สืบรักข้ามภพ (พรีออร์เดอร์!!!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 71,336 Views

  • 133 Comments

  • 1,610 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    722

    Overall
    71,336

ตอนที่ 16 : อยากเป็นคนที่คุณชายรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    3 ก.ย. 61



      

 หงเซ่อรู้สึกได้ว่าหนุ่มรูปงามผมยาวสลวยพยายามหลบหน้าหลบตานาง และตอนนี้เข้าใจแล้วว่าตนย้อนอดีตมาในช่วงที่เจ้าของร่างกับฉีหยางซิ่วยังไม่ได้เข้าหอร่วมโรงกัน ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ก่อนทั้งคู่จะรักกันย่อมต้องมีอุปสรรคมาขัดขวาง

       กระนั้น นางก็ไม่ต้องการให้ปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อ หลายวันที่ผ่านมา พอร่างกายแข็งแรงก็เริ่มซื้อใจคนใกล้ชิดฉีหยางซิ่ว ด้วยสารพัดมารยาหลายหมื่นเล่มเกวียนที่มีอยู่ในจิตวิญญาณ

       ฉีหยางซิ่วนั่งอยู่ในศาลาแปดเหลี่ยม เขาเป่าขลุ่ยเสียงหวาน ฟังแล้วชุ่มชื่นหัวใจ แต่เมื่อหางตามองเห็นหญิงสาว เสียงขลุ่ยก็พลันเงียบลง

       “เพิ่งจะหายดี ออกมาข้างนอกทำไม เจ้าควรพักผ่อนให้มากกว่านี้ หรือว่าชอบเป็นภาระให้ข้าดูแล” เสียงเขาแข็งกระด้าง สีหน้าก็เหมือนจะเสียอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ

       หงเซ่อพยายามมองภาพวาดบนโต๊ะ เห็นว่าเป็นรูปของสาวงามนางหนึ่ง คราวนี้ดีหน่อยที่อีกฝ่ายยังสวมเสื้อผ้า

       “ข้าห่วงว่าท่านจะหิว เลยเอาหมั่นโถว กับหมาฮัวโรยงาเคลือบน้ำตาลมาให้” นางว่าพร้อมวางจานของว่างให้เขา กลิ่นหอมของแป้งที่นึ่งร้อนๆ ชวนให้รับประทาน ส่วนหมาฮัว นางได้แปลงสูตรผสมงาดำ และเคี่ยวน้ำตาลเป็นคาราเมลเคลือบ แต่ทั้งสองอย่างนั้นชายหนุ่มหาได้ชายตาแล

       “ข้าไม่หิว เอากลับไปเถิด”

       หญิงสาวหน้าชาและเสียใจ นางตื่นตั้งแต่เช้ามืดเข้าครัวตั้งใจทำของว่างพวกนี้เพื่อเอาใจฉีหยางซิ่ว แต่เขากลับผลักไส

       “คนอะไรหมกมุ่นกับรูปภาพ คนตัวเป็นๆ อยู่ตรงนี้ทั้งคน ทำไมไม่สนใจ” หงเซ่อว่าเสียงดัง จงใจให้เขาได้ยิน

       “ที่เจ้ากล่าวนั่น หมายถึงข้าใช่หรือไม่หงเซ่อ!” คราวนี้เขาคงฉุนจัดจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคู่คมสีดำขลับจ้องเขม็งมาที่นาง

       ก็มันจริงไหมล่ะ พอข้าลุกเหินได้หน่อย ท่านพี่ก็ไม่แย่แสข้า ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกว่าจะคอยดูแล รับผิดชอบข้าชั่วชีวิต

       ท่านพี่!ชายหนุ่มทวนสรรพนามที่หญิงสาวใช้เรียกเขาด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ

       ก็...หญิงสาวไม่มีสิ่งใดแก้ตัว หัวใจนั้นหมายมั่นอยากเป็นคนสำคัญของฉีหยางซิ่ว

       ให้มันน้อยๆ หน่อยเถิด อย่างที่รู้ ข้ามิใช่สามีเจ้า ฐานะเราก็ต่างกัน เมื่อก่อนเจ้ายังประกาศว่าจะจับข้าเป็นตัวประกัน แล้วตอนนี้เหตุใดถึงกลืนน้ำลายตัวเอง” ฉีหยางซิ่วเชิดหน้าสูง กิริยาเขานั้นถือตัวจนนางรู้สึกเจ็บแปลบ ในอก

       “ข้าผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริงๆ ท่านก็รู้ว่า สมองข้าได้รับการกระทบกระเทือนหลายส่วน” นางตีหน้าเศร้า ก่อนกล่าวต่อ “แต่อย่างน้อยหงเซ่อคนนี้ก็ยังดีใจที่คุณชายเมตตา เพียงท่านยังห่วงใยข้าก็เป็นสุข” หงเซ่อส่งเสียงเครือปิดท้าย

       “หยุดพูดจาเลื่อนเปื้อนเสียที ตั้งแต่เจ้าฟื้นคืน ข้าบอกตามตรง เจ้าทำให้ข้ากลัวจนหัวหด รู้อย่างนี้ ข้าปล่อยให้มือสังหารปลิดชีวิตข้าไปคงสิ้นเรื่องจะได้ไม่ต้องมาทนเห็นหน้าเจ้าเช่นนี้”

       หงเซ่อคาดไม่ถึงว่าหนุ่มรูปงามจะมีวาจาเฉือนหัวใจอย่างแสบสัน “ที่คุณชายรังเกียจข้าถึงเพียงนี้ เป็นเพราะหน้าตา และรูปร่างของข้าใช่หรือไม่” นางกล่าวพร้อมบีบน้ำตาออกมา

       ฉีหยางซิ่วส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาเขาอ่อนแสงลง ท่าทีก็ไม่แข็งกร้าวเหมือนเมื่อครู่

       “เจ้าจำวันแรกที่เราพบกันได้ไหม...”

       “แล้ว...” วิญญาณสาวไม่รู้ภูมิหลังในครั้งนั้น จึงวางฟอร์มนิ่งและถามอีกฝ่ายเสียงแผ่วเบา

       ฉีหยางซิ่วมองเข้าไปในดวงตานางโจร มองแล้วก็แจ้งใจ

       “ช่างมันเถอะ ในเมื่อวันนี้ เจ้ากลายเป็นอีกคนที่ข้าไม่รู้จักเสียแล้ว” เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะกล่าวต่อ “และการที่เจ้าช่วยชีวิตข้าไว้ ก็ถือว่าเป็นบุญคุณ ดังนั้นคนตระกูลฉี...สัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งหญิงที่สติไม่ดีให้ประสบเคราะห์กรรมเพียงลำพังแน่นอน”

       หงเซ่อหน้างอคว่ำ นางอยากรู้สาเหตุเหลือเกินว่าเหตุใดฉีหยาง

ซิ่วถึงไม่ชอบขี้หน้าหงเซ่อคนนี้

 

       วิญญาณสาวจำต้องรับสภาพว่าตนเองอยู่ในร่างของสาวหุ่นเพรียวสมส่วนไปโดยปริยาย แม้ตอนแรกหวาดหวั่น และปรับตัวไม่ถูก สุดท้ายด้วยความฉลาดเฉลียว รู้จักเอาตัวรอด นางก็อยู่ในโลกที่ไม่คุ้นเคยได้เป็นอย่างดี

       กระนั้นวิญญาณสาวอวบก็นึกตำหนิหงเซ่อมาก นางเป็นผู้หญิงที่แสบเข้าไส้ มักใช้กำลังตัดสินปัญหา จนใครต่อใครเอือมระอา ที่เลวร้ายยิ่งกว่าก็คือสตรีผู้นี้ไม่รู้จักใจตัวเอง ทั้งที่มีหนุ่มหล่อข้างกายกลับปล่อยให้เขาวาดรูปลามกระบายตัณหา!!

       หลายวันที่ผ่านมา คนเคยอวบพยายามปรับตัวสร้างมิตรภาพ

กับคนในโรงเตี๊ยม ซึ่งมีลู่เหลียน ป้าของฉีหยางซิ่วเป็นเจ้าของ นางเป็นหญิงขี้เหล้าจอมโวยวาย และเลี้ยงผู้ชายหล่อล่ำไว้ทำงานหลายสิบคน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นกองกำลังของผู้เฒ่าถาน

       ความจริงการอยู่ในร่างหงเซ่อไม่ใช่เรื่องเลวร้าย เมื่อก่อนหญิงสาวเคยฝันอยากมีหุ่นนางแบบนานแล้ว แต่ไม่เคยสมหวังสักครั้ง กระทั่งจู่ๆ สวรรค์นำพามาสวมรอยเป็นคนอื่น จึงนึกเข้าข้างตนเองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงเป็นเพราะสวรรค์อยากตอบแทนความดีอันน้อยนิดที่นางเพียรสร้างมาตั้งแต่จำความได้

       “เจ้ามั่นใจหรือ ที่จะแต่งหน้าอย่างนั้น” ลู่เหลียนถาม พลางมองหงเซ่อด้วยสายตาสงสัยทั้งที่ใบหน้าตนมีสีสันราวกับงิ้วออกโรง ซึ่งหงเซ่อเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการช่วยแต้มสีสันให้

       “ก็ข้าอยากสวยเหมือนคุณป้านี่คะ”

คำพูดคำจาผิดยุคผิดสมัยของวิญญาณสาวสร้างความปวดหัวให้คนในโรงเตี๊ยมอยู่พักหนึ่ง แต่เมื่อเริ่มคุ้นหูทุกคนก็ปล่อยผ่าน คิดว่าสมองนางคงได้รับความกระทบกระเทือนจากการต่อสู้กับมือสังหารของฉีเจียนหลิว

       และเวลานี้ หงเซ่อกลายเป็นคนดังของโรงเตี้ยมกลางป่าไผ่เชิงเขา นางรู้จักเอาใจคนอื่น เลี้ยงดูพวกเขาด้วยการปรุงอาหารรสชาติเยี่ยม จนทุกคนมิอาจปฏิเสธฝีมือสาวปานแดงอัปลักษณ์

       “เอาละ ข้าไม่อยากสนใจเจ้านัก แต่ก็อดแคลงใจไม่ได้ คนอย่างเจ้านี่นะที่เคยช่วยหยางซิ่วให้รอดพ้นจากมือสังหารนับร้อยคน”

       เมื่อถูกถามเช่นนี้ หงเซ่อก็เริ่มตระหนักถึงอันตราย ตั้งแต่ร่างกายกลับมาแข็งแรง นางไม่ได้จับกระบี่หักสูบโลหิตที่วางอยู่ข้างเตียง มิหนำซ้ำยังถูกฉีหยางซิ่วมองด้วยสายตาจับผิดอยู่ตลอด และยังกล่าวหาว่าหงเซ่อคนเดิมถูกปีศาจร้ายลักพาวิญญาณไป

       “ที่หยางซิ่วบอกอาการป่วยความจำเสื่อมของเจ้า ได้ยินแล้วข้าก็นึกสงสารจับใจ”

       “โถ ท่านป้า อย่าได้เป็นห่วงเคราะห์กรรมของข้าเลย และสิ่งไหนที่ผ่านไปแล้ว ข้าก็ไม่คิดจะจดจำ ต่อแต่นี้ ข้าจะอยู่กับปัจจุบันดีกว่า”

       “คิดได้แบบนั้น นับว่าประเสริฐแล้วหงเซ่อ”

       หญิงสาวเป่าลมหายใจน้อยๆ ระบายความเครียดออกมา ก่อนจะกล่าวต่อ

       “อืม ข้าแอบสังเกตว่าคนตัดฟืนนั่น...เอาแต่จ้องท่านป้ายามที่เข้าไปในครัว” หงเซ่อชวนเปลี่ยนเรื่องคุย

       “บ้า เจ้าเห็นอย่างนั้นหรือ เขายังเด็กมาก จะมาสนใจคนแก่คราวแม่อย่างข้าทำไม” ลู่เหลียนว่าอย่างนั้น แต่ใจเปี่ยมด้วยความหวัง หัวใจนางว่างมานาน และรอคอยสักคนมาเติมเต็มความว่างเปล่าให้สมบูรณ์

       “แหม คุณป้ายังสาวยังสวย แต่งตัวนิดหน่อยก็งามพริ้ง และชุดที่ข้าออกแบบให้ ใส่แล้วเหมือนสาวแรกรุ่นเลย”

       ลู่เหลียนพยักหน้าเข้าใจ เสื้อผ้าที่นางโจรออกแบบและเรียกช่างฝีมือมาตัดเย็บสวยถูกใจมาก พอใครต่อใครเห็นก็ชอบใจ โดยเฉพาะหนุ่มหน้ามนคนตัดฟืน

       “เฮ้อ คิดแล้วก็เสียดาย ข้าอยากให้เจ้าเป็นหลานสะใภ้เหมือนกัน แต่ติดอยู่ที่หัวใจฉีหยางซิ่วมีคนอื่น และวันข้างหน้า ชีวิตเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็สุดจะคาดเดา พี่ชายต่างมารดาเขาเป็นผู้ชายมักมาก คงไม่ยอมให้ใครหยามเกียรติโดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง!!

       จากนั้นลู่เหลียนก็เล่าความหลังให้หงเซ่อฟัง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ฉีหยางซิ่วต้องหนีจากเงื้อมมือของฉีเจียนหลิว

“ผู้หญิงอย่างเพ่ยเพ่ยเป็นนางแพศยา ยั่วยวนให้ใครต่อใครหัวปั่น บางทีมันอาจร่วมมือกับเจียนหลิวอยู่ก็ได้”

       หงเซ่อได้ยินชื่อนั้นแล้วก็แจ้งใจ เพ่ยเพ่ย ที่อีกฝ่ายกล่าวถึงคงจะเป็นคนในรูปวาดผีสิงแน่นอน

       “นางคงสวยมากใช่ไหมคะ” หงเซ่อถามอย่างพาซื่อ ตอนนี้นางไม่ได้กลัวอีกฝ่าย เมื่อรู้ว่าไม่ใช่ผี หากแต่เป็นมนุษย์ด้วยกัน และคงเป็นต้นเหตุที่ทำให้วิญญาณสาวข้ามภพมาอยู่ในร่างของหงเซ่อ และที่โลกกลมได้ขนาดนี้ย่อมมีสาเหตุซึ่งเกี่ยวพันไปถึงเพ่ยเพ่ย คิดได้อย่างนี้หงเซ่อคงต้องหาทางเข้าถึงอีกฝ่ายเพื่อจะมีวิธีกลับคืนสู่โลกปัจจุบัน

       “งามอย่างผู้หญิงเริงเมืองนะซี ข้าชังน้ำหน้านัก เพ่ยเพ่ยวาสนาดี พ่อนางเป็นเจ้าของห้างซือเชี่ยน มีกิจการการค้าใหญ่โตในเมืองจิ่นสือ แต่เท่าที่ข้ารู้ ตระกูลนั้นหาดีไม่ได้สักคน”

       “แล้วเจียนหลิวล่ะ เขายังจะส่งคนมาคิดบัญชีคุณชายถึงที่นี่ไหม”

       “ตราบใด ที่หยางซิ่วไม่ก่อเรื่องอีก เขาก็จะมีชีวิตยืนยาว” คำพูดลู่เหลียนทำให้หงเซ่อเข้าใจสถานการณ์หนุ่มหล่อ

       “แต่บางทีผู้ชาย อาจชอบเสี่ยงอันตรายโดยเฉพาะเรื่องความรัก”  หงเซ่อกล่าว

       “เฮ้อ ถ้าแบบนั้นคงต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามบุญและวาสนา ข้าคงไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งอีก” ลู่เหลียนว่าอย่างปลงๆ ก่อนจะหันไปเสริมสวยให้ตนเองต่อ





 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

0 ความคิดเห็น