Moon River : ที่ซึ่งดวงใจได้บรรจบ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 22,080 Views

  • 254 Comments

  • 339 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9,582

    Overall
    22,080

ตอนที่ 28 : บทที่ 10 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    12 มี.ค. 62



บทที่ 10 (3) 



หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาว ลดมือวางแนบกาย มองตอบทั้งสองอย่างไม่สะทกสะท้าน “ที่ถามเพราะจะได้พูดบ้าง เดี๋ยวป๊ากับม้าก็รำคาญบิ๋มอีกไม่นานแหละ เดี๋ยวบิ๋มก็จะไปแล้ว”

“ไปไหน มึงจะไปไหนอีก” วันชัยยิ้มเยาะ “มึงอายุขนาดนี้แล้ว จะไปสมัครงานอีกเหรอ ใครเขาจะรับมึง แค่มีงานที่โรงงานของป๊าก็บุญเท่าไหร่แล้ว”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนศศิอาภาคงนึกน้อยใจและกลับไปร้องไห้ แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าทั้งสองคนรู้ดีกว่าเธอสามารถไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ ถึงได้พยายามหักปีกเด็ดหางเธอเสีย ทำให้มันรู้สึกด้อยค่า ทำให้มันไร้ความภูมิใจในตัวเอง มันจะได้ไปไหนไม่รอดมุกนี้มันเก่าเกินกว่าที่เธอจะมีอารมณ์ร่วมด้วยแล้ว

“บิ๋มก็จะเขียนนิยายของบิ๋มเต็มเวลา แล้วก็จะออกไปอยู่ข้างนอก เพราะจะแต่งงาน”

“แต่งงาน” ทั้งสองคนประสานเสียง

“จะแต่งกับใคร” ผู้เป็นพ่อถามกลับ “แฟนเก่ามึงก็แต่งงานไปแล้ว มึงก็ไม่ได้คบหาใครที่ไหน จะไปแต่งกับใคร วันๆ ก็ไม่ได้ออกไปไหน จะไปเจอใครได้”

“ก็ที่ให้ดูตัวไง ไม่ดีใจเหรอคะที่ประสบความสำเร็จ” ศศิอาภาปรายตามองพ่อและแม่ขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ฮัลโหล ค่ะ เข้ามาได้เลย”

วันชัยและจารุณีพยายามซักลูกสาวคนกลาง ก่นด่าก็แล้ว ฟาดตัวก็แล้ว แต่ลูกก็ยังไม่พูดอะไรพานทำให้หงุดหงิด จนกระทั่งอีกฝ่ายเดินไปเปิดประตูบ้าน ให้ชายที่ทั้งสองคนเพิ่งเคยได้เจอหน้าเมื่อสัปดาห์ก่อนได้เดินเข้ามาหา

เจ้าพระยายิ้มกว้าง ก้มศีรษะไหว้ทักทายทั้งสองคนชวนให้มองว่าเป็นคนมีอัธยาศัยดี “สวัสดีครับ”

ศศิอาภาเดินเข้าไปควงแขนผู้ที่มาใหม่ “ป๊า ม้า บิ๋มจะแต่งงานกับคุณโพ”

“อี! ...ลูกบีม” จารุณีถลึงตา หวิดกัดลิ้นตนเองด้วยเกือบจะเรียกลูกด้วยคำหยาบต่อหน้าผู้อื่น “นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพิ่งเจอกันแค่สัปดาห์เดียวจะแต่งงานได้ยังไง”

“สัปดาห์เดียวแล้วไง บิ๋มบอกว่าจะแต่งก็คือจะแต่ง” ศศิอาภายืนกราน “แล้วสัปดาห์หน้าบิ๋มก็จะเก็บของไปอยู่กับคุณโพเลย จะได้เตรียมปรับตัวกันหน่อย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะแย่”

เจ้าพระยาก้มมองคนพูดเรื่องที่เขาเพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก เพราะระหว่างนั่งรถมาด้วยกันเธอไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้มาก่อน

“บิ๋มไม่ได้มาขออนุญาตป๊าม้านะ มาแจ้งให้ทราบ”

ผู้เป็นว่าที่ลูกเขยฟังแล้วได้แต่ส่งยิ้มนุ่มนวลให้ว่าที่พ่อตาแม่ยาย

“คุณโพคะ เดี๋ยวบิ๋มขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วเราไปบ้านแม่คุณโพกันเนอะ”

“ได้ครับ” เขาตอบรับเรื่องที่ได้คุยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว ว่าหลังจากนี้เธอจะไปแนะนำตัวกับครอบครัวเขาเลย “ผมไปรอนอกบ้านดีไหม”

“ไปรอทำไมคะ ร้อน รอในบ้านนี่แหละ” พูดเสร็จศศิอาภาก็เดินขึ้นห้องไป ทิ้งทุ่นระเบิดไว้ให้พ่อแม่กับผู้เป็นแขกซึ่งอีกไม่นานจะกลายเป็นคนในครอบครัวแล้ว

เจ้าพระยาไม่ว่าพวกเขาเลยแม้แต่นิดที่ปล่อยให้ตนเองยืนอยู่กลางบ้านโดยเชื้อเชิญเช่นแขกปกติ คงเพราะทั้งคู่ยังคงช็อกจากเรื่องที่ลูกสาวคนกลางเพิ่งได้บอกเล่าไป ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนยากที่จะเชื่อได้ว่าการแต่งงานนี้จะยั่งยืน แต่ท้ายที่สุดอนาคตก็คืออนาคตไม่มีใครรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร การทำปัจจุบันให้ดีย่อมเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของวันข้างหน้าได้

แต่เรื่องที่ใบหน้าเธอมีรอยแดงบนแก้มข้างเดิม และมีแผลจากการข่วนตามแขนนี่ไม่ใช่เรื่องที่จะยอมรับได้

“คุณน้าครับ”

“ค…คะ” จารุณีสะดุ้ง

“ผมจะพาคุณบิ๋มไปแนะนำตัวกับที่บ้าน แล้วก็จะพูดคุยกับผู้ใหญ่เรื่องการมาพูดคุยอย่างเป็นทางการ คงไม่มีการหมั้นหรือสู่ขอก่อน เพราะเรามีเวลาแค่สองเดือนเศษๆ ก่อนจะถึงวันแต่งงาน”

“เอ๊ะ” วันชัยอุทาน ด้วยเพิ่งรู้เรื่องที่ลูกสาวจะแต่งงานเมื่อครู่นี้ “ได้ฤกษ์แล้วหรือครับ”

“ได้วันที่ผมกับคุณบิ๋มสะดวกแล้วครับ”

“ไม่ได้นะคะ” แม่ว่าที่เจ้าสาวท้วง “ยังไงก็ต้องดูฤกษ์พานาที”

“ผมเคยเห็นคนที่แต่งงานด้วยฤกษ์ที่ดีที่สุด จ่ายค่าหมอดูเป็นหมื่นเป็นแสน แล้วก็ฟ้องหย่าด้วยเงินหลักล้านมาแล้วครับ เลยไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้” เจ้าพระยายิ้ม “ผมกับคุณบิ๋มเลยว่าเราจะแต่งกันวันที่สะดวก”

“ทำอย่างนี้ได้ยังไง ไม่ให้เกียรติกัน!” วันชัยเสียงกร้าว

“เกียรติคนเกิดได้ที่ความคิดและการกระทำครับ ไม่ใช่ฤกษ์ยาม เหมือนที่ผมให้เกียรติคุณน้าเสมอ รู้สึกขอบพระคุณที่เลี้ยงดูคุณบิ๋มมาจนโต ผมเลยได้เจอคนที่ตัวเองอยากจะใช้ชีวิตด้วย” คนพูดยิ้มน้อยๆ สีหน้าดูเป็นมิตรอย่างที่สุด “แต่นั่นมันคนละเรื่องกับการที่คุณใช้ความรุนแรงกับลูกสาวตัวเองนะครับ”

“เอ๊ะ” ทั้งสองอุทาน

“การตบตีสั่งสอนไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนะครับ คุณน้าอาจจะเคยโดนกระทำมาเช่นนั้นเลยทำต่อ แต่น่าแปลกนะครับ ถ้าคนเรารู้ว่าโดนทำแบบนั้นแล้วมันเจ็บทั้งกายทั้งใจ ทำไมถึงทำให้ลูกสาวตัวเองเจ็บปวดต่อ”

“มันไม่ใช่เรื่องของคุณ” วันชัยกัดฟัน “อย่ามายุ่งเรื่องในบ้านคนอื่นจะดีกว่า”

“ไม่ได้หรอกครับ เพราะคุณบิ๋มกำลังจะเป็นภรรยาผม ผมต้องดูแลเธอให้มีความสุขดี และคาดหวังว่าคุณน้าทั้งสองท่านก็จะทำเช่นนั้นด้วยเหมือนกัน ถือว่าผมขอร้อง” เขาไม่อยากจะก้าวล่วงเรื่องในครอบครัวคนอื่นมากนัก เจ้าพระยาไม่ใช่คนใจดีขนาดจะมานั่งแก้ปมในใจให้ทุกคนได้ แต่ที่ต้องยื่นมือเข้าไปในระดับนี้ เพราะบางทีทั้งสองคนอาจไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนทำนั้นมันไม่ได้ถูกต้อง

เขาพยายามมองโลกในแง่ดี

“ผมไม่ให้บิ๋มแต่งงานกับคุณ”

เจ้าพระยาเลิกคิ้วมองคำประกาศนั้นอย่างไม่แยแส “ได้หรือครับ”

“ได้สิ! ผมเป็นพ่อมัน”

จารุณีกระตุกแขนเสื้อสามีเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายพูดถึงลูกสาวด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสมต่อหน้าคนอื่น

“เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วครับ มีสิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตตัวเองได้ ว่ากันตามกฎหมาย คุณไม่มีอำนาจบังคับหรือปกครองเธอแล้ว ที่คุณบิ๋มยอมตามใจคุณน้าทั้งสองคนเพราะเธอรักพ่อกับแม่ของเธอมาก ลองทบทวนว่าลูกสาวที่คุณใช้เธอเป็นกระโถนท้องพระโรงคอยรองรับอารมณ์จริงๆ แล้วเป็นลูกของคุณ ตอนเธอเล็กๆ คุณน่าจะเคยกอด หอม มอบความรักและสิ่งดีๆ ให้มาโดยตลอด แล้วเมื่อไหร่กันที่คุณปฏิบัติกับเธอต่างออกไป”

เขามองเข้าไปในดวงตาของผู้เป็นพ่อแม่ของว่าที่คู่หมั้น อาการที่ทั้งสองชะงักนิ่งไปราวกับกำลังทบทวนตามสิ่งที่เพิ่งได้ยินมา ทำให้คนพูดรู้สึกมีหวัง

“ถ้าคุณน้าจำมันได้ นึกออกว่าความยินดีตอนเห็นเธอเกิดขึ้นมาเป็นอย่างไร ลองทบทวนการกระทำของตนเองที่ผ่านมา แล้วเริ่มรักเธอให้เท่ากับที่เธอรักพวกคุณดีไหมครับ เรายังมีเวลา เราทุกคนอยากเห็นคุณบิ๋มเป็นเจ้าสาวที่มีความสุข”

ท่าทางของทั้งสองคนอ่อนลง แม้จะไม่มีคำพูดหวานหูเอ่ยต้อนรับ หรืออาการสำนึกผิดเช่นพ่อแม่ในละครตอนใกล้จบ แต่เขาถือว่ามันเป็นจุดเริ่มที่ดี

“คุณโพ บิ๋มพร้อมแล้วค่ะ”

เจ้าพระยาเงยหน้ามองผู้ที่กำลังเดินลงมาจากบ้าน เธอเลือกเดรสยาวสีเหลืองสดใสมีลายดอกไม้แบบวินเทจ ศศิอาภาแต่งหน้าน้อยอาจจะเพราะมีเวลาจำกัด แต่นั่นก็พอเพียงแล้ว เขาไม่คิดจะจู้จี้เรื่องการแต่งหน้าแต่งตัวของใคร ตราบเท่าที่มันเหมาะควรแก่กาลเทศะและไม่ทำให้คนใส่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ลูกสาวที่เพิ่งประกาศแต่งงานเดินวกหายไปหลังบ้าน ก่อนกลับมาพร้อมกับก้อนเจลเย็นที่แข็งจนเห็นไอลอยออกมา

“ป๊า ม้า บิ๋มจะไปบ้านคุณโพ ไปเจอผู้ใหญ่ทางโน้น ไม่แน่ใจว่าจะกลับมากินข้าวเย็นไหม ป๊าม้ามีอะไรกินหรือเปล่า ถ้าไม่มีเดี๋ยวบิ๋มกดสั่งเป็ดย่างมาส่งที่บ้านให้เอาไหม”

จารุณีมองลูกสาวที่ใช้เจลเย็นแนบแก้มข้างที่เพิ่งโดนพ่อตบโดยไม่เอ่ยอะไรอยู่ครู่ “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวม้ากับป๊าหากินเองได้”

“คุณน้าชอบทานอาหารอะไรเป็นพิเศษไหมครับ เดี๋ยวผมเอามาฝาก เก็บไว้กินวันพรุ่งนี้ก็ได้” เจ้าพระยาเอ่ยอย่างมีไมตรี

“ของฝากหรือคะคุณโพ” ศศิอาภาหรี่ตามองคนข้างๆ “คิดจะทำคะแนนด้วยของกินเหรอ ป๊าม้าบิ๋มไม่ได้ซื้อได้ด้วยของกินนะ”

“มันเป็นสิ่งที่ควรทำไหมล่ะ” เขาถอนหายใจ “จริงๆ ก็อยากอวดด้วยครับว่ากับข้าวร้านที่บ้านผมอร่อย ไว้วันหลังผมมารับไปทานพร้อมหน้ากันนะครับ”

วันชัยจะตอบแต่ก็ดูอึกอัก จนภรรยาสะกิดถึงได้เอ่ยออกมา “ก็...ก็ได้”

“ที่ร้านมีข้าวผัดปูไหมคะ” หญิงสาวหันไปถามลูกชายเจ้าของร้านอาหาร

“มี อร่อย ใช้เนื้อกรรเชียงกับตัวผัดด้วย ไม่ได้เอาก้ามมาผัดให้มีเสี้ยนตอนกิน” เจ้าพระยาบรรยายอย่างละเอียด

“ป๊าชอบข้าวผัดปู ปูนิ่มทอดกระเทียม ม้าชอบหมึกผักไข่เค็ม” ศศิอาภาพูดรวดเดียวเพราะจดจำได้ดีว่าใครชอบอะไรบ้าง “จริงๆ หมอไม่อยากให้ม้ากินของมันๆ นัก แต่นี่ก็ไม่ได้กินนานแล้ว ถ้าจะเอามาฝากก็สองสามอย่างนี่แหละ”

“ปูนิ่มมันต้องกินเลย เก็บไว้อีกวันคงไม่อร่อยแล้ว” เขาพึมพำ “งั้นเดี๋ยวผมหาเมนูที่อยากแนะนำเพิ่มมาอีกสักอย่างสองอย่างนะครับ ผมไปก่อนนะครับคุณน้า”

ทั้งวันชัยและจารุณีมีท่าทางขัดเขิน แต่ก็พยักหน้าพร้อมรับไหว้

ศศิอาภาบอกลาพ่อกับแม่เสร็จก็เดินนำออกไปข้างนอก เขาเปิดรถให้เธอได้เข้าไปนั่งก่อนปิดประตูให้แล้วเดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับ หลังปิดประตูรถเขายังไม่ได้ออกตัวในทันที ทว่านั่งมองผู้ที่แต่งหน้าน้อยอย่างยิ่ง เพราะอยากประคบเย็นแก้มตัวเองที่เพิ่งโดนตบเมื่อครู่

“เดี๋ยวไปบ้านผมแล้วไปเอายาทา”

“แต่บิ๋มอายที่บ้านคุณ แก้มมันแดง” เธอถอนหายใจ

“ก่อนเข้าบ้านจะแต่งหน้าเพิ่มก็ได้ แต่เอาจริงๆ ไม่ต้องหรอก ที่บ้านผมไม่ถามอะไรให้คุณอึดอัดใจแน่ๆ”

หญิงสาวมองด้วยความลังเล ผงกศีรษะเบาๆ แทนการตอบรับว่าเข้าใจ แล้วจึงเอนหลังไปกับเบาะพลางหลับตาเพื่อพักผ่อน

รถยนต์สีน้ำเงินเข้มเคลื่อนออกจากหน้าประตูรั้วไปอย่างนิ่มนวล ตรงข้ามกับสถานการณ์ที่เกิดภายในบ้านหลังนั้น คนขับมองผู้ที่นั่งฟังเพลงพลางฮัมตามด้วยความเห็นห่วง ที่เขาพูดกับพ่อแม่ของเธอนั้นเป็นเรื่องจริง เขาอยากเห็นเจ้าสาวที่มีความสุข ไม่ใช่ต้องมาอมทุกข์เพราะต้องตัดขาดจากคนในบ้าน

เขาไม่เคยอยากพรากศศิอาภาไปจากครอบครัวเลยแม้แต่นิด เพียงแต่บางบ้าน...บางคน ต้องมีระยะห่างถึงจะรู้สึกถึงความสำคัญของกันและกันได้

เจ้าพระยาหวังว่าบ้านของศศิอาภาก็จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้มันดีขึ้นจากเดิมได้บ้าง...ก็คงดี



(จบบทที่ 10)

เราว่าบิ๋มเป็นคนใจดีค่ะ ใจเย็นด้วย
เราทำแบบบิ๋มไม่ได้แน่
สายวอร์ ลุยอย่างเดียว

​​​​​​​โปรดให้กำลังใจบิ๋มต่อไปด้วยนะคะ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #105 Riboflavin (@charib55) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 17:03
    ดีใจกับบิ๋ม ได้มาเจอคุณโพ ฮือออออ
    #105
    1
    • #105-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 28)
      14 มีนาคม 2562 / 06:26
      ดีใจที่เขาเจอกันนะ
      #105-1
  2. #104 ลินิน (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 06:58

    อ่านจบทุกตอนต้องอุทาน อ้าว..เอะ.. ไม่นะ..ว๊ายยย.. นิยายไรเนียทันสมัยจัง

    #104
    1
    • #104-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 28)
      13 มีนาคม 2562 / 11:54
      ขอบคุณมากเลยนะคะ
      #104-1
  3. #99 kedkaeo (@kedkaeo) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 20:09

    ดีอะไรเยี้ยงนี้คุณบิ๋ม น่าเอ็นดูเป็นที่สุด รู้แบบนี้แล้วคุณโพมีแต่จะรัก และดูแลให้ดีๆเลยนะคะ

    #99
    1
    • #99-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 28)
      13 มีนาคม 2562 / 11:52
      หมอโพ อ่านไว้นะ อ่านไว้!!
      #99-1
  4. #98 habity (@habity08) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 19:47
    เราเป็นบิ๋มนะบินไปนานแล้วไม่อยู่หรอก
    #98
    1
    • #98-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 28)
      13 มีนาคม 2562 / 11:52
      บางครั้งเราใจดีกับคนอื่นมากกว่าตัวเองอะ
      #98-1
  5. #97 ลิน (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 19:43

    สงสารบิ๋มค่ะ โดนพ่อแม่กระทำเหมือนบิ๋มไม่ใช่ลูก รักลูกแบบไหนกันถึงทำได้ถึงเพียงนี้ เฮ้อ

    #97
    1
    • #97-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 28)
      13 มีนาคม 2562 / 11:52
      บางทีพ่อแม่ก็โดนแบบนี้มาก่อนค่ะ เราพอเข้าใจนะ แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ทำในสิ่งที่ดีกว่าที่เจอมา
      #97-1
  6. #96 Capucinno (@Capucinno) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 19:10
    บิ๋มเป็นลูกที่น่ารักที่สุด ยังอุตส่าห์บอกเมนูโปรดของป๊ากับม้า
    #96
    1
    • #96-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 28)
      13 มีนาคม 2562 / 11:51
      หวังว่าป๊าม้าจะฉุกคิดบ้าง บางบ้านก็เป็นแบบนี้นะคะ ลูกพูดแล้วไม่ฟังอะ พอคนนอกมาพูดแล้วเกิดคิดได้ เอ้า
      #96-1