อยมากแล้วที่จะสงสัย ต่อให้เค้าโดนขืนใจมันก็คงจบลงด้วยความเสียวกระสันที่ถือเป็นความสุขแล้วเค้าจะกลับลงไปในตอนเช้า

               

                แบบนี้มันจะใช่การแก้แค้นจริงๆเหรอ.......












........................................................

จบแล้วกับตอนที่ 8 สงคราม 2 ดูๆแล้วเป็นสงครามของเด็กน้อยชานยอลเสียมากกว่า แต่ดูท่าพี่คริสคงจะเริ่มอดรนทนมิได้ สำหรับตอนหน้าคงมีฉะกันแน่ๆ สองคนนี้ -____- ไรท์จะกลับมาอัพบ่อยๆขึ้นแล้วนะคะ ไม่ต้องห่วง อิอิ แล้วฟิคเรื่องนี้ยังคงเป็น คริสยอล แถมยังเรทมากมายอีก ตู้ววววหูววว ใครที่ต้องการตอนตัด ก็สามารถเข้าไปติดตามใน #สมบัติky ได้นะคะ ^^


ปล. ขอสาบานด้สนใจจิตมุ่งมั่น ว่าฟิคเรื่องนี้จะเรท จะฮา? และดราม่าขึ้นสุด ของ the most the most the most  >< อย่าลืมติดตามกันนะคะ

สปอยล์ตอนที่ 9   "ผมจะอยู่ข้างคุณหนูนะครับ" ร่างสูงบรรจงจุมพิตริมฝีปากที่แตกริ้วเพราะแรงหมัด ชานยอลไม่มีขัดขืนแต่กลับจูบตอบแถมยังเริ่มเคลื่อนเกมส์มาเป็นฝ่ายรุก

                           "คริส กูขอนะ..." อี้ฟานไม่พูดอะไร ได้แต่นอนราบลงกับเตียงช้าๆ....

                           ..................................................................................................................


 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

888 ความคิดเห็น

  1. #465 Printhida Klinkaewnarong (@rainbowky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 18:38
    โอ๊ยยยยยยยยยย พี่ลู่ โดนทำทุกวัน วันละหลายๆ รอบเลยหรอ พรุนไม่หมดละมั้งนั่น
    ชานยอลเป็นบ้าหรอ นั่นห้องตัวเองนะ อี๋ เอาขยะเข้ามาในห้องทำไม ละถ้าพี่คริสไม่ทำความสะอาด ถ้าพี่คริสหนีไปล่ะ
    #465
    0
  2. #425 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 14:13
    ทำไมๆๆๆ มันช่างดีแบบนี้ 5555555 อพคโดนเสียบ ชอบๆๆ คิคิ
    #425
    0
  3. #229 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 23:19
    แอบงง คริสกับอี้ฟานนี่คนเดียวกันป่าวอ่ะ ไม่อยากให้ชานยอลกับเซฮุนโรคจิตแล้วก้อรุนแรงกับคริสแลัลู่หานเลยอ่ะ
    #229
    0
  4. #44 SaMaChaLOVE ll EXO & GOT7 ll (@gnatloveyayee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2558 / 00:46
    โง้ยยยยยยย ตอนนี้มันสนุกๆมากๆโลยยยยยยชอบคู่ฮุนฮานนะรุนแรงดี 5555555555555 แต่ก็สงสารพี่ลู่อ่าาา ยัยคุณหนูชานยอลเธอแก้แค้นได้สาวมากลูก 55555555555555555
    #44
    0
  5. #33 wuyifan43 (@wuyifan43) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 22:47
    ชานคริสไม่ได้หรอ... 5558555
    #33
    0
  6. #18 NAMA_II (@jajamy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 00:07
    อ้ากกกกกกก ไรท์สปอยอ่ะอยากอ่าน แง้งงงงง ;///;
    #18
    0