รักลืมออกแบบ (E-BOOK)

ตอนที่ 25 : 11 (70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    1 ม.ค. 64

 

           “เจ้ ได้ข่าวว่าทีมบีเขาไปฉลองกันแบบจัดหนักจัดเต็มเลยนะ” หยกกระซิบดาริกา

            “ขนาดนั้นเชียว”

            “ใช่ๆ” หยกพยักหน้าหงึกหงักเหมือนกลัวดาริกาจะไม่เชื่อ

            “แล้วยังไงอะ”

            “ก็ไม่ยังไงหรอกเจ้ แต่แบบ”

            หยกเงียบลงกะทันหัน ไม่กล้าพูดต่อเพราะดาริกาหันมาจ้องหน้า ไม่ได้ว่าอะไรแต่สายตาบ่งบอกว่าให้หยุดพูดได้แล้ว 

            “ตั้งใจทำงานตัวเองไปเถอะ เพราะเรายังทำไม่เต็มที่ไง เจ้ใหญ่ถึงต้องมานั่งเครียดอย่างนี้ทั้งที่ไม่น่าจะต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย” ดาริกาพูดพร้อมกับหันหน้าไปทางพี่ใหญ่ที่กำลังขะมักเขม้นกับงานในมือ

            หยกสงบปากสงบคำลงทันที

 

            ด้านเมธาวีที่พอมีวิธีที่จะได้ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ก็เริ่มคิดรูปแบบและคอนเซ็ปต์ของงานทันที ยิ่งคิดก็ยิ่งมีความสุข เพราะความคิดที่เคยมืดสนิทตอนนี้เห็นแสงสว่างรำไรแล้ว

            “เที่ยงนี้กินอะไรกัน เจ้เป็นเจ้ามือ” เมธาวีลุกขึ้นแจ้งข่าวกับน้องๆ

            “เย้” เสียงปรบมือและโห่ออกมาพร้อมกัน

            “ขอแบบจัดหนักจัดเต็มเลยได้ไหมพี่” เบิ้ลถามขึ้นมา

            “เอาแค่พอดีจ่ะ” เมธาวีเบรกความคิดไว้ทันที

            “งั้นเจ้เลือกร้านเลย” ดาริกาพูดพร้อมกับขำท่าทางของเบิ้ล

            “งั้น รอจัดหนักจัดเต็มตอนฉลองชัยชนะนะครับพี่” เบิ้ลยังไม่ยอมแพ้

            “ได้” เมธาวียิ้มตอบ

            แล้วเที่ยงวันนั้น ทั้งทีมก็ออกไปกินข้าวพร้อมกันที่ร้านประจำ ร้านอาหารอีสานที่รสชาติจัดจ้าน ถูกปากทุกคนในทีม ยกเว้นเจ้ใหญ่ในทีมที่ชอบแต่ทานเยอะไม่ได้ เพราะเมนูแต่ละอย่างไม่ค่อยถูกกับกระเพราะเธอเท่าไหร่ ทานได้แต่ขอรสชาติที่ไม่จัดจ้านมากนัก แต่ที่สำคัญที่สุดของร้านนี้คือสะอาดและบรรยากาศก็ดี ราคาก็เป็นมิตร ร้านอาหารอีสานแห่งนี้เลยกลายเป็นร้านประจำของทีมนี้เสมอมา

            “ขอบคุณสำหรับอาหารมือนี้นะครับ ประทับใจน้องมาก” เบิ้ลกล่าวทั้งที่ยังมีของกินในปาก

            “รอบหน้าสัญญาแล้วนะว่าจะจัดหนัก จัดเต็ม” หยกเสริมมาอีกคน

            “ถามเราทุกคนเถอะ ถ้าอยากจะให้พาไปจัดหนักจัดเต็ม ทุกคนอาจจะต้องเหนื่อยหน่อยนะ”

            “สบายมากเจ้” ดาริกาให้กำลังใจ

            หลังจากที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตากินของกินตรงหน้า ไม่นานก็เริ่มมีเสียงบทสนทนาเกิดขึ้น นั้นแสดงว่าเริ่มอิ่มกันแล้ว เมธาวียิ้มขำกับท่าทางของน้องๆ แต่ละคน พร้อมๆ กับนึกหน้าของอีกคนขึ้นมา คนที่เป็นคนสำคัญที่ทำให้วันนี้อารมณ์เธอดีขึ้นเป็นพิเศษ

            “เอ่อ ข้าวก็จะอิ่มแล้ว มีกาแฟด้วยก็จะดีมากนะครับ” เอ็มเอาบ้าง

            “เอาแค่พอดีจ่ะ น้องรัก” เมธาวีใช้สายตาปรามทันที

            “อุ้ย วันนี่มีน้องรักสองคนแล้วนะ” พอหยกพูดจบ ทั้งโต๊ะก็ระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

            “พี่ล้อเล่น ได้ ไหนๆ ก็บอกจะเลี้ยงแล้ว งั้นกินข้าวเสร็จแล้วแวะร้านกาแฟกัน”

            เย้ ทั้งโต๊ะโห่ร้องดีใจจนโต๊ะข้างๆ ต้องหันมามอง

            “ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ”

            “ขอให้ได้ขอให้โดนนะครับ”

            “ขอให้ทีมเราชนะโปรเจคนี้นะคะ”

            สาธุ!! หลายๆเสียงประสานขึ้นพร้อมกัน

 

          เมื่ออิ่มท้องจากของฟรี ทั้งมื้อกลางวันและตบท้ายด้วยกาแฟและขนมอย่างละนิดอย่างละหน่อย ทุกคนก็กลับเข้ามาทำงานตามปกติของตัวเอง 

            ดาริกาที่รอจังหวะเพื่อที่จะคุยกับพี่ใหญ่เทียวมองเทียวหลบตาจนคนเป็นพี่ทนไม่ไหว

            “ว่ามา”

            “เจ้ คืองี้” ดาริกาหันมองซ้ายขวาก่อนจะลากเก้าอีกไปให้ชิดเมธาวียิ่งกว่าเดิม

            “เรื่องภาพหลุดเจ้อะ”

            เมธาวีคิ้วขมวดเข้ากัน

            “ภาพหลุดอะไร”

            “ก็ที่ดาเอาให้พี่ดูวันนั้นไง”

            “อ๋อ แล้วไง”

            “ก็ มันยังไม่เงียบลงเลยเจ้ เขายังเล่ากันปากต่อปากอยู่เลยนะ” 

            “แล้วยังไง”

            “ก็ไม่ยังไงไงเจ้ แต่ดาอึดอัด โมโหแทนด้วย”

            “ไม่นะ เฉยๆ” เมธาวีตอบเสียงเรียบ

            “เฉยไม่ได้ เขาว่าเจ้เสียๆ หายๆ เลยนะคะ”

            “ก็แค่เรื่องบังเอิญ มันไม่ใช่เรื่องจริงซะหน่อย”

            “แต่เขาเข้าใจกันไปต่างๆ นาๆ แล้วนะว่าเจ้เป็นน้อยเขา”

            “ไปกันใหญ่แล้ว ไร้สาระมาก”

            “ก็ใช่ไง เจ้ของดายังสาว ยังโสด สวยด้วย คนพวกนั้นมีแค่ตาจริงๆ”

            “จะว่าเขาไม่มีความคิดว่างั้น”

            ดาริกาพยักหน้าหงึกหงัก

            “ไม่มีอะไรหรอก เราไม่ได้ทำอะไร ทำไมต้องกลัว”

            “แต่ดากลัวเรื่องจะลุกลามไปจนถึงหูผู้ใหญ่ แล้วเจ้จะโดนตำหนินะซิ”

            “ไม่หรอก หรือถ้ามีจริงๆ พี่ก็มีคำอธิบายนะ” เมธาวีกล่าวเรียบๆ แต่ภายในใจกำลังหาวิธีรับมือสารพัดวิธี ไม่น่าเลยเรา

            อุตส่าห์จะรอให้เรื่องมันเงียบไปเอง แต่ยิ่งเรานิ่งข่าวก็ยิ่งใส่สีตีไข่ไปเรื่อย จากที่ลือกันเฉพาะชั้นที่ออฟฟิศอยู่ จนตอนนี้คงไปถึงไหนต่อไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว 

            “แล้วเจ้จะขายออกไหมเนี้ย เป็นแบบนี้ไม่ได้นะคะ” ดาริกายังไม่ยอมแพ้

            “สนใจเรื่องตัวเองเถอะค่ะ นี่ไม่ได้คิดเรื่องนี่แล้ว”

            “เจ้ อย่าพูดแบบนั้น เราต้องมีความหวัง”

            “ดา นี่เจ้จะ 35 แล้วนะ ปีหน้าจะ 40 แล้วเนี้ย”

            “เวอร์ นับเลขยังไงของเจ้”

            “เออ เถอะน่า เจ้คิดว่าคงจะไม่มีใครมาสอยลงไปได้แล้วแหละ”

            “เจ้ อย่าหวงมากนักเลย คานของเจ้เนี้ย ยอมๆลงเถอะ”

            “บอกตัวเองเถอะหย่ะ ไปทำงานได้แล้ว” เมธาวีเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน ดาริกาไปต่อไม่ได้เลยต้องย้ายตัวเองพร้อมเก้าอีกกลับไปที่เดิม

 

            17:00 น. บนท้องถนนกลางกรุงเทพมหานครตอนนี้ เป็นภาพที่คนในพื้นที่เห็นจนชินตา รถติดชนิดที่เรียกได้ว่าเข้าไปดูหนังจบไปเรื่องหนึ่งรถก็ยังไม่ได้ขยับไปไหน ชั่วโมงเร่งด่วน ไหนจะนักเรียนนักศึกษาที่เพิ่งเรียนเสร็จ พนักงานเลิกงานทยอยกลับบ้าน เป็นการเดินทางที่ดูดพลังงานของคนทำงานมากกว่าใช้ในการทำงานเสียอีก

            “รู้งี้แวะเดินห้างกับเด็กๆ ซะก็ดี” เมธาวีบ่นคนเดียวในรถระหว่างที่รอรถเคลื่อนตัวไปทีละนิด

            “วันนี้ไม่น่ารีบออกมาเลย นี่ขนาดรีบนะ”

            เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเรียกความสนใจจากคนที่กำลังบ่นฟ้าบ่นฝนไปตามปกติ

            -น่านนที-

            เมธาวียิ้มให้กับชื่อที่โชว์ในโทรศัพท์มือถือตัวเองแล้วก็หุบยิ้มทันทีเพราะไม่รู้ว่าทำไมต้องยิ้ม

            “สวัสดีค่ะ” เธอกล่าวทักทายทันทีที่กดรับ

            “ผมน่านนะครับคุณเมย์”

            “ค่ะคุณน่าน”

            “คุณเมย์สะดวกคุยไหมครับ” ปลายสายถามจบแล้วเงียบรอคำตอบ

            “ได้ค่ะ ตอนนี้กำลังขับรถอยู่ แต่คุยได้ค่ะ”

            “เอ่อ ผมเกรงใจจัง คุณกำลังขับรถอยู่ด้วย”

            “ไม่เป็นไรค่ะ คุยได้ เพราะตอนนี้รถติดมาก เมย์แค่นั่งในรถเฉยๆ ไม่มีวี่แววว่าจะได้เคลื่อนตัวในเร็วๆ นี่ด้วยค่ะ”

            “อ๋อ งั้นก็โล่งอกไปที ผมกลัวว่าคุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถจะเป็นอันตราย”

            “คุณน่านคะ เมย์ใส่หูฟังแทบตลอดเวลา เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”

            “ก็ ผมเป็นห่วงนี่ครับ”

            หลังจากที่น่านนทีบอกว่าห่วง ก็เกิดความเงียบขึ้นกะทันหัน น่านนทีเงียบเพราะไม่คิดว่าตัวเองจะเผลอพูดอย่างที่ตัวเองคิด ส่วนเมธาวีเงียบเพราะไม่แน่ใจว่าเขาพูดผิดหรือเปล่า ทำไมอยู่ๆ มาแสดงความเป็นห่วงเธอ

 

*********************************

สวัสดีปีใหม่จ้า 

ขอให้ปีนี้เป็นปีที่มีแต่ความสุข มีแต่เรื่องราวดีๆ

พบเจอแต่สิ่งดีๆ รวยๆ เฮงๆ ขอให้มีความสุขกับทุกสิ่งอย่างที่ใจหวังและกำลังจะทำเด่อ

-รัก-

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #13 mars15 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 08:27

    สวัสดีปีใหม่ ขอให้ไร้ท์จงมีแต่ความสุขสวัสดิ์ สมปรารถนาในทุกสิ่ง โควิดอย่าได้กลํ้ากราย..จะติดตามเป็นกำลังใจให้ตลอดไป

    #13
    1
    • #13-1 ลินิล(จากตอนที่ 25)
      2 มกราคม 2564 / 08:49
      สวัสดีปีใหม่เช่นกัน ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีกว่าที่ผ่านๆ มา อยู่ด้วยกันไปนานๆ นะคะ ทุกคอมเม้นของคุณเป็นยาชูกำลังชั้นดีของไรท์เลย ขอบคุณจริงๆค่ะ
      #13-1