สืบรักข้ามภพ (พรีออร์เดอร์!!!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 71,279 Views

  • 133 Comments

  • 1,609 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    665

    Overall
    71,279

ตอนที่ 18 : ช่วงเวลาคับขัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2586
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    7 ก.ย. 61




งูไงเขาเฉลย พลางมองคนมีปานแดงที่แต่งหน้าจัด และเสื้อผ้าก็โชว์เนื้อหนังจนทำให้เขาใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

       อ้าว ก็ถูกแล้ว ที่ข้ากรี๊ดจนคอหอยแตกเนี่ย เพราะกลัวงูมาก มันทั้งใหญ่ ทั้งยาว แถมเลื้อยเร็วด้วยนางว่าแล้วก็กอดเนื้อตัวตนเอง แสดงให้เขาเห็นว่าขยาดสัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็นเพียงใด

       หึๆ ที่ข้าเอ่ยถึงไม่ใช่งูจริงๆ แต่...มันคือน้องชายของข้าต่างหาก! เจ้าทั้งเกลียด ทั้งกลัว แถมยังเคยบอกว่าถ้าเห็นอีกจะตัดทิ้งเสียด้วย แต่ก็น่าแปลก เมื่อครู่ใครกันที่มันด้อมๆ มองๆ ข้า ประหนึ่งว่าอยากจะเห็น...เขาหยุดไว้เพียงเท่านั้น พลางมองหน้าอีกฝ่ายซึ่งแสดงให้เห็นว่าทั้งอายและขัดเขินจัด

       หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หงเซ่อคงเคยเล่นจ้ำจี้กับเขามาก่อน ส่วนถึงขั้นไหนนั้น วิญญาณสาวก็ยากจะคาดเดา แต่ถึงขนาดเห็นสิ่งที่พ่อให้มาของฉีหยางซิ่วแบบนี้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่ธรรมดา

       “เดี๋ยว...ช้าก่อน เจ้าอย่าบอกนะว่าลืมเรื่องในวันนั้น” เมื่อเห็นสีหน้านางคล้ายกำลังคิดไปไกล เขาก็ดึงกลับคืน

       “ลืม...อะไร้ ไม่ลืมเสียหน่อย” หญิงสาวปฏิเสธ หากแต่ดูอย่างไร เขาก็ไม่เชื่อ

       “ขืนปล่อยให้เจ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ข้าคงไม่พ้นถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสามีเจ้าแน่นอน” เสียงเขาไม่ได้ฟังดูเครียด หากเจือความขบขันอยู่มิน้อย

       “บ้า คุณชายหาว่าข้าเป็นคนขี้ตู่หรือ ถึงสมองจะเลอะเลือนไปบ้าง แต่ข้าก็จดจำอย่างขึ้นใจ เพราะท่านคือตัวประกันของข้า และเรามิใช่สามีภรรยากัน” ประโยคหลัง หงเซ่อว่าเสียงเบา

       “รู้อย่างนั้นก็ดี แต่ข้าตัดสินใจแล้ว พรุ่งนี้จะส่งตัวเจ้าไปรักษากับท่านย่าที่อารามบัวแดง จริงอยู่ อาการทางร่างกายเจ้านั้นหายจนเกือบดี ผิดแต่สมองนั่นยังชวนให้ข้าหนักใจ ข้าจะปล่อยให้เจ้าเป็นเช่นนั้นไม่ได้”

       “ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น ข้าจะอยู่ที่นี่ จับตาดูตัวประกันแสนลามกอย่างท่านตลอดไป” หงเซ่อร้องเสียงดัง พลางคิดว่าการที่เขาผลักไสนางไปให้ไกล อาจเป็นเพราะมีแผนจะไปพบกับเพ่ยเพ่ย

       “เชื่อข้า เมื่อเจ้าหายดี จักมาคอยกวนใจข้านานแค่ไหนก็ได้ แต่ตอนนี้ เจ้ากำลังทำให้ข้ากลุ้มใจ เพราะแม้แต่ตัวเอง เจ้าก็ยังดูแลไม่ได้”

       ในตอนนั้น ความน้อยใจพลุ่งขึ้นเกินขีดจำกัด แต่หงเซ่ออดกลั้นไว้ นางจะไม่แสดงความงี่เง่าและไม่ยอมเสียน้ำตาต่อหน้าหยางซิ่วอีก แค่นี้ก็เจ็บปวดใจเกินพอ สำหรับเขา สตรีนางเดียวในใจคงมีเพียงแต่เพ่ยเพ่ย หญิงอ้วนในรูปภาพ คนที่ทำให้เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากมือสังหาร และยังเป็นตัวการที่ส่งวิญญาณสาวมาเป็นปรสิตฝังอยู่ในร่างของหงเซ่อ นางโจรปานแดงที่ฉีหยางซิ่วไม่รัก!!

 


       นางโจรหนีหน้าฉีหยางซิ่วเกือบทั้งวันจนถึงรุ่งเช้า เป็นช่วงเวลา

ที่หญิงสาวได้ตั้งสติ คิดทบทวนหลายสิ่ง และรู้สึกห่วงปองคุณจับใจ ป่านนี้เขาจะเป็นเช่นไร ทุกข์โศกแค่ไหนกับการสูญเสียน้องสาว แม้ยามอยู่ด้วยกันมักทะเลาะเบาะแว้ง ต่อยตีอีกฝ่ายพอให้เจ็บตัว แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมา สายใยของคนในครอบครัวก็ร้อยรัดพวกเขาเอาไว้

       อีกทั้งบุนซูซึ่งนั่งรถตู้มาด้วยกัน เขายังอยู่รอดปลอดภัยไหม หรือประสบเหตุร้ายยิ่งกว่าวีรินทร์ ยิ่งคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้น น้ำตาก็พานไหล

       หญิงสาวเดินเตร่ไปไกล กระทั่งถึงแนวป่าไผ่ แล้วจู่ๆ ภาพเมื่อวานก็ฉายแวบขึ้นในหัว นางนึกย้อนถึงตอนที่เห็นงูแล้วตัวลอยขึ้นเหนือพื้น จำได้ว่าร่างกายเหมือนมีพลังวิเศษ

       ยามนั้น สายลมเอื่อยๆ พัดผ่านร่าง สายลมเดียวกันนี้ฉุดให้นางเกิดความคิดบางอย่าง

       ร่างเพรียวหากแต่สมส่วนมองไปยังต้นไผ่เบื้องหน้า นางสูดลมหายใจลึก จากนั้นก็นึกถึงทั้งภาพยนตร์จีนและซีรี่ส์เท่าที่เคยดูมา วิญญาณสาวชอบเรื่องกำลังภายในเป็นทุน และพอจดจำท่าทางต่างๆ ได้ ครั้นรวบรวมความคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มส่งพลังออกจากทางฝ่ามือ

       ผลจากการซัดฝ่ามือใส่ต้นไผ่ไม่ได้เป็นดั่งใจหวัง นางคาดว่าจะเห็นลำไม้ไผ่หัก หรือสั่นไหว แต่เปล่าเลยมีเพียงสายลมบางเบาพัดผ่าน และเสียงเสียดสีของลำไม้ไผ่ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าด

       เมื่อซัดพลังฝ่ามือไม่เป็นผล นางก็เริ่มกระโดดขึ้นเหนือพื้น หวังให้ตัวลอยสูง ถึงร่างกายหงเซ่อจะเพรียวและแข็งแรงมาก แต่การกระโดดอยู่นับสิบครั้งก็ไม่ได้ทำให้นางสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ซ้ำร้ายยังสะดุดขาตนเองและล้มหน้าคะมำลงไปเปื้อนดินโคลน

       “ทำไมเป็นอย่างนี้” หญิงสาวว่าอย่างหัวฟัด หัวเหวี่ยง แล้วเดินลงส้นเท้าไปเบื้องหน้าผ่านแนวต้นไผ่สู่ทางแคบๆ ไม่ทันจะได้เช็ดหน้าที่เปื้อนเปรอะ หูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาด้วยความเร็ว ด้วยสัญชาตญาณติดตัวของนางโจรจึงสาวเท้าเข้าไปซ่อนตัวหลังเนินดินเตี้ยๆ ทันที

       เป็นอย่างที่หงเซ่อคาด มีชายสองคนสวมเสื้อผ้ารัดกุมสีเข้มมุ่งหน้ามาที่นี่ พวกมันมองซ้ายแลขวาราวกับตามหาใครอยู่ หัวใจสาวเต้นแรง พลางคาดเดาว่าตนกำลังจะตกอยู่ในอันตราย และพวกมันอาจเป็นมือสังหารของฉีเจียนหลิว

       “จับตัวมันให้ได้ ไม่อย่างนั้นคงเป็นเราทั้งสองคนที่จะถูกตัดหัว” คนเป็นพี่ใหญ่สั่งลูกน้อง

       กล่าวจบ ทั้งสองก็บ่ายหน้าเข้ามาใกล้หงเซ่อ ยามนี้นางไม่รู้จะหลบไปทางไหน กระทั่งมีเสียงดังขึ้น

       “เฮ้ย...มันอยู่ทางนั้น”

       หญิงสาวนึกขอบคุณสวรรค์ที่ยังเมตตาให้ตนมีชีวิตสืบต่อไป แต่ภาพที่เห็นทำให้เวทนาต่อผู้ประสบเหตุร้าย ร่างเล็กราวเด็กวัยสิบขวบเศษสวมชุดสีฟ้าอ่อนสลับขาว ด้านหลังมีชั้นไม้มองดูคล้ายกระเป๋าสะพายหลังแบบโบราณ มันวิ่งหลบหน้าหลบหลังคนร้าย พลางร้องตะโกนขอให้คนช่วย หากแต่สุดท้ายก็จนมุมที่สะพานข้ามลำธาร

       “คิดดูให้ดี หากพวกเจ้าฆ่าเราตาย แล้วโลกนี้ยังจะมีทารกเซียนตาทิพย์อีกหรือ”

       “ถุย...มีเจ้าก็ไร้ประโยชน์ ความผิดร้ายแรงที่ทำให้คุณหนูสกุลเซิ่นสิ้นใจตาย ก็ไม่อาจละโทษเจ้าได้” คนตัวโตท่าทางเป็นพี่ใหญ่กล่าวแล้วจึงหันปลายกระบี่ชี้หน้ามัน

       “ก็ข้าบอกแล้ว ข้าเป็นทารกตาทิพย์ไม่ใช่หมอเทวดา แต่นายพวกเจ้าบังคับข้าให้รักษาเอง คุณหนูของพวกเจ้าสุขภาพไม่สู้ดี นางจึงตกเลือด อีกอย่าง สิ่งที่นางกลืนลงไปก็หาใช่ยาพิษ เมื่อไม่ใช่ยาพิษจะมีสิ่งใดแก้ได้” มันแก้ตัวอย่างหน้าด้านๆ พร้อมกับหาทางหนี แต่คราวนี้เหมือนเคราะห์กรรมหนัก ชายอีกห้าคนกรูกันเข้ามาล้อมมันจากทางด้านหลัง

       “หยุดก่อน ถ้าก้าวเข้ามาอีก เราจะซัดพิษเข็มพิษใส่พวกเจ้าแน่”

       “จะตายอยู่แล้ว ยังทำปากดี แต่ก่อนที่เจ้าจะทำร้ายพวกข้า หัวเจ้าคงหลุดไปจากบ่าแล้ว” คนเป็นหัวหน้าเอ่ยเสียงเหี้ยม

       หงเซ่อมองคนโชคร้ายที่ถูกจับไว้ เห็นแล้วใจคอไม่ดี เขาถูกชายคนหนึ่งจับไม่ให้ดิ้นขัดขืน อีกคนก็เงื้อง่าดาบเล่มเขื่องเตรียมปลิดชีวิตมัน

       “ถ้าทำร้ายเราถึงชีวิต พวกเจ้าต้องเสียใจไปจนวันตาย” คนที่อ้างตัวว่าเป็นทารกเซียนตาทิพย์พูด ท่าทางมันไม่ได้เกรงกลัวดาบในมืออีกฝ่าย

       “ฮ่าๆ ข้าไม่เอาชีวิตเจ้าก็ได้ แต่เจ้าต้องสละแขนข้างหนึ่ง เพื่อข้าจะส่งไปให้นายข้า” เสียงหนึ่งดังข่มขู่

       “พวกโง่เง่า แม้แต่ปลายเล็บเรา เจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้ไป” มันว่าแล้วก็คว้าบางสิ่งออกจากเสื้อ เป็นขวดขนาดเล็ก และบรรจุบางอย่างเอาไว้

       “นี่คือยาพิษที่ร้ายแรงที่สุด และมันจะทำให้หนึ่งในพวกเจ้าเป็นหนึ่งในใต้หล้า”

       “ทำไม พวกเราต้องเชื่อตัวประหลาดอย่างเจ้าอีก” หัวหน้ากลุ่มถาม

       “คนฉลาดเท่านั้นถึงจะเข้าใจ” มันว่าแล้วก็เตรียมดื่มสิ่งที่อยู่ในขวด ชายคนเดิมรีบห้ามและเข้าไปยื้อแย่ง จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นว่า “เอายาถอนพิษมาด้วย”

       ทารกเซียนยิ้มน้อยๆ เมื่อสามารถยื้อชีวิตตนเองได้อีกครั้ง

       “เมื่ออยู่ในที่ปลอดภัย เราจะส่งมันมาให้เจ้า”

       “มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก โลกนี้บางทีก็ไม่จำเป็นต้องมียาถอนพิษ ฮ่าๆ” ชายใจเหี้ยมว่าแล้วก็เตรียมฟันลงที่ร่างเล็กของทารกเซียน เป็นวินาทีนั้นที่หงเซ่อรวบรวมความกล้าแล้วตะโกนเสียงดังออกไป

       “พวกเจ้าทำชั่วช้าการใด” ไม่รู้สิ่งใดดลใจให้นางกระทำเช่นนั้น ในตอนนี้ร่างนางโจรก็ดีดขึ้นไปยืนอยู่บนเนินดินเตี้ยๆ เสียแล้ว

       “เราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน แม่นางอย่ามาแส่ดีกว่า” หัวหน้าคนเดิมกล่าว พร้อมสั่งให้ลูกน้องเตรียมจู่โจม

       “ในเมื่อข้าอยู่ตรงนี้ ไม่ยุ่งก็คงไม่ได้ ปล่อยเขาเสีย แล้วข้าจะละเว้นชีวิตทุกคน”

       หญิงสาวเอ่ยแล้วก็เหงื่อตก นางคงเสียสติไปแล้วที่กล่าวเช่นนั้น ยิ่งพอเห็นชายอีกหลายคนเตรียมพุ่งเข้ามาทำร้าย นางก็ครั่นคร้ามใจ

       “ฮ่ะๆ ๆ ชีวิตเราตายไปก็ไม่เสียชาติเกิด ได้พบแม่นางผู้ประเสริฐที่ช่วยเราจากพวกหมาหมู่”

สิ้นคำทารกเซียน ฝ่ามือใหญ่ก็ตบลงไปที่ใบหน้ามัน

       “เจ้าล่วงเกินเรา ต่อหน้าคนของสุสานกระบี่พันปีมิได้!” ทารกเซียนแผดเสียงก้องป่าไผ่

       หงเซ่อกลัวคนร้ายจะใช้กำลังรุนแรงกับเขาไปมากกว่านั้น จึงร้องห้าม

       “หากพวกเจ้าไม่อยากเป็นศัตรูกับคนของสุสานกระบี่พันปี จงไสหัวกลับไปเสีย ไม่อย่างนั้นจะหาว่าข้าไม่เตือน”

       “ฮ่าๆ คนของสุสานกระบี่พันปี ชื่อนี้ข้าไม่เคยได้ยิน แม่นางอย่าได้สร้างเรื่องเป็นตุเป็นตะเลย ขายขี้หน้าเสียเปล่า” พี่ใหญ่ของกลุ่มว่าพร้อมหัวเราะท้ายประโยค

       “ที่ไม่เคยได้ยินก็เพราะชื่อนี้เป็นคำต้องห้าม หากใครหยามเกียรติ หรือกล่าวถึง มันผู้นั้นจะตายภายในสามชั่วยาม!” หญิงสาวว่าเสียงกร้าวพร้อมแสดงท่าราวกับร่ายรำวิชายุทธ์ขั้นสุดยอด

       “เอาไงดีล่ะพี่ใหญ่ ข้าว่าแม่นางนั่นหากไม่ใช่คนบ้าก็คงเป็นคนของสำนักลึกลับ อีกอย่าง หากที่นี่ซ่อนค่ายกลเอาไว้ พวกเราคงต้องตายอนาถแน่”

       หงเซ่อเห็นสีหน้าคนในกลุ่มเริ่มกลัวจึงสรรหาคำพูดข่มขวัญ

       “เอาละ ข้าจะเป็นนางมารหรือคนบ้าคงไม่สำคัญ”

       “หมายความว่าอย่างไร” หัวหน้ากลุ่มเอ่ยถาม และเตรียมท่าตั้งรับ

       “เพราะวันนี้ หากพวกเจ้าไม่ตายด้วยกระบี่ ก็คงจงสิ้นใจด้วยพิษร้าย” หญิงสาวว่าแล้วก็ร่ายรำอีกหน คราวนี้หัวใจเต้นในจังหวะแปลกๆ และร่างกายเหมือนจะมีแรงมหาศาลซึ่งพร้อมจะซัดใส่คนที่มุ่งร้ายต่อนาง

       “ขออภัยที่ล่วงเกินแม่นาง แต่ทารกเซียนผู้นี้มีความผิดต่อนายของพวกเรา อย่างไรเสีย ข้าคงต้องตัดศีรษะมันกลับไป”

       คนสวมรอยนางโจรยกยิ้มมุมปาก แสดงท่าทางประหนึ่งนางมารร้าย วินาทีต่อมาก็ยกมือขึ้นและถูแรงๆ ไปที่ซีกหน้าด้านซ้ายซึ่งเปรอะโคลน

       “ข้าเตือนแล้วไม่ฟัง หึๆ”

       สิ้นเสียงหัวเราะน่าเกลียด ใบหน้าซีกซ้ายของนางก็ปรากฏแก่สายตาทุกคน




  ฝากโหลดด้วยนะครับ 

 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

0 ความคิดเห็น