รักลืมออกแบบ (E-BOOK)

ตอนที่ 9 : 5 (40%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,716
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 52 ครั้ง
    4 ธ.ค. 63

 

 

เป็นการเดินทางที่ค่อนข้างทรมานใจเมธาวีเป็นอย่างมาก เพราะไม่อยากกลับไปสถานที่ที่เธอได้ก่อเรื่องไว้ ด้วยเกรงว่าอาจจะไปเจอเขาอีกครั้ง แล้วไม่รู้ว่าต้องทำหน้ายังไง หรือถ้ามีคนจำได้ว่าคืนนั้นเธอกับเขาเข้าห้องเดียวกันจะทำยังไง เมธาวีนั่งคิดเรื่องนี้ไปตลอดการเดินทางตั้งแต่ออกเดินทาง จนตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่บนรถตู้ของโรงแรมที่มารับเธอที่สนามบิน

“คุณผู้หญิงครับ เชิญครับ” พนักงานขับรถของโรงแรมที่เปิดประตู้ค้างไว้บอกกับเธอ เมื่อเห็นว่าประตูเลื่อนเปิดนานแล้ว แต่เธอยังไม่ขยับ

“อ่อ ค่ะๆ ขอบคุณนะคะ” เมธาวีรีบลงจากรถด้วยความเกรงใจ เพราะทั้งพนักงานขับรถและยกกระเป๋า ยืนมองเธออยู่นานแล้ว 

“ขอโทษจริงๆ ค่ะ ”

พนักงานส่งยิ้มให้ พร้อมกับลากกระเป๋าเธอไปไว้ที่บริเวณแผนกต้อนรับ เพื่อรอรับคีย์การ์ด

“เดี๋ยวกระเป๋าดิฉันจัดการเอง ขอบคุณมากนะคะ” เมธาวีเกรงใจสวัสดิการที่โรงแรมจัดให้

“แต่คุณผู้หญิงจะมาบรรยายให้กับทางโรงแรมเรา ดังนั้น นี่เป็นนโยบายที่ต้องดูแลอยู่แล้วครับ”

“ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ ฉันอยากเดินดูอะไรเพลินๆ ด้วย”

“เอ่อ ได้ครับ” พนักงานรีบเดินไปที่เค้าเตอร์เพื่อขอรับคีย์การ์ดให้กับเมธาวีที่ทางผู้จัดได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี่แล้ว

“ห้อง 1407 ครับ” 

“ว้อท!” เมธาวีอุทานด้วยเสียงที่ไม่เบานัก

“คุณผู้หญิงมีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ” พนักงานทำท่าตกใจ

“ไม่ค่ะไม่ ไม่มีอะไรค่ะ ขอโทษที” เธอรีบปฏิเสธทันที ทั้งที่ในใจตอนนี้กำลังร้อนเป็นไฟแล้ว ในหัวตอนนี้มีแต่คำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มีคนแกล้งเธอหรือเปล่า หรือแค่เป็นเรื่องบังเอิญเท่านั้น แต่ทำไมเธอถึงได้พักที่ห้องเดิม ห้องเดิมที่ควรจะได้พักแต่กลับไม่ได้พักเลย เพราะมากสุดครั้งนั้นเท่าที่จำได้ก็แค่เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า 

 

“มาแล้วใช่ไหม” เสียงอย่างคนรอคอยถามเมธี เลขาคู่กายที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนสนิทด้วย ว่าคนที่เขารอคอยมาทั้งสัปดาห์ได้เดินทางมาถึงแล้ว คนที่บอกกับเขาว่า “ฉันไม่ถือ”

“ครับ กำลังให้คนพาไปที่ห้องพัก” เมธีรายงานเพิ่มเติม

“ห้องเดิมใช่ไหม”

“ครับ ห้องเดิมที่เคยพัก”

เพราะตั้งแต่ที่เธอเดินออกจากห้องเขาไป ไม่ได้บอกกระทั่งชื่อเสียงเรียงนาม แถมยังฝากประโยคส่งท้ายที่ทำให้เขาเจ็บจี๊ดทุกทีเวลาที่นึกถึง เขาก็เริ่มให้เมธีค้นหาที่อยู่ตามที่ระบุไว้ในบัตรพนักงานของเธอที่ทำตกไว้ทันที

 

น่านนที เลิศศบูรณะทายาทผู้สืบทอดกิจการต่อจากบิดา แม้คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าผู้นำเครือเลิศศบูรณะคนต่อไปจะเป็น น่านฟ้า นั้นแสดงว่าคนเหล่านั้นยังรู้ไม่มากพอ เพราะน่านฟ้าและน่านนที แม้จะเป็นพี่น้องกันอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ แต่แท้จริงแล้ว น่านฟ้าคือเด็กในอุปการะของบิดา ที่เขานำมาชุบเลี้ยงตั้งแต่เด็ก ก่อนที่จะมีน่านนทีด้วยซ้ำ คนส่วนใหญ่เลยเข้าใจว่า เครือเลิศศบูรณะมีทายาทสืบต่อรุ่นถึง 2 คน

“ดูเธอให้ดี แล้วอย่าหลุดเรื่องของผมเด็ดขาด” น่านนทีกำชับเลขาอีกครั้ง พร้อมกับยิ้มร้ายอย่างเด็กที่กำลังรอดูเรื่องสนุก

“ครับ” เมธียังคงขานรับผู้เป็นนายอย่างต่อเนื่อง

“กำหนดการยังเหมือนเดิมใช่ไหม”

“ครับ ช่วงเช้า คุณไปกล่าวเปิดงาน คุณเมธาวีจะเริ่มบรรยายช่วงบ่าย มีกิจกกรมกลุ่มนิดหน่อย และสายของอีกวันก็จะสรุปกิจกรรมกัน และจบกิจกรรมในช่วงของคุณเมธาวีครับ รับรองว่าไม่ได้เจอกันบนเวทีแน่นอน ” เมธีอธิบายรวดเดียวจบ

“ดี” เขาพอใจกับการรายงานดังกล่าว

เมธีใช้เวลาเพียงไม่นานในการตามหาข้อมูลของเจ้าของบัตร ที่ผู้เป็นนายมอบหมายให้ไปสืบ เพราะเป็นบริษัทที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงพอตัว แล้วบุคคลที่อยู่ในบัตร ก็จัดได้ว่าเป็นแนวหน้าของวงการเองเช่นกัน และการสัมมนาอบรมพนักงานใหม่ที่กำลังจัดขึ้นนี้ ก็เป็นความคิดของคนที่กำลังเปิดแฟ้มดูงานอยู่นั้นเอง

ทั้งที่ช่วงนี้เป็นช่วง High Season ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ลางานติดต่อกับเทศกาลปีใหม่แท้ๆ แทนที่จะให้พนักงานไปช่วยกันรับลูกค้า ไม่เข้าใจเลยจริงๆ เขาไม่เข้าใจเจ้านายของตนเองเลยในตอนแรกที่สั่งให้เขาไปสืบประวัติของคนๆ หนึ่ง เพราะปกติเรื่องธุรกิจ จำเป็นต้องรู้ประวัติคู่ค้า คู่ขายอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้พอเห็นเป้าหมายและสายตาของผู้เป็นทั้งนายและเพื่อนแล้วนั้น เมธีคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ

“จำเป็นต้องเรียกพนักงานเราบางส่วนเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ด้วยหรือครับ” เมธีถามคำถามเดิมที่เคยถามไปตั้งแต่คราวที่เขาสั่งครั้งแรก

“มาก”

 “ยังไงครับ” เขาซักต่อ

“ไม่มีเหตุผล ฉันแค่อยากทำ นายไปจัดการให้ได้แล้วกัน” เขาตอบแบบไม่สนใจที่จะมองหน้าคนฟัง

เมธีส่ายหัว แต่ก็เดินออกไปจากห้องจัดการสิ่งที่ผู้เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนเจ้าปัญหาสั่งมา

 

“รอบนี้ฉันจะได้นอนจริงๆซินะ” เธอพูดคนเดียวตอนแตะคีย์การ์ดเข้าห้องพัก ห้องเดิมที่เคยเกือบได้พัก แต่ไม่ได้พักเลย 

เมธาวีลากกระเป๋าเข้ามาในห้อง วางไว้ที่ปลายเตียง ยังไม่มีอารมณ์จะจัดเสื้อผ้าหรือทำอะไรทั้งนั้น ควานหาไอแพดในกระเป๋าขึ้นมาเช็คความเรียบร้อยของไฟล์งาน กำหนดการ และอุปกรณ์ต่างๆ ก่อนการขึ้นบรรยายในวันพรุ่งนี้

“เสร็จศุกร์เที่ยงรึ งั้นบ่ายก็เที่ยวต่ออีกนิดแล้วกัน ค่อยไปต่อ” เธอบอกกับตัวเอง เพราะทางโรงแรมที่เชิญวิทยากร ออกค่าใช้จ่ายเรื่องตั๋วเครื่องบิน และที่พักให้ 2 คืน คืนวันพุธและวันพฤหัส เช้าวันศุกร์ เธอมีสรุปการบรรยายแค่ถึงเที่ยง เสาร์อาทิตย์ก็เป็นวันหยุดต่ออีก เธอเลยจองอีกโรงแรมไว้เที่ยวต่อเสาร์อาทิตย์ ส่วนตั๋วกลับ เธอปฏิเสธทางโรงแรมไป เพราะไม่ต้องการบินกลับในเวลาที่เจ้าภาพจัดไว้ให้ 

เลยกลายเป็นว่าเธอมานอนค้างตั้งแต่วันพุธ เพื่อที่จะรอบรรยายบ่ายวันพฤหัสนี่นะ  และบ่ายวันศุกร์ก็จะเก็บกระเป๋าไปนอนอีกโรงแรม แต่เธอก็บ้าจี้บินมาตามกำหนดการที่ทางโรงแรมจัดไว้ เพราะปกติถ้าบรรยายบ่าย เธอบินมาเช้าของวันทำงานเลยก็ได้ แต่มาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ถือโอกาสพักผ่อนด้วย เธอคิดเข้าข้างตัวเองว่าตัดสินใจถูกแล้ว

“พรุ่งนี้เริ่มบ่าย งั้นเย็นนี้ก็ไปเดินดูบรรยากาศได้นะซิ ดาเอ๋ย พี่จะไปตามจุดเช็คอินอวดของกินที่เธออยากกินให้หมดเลยคอยดู” เธอยิ้มอย่างผู้มีชัยเหนือกว่าน้องในทีม เพราะก่อนมา ดาริกา หรือดาด้านั้นฝากเธอไปดูนั้น ดูนี้ บอกมีร้านน่ารักๆ เปิดใหม่เยอะแยะเลย เห็นเขารีวิวกันเยอะมาก แต่ยังไม่มีโอกาสมาลอง เลยได้แค่ฝากให้พี่ใหญ่มาเซอเวย์ดูให้ก่อน

พอนึกถึงของกิน ร้านน่ารักๆ เธอก็ลืมเรื่องที่หนักใจก่อนที่จะมาถึงโรงแรมไปทันที เพราะยุ่งอยู่กับการเช็คอุปกรณ์ และเตรียมตัวออกไปเดินหาของอร่อยๆ กินเย็นนี้นั้นเอง

และแล้วการบรรยายก็จบลงได้ด้วยดี ผู้เข้าร่วมอบรมให้ความร่วมมือและแสดงความสนใจดีมาก ดีจนเหนือความคาดหมาย เหลือเพียงรับประทานอาหารกลางวันที่ผู้จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งนับได้ว่าเป็นการดูแลและบริการที่ดีมาก สมกับชื่อเสียงที่ได้ยินมา หลังจากที่รับประทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อย เธอก็ขอตัวไปเก็บกระเป๋าเดินทางต่อ โดยให้เหตุผลว่าต้องไปเก็บข้อมูลสำหรับใช้ในโปรเจคงานชิ้นต่อไปที่กำลังจะทำ

เมธีที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอบรมครั้งนี้ แต่เข้าไปสังเกตการณ์ในห้องบรรยายเป็นพักๆ ซึ่งก็ทำให้หลายๆ คนแอบสงสัยเหมือนกันว่า เลขาท่านประธานมาทำอะไรในห้องอบรมตั้งหลายครั้ง หรือจะมาคอยเช็คพนักงานว่าเข้าร่วมกิจกรรมครบหรือเปล่า งานนี้เลยไม่มีใครกล้าโดด แถมยังให้ความร่วมมือกับวิทยากรดีมากด้วย แต่ถึงแม้จะไม่ใช่มาเพื่อเช็คพนักงาน แต่ก็คงไม่มีใครอยากโดดเพราะส่วนใหญ่คิดว่าโชคดีมากที่ได้เห็นเลขาหนุ่มหล่อใกล้ชิดขนาดนี้ ปกติเห็นเดินคู่กับท่านประธาน มาไวไปไวตลอด 

“อย่าลืมให้รถไปส่งเธอถึงที่พัก ดูแลเธอด้วย” เมธีสั่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบห้องอบรมครั้งนี้ให้กำชับพนักงานที่จะไปส่งเธอให้เข้าใจอีกที

“ได้ค่ะคุณเมธี” เจ้าหน้าที่สาวตอบพร้อมกับยิ้มหวานหยดย้อยให้เมธี

เมธี เลขาคู่ใจท่านประธาน พ่วงด้วยตำแหน่งเพื่อนรัก นักกฎหมาย และอีกหลายตำแหน่งที่น่านนทีบังคับและยัดเยียดให้เขา เรียกได้ว่าเป็นชายที่รูปร่าง หน้าตา รวมทั้งการศึกษาที่ดีไม่น้อยหน้าใครเลย แถมนิสัยยังดีมากๆ ไม่ถือตัวกับพนักงานที่ระดับต่ำกว่าเลย จึงไม่แปลกที่จะทำให้หลายคนเข้ามาโปรยเสน่ห์ใส่ทุกครั้งที่มีโอกาส

 

 

-----------------------------------------------------------

มาช้า แต่มาเด่อ มีใครรอเค้าอยู่มั้ยเอ่ย……

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 52 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น