Moon River : ที่ซึ่งดวงใจได้บรรจบ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 20,677 Views

  • 248 Comments

  • 328 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,179

    Overall
    20,677

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    14 ก.พ. 62





Moon River : ณ ที่ซึ่งดวงใจได้บรรจบ

บทนำ



‘ตัดผมจนสั้นกุดขนาดนี้ผู้ชายเขาไม่ชอบหรอก’ 

‘นี่ไม่คิดจะมีแฟนแต่งงานแล้วหรือไง สามสิบกว่า จวนสี่สิบแล้วนะ ช้ากว่านี้ก็ไม่ทันแล้วนะ ไม่ออกไปเจอใครบ้าง’

‘มีลูกไม่ทันใช้แล้วแกน่ะ ดูเจ้นี่ แต่งงานไวเลยมีลูกทันใช้ เออ แต่สมัยนี้การแพทย์ก็ก้าวหน้า แกลองไปฝากไข่ไว้ไหมล่ะ’

‘นี่ ไปดูตัวกับลูกเพื่อนม้าไหม..จะได้ขายออกเสียที’

สารพันความหวังดีที่ครอบครัวมอบให้สร้างความเหนื่อยหน่ายให้ศศิอาภาไม่จบไม่สิ้น การเป็นลูกสาวคนเดียวจากสามคนที่ยังอยู่กับพ่อแม่เป็นเรื่องอึดอัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นลูกสาวที่ยังไม่แต่งงาน เสมือนสิ่งหวานอมขมกลืนสำหรับพ่อแม่ในวัยชรา

ส่วนหนึ่งก็อายเพื่อนๆ เมื่อถูกถามว่าทำไมลูกสาววัยขนาดนี้ยังไม่ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝา อีกส่วนก็รู้สึกว่าดีแล้วที่เป็นแบบนี้ ไม่เช่นนั้นจะไม่เหลือใครให้ช่วงใช้เลยสักคน

เธอเคยมีคอนโดมิเนียมเป็นของตัวเอง

เคยใช้ชีวิตอิสระ

ตอนนี้กระทั่งตัดผมสั้นกุดระดับ ‘พิกซี่คัต’ ยังไม่สามารถทำได้อย่างปราศจากคำถากถาง

ตลกชะมัด

เมื่อหลายปีก่อนพี่สาวแต่งงานออกไป น้องต้องทำงานไกลบ้าน ซื้อคอนโดฯ เป็นของตนเอง และมีแฟนหนุ่มที่มาหาสู่ก็ดูเหมือนจะพัฒนาความสัมพันธ์ไปจนขั้นร่วมหอลงโรง ก็คล้ายทุกอย่างจะลงล็อกตอนลูกสาวคนกลางอย่างเธอเพิ่งเลิกกับแฟนหนุ่มที่คบหากันมาสิบกว่าปี

มันเหมือนเป็นหน้าที่ที่ศศิอาภาต้องอยู่กับพวกเขา

หญิงสาวจำต้องลาออกจากหน้าที่การงานในสายการเงินและการลงทุนซึ่งกำลังก้าวหน้า เข้ามาดูแล ‘โรงงาน’ อันเป็นส่วนหนึ่งของกิจการในกงสีตระกูล

เธอนับถือพ่อที่ทำงานหนักเพื่อดำเนินทุกอย่างให้อยู่รอดได้ ทำจนอวัยวะใกล้จะเป็นฟันเฟืองเครื่องจักรเข้าไปทุกที ขณะที่ลุงคนโตกุมอำนาจและใช้ชีวิตสะดวกสบายไปวันๆ

‘ดีนะที่แกไม่แต่งงาน’ พ่อพูดในวันหนึ่งที่ทั้งสองเข้าโรงงานพร้อมกัน ‘ถ้าแกแต่งงานทุกสิ่งที่ป๊าเหนื่อยหนักทำมาจะไม่มีใครสืบทอดเลย ทรัพย์สมบัติมันจะไปสู่คนอื่นหมด’

ศศิอาภาพยักหน้ารับอย่างแกนๆ เธอชินแล้วที่พ่อทำเหมือนตนนั้นเป็นคนไม่มีการมีงาน ทั้งที่ในตอนนี้เธอทำงานสองอย่างไปพร้อมๆ กัน หนึ่งคือดูแลโรงงานช่วยเหลือพ่อตามประสาลูกสาวที่ไม่น่ามีวี่แววได้แต่งงาน สองคือการเขียนนิยาย

งานที่พ่อและแม่ไม่เคยชำเลืองมองหรือแม้แต่จะสนใจว่ามันเป็นอย่างไร ไม่น่าภูมิใจ ไม่มีอะไรให้เชิดชูจนเอาไปอวดได้

เพราะลูกคนนี้ไม่ได้เขียนงานประเภทชิงรางวัล ไม่ได้เขียนวรรณกรรมสร้างสรรค์โลกใบนี้ให้น่าอยู่แบบเพลงฮีล เดอะ เวิลด์

ศศิอาภาเขียนนิยายวาย

นิยายที่มีตัวเอกทั้งสองคนเป็นเพศชายเหมือนกัน รักกัน

มันเป็นโลกที่พวกเขาไม่เข้าใจและรู้สึกว่าน่ารังเกียจ หรือบางทีก็แสดงสีหน้าขยะแขยงยามที่หนังสือซึ่งเธอสั่งพิมพ์ไว้มาส่ง

เดิมทีศศิอาภาก็ไม่ได้หวังให้พวกเขามาสนับสนุนงานของเธอ ขอเพียงแค่ไม่ก้าวก่าย ไม่แสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนในทุกครั้งที่เห็น แต่ก็ดูเหมือนเป็นความคาดหวังอันเล็กน้อยและเบาบางซึ่งยากจะเป็นจริงได้

ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยให้ทางโรงพิมพ์ส่งหนังสือมาที่บ้าน เพราะภามินเพื่อนสนิทและนักอ่านขาประจำอาสายกบ้านเป็นที่สต๊อกหนังสือให้ พ่อของเพื่อนก็ไม่ได้มีท่าทีรังเกียจรังงอน แถมยังทำกับข้าวให้กินเสมอยามที่ทั้งสองคน (และบางทีก็มีเพื่อนคนอื่น) ช่วยกันแพ็กหนังสือเตรียมส่ง เพราะรู้ดีว่าถ้าตนไม่ทำ ไม่แคล้วลูกสาวและเพื่อนคงสั่งพิซซามากินทุกมื้อจนกว่าจะเสร็จงาน

‘ก่อนแกมาพ่อช่วยตัดบับเบิลจนเสร็จ’

เพื่อนเล่าเพียงเท่านั้นก็ทำให้ศศิอาภารู้สึกขอบคุณ ที่อย่างน้อยยังมีผู้ใหญ่เข้าใจว่านี่คืองานที่เธอรัก

ศศิอาภาและภามินผู้เป็นเพื่อนสนิทและเคยคุยกันเล่นๆ ถึงแผนการการเป็นสาวโสดในอนาคต ว่าจะวางแผนการเงินอย่างไร จะเอาเงินไปลงทุนในหุ้นตัวไหนจึงจะได้ผลตอบแทนดี จะได้เก็บสะสมเอาไว้จ่ายค่าบ้านพักคนชราแบบ ‘พรีเมียม’ ในยามแก่ได้

ทว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนเพื่อนของเธอมีแฟน (ซึ่งศศิอาภาก็ยินดีเหลือเกินที่คนน่ารักอย่างภามินได้เจอคนดีๆ อย่างจตุรวัชร) ไม่มีใครคาดคิดว่าภามินผู้เคยคบหาแต่กับคนอายุมากกว่าหรือพอๆ กันมาตลอด ท้ายสุดจะตกล่องปล่องชิ้นไปกับแฟนหนุ่มรุ่นน้องซึ่งอ่อนกว่าเกือบห้าปี

ศศิอาภาเห็นเขาตั้งแต่ตอนที่หอบเสบียงมาหาภามินในงานขายโดจินชิงานหนึ่ง ในตอนนั้นทั้งสองคนยังไม่ได้คบหากัน (แต่เธอดูออกว่าเจตนาของจตุรวัชรนั้นมากกว่าต้องการเป็นเพื่อนแน่ๆ)

ชายหนุ่มผู้มีรูปร่างหน้าตาดีและเซนส์แฟชั่นอันล้ำเลิศผิดมนุษย์มนาคนนั้น นอกจากจะหิ้วกับข้าวมาให้เธอกินเป็นเสบียงยามขายของ เขายังช่วย ‘วิ่ง’ ซื้อหนังสือจากบูทอื่นๆ โดยไม่มีท่าทีรังเกียจรังงอนว่าเป็นงานชายรักชายเลยด้วยซ้ำ

‘ทำไมถึงเฉยๆ กับทุกอย่างในงานล่ะคะ’

จตุรวัชรหันมาหา กะพริบตาเรียวเล็กปริบๆ อย่างงงคำถาม ‘เฉยๆ ...ในงาน ก็งานนี้เป็นงานหนังสือทำมือไงครับ’

‘ไม่ คุณสี่ก็รู้นี่ว่ามีงานวายเยอะ ทั้งแบบเรทน้อย เรทมาก โดนให้วิ่งไปซื้อไม่อายไม่เขินหรือคะ’

‘เมื่อก่อนก็เขินครับ ตอนยังเด็กๆ’ เขาหัวเราะ ‘อย่างที่คุณบิ๋มรู้ น้องสาวสี่กับเพื่อนสนิทเป็นสาววาย พวกนางก็พยายามกดดัน ตีกระหนาบ ไซโคให้สี่อ่าน สี่ก็อ่าน พบว่าก็ไม่ได้มีอะไร เว้นแต่สงสัยเรื่องกระบวนการบางอย่าง ที่ในการ์ตูนเขาไม่ได้เขียนหรือละไป คือสี่ก็สงสัยอะนะ เลยไปรบกวนถามเพื่อนที่เป็นเกย์ ให้มันให้ความรู้ ก็เข้าใจ และเก็ทว่ามันก็คือแฟนตาซีอย่างหนึ่ง พอเข้าใจก็ไม่รู้จะเขินอายอะไร’

‘ไม่กลัวโดนมองว่าเป็นเกย์หรือไงคะ’

‘เกย์ก็คนปกตินี่ ไม่มีอะไรผิด คนที่เห็นแค่ผู้ชายมาซื้อหนังสือชายรักชายแล้วคิดว่า เฮ้ยยย เป็นเกย์แน่ๆ เลยมึง คนแบบนั้นแหละที่ผิดปกติ เมื่อก่อนน้องสาวกับเพื่อนสี่ก็เป็น ภูมิใจกับเกย์ดาร์มาก ชอบจับสังเกตว่าคนนั้นเป็นแน่ๆ เลยแก แต่หลังๆ เข้าใจอะไรมากขึ้นเยอะ ง่ายๆ คือไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นเป็นอันจบ’

‘บิ๋มกับแพร์ก็เคยเป็น...ล้อเพื่อน จิ้นนั่นนี่ด้วย’ ศศิอาภายิ้มแห้ง ‘แต่พอโตมาเข้าใจอะไรมากขึ้นก็ขอโทษไล่ครบรายตัวเลยค่ะ นี่ถ้าเล่นมุกอะไรในเฟสบุ๊กแล้วมันไม่ดีก็บอกกันได้นะคะ ทั้งหน้าไมค์หลังไมค์เลย’

‘ขอบคุณครับ’ จตุรวัชรยิ้มกว้าง ‘สื่อก็คือสื่ออะนะ ไม่ได้ตัดสินตัวคนหรอก อาซ้อของสี่ชอบอ่านนิยายฆาตกรรม อาชญากรรมหรืออะไรที่มีกระบวนการนิติเวชมากๆ จนถึงวันนี้เฮียของสี่ยังไม่โดนหั่นเป็นชิ้นๆ เลย’

ศศิอาภาดีใจจจจจ (ลากจ.จานไปอีกล้านตัว) ที่เพื่อนเจอคนที่ดีและเข้ากันได้

ในที่สุดภามินก็ย้ายไปใช้ชีวิตที่นิวยอร์กพร้อมกับคู่หมั้นหนุ่ม ซึ่งเป็นจิเวลรีดีไซน์เนอร์แบรนด์ที่กำลังดังระดับโลก แม้มันจะทำให้เธอไม่มีเพื่อนที่ช่วยเหลือให้ที่สต็อกเล่มนิยาย แต่อีกฝ่ายก็ยังอ่าน วิจารณ์ และช่วยดูแลงานอาร์ทเวิร์กให้กับคนที่ไม่เก่งด้านนี้เช่นเธอ

ศศิอาภาดีใจที่เพื่อนมีรักที่ดี

ขณะเดียวกันก็ตระหนักได้ว่าถ้าชีวิตเธอยังเป็นอยู่อย่างนี้...เหมือนติดอยู่ในกรงที่หลอมด้วยความกตัญญูกตเวที ตนคงมีใครสักคนไม่ได้

รักดีๆ เช่นนั้นคงไม่มาหาตนเอง

ตอนนี้มันผ่านพ้นวัยของรักแท้ที่ฝ่าฝันร่วมกันมาแล้ว

16 ปี แห่งความหลัง

เขาก้าวไปข้างหน้าเพื่อพบเจอสิ่งใหม่

เบื้องหลังมีแต่เธอและความทรงจำที่อีกฝ่ายไม่มีวันหันกลับมา...อีกต่อไป


- - - - - - - - - - - - - - - -


สวัสดีค่ะทุกคน เอื้องอลินเองงงง


มาเปิดเรื่องใหม่รับวาเลนไทน์ค่ะ เป็นนิยายรักเหมือนเดิม
อาจจะไม่ได้มีประเด็นอะไรหนักหน่วงนัก
เพราะอยากจะเขียนอะไรเบาๆ บ้าง อาจจะไม่ใช่สไตล์ที่หลายท่านคุ้นเคย
แต่ลองอ่านดูได้นะคะ ขอบคุณมากๆ ที่กดเข้ามาอ่าน
ถ้ายังไงฝากคอมเมนต์กันไว้ได้เลยค่ะ

ฝากเอ็นดูบิ๋มด้วยนะคะ ; D



เอื้องอลิน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #163 กวาง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 13:19

    เวรกรรม อ่านบทนำเหมือนอ่านชีวิตตัวเอง ไม่ได้เป็นนีกเขียนนิยาย แต่ให้จะสี่สิบและเป็นทายาทอสูรเฝ้ากิจการครอบครัว พี่ชาย น้องชาย และเพื่อนๆ แต่งกันไปหมดแล้ว 55555

    #163
    1
    • #163-1 (@ocean_serenade) (จากตอนที่ 1)
      6 เมษายน 2562 / 13:51
      เอาจริงๆ ลูกผู้หญิงหลายคนช่วยที่บ้านดูแลครอบครัวเยอะเลยค่ะ อย่างพวกพี่สาวเราไม่ได้มีกิจการอะไรนะ แต่อยู่โยงดูแลพ่อแม่ ขณะที่ลูกชายลอยตัวมาก ถึงงั้นพ่อแม่ก็ไม่เห็นหัวเท่าไหร่..
      #163-1
  2. #2 Riboflavin (@charib55) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:53
    บิ๋มที่โผล่แวบๆในดุจเรือนใจนี่เองงงงงง
    #2
    0