Moon River : ที่ซึ่งดวงใจได้บรรจบ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 20,091 Views

  • 221 Comments

  • 323 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7,593

    Overall
    20,091

ตอนที่ 10 : บทที่ 4 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    22 ก.พ. 62


บทที่ 4 (1)




จุดหมายปลายทางที่เจ้าพระยาให้ศศิอาภาระบุลงไปในแอพลิเคชั่น คือพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยย่านวัดโพธิ์อย่าง ‘มิวเซียมสยาม’ ซึ่งใช้อาคารของหน่วยราชการเก่ามาทำ

หญิงสาวมุ่นคิ้วด้วยความสงสัยว่าเพราะเหตุใดเขาถึงเลือกที่นั่น แต่เพราะเธอก็ชอบเดินเที่ยวศูนย์เรียนรู้ต่างๆ อยู่แล้ว เลยนึกสนใจมาเดินเที่ยวที่นี่อยู่เช่นกัน หลังจากตั้งท่าจะมาอยู่หลายครั้ง ทว่าก็มีเหตุให้คลาดไปเรื่อย

รถที่มารับทั้งสองคนเป็นรถส่วนบุคคลสัญชาติญี่ปุ่น คนขับเป็นชายวัยรุ่นที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านและขับรถได้ปลอดภัยอย่างยิ่ง เขาสนทนากับเจ้าพระยาที่ก้าวขึ้นไปนั่งข้างหน้าคู่คนขับอย่างเป็นมิตร ทั้งสองคนคุยกันทั้งเรื่องสัพเพเหระไปจนถึงขั้นตอนการทำงานขับรถบริการ

กำไรอยู่ตรงที่ศศิอาภาได้จดข้อมูลด้วย อนาคตอาจจะได้ใช้เขียนงาน

“จริงๆ ผมเปิดร้านกาแฟอยู่แถวนนทบุรีครับ แต่มีลูกน้องดูอยู่ ช่วงบ่ายหลังจากเข้าร้านผมก็เลยมาขับรถ พอหัวค่ำก็จะไปร้านอีกรอบ”

“ทำไมคุณบิวมาขับรถล่ะคะ”

“ผมชอบขับรถครับ” เจ้าตัวตอบพร้อมรอยยิ้ม “ตอนเด็กๆ ก็ชอบเล่นเกมแข่งรถนะ แต่ก็เริ่มคิดว่าไม่ได้ชอบขับรถไวๆ แค่ชอบขับรถเฉยๆ เวลาผู้ใหญ่ถามก็บอกว่าอยากเป็นคนขับรถ เขาก็ว่าทำไมหวังอะไรไม่สูง สูงต่ำแล้วยังไงผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน รู้แต่ผมได้มีร้านกาแฟที่ผมชอบดื่ม ได้ขับรถเจอคน เท่านี้ก็พอใจแล้ว”

ช่วงเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงที่อยู่บนรถ ศศิอาภาได้รู้จักตัวตนของคนแปลกหน้าเพิ่มมากขึ้น มันทำให้วันธรรมดากลายเป็นวันดีๆ ไปอีกหนึ่งวัน

แต่กับคนที่มาด้วยกันนี่สิ...เธอยังไม่รู้ข้อมูลของเขามากนัก

การเดินทางมาที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ดูลำบากเล็กน้อย ด้วยช่องการจราจรที่ถูกเบี่ยงในบางจุดเพื่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟฟ้าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งตั้งแต่ก่อนเปิดให้ใช้บริการเสียอีก ซึ่งทางเชื่อมจากสถานีนั้นตรงกับประตูด้านหน้า ผู้คนที่มาใช้บริการจึงต้องเดินเลียบถนนซอยเล็กๆ เพื่อไปใช้ประตูด้านข้างแทน

“หยุดเดี๋ยวได้ไหมคะ”

เจ้าพระยาชะงักฝีเท้าตามคำขอ

“บิ๋มอยากถ่ายรูปตึกด้านหน้ากับประติมากรรมน่ะค่ะ สวยดี” ศศิอาภายกโทรศัพท์ขึ้นเล็งแล้วกดถ่ายในทันที “ขอบคุณนะคะ”

“ชอบถ่ายรูปหรือครับ” เขายกมือป้องเหนือตาเงยหน้ามองสิ่งก่อสร้างตรงหน้า

“ถ่ายไว้ใช้งานค่ะ ไม่รู้ว่าจะได้ไว้ใช้อ้างอิงเมื่อไหร่”

“สำหรับเขียนนิยาย?”

“ค่ะ”

ในโปรไฟล์ที่น้องสาวเขียนตามคำสั่งของพ่อแม่เพื่อมอบให้อีกฝ่ายระบุไว้ว่าศศิอาภาเขียนนิยาย ทว่าไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาหรือแนวนิยาย ซึ่งน่าจะเป็นบัญชาของบุพการีอีกเช่นกัน

“นิยายทุกแนวก็ต้องหาข้อมูลเหมือนกันหมดใช่ไหมครับ” เขาก้าวเดินนำไปก่อนเมื่อเห็นว่าเธอถ่ายรูปเสร็จแล้ว

“ไม่เสมอไปค่ะ” ศศิอาภาก้าวตาม “คนที่ไม่หาข้อมูลอะไรเลยก็มี ไม่ใช่ว่าทุกคนจะหาข้อมูล แต่คนที่รู้จักส่วนใหญ่หมดเงินไปกับการซื้อเท็กซ์บุ๊กอ้างอิงเป็นพันเป็นหมื่น จ้างคนหาข้อมูลจริงจังก็มี บางทีก็ต้องไปลงเรียนคอร์สศิลปะบ้าง งานประดิษฐ์บ้าง เพื่อเก็บข้อมูลค่ะ”

“ดูเป็นงานที่เหนื่อยนะครับ ต้องค้นคว้าอะไรเยอะแยะกว่าจะได้ลงมือเขียนสักที” เจ้าพระยาพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“แต่สนุกนะคะ ได้ถ่ายทอดจินตนาการในหัวออกไป แล้วมีคนมาแชร์ความรู้สึกที่มีกับมันเนี่ย”

“ยิ่งสมัยนี้เขียนลงเว็บไซต์ คงได้ฟีดแบ็กไวขึ้นนะครับ”

“รู้ด้วยหรือคะ” ศศิอาภามองเขาด้วยความประหลาดใจ ขณะทั้งสองเดินเข้าไปในตัวอาคารและตรงไปยังจุดจำหน่ายบัตร

“สองคนครับ” เขาหยิบเงินจ่ายค่าบัตรเข้าชม “วันนี้ให้ผมเลี้ยงนะครับ เพราะผมเป็นคนชวนมา ถ้าคราวหน้าเราได้เจอกันอีกค่อยว่ากันอีกที ว่าคราวนั้นใครจะเป็นเจ้าภาพ”

ศศิอาภาเลิกคิ้วให้กับ ‘คราวหน้า’ และ ‘เจ้าภาพ’ แล้วจึงคลี่ยิ้มน้อยๆ “ขอบคุณค่ะ เอาตามนั้นก็แล้วกัน” หญิงสาวรับบัตรเข้าพิพิธภัณฑ์มาถือไว้

หญิงสาวไม่ชอบไอเดียของการไปเดทกันแล้วให้ฝ่ายชายออกทุกอย่าง ทุกครั้ง ในครั้งแรกอาจจะเป็นฝ่ายเลี้ยงได้ แต่เมื่อมีครั้งต่อไปก็ควรที่จะผลัดกันไปตามวาระเช่นอยากเลี้ยงวันเกิด อยากชวนมาร้านนี้ หรืออยากฉลองในโอกาสพิเศษ ศศิอาภาคิดว่าต่อให้ต้องแชร์ค่าอาหารกันก็ไม่มีปัญหา แม้การให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลี้ยงตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องผิด ทว่าในทัศนคติเธอมันก็ไม่ต่างอะไรกับการหาข้าวกินฟรี

ศศิอาภาพลิกบัตรเข้าชมที่ทำเลียนแบบสมุดปกลายไทยที่เธอเคยใช้สมัยเด็กๆ ด้วยความสนใจ ดูเหมือนเขาเองก็ชอบมันอยู่ไม่ใช่น้อย ถึงขนาดหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย

ทั้งสองคนเดินตามผู้เข้าชมกลุ่มก่อนหน้าหมายจะเข้าไปยังห้องนิทรรศการแรก ทว่าหยุดรอข้างนอกเมื่อเห็นว่ามีคนจำนวนพอสมควรชมห้องอยู่เนื่องด้วยเป็นวันหยุด พวกเขาหันมองกัน พยักหน้าเบาๆ แทนสัญญาณว่าจะยืนข้างนอกสักพักก่อน “อ้อ เมื่อกี้ถึงไหนนะ เรื่องคอนเสิร์ต นั่นเพราะผมมีหลานสาววัยรุ่น ก็ต้องรู้ไว้บ้างว่าเด็กเขาสนใจอะไร” เจ้าพระยาเล่าต่อในเรื่องที่พวกเขา

คุยค้างเอาไว้ “อย่างพวกคอนเสิร์ตเกาหลีนี่ผมก็ขับรถไปจอดรอ ระหว่างรอก็เดินเล่นอยู่ในอาคารจัดแสดงสินค้าไป บางทีก็ได้ตู้ใหม่เก้าอี้ใหม่ ของกินโอทอปจากทุกภาค ดีหน่อยถ้ามีคอนเสิร์ตจัดช่วงเดียวกับงานหนังสือจากต่างประเทศที่ขายทั้งวันทั้งคืน...”

เจ้าพระยาก้มศีรษะเล็กน้อยแทนการชวนให้เข้าห้องจัดแสดงแรก เมื่อเห็นว่ามีคนทยอยเดินออกมาบ้างแล้ว

“งานนั้นบิ๋มก็ชอบไป” เธอลดเสียงลงเล็กน้อยเมื่อเดินเข้าห้องจัดแสดงที่หนึ่งในหัวข้อเกี่ยวกับความเป็นไทย “ปีนี้บิ๋มไปกับเพื่อนตอนกลางคืนวันธรรมดา กะว่าคนน้อยแน่ๆ แต่สรุปคนอย่างเยอะ เลยไปอีกทีกลางวันวันธรรมดา ลืมไปว่ากลางคืนนี่คนเลิกงานแล้วก็มากัน โอ๊ย หุ่นแต่งเหมือนเลดี้กาก้าเลย” หญิงสาวอุทานเบา

“คอนที่สนามรัชมังคลาใช่ไหมครับ ที่สวมชฎาของแฟนใช่ไหม” เจ้าพระยาเงยหน้ามองหุ่นนั้นนิ่งๆ “งั้นคอนเสิร์ตนี้ผมก็ไป”

“เฝ้าหลานๆ?”

“เฝ้าพี่สาวคนที่สามและหลานๆ เป็นคนขับรถที่ต้องเข้าไปในคอนเสิร์ตด้วย พี่สาวซื้อบัตรเผื่อไว้แล้ว ผมก็เลยไปนั่งดูเพลินๆ” คนพูดถอนหายใจ “แต่ผมชอบแบบเวลาหลานสาวไปดูคอนเสิร์ตเกาหลีในอารีน่ามากกว่า อย่างน้อยก็มีงานอย่างอื่นให้ผมเดิน อย่างงานหนังสือที่เปิดทั้งวันทั้งคืนนั่นผมก็ได้ไปวันเดียวตอนที่ไปรอหลานแหละครับ ได้หนังสือเด็กมาเยอะแยะเลย เอาไว้แจกลูกหรือหลานเพื่อน”

“โห...หลานเพื่อนแล้วหรือคะ” ศศิอาภาอุทาน แม้จะนึกได้ภายหลังว่าเสียมารยาทเพราะคล้ายบอกว่าอีกฝ่ายนั้นอายุมากแล้ว

“เพื่อนที่อายุมากกว่า หรือเพื่อนที่ลูกมีลูกไวครับ มันก็ถึงวัยแล้วล่ะนะ มีคนเรียกเป็นปู่บ้าง ตาบ้าง ชินแล้ว...คนเรานี่แก่แล้วแก่เลยจริงๆ” แม้ปากจะบอกชินแต่อาการถอนหายใจแรงของเขาทำให้เธอหัวเราะ

หญิงสาวประหลาดใจอยู่บ้างที่ตนเองคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างไม่ขัดเขิน คล้ายมาเดินกับเพื่อนมากกว่าเดทกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำเสียงของเขาที่ค่อนข้างนุ่มนวลเป็นมิตร หรือด้วยเหตุผลอย่างอื่นซึ่งไม่อาจสรุปได้ในตอนนี้

ทั้งสองคนเดินดูรอบๆ ห้องนิทรรศการที่ทำเป็นลิ้นชักรอบห้อง แทนที่ทั้งสองคนจะเดินวนผ่านๆ แล้วทุ่มเทความสนใจให้กับการเดท ทว่าทั้งเจ้าพระยาและศศิอาภากลับผลัดกันดึงลิ้นชักทุกอันออกมา และชี้ชวนกันอ่านคำบรรยายที่อยู่บนผนังด้วยความสนอกสนใจ

แล้วทั้งสองคนก็ต่างเดินดูนิทรรศการด้วยกัน ราวกับไม่ใช่วันแรกที่ได้เจออีกฝ่าย


(1)

หวายยย เขาคุยกันถูกคอแหละค่ะ! ว้าย //ทำเสียงล้อ
ท่าทางคุณหมอโพก็ไม่ใช่คนแก่นะ! ยังทันพ็อพคัลเจอร์ต่างๆ อยู่
ซึ่งคนอายุ 50 ที่ยังทันสมัยมากๆ เราเห็นหลายท่านเลยล่ะ
ผู้ชายโตๆ ในบ้าน แล้วต้องเป็นสารถีให้สาวๆ นี่เราก็เห็นบ่อยนะคะ
รู้สึกขอบคุณที่เขาเข้าใจผู้หญิงเลยค่ะ
ผู้หญิงเองก็ต้องเข้าใจผู้ชายเขาด้วยนะคะ อย่าเอาเปรียบกันเนอะ

มิวเซียมสยามเป็นพิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เอื้องอลินชอบค่ะ
เริ่มจากชอบสถานที่ก่อน ตึกสวยมากกกกกก
นิทรรศการชุดใหม่ก็น่าสนใจนะคะ ว่าด้วยความเป็นไทย การตีความความเป็นไทย
ชื่อว่านิทรรศการ "ถอดรหัสไทย" ถ้าจำไม่ผิดนะ

ติดตามข่าวสารได้ที่เพจของ Museum Siam เลยค่ะ


แต่นี่ขอนอกเรื่องหน่อย ถ้าใครสะดวก วันที่ 10 ธันวา วันรัฐธรรมนูญจะเปิดให้เข้าฟรีค่ะ
แล้วเจ้าหน้าที่ก็จะแต่งตัวตามยุคมาลานำไทยเลยค่ะ
คือผู้ชายก็จะแต่งเหมือนพันตรีประจักษ์ในวนิดาน่ะ เราเคยไป เหย ดี สนุกกก

นอกจากนี้ทางมิวเซียมสยามก็มีเวิร์คช็อปเชิงวัฒนธรรมบ่อยมากเลยค่ะ
เราเคยไปเพนท์หัวโขนจิ๋วและปิดทองมาด้วย สนุกจริงๆ 
พิพิธภัณฑ์เดี๋ยวนี้เจ๋งเลยนะคะ ลองไปเที่ยวกัน
พอเสร็จจากมิวเซียมสยามยังมีที่อื่นให้เที่ยวแถวนั้นอีกเยอะเลย
อีกไม่นานสถานีรถไฟฟ้าที่สวยที่สุดของกทม.สถานีหนึ่งอย่าง "สถานีสนามไชย" ก็จะเปิด
ซึ่งทางออกอยู่ตรงกับมิวเซียมสยามเลยค่ะ
อาจจะเดินทางไปเที่ยวกันง่ายขึ้นนะคะ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #102 ลินิน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 22:27

    ชิวิตหมอโพนี้คือเรามากนั่งรอลูกดูคอน แล้วเราก้อเดินดูเฟอนิเจอ 555

    #102
    1
    • #102-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 10)
      13 มีนาคม 2562 / 11:53
      5555555555 คุณพ่อคุณแม่เก็ทแน่ๆ
      #102-1
  2. #6 Riboflavin (@charib55) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:26
    บรรยายซะอยากไปมิวเซียมสยามเลยค่ะ
    #6
    1
    • #6-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 10)
      23 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:00
      น่าไปนะคะ ตอนนี้มีคาเฟ่ด้านหลัง มีจัดเวิร์คช็อปเรื่อยๆ แล้วก็มีตึกใหม่เป็นห้องสมุดด้วยค่ะ จนท.ที่รักมากกก ก่อนหน้าติดต่อไปขอข้อมูลสำหรับเขียนนิยาย(บทถัดๆ จากนี้) แอดมินตอบเคลียร์มาก ให้ความร่วมมือสุด น่ารักกก
      #6-1