สามีซ่อนรัก (eBook)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 312,187 Views

  • 1,170 Comments

  • 3,117 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    124,549

    Overall
    312,187

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 เจ็บไปทั้งใจ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 279 ครั้ง
    3 พ.ย. 61



บทที่ 6
เจ็บไปทั้งใจ

 



หลังจากเรียนจบแล้วสลิสาเริ่มจากการเป็นผู้ช่วยกิ่งแก้วก่อน จนตอนนี้แม่เลี้ยงอัมราก็ให้เธอรับผิดชอบบัญชีของปางไม้ช่วยบิดาอีกแรง แต่ก็มีบ้างที่กิ่งแก้วจะต้องมาช่วยนายหญิงสะสางบัญชีเพราะสลิสากลัวว่าจะทำงานพลาดและล่าช้า  

“พี่กิ่งคะ ซินขอโทษนะคะที่วันนี้ซินสาย ตอนนี้กำลังจะรีบไปค่ะ” 

สลิสารีบคว้ากระเป๋าขณะที่พูดกับคนในสาย เธอเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มือถือดัง ลืมไปว่าจะต้องสรุปบัญชีของทั้งเดือนเพื่อจะให้บิดาตรวจในวันพรุ่งนี้ แม้เธอคิดว่าท่านอาจจะไม่กลับมาง่ายๆ ก็ตาม แต่กิ่งแก้วไม่อยากให้มีปัญหาภายหลัง ทว่าสลิสาเสียเวลากับอนลไปพอสมควร คนที่มาหาถึงสำนักงานเลยต้องโทร.มาตาม

ไม่เป็นไรจ้ะพี่เข้าใจ พ่อเลี้ยงไม่ได้กลับไปนอนที่บ้านนานก็เป็นงี้”  

“พี่กิ่งพูดอะไรก็ไม่รู้”

ใบหน้าสวยร้อนผ่าวเพราะรู้ดีว่าฝ่ายนั้นหมายถึงอะไร ป่านนี้กิ่งแก้วคงยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียวเป็นแน่ หากคนถูกแซวคงได้แค่ฝืนยิ้มเท่านั้น หัวใจยังหวาดหวั่นกับสิ่งที่เพิ่งพบเจอ

เธอบอกเลขาสาวว่าจะรีบเข้าไป สำนักงานที่ประจำอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังใหญ่นัก สักพักคงถึง แต่ในจังหวะที่กำลังควบจักรยานนั้นรถคันที่เป็นต้นเหตุให้ตนถูกไล่ไปนั่งท้ายกระบะก็มาจอดที่หน้าบ้าน สลิสามองคนในนั้นล่ำลากันด้วยท่วงท่าอย่างคนรักแบบหน้าชื่นตาบานแล้วรู้สึกพะอืดพะอม

เธอรังเกียจการกระทำของทั้งสองคน...

“พ่อไปไหนมาคะ”

ร่างบอบบางควบอานเหล็กเอ่ยถามคนเป็นพ่อหลังจากที่รถคันนั้นขับออกไป เธอรู้สึกโกรธแทนแม่เลี้ยงอัมราจนลืมไปว่าบิดาไม่ชอบให้ลูกนอกคอกอย่างเธอยุ่งเรื่องส่วนตัว สายตาที่คนเป็นพ่อมองมานั้นพาให้สะท้านไปทั้งใจ พลันสีหน้ายิ้มแย้มของท่านก็แปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงแต่หญิงสาวยังคงต้องการคำตอบที่สงสัยมานาน

“พ่อจะไปนานแบบนี้ก็น่าจะโทร.บอกแม่เลี้ยงสักนิดนะคะ ท่านรอพ่อทุกคืน พ่อก็รู้ว่าท่านสุขภาพไม่ดี”

“แล้วมันเรื่องอะไรของแก”

“ซินแค่สงสารท่านค่ะ แล้วก็ไม่อยากให้พ่อไปยุ่งกับคุณป้านารถอีกแล้วด้วย”

ความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับคุณอนงค์นารถซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าแท้ๆ เพราะเป็นฝาแฝดกับมารดานั้นสลิสารู้มาตั้งนาน และนี่ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่อนลไม่ยอมรับท่านในฐานะพ่อนายของปางไม้วนาวัลย์ มากกว่านั้นชายหนุ่มยังจงเกลียดจงชังครอบครัวเธอยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือน หญิงสาวพยามเตือนคุณสกลหลายหนแล้วแต่อย่างไรท่านก็ไม่ยอมฟัง

“ถ้าพ่อไม่ได้รักไม่ได้สงสารแม่เลี้ยงเลย เราออกไปอยู่ข้างนอกกันดีไหมคะ ตอนนั้นพ่อจะทำอะไรก็ได้ตามที่พ่อต้องการไม่มีใครว่าอะไรเลยค่ะ”

“ถามหน่อย...แกอยู่ที่นี่เพราะอะไร”

คำตอบของเรื่องนี้ก็คงจะเป็น...จำใจ...จำใจอยู่เพื่อทดแทนบุญคุณคนที่ส่งเสียเลี้ยงดู อยู่เพื่อความสบายใจของแม่เลี้ยงอัมรา ความจริงนี้คนเป็นพ่อตระหนักอยู่ทุกลมหายใจ

“แต่ซินคิดว่าการที่เราจากไปมันจะเป็นผลดีกับคนในบ้านนี้มากกว่านี้นะคะ...ซินไม่อยากเห็นแม่เลี้ยงทุกข์ใจอีกแล้ว ซินสงสารท่าน”

ร่างเล็กลงจากจักรยานแล้วเขาไปพูดกับท่านดีๆ แน่นอนว่าตอนนี้สลิสาช่างน่ารำคาญมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว คนเป็นพ่อชักสีหน้าอย่างหัวเสียก่อนจะเอ่ยถ้อยคำสร้างความชอกช้ำให้หัวใจแสนบาง

“แกสงสารคนอื่นไปทั่ว แต่ไม่เคยคิดจะเห็นใจพ่อแม่ตัวเอง เอาจริงๆ แกน่าจะสงสารเมียฉันแบบนี้บ้างนะนังซิน อนงค์นางจะได้ไม่ต้องตายเพราะเบ่งมารหัวขนอย่างแกออกมา!

“พ่อ...”

สลิสาน้ำตาคลอเบ้า หัวใจดวงนี้แหลกสลายครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะตั้งแต่จำความได้บิดาก็มักจะตอกย้ำอยู่เสมอและเธอก็กลายเป็นลูกสาวที่ท่านเกลียดชัง

แต่ถ้าเลือกได้ใครเล่าอยากเกิดมาแล้วเป็นสาเหตุให้แม่ต้องตาย...

ถ้าเป็นอย่างนั้นสลิสาคงไม่เกิดมาเสียดีกว่า คงไม่เกิดมาให้คนเป็นพ่อตราหน้าว่าเป็นลูกกาลกินี พรากชีวิตของแม่ไปแบบนี้ โชคดีที่เธออยู่ในความดูแลของแม่เลี้ยงอัมรามาตั้งแต่ที่คุณสกลยังเป็นแค่พนักงานในปางไม้ท่านจึงส่งเสียให้ได้รับการศึกษามีความรู้ที่สามารถนำมาหาเลี้ยงตัวเองได้ ส่วนบิดานั้นอยากให้เธอหยุดเรียนตั้งแต่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่สาม

แต่สลิสาคิดว่าบิดาคงมีเหตุผลของตนเอง...

“เอาเวลายุ่งเรื่องของฉันไปคุมผัวแกให้อยู่ อย่าให้มันมาล้ำเส้นฉันมากไปไม่อย่างนั้นมันจะไม่มีทางได้ในสิ่งที่มันต้องการ”

คุณสกลชี้หน้าสลิสาพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ตรรกะชวนทะเลาะของคนเป็นพ่อทำให้ในขณะที่ท่านกำลังจะเดินจากไปหญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นว่า

“ดีแล้วค่ะที่ตอนนี้แม่จากเราไป ไม่อย่างนั้นแม่คงจะผิดหวังในตัวพ่อยิ่งกว่าที่ซินผิดหวัง”

แล้วพื้นที่ตรงนั้นก็เงียบงันเหลือเกินในความรู้สึกของสลิสา เธอมองเห็นมือของคนเป็นบิดากำแน่นอย่างแค้นคลั่งแล้วท่านก็หันกลับมา แต่เหมือนว่าโลกทั้งใบถูกทุ่มลงมาใส่เพราะในจังหวะที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัวใบหน้าสวยก็ถูกตบฉาดจนร่างเล็กสะบัดแล้วลงไปกองกับพื้น

“ฮือๆ...”

เสียงร้องไห้หลุดออกมาอย่างไม่คิดจะกลั้นเอาไว้อีกแล้ว มือเรียวกุมแก้มที่ถูกตบและไม่เงยหน้าขึ้นสบตาบิดาอีก ถ้าคนเรากลั้นใจแล้วสามารถตายได้ก็จะทำมันเสียตอนนี้ แต่คนเป็นพ่อก็ยังไม่คิดจะเอ็นดูสงสาร แขนน้อยถูกกระชากขึ้นไปก่อนที่ท่านจะกรอกเสียงพูดใส่หน้าว่า

“ถ้าแกเอาชีวิตแกแลกเมียฉันกลับมาได้เมื่อไหร่ ค่อยสะเออะมาสั่งสอนฉันนังซิน ต่อไปนี้แกอย่ามาเสือกเรื่องของฉันอีกจำไว้!” 

สลิสาร้องไห้ราวคนจะขาดใจแต่กลับไม่มีเสียงอะไรเล็ดรอดออกมาเลยในครานี้ คุณสกลเห็นท่าไม่ดีเลยปล่อยเธอลงพื้น ลึกในใจก็รู้สึกแย่เหมือนกันที่เผลอลงไม้ลงมือกับลูกแบบนี้

“ซินก็ไม่อยากยุ่งหรอกนะคะ แต่พ่อไม่รู้หรอกว่าตลอดเวลาที่พ่อหายไปซินต้องเจอกับอะไรบ้าง” โทษของเธอนั้นก็เพียงเพราะเกิดเป็นลูกของท่านเท่านั้นเอง

แต่สลิสาไม่รู้เลยว่าประโยคนี้ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อเดือดดาลมากขนาดไหนเพราะถึงแม้จะไม่ได้รักหรือห่วงใยเจ้าหล่อนเหมือนพ่อทั่วไปทว่ายอมไม่ได้หากใครมันจะมาหยามศักดิ์ศรีตนด้วยการเอาเปรียบคนในปกครอง

“ซินขอโทษแล้วกันนะคะ ต่อไปคงไม่วุ่นวายกับพ่ออีก” 

คนตัวบางพูดเสียงสะอื้นก่อนจะฝืนลุกขึ้นแล้วพาหัวใจที่แหลกสลายออกไปจากบริเวณนั้นเสีย

ถ้าหากเธอตายแล้วสามารถพามารดากลับมาได้...สลิสาจะตายให้ท่านดู


---------

 

ไม่รู้บังเอิญหรือเพราะอะไรที่ทำให้คุณสกลเจอลูกเขยอยู่ในบ้าน ท่านกำหมัดแน่นเมื่อนึกถึงคำพูดของสลิสา และยิ่งฝ่ายนั้นเดินเข้ามาใกล้ก็ยิ่งอยากพุ่งเข้าไปต่อยให้หน้าหงาย 

“ไม่เจอกันนานสบายดีไหมครับคุณสกล”

เขาทักทายด้วยประโยคธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาด้วยแววตาและมาดที่กวนอวัยวะเบื้องล่างเป็นที่สุด แถมคำพูดที่ตามมาก็ทำให้สกลอยากฆ่าอีกฝ่ายเหลือคณนา

“คราวนี้นังแก่เมียน้อยคุณคงจะเซอร์วิสดีสินะ หายไปเกือบเดือนเลย”

“อนล!

ยิ่งสกลโกรธชายหนุ่มก็ยิ่งชอบใจ เขาอยากเห็นอีกฝ่ายแดดิ้นสิ้นใจลงไปต่อหน้าจึงแสร้งหัวเราะแล้วกอดอกพูดลอยๆ ด้วยสีหน้าอย่างผู้กำชัยว่า

“แต่ลูกสาวคุณเซอร์วิสโคตรดีเลยนะ อยากเห็นไหมว่าลีลาเด็ดแค่ไหน”

“แกทำอะไรลูกสาวฉัน” ชายสูงวัยพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง

อนลหัวเราะชอบใจไม่เกรงกลัว ตัวเขารู้จุดอ่อนสกลเป็นอย่างดี แม้บางทีจะเห็นว่าชายคนนี้แสดงเป็นไม่รักไม่สนใจบุตรสาวแค่ไหน หากลึกๆ ข้างในแล้วหวงยิ่งกว่าไข่ในหิน

“ก็ไม่ได้ทำอะไรมากแค่ถ่ายภาพเคลื่อนไหวเอาไว้ดูเล่นเฉยๆ ที่จริงก็ตั้งใจให้เป็นบทเรียนที่คุณทำร้ายจิตใจแม่ผมจนต้องนอนร้องไห้ทุกคืนนั่นแหละ”

พูดพลางล้วงมือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วทำท่าจะกดเพลย์ แต่กลับเหลือบมองหน้าพ่อตาแล้วถามก่อนว่า

“อยากฟังไหมครับ”

“ไอ้โอม”

ตุ้บ!

หมัดหลุนๆ พุ่งเข้าใส่ใบหน้าหล่อเต็มรัก ทั้งร่างของคุณสกลสั่นไปหมดด้วยแรงโทสะ แต่คนถูกต่อยกลับหัวเราะสะใจและไม่สะท้านกับความเจ็บปวดที่ได้รับเพราะที่ได้พูดเย้ยหยันอีกฝ่ายออกไปก็ทำให้เขาสะใจเหลือเกิน อนลยกมือคลึงมุมปากแล้วเงยหน้ากวนๆ ขึ้นมาพูดว่า

“ผมให้โอกาสคุณกับเมียน้อยสารเลวของคุณมามากเกินพอแล้ว เพราะงั้นครั้งนี้จะบอกเป็นครั้งสุดท้ายว่าให้เลิกกับแม่ผมแล้วพาลูกสาวเฮงซวยของคุณออกไปจากบ้านนี้ซะ ก่อนที่หล่อนจะกลายเป็นดาวโป๊ดวงใหม่” 

คนเป็นพ่อชาวาบไปทั้งใจ อนลทำแบบนี้ไปได้อย่างไร เขาพุ่งเข้าไปผลักอกชายหนุ่มซ้ำแล้วง้างมือจะต่อยด้วยความคลั่งแค้น หากถูกแขนใหญ่รั้งไว้ได้กลางอากาศแล้วผลักวัยออกให้พ้นตัว ไม่ใช่เพราะกลัวอนลแต่ไม่อยากลงไม้ลงมือกับคนแก่ก็แค่นั้น

“แกยังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่าห้ะ!

“ยิ่งคุณทำระยำกับแม่ผมเท่าไหร่ ผมก็จะทำแบบนั้นกับลูกคุณสองเท่า...ดูซิว่าสุดท้ายแล้วใครมันจะขาดใจตายก่อนกัน”

“ไอ้โอม!

“ผมยังไม่อยากมีเรื่องนะวันนี้ คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้องทำอะไรที่คุณไม่อยากให้ผมทำเลยจะดีกว่า”

อนลแสยะยิ้มเย้ยหยันให้คนที่ยืนนิ่งอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ตอนนี้คุณสกลไม่รู้ว่าที่เขาจะกล้าทำเช่นนั้นจริงหรือไม่...แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะให้บุตรสาวอับอายเลยได้แต่ปล่อยให้ฝ่ายนั้นเดินจากไปไม่ได้โต้ตอบอะไรไปมากกว่าคำพูดที่ว่า

“ถ้าคุณทำแบบนั้น คุณจะไม่มีวันได้ในสิ่งที่คุณต้องการ...ผมเองก็จะทำในสิ่งที่คุณกลัวเหมือนกัน”

หัวใจของอนลกระตุกวูบหนึ่งเมื่อได้ฟัง เขารู้ว่านั่นไม่ใช่คำขู่ แต่จะรอดูว่าสุดท้ายใครจะย่อยยับก่อนกัน ระหว่างเขากับไอ้ชายชู้คนนี้

“ต้องการอย่างนี้จริงๆ หรือ”

เขาหันไปพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ความหวาดหวั่นในแววตาฝ่ายนั้นทำให้อนลรู้ว่าอีกไม่นานชัยชนะอันหอมหวานก็จะเป็นของเขา คนอย่างนายสกลไม่มีทางเสี่ยงให้ลูกสาวมันเสียหายหรอก


---------

 

แม่เลี้ยงอัมราแปลกใจมากที่สลิสาซึ่งปิดงบบัญชีเสร็จแล้วก็เอามาให้ตนดู ทั้งที่ปกติงจะต้องผ่านคุณสกลก่อน แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้ท่านพูดไม่ออก เพราะฝ่ายนั้นฝากบุตรสาวมาบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับงบดุลของปางไม้อีกต่อไป เป็นเหตุให้ท่านต้องมาหาคนเป็นสามีที่สำนักงานของเขา

“ทำไมเป็นแบบนี้” 

สมุดบัญชีปึกใหญ่ถูกวางลงบนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งชายสูงวัยนั่งแกะสลักกิ่งมะขามอยู่

“ผมก็ฝากซินไปบอกแล้วว่าเพราะอะไร”

“เธอยังไม่พอใจหรือที่ฉันให้อิสระเธอขนาดนี้”

อิสระที่ช่วยให้คนเป็นสามีมีความสุข แต่ทำให้ตนนั้นทุกข์ใจยิ่งกว่าตกนรกขุมที่ลึกที่สุดเสียอีก แล้วแบบนี้เขายังไม่พออีกหรือไง

“ยังไงเธอก็จะไปจากฉันให้ได้สินะ”

ถ้าตนเป็นสาวแรกรุ่นที่เพิ่งเคยพบเจอกับความผิดหวัง ป่านนี้คงจะร้องไห้ให้อีกฝ่ายเห็นไปแล้ว หากแต่แม่เลี้ยงอัมรายังเข้มแข็งแม้อีกฝ่ายจะไม่มองหน้าตนเลยก็ตาม

“ใช่”

“...”

“ผมคิดว่าลูกชายคุณพร้อมรับช่วงต่อแล้วนะ ปางไม้นี้ไม่จำเป็นต้องมีผม อยู่ต่อไปก็ยิ่งเกลียดกันเปล่าๆ” หากจะว่ากันตามจริง คนที่มีสิทธิ์ขาดในทุกสิ่งของปางไม้วนาวัลย์ในตอนนี้ก็คืออนล สุทธกานต์

“ผมจะไปใช้ชีวิตอยู่กับซินตามประสาพ่อลูก หวังว่าคุณคงเข้าใจ”

“แล้วก็ให้ผู้หญิงคนนั้นขายซินให้กับไอ้เฒ่าหัวงูที่ไหนก็ไม่รู้อย่างนั้นหรือ”

“นารถเขาไม่ทำอีกแล้ว ตอนนั้นเขาก็แค่ถูกเสี่ยโมกข์หลอก”

เสี่ยโมกข์คือเศรษฐีใหญ่มีธุรกิจมากมายในแม่ฮ่องสอนโดยเฉพาะธุรกิจสีดำ รสนิยมเขาก็พิลึกเช่นเดียวกับความเลวที่เข้าขั้นพิลึกของอนงค์นารถ หล่อนได้ชื่อว่าเป็นป้าแท้ๆ แต่กลับหลอกสลิสาไปให้ตาแก่นั่นปู้ยี้ปู้ยำ ถ้าแม่เลี้ยงอัมราไม่ให้คนสะกดรอยตามไปจนช่วยไว้ได้ทันป่านนี้ไม่รู้หญิงสาวจะเป็นอย่างไร 

“เธอหลงผู้หญิงคนนั้นจนโงหัวไม่ขึ้นเลยนะ แค่เป็นแฝดกับเมียรักของเธอก็ไม่ได้หมายความว่าหล่อนจะดีกับลูกสาวเธอ บอกไว้เลยว่าฉันจะไม่ให้เธอพาซินไปไหนเด็ดขาด ฉันไม่ยอมหรอกสกลฉันทะนุถนอมของฉันมาแต่อ้อนแต่ออก จู่ๆ เธอมาจะมาบอกว่าขอพาลูกไปอยู่ข้างนอกแบบนี้ไม่ได้ เธอไม่ละอายใจเลยหรือไงที่พูดออกมา”

เมื่อก่อนถ้าไม่ทำงานคุณสกลก็จะกินเหล้าเมาหัวราน้ำ ไม่เคยสนใจลูกสาว จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ช่างหัวสลิสา ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นพาไปประเคนให้คนอื่นเพื่อแลกกับเงิน

“อยู่ที่นี่ซินก็ไม่ได้มีความสุขมากนักหรอก! คุณไม่เห็นหรือไงว่าไอ้ลูกชายตัวดีของคุณมันทำอะไรกับซินบ้าง นี่ไม่นับเรื่องที่คุณยังไม่รู้นะ คุณเลิกเห็นแก่ตัวรั้งพวกเราเอาไว้แบบนี้เสียที”

เขาเองก็รู้สึกแย่กับเรื่องที่เกิดขึ้น อยากกลับไปแก้ไขไม่ให้เผลอใจมีความสัมพันธ์กับคนตรงหน้า เพราะความผิดพลาดตั้งแต่ครั้งนั้นกลายเป็นบ่วงบาปที่พันธนาการตนไม่ให้พ้นจากที่นี่

“ใครกันแน่ที่เห็นแก่ตัว! เธอต่างหากสกล...เธอเคยสัญญาอะไรเอาไว้กับปู่ของโอมเธอลืมไปแล้วหรือ”

บางครั้งคนเราก็ทำทุกอย่างเพื่อเหนี่ยวรั้งความสุขเอาไว้อย่างไร้เหตุผล เพราะหัวใจมันคงทนไม่ได้หากจะปล่อยให้คนที่รักจากไปพร้อมกันตั้งสองคน...

“ผมได้ทำตามสัญญานั้นแล้ว”

ที่ผ่านมาตนทำดีที่สุดอย่างสุดความสามารถ ไม่เคยลืมว่ามีชีวิตมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะท่านอมรปู่ของอนลตนจึงทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณใหญ่หลวงนี้แม้จะแลกด้วยความก้างหน้าของชีวิตตัวเองก็ตาม

สกลโตมากับอนุพงศ์และอัมรา ทั้งสามรักและสนิทสนมลกลมเกลียวกันมาก จนอนุพงศ์กับอัมราเป็นฝั่งเป็นฝาทว่าเกิดจากความผิดพลาดด้วยว่าฝ่ายหญิงไม่เคยเกิดความรู้สึกรักแบบชู้สาวแบบที่คิดกับสกล ถึงอย่างนั้นก็กำลังจะให้กำเนิดนายน้อยของปางไม้

สกลเห็นว่าตัวเองไม่ควรอยู่ในปางไม้อีกทั้งกำลังจะสร้างครอบครัวกับอนงค์นางผู้หญิงที่ตนรัก จึงขอออกไปทำกิจการร้านอาหารเล็กๆ ด้วยกัน

แต่ช่วงนั้นสัมปทานไม้ของวนาวัลย์ถูกยกเลิกด้วยเหตุผลทางการเมือง ซึ่งน่าจะเป็นปีเกิดของอนลพอดีหากตนจำไม่ผิด มันส่งผลกระทบอย่างหนักทำให้เขาลาจากที่นี่ไม่ได้ แม้ก่อนนั้นจะพอรู้มาบ้างจึงรีบกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านเพื่อรอรับการเปลี่ยนแปลงด้วยขณะนั้นราคาไม่สูงและมีบางส่วนที่บุกเบิกแผ้วถางกันเองแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีถูกยกเลิกเร็วขนาดนี้ ต่อให้เตรียมการดีแค่ไหนปางไม้วนาวัลย์ก็ยังตั้งรับไม่ทันอยู่ดี

โครงสร้างหลายอย่างถูกปรับเปลี่ยนเมื่อที่ดินหลายร้อยไร่ถูกเนรมิตเป็นป่าไม้สักหลายแสนต้น ทว่าไม้เนื้อแข็งต้องใช้เวลาในการเติบโต ทั้งยังต้องทำเรื่องตัดและค้าขายให้ถูกกฎหมาย รายได้หลักจึงลุ่มๆ ดอนๆ ด้วยก่อนนั้นมันถูกใช้จ่ายไปกับการซื้อที่ดินเพื่อขยายอาณาเขตจำนวนมาก

ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้งไม่ให้เขาจากไป เมื่ออีกห้าปีต่อมาท่านอมรเสียชีวิตด้วยโรคชรา และอนงค์นางภรรยาเขาที่มีลูกยากกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ สกลเลยตัดสินใจจะย้ายออกไปสร้างครอบครัวแต่ปางไม้วนาวัลย์ก็เจอวิกฤติหนักอีกครั้ง อนุพงศ์ขอร้องให้เขาอยู่ต่อไปเพื่อช่วยกันพยุงกิจการเอาไว้เพราะทำคนเดียวไม่ไหวพร้อมอ้างคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับท่านอมรว่าจะไม่ปล่อยให้วนาวัลย์ต้องฉิบหาย

แค้นต้องชำระฉันใด...บุญคุณก็ต้องทดแทนฉันท์นั้น

แต่ท่ามกลางปัญหารุมเร้าที่ต้องใช้เวลาแก้ไขอย่างยาวนานเขายังมีกำลังใจอย่างเมียรักคอยอยู่เคียงข้าง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าหล่อนจะอยู่คู่เขาได้ไม่นานเพราะในวันที่หล่อนคลอด หล่อนต้องแลกทั้งชีวิตเพื่อให้ของลูกได้เกิดมา

ความหวังจะสร้างครอบครัวพังทลายลงในพริบตา สกลกลายเป็นคนไร้เป้าหมายอยู่ไปวันๆ และเขาแทบเป็นบ้าในตอนนั้น...

เขาเสียสติ

เขาโทษตัวเองที่ไม่ได้ดูแลหล่อน

เขาโทษลูกที่เกิดมาแล้วทำให้แม่ต้องตาย

เขาทำงานหนักเพื่อจะลืมความเศร้า

เขาเมา แล้วเขาก็...เผลอทำเรื่องผิดบาปกับแม่เลี้ยงอัมรา

ความสัมพันธ์แบบนั้นทำให้มองหน้าอนุพงศ์ได้ไม่สนิทใจ เขารู้ว่าฝ่ายนั้นรู้เรื่องทั้งหมดแต่เลือกที่จะเก็บเอาไว้ไม่อยากทำลายมิตรภาพระหว่างกัน

เขาอยากแก้ไขเรื่องในอดีต...แต่ก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้อีกแล้ว

“สิ่งที่ผมต้องสะสางมันเหลืออีกไม่เยอะ ผมจะจัดการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด”

“แต่ฉันยังไม่พร้อม”

แม่เลี้ยงอัมราน้ำตาคลอ หัวใจบีบรัดรุนแรงราวกับใกล้สลาย หากแต่ผู้ชายตรงหน้าไม่คิดจะมองมาเลยสักนิดแถมยังพูดแบบไม่คิดถึงจิตใจคนฟังอีกว่า

“คุณไม่มีทางเลือกอีกต่อไปแล้ว”


---------

 

สลิสาหลบหน้าคนเป็นสามีทุกครั้งที่มีโอกาส ยิ่งเจอยิ่งนึกถึงเรื่องคลิปที่ถูกถ่ายเอาไว้ทำลายเธอ คิดแล้วก็อยากจะหย่าให้รู้แล้วรู้รอดไปแต่เพราะสภาพจิตใจแม่เลี้ยงอัมรายังคงย่ำแย่เลยไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้จะไม่กระทบกระเทือนความรู้สึกของท่านซึ่งเอาแต่เหม่อลอย บ้างก็ร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว ซ้ำร้ายยังชอบพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจคนฟังว่า

ซินอย่าทิ้งแม่ไปนะ แม่ขอร้อง...ซินไปบอกพ่อซินด้วยว่าอย่าทิ้งแม่ไป

เธอก็ได้แต่ให้ท่านกินยาแล้วก็หลับไป แต่วันนี้คิดว่าวันนี้ตนคิดผิดที่อยู่บ้าน เพราะคนคุ้นเคยของอนลกลับจากไปเที่ยวต่างประเทศแล้วก็ตรงดิ่งมาที่บ้านนี้พร้อมของฝากที่สลิสาไม่อยากรับไว้

“ซินรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”

ทั้งที่กำลังจะเดินผ่านทั้งสองออกไปจากบ้านนี้ได้แล้วแท้ๆ อนลยังเรียกให้เธอมานั่งมองเขาอิงแอบแนบชิดหัยคนสนิทของเขาได้ลงคอ ไม่เคยสงสารหัวใจดวงนี้บ้างเลยสักนิด

“ผู้ใหญ่ให้ของก็รับไว้สิ คิดจะเสียมารยากับแขกของฉันหรือ”

ถ้อยคำเหน็บแนมแกมเอาเรื่องของอนลทำให้สลิสาขบกรามเข้าด้วยกันเบาๆ แล้วรับถุงกระดาษสีชมพูจากมือขาวโพลนเนียนละเอียดของหลานสาวเสี่ยโมกข์เจ้าพ่อเงินกู้นอกระบบแห่งเมืองแม่ฮ่องสอน

นามหล่อนคือนาราหรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่าคุณน้อย หล่อนเป็นเพื่อนกับอนลตั้งแต่อนุบาล แต่แม่เลี้ยงอัมราเล่าว่าที่เมืองนอกหล่อนเป็นทั้งเพื่อนเที่ยว เพื่อนกิน และเพื่อนนอนของชายหนุ่ม หากความสัมพันธ์ไม่ชัดเจนทำให้ทั้งคู่ไม่รู้สึกผูกมัด จนเรียนจบก็ห่างๆ กันไป อนลเลยมาพบรักใหม่กับผู้หญิงที่ชื่อพริมา

“เปิดเลยค่ะน้องซิน”

สลิสาพยักหน้าพร้อมยิ้มน้อยๆ ก่อนพบว่าข้างในเป็นน้ำหอมคอลเลกชันใหม่จากแบรนด์ชุดชั้นในระดับโลกที่มีภาพจำเป็นนางแบบสาวสวยสุดเซ็กซี่

“ชอบไหมคะ”

เสียงของเจ้าหล่อนฟังเจื้อยแจ้วจนเธอนึกอิจฉา ไหนจะหน้าตาหวานแฉล้ม รอยยิ้มพริ้มใจ และความมีรสนิยมในการแต่งกายหรือการเลือกใช้ของนั่นอีก เพราะแบบนี้ใช่ไหมใครต่อใครถึงได้รักและชื่นชอบนาราผิดกับตนที่ดูด้อยค่าเมื่อเทียบกัน

“ชอบค่ะ ขอบคุณคุณน้อยมากนะคะ”

สลิสาชอบจริงๆ อย่างที่บอกนั่นแหละ...น้ำหอมขาดนี้เป็นสุดยอดความใฝ่ฝันของผู้หญิงหลายคน แต่คนต้อยต่ำอย่างตนคงไม่มีโอกาสเอื้อม และหล่อนคงเต็มใจรับมากกว่านี้หากคนที่ซื้อให้ไม่ใช้ผู้หญิงที่ตนระแวงว่าสามีอย่างอนลจะแอบปันใจให้

“ใช้เป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ความจริงไม่ต้องซื้อมาให้เขาก็ได้นะเสียดายของเปล่าๆ”

ไม่วายที่ชายในความคิดจะเอ่ยแขวะ หญิงสาวกัดริมฝีปากด้านในข่มความน้อยใจเอาไว้ขณะที่เห็นสายตาประเมินค่าของสามีซึ่งนั่งเอกเขนกบนโซฟาตัวยาว แขนใหญ่พาดขนานกับพนักพิงเพื่อให้ร่างบอบบางของนาราได้นั่งแอบอิง เป็นภาพที่สลิสาไม่อยากเห็น

“ไม่เอาสิคะโอม ถึงน้องจะไม่เคยใช้น้ำหอมแพงๆ แต่น้องก็ควรจะมีไว้นะคะ เขาจะได้ไม่นินทาเอาได้ว่าภรรยาพ่อเลี้ยงอนลรสนิยมต่ำ”

หญิงสาวถึงกับสะอึกเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่หญิงสาวไม่ค่อยชื่นชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะสิ่งที่แฝงอยู่ในคำพูดอ่อนหวานคือคำจิกกัดดีๆ นี่เอง

“สมัยนี้คนเสพติดแบรนด์กันเยอะค่ะ แต่ว่าของแพงๆ บางทีประโยชน์และคุณภาพมันอาจจะไม่คุ้มค่า สู้ปล่อยให้มันอยู่ในเพจเกจสวยหรูดูแพงต่อไปเห็นจะดีไม่อยากมานั่งผิดหวังทีหลัง”

สลิสาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบและใบหน้ายิ้มแย้ม แต่ก็แฝงด้วยถ้วยคำเหน็บแนมไม่ยอมกัน หากแต่ฝ่ายนั้นไม่รู้ตัวหรือแกล้งไม่รู้กันแน่ก็ไม่อาจทราบได้

“พูดอีกก็ถูกอีกค่ะน้องซิน”

นาราหยิบอีกถุงขึ้นมาแล้วหันไปหาอนล ของฝากของเขาคือ Cufflinks ที่หรูหราบ่งบอกฐานะของทั้งคนซื้อและผู้ที่ได้ครอบครอง

“ชอบไหมคะโอม”

“อะไรที่คุณน้อยซื้อให้ผมชอบทั้งนั้นแหละครับ” เขากระชับแขนโอบกอดนาราแล้วก็หอมแก้มเจ้าหล่อนฟอดใหญ่

“อุ้ย! โอมก็...ต่อหน้าน้องซินก็ไม่เว้น” แม้หล่อนจะทำท่าตกใจแต่ก็ไม่ได้ทำให้ดูเป็นคนไร้ยางอายน้อยลง

“เขาไม่ว่าอะไรหรอก จริงไหมซิน” ชายหนุ่มถามคนที่น้ำตาซึมกับภาพที่เห็น หล่อนจิกเล็บกับฝ่ามือจนเจ็บแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะบอกว่า

“ขอตัวเอาน้ำหอมไปเก็บก่อนนะคะ”

อยากบอกว่ามีใครไม่เจ็บบ้างที่เห็นสามีทำแบบนี้ต่อหน้าต่อตา และที่เจ็บยิ่งกว่าคือเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะหึงหวงหรือทำอะไรได้เลย

“ผมอยากจูบคุณจังเลยคุณน้อย”

ในจังหวะที่สลิสาจะลุกออกไปจากโซฟา อนลก็ก้มลงไปกระซิบชิดริมฝีปากของหญิงสาวข้างกาย แต่นารายกมือดันใบหน้าเขาไว้

“แหมโอมคะ เราเลิกยุ่งเกี่ยวทางกายกันมาตั้งนานแล้วนะ คุณจะมาพิศวาสอะไรน้อยตอนนี้”

“อีกหน่อยถ้าผมหย่ากับซินแล้ว ผมจะพิศวาสคุณมากกว่านี้อีก”

เขาพูดยิ้มๆ เจ้าหล่อนแสร้งเล่นตัวขยับดิ้นออกจากวงแขนเขาแล้ววิ่งมาหาสลิสา ใช้ร่างบางของคนที่กำลังจะเดินขึ้นชั้นสองไปเป็นที่กำบังกายขณะที่ฝ่ายชายวิ่งเข้ามาทำท่าเหมือนจะจับตัวเด็กน้อย ทั้งคู่หยอกล้อกันอย่างมีความสุขแต่คนที่ทุกข์จนน้ำตาตกในอย่างสลิสาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาทั้งสองคนต้องทำแบบนี้

นาราทำเหมือนไม่รู้ว่าเธอกับอนลเป็นอะไรกัน...

อนลเองก็ไม่เคยให้เกียรติสถานะของกันและกันเลย...


---------

 

“ให้มันน้อยๆ หน่อยนะ!

เสียงเหี้ยมเกรียมของแม่เลี้ยงอัมราที่เดินลงมาจากชั้นบนพาให้วงแตก นาราเลิกเล่นทันที หล่อนยืนตัวแข็งทื่อก้มหน้านิ่งขณะที่อนลไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย

“สวัสดีค่ะคุณแม่”

นารายกมือไหว้หญิงสูงวัยที่ปรายตามองหล่อนอย่างประเมินค่า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าท่านรังเกียจผู้หญิงคนนี้มากแค่ไหน เพราะทุกครั้งที่เจ้าหล่อนมาที่นี่ สองแม่ลูกมักจะมีปากเสียงกันตลอด แม่เลี้ยงอัมราเคยสั่งนักสั่งหนาวาห้ามคนในบ้านยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเสี่ยโมกข์

แต่อนลก็มักจะขัดคำสั่งท่านทุกครั้งราวกับว่าเป็นเรื่องสนุก ประโยคคุ้นเคยที่สลิสาได้ยินบ่อยก็คงจะเป็น

ผมจะคบค้าสมาคมกับใครแม่ไม่ต้องมายุ่งหรอก ไม่ต้องห่วงด้วยว่าผมจะทำอะไรไม่ดี อีกอย่างแม่อย่าเอาเรื่องจดทะเบียนสมรสกับนายสกลมาอ้างเพราะแม่ตกลงแล้วว่าถ้าผมยอมรับเด็กนั่นเป็นเมียอย่างถูกต้องตามกฎหมายแม่จะเลิกคิดเรื่องนี้ แม่คงไม่อยากโดนลูกอย่างผมถอนหงอก

แน่นอนละ...หากจดทะเบียนสมรสกันแล้วเขามีโอกาสที่จะหย่ากับสลิสามากกว่าที่มารดาจะหย่ากับนายสกล

“สวัสดีจ้ะหนูเมียน้อย” คำทักทายของหญิงสูงวัยบ่งบอกชัดเจนว่าท่านไม่ปลื้มนารา

อนลโพล่งครวญอย่างไม่พอใจขณะที่นารากำมือแน่น ส่วนสลิสาก็เข้าไปจับแขนท่านเป็นเชิงปรามเพราะไม่อยากให้เกิดการปะทะใดๆ ทั้งนั้น แต่แม่เลี้ยงอัมราก็ทำเป็นยกมือทาบอกตกใจ

“อุ้ย ขอโทษจ้ะ เห็นว่าชื่อน้อย ก็นึกว่าย่อมาจากเมียน้อย”

ดูท่านสะใจเหลือเกินที่ได้ถากถางคนตรงหน้า ก็ดูเอาเถิดว่าจะมีแม่คนไหนชื่นชมยินดีเมื่อมีผู้หญิงนิสัยแบบนี้มาเกาะแกะลูกชายที่มีภรรยาแล้ว “กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่จ๊ะหนูน้อย”

“มาถึงตอนบ่ายค่ะ”

“ว้าว” ท่านแกล้งทำเสียงตื่นเต้นไปอีก “พอมาถึงบ้านปุ๊บก็รีบแจ้นมาหาผู้ชายเลย น่าภูมิใจแทนพ่อแม่หนูจังเลย”

นาราหน้าชาแล้วชาอีก หากไม่ติดที่ว่าคนตรงหน้าเป็นมารดาของอนลแล้วละก็ เธอคงได้เปิดฉากล้างหนี้กันไปตั้งแต่นาทีแรกที่เห็นหน้าแล้ว

“งั้นอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันเลยดีไหมจ๊ะ วันนี้แม่ให้เด็กทำไก่ผัดผงกะหรี่...”

ท่านเน้นเสียงหนักตรงพยางค์สุดท้ายเล่นเอานาราจ้องหน้าท่านด้วยความไม่พอใจ แต่เพราะท่านคิดว่าตนเองถือไพ่เหนือกว่าเลยเชิดหน้าพูดยิ้มๆ ว่า

“ของชอบของหนูน้อยเลยไม่ใช่หรือ”

“วันนี้ผมกับน้อยไม่กินข้าวบ้าน จะออกไปทานข้างนอก”

“อ้อดีเลย” แววตาหญิงสูงวัยคล้ายกับนึกอะไรออก ก่อนจะหันไปหาสลิสา “หนูซินไปกับเขาด้วยสิ”

“แต่ว่า-”

“นี่คือคำสั่ง” ท่านพูดเสียงต่ำน่ากลัว สกัดไม่ให้ทั้งสลิสาหรือแม้แต่อนลได้โต้แย้งใดๆ “ถ้าแกขัดคำสั่งฉัน ฉันจะคงไม่ไว้หน้าแกเหมือนกันนะโอม”

“ถ้างั้นซินขอไปเอากระเป๋าตังก่อนนะคะ” เพราะทุกครั้งอนลไม่เคยจ่ายค่าอาหารให้เธอเลย ครั้งนี้ก็คงต้องจ่ายเอง แต่กลับถูกแม่เลี้ยงอัมราห้ามอีกตามเคย

“ไม่ต้องหรอก ขนาดคนอื่นมันยังเลี้ยงได้เลยให้มันรู้ไปว่าแค่เมียคนเดียวโอมมันจะเลี้ยงไม่ได้...ใช่ไหมจ๊ะหนูน้อย” 

นาราไม่ตอบคำถารมนั้นแต่หญิงสูงวัยเองก็ไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะถือว่าตนได้ในสิ่งที่ปรารถนาไปแล้วนั่นคือได้จิกกัดคนที่ตัวเองหมั่นไส้

สุดท้ายแล้วอนลเลยต้องยอมพาสลิสาไปทานอาหารด้วยกันเพราะรู้ดีว่าหากขัดคำสั่งท่านแล้วละก็ พ่อของสลิสาคงได้มีชื่อในทะเบียนสมรสใบใหม่ของท่านแน่นอน


---------

 

บรรยากาศภายในร้านอาหารแบบไทยใหญ่ที่คงจะเป็นร้านประจำของอนลกับนารามันช่างน่าอึดอัดเหลือเกินในความรู้สึกของสลิสา แม้โต๊ะที่ได้จะอยู่กลางศาลาริมน้ำซึ่งมีความเป็นส่วนตัวมากที่สุดก็ตามที นั่นคงเป็นเพราะเธอรู้สึกคล้ายกับว่าไม่มีตัวตนในสายตาของใคร 

สลิสานั่งมองสามีและเพื่อนสนิทที่อาจจะคิดไม่ซื่อด้วยหรือไม่ก็ไม่รู้นั่งคลอแนบชิดกันขณะเลือกเมนูอาหาร ดูเหมือนทั้งคู่จะมาทานร้านด้วยกันร้านนี้บ่อยเพราะฝ่ายหญิงรู้ว่าสิ่งไหนอนลชอบหรือไม่ชอบ แน่นอนคนเป็นภรรยาอย่างสลิสาย่อมรู้...แต่มันจะมีประโยชน์อะไรหากคนที่ถูกใส่ใจนั้นไม่ต้องการ

“ไม่สั่งหรือคะน้องซิน”

นาราหันมาถามคนที่นั่งเปิดเมนูค้างไว้เฉยๆ แต่กลับไม่ได้ตั้งใจอ่านมันเลย แต่ในขณะที่คนถูกถามกำลังจะตอบ อนลก็แทรกขึ้นมาเสียก่อนว่า

“เขาสั่งไม่เป็นหรอก วันๆ อยู่แต่ในป่าในเขา จะทำอะไรเป็น”

คิ้วงามย่นเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจเมื่อถูกคนใจร้ายหาเรื่อง หากยังไม่ทันจะได้พูดอะไรเขาก็ยืดกายขึ้นมาดึงเอาเมนูจากมือตนไปเสียแล้วสั่งกับพนักงานว่า

“เอาปูผัดผงกะหรี่ ยำมะม่วงปูม้า ปูนิ่มทอดกรอบราดขี้เมา แล้วก็ปูไข่นึ่งนมสดผมรู้ว่าคุณน้อยชอบ”

ประโยคสุดท้ายเขาหันไปพูดกับหญิงที่เกาะแขนสามีชาวบ้านด้วยสายตาหวานเยิ้ม สลิสาไม่เข้าใจว่าทำไมอนลถึงทำแบบนี้ เขาเอาใจนาราด้วยการสั่งเมนูเหล่านี้มาโดยก็รู้ว่าเธอแพ้ปูอย่างนั้นหรือ

“แล้วก็เอา-”

“ถ้าสั่งอย่างไหนก็จ่ายเองนะ”

อนลโพล่งขึ้นเสียก่อนตอนที่สลิสาจะสั่งเมนูของตัวเอง หญิงสาวไม่เข้าใจเลยว่าเขาจะกลั่นแกล้งเธอไปถึงไหน เขาก็รู้ไม่ใช่หรือไงว่าเธอแพ้ปู เขาคงไม่พอใจที่มารดาบังคับให้พาเธอมาเป็นก้างขวางคอก็เลยทำแบบนี้สินะ

อย่าทำเหมือนไม่ชอบน้องสิคะโอม น้องเป็นภรรยาของคุณนะ

นาราปรามคนตัวโตอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก แต่ฟังดูแล้วเหมือนหล่อนตั้งใจจะพูดตอกย้ำว่าเขาเกลียดขังสลิสามากแค่ไหนมากกว่า แล้วหล่อนหันมาพูดกับเธอว่า

“น้องซินสั่งไม่เป็นหรือคะ มาค่ะอยากกินอะไรบอกคุณน้อยเดี๋ยวคุณน้อยสั่งให้”

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องย้ำว่าคนอย่างเธอทำอะไรไม่เป็น ก็แค่สั่งอาหารเท่านั้นมันไม่ได้ยากเลย เอาแต่พูดยัดเยียดให้กันแบบนี้ยิ่งน่าคิดว่านี่หวังดีซ่อนประสงค์ร้ายหรือเปล่า

“อย่าไปให้ท้ายเด็กเอาแต่ใจเลย ผู้ใหญ่กินอย่างไหนก็ต้องกินอย่างนั้น ถ้าเรื่องมากนักก็ไม่ต้องกิน!

อนลไม่เปิดโอกาสให้เธอได้พูดอะไรเลย ชายหนุ่มโบกมือให้เด็กเสิร์ฟเป็นเชิงให้ไปได้ สลิสาอยากกลับบ้านเสียเดี๋ยวนี้แต่ติดที่ไม่ได้เอากระเป่าเงินมาด้วย ทว่าไกลจากตรงนี้ประมาณห้านาทีก็เป็นบ้านของคนรู้จักของเธอ ฝ่ายนั้นคงยินดีหากตนจะขอให้ช่วยพากลับปางไม้

“ซินขอตั-”

ในจังหวะที่สลิสากำลังจะพูดขอตัวแขกไม่ได้รับเชิญของวันนี้ก็เดินเข้ามาทักทาย หากนาราเป็นผู้หญิงที่หล่อนไม่อยากเจอ เขาคนนี้คงเป็นผู้ชายที่เธอไม่อยากร่วมโลกด้วยมากที่สุด 


*******************************


ต้องขออภัยในความไม่สะดวกที่จอยต้องเปลี่ยนบทความใหม่นะคะ ไม่รู้ทำไมถึงโดนแบน เนื้อหาที่ลงก็ไม่ได้แรงอะไร ยังไงฝากกด fav. ไว้ด้วยเด้อ แอบใจหายเบาๆ เพราะอันเก่าคนตามเยอะแล้ว T^T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 279 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #1060 Meipimars (@pimsung40) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 20:55
    แม่เลี้ยงหวังดีแต่ทำให้ซินแย่กว่าเดิมอีก
    #1060
    0
  2. #963 ผู้ร้ายยางอาย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 14:06

    แม่พระเอก โคตรเลว เห็นแก่ตัว ไปบอกรักผู้ชายชูในงานศพ สามีที่ตาย โคตรรับไม่ได้

    #963
    0
  3. #267 kulchari (@kulchari) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 21:50
    แม่พระเอกนี่ไม่ธรรมดานะ เลวคบชู้ พระเอกชั่วได้ใคร รู้เลย
    #267
    0
  4. #84 CHOO56162 (@choocheep56162) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 13:32

    นิ่งอ่านก็เหม็นว่าเลวกันทั้งเรื่อง

    #84
    0
  5. #5 Ratty1830 (@Ratty1830) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:24
    รอๆๆๆน่ะค่ะ
    #5
    0
  6. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 11:53

    สู้ๆค่ะไรท์รอนะคะ

    #1
    1
    • #1-1 Walanj NP ^^ (@obieses) (จากตอนที่ 7)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 23:53
      ขอบคุณค่ะ
      #1-1