สืบรักข้ามภพ (พรีออร์เดอร์!!!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 71,306 Views

  • 133 Comments

  • 1,608 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    692

    Overall
    71,306

ตอนที่ 5 : ปีศาจในภาพเขียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    28 ส.ค. 61



 

1 ปีต่อมา

       ความตายอย่างเป็นปริศนาของเหล่าคณิกาทั้งหญิงชาย กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญต่อผู้คนในเมืองจิ่นสือ ผืนดินที่มีห้าขุนเขาไหมงามล้อมรอบ หลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดจากการทำเรื่องชั่วช้า ด้วยการมีภาพเขียนชุนกงเป็นต้นเหตุ

       กล่าวกันว่า วิญญาณปีศาจในภาพเขียนเหล่านั้นร่วมหลับนอนทำบัดสีกับผู้ที่ครอบครอง จากนั้นพวกเขาก็กลายเป็นศพถูกควักหัวใจ ส่วนคนที่เป็นแบบในภาพวาดนั้นต่างได้รับเคราะห์กรรมเลวร้ายมิต่างกัน ต่างถูกตัดหัวควักลูกตา ก่อนถูกนำไปทิ้งตามจุดต่างๆ ในเมืองจนเป็นที่อกสั่นขวัญแขวน เรื่องนี้กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญครึกโครมไปทั่ว

       คุณชายกำลังตกอยู่ในอันตราย ปีศาจร้ายกำลังออกอาละวาด มันสร้างความตื่นกลัวให้ผู้คน และท่านตกอยู่ในอาญาบ้านเมือง

       ปีศาจ เจ้าเชื่ออย่างนั้นหรืออาเพ่ยฉีหยางซิ่วถามสาวงาม เขาแทบไม่คาดคิดว่านางก็พลอยตื่นตระหนกไปกับข่าวลือ แม้จะมีศีรษะของเหยื่อและร่างที่ถูกควักหัวใจให้พบเห็น แต่โลกนี้จะมีปีศาจได้อย่างไร คนอย่างเขาไม่มีวันเชื่อ!!

       หากไม่ใช่ฝีมือของมัน คุณชายจะให้ข้าคิดเป็นอื่นอย่างงั้นหรือ” นางว่าแล้วก็ยกมือทาบหน้าอก ดวงหน้าขาวซีดไร้สีเลือด รูปของข้า แม้จะไม่มีชายใดได้เชยชมนอกจากท่าน แต่ข้าก็เกรงว่าอาจมีภัยถึงตัว

       อย่ากังวลไปเลย รูปของเจ้า มิเหมือนสาวงามนางอื่น ที่สำคัญข้ายังไม่ได้วาดใบหน้าเสียด้วยซ้ำ

       เพ่ยเพ่ยใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย ภาพวาดเหมือนจริงของนางยังไม่ได้เติมใบหน้าให้สมบูรณ์ ทั้งนี้เป็นเพราะนางขอร้องไว้ กระนั้นทรวดทรงองค์เอว และลายเส้นที่อ่อนช้อยก็ยั่วยวนกิเลส ตอนนี้ภาพวาดดังกล่าวถูกเก็บไว้ในที่ลับตา นับแต่คืนนั้นไม่มีใครได้พบเห็นอีก

       ตามที่ข้าคาดการณ์ ข่าวลือเรื่องปีศาจ อาจเป็นสิ่งที่ฉีเจียนหลิวสร้างเพื่อหลอกลวงชาวเมือง และหวังทำลายชื่อเสียงของเฟิงหวงสีแดงเพลิง!

 

       ฉีหยางซิ่วได้รับข่าวจากนกพิราบสื่อสารจากผู้เฒ่าถานซึ่งเลี้ยงดูเขามาตั้งแต่แบเบาะ ถึงเส้นทางการหลบหนีจากกรมอาญา ตอนแรกเขายังเห็นเป็นเรื่องตลก แต่เมื่อสถานการณ์คับขัน เขาจึงไม่อาจนิ่งเฉย

       “ตอนนี้มีประกาศจับคนที่วาดรูป ในข้อหาสมคบกับปีศาจ และลงเวทไว้ให้ผู้คนต้องตายขอรับ” เต่าน้อยแจ้งข่าวให้เขาทราบ และทางการออกหมายจับ มีโทษร้ายแรงคือให้ประหารด้วยการแยกร่างออกเป็นห้าส่วน!

       ซึ่งนอกจากฉีหยางซิ่วที่วาดรูปเปลือยและสร้างหนังสือ ชุนกง แล้ว ยังมีมือสมัครเล่นอีกหลายสิบชีวิตที่ลอกเลียนรูปวาดเขา และนำมาออกขายอย่างลับๆ ตอนนี้ต่างทยอยถูกจับตัวเพื่อรอรับโทษ

       ฉีหยางซิ่วรู้ดี การกระทำอันอุกอาจนี้ย่อมมีผลร้ายตามมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง กระนั้น เขากลับสุขล้น เพราะยิ่งเสี่ยง ชื่อเสียงเขายิ่งเป็นที่โจษขาน มันทำให้เขามีตัวตนอยู่ในแผ่นดินนี้ ไม่ถูกกลืนหายไปใต้เงาของฉีเจียนหลิว

       และถึงจะคอยตั้งมือรับสถานการณ์ ทว่าสุดท้ายเขาก็ไม่อาจรอดพ้นสมุนของฉีเจียนหลิว สมุนของมันบุกเข้ามาในเรือนเก่าหลังเล็ก พร้อมกวาดข้าวของเขาไป

       “จับตัวไอ้กระจอกหยางซิ่วมาให้ได้” หลี่เปียวสมุนมือหนึ่งของฉีเจียนหลิวประกาศเสียงดัง

       หนุ่มรูปงามได้ยินแล้วก็กระโจนออกทางหน้าต่าง แต่วิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็สะดุดขาตนเองล้ม เป็นเหตุให้ถูกลากตัวไปยังหน้าเรือนเล้าหมู

       “เจ้ากล้าดียังไง ถึงได้พาคนบุกมายังเรือนข้า” ชายหนุ่มตวาดใส่ผู้บุกรุก ยามนั้นเหงื่อเขาแตกพลั่ก และบ่าวรับใช้ก็กลัวตายจนเยี่ยวแตก ยามนี้ที่คอของมันมีดาบเล่มใหญ่จี้ไว้

       “โถ...คุณชาย ข้าจะไปไหนมาไหนทำไมต้องรายงานท่าน” หลี่เปียวเยาะเย้ย

       “สามหาว หากยังไม่หยุดกล่าววาจาล่วงเกินข้า เจ้าจะได้รับเคราะห์กรรมใหญ่หลวง”

       “เฮ้อ...ข้าเกรงว่าคุณชายจะไม่มีโอกาสกระทำเช่นนั้น” มันกล่าวจบก็สั่งให้คนจับแขนทั้งสองข้างของฉีหยางซิ่วไปไว้ด้านหลัง ก่อนมัดมือทั้งสองข้างเขาไว้

       “ไม่มีรูปวาดที่ท่านเจ้าสำนักต้องการขอรับ” คนของมันรายงาน

       “หยุดมือเสียเดี๋ยวนี้ สวะอย่างพวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายในเรือนของข้า” ฉีหยางซิ่วตวาดใส่กลุ่มคนที่กำลังรื้อค้นข้าวของเขา

       หลี่เปียวหัวเราะตัวงอ เมื่อได้ยินคำตวาดเสียงดังของฉีหยางซิ่ว

       “คุณชายยังคิดว่าสิ่งนั้นเป็นเรือนหรือ โถ ข้าเห็นใจท่านนัก ตกระกำลำบากมานาน จนเห็นโรงเลี้ยงหมูเป็นเรือนเทพเซียนอักษร!” หลี่เปียวกล่าวอย่างดูแคลน       “ฮึ เจ้ามันก็สุนัขรับใช้เจียนหลิว ยังมีหน้ามาทำโอหัง” ฉีหยางซิ่วเดือดดาล พยายามสลัดให้พ้นจากการจับคุม แต่สมุนเหล่านั้นหัวเราะเสียงดัง และยิ่งขัดขืนมากเท่าไรเขาก็กลายเป็นตัวตลกในสายตาของพวกมันมากเท่านั้น

       หลี่เปียวยกมือสองข้างประสานกัน พร้อมน้อมรับคำชายหนุ่มอย่างเสแสร้ง

       “ขอขอบคุณที่คุณชายกล่าวชม ถึงข้าจะเป็นสุนัข แต่ก็มีเบี้ยเลี้ยง และเรือนหรูหรายิ่งกว่าท่าน แม้แต่คนเหล่านี้ก็ยังกินดีอยู่ดีกว่าท่านหลายเท่า ไฉนจะอดอยากปากแห้งจนถึงขั้นต้องทำเรื่องเสื่อมเสียสกุล ด้วยการวาดรูปลามกชายหญิง เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านยังหน้าด้านเรียกตนว่าเป็นทายาทของเจ้าสำนักตะวันไร้พ่าย!

       “บัดซบ เจ้ากล้าดียังไงถึงกล้าลบหลู่เกียรติข้า” ฉีหยางซิ่วพ่นน้ำลายออกมา หมายให้ถูกหลี่เปียว แต่มันหลบทัน

       “ฮ่าๆ นี่คงเป็นวิชายุทธ์ขั้นสุดยอดที่ปรมาจารย์หย่งชางถ่ายทอดให้หลานรัก ก่อนที่จะสิ้นชีพอย่างไร้เกียรติบนผาไร้นาม” มันยังไม่หยุดพล่ามทำลายชื่อเสียงหนุ่มรูปงามและปู่ของเขา

       ฉีหยางซิ่วแค้นจนแทบกระอักเลือด ดวงตาเขาประหนึ่งมีลูกไฟปะทุออกมา แต่ตอนนี้เขาจะทำสิ่งใดได้ แม้แต่หลุดออกจากพันธนาการของสมุนเจียนหลิวก็มิอาจกระทำ

       “คุณชาย ถ้ายังอยากมีดวงตาสวยๆ มองดูสาวงาม และโลกใบนี้ต่อไป ก็รีบบอกมาว่า รูปวาดคุณหนูเพ่ยเพ่ยอยู่ที่ใด”

       คราวนี้ชายหนุ่มแจ้งใจถึงความต้องการของมัน

       “น้ำหน้าอย่างเจ้าไม่มีวันหาพบ” เขาตอบเสียงเย็น

       หลี่เปียวกระตุกยิ้มขึ้นคราหนึ่ง ก่อนสั่งคนของมันลากบ่าวรับใช้ของฉีหยางซิ่วไปที่ลานโล่ง

       “รูปนั้นอยู่ที่ใด”

       ฉีหยางซิ่วหลับตา เขาไม่มีคำตอบสำหรับเรื่องนี้

       เสี้ยววินาทีต่อมาใบหูข้างหนึ่งของเต่าน้อยก็ถูกฟันฉับ ก่อนร่วงลงสู่พื้นดิน เลือดสดๆ ไหลอาบร่างมัน พร้อมเสียงแผดร้องโหยหวน

       “ท่านมันเป็นคนไร้ศักดิ์ศรี บ่าวรับใช้ที่จงรักภักดียังไม่คิดจะยื่นมือเข้าช่วย” หลี่เปียวว่าและส่งสัญญาณให้ลูกสมุนใช้มีดสั้นควักลูกตาเต่าน้อย

       ฉีหยางซิ่วไม่กล้าลืมตาดูภาพตรงหน้าทั้งที่บ่าวของเขาร้องขอให้ช่วยชีวิต ตอนนี้เขาเป็นเพียงคุณชายผู้ไม่เอาไหน ไร้ซึ่งเกียรติและวรยุทธ์

       “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านเป็นเยี่ยงนี้ ถึงได้ตกยาก ไม่มีบุญวาสนา” สิ้นเสียงนั้น สมุนอีกคนจ่อมีดเข้าไปยังเบ้าตาเต่าน้อย แต่ไม่ทันได้ลงมือสำเร็จ ฉีเจียนหลิวก็ก้าวเข้ามาเสียก่อน

       “อย่าเอาแต่เล่นสนุก ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าให้ตาย” เมื่อเอ่ยจบฉีเจียนหลิวจึงซัดฝ่ามือใส่ร่างบ่าวรับใช้ และมันไม่ทันได้ร้องสักแอะก็สิ้นใจตาย

       น้ำตาฉีหยางซิ่วไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้นไหว ในใจภาวนาขอให้บ่าวผู้จงรักภักดีไปสู่สุขคติ เขามันเป็นคนอ่อนแอ ใครที่อยู่ใกล้ล้วนจบชีวิตอย่างอนาถ

       “จับหน้าหยางซิ่วเงยขึ้น มันควรให้เกียรติข้า มิใช่ก้มหน้าร้องไห้เช่นนั้น”

       นอกจากถูกบังคับให้เงยหน้า กลุ่มคนชั่วยังสาดน้ำเย็นๆ ใส่ดวงหน้างดงาม จนเขาต้องลืมตามองผู้มาใหม่

       “เป็นอย่างไรบ้างน้องรัก เจ้าคงคิดว่าข้าไม่รู้สินะว่า เฟิงหวงสีแดงเพลิง คือใคร”

       “ข้าไม่ได้คิดปิดบังตั้งแต่แรก และท่านก็ไม่ใช่คนตาบอด เหตุใดจะไม่ล่วงรู้”

       “ดี...ตอบได้ดี ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องเสียเวลา ในเมื่อที่นี่ไม่มีรูปวาดเพ่ยเพ่ย ก็เผาเรือนหลังนี้เสียให้สิ้น”

       เจียนหลิวต้องการภาพวาดของเพ่ยเพ่ย ด้วยล่วงรู้ว่านางในดวงใจเป็นแบบให้อีกฝ่ายวาดรูปเลอโฉม และภาพวาดนั้นไร้อาภรณ์ปกปิดร่างกาย และเมื่อหาไม่พบ เขาจึงคิดทำลายทุกอย่าง

       “ท่านไม่มีสิทธิ์กระทำเช่นนี้”

       “ฮ่าๆ ๆ เหตุใดข้าถึงจะไม่มีสิทธ์ ในเมื่อข้าเป็นถึงเจ้าสำนักตะวันไร้พ่าย...”

       “เจ้าสำนักอย่างนั้นหรือ ท่านยังกล้าอวดอ้างตนเองได้อย่างไร ช่างน่าหัวร่อ คนอย่างท่านยังมีศักดิ์ศรีให้ผู้อื่นเรียกขาน”

       “เจ้าวอนหาเรื่องใส่ตัว เช่นนี้คงคิดว่าข้าไม่กล้าลากลิ้นเจ้าออกมาสับสินะ”

       “ข้ารู้ คนอย่างท่านทำได้ทุกอย่าง ยิ่งทำให้ตระกูลฉีย่อยยับได้มากเท่าไร ท่านยิ่งสุขใจ”

       “วาจาเจ้าถูกใจข้า หากเป็นไปได้ ข้าก็ไม่อยากเป็นคนของตระกูลฉีแม้แต่วันเดียว!

       เยี่ยนจื่อ มารดาเจียนหลิวเป็นสาวใช้ในบ้าน ติดตามรับใช้ เหม่ยจู ภรรยาของปรมาจารย์ฉีหย่งชางตั้งแต่เป็นเด็ก แต่หลังจากเหม่ยจูป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ นางได้ไปรักษาตัวที่อารามบัวแดง ส่วนเยี่ยนจื่ออยู่ที่สกุลฉีต่อไป กระทั่งเติบใหญ่เป็นสาวสวยและเป็นที่หมายตาของหยางจงลูกชายคนเล็กของตระกูลฉี และในเวลาต่อมา นางได้ให้บุตรชายแก่ฉีหยางจง นามว่า เจียนหลิว แต่ด้วยความที่นางเป็นคนสวย และมีมารดาเป็นนางคณิกา เยี่ยนจื่อจึงชอบให้ท่าผู้ชายอยู่เสมอ จนมีคนกล่าวว่าบุตรในท้องของนาง อาจมิใช่ลูกชายของฉีหยางจง!!

       กระนั้นด้วยความงาม และช่างเจรจา ฉีหยางจงจึงหลงใหลเยี่ยน

จื่อเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้กุ้ยเซียน หญิงสาวที่เหม่ยจูวาดหวังให้แต่งงานด้วยช้ำใจหนัก กระนั้น นางซึ่งอยู่ในอารามบัวแดงก็มองเห็นความไม่ชอบมาพากล จึงไหว้วานผู้เฒ่าถาน และลู่เหลียน พี่สาวของฉีหยางจงจัดการแต่งงานระหว่างฉีหยางจงและกุ้ยเซียน ผู้เป็นบุตรบุญธรรมเหม่ยจูอย่างเร่งด่วน

       แต่ว่าเรื่องต่างๆ ไม่ได้ง่ายอย่างที่เหม่ยจูวางแผน งานแต่งในคืนนั้นเป็นวิวาห์สีเลือด มีคนตายจากการถูกวางยาพิษ ซึ่งต่างกระอักเลือดพุ่งออกมาเป็นสาย และหลายคนต่างโยนความผิดให้แก่กัน การตายของหลายสิบชีวิตในคืนนั้น ทำให้เหม่ยจูรู้สึกผิดบาปจนป่วยเรื้อรังต่อมา และตัดสินใจไม่คืนกลับตระกูลฉีอีก ก่อนจะออกบวชที่อารามบัวแดงจนได้ ฉายาว่า ซิ่นซือซือไท่ ผู้ปรุงทิพย์โอสถ

       “ฮ่าๆ ในที่สุดข้าก็รู้ว่าท่านไม่ได้มีเลือดของบิดาข้าในร่างกายแม้แต่นิด” ฉีหยางซิ่วหัวเราะอย่างดูแคลนอีกฝ่าย

       “ตอนนี้คงไม่มีสิ่งใดสำคัญเท่าการสิ่งชำระความให้สำนักตะวันไร้พ่าย เพราะเจ้านำความอัปยศมาสู่สำนักและทำให้พี่น้องในเรือนหมู่เทพเซียนอักษรเสื่อมเสีย เป็นแบบนี้ แม้แต่ศาลบรรพชนเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์จะเหยียบ”

       “หากข้าทำสิ่งเลวร้ายอันใด ก็คงไม่ได้เศษเสี้ยวปลายเล็บที่ท่านได้กระทำ ที่สำคัญท่านกับมารดาก็เป็นเพียงคนต่ำต้อย อย่างนั้นอย่ามาอวดอ้างถึงศาลบรรพชนของข้า” ดวงตาฉีหยางซิ่ววาวโรจน์

       “บัดซบ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นพี่ชายของเจ้า คิดหรือว่าข้าไม่มีสิทธิ์อบรมสั่งสอน”

       “ฮึ! คนชั่วช้าทำลายตระกูลข้าจนย่อยยับ อย่างท่านกับมารดา ยังจะมีหน้ามาสั่งสอนข้าอีกหรือ”

       หัวใจฉีเจียนหลิวคล้ายมีเพลิงไฟแผดเผา เขาก้าวเข้ามาใกล้ฉีหยางซิ่ว ในมือมีมีดสั้นเล่มหนึ่ง เขาจงใจใช้มันกรีดใบหน้างามของอีกฝ่าย

       “เจ้าล่วงรู้ความลับดีเช่นนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้ตายสมใจ อยู่อย่างทรมานต่อไปเถอะ และคอยดูข้าเป็นประมุขของขุนเขาไหมงาม”

       “ฮึ ท่านอาจะไม่มีวันได้เสวยสุข หากข้ามีชีวิตอยู่ ท่านมิอาจครอบครองสิ่งใดที่เป็นของตระกูลฉี...”

       สิ้นคำประกาศนั้น เจียนหลิวก็เตรียมใช้มีดสั้นกรีดใบหน้าฉีหยางซิ่ว

       ดวงตาคมของชายหนุ่มจ้องเขม็งอีกฝ่าย แม้จะกลัวอยู่มาก แต่เขาไม่ยอมให้มันเห็นน้ำตา “ดี! ข้าชอบคนกล้าหาญ ฉะนั้นจงอยู่ในโลกนี้ด้วยใบหน้าสยดสยอง และดูความรุ่งโรจน์ของข้าด้วยดวงตาเพียงข้างเดียว”

       มีดสั้นในมือฉีเจียนหลิวเตรียมกดลงบนแก้มชายหนุ่ม ฉีหยาง

ซิ่วแค้นใจหนัก ตลอดเวลา หากเขาตั้งใจฝึกฝนวรยุทธ์จากท่านปู่ฉีหย่งชางคงไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้

       “ร้องสิ ร่ำร้องเหมือนบิดาของเจ้าที่ขอชีวิตข้าก่อนตาย!

       ฉีหยางซิ่วเดือดดาลจัด มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่น แต่ยิ่งออกแรงต่อต้านคนของฉีเจียนหลิวก็ยิ่งใช้กำลังต่อเขา

       เมื่อมีดสั้นกดลงบนแก้มฉีหยางซิ่ว ยามนั้นเหมือนโลกจะกลั่นแกล้งให้เขาเป็นของเล่นของฉีเจียนหลิว และมันหัวเราะเสียงดังด้วยความสาแก่ใจที่ทำให้เขาตกต่ำถึงเพียงนั้น

       “ถ้าเจ้ากล้าหาญจริง ก็ฆ่าข้าเสียเถิด มิเช่นนั้นหากข้ารอดพ้นวันนี้ไปได้ คราต่อไปจะเป็นเจ้าที่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”

       “เหลวไหล อย่างเจ้ามันก็เป็นได้แค่ตัวโง่งม หลบอยู่ในเรือนเล้าหมู หาได้มีวันก้าวสู่ฐานะผู้นำของสำนักตะวันไร้พ่าย”

       “ท่านอย่าได้ประมาทคนตระกูลฉี เลือดมันต้องล้างด้วยเลือด ถึงอย่างไร ท่านกับมารดาก็เป็นสุนัขที่ท่านย่าเลี้ยงไว้ อย่าคิดว่าจะกินในเรือนและขี้บนหลังคา”

ยามนั้นมีดในมือฉีเจียนหลิวเปลี่ยนเป้าหมายจากใบหน้างาม เขาอยากเชือดคอฉีหยางซิ่วให้ตายเสีย แต่เสียงหนึ่งดังห้ามเอาไว้ก่อน

       “ท่านเจ้าสำนักโปรดยั้งมือ...”


       สติของฉีเจียนหลิวถูกดึงกลับ น้ำเสียงหวานจัดและใบหน้างามปรากฏให้เห็นในหนึ่งลมหายใจต่อมา

       นางผู้นั้นมีผิวขาวนวลตา และเยื้องย่างราวกับปุยเมฆ กลิ่นกายหอมหวาน อาภรณ์ที่สวมใส่ก็สร้างความอภิรมย์ให้ชายวัยกลางคนลุ่ม

หลงแทบจะสยบแทบเท้า “ผู้น้อย มีเรื่องอยากปรึกษาท่าน...จึงรุดมายังเรือนหลังนี้ หวังว่าท่านเจ้าสำนักจะให้อภัย”

       “เพ่ยเพ่ย...เจ้าไม่ควรเห็นเรื่องเช่นนี้ มันผู้ใดบังอาจขัดคำสั่งข้า จับตัวมันไปโบยและส่งตัวออกจากสำนักเดี๋ยวนี้” ฉีเจียนหลิวตวาดเสียงดัง

       “ปะ เป็นผู้น้อยเอง อย่าได้ลงโทษใคร หากจะลงโทษก็ขอให้เพ่ยเพ่ยได้รับสิ่งนั้น” หญิงงามว่าแล้วก็คุกเข่าลง นางเตรียมโขกศีรษะบนพื้นสกปรก เห็นเช่นนั้น ฉีเจียนหลิวพลันทิ้งมีดสั้นลง และตรงเข้าไปประคองร่างอวบอัดชวนให้ทะนุถนอม

       “ไฉนเจ้าต้องลดตัวทำสิ่งน่าละอาย”

       เพ่ยเพ่ยพยายามกลั้นก้อนสะอื้น ดวงตากลมโตเหลือบมองฉีหยางซิ่วเพียงนิด และส่งความอาลัยถึงเขา

       “ข้ามิอยากให้เกียรติของท่านต้องด่างพร้อย บุรุษผู้นั้น หาได้คู่ควรให้ท่านลดมือไปยุ่งเกี่ยว ควรปล่อยให้ทางการจัดการเขาไม่ดีกว่าหรือ...ข้อหาสร้างความเสื่อมเสียให้บ้านเมืองโทษหนักถึงขั้นแยกร่างเป็นห้าส่วน และตอนนี้เรื่องของข้าสำคัญกว่า สายรายงานว่าทางการกำลังตามสืบเรื่องการส่งมอบภาพชุนกงมอมเมาคนในวังหลวง!

       “เรื่องนี้ ต้องรีบหาทางแก้ไข ก่อนที่ภัยจะมาถึงตัวเจ้ากับบิดา”

       ฉีเจียนหลิวมองสาวงามด้วยความรักใคร่ แม้นางจะอายุอ่อนกว่าเขาสิบกว่าปี แต่ก็เฉลียวฉลาด รู้จักเอาใจและวางตัวดีเสมอ เหนือสิ่งใดคือความงามล่มเมืองซึ่งสร้างแรงดึงดูดให้เขาถวิลหา

       “ฮึ ผู้หญิงไร้ยางอาย อยู่ที่ไหนก็ฉุดให้แผ่นดินต่ำลง” ฉีหยางซิ่ว

กล่าววาจาร้ายกาจ และมันทำร้ายจิตใจสาวงาม

       ฉีเจียนหลิวไม่อาจล่วงรู้ความในใจอีกฝ่าย เขาเพียงแต่ยิ้มออกมา แล้วสั่งให้มือสังหารลากตัวชายหนุ่มออกไป

       “ข้าไม่มีธุระอันใดกับมันแล้ว ตอนนี้เราไปเจรจากันที่อื่น สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยราคะ และไร้เกียรติให้สาวงามเข้ามาเหยียบ”

       เพ่ยเพ่ยยิ้มรับคำเชิญฉีเจียนหลิว หากแต่ใจยังพะวงต่อฉีหยางซิ่ว นางรู้ว่าเขาแกล้งพูดจาให้ร้ายด้วยมีความจำเป็น มิเช่นนั้น ฉีเจียนหลิวคงสั่งมือสังหารทำร้ายเขาด้วยข้อหาหึงหวงนาง

       “อย่างที่ท่านกล่าว ควรส่งตัวคุณชายใฝ่ต่ำให้กรมอาญาจัดการ นั่นคือหนทางที่ประเสริฐ”

       ฉีเจียนหลิวพยักหน้ารับรู้น้อยๆ อย่างเข้าใจ และถามสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้ใบหน้าสาวงามซีดสลดลง

       “ความต้องการของเจ้านั้น เป็นเพราะห่วง กลัวมันจะตายในน้ำมือของข้า ใช่หรือไม่!

 

    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #132 New-Manee (@Zaop-mepba) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:03
    อ่านแล้วก็ยังงงอยู่ดีว่า คนไหนที่นางเอกนอนด้วย? แล้วนางเอกเป็นคนไหน ทำไมไม่มีในบท
    #132
    1
    • #132-1 o-iambear (@o-iambear) (จากตอนที่ 5)
      27 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:04
      สวัสดีครับ นิยายเรื่องนี้ มีหลายฉากที่ย้อนอดีตกลับไปกลับมา ผู้เขียนขออภัยด้วยนะครับที่ทำให้สับสนในบางช่วง
      ส่วนคนไหนที่นางเอกนอนด้วยนั้น เรื่องจะค่อยๆ เฉลยนะครับ และจะไปขยายความตอนที่รีวินทร์อยู่ในร่างหงเซ่อแล้ว ขอบคุณมากๆๆ ครับ
      #132-1
  2. #19 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 19:49
    บุ(นซูปากหวาน
    #19
    1
    • #19-1 o-iambear (@o-iambear) (จากตอนที่ 5)
      11 มกราคม 2561 / 19:55
      สวัสดีครับคุณ Looney00
      ในช่วงอากาศกลับมาหนาวอีกหนครับ ผมลุ้นเม้มตลอดเลย
      ขอบคุณสำหรับการติดตาม และ ความนิยมในตัวบุนซูครับ พี่เขาปากหวานนนนนมากกก
      แต่ยังไง อย่าลืมแบ่งใจให้ หยางซิ่วอีกคนนะครับ
      #19-1
  3. #6 cheewasakorn (@cheewasakorn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 08:30
    หยอดไปอีก...
    #6
    1
    • #6-1 o-iambear (@o-iambear) (จากตอนที่ 5)
      12 ธันวาคม 2560 / 06:58
      ขอเกลางานอีกแป๊บนึงนะครับ เรื่องนี้อัพเรื่อยๆ ฝากติดตามด้วยครับ
      #6-1