สืบรักข้ามภพ (พรีออร์เดอร์!!!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 71,231 Views

  • 133 Comments

  • 1,610 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    617

    Overall
    71,231

ตอนที่ 2 : ชายงามในเรือนเล้าหมู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 191 ครั้ง
    28 ส.ค. 61


ชายงามในเรือนเล้าหมู

      

 

เรือนเก่าหลังงามขนาดสองชั้นเป็นส่วนผสมระหว่างสถาปัตยกรรมไทยโบราณและตะวันตก ดูหรูหราให้ความคลาสสิก มันปลูกอยู่ในพื้นที่จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือใกล้ทะเลสาบบัวแดง

       ตัวบ้านและพื้นที่โดยรอบถูกใจวีรินทร์สาวอวบเป็นที่สุด เรือนหลังนี้แต่เดิมเป็นของสมใจ นางเป็นหญิงชราอายุเฉียดร้อยปี เดินเหินไม่สะดวก อาศัยรถเข็นแทนขา สมใจนั้นคนหัวแข็งแต่ไหนแต่ไรมา นางเคยประกาศว่าจะไม่ยอมย้ายไปไหน ด้วยมีความผูกพันกับบ้านและบุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งนับวันนางยิ่งบ่นเพ้อถึงใครต่อใครเรื่อยเปื่อย พลอยให้ลูกหลานหวาดกลัวไปตามๆ กัน

       “เขาจะกลับมา ฉันรู้ ฉันมั่นใจ คุณย่าเคยบอกไว้ เมื่อดอกบัวแดงบานเต็มทะเลสาบ เขาจะกลับมา”

       นั่นคือเสียงสุดท้ายที่วีรินทร์ได้ยิน ก่อนที่สมใจจะป่วยถูกหามส่งโรงพยาบาลเพราะปัญหาสุขภาพเรื้อรัง จากนั้นวีรินทร์ก็หาเหตุผลร้อยแปดเพื่อกล่อมลูกหลานของนางเพื่อขอซื้อบ้าน หญิงสาวไม่ได้กดราคาอีกฝ่าย

แต่อย่างไร หล่อนให้ตามเกณฑ์เหมือนทุกรายที่ผ่านมา เพียงแต่พรรณสิริลูกสาวคนสุดท้องหญิงชราร้อนเงินอยากไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศกับสามีฝรั่งหนุ่มรุ่นคราวลูก วีรินทร์จึงได้เรือนหลังนี้สมปรารถนา

       หลังจากวีรินทร์ปรับปรุงบ้านเสร็จ และขายให้มานพ ลูกค้าหนุ่มใหญ่ พอเขาย้ายเข้าไปอยู่ได้ไม่กี่วันกลับบอกคืนทันที พร้อมกล่าวหาว่าหล่อนย้อมแมวขายบ้านผีสิงให้ ชายวัยกลางคนเกิดอาการประสาทหลอนจนถูกนำตัวเข้ารักษาที่โรงพยาบาลจิตเวช แถมยังบอกใครต่อใครว่าเห็นผู้หญิงโผล่ออกมาจากพื้นไม้บนชั้นสองของบ้าน

       “ผะ ผี...ผู้หญิงตัวขาวอวบ มะเหมือน ยายอ้วนเจ้าของวีพีรักคุณนั่นแหละ” มานพเชื่ออย่างสนิทใจว่าอีกฝ่ายเป็นวิญญาณชั่วร้ายที่ติดอยู่ในบ้าน

       “ไม่จริ๊ง จะมีใครขาว สวย หมวย เอ็กซ์กว่าแก้มอุ่น ไม่มีทางเป็นไปได้” หล่อนแก้ต่างให้ตนเองอย่างเป็นเดือดเป็นแค้น ทว่าเสียงดังหวีดแหลมของสาวอวบดูจะไม่เป็นที่นำพาของอีกฝ่าย มานพยังโพนทะนาไม่หยุดถึงเรื่องวิญญาณร้ายในบ้านหลังนั้น

       “คอยดูนะ ถ้าตาแก่ยังไม่หุบปากให้สนิท แก้มอุ่นคนสวยคนนี้จะไปเข้าฝัน แล้วบีบคอให้ลิ้นจุกปากตายไปเลย”                              คำพูดหล่อนทำให้คนที่ได้ยินต่างหวาดหวั่นไปตามๆ กัน ด้วยหญิงสาวมีลูกบ้าเยอะ ชอบทำอะไรแผลงๆ มาตลอด โดยเฉพาะการซื้อบ้านเก่า

ซึ่งมีประวัติพิลึกพิลั่นแล้วมาปรับปรุงใหม่ ก่อนปั่นราคาและขายให้ลูกค้าในราคาแพงลิบ

 



       ในตอนที่วีรินทร์เข้าไปสำรวจบ้านหลังเกิดเหตุการณ์สั่นประสาทกับมานพ สิ่งซึ่งสร้างความรำคาญใจให้หล่อนคือพื้นไม้บนห้องนอนใหญ่ มันมีลายเสี้ยนชวนหลอน เมื่อแสงจากด้านนอกสาดกระทบกิ่งก้านต้นไม้จะสะท้อนเป็นเงาผ่านบานช่องแสงขนาดใหญ่ มองเผินๆ เห็นเป็นรูปร่างตามสมองจินตนาการ บางทีบนพื้นไม้ก็มีหยดน้ำผุดขึ้นมา แลดูคล้ายพื้นไม้ดังกล่าวตกน้ำมัน!!

       “เฮ้อ แก้มอุ่นเคยได้ยินแต่เรื่องเสาตกน้ำมัน นี่มันแค่พื้นไม้เก่าๆ อาจมีลายเสี้ยนแปลกตาไปบ้าง“

       “เอ่อ...อย่างนี้นะคุณแก้มอุ่น ย่าสมใจเคยเล่าให้ป้าฟังว่าบนพื้นไม้มักมีน้ำมันผุดขึ้นมา ก็ตรงลายเสี้ยนที่คล้ายรูปใบหน้าผู้หญิงนั่นแหละ ป้ามองกี่ทีก็เหมือนคนกำลังร้องไห้...” นางว่าเสียงเป็นจริงเป็นจัง

       “ป้าก็เป็นไปกับเขาด้วยหรือ” วีรินทร์ทำเสียงเข้มใส่คนที่จ้างให้ดูแลบ้าน

       “ไม่ใช่แค่ป้าคนเดียว ลุงก็เคยเห็น เป็นรูปหน้าผู้หญิงจริงๆ ไม่เชื่อคุณแก้มอุ่นลองมองให้ดีสิคะ” หญิงวัยกลางคนชี้ชวนให้สาวอวบพินิจพิเคราะห์พื้นไม้ แต่หล่อนไม่นำพา แถมถอนหายใจเสียงดังอีกครั้งด้วยความรำคาญ

       “เอาอย่างนี้ เดี๋ยวแก้มอุ่นสั่งรื้อพื้นพวกนี้ออกให้หมด จะได้ไม่ต้องมีใครเห็นผีสางนางไม้อีก”

       ทว่าความตั้งใจของหญิงสาวกลับไม่ประสบความสำเร็จ การรื้อพื้นไม้ในห้องนอนใหญ่กลายเป็นเรื่องยากลำบาก เมื่อวิศวกรประจำบริษัทบอกว่าการกระทำดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายพื้นห้องนอนใหญ่ทั้งหมด และต้องใช้เวลาในการทำงานนานนับเดือน เมื่อได้ข้อมูลเช่นนั้น หล่อนเลยเปลี่ยนแผน ด้วยใกล้กำหนดที่ลูกค้ารายใหม่จะเข้ามาดูบ้านเต็มที

       แม้หลายคนจะหวาดกลัวเรื่องเขย่าขวัญสั่นประสาทอยู่มาก แต่สิ่งเหล่านั้นมิอาจทำให้วีรินทร์ขวัญเสีย

       สำหรับหล่อนสิ่งสำคัญที่สุดของสาวอวบคือ เงิน เพราะเงินหนาๆ สามารถปิดปากคนให้สนิท แถมยังสามารถไล่วิญญาณเฮี้ยนให้หายไปจากโลกนี้ได้

       จากนั้น วีรินทร์ก็สั่งคนหัวหน้าเปลี่ยนผนังไม้อัดซึ่งสีลอกล่อนดูไม่งามตาออก และเป็นตอนนั้นที่หล่อนได้พบหีบไม้ซึ่งซ่อนอยู่ด้านใน แต่แรกตั้งใจคืนสมใจ แต่เมื่อบวกลบคูณหารแล้วหล่อนคิดว่าฮุบเอาไว้เองจะเกิดประโยชน์มากกว่า

 



       วีรินทร์เดินทางมาที่บ้านเก่าหลังนั้นในอีกหนึ่งอาทิตย์ต่อมา เพราะมีหนุ่มหล่อลูกครึ่งเกาหลี-อเมริกันจีนให้ความสนใจต้องการบ้านพัก

ตากอากาศ และหล่อนได้หาทางหว่านล้อมที่จะขายบ้านหลังดังกล่างให้อีกฝ่ายจนสำเร็จ

       หญิงสาวมาถึงที่นี่ตอนเย็น ออกย่ำราตรีเสียครึ่งค่อนคืน สุดท้ายพอตื่นก็มีอาการตัวร้อนคล้ายเป็นไข้หวัด ช่วงสายของวันนั้น ป้าและลุงที่จ้างให้ดูแลบ้านติดธุระ ทั้งคู่จึงให้เด็กสาวสุดจะแก่แดดคนหนึ่งมาอยู่เป็นเพื่อนสาวอวบ

       “เจ้อยากงีบสักพัก น้องมีอะไรก็ไปทำเถอะ” หล่อนบอกเด็กสาวหลังจากกลืนยาลดไข้ลงคอ

       เด็กสาวมองวีรินทร์ตาโต ประหนึ่งสิ่งที่หล่อนกล่าวเป็นเรื่องชวนตระหนก

       “นอนที่นี่ บนเตียงนั่นหรือเจ้” เธอถามพร้อมชี้มือไปยังเตียงไม้สักโบราณหลังใหญ่สี่เสา

       “ใช่ ทำไมล่ะ นี่มันบ้านที่เจ้ซื้อด้วยเงินตัวเอง เตียงนั่นก็ทาสีใหม่จนสวยเช้ง มีผ้าลูกไม้ห้อยเหมือนห้องหอเจ้าบ่าว เจ้าสาว” วีรินทร์ชอบใจสิ่งที่ตนได้ออกแบบห้องนอนใหญ่ให้เหมือนห้องหอจีนโบราณ เน้นข้าวของสีแดงอุบอุ่นพร้อมเครื่องประดับเป็นคู่กัน

       “แหม อันนั้นหนูรู้ แต่เจ้ไม่กลัวรึไง หลายวันก่อนลุงมานพยังโวยวายว่าถูกผีหลอก เขาวิ่งไปเคาะประตูบ้านหนูเสียงดังปังๆ ตัวงี้เปียกฝนไปหมด และยังเล่าว่า...มีผู้หญิงโผล่ออกมาจากตรงนั้น!” เธอว่าพร้อมชี้มือไปที่ลายเสี้ยนไม้บนพื้นในจุดซึ่งวีรินทร์ยืนทับพอดี

       “แล้ว...!

       เด็กสาวตาโตกว่าเดิม พี่สาวคนนี้เป็นคนแข็งแกร่งมาก ดูท่าจะไม่สะทกสะท้านในสิ่งที่เธอพูดถึงสักนิด

       “ดูๆ ไป หนูคิดว่า ผีเฮี้ยนๆ ในบ้านคุณย่าสมใจ คงไม่สามารถทำอะไรเจ้ได้ ถ้าอย่างนั้นหนูไปอยู่ข้างล่างดีกว่า” เธอว่าพร้อมเตรียมผละหนี

       “เดี๋ยว! น้องควรทำความเข้าใจเสียใหม่ บ้านหลังนี้ไม่ใช่ของทวดสมใจแล้ว มันเป็นของเจ้อย่างถูกต้องตามกฎหมายจ้ะ และเลิกพูดถึงเรื่องผีเสียที ได้ยินแล้วมันจี๊ด!

       “อูย หนูลืมตอนนี้มันเป็นของเจ้ ของเจ้คนสวย และโลกนี้ไม่มีผีค่ะ” เธอยกมือไหว้อย่างลิงหลอกเจ้า

       “เอาละ ไปเล่นโทรศัพท์รอเจ้ข้างล่างเถอะ แต่ห้ามหนีไปไหนจนกว่าเจ้จะตื่น” วีรินทร์สั่งเด็กสาว

       “หา! เจ้ยังคิดว่าตนเองจะได้ตื่นอีก โอ้...มันไม่ง่ายขนาดนั้น...” สีหน้าสีตาและน้ำเสียงเธอดูพิกลราวกับว่าการนอนบนเตียงสี่เสาของวีรินทร์ครั้งนี้ หล่อนจะไม่มีโอกาสได้ตื่นมาพบโลกแห่งความจริงอีก!!

       วีรินทร์โมโหเด็กสาวที่ยังพูดเพ้อเจ้อจึงหวีดใส่อีกฝ่าย ก่อนไล่ไปให้พ้นๆ หน้า

       เมื่อเด็กสาวขอตัวลงไปด้านล่าง วีรินทร์ก็สืบเท้าตรงไปยังบานหน้าต่างซึ่งเปิดรับลม สายลมอ่อนๆ พัดผ่านกาย หอบกลิ่นหอมของดอกไม้เข้าจมูก หล่อนสูดกลิ่นหอมและรู้สึกผ่อนคลายเป็นพิเศษ เบื้องหน้าคือต้นหอมหมื่นลี้มีพวงสีส้มสดใส แวบหนึ่งหญิงสาวนึกถึงเรื่องที่เคยผ่านตาทั้งจากหนังสือนิยายรักและภาพยนตร์จีนชุดที่เคยดูกับบิดา ความสุขในวันเก่าก่อนคล้ายคืนกลับสู่หัวใจ

       หญิงสาวหมุนตัวกลับ แล้วก้าวไปหาเตียงนอนสี่เสา กลิ่นผ้าที่สะอาดเรียกร้องให้พักผ่อนร่างกาย และความนุ่มของเตียงก็รองรับสัดส่วนอวบอัดเย้ายวนได้เป็นอย่างดี

       “ขอฝันหวานถึงหนุ่มหล่อสักคนนะเจ้าคะ ตื่นขึ้นมาจะได้มีแรงทำงาน” หล่อนว่าแล้วก็หัวเราะคิก พลางคิดถึงเรื่องราวข้ามภพข้ามชาติของนางเอกในนิยายและภาพยนตร์ดังๆ หลายต่อหลายเรื่อง แต่ละนางล้วนพบหนุ่มหล่อและได้ครองคู่กันตราบนานเท่านาน

       หนังตาวีรินทร์ที่หนักอึ้งอยู่แล้วทำงานอย่างเป็นอัตโนมัติ หล่อนเป็นคนหลับง่ายตั้งแต่ไหนแต่ไร ยิ่งมีอาการไข้รุมเร้ายิ่งทำให้ง่วงหนัก ดังนั้น ไม่นานหลังจากล้มตัวลงนอนจึงถูกดังเข้าสู่ภวังค์พิศวง!!

 

       นางรำในชุดบางเบาอวดความงามพร้อมจอมยุทธ์ที่ร่ายรำเพลงดาบ ฉากต่อสู้ดุเดือดฉายขึ้นพร้อมเสียงผีผาหวานซึ้งสลับเสียงกลองดังทุ้มในใจ ก่อนตัดมายังใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มผมยาวสีดำราวกับน้ำหมึก เป็นตอนนั้นที่หล่อนนึกขำตนเอง สุดท้ายก็พ่ายแพ้แก่ชายงาม แถมเป็นชายงามที่เพียงแค่แรกเห็นหน้า หัวใจก็กระตุกไหว

       เสียงนักเล่านิทานพเนจรดังขึ้น มันอยู่ในชุดคลุมยาว ปกปิดใบหน้ามิดชิด เสียงมันแหบพร่าหากมีเสน่ห์ชวนฟัง

       “ถึงเวลาของเจ้าเสียที ข้ารอคอยมานานเหลือเกิน”

       วีรินทร์ยังสับสนต่อทุกสรรพสิ่งรอบตัว ก่อนหันมาสนใจเสียงที่เอ่ยทัก “รอหนู...รอทำไมคะ”

       มันหัวเราะเสียงน่าเกลียด ก่อนเอ่ยถึงชายงามผู้นั้น และเรื่องราวสุดโลดโผนของอีกฝ่าย

       “คุณชายผู้ต่ำต้อย อาศัยอยู่ในเรือนเล้าหมูข้างโรงเก็บฟืนร้าง ใครจะรู้ว่าภายนอกที่เหมือนคนไม่เอาถ่าน เนื้อแท้เขาคือผู้ที่สร้างสรรค์ศิลปะชั้นเยี่ยม ผ่านภาพวาดสาวงามในหอหูเตี๋ยฮวา”

       วีรินทร์ตั้งใจฟังสิ่งที่นักเล่านิทานกล่าว พลางจดจ้องหนุ่มรูปงามที่สวมชุดยาวสีฟ้าอ่อนสลับขาว เขาผูกผมยาวสลวยด้วยผ้าสีเข้ม สองแก้มนวลใส ริมฝีปากชุมชื้นเป็นกระจับสวย

       “จะว่าหล่อก็หล่อลากดิน จะว่างามก็งามล่มบ้านล่มเมือง โลกนี้มีคนแบบนี้อยู่ด้วยจริงๆ หรือ”

       ยามเขายิ้มและหัวเราะยิ่งขับให้ดูอ่อนหวานงดงาม ชวนให้นึกถึงเทพจากสรวงสวรรค์

       “นี่ถ้าได้อยู่ใกล้ชิด กะหนุงกะหนิงทั้งวัน ชาตินี้คนสวยคงนอนตายตาหลับ” หล่อนว่าไปด้วยความคึกคะนอง

       “ความต้องการของเจ้า มิไกลเกินเอื้อม บุรุษผู้นี้ผูกพันต่อเจ้า ฟ้าดินลิขิตโชคชะตาไว้ ผิดแต่ยามนี้ดวงตาเจ้ามืดบอด จึงมองไม่เห็นด้ายแดงที่ร้อยรัดกัน”

       “ฝัน! แก้มอุ่นต้องฝันไปแน่ๆ คนหล่อขนาดนี้จะมาเป็นผู้ชายของแก้มอุ่นได้ยังไง” หล่อนสงสัยหนัก

       “คำตอบมีอยู่ที่ตัวเจ้า ไม่มีผู้ใดล่วงรู้” สิ่งที่นักเล่านิทานกล่าว สร้างความสงสัยแก่วีรินทร์

       “หมายความว่ายังไง”

       “ข้าไม่ได้มีหน้าที่ตอบ สิ่งที่เจ้าผูกพันกับคุณชายจะนำพาให้ได้พบกันอีกครา และขึ้นอยู่กับว่าบุญแลวาสนาจะเกื้อกูลกันหรือไม่”

       “โอ้ เหมือนพวกละครหลังข่าวแนวข้ามภพข้ามชาติเปี๊ยบ!

       วีรินทร์ว่าเสียงสนุก หล่อนชอบเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ที่เพ้อฝันเป็นทุนอยู่แล้ว

       “ทุกสิ่งเจ้าก็รู้ดี ดังนั้นจงพยายามเอาตัวรอดให้ได้ในโลกที่เจ้าไม่เคยพบเห็นมาก่อน”

       “อูย จริงจังอะไรขนาดนั้น นี่แค่ความฝันนะคะ” หล่อนว่าพลางมองรอบตัว เห็นต้นหอมหมื่นลี้ซึ่งยามนี้ดอกของมันเคลื่อนไหวไปมา ดูงดงามเกินจะอยู่ในโลกแห่งความจริง

       “แต่อย่าลืมว่าเกิดมามีชีวิตเดียว ดังนั้นจงรักษาเอาไว้ให้ดี สิ้นลมหายใจเมื่อไร ทุกอย่างเป็นอันมอดดับ”

       “พูดเป็นลางแบบนี้แสดงว่ามีเรื่องชวนขนหัวลุกรอแก้มอุ่นอยู่ใช่ไหม แบบนั้นไม่เอาด้วยหรอก ยังไงที่นี่ก็มีผู้ชายหล่อล่ำให้แก้มอุ่นเสวยสุขเพียบ”

       “อย่าเอาแต่พูดจาเหลวไหล เจ้าหารู้ไม่ว่าในชาติภพก่อนเจ้ากระทำสิ่งชั่วช้าใดไว้บ้าง ฉะนั้นจงกลับไปแก้ไขเสีย มิเช่นนั้น ชีวิตนี้จะไม่ได้พบความสุข”

       “หืม สรุปว่าท่านเป็นผู้ใดกันแน่ ยมทูตในขุมนรก หรือนักเล่านิทาน”

       “ข้าเป็นสิ่งใด เจ้าอย่าได้นำพา ให้รู้เพียงแต่ว่าเจ้าจะเกิดใหม่ในร่างอื่น และหนทางอยู่รอดนั้น ขึ้นอยู่ว่าเจ้าจะสามารถใช้สติและปัญญาที่มี่อยู่นี้ ช่วยตนเองได้มากน้อยแค่ไหน”

       “โอเค คนสวยเข้าใจ แต่ยังไงขอให้เกิดใหม่ในร่างผอมเพรียวและสวยแซ่บนะเจ้าคะ อีกอย่างขอให้ผู้ชายทั้งแผ่นดินก้มหัวให้หนูแบบถวายชีวิตเลยยิ่งดี”

หล่อนพลั้งปากต่อรองอีกฝ่ายอย่างคะนอง พอมันวางสีหน้าเข้ม และปิดปากเงียบเลยถามย้ำ

       “ขอแบบนี้ ไม่ผิดกติกาใช่ไหมเจ้าคะ”

       “ย่อมกระทำได้ ทั้งหมดที่กล่าวมาคือความปรารถนาที่แท้จริงอย่างงั้นรึ”

       “แน่นอน ผู้หญิงที่ไหนจะไม่อยากสวยพร้อมมีผู้ชายล้อมหน้าล้อมหลัง ยิ่งให้หลงรักแบบหัวปักหัวปำได้ นับว่าเยี่ยมยอด”

       ร่างในชุดคลุมยาว ยกมือข้างหนึ่งลูบเคราที่ปลายคาง ก่อนหัวเราะเสียงทุ้มกังวาน

       “เอาอย่างนี้ ข้าจะให้สองสิ่งตามที่เจ้าขอ แต่เจ้าต้องยอมรับเงื่อนไขอื่นที่จะตามมาด้วย ทุกสิ่งล้วนมีด้านตรงกันข้าม” น้ำเสียงในปลายประโยคของอีกฝ่ายชวนหวาดหวั่นใจ

วีรินทร์นิ่วหน้าอยู่เล็กน้อย นึกแปลกใจต่อสิ่งที่อีกฝ่ายกล่าว แต่วินาทีนี้หล่อนถูกภาพหนุ่มรูปงามมอมเมาจนยากจะถอนใจ โดยเฉพาะตอนที่เขายิ้มกว้าง และส่งสายตาเจ้าชู้ฝากรักมาให้

“ตกลงค่ะ การค้าขายครั้งนี้ แก้มอุ่นยอมรับข้อเสนอ”

       จากนั้นหญิงสาวก็ล่องลอยอยู่ในความฝันอันแสนยาวนาน...

 

        ชายหนุ่มผู้นั้นมีผิวขาวละเอียด ดวงหน้าเขางดงามหากแต่ดูสง่ามิใช่อ่อนหวาน ยามนี้สองแก้มแดงปลั่งเพราะอากาศค่อนข้างอบอ้าว และมันขับให้เขาน่าหลงใหลประหนึ่งมีเวทมนตร์

       ดวงตาสีดำขลับจับจ้องหน้ากระดาษด้วยความตั้งใจ เขานั่งอยู่ตรงนั้นนานแล้ว มือขวาถือพู่กันสะบัดไปมา เป็นเวลาอีกราวๆ หนึ่งก้านธูป เขา

จึงหยุดมือ และยิ้มอย่างพึงใจเมื่องานสำเร็จ

       “ส่งมันไปที่หอหูเตี๋ยฮวา มอบให้คุณชายสี่แห่งสกุลไป๋ อย่าลืมรับเงินส่วนที่เหลือกลับมาด้วย”

       เขาสั่งเต่าน้อย บ่าวรับใช้ในบ้านซึ่งเป็นคนเดียวที่ยังจงรักภักดีต่อคุณชายผู้ไร้เกียรติ ซึ่งอาศัยในเรือนเก่าที่อดีตเคยเป็นเล้าหมู

       หนึ่งปีก่อนหลังจากถูกส่งตัวมาที่นี่ก็ไม่มีใครอยากมารับใช้เขา แต่บ่าวต่ำต้อยเคยได้รับการเลี้ยงดูจากบิดาฉีหยางซิ่วตั้งแต่เล็ก มันลั่นวาจาไว้ถึงตายก็จักทดแทนบุญคุณนายตัวจริงของตระกูลฉี

       หนุ่มรูปงามซึ่งยากพบเห็นได้ในใต้หล้า อดีตเขาเกิดในตึกใหญ่เทพเซียนอักษร แต่มรสุมชีวิตทำให้ระหกระเหินจากไปตั้งแต่แบเบาะ อาศัยอยู่ที่หน้าผาไร้นามกับปรมาจารย์ฉีหย่งชางผู้ล่วงลับ

       ครั้นเติบใหญ่จึงกลับมายังบ้านเกิดตามคำสั่งเสียของปู่ที่ให้ไว้ เขาเดินทางมาพร้อมพู่กันเหล็กศาสตราวุธล้ำค่าซึ่งฉีหย่งชางมอบให้

       “เลือดของเจ้าคือคนตระกูลฉี เรือนตายของเจ้าอยู่ที่นั่น ปู่มอบสิ่งนี้ให้เจ้าเก็บรักษา เมื่อเติบใหญ่จงสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าสำนักตะวันไร้พ่าย...ต่อแต่นี้อย่าได้เป็นคนหูเบา เหลาะแหละอย่างบิดา”

       กระนั้นชายหนุ่มก็มิใช่คนมักใหญ่ใฝ่สูง คำสั่งเสียสุดท้ายของปู่เป็นเหมือนภูเขาขนาดมหึมาที่กดทับบนหลังไหล่ และโชคชะตานั้นเล่นตลก เมื่อคืนสู่ตระกูลฉี ได้เกิดเรื่องพลิกพลันเมื่อผู้เป็นพี่ชายต่างมารดายึดทุกอย่างไปเป็นของตน ฉีหยางซิ่วจึงกลายเป็นคุณชายตกอับ นั่นเป็นสาเหตุให้เขาเริ่มหากินด้วยการวาดภาพ ซึ่งภายหลังได้สร้างเม็ดเงินให้เขาอย่างงาม

       แต่แรกหลังจากถูกส่งตัวมาอยู่เรือนเล้าหมู เขาต้องอดมื้อกินมื้อ ถูกเหยียดหยามจากฉีเจียนหลิวรวมถึงคนรับใช้ในบ้าน และเหล่าสมุนนักดาบของมัน ชายหนุ่มมิเคยตอบโต้ เขาอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว อาศัยข้าวและอาหารที่ถูกส่งมาเพียงน้อยนิดเลี้ยงตน ชีวิตจึงขัดสนหนัก นานวันเข้า คุณชายผู้นี้จึงถูกคนในตึกเทพเซียนอักษรลืมเลือน

       “เอ่อ แล้วรูปสำหรับหอลู่ไป๋เซ่อที่แม่นางผู้หนึ่งต้องการให้คุณชายวาดจะทำเยี่ยงไร คนของนางท่าทางเป็นนักเลงโต วันก่อนติดตามบ่าวมาจนถึงประตูเล็กด้านหลัง โชคดีที่บ่าวซ่อนตัวทัน มิอย่างนั้นพวกมันคงบุกเข้ามา” เต่าน้อยเล่าถึงเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานให้ฟัง คือเรื่องที่เขาลักลอบวาดรูปอนาจารซึ่งกำลังเป็นที่จับตาของคนภายนอก

       “บัดซบ ข้าคือว่าที่เจ้าสำนักตะวันไร้พ่าย ผู้สืบทอดวิชา พู่กันปลิดวิญญาณ ใครหน้าไหนกล้ามาตอแย”

       เด็กหนุ่มลุกพรวดจากม้านั่ง ความเดือดดาลท้วมท้นใจ หอลู่ไป๋เซ่อเต็มไปด้วยคณิกาชายงามหลากหลายเชื้อชาติ พวกมันมีหน้าที่เล่นดนตรี และระบำรำฟ้อน เพื่อมอบความสุขสำราญแก่ผู้คน จริงอยู่ การที่จะให้เขาวาดรูปผู้ชายเปลื้องผ้ารวมถึงภาพสมสู่กันทางประตูหลังเป็นเรื่องชวนให้สะอิดสะเอียน กระนั้น หากเขาไม่กระทำตาม ข่าวที่เขาลักลอบวาดภาพสาวงามรวมถึงการเขียนหนังสือชุนกงอาจแพร่งพรายออกไป

       “คุณชายโปรดระงับโทสะ บ่าวคาดว่าแม่นางผู้นั้นอาจแค่ลองใจท่าน”

       “ลองใจอย่างงั้นหรือ” ฉีหยางซิ่วทวนคำพูดเต่าน้อย มันมีอายุมากกว่าเขาเกือบครึ่งรอบ แต่ด้วยรูปร่างผอมบางจึงดูเหมือนเด็กผู้ชาย ผิดกับเขาซึ่งสูงสง่าเกินวัย

       “ใช่ขอรับ หลังจากพบหน้ากันคราวนั้น บ่าวก็ไปขอความช่วยเหลือจากโรงเตี๊ยมป่าไผ่ ท่านป้าของนายน้อยกำชับว่าอย่าขัดใจแม่นางผู้นั้น”

       “เอ ท่านป้าลู่เหลียนมีแผนอันใด” ฉีหยางซิ่วคิดใคร่ครวญ ก่อนกล่าวต่อ “ถ้าอย่างนั้นเอาเช่นนี้ บอกนางปีศาจบ้าตัณหาว่าข้าจะรีบจัดการให้ และเจ้าก็อย่าให้ใครจับตัวได้ หากพลาดพลั้งจงปิดปากเสีย”

       คนรับใช้ค้อมศีรษะ แล้วรีบก้าวจากไปเพื่อส่งภาพวาดให้ลูกค้าฉีหยางซิ่ว

 



       ร่างสูงเพรียวก้าวเดินไปรอบๆ เรือนหลังเก่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเขา พลางคิดถึงเรื่องหญิงสาวจอมวายร้ายที่ต้องการรูปวาดคณิกาชายจากหอลู่ไป๋เซ่อ

       “แผ่นดินนี้มีหญิงแพศยาจิตวิปริตถึงเพียงนั้น” เขารำพึงรำพันในใจ ก่อนหัวเราะออกมา หากอีกฝ่ายต้องการภาพวาดดังกล่าว ย่อมหมายความว่าชายงามล่มเมืองอย่างเขาคงเป็นที่หมายตาของนาง

       ฉีหยางซิ่วทิ้งเรื่องหญิงผู้นั้นไว้เบื้องหลัง เขาก้าวไปข้างหน้าพร้อมใคร่ครวญถึงความหลังที่ผ่านมา

       นับแต่ก้าวเข้ามาในตระกูลฉี เขารู้สึกอดสูยิ่ง หมู่ตึกเทพเซียนอักษรนั้นฉีเจียนหลิวได้ครอบครองไว้ ก่อนส่งตัวเขาให้มาอยู่ที่นี่จนกลายเป็นคุณชายไม่เอาไหน ไร้ซึ่งบุญวาสนา หลายครั้งยังถูกคนของอีกฝ่ายหยามเกียรติ สุดท้ายฉีหยางซิ่วทนไม่ไหวจึงก้าวออกไปสู่โลกภายนอก ปลอมแปลงตนเองเป็นคนไร้ชื่อ และเริ่มทำการค้าด้วยการใช้ศิลปะประจำตระกูลหากิน ด้วยการวาดภาพเริงรมย์ปลุกกำหนัดผู้คน

       ในอึดใจต่อมา ฉีหยางซิ่วต้องแปลกใจที่มีบ่าวรับใช้หญิงก้าวเข้ามายังเรือนเล้าหมู

       “เจ้าเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร” เขาถามอย่างสงสัย แม้เรือนซอมซ่อจะอยู่ด้านหลังสุดของตระกูฉี แต่ก็ไม่เปิดให้คนภายนอกเข้าออกอย่างย่ามใจ

       “เงินและอำนาจอย่างไรล่ะเจ้าคะ บ่าวถึงมายืนอยู่ตรงหน้าท่าน...คุณชายเรือนเล้าหมู” หญิงรับใช้วัยกลางคนรู้สึกรังเกียจชายผู้นี้มิน้อย การกระทำของเขาเป็นที่หน้าขายหน้า กระนั้นคำสั่งจากผู้เป็นนายก็มิกล้าขัด

       “สภาพเยี่ยงเจ้าร่ำรวยได้ถึงปานนั้น” ฉีหยางซิ่วมองประเมินอีกฝ่าย ปกติตระกูลฉีมีคนรับใช้ดูแลเกือบทุกจุด เว้นแต่เรือนของเขาซึ่งถูกปล่อยปละละเลย ส่วนพวกสมุนของฉีเจียนหลิวไม่ค่อยย่างกรายมาที่นี่ เว้นแต่นายของมันสั่งการ เหตุนี้จึงทำให้หญิงรับใช้ชั้นต่ำเข้ามาพูดจาโอหังกับเขาถึงที่นี่

       “อย่าเพิ่งบันดาลโทสะสิคุณชาย นายของบ่าวเพียงแต่เห็นว่า ด้วยเกียรติของท่าน อย่างไรเสียก็ไม่ควรมาทนอยู่ในเรือนหลังนี้ จึงต้องการเจรจาการค้าด้วย”

       “ฮึ นายเจ้าเป็นใครกัน ถึงได้นึกเห็นใจผู้อื่น”

       “นายของบ่าวเป็นคนที่คุณชายสมควรเจรจาด้วยที่สุดในใต้หล้านี้”

       ฉีหยางซิ่วเลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง มองสาวใช้อย่างดูแคลน นางรู้สึกเสียหน้าอยู่มากแต่ยังยืนหยัดทำหน้าที่ตนต่อ

“คุณหนูเพ่ยเพ่ยให้บ่าวมาเชิญท่านไปที่ห้างซือเชี่ยน มีงานสำคัญให้ทำ” นางเอ่ยถึงห้างการค้าอันดับต้นๆ ของเมืองจิ่นสือ

       “จำเป็นด้วยหรือที่ข้าต้องออกจากเรือนอันโอ่โถง เพื่อไปรับใช้คุณหนูของเจ้า”

       หญิงรับใช้เบ้ปากอย่างขัดเคืองใจ ด้วยรู้ถึงความยิ่งทะนงในตัวของคุณชาย

       “หากท่านยังอยากมีหัวอยู่บนบ่า จงรีบตามข้าไปพบคุณหนูเพ่ยเพ่ย” หญิงรับใช้หมดความอดทนจึงกล่าววาจาโง่เง่าข่มขู่

       “ฮ่าๆ ๆ...ท่าทางคุณหนูของเจ้า คงนิยมชมชอบชายงาม แต่กลัวถูกครหาจึงอยากให้ข้าวาดรูปหนุ่มๆ ไว้ให้เชยชมในห้องนอน ใช่หรือไม่” ฉีหยางซิ่วประเมินว่าคนที่อยากได้รูปชายงามจากหอคณิกาชายคงเป็นหญิงอ้วนดำอัปลักษณ์ กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยว หาผู้ชายมาสู่ขอมิได้

       “ต่ำช้า! ท่านกล่าววาจาเช่นนี้ สักวันจะต้องมิตายดี” นางรับใช้ตวาดใส่ คราวนี้ฉีหยางซิ่วเดือดดาล เขาจ้องอีกฝ่ายเขม็ง เตรียมไล่ไปให้พ้นๆ หน้า ทว่ามีเสียงหวานไพเราะขัดขึ้นเสียก่อน

       “โปรดระงับโทสะด้วยคุณชาย บ่าวรับใช้ของข้าปัญญาทึบ เมื่อกลับไป ข้าจะโบยมันสักร้อยทีเพื่อให้หลาบจำ”

       เจ้าของน้ำเสียงคือสาวงามนางหนึ่ง นางมีเครื่องหน้าจิ้มลิ้ม เรือนร่างอวบอิ่ม แต่เอวคอดเล็ก และกลิ่นตัวก็หอมเหมือนมีมวลปุบผาโอบคลุมร่าง หาใช่สตรีอัปลักษณ์อย่างที่เขาคาดคิด

       “ที่ต้องรบกวนท่าน เป็นเพราะ...อยากทำการค้าด้วย หากท่านเห็นดี ข้าจะเป็นผู้ออกทุนพร้อมจัดหาสาวงาม และชายหนุ่มมาเป็นแบบ รวมถึงลูกค้า ส่วนกำไร เรามาแบ่งกันอย่างยุติธรรม”

       “ข้อเสนอของคุณหนูน่าสนใจ แต่ข้าเกรงว่าจะรับไว้มิได้”

ฉีหยางซิ่วประเมินอีกฝ่าย นางคงมีอายุมากกว่าเขาราวๆ 5 ปีเห็นจะได้ กระนั้นก็ดูโตเป็นผู้ใหญ่มาก และยังเป็นลูกสาวของตระกูลซือ หากขัดใจคงจะนำภัยใหญ่หลวงมาสู่ตน

       “แล้วเหตุใด คุณหนูถึงสนใจภาพวาดพวกนี้ มิกลัวมันทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรอกหรือ”

       “ทำการค้าย่อมต้องกล้าเสี่ยง ยิ่งเสี่ยงมากเท่าไร ผลลัพธ์ยิ่งหอมหวาน”

       นางว่าแล้วก็ก้าวเข้ามาใกล้เขา มองอีกฝ่ายด้วยสายตาหยาดเยิ้ม ก่อนกล่าวว่า

“ในเมื่อคุณชายคือทายาทตัวจริงของตระกูลฉี แล้วจะไม่ให้ข้าสนใจอยากทำการค้า ได้อย่างไร”

       คำกล่าวทิ้งท้ายของนางทำให้ทั้งฉีหยางซิ่ว และคนที่กำลังนอนฝันอยู่อีกภพหนึ่งตั้งคำถามในใจ

 

       หลังจากเหตุการณ์ในยามบ่ายวันนั้นที่บ้านโบราณใกล้ทะเลบัวแดง วีรินทร์ได้พบเรื่องประหลาดตามมาไม่หยุดหย่อน ซึ่งทั้งหมดหล่อนสรุปความได้ว่าเป็นเพราะรูปวาดเปลือยของสาวงามบนผืนผ้าไหม!!

       “แก้มอุ่นเห็นจริงๆ นะเฮียปอง ยัยอ้วนในรูปนั่น มันเคลื่อนไหวได้ บางวันส่งเสียงหัวเราะ บางวันร้องห่มร้องไห้ มะ มันต้องเป็นผีที่ออกมาจากภาพวาดผืนนั้นแน่นอน” คนไม่เชื่อเรื่องวิญญาณร้ายกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง และเล่าถึงเรื่องเขย่าขวัญเป็นฉากๆ ให้พี่ชายฟัง

       วิรินทร์ทำธุรกิจซื้อขายบ้านและที่ดินเก่ามาหลายปี ประสบกับเรื่องลึกลับมามาก แต่หนนี้ไม่ธรรมดา หญิงสาวในภาพวาดออกมาตามเขย่าขวัญหล่อนไม่หยุด ทั้งที่ตอนแรกนึกว่าเป็นวิญญาณเฮี้ยนที่ล่องลอยอยู่ในบ้าน แต่ตอนนี้หล่อนมั่นใจแล้วว่า นางโผล่ออกมาจากรูปวาดบนผืนผ้าไหม ซึ่งอยู่ในหีบไม้โบราณที่ถูกซ่อนไว้ที่ผนังบ้าน!

       “ยัยอ้วนที่กำลังอาละวาดเนี่ย แกหมายถึงสาวจีนโบราณในรูปวาด หรือว่าเป็นตัวแกกันแน่ หา...”

       ปองคุณผู้เป็นพี่ชายแขวะสาวอวบไปหนึ่งหน เขาเห็นรูปวาดหญิงงามนั้นเพียงครั้งเดียว ตอนแรกนึกว่าน้องสาวอุตริให้ใครวาดรูปเจ้าหล่อนเปลือยกาย เลียนแบบโรสในหนังเรื่องไทนานิค

       “อร๊าย คนในรูปสิยะ อย่างแก้มอุ่นนี่อวบพองาม แต่ยายช้างน้ำในรูปนั่น ตูดก็งอน นมก็ใหญ่ แถมท่าทางคลั่งจัด อย่างกับสามีไม่ยอมชวนขึ้นเตียง บอกตามตรง สภาพนาง ผู้ชายที่ไหนเห็นแล้วจะมีอารมณ์”

       สาวอวบจำได้ดี ผู้หญิงปากแดงเถือก ซึ่งมีทรงผมสุดประหลาดล้ำคิดจะเลี้ยงต้อยเด็กหนุ่มผิวขาวละเอียดผู้งดงาม และยังเจรจาการค้ากับเขาอีกด้วย ท่าทางอย่างนั้นมองเผินๆ เหมือนตนยามหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายมิผิดเพี้ยน

       “ใครจะมีอารมณ์อย่างนั้นหรือ ถามได้ก็คนที่วาดสิเว้ย ดูสิสายตาผู้หญิงสิหยาดเยิ้มขนาดนั้น และท่าทางนางก็ชวนสยิว โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจ โดดเด้งสะดุดตา!

       พี่ชายหล่อนว่าแล้วก็มองเข้าไปรูปภาพ แต่แรก เขาอยากนำออกไปแร่ขายในตลาดมืดแต่วีรินทร์ไม่ยอม และยืนยันว่าจะเก็บเอาไว้จวบจนเกิดเรื่อง

       “และถ้ามันเป็นรูปชวนหลอนขนาดนี้ แกจะเก็บเอาไว้ทำไม”

       สาวอวบถอนลมหายใจแรงๆ ออกมาหนึ่งเฮือก ก่อนจะมองไปยังภาพวาด แล้วอ้อมแอ้มตอบว่า

       “ก็นอกจากยายอวบในรูป ยังมีของดีโผล่มาให้แก้มอุ่นฝันหวานถึงเจ้าบ่าวในอนาคตด้วย”

       ปกติหญิงสาวไม่นิยมชมชอบหนุ่มน้อย แต่เขาคนนั้นช่างมีเสน่ห์ดึงดูดเหลือเกิน

       วีรินทร์คิดไปถึงใบหน้างดงามของบุรุษผมยาว ผิวขาวจัด ริมฝีปากสีแดงสด เรือนกายเขาน่าสัมผัส น้ำเสียงก็ทุ้มเข้ม และมีรอยยิ้มแสนเกียจคร้าน ซึ่งกระชากหัวใจหล่อนได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเห็น

       ปองคุณมองหน้าน้องสาวด้วยความฉงน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

       “ฮ่าๆ ๆ...แกนี่มันอยู่กับของโบราณเกินไปแล้วใช่ไหม และยังคิดเป็นตุเป็นตะไปเรื่อย เชื่อเฮียนะนังหนู ทั้งชาตินี้ และชาติก่อน...ไม่มีผู้ชายที่ไหนเขาจะชอบผู้หญิงปลิ้นปล้อนกะล่อน และอ้วนตัวเป็นตุ่มอย่างแกแน่”

       วีรินทร์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง หล่อนเชื่อว่าตนเองไม่ได้บ้า หลายวันที่ผ่านมา หล่อน...พบเด็กหนุ่มคนนั้น กับภาพวาดสุดล่อแหลมของเขา แม้จะเป็นในฝันแต่ก็เหมือนจริงเหลือเกิน

       “อีเฮียปองไม่รู้อะไร อย่าทำมาเป็นพูดดี แก้มอุ่นเสน่ห์แรงจะตาย และมีดีพอที่จะทำให้ผู้ชายตายคาอก!

       ปองคุณหัวเราะออกมาพรืดใหญ่ เขาดูแลน้องสาวคนนี้มาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย รู้จักหล่อนดีกว่าใคร จึงอดไม่ได้ที่จะฉุดคนที่กำลังหลงตัวเองให้ยอมรับความจริง

       “เฮียว่าแล้ว ทำไมแกถึงหายหน้าหายตาไปหลายวันตั้งแต่เก็บรูปลามกนั่นมา...”

       “หมายความว่าไง” สาวอวบถามเสียงเข้ม สีหน้าสีตาเอาเรื่องน่าดู

       “หึๆ ก็เพราะวันๆ เอาแต่ฝันเปียก จนไม่มีแรงโผล่หน้ามาให้ใครเห็นน่ะสิ”

       เมื่อสิ้นคำพูดนั้น วีรินทร์ก็กรี๊ดลั่น ก่อนส่งกำปั้นอวบๆ ซัดใส่แผ่นหลังพี่ชายจนเขาร้องโอดโอย 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 191 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #123 หมีติ๋วติ๋ว (@sunanbbp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 12:51
    น่าติดตามค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #123
    1
    • #123-1 o-iambear (@o-iambear) (จากตอนที่ 2)
      8 ตุลาคม 2561 / 21:21
      ขอบคุณมากๆๆ นะครับ ฝากผลงานเรื่องนี้ ด้วยครับ
      #123-1
  2. #81 TripleCute (@Chenjingjing) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 10:30
    เรื่องนี้อิงยุคราชวงศ์ถังหรือเปล่าคะ เพราะนิยมสาวอวบอ้วนแบบนี้
    #81
    1
    • #81-1 o-iambear (@o-iambear) (จากตอนที่ 2)
      1 พฤษภาคม 2561 / 14:17
      ใช่เลยครับ อิงราชวงศถัง แตผมไม่อยากระบุให้ตรงๆ ครับ เน้นเป็นแฟนตาซี รัก มีบู๊ด้วย
      #81-1
  3. #16 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 19:43
    สงสารนางโจร
    #16
    1
    • #16-1 o-iambear (@o-iambear) (จากตอนที่ 2)
      22 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:51
      ขอบคุณครับ ตอนนี้ผมกำลังรีไรต์ใหม่ให้สนุกกว่าเดิม ฝากด้วยนะครับ
      #16-1
  4. #3 o-iambear (@o-iambear) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 20:29
    ฝากเรื่องนี้ด้วยนะครับ แปลกแหวกแนว ขำ รั่ว และ ซึ้ง อ๋อ มีร่ายรำกระบี่ และอาวุธลับด้วยนะครับ 
    #3
    0