Moon River : ที่ซึ่งดวงใจได้บรรจบ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 21,205 Views

  • 249 Comments

  • 334 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,707

    Overall
    21,205

ตอนที่ 8 : บทที่ 3 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    20 ก.พ. 62



บทที่ 3 (2) 




ก่อนจะถึงวันนัดหมายไปกินข้าวร่วมกันราวสัปดาห์หนึ่ง น้องสาวซึ่งกลับมาเยี่ยมบ้านโยนซองเอกสารสีขาวลงหน้าตักของศศิอาภาที่นั่งพิมพ์นิยายอยู่ ก่อนดารารัตน์ผู้เป็นน้องเล็กจะทิ้งตัวลงโซฟาในห้องของพี่ กวาดเอาตุ๊กตามากอดอย่างเหนื่อยอ่อน

“อะไรน่ะเบลล์”

“ภารกิจในครั้งนี้ เจ้เปิดดิ” น้องสาวเอ่ยเสียงขรึม

“ภารกิจเหี้ยอะไร” ศศิอาภาหัวเราะก่อนเปิดซองเอกสารดูอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ว่าที่ผัวเจ้”

“นังบ้า” พี่สาวสั่นศีรษะอย่างอ่อนใจ “แล้วทำไมแกถึงได้มาล่ะ”

“เดินผ่านม้าไง เพิ่งกลับมาจากข้างนอกกับป๊า แล้วนั่งกินผลไม้ ดูทีวีกันอยู่ ขี้เกียจขึ้นมามั้ง ก็เลยฝากมาให้แล้วคงเพราะเบลล์เป็นคนเขียนโปรไฟล์เจ้ที่ส่งแลกกะเขาอะ”

“เบลล์!” ศศิอาภาโวยลั่น “แกไม่คิดจะบอกเจ้หน่อยเหรอว่าป๊ากับม้าให้ทำอะไร”

“ไม่เขียนว่าเจ้มีสี่หูสิบตาหรอก” น้องสาวโบกมือ “เห็นว่าเบลล์เป็นคนกลางมั้ง ให้ป๊าม้าเขียนก็เลิศลอยตอแหลไป เบลล์ก็เออๆ ทำก็ได้ เพราะถ้าเจ้เขียนเองก็จะเขียนอะไรเพี้ยนๆ ไปอีก”

“เจ้มีน้องเป็นคนบ้า”

“น้องก็มีเจ้เป็นพี่บ้า”

พี่สาวหัวเราะเบาๆ ก่อนค่อยๆ แก้เชือกที่พันปิดซองเอกสารไว้

ในบรรดาพี่น้องผู้หญิงสามคน เธอไม่ค่อยสนิทสนมกับรวิพรผู้เป็นพี่สาวคนโตนัก ถึงอายุจะใกล้กันแต่เพราะทัศนคติหลายเรื่องเกือบเป็นด้านตรงข้าม ทำให้ทั้งสองมีปัญหาทะเลาะกันมาตั้งแต่สมัยก่อน ส่วนดารารัตน์แม้อายุจะห่างกันมากกว่าเมื่อเทียบกับพี่คนโต ทว่าอีกฝ่ายกลับเข้าอกเข้าใจอะไรง่าย และพร้อมเปิดรับเรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ

เช่นงานของเธอ...การเขียนนิยายวาย

รวิพรนั้นค่อนข้างรังเกียจและมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ส่วนดารารัตน์กระตือรือร้นเอาศิลปินไอดอลชายเกาหลีมาล้างสมองพี่สาวอยู่เรื่อยๆ

‘แกก็รู้ว่าเจ้ไม่ได้ตามไอดอลเกาหลีขนาดนั้น’

‘แหม ก็เผื่อฟลุค เจ้ตกหลุมลูกเบลล์งี้ เบลล์จะได้พาขึ้นเรือคู่ชิปลูกเบลล์ เบลล์ก็อาจจะได้มีฟิคอ่าน’

‘ซื้อที่เขาเขียนขายง่ายกว่ารอเจ้มั้ง’

ทั้งคำว่าฟิคที่มาจากแฟนฟิคชั่น คู่ชิปอันหมายถึงคู่ที่แฟนๆ จินตนาการถึงความสัมพันธ์หรือรีเลชั่นชิปที่พิเศษกว่าคนอื่นๆ จนกลายมาเป็นศัพท์ ‘ขึ้นเรือ’ จากการเป็นคำพ้องรูปและเสียง...ศัพท์เหล่านี้ศศิอาภาไม่เคยคุยกับคนในบ้านได้เลยสักคน จะมีก็น้องสาวคนเล็กที่อ่อนกว่ากันหลายปีที่เข้าใจดี

ตอนน้องย้ายออกไปอยู่ข้างนอก...และศศิอาภาต้องกลับมานี่ บ้านก็กลายเป็นสถานที่ที่ไม่ได้น่ากลับมาสักเท่าไร

“คนนี้เป็นหมอแหละ แก่กว่าเจ้เยอะเลย”

พี่สาวหันขวับไปมองคนที่นอนบนโซฟา “แกแอบอ่าน”

“ไม่แอบ เปิดอ่านเลย เจ้อ่านดิ แก่แต่หล่อนะ” คนพูดตวัดตัวนั่งแล้วลุกขึ้นยืน “นี่ไม่ได้ยุนะ แต่ถ้าคู่ดูตัวดีๆ ก็ลองคบหาดูเผื่อได้ทางออกดีๆ”

“ทางออกอะไร”

“จากบ้าน” ดารารัตน์ตอบเสียงนิ่งพลางจัดเสื้อผ้าตัวเอง “เบลล์ก็รู้สึกผิดนะที่ทิ้งเจ้ไปอะ แต่ถ้าให้อยู่บ้านต่อ เบลล์จะเสียทุกอย่าง ทำงานไม่ได้ ผ่อนคลายไม่ได้ ไม่ได้มีชีวิตของตัวเองไปจนตาย เพราะป๊ากับม้าเอาแต่ยึดเบลล์ไว้แบบนี้”

“อย่าพูดไม่ดีกับป๊าม้าแบบนั้น”

“เบลล์พูดความจริง” น้องสาวเดินมายังโต๊ะทำงาน หยิบนิยายที่เธอเพิ่งอ่านจบขึ้นมาพลิกดูโปรยบนปกหลัง “เจ้เป็นคนใจดีไง รักป๊ารักม้ามากกว่าตัวเอง แต่เบลล์ไม่ใช่ ขนาดเจ้มีเงินพอที่จะออกไปซื้อคอนโดอยู่เองเจ้ยังไม่ไป เพราะห่วงป๊ากับม้า”

“ใช่ ก็ถ้าป๊ากับม้าไม่มีใครอยู่บ้านด้วยเลยจะทำยังไงล่ะ”

“เขาก็อยู่กันเองไง แม่บ้านก็มี ไม่ต้องทำอะไรเองสักหน่อย เงินทองก็ไม่ได้ขัดสน ดีที่เจ้ดูเรื่องหุ้นให้ป๊ากับม้า ถึงมีกำไรมีเงินเก็บไว้ไปเที่ยวถมเถ แล้วงานอะ ก็ไม่ต้องทำแล้ว คืนกิจการเขาไป ออกจากกงสีไปเลย ไร้สาระ นัดเจอกันทีไรก็ต้องยิ้มตอแหลใส่กัน แขยง”

“ไม่ให้ทำงานแล้วจะให้ป๊ากับม้าทำอะไร เจ้ไม่อยากให้ป๊าม้าอยู่เฉยๆ เดี๋ยวจะคิดว่าไม่ได้ทำอะไรเลย ไร้ค่า”

“เราก็รวมเงินกัน หาอะไรที่เบากว่านั้นให้ป๊าม้าทำ ไม่ก็ให้ป๊าม้าเที่ยว เราทำงานหาเงินส่งป๊าม้าไปทัวร์ก็ได้นี่นา ทำงานกันมาตลอดชีวิต ควรได้ไปที่ที่อยากไป ไม่ใช่ไปตามแต่ทัวร์กงสีจะเลือก”

“พูดง่าย...”

“แต่ทำได้” ดารารัตน์ยืนยันเสียงหนักแน่นอย่างยิ่ง “แค่เจ้อย่าสปอยล์ป๊าม้า อยู่เป็นกระโถนท้องพระโรงให้ป๊ากับม้าเอาทุกอย่างทั้งของดีของเสียมาใส่เจ้ก็พอ ถ้าไม่มีเจ้เขาจะได้ขยับตัวทำอะไรใหม่เสียบ้าง เจ้ก็ได้ชีวิตตัวเองคืน ไม่ว่าจะเขียนนิยาย หรือกลับไปทำงานออฟฟิศ เจ้ไม่ได้เป็นคนจนตรอก เจ้แค่เลือกเดินกลับเข้าตรอกเพราะรักป๊าม้ามากไปก็เท่านั้น”






ศศิอาภาพยายามจะไม่เก็บเอาเรื่องที่น้องพูดมาใส่ใจทว่าในความเป็นจริงเธอกลับคิดทบทวนเรื่องนั้นอยู่ตลอดเวลา จนช่วงหนึ่งถึงกับนอนไม่หลับ จนกระทั่งต้องลุกขึ้นมาเขียน ‘แผน’ ความเป็นไปได้ต่างๆ ที่เธอเลิกทำกิจการของครอบครัวและกลับไปใช้ชีวิตคนเดียว

ถ้าซื้อคอนโดมิเนียมต้องผ่อนเดือนเท่าไรหรือควรซื้อเงินสด

ถ้าไม่อยากทำงานประจำแล้วเขียนนิยายอย่างเดียว ต้องขายเป็นอีบุ๊ก พิมพ์เล่ม หรือส่งสำนักพิมพ์ ให้ได้กี่เรื่องต่อปีถึงจะอยู่รอดได้

มีเรื่องให้คิดเยอะแยะเสียจนรู้ตัวอีกทีก็ถึงวันที่จะต้องนัดดูตัวกับอีกฝ่ายแล้ว

นาวาเอก เจ้าพระยา

คู่นัดดูตัวของเธอเป็นสูตินรีแพทย์ทำงานโรงพยาบาลเดียวกับขวัญใจ

อายุ 50 ปี พอดี อีกสิบปีเกษียณ

เป็นผู้ชายเชื้อสายไทย-จีน และโสด โสดจริงๆ แบบไม่ได้มีประวัติหย่าร้างหรือเป็นหม้าย

เธอจำข้อมูลของเขาได้เท่านี้ แล้วก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องงานอดิเรกหรือความสนใจอื่นๆ เพียงแต่สงสัยว่าผู้ชายที่อายุปาเข้าไปปูนนี้แล้วยังไม่แต่งงานนั้นมีจริง (เธอรู้ว่ามี แต่คนเหล่านั้นก็เลือกที่จะไม่แต่งงานแล้ว) หรือว่าที่ผ่านมาเคยซุกซ่อนคนรักเอาไว้แต่ไม่ใส่ในประวัติเป็นแน่

ก็แค่เจอให้มันจบๆ ไป

ไม่ต่างจากครั้งก่อนๆ

สิ่งหนึ่งที่ศศิอาภาเบื่อเกี่ยวกับการดูตัวของคนเชื้อสายจีนคือการนัดกันที่ร้านอาหารจีน มีพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายนั่งยิ้มตามมารยาทและหัวเราะคิกคักให้แก่กัน พลางพูดถึงความดีงามและนิสัยของลูกตัวเองไปด้วย

เฟลหมด เชื่อสิ

แทนที่จะคุยพอเป็นพิธีแล้วปล่อยให้คู่ดูตัวได้ทำความรู้จักกัน ฝ่ายชายฝ่ายหญิงที่ต้องใจกันก็จะได้สายสัมพันธ์กันต่อ หรือในบางรายอาจจะได้บอกกันตรงๆ ว่าไม่สนใจจะแต่งงาน แล้วถือโอกาสรับไมตรีจากอีกฝ่ายในฐานะเพื่อนใหม่

หลายครั้งที่ผ่านมาเธอบอกปฏิเสธไปทุกครั้ง มีบ้างที่มาตื๊ออยู่นานทั้งที่ตัวเองก็มีเมียกับลูกอยู่ที่บ้านแล้ว และบางคนก็ชัดเจนว่ามีคนที่ต้องการจะสร้างครอบครัวด้วยกันอยู่ แต่พอให้คุยกันก็ถูกอัธยาศัยอยากคบหาฉันมิตร ซึ่งคนเหล่านั้นก็ยังวนเวียนอยู่ในชีวิตของเธอ เป็นคนคุ้นเคยที่พึ่งพาอาศัยกันได้

ศศิอาภาถึงไม่ได้อยากบอกปัดการดูตัวเช่นน้องสาว เพราะมันเป็นหนทางให้เธอได้ทำความรู้จักผู้คนใหม่ๆ ได้มองเห็นโลกผ่านมุมมองอื่นๆ ซึ่งเป็นผลดีสำหรับการเขียนนิยาย เพราะถ้าเมื่อไรที่คนเขียนสิ้นสงสัยหรือสิ้นสนใจในมนุษย์แล้ว เธอว่าน่าจะเป็นการยากที่จะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตตัวละซึ่งเป็น ‘คน’ ได้

คราวนี้เธออาจจะได้เพื่อนใหม่เช่นครั้งก่อน



(2)

ได้โปรไฟล์คู่ดูตัวมาแล้วนะคะ! คุณหมอเจ้าพระยา 
เบลล์จะยุพี่สาวให้คนนี้เหรอคะ เอาจริงเหรอ ทำไมล่ะ ถูกใจอะไรกัน //ครุ่นคริส
บางคนอาจจะต่อต้านการดูตัวนะคะ เพราะพ่อแม่หลายบ้านอาจจะจริงจังมากๆ จนยากต้านทาน
บิ๋มอาจจะใช้กุศโลบายแบบกิ่งหลิวลู่ลม ไม่ต่อต้าน แต่ก็ไม่ขาดตามลมไป
มันก็เป็นวิธีเอาตัวรอดแหละนะ แต่จะเป็นยังไงโปรดติดตามค่า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #178 Whenever will be will be (@Forever_Twilight) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 20:37

    50 เลยนะ!! แก่จัง ความรู้สึกดรอปลงเลย
    #178
    1
    • #178-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 8)
      6 เมษายน 2562 / 14:09
      ยังไงลองอ่านต่อไปได้นะคะ แต่ถ้าไม่ชอบไม่เห็นไรค่ะ = D

      แถม

      เจอร์ราด บัตเลอร์ / แบรด พิทท์ / ฮิวจ์ แจ็คแมน / โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ / จอห์นนี่ เดปป์ ก็อยู่ในช่วง40-50 หรือดาราของไทยอย่างคุณก้อง สหรัถ อาหนิง นิรุตติ์ ก็อายุอยู่ในช่วงนี้ค่ะ

      ช่วงห้าสิบไม่ได้แปลว่าไม่มีดีหรือหง่อมไปเลยนะเอ้อ
      #178-1
  2. #103 Parkkim13anglee (@phat-ta-ra-porn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 06:18
    50 ปีเลยหรอคะ อู้วววว
    #103
    1
    • #103-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 8)
      13 มีนาคม 2562 / 11:54
      ห้าสิบค่าาา
      #103-1