สืบรักข้ามภพ (E-BOOK)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 67,970 Views

  • 131 Comments

  • 1,572 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,205

    Overall
    67,970

ตอนที่ 11 : ชาตินี้ข้าไม่คิดล่วงเกิน สตรีอัปลักษณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    30 ส.ค. 61



การนั่งเรือชมทะเลบัวแดงยามสายวันนี้สร้างความประทับใจแก่บุนซูมิน้อย

       “ที่นี่มีจุดหยุดเรือสำหรับถ่ายรูปสามที่ใหญ่ๆ ค่ะ และมีเกาะเล็กๆ ตรงกลางทะเลด้วย เดี๋ยวคุณลุงคงพาเราไปแวะถ่ายรูป” หล่อนว่าพร้อมยิ้มให้กล้องในมือชายหนุ่ม

       กระทั่งเรือจอดในจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวบางตาซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนกลับเข้าฝั่ง วีรินทร์ขอให้คนขับเรือเคลื่อนเรือเข้าไปใกล้ๆ ดอกบัวที่บานสะพรั่งทั้งที่มีป้ายเตือนปักเอาไว้ว่าเป็นเขตห้ามเข้า

       “ตรงนั้นผู้ใหญ่บ้านเขาขอไว้ เดี๋ยวลุงพาไปถ่ายที่อื่นนะ” เสียงชายสูงวัยเอ่ยพร้อมกับหลบสายตาวาวๆ ของวีรินทร์

       “อ้าว แล้วแบบนี้หนูจะถ่ายรูปสวยๆ ได้ยังไง” สาวอวบไม่ได้อยากทำลายธรรมชาติและบรรยากาศ แต่จุดถ่ายรูปก่อนหน้านี้ หล่อนถูกกลุ่ม

ก๊วนชายใจหญิงแย่งซีน คนพวกนั้นเปิดเพลงในมือถือเสียงดัง พยายามเป่าปากวี้ดวิ้วพร้อมโบกมือโบกไม้ให้บุนซู จนหล่อนขุ่นเคืองใจ หมดอารมณ์ถ่ายรูปกับดอกบัวแดง พอเห็นว่าบริเวณนี้เงียบสงบ มีดอกบัวสวยบานรับแสงแดดยามเช้าพร้อมสายลมเย็นที่พัดผ่านผิวน้ำ หล่อนเลยอยากถ่ายรูปบ้าง

       “อีกนิดเดียวนะลุง ขยับเข้าไปใกล้ๆ อีกหน่อย เดี๋ยวหนูให้เงินเพิ่ม” หล่อนโยนข้อเสนอล่อตาล่อใจชายสูงวัย

บุนซูซึ่งฟังการสนทนาอยู่นาน เริ่มเห็นใจคนขับเรือจึงเอ่ยกับสาวเจ้าเนื้อว่า

“คุณแก้มอุ่นถ่ายที่ไหนก็สวย เชื่อผมนะครับ”

       “ขอบคุณค่ะ แต่แก้มอุ่นอยากถ่ายรูปคู่กับดอกบัวดอกนั้นจริงๆ” หล่อนไม่ยอมแพ้ต่อความตั้งใจของตัวเอง และยามที่หันไปมองกลุ่มดอกบัวที่หมายตา ก็เหมือนมีพลังบางอย่างดึงดูดให้เข้าไปหา

       บุนซูไม่อยากขัดใจสาวสวย เขาเห็นว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยหากคนขับจะเคลื่อนเรือไปข้างหน้าอีกนิด เลยหันไปขอร้องคนขับเรือให้ผ่อนปรนสักหน่อย

ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาหนึ่งเฮือกใหญ่ และบ่นเพียงลำพัง “เฮ้อ พวกคนมีเงิน บอกก็ไม่ฟัง น้ำมันลึก...เป็นอะไรมาก็ยากอีก!

       จากนั้นรูปสวยๆ ของวีรินทร์ก็ถูกบันทึกโดยฝีมือตากล้องเฉพาะกิจอย่างบุนซู หล่อนถ่ายอยู่หลายอิริยาบถก่อนจะรู้สึกว่าเสื้อชูชีพทำให้ตัวเองดูคล้ายแหนมสดห่อใบตอง แถมถูกรัดด้วยหนังยางแน่นหนา ลำตัวเลยกลายเป็นปล้องๆ ดูไม่งามตา คิดได้ดังนั้นจึงถอดเสื้อชูชีพสีส้มแปร๊ดออก แล้วลุกขึ้นยืนบิดเนื้อบิดตัวให้กล้อง เลือกมุมที่ทำให้รูปร่างเพรียวที่สุดเท่าที่จะหลอกมุมกล้องได้ แต่จังหวะที่กำลังเปลี่ยนท่า สายลมหอบใหญ่ก็พัดผ่านมาวูบหนึ่ง

       ยามนั้นวีรินทร์รู้สึกหนาวสะบั้น ตามด้วยอาการหน้ามืดปุบปับ หล่อนเซเล็กน้อย การหายใจก็ติดขัดแปลกๆ

       กระทั่งสูดลมหายใจได้เต็มปอดจึงลืมตาขึ้น แต่คราวนี้หล่อนมองเห็นแสงประหลาดสีเทาทึบเคลื่อนผ่านหน้า ก่อนที่มันจะสร้างความสยองขวัญสั่นประสาทด้วยการทาบทับร่างสูงใหญ่ของบุนซู และดูเหมือนจะกลืนกินเขาให้หายไปต่อหน้าต่อตาหล่อน

 

       ณ โรงเตี้ยมกลางป่าไผ่ของลู่เหลียน บนเนินเขาสุสานพันปี

       หลังเหตุการณ์ที่นางโจรแลกชีวิตตนเอง เพื่อช่วยฉีหยางซิ่วให้รอดพ้นจากมือสังหารของเจียนหลิว หงเซ่อก็สิ้นสติด้วยร่างโชกเลือก และฉีหยางซิ่วกัดฟันพานางหลบหนีไปอย่างทุลักทุเลจนมาพบกับลู่เหลียน

       หงเซ่อยังนอนหายใจแผ่วเบาบนเตียง ไร้การตอบสนองใดๆ จนเขาอดกลัวไม่ได้ว่านางอาจไม่ฟื้นคืน

       ฉีหยางซิ่วถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาหลายหน ความรู้สึกเครียดจัดเกิดขึ้นนับแต่หงเซ่อได้รับบาดเจ็บและสลบไป แต่ก่อนเขาไม่คิดว่าตนจะห่วงใยอีกฝ่ายถึงเพียงนี้ แต่เมื่อนางเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อทำให้เขาได้มีลมหายใจสืบต่อ จึงเข้าใจเจตนาที่แท้จริงของนางโจรอัปลักษณ์ ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางมิใช่ต้องการจับเขาเป็นตัวประกัน หากแต่...มีความนัยอื่นที่แอบซ่อนไว้

       ชายหนุ่มตรึกตรองถึงเวลาที่ผ่านมา ในตอนแรกที่พบหงเซ่อ เขายังเคยคิดว่ามันเป็นเพียงขอทานน้อยพเนจร

 

       3 ปีก่อน

       หงเซ่อมีร่างผอมบางมิต่างจากเด็กผู้ชาย และใบหน้าที่มีปานแดงครึ่งซีกหน้าด้านซ้าย ทำให้มันดูอัปลักษณ์เกินใคร

ในฤดูใบไม้ร่วงปีนั้น อากาศเย็นสบายกำลังดี ฉีหยางซิ่วพบร่างหนึ่งนอนซุกอยู่ข้างกองไม้ใกล้โรงเก็บฟืนร้าง และปานแดงบนใบหน้ามันทำให้เขาตกใจแทบสิ้นสติ กระนั้นยังรวบรวมความกล้า ใช้กิ่งไม้เขี่ยร่างที่หายใจรวยรินดูด้วยความสงสารระคนเวทนา

       เมื่อมันค่อยๆ ลืมตา เขาจึงโล่งใจก่อนจะเรียกเด็กรับใช้มาช่วย แต่มันเปล่งเสียงแหบแห้งข่มขู่ดุจหมาจิ้งจอกน้อย เห็นแล้วเขาก็ไม่มีความเกรงกลัวอันใด ด้วยรู้ว่าตนพอจะรับมือไหว

       “เป็นผู้ใดแอบส่งตัวเจ้ามาลอบทำร้ายข้า” เขาถาม นอกจากไม่ตอบ มันยังครางขู่ทั้งที่เนื้อตัวมีบาดแผลเต็มไปหมด

       “บัดซบ คิดว่าเก่งแค่ไหน ถึงได้ตำตัวอวดดี”

       มันส่งเสียงครางตอบโต้ขึ้นทีหนึ่ง ก่อนวูบหลับไป

       ฉีหยางซิ่วนึกสงสาร กลัวว่าวันดีคืนดี คนของฉีเจียนหลิวจะโผล่มาพบมันเข้า จึงกลั้นใจลากมันไปซ่อนในเรือนพักของเขา

       หนุ่มรูปงามดูแลคนที่ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายวัน จนเริ่มคุ้นเคย กระนั้น ถ้อยคำที่ออกจากปากอีกฝ่ายก็มีเพียงการขออาหาร พร้อมขึงตาดุ ราวกับเห็นเขาเป็นศัตรู

       “ข้าช่วยชีวิตเจ้าแท้ๆ เหตุใด ถึงยังไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ”

       ริมฝีปากบางเม้มชิด ดวงตาดำขลับจ้องเขาเขม็งราวกับมีเรื่องแค้นใจ

       “ถ้าอยากเป็นใบ้จงแสดงต่อไปให้ตลอด เฮ้อ...ข้าอยากรู้นัก ระหว่างเจ้ากับหมาจรจัด ขุนสิ่งใดถึงจะไม่เสียข้าวสุก” ฉีหยางซิ่วเอ่ยจบก็หยิบพู่กัน แล้วระบายสีลงบนผืนกระดาษเนื้อดี เขาปล่อยใจไปกับธรรมชาติด้านนอกกระท่อมหลังเล็กซึ่งเป็นเรือนพัก แม้จะขัดแย้งกับฐานะอันสูงส่ง ด้วยเขาเป็นหลานชายของฉีหย่งชาง และเคยถูกวางให้อยู่ในตำแหน่งว่าที่เจ้าสำนักตะวันไร้พ่าย แต่ในวันนี้ทุกอย่างพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อปู่ทำสิ่งผิดพลาดใหญ่หลวงต่อตระกูลของเพื่อนรักร่วมสาบาน ก่อนจากไปอยู่ที่ผาไร้นามเพื่อสำนึกตนในความผิด

       จากนั้น หมู่ตึกเทพเซียนอักษรก็ถูกเปลี่ยนมือจากฉีหยางจงบิดาเขา และตกไปอยู่ในมือฉีเจียนหลิว พี่ชายฉีหยางซิ่วซึ่งมีมารดาเป็นคนรับใช้ในบ้าน

       เจ้าตัวสกปรกก้าวกะเผลกๆ มายืนดูเขาอยู่ห่างๆ มันกลืนน้ำลายเสียงดัง เมื่อเห็นยกเขาจอกสุราดื่มด้วยความสำราญใจ พร้อมบุ้ยใบ้ขอดื่มสุราด้วย

       “เป็นเด็ก อย่าริทำเรื่องเหลวไหล”

       “ขะ ข้า มะ ไม่ใช่เด็ก” มันเถียงกลับด้วยเสียงขาดห้วง

       “ลืมไป เจ้าไม่ใช่เด็กจริงๆ” เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างกรุ้มกริ่ม ก่อนกล่าวต่อ “แต่ถึงอย่างไร ข้าก็เป็นถึงคุณชายผู้สูงศักดิ์ มิอาจลดเกียรติให้เจ้าร่วมวงสุรา”

เขาว่าแล้วก็พยักหน้าน้อยๆ ปรามมัน

       “คุณชายอย่างนั้นหรือ ท่านดูเหมือนคณิกาชายในหอนายโลมเสียมากกว่า” มันหยามเขาด้วยคำพูดสกปรก

       “บัดซบ รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้” จอกสุราในมือเขวี้ยงไปหาร่างผอมแห้ง แต่มันหลบได้อย่างคล่องแคล่ว

       หนุ่มรูปงามรู้สึกเสียอารมณ์ เพราะมีร่างเหม็นเน่ายืนขวางหูขวางตา จึงถือป้านสุรา รวมถึงกระดาษกับพู่กัน หนีไปนั่งข้างสระบัวแดง

       สระน้ำดังกล่าวมีดอกบัวขึ้นอยู่หนาตา ในยามนี้อากาศเย็นอยู่สักหน่อย แต่ก็ทำให้สบายตัว และดอกบัวก็บานรับแสงอาทิตย์ มองแล้วเพลินตาสำราญใจ

       เขาจิบสุราพลางกล่าวบทกวีอันแสนขบขัน ด้วยในหัวนึกถึงเรื่องตลกของเจ้าตัวเหม็น

       มัจฉากลั้นใจตาย จันทร์หลบหายเร้นฟ้า

       ปักษีล่วงสู่พสุธา มวลปุบผาเฉาลาโลก

       กล่าวจบมือยาวเรียวก็วาดพู่กันลงบนกระดาษ เป็นรูปวาดที่เขาไม่คิดจะสะบัดปลายพู่กันมาก่อน ยามนั้น ร่างผอมบางลากสังขารมายืนอยู่ด้านหลัง มันตามตอแยเขาไม่เลิก

       กระทั่งลมหายใจเหม็นเน่าและกลิ่นตัวฉุนจัดโชยมาเข้าจมูก ฉีหยางซิ่วจึงต้องย่นจมูก และมีอาการคล้ายอยากขย้อนเอาของเก่าออกมา

       “ถ้าพรุ่งนี้ ข้าไม่จับเจ้าอาบน้ำ ก็คงจะเป็นข้าที่ต้องป่วยหนัก”

       “หากท่านคิดล่วงเกินข้า ระวังนิ้วทั้งสิบจะกุด และลูกตาคู่สวยนั่นจะหลุดออกจากเบ้า!

       แพคิ้วหนาที่พาดเฉียงเลิกขึ้นสองทั้งสองข้าง ดวงตาคมสีดำสนิทจ้องมันผู้นั้นอยู่ประเดี๋ยว ก่อนปล่อยเสียงหัวเราะขบขันออกมาพรืดใหญ่

       “ฮ่าๆ ๆ น่ากลัวมาก”

       ฉีหยางซิ่วหัวเราะจนตัวงอ เขาชอบใจ เพราะมันเป็นคู่สนทนาที่พิลึกเอาการ พลอยให้โลกเหงาๆ ของชายหนุ่มมีเรื่องให้เบิกบานใจ

“หรือว่าเจ้าเป็นจอมยุทธ์ ที่จะมาผดุงความยุติธรรม ให้แก่สตรีในรูปวาดของข้า”

       ดวงตามันจับจ้องเขาอย่างเคียดแค้น เห็นแล้วชายหนุ่มจึงแสร้งทำทีลูบเนื้อตัวตนเอง

       “เอาละ ข้าไม่อยากตอแยเด็ก ถ้าอยากอยู่เป็นเพื่อนเล่นข้า จงสงบปากสงบคำ มิอย่างนั้น ข้าจะส่งตัวเจ้าให้ทางการดูแล โทษฐานที่ลักลอบเข้าบ้านตระกูลฉี”

       เขาเอ่ยจบก็หันกลับไปวาดรูปต่อ ด้วยมีงานลับๆ เข้ามา เมื่อชายผู้หนึ่งกำลังตกที่นั่งลำบาก ด้วยเป็นที่ถูกใจสตรีที่ร่ำรวย และนางตบแต่งเขาเข้าบ้าน แต่นางเป็นหญิงอ้วนแสนน่าเกลียด กลิ่นตัวแรง ชอบผายลมเสียงดัง เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงมิใคร่เกิดอารมณ์พิศวาส กระนั้นนางก็มีความต้องการทางเพศสูงมาก ทุกคืน เขาต้องขึ้นเตียงกับนาง

ดังนั้นนอกจากสารพัดยาที่ช่วยทำให้น้องชายคึกคักที่เขากว้านซื้อจากสำนักหมอชื่อดังมากิน ชายหนุ่มจำต้องพึ่งภาพวาดชุนกงของฉีหยางซิ่ว เพื่อกระตุ้นความคึกคักให้ตนเอง เพราะภรรยาผู้นี้ไม่ยินยอมให้เขามีบ้านเล็กบ้านน้อย แม้แต่สาวใช้ นางก็เลือกคนที่มีรูปร่างและหน้าตามิต่างกับตน

       “ทำเรื่องชั่วช้า ยังคิดว่าตนเป็นผู้ประเสริฐ”

เสียงของมันลอยตามลมมาเข้าหูฉีหยางซิ่ว แม้จะขัดเคืองใจอยู่มาก แต่เขาไม่นำมาใส่ใจ มือยังเคลื่อนไหวอย่างว่องไว จนก่อเกิดเป็นรูปภาพผู้หญิงที่ดูแปลกตา มิใช่หญิงสาวหุ่นสะท้านใจ แต่เป็นผู้หญิงที่ร่างแบบบาง

       “นั่นมัน!
 
   ฝากด้วยครับ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

0 ความคิดเห็น