สืบรักข้ามภพ (พรีออร์เดอร์!!!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 72,042 Views

  • 133 Comments

  • 1,643 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    635

    Overall
    72,042

ตอนที่ 20 : คัมภีร์กระบี่สูบโลหิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    8 ก.ย. 61




เมื่อใบหน้าของนางโจรเผยต่อกลุ่มชายชุดสีน้ำเงินเข้มเบื้องล่างเนินดิน พวกมันต่างเพ่งมองนางด้วยความตื่นตระหนก สตรีนางนี้ใบหน้าอัปลักษณ์ด้วยมีปานสีแดงดั่งเลือด ดวงตายามเจือด้วยโทสะก็ดุดันประหนึ่งภูตผีที่สามารถกัดกินผู้คน ยามนั้นพวกมันต่างไม่กล้าแม้จะขยับกาย แม้แต่สูดอากาศเข้าปอดก็ยากกระทำ

       “มะ แม่นาง เราไม่มีเรื่องบาดหมางกัน หากพวกข้าล่วงเกินต้องขออภัย” ลูกพี่ใหญ่ของกลุ่มสำเหนียกถึงความตาย ยิ่งเห็นรังสีอำมหิตที่ปะทุออกมาจากดวงตาขวาของนางก็คล้ายถูกสาป

       นางโจรมิได้เอ่ยวาจาใด หากล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ จากนั้นอาวุธลับของนางพลันปรากฏขึ้น เป็นเข็มพิษเล่มใหญ่ความยาวราวๆ 3 ชุ่น

       “แม่นางคือ...คนของสุสานกระบี่พันปีจริงๆ” ทารกเซียนเอ่ยแล้วก็ตบมือชอบใจ มันว่าอย่างผู้รู้ พร้อมแสดงอาการชื่นชมจอมยุทธ์หญิงอย่างออกหน้าออกตา

       “พวกเจ้าระวังตัวให้ดี เข็มพิฆาตมารของนางเพียงแค่ซัดออกมาก็ปลิดชีวิตพวกเจ้าได้ทุกคน นอกจากคมร้ายกาจที่สามารถฝังในร่างพวกเจ้า พิษที่อาบอยู่ในเข็มจะแทรกซึมเข้าสู่เลือดอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตา ร่างกายพวกเจ้าก็จะเหมือนมีลูกไฟเผาไหม้ สุดท้ายเลือดจะไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด!” ทารกเซียนว่าด้วยเสียงขึงขัง ท่าทางมันเกรงอาวุธในมือนางโจรเป็นอย่างมาก

       “แม่นางโปรดยั้งมือ พวกเราเพียงแต่ทำตามคำสั่งผู้เป็นนาย ทารกเซียนเป็นคนเลวระยำ มันหลอกลวงนายของข้า จนเป็นเหตุให้คุณหนูเสียชีวิต!” หัวหน้าใหญ่ขอความเมตตาจากนางโจร ด้วยประเมินสถานการณ์แล้ว หากนางซัดเข็มพิษออกมาจะต้องมีคนตาย นอกจากนั้นป่าไผ่แห่งนี้อาจมีค่ายกลซ่อนอยู่

       “พวกเจ้าโง่เขลานัก คนจากสุสานกระบี่พันปีไม่ชอบเจรจา ฮ่าๆ” ทารกเซียนยังไม่หยุดเอ่ยให้กลุ่มชายชุดเข้มเสียขวัญ

       “เอาอย่างนี้ ถ้าแม่นางต้องการช่วยชีวิตมันเอาไว้ เราก็จะจากไปโดยที่ไม่ต้องมีใครสูญเสีย”

       นางโจรยิ้มตรงมุมปากน้อยๆ หากท่าทางยังขึงขัง มือทั้งสองข้างก็พร้อมซัดเข็มพิษใส่ทุกคน

       “หมดเวลายื่นหมูยื่นแมว” นางโจรว่าแล้วก็เตรียมจัดการศัตรู ยามนั้นสายลมพัดรุนแรง และชวนให้ครั่นคร้ามใจ

       เหล่าชายชุดสีเข้มต่างหวาดหวั่นอาวุธลับในมือนาง แต่ละคนล้วนหาที่กำบัง หากแต่เวลาผ่านไปราวหนึ่งอึดใจ เข็มพิษในมือนางก็ไม่ถูกซัดออกไป ถึงจะสร้างความประหลาดใจให้พวกมัน แต่ไม่มีใครคิดต่อกร

       “พวกเจ้ายังไม่รับไสหัวไปอีก หรืออยากตายจริงๆ วันนี้จอมยุทธ์หญิงแห่งสุสานกระบี่พันปีคงไม่อยากให้มือคู่สวยเปื้อนเลือดชั่วๆ ของพวกเจ้า” ทารกเซียนว่าจบก็ปัดเนื้อปัดตัว พร้อมก้าวไปอยู่ใกล้ๆ สตรีผู้ช่วยชีวิตมัน

       “โอ้ แม่นางช่างเมตตาต่อพวกเราโดยแท้ ชาตินี้จะไม่ลืมพระคุณ” ลูกพี่ใหญ่กล่าวและยกมือคำนับนาง ก่อนจะส่งสัญญาณให้เหล่าสมุนของมันถอยร่น หากแต่มิวายมองมายังทารกเซียนด้วยความอาฆาตแค้น

       กระทั่งคล้อยหลังคนร้าย ทารกเซียนจึงอมยิ้มชอบใจ ท่าทางมันเหมือนผู้ใหญ่ ผิดแต่รูปกายคล้ายเด็กวัยสิบกว่าขวบ ศีรษะนั้นโล้น แขนขาเก้งก้าง หากแต่มีสิ่งที่น่ากลัวคือดวงตาซึ่งฉายแววของผู้หยั่งรู้สมกับเป็นทารกเซียนตาทิพย์

       “อันที่จริง ท่านไม่ได้อัปลักษณ์เฉพาะใบหน้า รูปร่างนี้ก็มิชวนให้ชายใดนิยม” มันว่าและหัวเราะลงลูกคอ ช่างไม่สำนึกต่อบุญคุณที่นางช่วยชีวิต แถมมองการแต่งตัวของอีกฝ่ายด้วยสายตาจับพิรุธ

       “บัดซบ! เจ้าอยากตายจริงๆ ใช่ไหม ข้าจะได้เรียกคนพวกนั้นกลับมา”

       “คนอย่างทารกเซียน หยั่งรู้ทุกสรรพสิ่งในโลก ไฉนเลยจะตายง่ายๆ มีแต่เจ้านั่นแหละ ที่หัวจะหลุดจากบ่ายังไม่รู้ตัว” มันกล่าวและ

ชี้ไปที่ใบหน้าอัปลักษณ์ของนางโจร!

       ร่างเพรียวสมส่วนสั่นสะท้าน หัวใจพลันตกวูบไปอยู่ปลายเท้า หรือทารกเซียนมีตาทิพย์จริงๆ อย่างที่มันกล่าวอ้าง

       “ถึงจะไม่สำนึกบุญคุณที่ข้าช่วยเจ้า แต่ไม่ควรแช่งกันแบบนี้” นางโจรพยายามทำใจดีสู้เสือ

       “แม่นางเข้าใจผิด เป็นเราต่างหากที่ช่วยเจ้าให้รอดพ้นจากชายกลุ่มนั้น เห็นๆ อยู่ว่าเจ้าไม่รู้จักวิธีใช้เข็มพิฆาตมารด้วยซ้ำ และเสื้อผ้า การแต่งหน้าของเจ้าก็ประหลาดล้ำ ดีหน่อยที่มีเสื้อไหมทองคำซ่อนอยู่ข้างใน ของหายากอย่างนั้น อยู่กับเจ้านับว่าประเสริฐ”

       ทารกเซียนมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง จนทำให้นางโจรเหงื่อแตก คาดเดาไม่ถูกว่ามันเป็นคนของใคร และต้องการสิ่งใดจากนาง

“บอกความประสงค์ของเจ้า ข้าไม่อยากเสียเวลา”

       “ดี! เราชอบพูดกับคนฉลาด” มันว่าพร้อมลูบเคราบางที่มีอยู่น้อยนิด ก่อนเอ่ยเสียงเข้มประหนึ่งกำลังสอบสวนอีกฝ่าย “เราต้องการคัมภีร์กระบี่สูบโลหิตแลกกับการปกปิดความลับว่าเจ้าไม่ใช่นางโจรหงเซ่อ!

       เมื่อความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย คนสวมรอยเป็นนางโจรจึงช็อกจัด กว่าจะคลำหาเสียงตัวเองพบ ทารกเซียนก็ก้าวเข้ามาใกล้นางพร้อมใช้มีดเล่มเล็กของมันข่มขู่

       “คิดจะสวมรอยเป็นคนอื่น มันยังห่างชั้นนัก และสุสานกระบี่พันปีมีที่ไหนกัน เจ้าหลงกลเราแล้ว ถ้าไม่อยากตาย จงมอบคัมภีร์มาให้เราเสียเดี๋ยวนี้”

       เม็ดเหงื่อผุดเต็มหน้าผากหงเซ่อ

       “ละ แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร ว่าคัมภีร์ล้ำค้าอยู่กับข้า”

       “ทารกที่อัปลักษณ์ทำให้ตระกูลล่มจม จนบิดาต้องเอามาทิ้งไว้ในป่าให้ภูตผีเลี้ยงดูเห็นจะมีเพียงแต่เจ้ากระมังหงเซ่อ!

       “ท่านรู้จักข้า ก็มิใช่เรื่องน่าประหลาดใจอันใด เมื่อเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของข้า นับแต่นี้ ชีวิตเจ้าจะสั้นลงไปสามปี!” นางว่าเสียงเหี้ยม

       “เรื่องพวกนี้เอาไว้หลอกเด็กเถอะ จริงอยู่นางโจรปานแดงเป็นนามที่คนทั่วหล้าต่างขยาดกลัว แต่น้อยคนนักจะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเจ้า เราคือผู้ล่วงรู้ความลับนั้น”

       หงเซ่อเสียท่าให้มันจนได้ ถ้าหากทารกเซียนรู้ภูมิหลังของนางโจรก็ไม่ควรปล่อยมันให้มีลมหายใจ

       “ถ้าข้าให้คัมภีร์กับเจ้า แล้วจะมั่นใจอย่างไรว่าเจ้าจะไม่แว้งกัดข้า”

       “ฉลาด เราชอบคุยกับคนอย่างเจ้า หากเป็นหงเซ่อคนเดิม ป่านนี้หัวเราคงหลุดไปจากบ่าตั้งแต่ไม่ทันได้อ้าปากพูด” มันว่าพร้อมเผยร้อยยิ้มประหนึ่งเด็กน้อย แล้วร่ายรำอย่างชอบใจ

       “มิต้องชม ข้าก็นับถือคนปลิ้นปล้อนอย่างเจ้ามิน้อย”

หงเซ่อเอ่ยพร้อมใช้ความคิดอย่างหนัก นางไม่อาจฆ่าคน แต่ก็ไม่อยากปล่อยทารกน้อยไป มิเช่นนั้นเรื่องราวไม่คาดฝันอาจตามมา

       “เอาอย่างนี้ หากเจ้าช่วยข้าทำการหนึ่งสำเร็จ ข้าจะมอบคัมภีร์ให้เจ้า แบบนี้ถือว่าเป็นการดีหรือไม่”

       ทารกเซียนยกมือลูบเคราน้อยนิดของมัน ก่อนหัวเราะลงลูกคอ

       “ประเสริฐ นับว่าประเสริฐ อย่างน้อยเจ้าก็ทำให้เราสนุก และยังมีรางวัลงามรออยู่”






     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

0 ความคิดเห็น