Moon River : ที่ซึ่งดวงใจได้บรรจบ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 22,080 Views

  • 254 Comments

  • 339 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    9,582

    Overall
    22,080

ตอนที่ 12 : บทที่ 4 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1130
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    24 ก.พ. 62




บทที่ 4 (3)



ทั้งสองคนเดินข้ามถนนแล้วเข้าไปในซอยที่แทบจะอยู่ตรงกับถนนเล็กๆ ที่เพิ่งเดินออกมาตึกสีนวลด้านในดูราวกับสิ่งก่อสร้างในยุโรป เมื่อเดินผ่านจึงทำให้ศศิอาภาสงสัยว่าเป็นอพาร์ทเมนต์หรือโรงแรมกันแน่

ถัดจากอาคารหลังนั้นคือร้านกาแฟเล็กๆ ที่ตั้งอยู่สุดซอยริมแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเดินเข้าไปในร้านเสียงเพลงบอสซาโนวาตามมาตรฐานร้านกาแฟก็ได้ทักทายทั้งสอง ศศิอาภามองไปยังด้านนอกซึ่งเป็นที่นั่งนอกห้องปรับอากาศด้วยความสนใจ เพราะโต๊ะไม่กี่ตัวตรงนั้นคือจุดที่จะเห็นบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ตกเบื้องหลังพระปรางค์วัดอรุณได้

“คุณบิ๋มสั่งเครื่องดื่มเลยครับ ขนมด้วย”

หญิงสาวมองชีสพายโอริโอและชี้สั่งในทันที ก่อนบอกกับพนักงานว่าต้องการชาแบบใดพร้อมยื่นธนบัตรส่งให้อีกฝ่ายคิดเงินโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มาด้วยท้วง

“บิ๋มเลี้ยงเอง” เธอหรี่ตามองอีกฝ่าย “ก็บอกแล้วไงคะว่าจะแชร์กัน ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกไหม งั้นก็เลี้ยงตั้งแต่ตอนนี้เนี่ยแหละ คุณโพจัดการทั้งค่ารถค่าเข้าชมไปแล้ว บิ๋มออกแค่นี้เอง นิดหน่อย”

เจ้าพระยาพยักหน้าอย่างยอมรับอย่างจนด้วยคำพูด “งั้นเดี๋ยวเราไปนั่งโต๊ะข้างนอกกัน ดีที่ตอนนี้หน้าหนาว...”

“หนาว?” หญิงสาวถาม

“หน้าเย็นๆ ก็ได้” เขาหัวเราะ “ช่วงนี้ไม่ค่อยร้อนมาก ช่วงนี้ทนแสบตาพรายน้ำสักแป๊บ พอพระอาทิตย์ตกจะสวย แล้วคนจะเยอะจนเราไม่มีที่นั่ง”

เขาผลักประตูออกให้เธอและเดินนำไปยังระเบียงด้านข้าง ผายมือให้เธอเลือก ศศิอาภาวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะ ตั้งใจว่าจะเลือกนั่งเก้าอี้ที่ด้านหลังติดกับผนัง เพราะเธอสามารถมองเห็นคุ้งน้ำเบื้องหลังได้ชัดเจน

“ถ้าทางนั้นจะเห็นวิวพระปรางค์ตอนพระอาทิตย์ตกไม่ชัดนะครับ”

“แต่แดดก็จะไม่เข้าตาหนักมากเหมือนกันค่ะ”

อีกฝ่ายพยักหน้าเห็นด้วย “อยู่ฝั่งนั่นถ่ายรูปออกมาสวยกว่าด้วย ไม่ติดใคร”

“ใช่เลย” เธอนั่งลงและหยิบโทรศัพท์มือถือบันทึกภาพตรงหน้า “คุณจะถือไหมคะถ้าขอเช็กมือถือหน่อย เล่นเพลินจนไม่ได้หยิบมาดูเลย”

“ตามสบายครับ เพราะเดี๋ยวผมก็คงต้องเช็กเหมือนกัน”

ศศิอาภาทอดสายตามองแม่น้ำเจ้าพระยา (เหมือนชื่อคนที่มาด้วย) สายน้ำกลายเป็นสีทองระยิบระยับ พรายน้ำสะท้อนเงาสวยงามเสียจนชวนให้ตาพร่า ด้วยแสงอาทิตย์ใกล้อัสดงอันเริงแรงแต่ไม่ได้เริงร้อนนั้นสาดไปยังทุกสิ่งอย่าง จนทำให้กลายเป็นสีเดียวกัน กรอบโครงของพระปรางค์และหลังคาเกือบจะกลายเป็นเงาดำ ตัดกับสีของเมฆที่มีเส้นสีเรืองไล้ขอบหยักโค้งเป็นรูปทรงสวยงาม

ศศิอาภาคิดนี่เป็นช่วงเวลาที่ดี

เป็นอีกวันดีๆ ที่เธอได้ใช้ชีวิตบนโลกใบนี้

“คุณบิ๋มครับ”

เธอเงยหน้ามองคนที่พยักพเยิดให้ดูพนักงานซึ่งถือถาดเครื่องดื่มและขนมรออยู่ หญิงสาวเปลี่ยนจากการวางแขนไว้กับโต๊ะเป็นเอนหลังพิงพนักเก้าอี้และเล่นโทรศัพท์พิมพ์คุยกับเพื่อนที่ส่งข้อความมาหา


Pamin


Pamin : แกกกก ฉันไปนอนก่อนนะ อัพเดทด้วยว่าเดทกับหมอเป็นไง 

ตกลงไปไหนกันวะะะ เป็นผู้ชายรว้ายรว้ายปะ

หูยยย เจอกันวันแรกก็ชวนเดทเลยเหรอ บ้าบอ

หล่อมั้ยอะ ไหนรูปๆ 

ถ้าเขาเป็นคนดีคบหาไว้ก็ไม่เสียหลายเว้ย หรือจะเข้ากันได้ก็แต่งแม่งเลย

พอแต่งปั๊บแกก็ย้ายออกจากบ้าน บอกพ่อแม่ว่าจะไม่ทำงานที่บ้านแล้ว



Pamin : เนี่ย ไม่ตอบ สนุกเพลิดเพลินดีล่ะสิ รออัพเดทไม่ไหวแล้วนะเว้ย

ลาไปนอนแล้ว 



Pamin: นี่ตื่นมาเข้าห้องน้ำ หยิบมือถือยังไม่มีอะไรอัพเดทเลย เฟสก็ไม่มี 

สนุกมากดิ เฮ้ยลองคบไว้ก็ไม่เสียหลายนะ 

อายุแบบเรา ถ้ามีคนเข้ามาโดยไม่ต้องไปเหนื่อยหาก็ดีนะ

ไม่ใช่เพราะไม่มีทางเลือกนะ เพราะขี้เกียจ

บางทีก็ไม่ต้องวิ่งหาใครสักคนอะ ถ้าจะมา ก็มาเอง อย่างฉันไง


ศศิอาภาขำภามินผู้เป็นเพื่อนสนิท ถึงตัวจะอยู่สหรัฐอเมริกาที่เวลาต่างกันสิบกว่าชั่วโมง ก็ยังมีแก่ใจห่วงหรืออาจจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องของเธอ ขนาดหยิบโทรศัพท์มาพิมพ์หาเป็นระยะ เพราะก่อนหน้านี้หญิงสาวพิมพ์อัพเดทให้เพื่อนคร่าวๆ ว่ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับการดูตัวครั้งนี้บ้าง เหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งบางทีก็น่าเบื่อขนาดต้องแชทกับภามินด้วยความเหนื่อยหน่าย

ที่เพื่อนพูดก็จริงอยู่ แม้ศศิอาภาจะผิดหวังจากความรักที่ยืนยาวมาเกือบครึ่งของอายุตัวเอง แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่จะวิ่งไล่หรือตามหาสิ่งนั้น เพราะรู้ว่าตนเองยังมีสิ่งที่อยากทำอยู่ เลยปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น มีเพื่อนแนะนำคนมาก็ทำความรู้จัก พ่อแม่พาคู่ดูตัวมาให้ก็ไม่ต่อต้าน

แต่ไม่ได้แปลว่าเธอจะคว้ามันเอาไว้ราวกับเป็นหลักยึดสุดท้ายของชีวิต

ด้วยในมือยังมีเรื่องมากมายให้ต้องดูแลและจัดการ ถ้าความสัมพันธ์ที่ผ่านเข้ามานั้นเรียกร้องให้ต้องกอดรัดเอาไว้ เธอก็ยินดีปล่อยให้มันผ่านไปดีกว่าจะเสียเวลาทำเรื่องอื่นๆ ไป

แม้ใจจะปรารถนาว่าสักวันคงจะได้เจอใครที่ทำให้ใจเธออบอุ่นขึ้นมาบ้าง


(3)

บิ๋มจะพูดถึงคุณหมอโพให้แพร์ฟังยังไงน้าาา รอดูตอนหน้านะคะ!

สำหรับใครที่อยากรู้เรื่องราวของ "ภามิน" หรือแพร์เพื่อนสนิทของบิ๋ม
สามารถอ่านได้ใน "ดุจเรือนใจ" ตีพิมพ์กับสนพ.พิมพ์คำค่ะ
แพร์และผู้ชายสุดแรดของเธออย่าง สี่ หรือ จตุรวัชร น้องชายเฮียตรัยจาก "โอ้ใจเอย"



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #9 liingel (@teepan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:18
    มีเรื่องมาสารภาพค่ะ คือว่าเราชอบไรท์​มากเลยค่ะ งื้อออ ชอบมาตั้งแต่เรื่องคุณแพร์แล้ว อ่านนิยายแล้วแบบเหมือนได้ไปเที่ยว ไปมีประสบการณ์​อะไรใหม่ๆกับตัวละครเลยค่ะ ข้อมูลอัดแน่นมากกก อย่างตอนนี้อ่านไปก็นึกว่าอยู่มิวเซียมสยามจริงๆ ในหัวนี่คือจินตนาการภาพแม่น้ำเจ้าพระยา ท่าเรือ หรืออะไรแถวๆไปด้วยเลยค่ะ

    ชอบความเรียลของตัวละครด้วย ดูเขามีชีวิตเป็นของตัวเอง เป็นคนจริงๆ มีชีวิตจริงๆในอีกโลกที่เราไม่รู้จัก ชอบที่ตัวละครดูเปิดกว้างทางความคิด ดูทำงานเก่งกันทุกคน มีความจริงจังกับชีวิตนะ แต่ก็ใช้ชีวิตกันอย่างดี สนุกไปกับชีวิต อยากจะบอกว่าชอบนะคะ ชอบมากกกกกกกกกก
    #9
    1
    • 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:12
      //ย่อไหว้สวยๆ

      ขอบคุณมากเลยค่ะ ดีใจที่ชอบนะคะ เราโชคดีที่เห็นคนรอบข้างเป็นพวกทำงานจริงจังหมดเลย ทั้งมีแบบที่ทำงานที่ตัวเองรักแบบมีแพชชั่น แล้วก็คนทำงานที่ทำได้ดีแม้จะไม่ได้เป็นงานในฝัน แล้วใช้เวลาว่างไปกับสิ่งที่ชอบ รู้สึกว่าทุกคนน่านับถือมากๆ เลยอยากถ่ายทอดคนที่มีแพชชั่นกับการทำงานออกมาค่ะ จะพยายามนำเสนอให้หลากหลายขึ้นนะคะ

      แถวนั้นเดินเล่นสนุกนะคะ (ถ้าไม่ร้อน แต่ก็หน้าร้อนแล้วอะเนาะ) เลยจะแนะนำตอนเย็นๆ แทนค่า เดินไปท่าช้างก็ได้ ลมดี แดดสวย มีกระรอกมากินผลไม้ให้ดูเพลินๆ ด้วยนะ!
      #9-1
  2. #8 Riboflavin (@charib55) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:52
    โอ๊ะ คุณโพเขารุกแรงอยู่ แพร์ 555555555
    #8
    1