รักลืมออกแบบ (E-BOOK)

ตอนที่ 24 : 11 (35%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    30 ธ.ค. 63

 

          เสียงนาฬิกาปลุกดังและเงียบสลับกันอยู่หลายรอบ ในห้องยังคงไร้การเคลื่อนไหว ไม่มีสิ่งใดที่แสดงว่าภายในห้องมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เพราะเจ้าของได้ฝังตัวอยู่ภายใต้กองผ้าห่ม มีเพียงข้อมือที่โผล่ออกมาเลื่อนนาฬิกาปลุกเท่านั้น เลื่อนอยู่หลายรอบจนเจ้าตัวนึกได้ว่าหากกดเลื่อนอีก วันนี้คงไม่ได้ไปทำงานแน่ๆ

            เมธาวีรีบเด้งตัวลุกจากที่นอนทันทีที่นาฬิกาจากโทรศัพท์มือถือบอกว่าเป็นเวลา 09.23 นาที

            “เห้ย” เสียอุทานดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าวิ่งไปหาห้องน้ำด้วยความเร็วแสง

            “ตายๆ สายแล้วๆ ยัยเมย์เอ้ย” เธอบ่นกระปอดกระแปด

            ใช้เวลาในการอาบน้ำ แต่งตัวและขับรถบึ่งมายังที่ทำงาน แม้จะไม่ใช่เวลามาทำงานเหมือนเช้าปกติในทุกวัน แต่ท้องถนนตอนนี้ก็ยังคงเต็มไปด้วยรถยนต์อย่างหนาแน่น กว่าจะมาถึงที่ทำงานก็เกือบสิบเอ็ดนาฬิกา ดีที่นึกได้ไลน์ไปบอกดาริกาไว้ก่อนว่าวันนี้จะเข้าสาย ออกไปทำธุระข้างนอก ถ้าปล่อยให้รู้ว่าเข้าสายเพราะไม่ตื่นนี่แย่เลย โดนล้อแน่ๆ

            “คุณไม่น่าชวนฉันคุยจนดึกขนาดนี้เลย” เธอบ่นให้อีกคนที่ทำให้เช้านี้เธอต้องมาทำงานสาย

            

            น่านนทีจามติดกันหลายทีตั้งแต่เริ่มนั่งทำงาน จนเมธีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องเงยหน้ามองว่าผู้เป็นทั้งเพื่อนและนายของตัวเองไม่สบายหรือเปล่า เพราะสภาพเช้านี้เหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน แต่ดูท่าทางไม่ได้เดือดร้อนหรือบ่นอะไรให้ได้ยินเลย ตรงกันข้าม ยังให้เขาติดต่อหาสุดปรารถนาบอกให้เข้ามาทานข้าวกันถ้าฝ่ายนั้นว่าง

            “คุณน่านมีอะไรจะให้คุณสุดทำหรือเปล่าครับ”

            “ไม่นะ ไม่มีอะไร”

            “แล้ว” เมธีมองหน้าเหมือนจะขอให้น่านนทีอธิบายเพิ่มว่าถ้าไม่มีอะไรจะให้สุดปรารถนาเข้ามาทำไม

            “อ่อ มีเรื่องให้มันช่วยนิดหน่อยหนะ”

            “อ่อ ครับ”

            “ว่าแต่ เรื่องที่ให้ไปจัดการ เรียบร้อยหรือยังเม”

            “เรียบร้อย ได้เงินคืนทั้งต้นทั้งดอก งานนี้คงอยู่เงียบๆไปอีกนาน เพราะสมบัติหายไปเกินครึ่งแน่ๆ ครับ” เมธีรายงาน งานในส่วนที่ตนเองไปจัดการกับคนที่หาเรื่องทำลายบริษัท

            “ไม่มีเงินก็ต้องไปหามาใช้คืนให้ได้”

            “ผมบอกเธอไปแบบนั้นครับ แล้วเธอก็คงหาวิธีหาเงินมาคืนให้ไวที่สุด”

            “ดี ต่อไปจะได้ไม่กล้ามาล้อเล่นอีก”

            “แต่ นายบวรท่าทางจะไม่จบง่ายๆ นะครับ”

            “ทำไม”

            “ผมรู้ว่ามันไม่พอใจมาก เรื่องที่เราไปกดดันคุณผกา ต่อไปคุณน่านอาจต้องระวังตัวมากขึ้นกว่านี้นะครับ”

            “ฉันไม่เคยไม่ระวังตัว”

            “นั่นถือเป็นสิ่งที่ดีครับ”

            แล้วในห้องก็เงียบขึ้นมาอีกครั้ง เพราะต่างคนต่างสนใจงานของตนเอง จะมีก็แต่เมธีที่ลอบมองน่านนทีเป็นระยะๆ เพราะเห็นหน้าตาเพลียๆ เกรงว่าจะไม่สบายแล้วจะส่งผลกระทบต่องานหรือเปล่า

 

            “คุณน่านดูเพลียๆ เมื่อคืนนอนไม่หลับหรือครับ”

            “ไม่ได้นอนต่างหาก” พูดแล้วก็ยิ้มกับคำตอบของตัวเอง

            “เครียดเรื่องที่ให้ผมไปจัดการหรือครับ” เมธีถามด้วยความเป็นห่วง

          “เปล่า”

          “อ้าว แล้วทำไมถึงไม่ได้นอน ช่วงนี้ก็ไม่ได้มีอะไรด่วน ที่สำคัญ คุณไม่ได้ออกไปไหนนะ”

          “ก็ใช่ไง”

          เมธีมองหน้าน่านนทีเพราะต้องการให้อธิบายเพิ่ม ตอบมาแค่นี้มันไม่เคลียร์ ไม่เข้าใจอะไรเลย

         “อยากรู้ใช่ไหม” เขาทำหน้าเหมือนเด็กมีขนมแล้วรออวดเพื่อน

          “ไม่สักนิด”

         “แน่นะ”

          “เรื่องของคุณน่านเลยครับ”

          “ไอ้นี่ อยากรู้หน่อยก็ไม่ได้”

          “งั้น เรื่องอะไรที่ทำให้คุณน่านต้องอดหลับอดนอนแต่ยังมาทำหน้าระรื่นแบบนี้ได้ครับ”

         “ไม่บอก อยากรู้ก็โทรตามไอ้สุดมา”

         “งั้นไม่อยากรู้แล้วครับ คุณน่านรอให้คุณสุดว่างเองดีกว่า ผมไลน์บอกไปแล้วว่าถ้าว่าให้เข้ามากินข้าวด้วยกัน”

        น่านนทีมองหน้าเพื่อนอย่างขัดใจที่ไม่ยอมเล่นด้วย ทำให้ความสุขของเขาในวันนั้นไม่ได้บอกใครว่าเมื่อคืนเขาได้นอนฟังเสียงเธอจนเกือบสว่าง

 

     เมธาวีเข้ามาในออฟฟิศด้วยท่าทีที่ปกติที่สุด จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเพราะตื่นสายจึงทำให้เข้ามาเอาตอนเกือบจะเที่ยง ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา ก็ถูกทักทายจากน้องอันเป็นที่รักของทุกๆ คนในทีม

      “ธุระเสร็จเรียบร้อยแล้วหรือครับพี่” เบิ้ลร้องทักมาแต่ไกล

      เมธาวีหันไปทางต้นเสียง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตนบอกกับดาริกาไว้ว่าวันนี้จะเข้าสายเพราะจะแวะทำธุระก่อน

      “ใช่ คนเยอะ รถติดมาก นึกว่าจะเสร็จบ่าย ไม่งั้นวันนี้อาจไม่ได้เข้ามาแน่เลย” เธอตามน้ำทันทีตามที่ทุกคนเข้าใจ

       “กินข้าวมายังละ” ดาริกาแทรกเข้ามา

      “ยัง นี่รีบสุดชีวิตแล้ว”

      “อีกแปปจะเที่ยงนี่นะ ทำไมเจ้ไม่หาอะไรอร่อยๆ ข้างนอกกินก่อนละค่อยเข้ามานะ”

     “ก็รีบไง อยากมาทำงาน แล้วงานอะไปถึงไหนกันบ้างแล้ว แต่ละคนอะ” เมธาวีถามถึงงานทันทีเมื่อเจอน้องๆ ในทีมต้อนจนไม่มีคำตอบ

      “ไหงวกกลับเข้ามาที่เรื่องงานได้หละเนี้ย” เบิ้ลทำเสียงเซง

      “เรือยอร์ชนะคะ ไม่ใช่เรือกระดาษ จะได้หาอะไรมาประกอบเรฟเฟอร์เร้นซ์ง่ายๆ” ดาริกาบ่น

     “เอ็มหละ เป็นไงคราวนี้” เมธาวีหันไปทางเอ็มที่มีหน้าที่หลักคือการหาข้อมูลซัพพอร์ตสินค้า

     “งานหนักน่าดูเลยพี่” เอ็มพูดไม่เต็มปาก

     “ใครมีอะไรคืบหน้าบ้าง” เธอถามแบบไม่ได้หวังคำตอบ

     ทุกคนในทีมเงียบ แสดงสีหน้าอย่างคนรู้สึกผิดและคิดหนักเรื่องหาข้อมูลประกอบต่างๆ ต่างจากคนถามที่ทำหน้าตาปกติเหมือนที่ถามไปไม่ได้ต้องการคำตอบ

      “แล้วเจ้หละ ได้อะไรบ้าง” ดาริกาอยากรู้

      เมธาวียิ้มแทนคำตอบ ทุกคนในทีมยิ่งทำหน้างง

     เบิ้ลลุกจากเก้าอีกเดินเข้ามาหาเจ้ใหญ่ทันทีพร้อมคุกเข่าเอามือเท้าคางที่ที่พักแขนเก้าอี้ทั้งที่เมธาวียังนั่งอยู่

      “ยิ้มแบบนี้”

      “เราหาทางได้แล้วใช่ไหมคะ” หยกวิ่งเข้ามารอคำตอบอีกคน

      เอ็มและก้องภพที่นั่งอยู่อีกฝั่งชะโงกหน้ามารอคำตอบเช่นเดียวกัน

     “คิดว่าพอมีทางนะ”

     “ยังไง” หลายคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน

      “ไปเจอคนที่รู้จักแล้วเขาก็แนะนำผู้รู้เรื่องเรือยอร์ช เรือใบมาหนะ”

      “โห เยี่ยมไปเลย” เอ็มทำหน้ามีความหวังขึ้นมาทันที

     “เจ้ เจ้คนดีของน้อง ทำไมเราโชคดีอย่างนี้” ดาริกาได้ทีปรี่เข้ามาทำท่าฉอเลาะทันที

      เมธาวียิ้มให้กับท่าทางดีใจของแต่ละคน ยอมรับว่าข้อมูลที่ได้มาจากน่านนทีเมื่อคืนมีประโยชน์มาก เพราะตอนแรกไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มรันโปรเจคกันยังไง มิหนำซ้ำน่านนทียังแอบบอกด้วยว่าเพื่อนเขามีความรู้ด้านนี้มาก ที่สำคัญ มีเรือของจริง ของจริงแล่นได้จริงๆ ให้เธอและทีมงานลงไปเก็บรายละเอียดได้ด้วย

    เมธาวียิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับความโชคดีนี้ แม้ว่าน่านนทีหรือเพื่อนของน่านนทีจะเป็นแค่ลูกจ้าง อย่างน้อยเธอก็อุ่นใจว่ายังไงก็มีคนที่มีความรู้แน่นอน เพราะลูกจ้างสมัยนี้ก็มีความรู้กับงานที่ตัวเองทำเป็นอย่างมาก แค่นั่งคิดเธอก็มีความสุขแล้ว

     “เจ้ ยิ้มอะไรคนเดียว” ดาริกาแซวพี่ใหญ่ทันทีที่เห็นว่านั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นานแล้ว

      “เออ แล้วไปรู้จักคนที่เขาโปรเรื่องนี้ได้ยังไงอะเจ้” ดาริกาถามขึ้นตามความคิด

      เอ็มเองก็โผล่หน้ามารอคำตอบเช่นเดียวกัน

     “อ๋อ คนรู้จักหนะ”

      “ดารู้จักไหม”

       เมธาวีนิ่งไปสักพัก กำลังคิดหาคำตอบว่าจะตอบยังไงดี

      “เคยเห็น แต่ไม่แน่ใจว่าดาจะรู้จักเขาไหม”

      “ใครหละ ลองบอกชื่อมาเผื่อจำได้”

       “ไม่ดีกว่า เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรซ์”

       “แน่”

       “แล้วเราจะไปขอให้เขามาช่วยเรายังไง ตอนไหนครับ” เอ็มถามบ้าง

       “ผมว่า เริ่มเร็วก็น่าจะเสร็จเร็วนะครับ” ก้องภพที่นั่งเงียบมานานเสนอความคิดเห็น

      “เรื่องนั้น เดี๋ยวพี่ขอคุยกับเขาอีกทีนะ ว่าจะสะดวกตอนไหน”

       “อ้าว นึกว่าเจ้จัดการละ”

      เมธาวีมองหน้าน้องรักทันทีจนดาริกาต้องรีบหลบสายตา

       “แหม ปกติเห็นเจอเป้าหมายแล้วเคยพลาด เห็นวิ่งตระคลุบทันทีนี่นา”

       “แค่นี้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้วจ่ะ น้องรัก” เมธาวีอยากจะบ่นต่อเหลือเกินว่าเห็นใจใต้ตาฉันด้วย อายุฉันไม่ใช่น้อยๆ แล้ว อดนอนแค่ไม่กี่คืนจะไม่ได้เป็นคนแล้ว แต่จะเป็นหมีแพนด้าแทน ได้แต่คิดแล้วก็สงบปากไว้ ไม่งั้นเรื่องที่ตื่นสายแต่ไม่ได้มีธุระจะแดงขึ้นมาแทน

      “งั้นตื้อให้ได้นะครับ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก” เบิ้ลให้กำลังใจ

      “จ่ะ” เมธาวีแบ่งรับแบ่งสู้ภารกิจที่น้องๆฝากความหวัง

 

    “บอกมาก่อน ต้องการเจอข้ามีเรื่องอะไร” สุดปรารถนาเอ่ยประโยคแรกทันทีที่น่านนทีกดรับสาย

   “เองว่างเมื่อไหร่” น่านนทีไม่ตอบ แต่ยิงคำถามไปแทน

     “เห้ย เองอยากเจอข้านะโว้ย ต้องง้อข้าซิ”

     “เย็นนี้เป็นไง”

      “เห้ย”

     “งั้นตามนี้นะ เจอกันร้านเดิม” แล้วน่านนทีก็กดวางสาย ทั้งที่เขาไม่ใช่คนโทรหาสุดปรารถนาแต่เป็นคนที่อยากเจอแล้วยังกดวางสายคนที่ตัวเองต้องการจะเจอด้วย ปล่อยให้คู่สนทนาด่าฟ้าด่าลมอยู่อีกฝั่ง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น