{NAMMIN} Cursed Monster : สัตว์ต้องสาป {BTS}

ตอนที่ 1 : ดินแดนใต้พิภพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 พ.ค. 62


Chapter I


ปาร์ค จีมิน
 คนหนุ่มวัย 20 ปีในชุดลำลองสีขาวดำ ตื่นขึ้นมาบนพื้นผิวแข็งๆที่เขาไม่คุ้นเคย สิ่งแรกที่เขารับรู้คือความเจ็บปวดบริเวณลาดไหล่และแขนด้านซ้ายที่เขาเองก็จำไม่ได้ว่ามาจากอะไร เอามืออีกข้างลูบเบาๆตามส่วนที่บาดเจ็บ ก่อนที่เขาจะรับรู้สิ่งต่อมา คือเขาไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังหลับตาหรือว่าลืมตาอยู่ เพราะไม่ว่าจะทำอย่างไรชายหนุ่มก็มองเห็นเพียงความมืดมิดปกคลุมอยู่รอบบริเวณ

เป็นเวลาพักใหญ่ๆที่เขานอนอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกระพริบตาหนักๆเพื่อให้แน่ชัดว่าเบ้าทั้งสองยังไม่กลวงโบ๋ คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวและไม่มีคำถามใดที่เขาจะตอบตัวเองได้ เขาไม่กลัวความมืด แต่ยังคงไม่ไว้ใจสถานการณ์ที่รายล้อมเขาไว้ในตอนนี้

เขาอาจจะแค่กำลังนอนอยู่บนพื้นที่ห้องนอน อาจจะเป็นหลังจากที่ดื่มหนักมากแล้วหลับไป แต่จีมินนั้นไม่มีทั้งครอบครัว เพื่อน คนรัก หรือแม้แต่คู่ขาข้ามคืนที่จะพาเขากลับมาถึงบ้านของตัวเองได้ ถ้าเป็นเจ้าของบาร์ก็คงทิ้งให้เขานอนหนาวอยู่หลังร้าน ดีขึ้นหน่อยก็ให้นอนบนโซฟา แต่ความมืดมิดเกินจะเป็นสถานที่เปิดนี้ตัดตัวเลือกทั้งหมดของจีมินออกไป

ที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้มันเงียบ... เงียบจนได้ยินแค่เสียงหายใจของตัวเอง

เขาเดาะลิ้นหนึ่งที

เต๊าะ!

มันดังมากกว่าที่เขาคิดเพราะเขาอยู่ในความเงียบมาได้พักใหญ่ๆ และเสียงเดาะลิ้นนั้นก็ดังสะท้อนกันไปมาบนพื้นผิวของกำแพงด้านบนหัวของจีมิน ก่อนจะหายไปเมื่อสะท้อนขึ้นไปสูงพอ

จีมินเอง ในตอนแรกนั้นคิดว่าเขาอาจจะอยู่ในชั้นใต้ดินของบ้านสักหลัง แต่เสียงที่หายไปในความสูงมากขนาดนั้นทำให้เขาคิดว่าตัวเองนอนอยู่ภายในของหอคอยสูงๆที่ทำจากวัสดุผิวมันจำพวกหินอ่อน หรือคอนกรีตพื้นเรียบ ตัวเขาอยู่ด้านล่างสุดของตัวหอคอย และฝ้าเพดานนั้นสูงขึ้นไปอีกไม่น้อยไปกว่าครึ่งกิโลเมตร -- มันก็แค่ทฤษฎีสุ่มเดาเท่านั้น

'ดูราพันเซลแล้วเก็บมาฝันรึไง?' ชายหนุ่มคิดกับตัวเอง

คำถามจริงๆคือ เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?

คนหนุ่มพรวดพราดขึ้นลุกนั่ง และนั่นทำให้เขามึนหัวอยู่ได้พักเล็กๆ มือหนึ่งยกขึ้นเสยผมหน้าม้าไปทางด้านหลัง มันเริ่มยาวปรกตาเขาแล้ว แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรมากนักถ้าเขายังมองเห็นแต่ความมืดอยู่แบบนี้ หน้าผากมนชื้นไปด้วยเหงื่อแม้รอบกายไม่ได้มีความร้อน เขาหันมองรอบตัว ความมืดมิดและเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นทุกครั้งที่จีมินค้นพบว่าที่นี่คือที่แบบไหน

เด็กหลงทางลูบไปตามพื้นแข็งๆที่กำลังนั่งอยู่ และเขาค้นพบว่ามันคือพื้นหินเรียบๆ ผงดินสากๆทำให้เขามั่นใจว่านี่ไม่ใช่พื้นปูนฉาบ คอนกรีต หรือหินอ่อน และเมื่อเขาป่ายมืออย่างระแวดระวังไปได้สักพักก็พบว่ามันคือแท่นหิน ขอบที่ไม่ได้เรียบนั้นเกือบจะบาดมือของเขาไปแล้ว

เขาเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่บนพื้น

เขานิ่งไปสักพัก แล้วหย่อนขาลงพื้น กล้าๆกลัวๆ เท้าเปล่าของเขาสัมผัสกับพื้นที่เหมือนหินอ่อนเรียบเย็นๆ เขาแปลกใจนิดหน่อยที่แท่นหินนี้สูงเท่ากับความสูงของเตียง จีมินลุกยืนขึ้น ... และเขาก็ได้เพียงยืนอยู่อย่างนั้น -- เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเดินต่อไปได้อย่างไร สีดำรอบตัวเขาช่างน่าหวาดระแวงไปเสียหมด

แม้จะยืนกรานว่าไม่ได้กลัวความมืด แต่สถานที่ที่ตนไม่คุ้นชินเช่นนี้ก็มีคุณสมบัติมากพอที่จะทำให้จีมินตัวสั่นงันงก; คนเราก็กลัวในสิ่งที่ไม่รู้กันเสียทั้งนั้น

เสี้ยวหนึ่งที่เขาฉุกคิดว่า นี่อาจเป็นห้องที่มีแสงสว่างจ้าส่องไปรอบๆ แต่เป็นตาของเขาเองที่ไม่อาจมองเห็นได้อีกต่อไป

'หรือว่าเราจะตาบอดไปแล้วจริงๆ?' จีมินคิด รู้สึกชาแปลบขึ้นมาจากปลายเท้าจนขนหัวลุก

เขาไม่ต้องการแบบนั้น ไม่เลยสักนิด

ชายหนุ่มกลืนก้อนความกังวลอึกใหญ่ลงคออย่างลำบาก ก่อนจะพยายามกวาดเท้าไปรอบๆและเริ่มเดิน... เดินไปตามทางที่ตัวเองหันหน้าเข้าหา ภาวนาให้สิ่งกีดขวางที่เท้าของเขาจะสัมผัสสิ่งแรกคือไฟฉาย หรืออย่างน้อยก็ดอกไม้สวยๆสักดอก(ที่ไม่ได้มีพิษ) ไม่ใช่ปุ่มกลไกกับดัก หรือลูกนัยตามนุษย์ที่หลุดออกจากเบ้าสดๆร้อนๆ

"เจ้าตื่นแล้ว"

"ใครน่ะ!!!"

จีมินสะดุ้งตัวโหยงเมื่อเสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังแทรกความเงียบออกมาจากด้านหลัง เขาหันหลังขวับ ประจันหน้ากับความมืดที่มีใครสักคนซ่อนตัวอยู่ภายใน ร่างกายตอบสนองอัตโนมัติโดยการตั้งการ์ดยูโดที่เคยฝึกมาตั้งแต่ประถม

เขาได้ยินเสียงทุกอย่างชัดเจนไปหมดเพราะความเงียบของที่แห่งนี้ เสียงหอบหายใจของตนดังหืดหาด ก้อนเนื้อในอกของเขาเต้นเหมือนกลองรัว เม็ดเหงื่อมหาศาลทำให้คอเสื้อเริ่มชื้นตัวขึ้น

เหลืออีกแค่อย่างเดียวที่เขายังไม่ได้ยินมันเล็ดลอดความเงียบงั้นเหล่านี้ออกมา ... เสียงหายใจของชายในเงามืด

"คุณเป็นใคร" จีมินถาม พยายามกดเสียงตัวเองไม่ใฟ้สั่นไหวอย่างลำบาก "แล้วผมอยู่ไหน คุณต้องการอะไรจากผม"

"เจ้าอยู่ในดินแดนใต้พิภพ และข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใด เพียงมาช่วยเหลือเจ้าเท่านั้น" เสียงเดิมตอบกลับมาแทบจะทันทีทันใด

เสียงนั้นเมื่อลองตั้งใจฟังดูแล้ว มันไม่ได้ทุ้มต่ำน่ากลัวหรือเยือกเย็น ไม่ใช่เสียงของพ่อมดอายุเป็นพันๆหมื่นๆปี แต่กลับเป็นเสียงนุ่มๆลื่นหูเหมือนเสียงพูดของคนหนุ่ม ออกจะทุ้มกว่าเสียงของจีมิน และติดแหบเล็กๆ

"ดินแดนใต้พิภพหรอ? ช่วยเหลืองั้นหรอ?" จีมินพึมพำขึ้นอย่างฉงน เขาหายหวาดกลัวหลังจากเสียงปริศนานั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนจะมาทำร้ายเขาจริงๆ แต่เขาก็ยังตั้งการ์ดอยู่ "คุณน่าจะจำคนผิดนะครับ"

"ไม่หรอก ... ไม่ผิดแน่หากนามของเจ้าคือ ปาร์ค จีมิน" เขากล่าว เงียบลงสักพัก แต่พอจีมินจะได้เอ่ยอะไรเข้าก็เริ่มพูดต่อ "แขนเจ้า ... ยังเจ็บมากอยู่ไหม?"

"อ้อ.. ก็นิดหน่อย พอทนได้แหละ ... ครับ" จีมินตอบรับไปลูบแขนของตัวเองไป เพียงไม่นานที่บทสนทนาเงียบไป เขาถามอีกคำถามที่ค่อนข้างคั่งค้างอยู่ในใจ "คือว่า.. ห้องของที่นี่มันมืดสนิทจริงๆ หรือว่าผมตาบอดไปแล้วกันแน่"

เขาไม่ได้รับคำตอบอื่น มีเพียงแค่เสียง "หึ" ในลำคอเบาๆเท่านั้นที่ตอบกลับมา นั่นทำให้เขากังวลใจเสียยิ่งกว่าเดิม

เขายังไม่ทันจะอายุ 21 ปีแต่กลับตาบอดเพราะอะไรก็ไม่รู้ที่เขาเองก็จำไม่ได้ แล้วยังจะคนแปลกๆที่เขากำลังเสวนาด้วยนี่อีก

     เป๊าะ

     !!!

เสียงดีดนิ้วดังขึ้นในจังหวะเดียวกับที่แสงสว่างแรกปรากฏต่อสายตาของจีมิน เขาหรี่ตาเพราะปริมาณแสงที่มากเกินไป ก่อนจะค่อยๆปรับการมองเห็นได้ ตะเกียงน้ำมันรูปทรงเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ข้างๆแท่นหินที่จีมินตื่นขึ้นมาคือสิ่งที่ถูกจุดขึ้นเมื่อครู่

เขาหันมองไปรอบๆตัวและพบว่าที่นี่คือห้องที่มีเพดานสูงกว่า 5 เมตร ผนังเป็นหินและไม่ได้เรียบนัก และมีเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากหิน 80 เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือ ห้องนี้มีการจัดวางและตกแต่งข้าวของเครื่องใช้เหมือนกันกับห้องพักประจำของเขาเองทุกระเบียดนิ้ว เพียงแต่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา

ที่เก้าอี้ขนาดเล็กข้างๆเตียงนอน ปรากฏเป็นเงาของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ดูเป็นคนหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆ ท่าทีสงบนิ่ง แม้แต่แผงอกไร้สิ่งใดปกปิดนั้นก็ดูเหมือนไม่ได้ขยับขึ้นลงไปตามจังหวะการหายใจ เขาดูเหมือนเป็นเพียงหุ่นขี้ผึ้งในตอนนี้

"เอ่อ.. คุณคือ..." จีมินถามขึ้นเมื่อมองเห็นชายผู้นั้น ค่อยๆก้าวขาเข้าหาช้าๆและภาวนาให้เขาไม่มีอันตรายอย่างที่เขาบอกเอาไว้จริงๆ

"ข้าหรือ?" ชายผู้นั้นลุกยืนขึ้นเต็มความสูง เขาสูงกว่าจีมินประมาณหนึ่ง ทั้งสองยืนจ้องกันอยู่สักพักจนจีมินเป็นฝ่ายเสตาหนีไป ชายแปลกหน้าส่งยิ้มน้อยๆให้ผู้ฟัง "นามของข้าคือ คิม นัมจุน"

"คิม นัมจุน ... แล้ว คุณต้องการอะไรจากผม?" จีมินถาม เสียงของเขาหายสั่นแล้ว และนั่นเป็นเรื่องดี เขาสามารถพูดได้อย่างมั่นใจ 70 เปอร์เซ็นต์ เลยว่าเขาสามารถเชื่อใจชายคนนี้ได้ รู้ตัวอีกทีเขาก็เลิกตั้งการ์ดยูโดของตัวเองไปเสียแล้ว

"ข้ามิได้ต้องการสิ่งใจจากเจ้า" นัมจุนส่ายหัว "คำถามนั้นต้องคืนสู่เจ้าเสียมากกว่า ... เหตุใดเจ้าจึงส่งตัวเองมาตายในดินแดนใต้พิภพแห่งนี้?"

"ดินแดนใต้พิภพ? ตาย? ผมจำไม่ได้เลยสักอย่างเดียว"

นัมจุนพยักหน้า "งั้นรึ?" เขาว่า สายตาครุ่นคิดพลางจ้องมองเด็กหนุ่ม

"แล้วนี่จะไม่ใส่เสื้อหน่อยหรอครับ" จีมินถามต่อ จ้องตาอีกคนกลับไปอย่างเสียไม่ได้

"หึ" คนแก่กว่าหัวเราะน้อยๆ "ไม่มีเสื้อตัวใดที่ถักทอขึ้นเพื่อคนอย่างข้า"

"คุณเป็นคนอย่างไหนล่ะ"

สิ้นคำถามนั้น นัมจุนไม่ได้ตอบอะไร เขาเดินออกมาจากมุมมืด ใกล้ผู้มาเยือนมากขึ้น และใกล้กับตะเกียงมากขึ้น แล้วจึงหันลำตัวน้อยๆ จีมินมองดูทุกการกระทำอย่างงุนงง

ใบหน้าของเขาที่ตกกระทบแสงไฟมากขึ้นทำให้มองดูรายละเอียดได้มากขึ้นไปด้วย ผมสีขาวที่ไม่ใช่ผมหงอกเพราะใบหน้าที่ยังหนุ่มแน่นถูกจัดทรงอย่างลวกๆ ส่วนหนึ่งถูกปัดไปด้านหลังในขณะที่บางส่วนยังคงปรกหน้าผาก ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีเขียว และข้างหนึ่งมีรอยแผลเป็นตัดผ่านตั้งแต่ช่วงคิ้วลงมาถึงกึ่งกลางใบหน้า


เมื่อได้ลองมองดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว กลับพบว่าด้านหลังของชายผู้นี้ไม่ได้เรียบเปล่า ปีกขนาดใหญ่กว่าตัวของเขาเป็นสองเท่าเหยียดยื่นออกมาจากแผ่นหลัง ขนสีดำขลับปกคลุมไปทั้งส่วน มันไม่มีเงาวาว ไม่แม้กระทั่งสะท้อนต่อแสงตะเกียงที่หัวเตียง มีเพียงสีดำที่ดูแล้วเรียบราวกับต้องการจะหลอกสายตา มันจึงเหมือนเป็นเพียงภาพวาดที่อยู่ด้านหลังของเขาเท่านั้น

"ค..คุณ ปีกนั่น..." จีมินพูดตะกุกตะกัก ตาเบิกโพลง ท่าทางเหมือนว่าจะเป็นลมล้มพับลงไปเสียให้ได้

"อา..." นัมจุนทำหน้าตาเหมือนเพิ่งนึกได้ เขาเดินมานั่งบนแท่นหินข้างจีมิน ขยับปีกสองสามครั้งเพื่อให้อีกคนได้เห็นว่าสิ่งนี้เป็นอวัยวะหนึ่งของเขาจริงๆ "ใช่แล้ว... ข้ามีปีก ... เจ้าอาจไม่คุ้นชินกับสายพันธุ์อย่างเราๆนี้" เขาหยุดมองท่าทีอีกคน ดวงตายังคงเบิกโพลง ปากยังคงอ้าค้าง เขาหัวเราะเล็กๆแล้วว่าต่อ "ใต้พิภพเราคือครึ่งมนุษย์ครึ่งปีศาจ ... แต่นั่นไม่ได้แปลว่าข้าจะจับเจ้ากินประทังชีวิตหรอก อย่าทำหน้าเครียดนักสิ"

ปีศาจหัวเราะออกมา ทำให้จีมินรู้ว่าเขากำลังกลัวสิ่งที่ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย "ให้ตายเถอะ" เด็กน้อยนั่งลงบนแท่นหิน มือกุมขมับ

"แต่ข้าพูดความจริงนะ ... มนุษย์อย่างเจ้า ไม่ควรเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เลย"

"แปลว่าเรื่องคอขาดบาดตายนี่เป็นเรื่องจริงหรอ" จีมินถามตาโต "แล้วผมจะออกไปได้ยังไง"

เมื่อได้ยินคำถามดังนั้น นัมจุนผู้ร่าเริงสดใสเมื่อครู่บัดนี้กลับกลายไปเป็นความเงียบงันที่โอบล้อมตัวของจีมินเอาไว้ดังเดิมเช่นตอนแรก

แน่นอนว่าอีกคนรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง เขาไม่แน่ใจว่าต้องทำอย่างไรเมื่อเห็นนัมจุนกลับไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม เขาจึงนั่งบนแท่นหินอยู่อย่างเดิมนั้น ใตร่ตรองถึงสิ่งที่พูดไปว่ามีส่วนไหนที่ดูจะเป็นส่วนผิดพลาด แม้เขาจะรู้ว่าเขาไม่มีวันรู้ข้อผิดพลาดก็ตาม

"ผม ... ขอโทษนะ" จีมินพูดผ่านความเงียบที่น่าอึดอัดออกไป มันดังก้องขึ้นไปบนเพดาน ปีศาจหันมองหน้าเด็กหนุ่ม จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น อีกคนก็มองกลับไป

"..."

"..."

"เจ้าเหมือนกับเขาจริงๆ"  นัมจุนพึมพำเบาๆเหมือนกำลังสนทนากับความคิดของตัวเองอยู่ "เหมือนเหลือเกิน"

"ใครหรอ?" จีมินถาม

"ความทรงจำ" นัมจุนเงียบไป ก้มหน้าลงต่ำ "หนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่"

"..."

"รู้อะไรไหม ข้าจะพาเจ้าเที่ยวรอบๆบ้านข้า" นัมจุนโพล่งขึ้นจนอีกคนสะดุ้งกับเสียงดังแบบกะทันหัน จีมินทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับกับทุกอย่างที่อีกคนพยายามจะหยิบยื่นให้ ไม่ว่าจะต้องการมันหรือไม่ก็ตาม

"อา.. ยังไงผมก็ออกไปไม่ได้หรอ?" จีมินว่า "ที่นี่มันเป็นที่แบบไหนกัน"

"ตามข้ามาสิ เจ้าอาจจะชอบ" นัมจุนเอ่ยตอบ ยื่นมือเข้าหาคนฟัง จีมินถอนใจเล็กน้อยจนในที่สุดก็ยอมจับมือกับอีกคน ขนาดมือของทั้งสองต่างกันมาก นั่นทำให้นัมจุนกักขังมือเล็กๆของจีมินเอาไว้ได้ไม่ยากนัก

"ก็คงไม่มีทางอื่นนี่นะ"

"ก็คงเป็นเช่นนั้น"


TBC
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #3 บบบบบ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 15:12

    ชอบมากกกก

    #3
    0
  2. #2 leenutcha (@leenutcha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 13:26
    เย้ๆๆ มาอัพแช้ววเนื้อเรื่องน่าติมตามมากค่าาาาาาา รอนะคะ
    #2
    0